กลืนสวรรค์สะท้านทวยเทพ - ตอนที่ 444 : สตรีผูแสนละโมบ
บัดนี้ ฉิน ฝูเหยา ยืนขวางช่องโหว่เอาไว้ เห็นได้ชัด
ว่านางไม่ต้องการให้ ลั่วผิน ตาม อู่ อวี้ เข้าไปด้าน
ใน
จุดประสงค์ของนางคือต้องการแยก อู่ อวี้ กับ ลั่ว
ผิน ออกจากกัน
นางซุ่มติดตามพวกเขาทั้งสองอยู่รอบ ๆ จนได้ยิน
ผลจาก ‘ค่ายกลตรึงวิญญาณด้านเดียว’ ทำให้นาง
เกิดอุบายบางอย่างขึ้นมา
เมื่อนางสามารถผลักร่างของ อู่ อวี้ เข้าไปด้านใน
ได้แล้ว ในเวลานี้นางก็เข้ามายืนแทนที่ตำแหน่ง
ของเขา จากนั้นก็จ้องมอง ลั่วผิน ด้วยดวงตาชั่ว
ร้าย ในแววตานั้นแฝงไว้ด้วยความเกลียดชัง
โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อนางเห็น ผ้าแพรหัวใจสมุทร
สีน้ำเงินที่ผูกอยู่บนลำคอของนาง
เมื่อนางได้ยินคำถามของ อู่ อวี้ สายตาของนางก็
ชดช้อยแพรวพราวขึ้นมาในบัดดลแล้วกล่าวว่า ”
ข้าต้องการสิ่งใดเช่นนั้นน่ะหรือ? ก็ไม่มีอะไรมากนัก
หรอก อู่ อวี้ เจ้าจงส่งกุญแจศิลามาให้แก้ข้าเสีย
เดี๋ยวนี้ รีบ ๆ ส่งมาซะ! ก่อนที่ข้าจะหมดความ
อดทน ไม่เช่นนั้นล่ะก็… ข้าจะส่งนางไปลงนรก ”
นับตั้งแต่ที่เข้ามาใน คฤหาสน์มารกลืนสวรรค์ มี
เพียงแค่กุญแจศิลาเท่านั้นที่จะสามารถนำพาพวก
เขาออกจากที่แห่งนี้ได้
กุญแจศิลาติดตัวเข้ามากับ อู่ อวี้ ด้วย แต่ในเวลา
นี้เขาอยู่ภายในค่ายกลตรึงวิญญาณด้านเดียว ค่าย
กลนี้จะกักขังเฉพาะสิ่งมีชีวิตที่มีวิญญาณเท่านั้น
แต่ไม่ได้กักขังสิ่งของอื่น ๆ ดังนั้น อู่ อวี้ จึง
สามารถโยนกุญแจไปให้แก่นางได้
อู่ อวี้ กับ ลั่วผิน หน้านิ่วคิ้วขมวด!
ที่น่าหดหู่ใจยิ่งไปกว่านั้นก็คือ นางได้ลอบติดตาม
พวกเขามาอย่างกระชั้นชิด แต่พวกเขาทั้งสองกลับ
ไม่เอะใจว่ากำลังถูกสะกดรอยตามมาแม้แต่น้อย
ชีวิตของ ลั่วผิน เสมือนแขวนอยู่บนเส้นด้าย
ซ้ำร้ายเวลานี้ ฉิน ฝูเหยา ยังข่มขู่เอาชีวิตนาง ซึ่ง
มันได้ผลเป็นอย่างยิ่งอีกด้วย
อู่ อวี้ รู้สึกมีโทสะโกรธเคือง ฉิน ฝูเหยา เป็นอย่าง
มาก
ที่แย่ยิ่งไปกว่านั้นก็คือด้านหลังของเขามี หมาปั่า
ปีศาจทมิฬ ด้วยสถานการณ์ที่ค่อนข้างสุ่มเสี่ยง
เช่นนี้ เขาจึงรีบกล่าวขึ้นอย่างรวดเร็วว่า ” พวก
เราไม่รู้ว่าเจ้าเข้ามาด้วย แล้วไฉนเจ้าถึงต้องหลบ
ๆ ซ่อน ๆ แอบสะกดรอยตามพวกเรา ถ้าเราได้
สิ่งของที่ต้องการแล้ว เจ้ากับข้าก็สามารถออกไป
จากที่นี่ด้วยกันได้ ไยเจ้าต้องใช้วิธีนี้เพื่อช่วงชิง
