กลืนสวรรค์สะท้านทวยเทพ - ตอนที่ 43 : ร่วมมือกับท่านพี่หญิง
” หืม? ” องค์หญิง อู่ หยู๋ เงยหน้าได้สติขึ้น เสิ่น อู๋
เต้า ท าให้นางนึกถึงภาพเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในวันนี้
หลังจากนั้นนางก็ตกอยู่ในภวังค์ ซึ่งมันท าให้นางรู้สึก
เขินอายเล็กน้อย แต่ในเวลาเดียวกันนางก็รู้สึก
คุ้นเคยกับคนผู้นี้อย่างน่าประหลาด
” ท่าน เสิ่น อู๋เต้า มาถึงนครหลวงเย่วอู่ในวันแรก
ท่านก็สามารถสังหารปีศาจอสรพิษลงได้ ปีศาจ
อสรพิษเองก็โชคร้ายยิ่งนัก ที่ได้แอบลอบเข้ามาใน
นครหลวงเย่วอู่ในวันนี้ เป็นไปได้ว่าหากท่านเสิ่น อู่
เต้าไม่มาพานพบมันเข้าเสียก่อน มันคงยังหลบซ่อน
ตัวอยู่ในนครหลวงเย่วอู่ต่อไป และ ยังไม่ถูกฆ่าล้าง
หากวันนี้มีการร้องเรียนว่ามีคนหายตัว คงไม่ต้อง
สงสัยเลยว่า คนผู้นั้นจะต้องตกไปเป็นอาหารอัน
โอชะของปีศาจอสรพิษเป็นแน่แท้ ซึ่งมีความเป็นไป
ได้อย่างมากว่า … ฮ่าวเทียน ซ่างเซียน เจตนา
ละเลย และปรนเปรอปีศาจอสรพิษที่เขาชุบเลี้ยง
ด้วยการยินยอมให้มันกินคน! ”
ร่างกายขององค์หญิง อู่ หยู๋ นั้นผ่ายผอมลงมาก
นางสามารถค านวณ และ เข้าใจเรื่องราวทุกอย่างได้
รวดเร็ว เพียงแค่นางได้ยินข่าวเรื่องปีศาจอสรพิษถูก
สังหาร
นางตบโต๊ะทรงอักษรดัง ปัง! ด้วยดวงตาสาด
ประกาย ร่างของสาวใช้สะดุ้งโหยง เป็นเพราะเสียงที่
ดังขึ้นอย่างกะทันหัน ดวงตาของสาวใช้เบิกกว้าง
ด้วยความไม่อยากเชื่อ เมื่อได้ยินสิ่งที่องค์หญิงกล่าว
” จะเป็นไปได้อย่างไร เพคะ ฮ่าวเทียน ซ่างเซียน
เป็นถึงเทพเซียนผู้พิทักษ์อาณาจักรมนุษย์ เขาจะ
กระท าเรื่องต่ าช้าเลวทรามเช่นนี้ได้อย่างไร ” สาวใช้
พูดด้วยร่างกายสั่นเทา
แต่ดูเหมือน อู่ หยู๋ จะไม่ได้ยินสิ่งที่นางกล่าวเลย
แม้แต่น้อย นางลุกขึ้นยืนด้วยดวงตาที่สาดประกาย
พร้อมกับพูดด้วยเสียงดังฟังชัดมากยิ่งขึ้น ” เมื่อ 1 ปี
ก่อน น้องชายของข้า อู่ อวี้ ได้ถูกเนรเทศไปยัง
ชายแดน ระหว่างทางเขาถูกปีศาจอสรพิษโจมตี นี่
คือสิ่งที่ทหารผู้หนีรอดจากคมเขี้ยวมัจจุราชกลับมาก็
ได้เล่าให้ฟัง ไม่ผิดแน่! ปีศาจอสรพิษตัวนี้ต้องมีส่วน
เกี่ยวข้องกับเหตุการณ์ในครั้งนั้น ไม่มีทางเป็น
อสรพิษปีศาจตัวอื่นไปได้ เห็นได้ชัดว่า ฮ่าวเทียน
