กลืนสวรรค์สะท้านทวยเทพ - ตอนที่ 420 : เกาวิบัติคืนสูสามัญ
ตำนานได้มาปรากฎกายอยู่เบื้องหน้าแล้ว
หากว่ามาถึง นครจักรพรรดิเพลิง แล้ว หากคิด
การณ์ใหญ่จะให้ตนพัฒนาในหลายๆด้าน ใน
อนาคตก็จำเป็นที่จะต้องมีการติดต่อกับ เจ้านคร
จักรพรรดิเพลิงและจอมจักรพรรดิผู้นี้
การเจอกันในครั้งแรก เขารู้สึกว่าจอมจักรพรรดิผู้นี้
ก็ไม่เลวนัก เป็นผู้บัญชาการทหารที่เต็มไปด้วย
ความองอาจ เป็นผู้ที่ถือเรื่องบุญคุณและความแค้น
เป็นหลัก มีนิสัยกล้าได้กล้าเสีย ไม่สนใจเรื่อง
หยุมหยิม
หลังจากที่มาถึงที่นี่แล้ว จอมจักรพรรดิก็ได้ผายมือ
และกล่าวว่า “หาที่นั่งให้กับข้าก็พอแล้ว อย่าทำ
เป็นเหมือนว่าข้าอยู่ที่นี่ ดำเนินสงครามเหยียน
ต่อไป ข้าจะได้ดูอย่างสงบๆ ”
ถึงแม้ว่าจะกล่าวเช่นนี้ แต่ก็ไม่มีใครสามารถทำ
เป็นเหมือนว่าเขาไม่อยู่ที่นี่ได้
ที่อยู่โดยรอบส่วนใหญ่แล้วเป็นผู้ฝึกตนที่มาจาก
ทวีปแห่งทวยเทพ ในเวลานี้แต่ละคนก็เข้ามากล่าว
ทักทายกับจอมจักรพรรดิ ทางฝังของนิกายเซียนซู
ซัน ทั้ง เฉิน ชิงเหยา และ จอมกระบี่ชื่ออิง ต่างก็
เข้ามาร่วมทำการคาราวะด้วย ตัวของจอม
จักรพรรดิรู้จัก เฉิน ชิงเหยา เป็นการส่วนตัว จึง
กล่าวว่า “เพียงแค่ครู่เดียวเด็กน้อยเช่นเจ้าก็
กลายเป็นถึงจอมกระบี่จักรพรรดิศักดิ์สิทธิ์แห่ง
นิกายเซียนซูซันแล้ว ไม่เลว ในอนาคตเจ็ดเซียน
แห่งซูซัน ย่อมก้าวสู่อีกระดับเป็นแน่”
นี่นับว่าเป็นคำชมเชยที่ยิ่งใหญ่
หลังจากที่พวกเขาแต่ละคนเข้ามาทักทายคาราวะ
แล้ว ภายใต้การส่งสัญญาณของจอมจักรพรรดิ
ขุนพลมู่หรงจึงรีบกล่าวต่อในทันทีว่า “ดำเนิน
สงครามเหยียนต่อได้ การเฟั้นหา 4 อันดับแรก คู่
สุดท้าย เป็นการตัดสินกันระหว่าง อู่ อวี้ และ หลี่
ขู่ไห่ ทั้ง 2 คน อย่าได้ชักช้า เมื่ออยู่ต่อหน้าจอม
จักรพรรดิ พวกเจ้าทั้ง 2 จะต้องใช้พลังทั้งหมด
อย่างเต็มที่”
ถึงตา อู่ อวี้ ทำการประลองแล้ว
จอมจักรพรรดินั่งดูอยู่ด้านข้าง ความตึงเครียดใน
การต่อสู้พลันเพิ่มพูนขึ้นอย่างมหาศาล ไม่ต้อง
กล่าวถึง อู่ อวี้ กระทั่งผู้ชมทั่วไปที่ไม่ได้ร่วม
ประลองต่างก็หายใจได้ยากลำบาก เมื่อทุกคนมอง