กุญแจด้วยเล่า? ”
นี่คือสิ่งที่เขายังรู้สึกสับสน ยากจะเข้าใจ
ฉิน ฝูเหยา จ้องมอง ลั่วผิน แล้วกล่าวขึ้นด้วย
น้ำเสียงเยาะเย้ยว่า ” หึ! ผู้ใดกันอยากออกไปกับ
พวกเจ้า จะออกไปด้วยให้โง่อย่างนั้นหรือ ยิ่ง
ตอนนี้นางรู้แล้วว่าข้าล่วงรู้ตัวตนที่แท้จริงของนาง
ว่านางนั้นเป็นมังกรเทวะหาใช่มนุษย์ ถ้าออกไปกับ
พวกเจ้ามีหวังคงได้ถูกนางสังหารเพื่อปิดปาก
เอาน่ะสิ ”
ไม่คาดคิด ลั่วผิน จะกล่าวขึ้นว่า ” ข้าว่าเจ้าคิด
มากเกินไปแล้ว ถ้าพลังของข้ากลับคืนมา ข้าจะไป
แยแสพวกไร้ชื่อเสียงเรียงนามอย่างเจ้าทำไมกัน”
ฉิน ฝูเหยา ยิ้มเยาะแล้วกล่าวว่า ” อู๊ววว? ช่างน่า
ประทับใจเสียเหลือเกิน แม่มังกรเทวะสัตว์สวรรค์ผู้
ยิ่งใหญ่เกรียงไกร ว่าแต่เจ้ารู้ถึงสถานการณ์ในยาม
นี้บ้างหรือเปล่า ถ้าข้าหูไม่ฝาดไปล่ะก็ ดูเหมือนว่า
เจ้ากำลังจะซี้ม่องเท่งอยู่มะรอมมะร่อไม่ใช่หรือ?
อย่ามาซักถามอะไรให้มากความ ส่งกุญแจมาให้ข้า
เสียดี ๆ มิเช่นนั้นข้าจะส่งแม่นางมังกรตัวนี้ไปลง
นรก! ”
หลังจากบอกว่าจะทำ
ทันใดนั้นหว่างมือทั้งสองข้างของนาง ก็ปรากฏ
เป็นลมพายุหมุนอันรุนแรงก่อตัวขึ้น ท่ามกลาง
กระแสสายวาโยมีคมมีดวายุแฝงเร้นอยู่ ลักษณะ
ของมันเสมือนดั่งศาสตราเต๋ากระบี่ ส่งเสียงหวีด
หวิวเช่นดั่งภูตพรายกรีดร้อง!
ชริ้ง!
ฉิน ฝูเหยา ไม่เอื้อนเอ่ยถ้อยคำใดออกมาอีก แต่ลง
มือกระทำในทันที ทันใดนั้นคลื่นพายุหมุนก็สาดซัด
โหมกระหน่ำอย่างรุนแรง พุ่งโจมตีเข้าใส่ลั่วผิน
หมายปลิดชีพ ขณะนี้ร่างของนางถูกโอบล้อมด้วย
ลมพายุอย่างสมบูรณ์ กระแสสายวาโยพัดโหม
กระหน่ำปันปั่วนหมายมาดสังหารลั่วผิน
ฟิว ฟิว ฟิว!
เสียงของลมพายุยังคงดังรุนแรงอย่างต่อเนื่อง
เดิมทีสภาพของ ลั่วผิน ก็ยากที่จะยืนหยัดอยู่แล้ว
นางต้องให้ อู่ อวี้ คอยช่วยแบกประคอง ซึ่ง
ในตอนนี้นางกำลังทนทุกข์ทรมานจากการโจมตี
ของ ฉิน ฝูเหยา ซึ่งมันทำให้นางตกอยู่ใน
สถานการณ์วิกฤตทันที แต่นับว่ายังพอมีโชคอยู่
บ้าง เนื่องจากก่อนหน้านี้ อู่ อวี้ ได้มอบแพรหัวใจ
สมุทรเอาไว้ให้กับนาง ๆ ควบคุมแพรหัวใจสมุทร
อย่างเชี่ยวชาญ ดูเหมือนแพรหัวใจสมุทรสามารถ
ปั้องกันลมพายุหมุนได้บ้างเล็กน้อย ทว่าพายุหมุน
ที่เข้าโจมตีใส่นางนั้น แข็งแกร่งรุนแรงเป็นอย่างยิ่ง
แม้ว่าจะยังไม่ถูกสังหาร แต่นางคงไม่สามารถทาน
ทนกับการโจมตีที่รุนแรงต่อเนื่องนี้ได้นานนัก!