ซ่างเซียน ออกค าสั่งให้ปีศาจอสรพิษไปสังหาร อู่ อวี้
! ”
ยามนี้ความคิดของนางแจ่มชัดอย่างยิ่ง นางสามารถ
คาดการณ์ และ สรุปเรื่องราวทุกจนทะลุปรุโปร่ง
” อา !” ด้วยระดับสติปัญญาของสาวใช้ ท าให้นาง
ไม่อาจตามความคิดขององค์หญิงได้ทัน ส าหรับนาง
แล้ว ฮ่าวเทียน ซ่างเซียน เป็นดั่งเทพเจ้าผู้ซึ่งปกป้อง
คุ้มภัยมวลมนุษย์ แล้ว เทพเซียนที่เปรียบดั่งเทพเจ้า
จะกระท าเยี่ยงนี้กับมวลมนุษย์ได้เช่นไร
” ซึ่งหากมองจากมุมนี้ อู่ อวี้ นั้นคือรัชทายาท ผู้
ซึ่งจะขึ้นครองบัลลังก์อย่างแท้จริง หลังจากนั้นเรื่อง
เลวร้ายต่างๆ ก็เกิดขึ้นอย่างฉับพลันทันด่วน เท่ากับ
ว่า ฮ่าวเทียน ซ่างเซียน สมคบคิดร่วมมือกับ ซีเฟย
คิดแผนต่ าช้าขึ้นมา ”
กว่าจะมาถึงวันนี้ นางไม่เคยล่วงรู้ถึงกุญแจดอก
ส าคัญดอกนี้มาก่อนเลย
ตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน นางยังคงเชื่อมั่นในตัวของ
อู่ อวี้
” โอวสวรรค์! ” สีหน้าของสาวใช้เปลี่ยนเป็นซีด
เผือด ราวกับว่านางไม่อาจแบกรับเรื่องราวในครั้งนี้
ได้
” อู่ อวี้ …”
ภายในจิตใจขององค์หญิง อู่ หยู๋ เปี่ยมล้นไปด้วย
ความเกลียดชัง นางผลักเก้าอี้ล้มกลิ้งไปกองบนพื้น
หยาดน้ าตาสีใสราวกับอัญมณีไหลร่วงลงมาจากสอง
ตาของนาง ร่างบอบบางซวนเซพิงกายลงบนโต๊ะทรง
อักษร นางร่ าไห้ออกมาด้วยความเศร้าโศกเสียใจ
” น้องชายของข้า พี่สาวผู้นี้ไม่เคยคาดคิดว่าเจ้า
จะต้องเผชิญกับเรื่องเลวร้าย สาหัสสากรรจ์มากมาย
เช่นนี้มาก่อน แผนชั่วช้าถูกค านวณเอาไว้อย่างถี่ถ้วน
ซ่างเซียนผู้นี้ปรารถนาที่จะตัดรากถอนโคนด้วยการ
สังหารเจ้าทิ้งให้สิ้นซาก ถึงแม้ว่ายามนี้พี่สาวของเจ้า
จะล่วงรู้ความจริงทุกอย่าง แต่ก็ไม่มีสิ่งใดที่พี่สาวผู้นี้
จะช่วยเหลือเจ้าได้เลย อู่ อวี้ พี่สาวผู้นี้ต้องขอโทษ
เจ้าแล้ว… ”
นางร่ าไห้ออกมาปานจะขาดใจด้วยความน่าเวทนา
ตั้งแต่จ าความได้ อู่ หยู๋ ไม่เคยร่ าไห้หนักหนาเท่านี้
มาก่อน
” โถ่ว∼∼ องค์หญิง องค์หญิง ”
หยาดน้ าตาของสาวใช้ไหลนองออกมาอย่างท่วมท้น
นางตระหนักดีว่าองค์หญิง อู่ หยู๋ ของนางนั้น เป็นผู้
ที่มีจิตใจเข้มแข็งเสมอ
” คนพวกนั้นแข็งแกร่งเกินไป จนท าให้เราพี่น้อง
ไม่อาจเป็นศัตรูต่อกรกับพวกเขาได้ แม้ในเวลานี้เจ้า