ไปยังบนลานประลอง และย้อนมองกลับไปที่ จอม
จักรพรรดิ ปากคอของแต่ละคนถึงแห้งผากลงไป
ภายใต้การต่อสู้อันดุเดือด ทำให้สนามรบโบราณ
ได้รับความเสียหายอย่างหนักหน่วง ในตอนนี้
พื้นดินเต็มไปด้วยรอยแตก แม่น้ำไหลไปบ่าทั่วทุก
ทิศ ปั่าไม้พังทลายลง ทุกอย่างระเกะระกะไปหมด
หลี่ ขู่ไห่ ยืนอยู่ตำแหน่งตรงกลางของสนามรบ
โบราณ ดวงตาทั้ง 2 ข้างจับจ้องไปที่ อู่ อวี้ อย่าง
ร้อนแรง ไฟแห่งการต่อสู้รุกโชนขึ้นอย่างหาที่
เปรียบไม่ได้
“ไปเถิด” ถึงแม้จอมจักรพรรดิจะอยู่ที่นี่ แต่ ลั่วผิน
ก็เคยมีประสบการณ์ในการต่อสู้ครั้งใหญ่มาแล้ว
ในตอนนี้นางได้อำพรางตนเองโดยสมบูรณ์ กล่าว
กับ อู่ อวี้ ด้วยท่าทีสบายๆ นางได้พยายามปรับตัว
ให้กลมกลืน เห็นได้ชัดว่าจอมจักรพรรดิได้ยิน
คำพูดมาจากมังกรประกายแสง จึงต้องการมาที่นี่
เพื่อดูว่าจะพบเบาะแสอะไรหรือไม่ ทำให้ ลั่วผิน
จำต้องหลบซ่อนตัวอย่างมิดชิด ไม่ต้องสงสัยเลยว่า
ยามนี้นางกำลังเล่นซ่อนแอบกับเขาอยู่
“ตกลง”
อู่ อวี้ ได้เตรียมตัวเรียบร้อยแล้ว ภายใต้จิต
วิญญาณแห่งการต่อสู้อันรุนแรงของ หลี่ ขู่ไห่ เขา
ไม่ได้ใช้กระบี่บินจักรพรรดิ แต่กลับกระโดดขึ้นไป
อยู่บนสนามประลอง ในตอนที่เท้าเหยียบก้าวลงไป
บนพื้น รอบด้านพลันสั่นสะเทือน เงาร่างของ
มนุษย์ทองคำผู้หนึ่งราวกับเป็นกระสุนปืนใหญ่ พุ่ง
ตรงไปยังทิศทางที่ หลี่ ขู่ไห่ อยู่
“เริ่มต่อสู้ได้!” ขุนพลมู่หรงประกาศให้สัญญาณ
ในพริบตานั้นทุกคนตื่นตกใจในทันที ความสนใจ
จากมังกรประกายแสงในตอนก่อนหน้านี้ถูก
โอนย้ายมาอยู่บนร่างของทั้ง 2 คน แต่ก็มีความ
แตกต่างจากก่อนหน้านี้อยู่บางอย่าง นั่นคือสายตา
ของจอมจักรพรรดิ ก็สังเกตมองมายังการต่อสู้นี้
ด้วยเช่นกัน
จอมจักรพรรดิรู้จัก หลี่ ขู่ไห่ มาก่อน ส่วน อู่ อวี้
จริงๆแล้วพวกเขาเคยเจอกันครั้งนี้เป็นครั้งแรก
ดังนั้นดวงตาสีดำคู่นั้น จึงเป็นเหมือนกับรังสีเพ่ง
เข้ามาตรวจสอบร่างกายของ อู่ อวี้ อย่างละเอียด
ในเวลานั้นเอง อู่ อวี้ รู้สึกว่าตนเองถูกมองจนทะลุ
ปรุโปร่ง แต่เขากลับไม่ต่อต้านแม้เพียงเสี้ยว พร้อม
ปล่อยให้จอมจักรพรรดิ ตรวจสอบทุกซอกทุกมุม
โดยละเอียด
ตูม!
