กลืนสวรรค์สะท้านทวยเทพ - ตอนที่ 421 : ปะทะกันซึ่งหนา!
“นั่นมันเสาเหยียนหวงเบิกฟั้าของข้าไม่ใช่รึ?” เมื่อ
ได้เห็นฉากเหตุการณ์เบื้องหน้านี้ จอมจักรพรรดิ
พลันรู้สึกค่อนข้างประหลาดใจ นี่เป็นศาสตราเต๋าที่
เขาหลอมสร้าง อีกทั้งชื่อนี้ก็เป็นชื่อที่เขาตั้งด้วย
ตนเอง เขาจึงนึกได้ทันทีว่า อู่ อวี้ ไปเอามันมาจาก
ที่ไหน
“นี่เป็นอัจฉริยะที่มาจากนิกายเซียนซูซันใช่
หรือไม่? ได้ยินมาว่าเขาเป็นคนที่มีนิสัยเอาแต่ใจ
ตนเอง? มันมีนามว่ากระไรนะ….?” จอมจักรพรรดิ
จ้องมองไปที่การต่อสู้บนสนามประลองโดยไม่อาจ
ละสายตาไปได้ พร้อมทั้งเอ่ยถามออกมาอย่าง
ลอยๆ
“เขามีนามว่า อู่ อวี้ ในด้านกายเนื้อยังแข็งแกร่ง
ยิ่งกว่า ขู่ไห่ ถึงแม้ว่าขอบเขตของเขาจะยังไม่
สูงส่งเท่าไหร่นัก แต่ในด้านพลังรบโดยรวมของเขา
แข็งแกร่งมาก ตั้งแต่อดีตมาจนปัจจุบันยังไม่มีใคร
สามารถทำได้เช่นเขา ”
“โอ้…การที่ได้มาที่นี่ รู้สึกว่าไม่เสียเที่ยวแล้วสิ ช่าง
น่าสนใจจริงๆ หึหึ” จอมจักรพรรดิหรี่ตามองไปยัง
บนสนามประลอง ไม่รู้ว่าเขากำลังคิดอะไรอยู่
ในตอนนี้ อู่ อวี้ ได้ใช้มังกรทรราชผนึกสวรรค์อีก
คราโจมตีไปที่ หลี่ ขู่ไห่ การเผชิญหน้าของทั้ง 2
ฝั่าย ต่อหน้าสายตาของผู้ชมนับล้าน ทำให้เหล่า
ผู้คนอดไม่ได้ที่จะต้องอุทานด้วยน้ำเสียงที่สั่น
สะท้านและตื่นตระหนก ฉากเหตุการณ์เบื้องหน้า
ได้ปะทุความดุเดือดเป็นอย่างยิ่ง
หลี่ ขู่ไห่ ต้องการเผด็จศึกในคราเดียว สำหรับ อู่
อวี้ แล้ว นับเป็นช่วงเวลาสำคัญที่สุด!
ร่างไหนกันแน่ที่เป็นร่างที่แท้จริงของ อู่ อวี้ ?
มีร่างอวตารที่ถือ กระบี่มหาจักรพรรดิ กระบี่จอม
ราชัน และ เสาเหยียนหวงเบิกฟั้า ทั้ง 3 ร่าง จึง
ค่อนข้างดูพิเศษ แต่นี่อาจจะไม่ใช่ร่างที่แท้จริงของ
อู่ อวี้ ซึ่งร่างจริงของเขาอาจจะอยู่ที่จุดอื่นก็เป็นได้
พริบตา เกิดเป็นวิกฤตอันตรายร้ายแรงคืบคลาน
เข้ามา!
ฉับพลันนั้นเอง อู่ อวี้ ที่ถือกระบี่อยู่ในมือ รวม
ทั้งหมด 100 ร่าง กระชับวงล้อมจากทุกทิศทาง
เข้าไปขัดขวางเคล็ดวิชาเก้าภัยพิบัติคืนสู่สามัญ
ของ หลี่ ขู่ไห่ อย่างพร้อมเพรียง!
เคล็ดกระบี่แก่นแท้เซียนกำสรวล!