จะไม่อยู่แล้ว แต่เจ้าก็ยังต้องแบกรับค าครหาใส่ความ
ค าครหาอันเป็นเท็จนี้จะอยู่ยาวนานไปอีกหลายพันปี
และในไม่ช้าข้าจะถูกส่งตัวไปยังอาณาจักรตงเสิน ”
องค์หญิง อู่ หยู๋ นิ่งเงียบลง ท่ามกลางความเงียบ
สงัดของพระราชวัง นางกวาดสายตาดูสรรพสิ่ง
โดยรอบ ส าหรับนางแล้ว การได้ล่วงรู้ความจริงของผู้
ที่ล่วงลับไปแล้วนั้น ไม่มีอะไรมากไปกว่าการสร้าง
ความเจ็บปวดให้นางยิ่งขึ้น
” ถึงแม้ข้าอยากแก้แค้นสักเท่าใด แต่มันช่างน่าขัน
ยิ่งนักที่ตัวข้านั้นเป็นเพียงแค่มนุษย์ธรรมดาผู้มี
ร่างกายบอบบาง มนุษย์ธรรมดาอย่างข้าจะไปท าสิ่ง
ใดได้ ”
สิ่งที่นางพอนั้นจะกระท าได้ ก็คงได้แค่เพียงการก่น
ด่าตนเอง ก่นด่าเพราะไร้ซึ่งพลังอ านาจ ก่นด่าที่นาง
ไม่อาจแก้แค้น ก่นด่าเพราะเพลิงโทสะที่อัดอั้น ก่น
ด่ากับความพ่ายแพ้ เพื่อย้ าเตือนตนเองก็เท่านั้น
ศัตรูผู้ยืนอยู่ฝั่งตรงข้ามกับนาง เป็นถึงเทพเซียน
แล้วมนุษย์ธรรมดาผู้มีร่างกายอ่อนแออย่างนาง จะ
เอาสิ่งใดไปต่อสู้กับเทพเซียนกันเล่า
” ความตายของข้าจักอยู่ไม่ไกลจากนี้ ”
อู่ หยู๋ ไม่สามารถเผยรอยยิ้มอันงดงามดุจบุปผาออก
มาได้
” ชีวิตของมนุษย์ปถุชนธรรมดา มันช่าง
เปราะบางอย่างยิ่ง หากน ามันมาเปรียบเทียบกับเทพ
เซียนผู้อมตะ มันช่างดูไร้ค่าราวกับยอดหญ้า ที่รอวัน
จะโดนเหยียบย่ า ”
สิ่งที่นางรู้ในวันนี้ก็คือ อู่ อวี้ ได้สิ้นพระชนม์ ก่อนที่
เขาจะได้ขึ้นครองบัลลังก์ นางเข้าใจทุกอย่างลึกซึ้ง
” มี่ฉาง ” หลังจาก อู่ หยู๋ เงียบไปชั่วขณะหนึ่ง
จากนั้นนางก็เงยหน้าขึ้นไปสบตากับสาวใช้ พร้อมกับ
กล่าวว่า “เจ้านั้นเปรียบเหมือนน้องสาวของข้าผู้หนึ่ง
ในเวลานี้คนเหล่านั้นใช้ชีวิตของเชื้อไขฝั่งพระมารดา
ของข้าเข้ามาข่มขู่ เพื่อบังคับให้ข้าอภิเษกกับฮ่องเต้
ของอาณาจักรตงเสิน ถึงเวลาที่ข้าคงต้องบอกความ
จริงแก่เจ้า ว่าตัวข้านั้นจักต้องตายในเร็ววัน แต่ข้าก็
ยังพอมีเวลาเหลืออยู่บ้าง เพื่อจะจัดการเรื่องต่างๆให้
เสร็จสิ้น เจ้าจงรับเงินทอง และ ทรัพย์สมบัติอื่นๆ ไป
บางส่วน ข้าจะให้คนไปส่งเจ้ากลับไปยังภูมิล าเนา
บ้านเกิด กลับไปสู่อ้อมอกของครอบครัวเจ้า เจ้าจะ
ได้มีชีวิตอยู่อย่างสงบสุข ”
เมื่อได้ยินดังนั้นสาวใช้ผู้มีนามว่า มี่ฉาง ก็ทรุดเข่าลง