เมื่อ หลี่ ขู่ไห่ ก้าวลงไปเหยียบบนพื้น ชั่วพริบตาก็
เกิดเป็นรอยแตกเป็นแนวยาวไปหลายชั้น พื้นดิน
ม้วนกวาดไปเป็นคลื่น สายตาที่กว้างไกลของ หลี่
ขู่ไห่ จับจ้องไปอยู่บนร่างของ อู่ อวี้
“อู่ อวี้ ก่อนหน้านี้ข้าเคยกล่าว ยังคงมีผลอยู่ ถ้า
หากว่าเจ้าสามารถเอาชนะข้าได้ ข้าจะยอมมอบ
เม็ดยาปราณมรกต 2,000 เม็ดให้กับเจ้า!”
คำกล่าวเช่นนี้ เป็นการกล่าวที่ดูถูกและเหยียด
หยามอย่างรุนแรง
“แล้วเจ้าเตรียมไว้แล้วหรือยังล่ะ?” อู่ อวี้ ร่อนมา
อยู่เบื้องหน้าของมัน พร้อมพลิกมือขึ้น ปรากฎเส้น
ผมสีทอง 100 เส้นบินออกไป ภายในเวลาชั่วครู่
ฉับพลันแปรเปลี่ยนกลายเป็นร่างอวตารออกมาถึง
100 ร่าง ทันทีที่ร่างอวตารเหล่านี้ปรากฏตัวขึ้นมัน
ทำให้จิตใจของผู้ที่ได้เห็นต้องสั่นสะท้าน ตั้งแต่
อดีตจนกระทั่งถึงตอนนี้บนทวีปแห่งทวยเทพยังไม่
เคยมีใครสามารถสร้างร่างแยกอวตารได้มากมาย
เช่นนี้มาก่อน ถ้าหากไม่ใช่เพราะกายเนื้อของ อู่
อวี้ ที่แข็งแกร่งพอสมควร ช่องว่างระหว่างเขาและ
ร่างอวตาร จะกลายเป็นจุดอ่อนอันใหญ่หลวงได้!
เนื่องจากว่าเขาได้สร้างร่างอวตารออกมาอีก 100
ร่าง
หลี่ ขู่ไห่ จึงถูกร่างอวตารของ อู่ อวี้ ตรึงล้อม
เอาไว้
อู่ อวี้ และร่างแต่ละร่าง แทบจะไม่แตกต่างกันเลย
ถึงแม้ 10 ใน 100 ร่างจะมีความแข็งแกร่ง
คล้ายคลึงร่างต้นมากที่สุด แต่ว่าหากมองด้วยตา
เปล่า ก็คงยากที่จะบอกได้ว่าความแข็งแกร่งของ
แต่ละร่างต่างกันมากเพียงใด
“เอาล่ะ ดูสิว่าเจ้าจะมีความสามารถนำเม็ดยา
ปราณมรกตไปได้หรือไม่!” หลี่ ขู่ไห่ มองไปที่เขา
แล้วเริ่มเปิดการโจมตีออกไปด้วยความดุร้าย
ทั้ง 2 คนอยู่ในสนามรบโบราณ ระเบิดพลังโจมตี
ออกมา ยังไม่ทันลงมือปะทะกันแต่กลับทำให้ทั้ง
ภูเขาเกิดการสั่นสะเทือน
“มีจอมจักรพรรดิจับจ้องอยู่เช่นนี้ การต่อสู้ครั้งนี้
ไม่อาจที่จะพ่ายแพ้ได้……”
“ถ้าหากแพ้ ยามที่กลับไปยังนิกายเซียนซูซัน ย่อม
ไม่สามารถจิตนาการได้เลยว่าข้าจะได้รับความอับ
อายเพียงใด!”
ในเวลานี้ เขารู้ดีว่าไม่ว่าใครก็ไม่อาจมาขัดขวาง
ทางเดินของเขาได้อีกแล้ว!
หลี่ ขู่ไห่ ไม่เพียงแต่มีพลังของแก่นแท้ตำหนักม่วง
เพียงอย่างเดียวเท่านั้น แต่มันยังมีพลังกายเนื้ออัน
แข็งแกร่งอีกด้วย เป็นการผสานกันอย่างสมบูรณ์
แบบ! มันอยู่เบื้องหน้าของร่างอวตารทั้ง 100 ร่าง
ของ อู่ อวี้ พร้อมกับหยิบศาสตราสถิตวิญญาณ
ของมันออกมา!