ถึงแม้เคล็ดแก่นแท้ฟั้าดินวิชานี้จะไม่ค่อยมีราคานัก
แต่หลังจากที่คิดทบทวนแล้ว มันสามารถสร้างเป็น
พลังสังหารที่รุนแรงได้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งปราณ
กระบี่นับร้อยที่บินกวาดออกไปพร้อมๆ! นอกจากนี้
ภายในปราณกระบี่ที่พุ่งกวาดไป ก็มีบางส่วนที่เพิ่ม
พลังปราณกระบี่จอมราชันและปราณกระบี่มหา
จักรพรรดิเข้าไปอีกด้วย
หลี่ ขู่ไห่ ต้องการที่จะเอาชนะภายในกระบวนท่า
เดียว แต่ว่า อู่ อวี้ นั้นไม่ใช่คนโง่ที่ต้องยืนรออยู่
เฉยๆ ยามนี้เขาจะต้องงัดไพ่ตายออกมาก่อนที่จะ
พ่ายแพ้!
ณ เวลานี้ ปราณกระบี่พวยพุ่งสู่สวรรค์!
อู่ อวี้ ในตอนนี้ กำลังสำแดงให้เห็นถึงเคล็ดวิชาใน
ตอนที่เขาเคยเป็นสาวกของนิกายเซียนซูซัน
พรสวรรค์ในด้านเคล็ดวิชากระบี่ของเขาไม่ค่อย
ลึกซึ้งมากนัก แต่ว่าในตอนนี้ปราณกระบี่อันรุนแรง
ได้ฉวัดเฉวียนกระจายอยู่ทั่วท้องฟั้า ปราณกระบี่
ปกคลุมจนมืดฟั้ามัวดิน สิ่งที่สำคัญคือเคล็ดกระบี่
แก่นแท้เซียนกำสรวลวิชานี้ แม้แต่พลังของเก้าภัย
พิบัติยังไม่อาจหยุดยั้งได้ ถึงแม้ว่าพลังการโจมตีจะ
อยู่ในระดับทั่วไป แต่เมื่อพวกมันใช้จำนวนเข้าสู้
โหมกระหน่ำโจมตีเข้าไป ก็สามารถแทรกเข้าไปถึง
ตัวของ หลี่ ขู่ไห่ ได้ทีละนิด!
โดยเฉพาะอย่างยิ่งปราณกระบี่ที่ผสมรวมเข้า
ด้วยกันกับปราณกระบี่มหาจักรพรรดิและปราณ
กระบี่จอมราชัน มันได้แทงเข้าไปบนร่างของ หลี่ ขู่
ไห่ จนอดไม่ได้ที่จะต้องกรีดร้องด้วยความเจ็บปวด
ไม่รู้ว่ายามนี้มันสำเร็จเคล็ดวิชาต้องห้ามแล้ว
หรือไม่ แต่มันไม่สนใจอีกต่อไปพลังทั้งหมดของมัน
ได้ไหลรวมเข้าไปอยู่ในกระบอง และในตอนนี้ หลี่
ขู่ไห่ ราวกับเป็นเทพสงคราม มันจับจ้องไปที่ร่าง
ของ อู่ อวี้ ที่ถือเสาเหยียนหวงเบิกฟั้า กระบี่มหา
จักรพรรดิ และ กระบี่จอมราชันทั้ง 3 ร่าง เทพ
เซียนวานรพลันเปล่งเสียงคำรามออกมา ในตอนที่
มันก้าวเหยียบลงไปบนพื้นทำให้พื้นดินเป็นรอย
แตก ตะโกนกู่ร้องด้วยน้ำเสียงอันเก่าแก่โบราณ
ร่างของวานรยักษ์พุ่งโจมตีเข้าไปที่ อู่ อวี้ อย่าง
สุดกำลัง ดูเหมือนว่าพลังทั้งหมดของมันจะ
รวมเข้าไปอยู่ภายในศาสตราร้อยเขี้ยวอสูรแล้ว!
ตูม!
อู่ อวี้ ทั้ง 3 ร่าง พุ่งตรงไปในรูปแบบแถวหน้า
กระดาน!