กับพื้นนางร่ าไห้แทบปานจะขาดใจ พร้อมกับกล่าว
ว่า ” องค์หญิงข้า … ข้าปรารถนาที่จะติดตามท่าน
ไปยังอาณาจักรตงเสิน หากท่านตาย บ่าวผู้นี้จะขอ
ตายตามท่านไปด้วย คนอย่าง มี่ฉาง ไม่เคยรักตัว
กลัวตาย แม้ในภายภาคหน้าจะต้องเผชิญกับความ
ยากล าบาก หรือ ความชั่วร้ายมากมายเพียงใด ข้าก็
จะติดตามท่านไปทุกแห่งหน! ”
” มี่ฉาง เจ้าไม่จ าเป็นต้องท าเช่นนั้น … ชีวิตของ
เจ้าย่อมเป็นของเจ้า เจ้ายังมีทั้งพ่อ และ แม่ ฉะนั้น
เจ้าห้ามตัดสินใจด้วยความเลิ่นเล่อเป็นอันขาด ” อู่
หยู๋ ส่ายหน้าร่ าไห้ฟูมฟาย
” ท่านพ่อ ท่านแม่ … แต่ …” มี่ฉาง ก้มหัวลงนาง
ก าลังต่อสู้ดิ้นรนระหว่างความกตัญญู และ ความ
ภักดี ที่อยู่ภายในส่วนลึกจิตใจของนาง ด้านหนึ่งคือ
พ่อแม่ผู้ให้ก าเนิด ส่วนอีกด้านหนึ่งคือองค์หญิงที่ใช้
เวลาอยู่ด้วยกันมาตั้งแต่เล็กจนเติบใหญ่ และ
สุดท้ายนางก็ตัดสินใจอย่างแน่วแน่ พร้อมกับกล่าว
ขึ้นว่า ” องค์หญิงข้าคิดว่า เพื่อเป็นการตอบแทน
บุญคุณของบิดามารดา ข้าอยากจะรบกวนท่านส่ง
ทรัพย์สมบัติที่ท่านจะมอบให้แก่ข้า ส่งมันไปให้บิดา
มารดาของข้าแทน พวกท่านจะได้ใช้ชีวิตอย่างผาสุก
ในบั้นปลาย อย่างไรแล้วพวกท่านทั้งสองก็ยังมี
น้องชายข้าดูแลอยู่ ส่วนชีวิตของข้านั้นเป็นของท่าน
ข้าจะไม่ยอมปล่อยให้ท่านต้องเผชิญกับความชั่วร้าย
และ อันตรายเพียงล าพังผู้เดียวเป็นอันขาด หากต้อง
เหยียบก้าวเข้าไปในรังโจรอย่างอาณาจักรตงเสิน ข้า
ก็จะติดตามท่านไป ท่านอย่าได้ห้ามปราม หรือ รั้ง
เหนี่ยวข้าให้อยู่ เพราะข้าจะไม่ฟังค าของท่าน ยังไง
เสียข้าก็จะติดตามท่านไป”
” มี่ฉาง เจ้ากล้าดื้อดึง ไม่ยอมฟังค าสั่งของข้า
เช่นนั้นรึ ! ” อู่ หยู๋ ท าสีหน้าขึงขังมองไปยังสาวใช้
” ในชีวิตนี้ บ่าวจะไม่ฟังแค่เรื่องนี้เท่านั้น ” มี่ฉาง
เงยหน้ามององค์หญิงของนางด้วยสายตามุ่งมั่นแน่ว
แน่
” มันคุ้มค่าส าหรับเจ้าแล้วหรือ …” อู่ หยู๋ จน
ปัญญากับเรื่องนี้ นางไม่รู้ว่าจะห้ามปรามสาวใช้
ตนเองได้อย่างไรอีก นางก้มลงไปโอบกอดมี่ฉาง ทั้ง
สองผูกพันราวกับพี่น้องผู้มีเลือดเนื้อเชื้อไขเดียวกัน
อย่างแท้จริง
หลังจากนั้นไม่นาน ด้วยความเหน็ดเหนื่อยอ่อนล้า
มี่ฉาง ก็ผล็อยหลับอยู่ในอ้อมแขนของนาง