มันเป็นกระบองหนามเล่มหนึ่ง ที่ยาวเป็นอย่างมาก
รอบด้านกระบองเล่มนี้มีเขี้ยวฝังอยู่ เขี้ยวนั้นดู
เหมือนเป็นเขี้ยวที่ดึงออกมาจากปากของปีศาจ
จริงๆ มีความแหลมคม เปียมไปด้วยพลังงานอัน
มืดมน บนเขี้ยวแต่ละซี่สลักด้วยวงเวทย์ศาสตรา
เอาไว้ เป็นเรื่องยากยิ่งที่จะสลักวงเวทย์ลงไปบน
ตำแหน่งที่ผิดปกติเช่นนี้
ตูม!
เมื่อกระบองหนามปรากฏออกมา วงเวทย์ศาสตรา
ของมันก็ถูกกระตุ้นใช้งาน ปรากฏเป็นสัตว์ปั่าที่ดุ
ร้าย พุ่งห้อทะยาน และส่งเสียงคำรามออกมา!
หากลองมองดูให้ละเอียดแล้ว จะมีเงาร่างของ เสือ
โคร่ง พญาช้าง ราชสีห์ เสือดาว อสรพิษ กำลัง
พยายามดิ้นรนอยู่ภายในกระบองเล่มนั้น กล่าว
ตามตรงพลังของศาสตราสถิตวิญญาณเล่มนี้ ยัง
อยู่เหนือกว่าเสาเหยียนหวงเบิกฟั้าที่อยู่ในมือของ
อู่ อวี้ เสียอีก
กระบองหนามเล่มนี้มีชื่อว่า ร้อยเขี้ยวอสูร!
วูบบบบ!
หลี่ ขู่ไห่ ควงสะบัดร้อยเขี้ยวอสูร เปรียบดั่งราชา
ของเหล่าสรรพสัตว์! ราวกับว่ามีปีศาจจำนวนนับ
ไม่ถ้วนกำลังหมอบคลานอยู่ใต้เท้าเสมือนเป็นทาส
บริวารของมัน!
ในเวลานี้สิ่งที่ หลี่ ขู่ไห่ เห็นก็คือ อู่ อวี้ทั้ง 101 ร่าง
กำลังแปรเปลี่ยนไปอยู่ในร่างจำแรงวานร! พริบตา
รอบตัว หลี่ ขู่ไห่ พลันปรากฎวานรร้อยกว่าร่าง ซึ่ง
วานรเหล่านี้เป็นร่างที่ทรงพลังยิ่ง อีกทั้งยังมีรูปร่าง
คล้ายกับมนุษย์ แต่เป็นวานรที่มีขนสีทอง
ต่อมา….
“ร่างจำแลงเทพวานร!”
ทันใดนั้น หลี่ ขู่ไห่ พลันแสยะยิ้มขึ้นอย่างเย็นชา
ฉับพลันได้เกิดการเปลี่ยนแปลงบางอย่างขึ้นกับมัน
อย่างกะทันหัน ซึ่งสิ่งที่ปรากฎมานั้น ร่างของมันได้
แปรเปลี่ยนเป็นวานร แต่ยังคงมีลักษณะที่แตกต่าง
กับ อู่ อวี้ อยู่นิดหน่อย คาดว่าน่าจะเป็นเคล็ดมหา
วิถีเชื่อมสวรรค์อย่างหนึ่ง ด้วยเคล็ดมหาวิถีเชื่อม
สวรรค์นี้ ทำให้ หลี่ ขู่ไห่ ดูเผินๆแล้วมีความ
คล้ายคลึงกับ อู่ อวี้ อยู่พอสมควร พลังของมัน
พวยพุ่งทะยานสูงขึ้นมาอย่างรวดเร็ว กระดูกของ
มันยืดขยายยาวขึ้น เสียงระเบิดตามข้อต่อขยับ
ขยายดังกึกก้องกังวาลขึ้นมาอย่างต่อเนื่อง การ
เปลี่ยนแปลงทางร่างกายของมันมีขนาดใหญ่กว่า
อู่ อวี้ พริบตานั้นเอง ร่างของ หลี่ ขู่ไห่ ที่ถูก อู่ อวี้
ล้อมรอบอยู่ ได้ขยายขนาดให้ใหญ่ขึ้นอย่าง
สมบูรณ์ เส้นขนของมันลุกโชนขึ้นด้วยเปลวเพลิงสี
ทองอร่าม แขนทั้ง 2 ข้างขยายขนาดใหญ่ขึ้น เป็น
เหมือนกับลิงกอริล่ายักษ์ เมื่อเทียบกับร่างจำแลง
เซียนวานรของ อู่ อวี้ ที่มีลักษณะคล้ายคลึงกับ
มนุษย์แล้ว การเปลี่ยนร่างของ หลี่ ขู่ไห่ ดูจะ
เหมือนกับปีศาจมากกว่าเสียอีก
กระบองหนามขยายขนาดใหญ่ขึ้น 3 เท่า และ
บัดนี้ หลี่ ขู่ไห่ ได้ถือมันเอาไว้อยู่ในมือ ภาพที่เห็น
เปรียบได้กับปีศาจอันบ้าคลั่งก็มิปาน
“โฮกกกกกกกก!”