ร่างที่อยู่ด้านซ้ายและขวาทั้ง 2 ร่างถอยกลับไปอยู่
ในแนวหลัง ส่วนร่างที่อยู่ตรงกลางคือร่างที่กำลังชู
เสาเหยียนหวงเบิกฟั้าระเบิดพลังพุ่งไปอย่าง
รวดเร็ว ซึ่งอันที่จริงแล้วนั่นก็คือร่างจริงของ อู่ อวี้
เพื่อที่จะหยุดความสามารถของเคล็ดวิชาแก่นแท้
ฟั้าดินของอีกฝั่าย เขาจึงเปิดการใช้งานเคล็ด
ระเบิดพลังคลั่ง ในตอนนี้พละกำลังของกายเนื้อ
เขาเพิ่มขึ้นมาอย่างต่อเนื่อง ระเบิดพลังอำนาจอัน
ยิ่งใหญ่จนกระทั่งพลังของเขาเพิ่มขึ้นมาอีก 2
เท่าตัว อู่ อวี้ รู้ดีว่า ถึงแม้ หลี่ ขู่ไห่จะใช้เคล็ดวิชา
เก้าวิบัติคืนสู่สามัญเพื่อเพิ่มความแข็งแกร่ง
ทางด้านของกายเนื้อ แต่ว่ามันก็ยังไม่อาจที่จะเพิ่ม
ได้จนถึงระดับ 2 เท่าของเขา!
“วงเวทย์จักรพรรดิหวงผ่าปฐพี!”
พลองพุ่งขึ้นไปอยู่บนฟากฟั้า จากนั้นระเบิดพลัง
บดขยี้โหมกระหน่ำลงมา ทำให้สายลมต้องถอยหนี
ภูเขาและแม่น้ำจำต้องถล่มทลาย!
ร่างอวตารอีก 2 ร่างที่อยู่ด้านหลังของเขาทั้งฝัง
ซ้ายและขวาเร่งชูกระบี่ขึ้นมา โจมตีออกไปด้วย
ปราณกระบี่แก่นแท้เซียนกำสรวลอีกครา พร้อม
ตรงไปที่ หลี่ ขู่ไห่ ที่อยู่ด้านหน้า!
บัดนี้ หลี่ ขู่ไห่ บ้าคลั่งจนสุดกู่ พละกำลังของกาย
เนื้ออันแข็งแกร่ง พร้อมด้วยรีดเร้นศักยภาพของ
ตนเองออกมาจนถึงขีดสุด คนเร่งพุ่งเข้าปะทะกับ
อู่ อวี้ อย่างสุดแรงเกิด!
แสงสีทองส่องประกาย พริบตาก่อนที่เสาเหยียน
หวงเบิกฟั้ากับร้อยเขี้ยวอสูร ปราณกระบี่แก่นแท้
เซียนกำสรวลได้พุ่งมาถึงก่อนเป็นเคล็ดวิชาแรก
บุกทะลวงฝั่าการปั้องกันของ หลี่ ขู่ไห่ หลังจากนั้น
ก็ทะลวงไปที่จิตวิญญาณของมันโดยตรง!
กล่าวได้ว่าพลังจิตวิญญาณของ หลี่ ขู่ไห่ มีความ
แข็งแกร่งเช่นเดียวกับกายเนื้อของมันเลยทีเดียว
จึงเป็นการยากที่จะเอาชนะมันด้วยปราณกระบี่นี้
แต่มันก็รุนแรงเพียงพอที่จะส่งผลกระทบต่อจิต
วิญญาณของมัน ทำให้ในตอนนี้มันรู้สึกปวดแสบ
ปวดร้อน การเคลื่อนไหวเคลื่อนไหวต่างๆของมัน
ได้ชะงักลงชั่วครู่!
และยามนี้เอง ร่างอวตารรอบด้านได้พร้อมใจกัน
สำแดง วิชามังกรทรราชผนึกสวรรค์!