จากนั้นองค์หญิงก็พาสาวรับใช้ มี่ฉาง ขึ้นไปนอนฟุบ
บนโต๊ะอักษร หลังจากนั้นนางก็กลับมายังโต๊ะอักษร
ของตัวเอง นางรู้สึกประหลาดใจที่พบชายสวม
หน้ากาก รูปร่างสูงใหญ่ยืนหันหลังให้กับนางอยู่ และ
เมื่อชายคนนั้นหันกลับมา นางก็ได้พบว่าที่ใบหน้า
ของเขานั้น ได้สวมใส่หน้ากากวานรปิดบังใบหน้า
อยู่ อู่ หยู๋ จึงไม่อาจล่วงรู้เลยว่า ภายใต้หน้ากากนั้น
เขาคือผู้ใดกันแน่
บุรุษผู้นี้คือ ผู้พิทักษ์คนใหม่ ที่มาพิทักษ์อาณาจักร
บูรพา เย่วอู่
แม้ อู่ อวี้ จะยืนอยู่นอกหน้าต่าง แต่เขาก็คอยรับฟัง
การพูดคุยของพวกนางทั้งสองอยู่ตลอดเวลา
องค์หญิง อู่ หยู๋ นั้นเป็นคนฉลาดหลักแหลม แค่
เพียงนางทราบข่าวเรื่องปีศาจอสรพิษ นางก็สามารถ
สรุปเรื่องราวทุกอย่างออกมาได้อย่างแตกฉาน
อู่ อวี้ เองก็เข้าใจทุกอย่างลึกซึ้งเช่นเดียวกัน เขา
ตระหนักได้ว่า ฮ่าวเทียน ซ่างเซียน ใช้ชีวิต และ
ความปลอดภัยของเชื้อไขจากฝั่งพระมารดาของ อู่
หยู๋ มากระท าการข่มขู่ต่อรอง กดดันให้นางอภิเษก
สมรส กับ อาณาจักรตงเสิน จึงไม่น่าแปลกใจว่า
เพราะเหตุใดนางถึงไม่อาจที่จะต่อต้านได้
อู่ อวี้ กับ อู่ หยู๋ นั้นถือได้ว่าเป็นลูกพี่ลูกน้องกัน
อย่างไรก็ตามพระมารดาผู้ให้ก าเนิด อู่ หยู๋ นั้นมีศักดิ์
ฐานะสูงส่ง มีสายเลือดเป็นหนึ่งในขุนนางตระกูล
ใหญ่ แห่งอาณาจักรบูรพาเย่วอู่ ถึงแม้ว่าพระมารดา
ของ อู่ หยู๋ จะสิ้นพระชนม์ไปแล้ว แต่ตระกูลของนาง
ก็ยังคงอยู่ ท่ามกลางเหล่าผู้อาวุโสภายในตระกูล มีผู้
อาวุโสหลายท่านที่มีสายสัมพันธ์อันดีกับนาง
ไม่เช่นนั้นแล้ว ซีเฟย คงไม่น าพวกเขามาเพื่อข่มขู่ อู่
หยู๋ เป็นแน่
ในค่ าคืนนี้ เมื่อ อู่ อวี้ เห็นนางเจ็บปวด และ ทรมาน
ใจ เขานั้นเจ็บปวด และ ทรมานใจเสียยิ่งกว่า ราวกับ
ว่าภายในหัวใจของเขาก าลังถูกมีดกรีดเฉือน
ดังนั้น เขาจึงตัดสินใจอย่างแน่วแน่ที่จะพูดคุยกับ อู่
หยู๋ ในวันนี้ให้จงได้ ผู้ที่เขาไว้วางใจ มันถือเป็นเรื่อง
คุ้มค่าที่จะเสี่ยงอย่างยิ่ง ท่านพี่ของเขาไม่ยอม
เปิดเผยกีบเท้าของตนเอง[1]โดยง่าย เหตุผลในข้อนี้
เขาผู้ซึ่งเป็นน้องชาย ท าไมจะไม่ล่วงรู้เล่า ว่านางเป็น
เช่นไร? ถ้าอย่างนั้นจะเป็นไร ถ้าเขาจะให้นางล่วงรู้
ว่าเขานั้นยังมีชีวิตอยู่?