หลี่ ขู่ไห่ ตะโกนกู่ร้องขึ้นไปบนฟั้า รอบด้านพลัน
เกิดการสั่นสะเทือนอย่างรุนแรง
พลังอำนาจที่มันแสดงออกมา แทบจะไม่ด้อยร่าง
อวตารทั้ง 100 ร่างของ อู่ อวี้เลย!
ตูม ตูม ตูม ตูม!
ภายใต้พลังของเสียงคำราม ภูเขาและแม่น้ำ
พังทลาย กระแสน้ำพวยพุ่งขึ้นสู่ท้องนภา ผนวก
กับเปลวเพลิงที่กวาดผ่านไปทั่วทุกที่ ทำให้เกิดเป็น
ไอน้ำลอยฟุั้งอยู่เต็มชั้นบรรยากาศ
ดูเหมือนว่าความสนใจของคนส่วนใหญ่จะไปอยู่ที่
หลี่ ขู่ไห่ แทบทั้งสิ้น อย่างไรก็ตามไม่มีสิ่งใดที่จะ
ดึงดูดความสนใจของจอมจักรพรรดิที่อยู่บนร่าง
ของ อู่ อวี้ ไปได้ ในเวลานี้จอมจักรพรรดิจ้องมอง
ไปที่ร่างของ อู่ อวี้ โดยไม่ละสายตา เขาเหยียดมือ
ข้างหนึ่งออกไปลูบเคราของเขา พลางครุ่นคิดถึง
บางสิ่งบางอย่าง พร้อมให้ความรู้สึกสนใจเป็น
พิเศษบนตัวของ อู่ อวี้
ร่างอวตารนอกวิถี และ ร่างจำแลงเซียนวานร ทั้ง
คู่ต่างก็เป็นเคล็ดวิชาที่น่าทึ่ง!
อันที่จริงการต่อสู้ทั้งหมดที่เกิดขึ้นก่อนหน้า หลี่ ขู่
ไห่ ไม่ได้ใช้ออกด้วย ‘เคล็ดวิชาร่างจำแลงเทพ
วานร ’ เห็นได้ชัดว่ามันเป็นไม้ตายก้นหีบของมัน
และเมื่อต้องเผชิญหน้ากับ อู่ อวี้ ในศึกการต่อสู้
ครั้งนี้ มันถึงยอมที่จะสำแดงเคล็ดวิชาก้นหีบของ
มันออกมา ดังนั้นเคล็ดวิชานี้จะมีประสิทธิภาพมาก
ขนาดไหน ย่อมไม่มีใครที่อาจจะรู้ได้
ขณะนี้ หลี่ ขู่ไห่ ประสานสายตามองไปที่ อู่ อวี้
พร้อมตะโกนกล่าวออกมาว่า “เต๋าของเจ้ากับข้า มี
ความคล้ายคลึงกันยิ่ง! เต๋าของข้าเป็นสิ่งที่
ตรงไปตรงมา ใช้ความแข็งแกร่งเพื่อให้ทุกคนยอม
สยบ เช่นเดียวกับในตอนนี้ ที่ข้าจะมอบความพ่าย
แพ้ให้กับเจ้า!”