อู่ อวี้ ไม่สนอีกต่อไปนี้ว่าตอนนี้เขาจะใช้วิธี 100
คน รุมคนเพียงแค่คนเดียว
หลี่ ขู่ไห่ นั้นมีเพียงแค่คนเดียว ส่วนพวกเขามีถึง
100 ร่าง และเหล่าร่างอวตารที่อยู่ภายใต้การ
ควบคุมของ อู่ อวี้ แน่นอนว่าจะทำให้สามารถ
ผสานการโจมตีกันได้อย่างสมบูรณ์
ขณะนี้มังกรทมิฬจำนวนนับไม่ถ้วน พุ่งทะยานเข้า
ไปพันธนาการ โจมตีใส่ตัว หลี่ ขู่ไห่ อย่างต่อเนื่อง
ทำให้ราวกับว่ามันตกลงไปอยู่ท่ามกลางบึงมังกร
ทมิฬ ทั้งยังถูกเคล็ดกระบี่แก่นแท้เซียนกำสวรลก
ระหน่ำโจมตีอย่างต่อเนื่อง
ในชั่วเสี้ยววิ อู่ อวี้ ฟาดพลองลงปะทะกับกระบอง
ของ หลี่ ขู่ไห่ กันอย่างจัง!
พลังปะทะพลังซึ่งหน้า!
ภายใต้เคล็ดระเบิดพลังคลั่ง ด้วยความช่วยเหลือ
ของร่างอวตารแต่ละร่าง อู่ อวี้ ระเบิดพลังออกมา
อย่างเต็มที่ โจมตีออกไปอย่างสุดกำลัง พลังโจมตี
ของพลองในครั้งนี้เรียกได้ว่าเป็นพลังที่สูงสุดเป็น
ประวัติการณ์ พลังโจมตีนี้เสมือนกับมีภูเขานับไม่
ถ้วนทับถมบดขยี้ลงมา เข้าห้ำหั่นกับ หลี่ ขู่ไห่
ทันใดนั้น หลี่ ขู่ไห่ ส่งเสียงคำรามอย่างบ้าคลั่ง
ออกมา แต่เมื่อปะทะการโจมตีกับ อู่ อวี้ เขี้ยวร้อย
อสูรพลันกระเด็นหลุดออกจากมือ แขนหักหมุน
เคว้งไป วงเวทย์มหากัมปนาทแสดงความสามารถ
ออกมาอย่างเต็มที่ บดขยี้แขนของ หลี่ ขู่ไห่ อย่าง
จัง
ตูม!
หลี่ ขู่ไห่ กรีดร้องด้วยความเจ็บปวด มันทำได้เพียง
ถอยร่นกลับไป
อู่ อวี้ รีบติดตามไล่ล่ามันไป ในตอนที่ทุกคนไม่
สามารถตอบสนองต่อสิ่งที่เกิดขึ้นได้ พลองนั้นของ
อู่ อวี้ ได้ฟาดลงไปบนศีรษะของ หลี่ ขู่ไห่ เสาเห
ยียนหวงเบิกฟั้าที่ฟาดกระแทกลงไป ทำให้เกิดเป็น
เสียงดังสนั่นหวั่นไหวขึ้น แม้แต่เกราะเซียน
จักรพรรดิเพลิงของมันยังต้องระเบิดกระจาย
ออกไป ทั่วทั้งร่างของ หลี่ ขู่ไห่ เต็มไปด้วยคราบ
โลหิต แม้ว่าจะมีกายเนื้อที่แข็งแกร่ง แต่ว่า
ในตอนนี้กระดูกและอวัยวะภายในของมันกลับถูก
อู่ อวี้ ฟาดจนแตกหักไป ถึงแม้จะมีความสามารถ
ในการฟืนฟู แต่ทว่าในตอนนี้มันได้ล้มลงไปนอนไร้
เรี่ยวแรงอยู่บนดิน หรือแม้กระทั่งสูญเสียพลัง
ความสามารถในการต่อสู้ไป!
การต่อสู้ได้มาถึงบทสรุปแล้ว!