เพื่อไม่ท าให้นางจึงรู้สึกเจ็บปวดยิ่งไปกว่านี้
นี่คือสายสัมพันธ์อันเหนียวแน่นระหว่างพี่น้อง
ร่วมมือกันแก้แค้นผู้คนเหล่านี้ ขับไล่เหล่าคนชั่วช้าให้
ออกห่างไปจากนครเย่วอู่ เนื่องจากทั่วทั้งนครเย่วอู่นี้
ทั้งหมดล้วนเป็นของพวกเขาสองพี่น้อง
ดังนั้นเขาจึงเดินเข้ามาด้านใน
” ท่าน เสิ่น อู๋เต้า ซ่างเซียน ท่านเข้ามาที่นี่ท าไม
กันหรือ… ” องค์หญิง อู่ หยู๋ รีบเช็ดน้ าตาบนใบหน้า
ของนางออก
จิตใจของ อู่ อวี้ ในยามนี้เต็มไปด้วยความปั่นป่วน
ไม่มีผู้ใดสามารถมองเห็นอารมณ์ความรู้สึกของมัน
ภายใต้หน้ากากได้ ซึ่งแท้จริงแล้ว ดวงตาของก าลัง
เปียกชุ่มไปด้วยหยาดน้ าตา
เขาก้าวเดินไปยังเบื้องหน้าสองสามก้าว จากนั้นก็
ยื่นแขนออกไป แล้วค่อย ๆ กอดอู่ หยู๋ ถึงแม้ว่าการ
กระท าเหล่านั้นจะเชื่องช้ามากก็ตาม แต่ อู่ หยู๋ ก็
ไม่ได้ต่อต้านแม้แต่น้อย กลับกันนางเอาแต่จ้องมอง
เข้ามาในดวงตาของ อู่ อวี้ พร้อมกับแสดงให้เห็นถึง
อารมณ์ความรู้สึกที่ซับซ้อน เมื่อ อู่ อวี้ กอดนาง
ดวงตาของนางก็เบิกกว้าง ด้วยความไม่อยากจะเชื่อ
พร้อมกับกล่าวออกมา 2 ค าด้วยน้ าเสียงที่สั่นเครือ
“อู่… อวี้…”
ใช่แล้ว ถึง อู่ อวี้ จะไม่กล่าวสิ่งใดออกมา แต่นางก็ดู
ออกอย่างถ่องแท้
มันคือสายสัมพันธ์ที่เรียกว่า เลือดนั้นย่อมเข้มข้น
กว่าน้ า อีกทั้งพวกเขาทั้งสอง ยังเติบโตอยู่ร่วมกันมา
นานมากกว่า 10 ปี
ทั้งลมหายใจ ดวงตา ท่าทางเวลาเยื้องย่าง นาง
จดจ ามันได้จนฝังลึกลงไปในกระดูก วันนี้เมื่อมองดู
เขาในพระราชต าหนัก อู่เทียน อู่ หยู๋ สัมผัสได้ถึง
ความคุ้นเคยบางอย่าง
ในทางตรงกันข้ามทั้ง ซีเฟย และ พวกมัน ต่อให้มอง
เขาอย่างพินิจพิเคราะห์เพียงใด ก็หาได้รู้เรื่องนี้ไม่
ภายในพระราชวังเทียนอู่ อู่ อวี้ จงใจแปลงเสียงของ
ตน เนื่องจากเกรงว่า อู่ หยู๋ จะจดจ าเขาออก
หญิงสาวที่อยู่ในอ้อมแขนของเขานั้นตั่วสั่นสะท้าน
ด้วยอารมณ์ความรู้สึกที่ซับซ้อน อู่ อวี้ กล่าวขึ้นด้วย
เสียงแหบแห้ง แฝงไปด้วยความอ่อนโยนว่า ” พี่หญิง
ข้ากลับมาแล้ว”
น้ าเสียงที่แสนคุ้นเคย ท าให้ อู่ หยู๋ รู้สึกราวกับว่า
นางก าลังตกอยู่ในห้วงแห่งความฝัน นางยื่นมือ
ออกไปสัมผัสกับหน้ากากวานรของ อู่ อวี้ ถึงแม้ว่า
อากาศในตอนนี้จะค่อนข้างเหน็บหนาว แต่นางก็ร่ า
ไห้ออกมาด้วยความสุขจนเปี่ยมล้น
“น้องชายของข้า”
อู่ หยู๋ เอื้อมมือออกไปพร้อมกับจับเขาเอาไว้แน่น
นางรู้สึกราวกับว่านี่คือความฝัน หากนางปล่อยเขา
ไปอีกครา เกรงว่านางคงจะสูญเสียเขาไปตลอดกาล
อีกทั้งในยามนี้ก็ถือว่าดึกดื่นมากแล้ว ท าให้นางคิดว่า
ภาพที่เห็นอยู่เบื้องหน้านี้เป็นเพียงแค่ความฝัน