หลังจากที่ หลี่ ขู่ไห่ เอ่ยถ้อยคำเหล่านี้เสร้จ มันก็
ยก เขี้ยวร้อยอสูร ขึ้นมา เขี้ยวร้อยอสูรที่ถูกยกขึ้น
มาชี้ไปบนท้องฟั้า
“เก้าวิบัติคืนสู่สามัญ!”
เห็นได้ชัดว่ามันกำลังใช้เคล็ดแก่นแท้ฟั้าดินอันล้ำ
เลิศ ซึ่งเคล็ดวิชานี้เคยมันเคยใช้มาก่อนหน้านี้แล้ว
ในการประลองสงครามเหยียน อู่ อวี้ เคยได้ยินถึง
เคล็ดแก่นแท้ฟั้าดินวิชานี้มาก่อน กล่าวอย่างง่ายๆ
เคล็ดวิชานี้เป็นการใช้ทรมานตนเอง เพื่อแลกมา
ซึ่งสุดยอดพลังอำนาจในการต่อสู้ จริงๆแล้วเคล็ด
วิชานี้นับเป็นเคล็ดวิชาต้องห้าม แต่ทว่าที่ หลี่ ขู่ไห่
เรียกมันด้วยชื่อนี้ ไม่ใช่ว่ามันจะไร้ซึ่งสาเหตุ ว่ากัน
ว่า วิชาเต๋าที่มันฝึกฝนบ่มเพาะมาทุกวิชาล้วนเป็น
เคล็ดวิชาต้องห้ามแทบทั้งสิ้น!
มันฝึกฝนเคล็ดวิชาที่แลกมาซึ่งความเจ็บปวดทุกข์
ทรมาน!
เก้าวิบัติคืนสู่สามัญ เป็นเคล็ดวิชาที่มีภัยพิบัติ 9
รูปแบบ มันจะทำลายกายเนื้อ สร้างความเสียหาย
ให้กับกายเนื้อเพื่อรีดศักยภาพทั้งหมดออกมา
หลังจากที่ผ่านภัยพิบัติเหล่านี้แล้ว หลี่ ขู่ไห่จะ
สามารถระเบิดพลังการต่อสู้ออกมา ซึ่งมันเป็นพลัง
ที่น่าหวั่นพรึง โดยเฉพาะอย่างยิ่งพละกำลังด้าน
กายเนื้อ
ในตอนที่เริ่มต้นการต่อสู้จะเห็นได้ว่า มีสายฟั้าสาย
หนึ่งฟาดลงมา สายฟั้าเส้นนั้นมีความหนาเท่ากับ
เอวของมนุษย์ ผ่าลงมาบนศีรษะของมันเข้า
โดยตรง เสียงฟั้าร้องดังสนั่นปกคลุมไปทั่วหล้า!
นี่เป็นเพียงแค่จุดเริ่มต้น หลังจากนั้น สายลมทมิฬ
พัดผ่าน หนามน้ำแข็งอันแหลมคม เปลวเพลิงลุก
โชน และสิ่งอื่นๆอีกหลายสิ่ง เป็นภัยพิบัติทั้งหมด
9 อย่าง พุ่งตรงสู่ร่างของมันทั้งหมด ทำให้ หลี่ ขู่
ไห่ ต้องคำรามเสียงต่ำออกมาด้วยความเจ็บปวด
เห็นได้ว่าภายใต้ความทุกข์ทรมานเช่นนี้ย่อมยากที่
จะทานทนได้ไหว ให้ความรู้สึกเช่นเดียวกับ
เผชิญหน้ากับภัยพิบัติเซียน! แต่อันที่จริงแล้ว
ภายใต้การอดทนต่อภัยพิบัติเช่นนี้ มันได้สร้างภัย
คุกคามให้กับ อู่ อวี้ เป็นอย่างยิ่ง ทันใดนั้นมัน
ระเบิดพลังอันยิ่งใหญ่ออกมา!