อู่ อวี้ เหนื่อยล้าอ่อนแรงอย่างมาก เขาเก็บร่าง
อวตารกลับไป และค้ำยันตนเองด้วยเสาเหยียน
หวงเบิกฟั้า มองลงไปที่ หลี่ ขู่ไห่ อย่างเงียบๆด้วย
สายตาราวกับจักรพรรดิซึ่งกำลังมองปวงประชา
อย่างองอาจ
กล่าวตามความจริงแล้ว อีกฝั่ายนั้นแข็งแกร่งมาก
ไม่เพียงแต่ในด้านของกายเนื้อเท่านั้น แก่นแท้
ปราณตำหนักม่วงของมันก็แข็งแกร่งเช่นเดียวกัน
และแม้กระทั่งจิตวิญญาณของมันก็แข็งแกร่งเสีย
ยิ่งกว่า ที่สามารถรองรับความเจ็บปวดได้จากภัย
พิบัติทั้งปวงได้ แต่สุดท้ายมันก็ต้องพ่ายแพ้ลงไป
เพราะ อู่ อวี้ ได้ใช้เคล็ดระเบิดพลังคลั่ง ถ้าหาก
เป็นพลังอำนาจเพียงอย่างเดียว อู่ อวี้ ก็ยังไม่
มั่นใจว่าเขาจะแข็งแกร่งกว่ามัน เหตุผลที่ได้รับชัย
ชนะในครั้งนี้ เป็นเพราะว่า อู่ อวี้ สามารถขัดขวาง
เคล็ดวิชาเก้าวิบัตหวนคืนสามัญได้สำเร็จ
นอกจากนี้ก็เป็นเพราะร่างอวตารทั้ง 100 ร่างของ
เขาด้วยเช่นกัน
โดยเฉพาะอย่างยิ่งเคล็ดวิชามังกรทรราชผนึก
สวรรค์ กับเคล็ดวิชากระบี่แก่นแท้เซียนกำสรวลที่
ได้รับการช่วยเหลือจากกระบี่มหาจักรพรรดิและ
กระบี่จอมราชัน ซึ่งสิ่งเหล่านี้มีบทบาทอย่างมาก
จึงทำให้สามารถจัดการกับพลังของอีกฝั่ายได้
การพลิกแพลงไปมาของร่างอวตารนอกวิถี ถูก
แสดงออกมาให้เห็นในที่แห่งนี้
ในตอนนี้ การประลองของ อู่ อวี้ ได้มาถึงบทสรุป
เป็นที่เรียบร้อยแล้ว หลี่ ขู่ไห่ ที่จมอยู่ท่ามกลาง
กองเลือด ได้กลับคืนมาอยู่ในรูปแบบมนุษย์อีกครา
บัดนี้ได้รับความทุกข์ทรมานอย่างแสนสาหัส
ขณะนี้มันยังคงกรีดร้องด้วยความเจ็บปวดออกมา
ไม่หยุด โดยเฉพาะในตอนที่มันเปิดตาขึ้นมา และ
เห็นว่า อู่ อวี้ ยืนอยู่เบื้องหน้า มันจับจ้อง อู่ อวี้
ด้วยสายตาเบิกกว้าง เวลาต่อมามันก็ได้กระอัก
เลือดออกมาอีก เห็นได้ชัดว่ามันมิอาจยอมรับ
ผลลัพธ์เช่นนี้ได้……….
อู่ อวี้ ไร้ซึ่งอาการบาดเจ็บ และตัวมันเป็นฝั่ายที่
พ่ายแพ้อย่างย่อยยับ!
พ่ายแพ้!
สำหรับผู้ที่เต็มไปด้วยความภาคภูมิใจเช่นตัวมัน
แล้ว สิ่งที่มันเชี่ยวชาญมากที่สุดก็คือการทำให้อีก
ฝั่ายได้รับความพ่ายแพ้ ความพ่ายแพ้เช่นนี้เป็น
เรื่องที่มันไม่อาจจะทนรับได้ไหว เป็นบางสิ่ง
บางอย่างที่โจมตีจิตใจมันเข้าอย่างรุนแรง
ตั้งแต่ที่ หลี่ ขู่ไห่ เกิดมาก็ประสบความล้มเหลวมา
มากมายในชีวิต แต่ว่าในครั้งนี้มันเป็นความ
ล้มเหลวเกินกว่าที่ตัวมันเองได้จินตนาการเอาไว้
แม้กระทั่งตัวมันยังรู้สึกได้ว่ามีสายตาที่ทำให้มัน
รู้สึกสั่นสะท้านนับล้านกำลังจ้องมองมาอยู่ ยิ่งทำ
ให้มันเข้าใจได้มากขึ้นว่าในตอนนี้มันได้พ่ายแพ้
อย่างราบคาบแล้ว มันกลับกลายเป็นขั้นบันไดให้
อู่ อวี้ พุ่งทะยานไปข้างหน้าเสียอย่างนั้น!