“ได้ยังไร … ท าไมเจ้า…” ในห้วงความฝันนี้ ตัวนาง
นั้นได้เปล่งเสียงออกมาแค่เพียงสามค าเท่านั้น
อย่างไรก็ตาม ความอบอุ่นเมื่อยามได้สัมผัสกับ
ร่างกายนี้ นางช่างคุ้นเคยยิ่งนัก แสดงให้เห็นว่าบุรุษ
ผู้อยู่ตรงหน้าของนางคือ อู่ อวี้ ผ่านไปเพียงหนึ่งขวบ
ปี ร่างกายของเขานั้นสูงใหญ่ขึ้นมาก เดิมทีความสูง
ของเขานั้นไล่เลี่ยกับ อู่ หยู๋ แต่ในยามนี้มันสูงเลย
ศีรษะของนางไปเสียแล้ว
อู่ อวี้ สงบอารมณ์ของตนลงเล็กน้อย เนื่องจาก
เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นทั้งหมดท าให้ตัวของ อู่ หยู๋ ตก
ตะลึงเป็นอย่างยิ่ง นางคิดว่า อู่ อวี้ นั้นถูกปีศาจ
อสรพิษกลืนกิน และ ตกตายไปเสียแล้ว นางไม่
คาดคิดว่าเขาจะยังมีชีวิตรอดมาได้
“ไหน มาให้ข้าได้เห็นใบหน้าของเจ้า” นางเงยหน้า
ขึ้นมอง
อู่ อวี้ ถอดหน้ากากของตนออก พร้อมกับจ้องมองไป
ที่นาง ตัวของมันไม่สามารถที่จะทนแย้มรอยยิ้ม
ขึ้นมาได้ จนกระทั่งยามนี้ อู่ หยู๋ มั่นใจอย่างแน่แท้
แล้วว่า อู่ อวี้ได้กลับมาแล้วจริงๆ
นี่มันมิใช่ความฝัน
“พี่หญิง สถานการณ์ในยามนี้ กล่าวได้ว่าเป็น
ช่วงเวลาคับขันยิ่ง ในยามนี้ข้าปรารถนาจะหารือกับ
ท่าน ถึงต้นสายปลายเหตุที่แท้จริง ” การที่พวกเขา
ได้มาพบเจอกันอีกครา ช่างเป็นเรื่องน่ายินดีอย่างยิ่ง
อย่างไรก็ตามในภายภาคหน้า ยังมีอุปสรรคขวาก
หนามมากมาย ที่รอให้พวกเขาทั้งสองต้องข้ามผ่าน
มันไป
” ตกลง ตกลง ” อู่ หยู๋ ก็อยากรู้เช่นกันว่าเกิด
เหตุการณ์อันใดขึ้นกับเขาบ้าง
จากนั้น อู่ อวี้ ก็กล่าวว่า ” เริ่มแรก ตัวข้านั้นถูกจับ
ขัง ให้นั่งอยู่ในเกวียนคุก และ ส่งตัวข้าไปยังชายแดน
… ”
เมื่ออยู่ต่อหน้าพี่หญิงผู้ที่เขารักจนสุดหัวใจ อู่ อวี้ หา
ได้ปกปิดตัวตนแม้แต่น้อย มันได้เล่าเรื่องราว
ประสบการณ์มากกว่า 1 ปีที่ผ่านมา รวมทั้งเรื่องของ
เสิ่น อู่เต้า และ มรดกพลองทองสมปรารถนาที่ได้รับ
มา ทั้งหมดนี้มันเล่าให้ อู่ หยู๋ ฟัง หาได้ปิดบังสิ่งใด
แม้แต่น้อย จากนั้นมันก็เล่าเหตุการณ์ในการประลอง
แข่งขันหาตัวแทนเซียนผู้พิทักษ์อาณาจักรมนุษย์
และ ในที่สุดก็ได้กลับมาที่อาณาจักรบูรพาเย่วอู่อีก
ครา
” ข้าไม่เคยคาดคิดว่าภัยบัติในครานั้น จะท าให้
เจ้าได้รับโชควาสนามากมายถึงเพียงนี้ อย่างใดก็ตาม
ตัวของเจ้านั้นเป็นคนจิตใจดีมีคุณธรรม รู้จักผิดชอบ
ชั่วดี ทั้งหมดนี้สมควรแล้วที่เจ้าจะได้รับมัน” หลังจาก
ที่ได้ยินเรื่องราวทั้งหมด อู่ หยู๋ รู้สึกว่ามันเป็น
เรื่องราวที่น่าเหลือเชื่ออย่างยิ่ง แต่นางก็ยอมรับ
ความจริงนี้
” ข้าไม่เคยคาดคิดว่าแท้จริงแล้ว น้องชายของข้า