ถึงแม้ว่า อู่ อวี้ จะมีร่างอวตารอยู่นับ 100 ร่าง แต่
ในตอนที่พลังอันแข็งแกร่งได้แพร่กระจายออกมา
เรียกได้ว่าเขากำลังถูกอีกฝั่ายกดดันอยู่!
อย่างไรก็ตาม เขามองไปที่ หลี่ ขู่ไห่ ด้วยสายตา
อันเย็นยะเยือกกล่าวว่า “เจ้ากล่าวผิดแล้ว เต๋า
ของข้า ไม่เหมือนกับเจ้าแม้แต่น้อย”
อย่างน้อยสำหรับ อู่ อวี้ แล้ว เขาไม่ได้ฝึกตนใน
แนวทางที่เจ็บปวด ในตอนนี้ หลี่ ขู่ไห่ กำลังบีบ
บังคับตนเองให้ตกอยู่ภายในสถานการณ์เช่นนี้
เพื่อเพิ่มความแข็งแกร่งให้ตนเอง แต่ก็กล่าว
ปฏิเสธไม่ได้ว่ามันเป็นคนที่มีความเด็ดเดี่ยวแน่ว
แน่ มีจิตวิญญาณที่แข็งแกร่ง แต่ทว่าเต๋าของมันก็
ไม่เหมือนกับ อู่ อวี้ สำหรับเขาแล้วเส้นทางการฝึก
ตนไม่ใช่ความเจ็บปวดทรมาน ถึงแม้ว่ามีบางครั้งที่
เขาจะรู้สึกเพลิดเพลินไปกับความรู้สึกเจ็บปวดนี้ก็
ตามที….!
เขาจำต้องหยุด หลี่ ขู่ไห่ ให้ได้ มิฉะนั้นเขาก็ไม่รู้ว่า
หลังจากที่มันผ่านกระบวนที่ทรมานเช่นนี้ พลัง
ของมันจะเพิ่มพูนไปเพียงใด
ทันใดนั้นร่างอวตารทั้ง 100 ร่างของ อู่ อวี้ เร่งลง
มือออกมาในเวลาเดียวกันอย่างฉับพลัน!
เคล็ดมังกรทรราชผนึกสวรรค์!
ชั่วขณะจิต กระแสน้ำวนสีดำกวาดผ่านออกมา ทั่ว
ทั้งท้องนภาเต็มไปด้วยมังกรทมิฬจจำนวนนับไม่
ถ้วนพุ่งทะยาน เข้ารัดพันร่างของ หลี่ ขู่ไห่ เอาไว้
อย่างไรก็ตามในตอนนี้ หลี่ ขู่ไห่ กำลังทนทุกข์
ทรมานจากภัยพิบัติของวิชาต้องห้ามของมัน
นอกจากนี้มันยังกำลังตกอยู่ในความบ้าคลั่ง พลัง
จากภัยพิบัติทุกชนิดรวมอยู่บนร่างของมันนั้นได้
สร้างความเจ็บปวด ทั้งยังปกปั้องมันในเวลา
เดียวกัน ทำให้มังกรทมิฬของ อู่ อวี้ ที่เข้าไปใกล้
ต้องถูกภัยพิบัติแผดเผาจนมลายสิ้นไปในทันที
………
เคล็ดมังกรทรราชผนึกสวรรค์ ไม่อาจจะผนึกมันได้!
อย่างไรก็ตามนี่เป็นสิ่งที่ อู่ อวี้ คาดคิดเอาไว้อยู่
แล้ว
ฉับพลันร่างอวตารแต่ละร่าง หยิบกระบี่ออกมาถือ
กันคนละเล่ม ในหมู่ร่างอวตาร มีสองตนที่ถือเป็น
กระบี่มหาจักรพรรดิ และ กระบี่ราชันย์ อยู่
อีกทั้งยังมีอีกตนที่ถือเอาไว้ด้วยเสาเหยียนหวงเบิก
ฟั้า!
แล้วเช่นนี้จะแยกได้อย่างไรว่าร่างไหนเป็นร่างจริง
หรือว่าร่างไหนเป็นร่างอวตาร?
………………………………………………..
(´▽`).。o♡ เพลิน
กลืนสวรรค์สะท้านทวยเทพ