แน่นอนว่า มันก็เคยก้าวเหยียบคนอื่นมาแล้ว
มากมาย แต่วันนี้เป็นกลับเป็นตัวมันเองที่ถูกคนอื่น
โค่นล้ม เกิดเป็นความรู้สึกเหมือนกับว่านี่เป็นผล
กรรมที่ตามมาสนองมัน!
อู่ อวี้ เงยหน้ามองไปที่ขุนพลมู่หรง ในความเป็น
จริงตอนนี้ขุนพลมู่หรงนิ่งอึ้งอย่างโง่งม มองไปที่ อู่
อวี้ ด้วยความรู้สึกชื่นชม ในใจเกิดเป็นความรู้สึก
ว่าฟั้าดินพลิกกลับ แต่ก็ยังคงประกาศออกมาด้วย
เสียงอันมั่นคง “ขอแสดงความยินดีกับ อู่ อวี้ ด้วย
ที่สามารถเอาชนะ หลี่ ขู่ไห่ ได้ เข้าสู่รายชื่อ 4
อันดับแรกของสงครามเหยียน…..”
เมื่อเสียงปั่าวประกาศนี้ลั่นออกมา
หลี่ ขู่ไห่ หลับตาลงด้วยความเจ็บปวด
กัดฟันอย่างเคียดแค้น
มันรู้สึกไม่ยินยอม
“อู่ อวี้ เจ้าช่างเป็นคนที่ขี้ขลาดตาขาวอะไรเช่นนี้
เจ้าใช้วิธีต่างๆนานามากมาย กลับไม่กล้ามา
เผชิญหน้ากับข้าอย่างตรงไปตรงมา! เจ้าไม่สมควร
ที่จะเป็นคู่ต่อสู้ของข้า! ยิ่งไม่คู่ควรที่จะมีเต๋า
เช่นเดียวกันกับข้า!” หลี่ ขู่ไห่ กัดฟันกล่าวออกมา
ด้วยความดุร้าย
อู่ อวี้ แสยะยิ้มออก หลังจากที่ผ่านการต่อสู้มาแล้ว
เขาจึงรู้สึกผ่อนคลายลงเป็นอย่างมาก จ้องมองไป
ยัง หลี่ ขู่ไห่ พร้อมกล่าวว่า “เจ้าผิดแล้ว ข้ากับเจ้า
ไม่เคยเหมือนกัน ตัวข้าถือว่าพละกำลังเป็นเรื่อง
ใหญ่ แต่ก็ไม่รู้สึกว่าวิธีที่ใช้จะเลวร้ายประการใด
ข้ามีเต๋าอันเรียบง่าย ทำตามที่ใจต้องการ เพื่อที่จะ
ไล่ล่าความแข็งแกร่งไม่ยอมแพ้แก่ผู้อื่น แม้มันจะ
เป็นพฤติกรรมที่โง่เขลาก็ตาม”
นี่ก็คือเต๋าที่แตกต่างกันระหว่างพวกเขา
หลี่ ขู่ไห่ ตกตะลึงงันไป มันได้รับอิทธิพลมาจาก อู่
อวี้ ซึ่งนี่ทำให้เกิดเป็นการสั่นคลอนต่อเต๋าของมัน
อย่างยิ่ง การประลองในครั้งนี้ อู่ อวี้ ไม่เพียงแต่
สามารถเอาชนะมันในด้านของร่างกายเท่านั้น แต่
ยังสามารถทำให้จิตใจของมันสั่นสะท้านได้อีกด้วย
“อย่ากล่าวให้มากความไปมากกว่านี้ มันจะเป็น
การทำลายจิตวิญญาณของเขา เต๋าของเขา ต้อง
ให้เขาไตร่ตรองด้วยตนเอง” ในเวลานี้เองขุนพล
จินหลวนมาปรากฏกายอยู่เบื้องหน้า อู่ อวี้ พร้อม
ประคองร่างของ หลี่ ขู่ไห่ ขึ้นมา จากนั้นจ้องมอง
ไปที่ อู่ อวี้ ด้วยสายตาอันเย็นยะเยือก
หลังจากที่กล่าวจบ คาดว่าเขาจะต้องพา หลี่ ขู่ไห่
ไปทำการรักษาอาการบาดเจ็บเป็นสิ่งแรก