จะกลายเป็นเทพเซียนเช่นนี้ …” อู่ หยู๋ แสดงท่าที
เหม่อลอยเล็กน้อย
” ท่านพี่กล่าวเกินไป ตัวข้ายังเป็นเพียงแค่ผู้ฝึกตน
ที่อยู่ในวิถีแห่งเต๋าเท่านั้น ยังมิใช่เทพเซียนอย่างเต็ม
ตัว นอกเสียจากวิธีการบางอย่าง ความแข็งแกร่งของ
มนุษย์ กับ เทพเซียน นั้นหาได้แตกต่างกันไม่ ผู้ที่ถูก
เรียกว่าเทพเซียนแท้จริงแล้วก็คือมนุษย์เช่นเดียวกับ
พวกเรา”
” ถ้าเช่นนั้น ฮ่าวเทียน ซ่างเซียน ก็เป็นเพียงคน
ธรรมดาสามัญเท่านั้น” อู่ หยู๋ พยักหน้าเหมือน
ตระหนักรู้บางอย่าง
คนทั้งสอง ต่างแลกเปลี่ยนความเข้าใจซึ่งกัน และ
กัน จากนั้นก็เปลี่ยนบทสนทนามาหารือเรื่อง
อาณาจักรตงเสิน
” ในยามนี้ตัวข้ายังมิใช่คู่มือของ เจียง จุนหลิน
และ ฮ่าวเทียน จึงเป็นการยากที่จะหยุดยั้งงานพิธีใน
ครั้งนี้ ดังนั้นเราจึงจ าเป็นต้องมีแผนการที่รัดกุม ” อู่
อวี้ ขมวดคิ้ว
“ข้าเข้าใจแล้ว … เรื่องแผนการ…”
องค์หญิง อู่ หยู๋ แสดงท่าทางเหมือนก าลังครุ่นคิด
บางสิ่ง
พวกเขาทั้งสอง ต่างก าลังเริ่มคิดแผนการแก้แค้นขึ้น
ในจิตใจ
ผ่านไปชั่วครู่ อู่ หยู๋ ก็กล่าวขึ้นว่า ” บางทีถ้าเจ้าใช้
แผนการนี้ก็อาจเป็นไปได้ เริ่มจากเจ้าท าทีว่าตกหลุม
รักข้า ตั้งแต่แรกพบ ท าให้คนอื่นๆ ได้รู้ว่าเจ้า
สามารถกระท าได้ทุกอย่างเพื่อให้ได้ตัวข้ามา
ครอบครอง ต่อให้ต้องแลกมาด้วยชีวิตของเจ้าก็ตาม
ที ในเวลาเดียวกันนั้นข้าจะป่าวประกาศ เรื่อง
พฤติกรรมอันชั่วช้าต่ าทรามของอาณาจักรตงเสิน
ออกไป เพื่อสร้างสถานการณ์ให้พวกมันคิดว่า เราทั้ง
สองต่างแสวงหาความรักซึ่งกัน ด้วยเพราะเหตุผลนี้
เจ้าที่พยายามไล่ตามไขว่คว้าข้ามา จึงตั้งใจพุ่งเข้า
ประจัญหน้ากับเซียนผู้พิทักษ์ของอาณาจักรตงเสิน
ถ้าเจ้าสามารถสยบเซียนผู้นั้นลงได้ เจ้าก็สามารถ
ก าจัดอาณาจักรตงเสินได้ในคราเดียวกัน ถึงแม้ว่าจะ
ดูเป็นการกระท าที่ค่อนข้างอุกอาจ แต่เจ้าก็มีสิทธิ์อัน
ชอบธรรม ที่จะกระท าเช่นนั้น เนื่องจากเจ้าเป็นศิษย์
ของนิกายกระบี่สวรรค์ ตราบใดที่ตัวตนของเจ้ายังไม่
ถูกเปิดโปรง พวกมันก็ไม่สามารถสังหารเจ้าได้
นอกจากนี้เจ้ายังมีเหตุผลที่จะปกป้องข้าด้วย”
“สมเหตุสมผลอย่างยิ่ง! “อู่ อวี้ ตระหนักรู้ในทันที
ช่างเป็นแผนการที่น่าเหลือเชื่อยิ่งนัก
ส าหรับตัวเขานั้น ไม่มีทางคิดแผนการแยบคาย
เช่นนี้ออกได้อย่างแน่นอน
“ ส่วนกุญแจดอกส าคัญในแผนการนี้คงไม่พ้นตัว
ข้า ต้องมีชัยเหนือเซียนผู้พิทักษ์แห่งอาณาจักรตรง
เสินให้จงได้”
……………………………………………………………
เชิงอรรถ
1.ส านวน ไม่ยอมเปิดเผยกีบเท้าของตนเอง
หมายความว่า ไม่ยอมเปิดเผยเรื่องที่เป็นความลับ
หรือ เรื่องส่วนตัวออกไป
……………………………………
♡(⺣◡⺣)♡* เพลิน