“ส่วนเรื่องเม็ดยาปราณมรกต เจ้าอย่าลืมมันเสีย
ล่ะ” อู่ อวี้ ได้ยิ้มพลางกล่าวก่อนที่มันจะจากไป
“เอาให้เขาไป” ขุนพลจินหลวนเอ่ย
หลี่ ขู่ไห่ รู้สึกว่ามันไม่มีหน้าที่จะอยู่ที่นี่ได้อีกต่อไป
บางทีชีวิตผู้ฝึกตนของมันจะต้องเกิดการ
เปลี่ยนแปลง แต่ในเมื่อมันได้เดิมพันไปแล้ว ถึงแพ้
ก็ยังคงต้องรักษาคำพูด ดังนั้นมันจึงขว้างถุง
จักรวาลใบหนึ่งออกไปที่บริเวณเท้าของ อู่ อวี้
เม็ดยาปราณมรกต 2,000 เม็ด นับว่าไม่น้อย
นอกจากนี้ นี่ยังเป็นสิ่งที่ อู่ อวี้ เอาชนะมาได้ด้วย
ตนเอง เป็นรางวัลการต่อสู้ของเขา แน่นอนว่าเขา
จึงไม่ได้รู้สึกอับอายที่จะรับถุงจักรวาลใบนี้ไป
ในตอนที่เขาคว้าถุงจักรวาลขึ้นมา ผู้ฝึกตนหลาย
ล้านที่อยู่ในที่แห่งนี้ ก็มองไปที่เขาด้วยความรู้สึก
มึนงง ในวันนี้ ลั่วผิน ทำให้พวกเขารู้สึกสั่นตก
ตะลึงเป็นครั้งแรก ส่วน อู่ อวี้ ก็ได้ทำให้ทุกคนต้อง
รู้สึกตกตะลึงขึ้นอีกครั้ง
รายชื่อ 4 อันดับแรกของสงครามเหยียน กลับมี
รายชื่อ ลั่วผิน และ อู่ อวี้ ไปปรากฏอยู่บนนั้น! ใน
ที่แห่งนี้ผู้ที่รู้สึกตกตะลึงมากที่สุดก็คือ เจียง เสวี่ย
ชวน ขณะนี้ตัวเขาถูกเหล่าหัวหน้ากองพันรุมล้อม
ทุกคนกำลังเข้ามาแสดงความยินดีที่ในสังกัดของ
เขาปรากฏตัวตนที่ร้ายกาจเช่นทั้ง 2 คนนี้ และมี
บางคนยังรู้สึกอิจฉาริษยาเขา แต่ทว่า เจียง เสวี่ย
ชวน ยังไม่เข้าใจ อู่ อวี้ นั้นนับว่าพอจะเข้าใจได้
แต่ ลั่วผิน นางทำอย่างไรให้เปลี่ยนจากหน้ามือ
กลายเป็นหลังมือราวกับเป็นคนละคน……….
แม้กระทั่งทางฝังของ นิกายเซียนซูซัน ต่างแทบจะ
ร่ำไห้ออกมา ราวกับถูกตบหน้าซ้ำแล้วซ้ำเล่า
ถึงแม้ว่าจะไม่ถูกตบจริงๆ แต่ใบหน้าของพวกมัน
แต่ละคนกลับรู้สึกเจ็บปวด แม้กระทั่งใบหน้าของ
จอมกระบี่ชื่ออิงก็แดงระเรื่อขึ้น รู้สึกอึดอัดจนแทบ
อยากจะกลับนิกายของตน
เพราะบุคคลที่ยอดเยี่ยมเช่นนี้ กลับถูกนิกายเซียน
ซูซันของพวกมันขับไล่ออกมา และเมื่อ อู่ อวี้
ได้รับชัยชนะ คนไม่น้อยต่างก็มองมาที่พวกเขา
ด้วยสายตาแปลกๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งพรรคซ่าง
หยวน ที่ระเบิดเสียงหัวเราะออกมาดังสนั่น
“อู่ อวี้ ” ทันใดนั้นเอง จอมจักรพรรดิก็ตะโกน
เรียกขาน
………………………………………………..
(´▽`).。o♡ เพลิน
กลืนสวรรค์สะท้านทวยเทพ