” ฉิน ฝูเหยา!!!! ” อู่ อวี้ แค่นเสียงด้วยโทสะ เขา
จ้องมองนางด้วยดวงตาแดงก่ำ ในเวลานี้เขานึกถึง
คำกล่าวที่ว่า วาดมังกรวาดเสือ ยากที่จะวาดให้
เห็นกระดูก รู้คนรู้หน้าไม่รู้ใจ เขาไม่เคยคาดคิดมา
ก่อนเลยว่า ฉิน ฝูเหยา จะเป็นคนเช่นนี้ เขาจำครั้ง
แรกที่พบกับนางได้ นางมักชอบจะหยอกเย้าเขา
อย่างสนุกสนาน อีกทั้งยังคอยดูแลห่วงใยเขา
” เมื่อไหร่ที่เจ้าโยนกุญแจมาให้ข้า เมื่อนั้นข้าก็จะ
หยุดมือ ข้าก็อยากจะรู้เหมือนกันว่านางจะทนได้
นานสักแค่ไหน บางทีอีกชั่วอึดใจต่อมา ศีรษะของ
มังกรผู้เกรียงไกรอาจจะถูกสับจนกระเด็นหลุดออก
จากบ่าโดยน้ำมือของข้า” ฉิน ฝูเหยา ยิ้มอย่างเย้ย
หยัน
กล่าวได้ว่าเวลานี้ นางงัดเคล็ดวิชาแก่นแท้ฟั้าดิน
เอามาใช้อย่างต่อเนื่อง บัดนี้นางรวมพายุหมุนทุก
ลูกเข้าด้วยกัน คมมีดวายุนับพันนับหมื่นผสานเข้า
ด้วยกัน พายุหมุนอันดุร้ายรุนแรงปกคลุมจนมืดฟั้า
มัวดิน เคลื่อนตัวไปยังลั่วผินหมายปลิดชีพ!
ทันใดนั้นแพรหัวใจสมุทรที่คลุมร่างกายของ ลั่วผิน
ก็สว่างไสววูบวาบ ฉิน ฝูเหยา โหดเหี้ยมอำมหิตไร้
ความปราณี บางทีอาจจะจริงอย่างที่นางพูด
เป็นไปได้ว่าอีกแค่เพียงชั่วอึดใจ ลั่วผิน อาจจะถูก
ฉีกเป็นชิ้น ๆ
” ฉิน ฝูเหยา! ข้าจะคุ้มครองเจ้าออกไปจากที่นี่เอง
อย่าทำร้ายนาง! ไฉนเจ้าต้องทำเช่นนี้ด้วย? หยุด
มือของเจ้าเดี๋ยวนี้! ถ้าข้าออกไปได้เมื่อไหร่ จะคิด
บัญชีกับเจ้าให้สาสม! ” อู่ อวี้ แผดเสียงคำราม
ด้วยโทสะอันเกรี้ยวกราด! เขาอยากจะตบนางสัก
สองสามฉาดจนแทบจะอดใจรอไม่ไหว ถึงแม้ว่า
ฉิน ฝูเหยา จะได้ยินทุกคำพูดของเขาก็ตาม แต่
นางก็หาได้แยแสไม่ ทั้งยังยิ้มเย้ยหยันแล้วกล่าวขึ้น
อย่างแผ่วเบาว่า ” อู่ อวี้ เจ้ากำลังข่มขู่ผู้หญิงตัว
เล็ก ๆ ผู้นี้อยู่เช่นนั้นหรือ เจ้าควรสังวรเอาไว้ว่า
ยามนี้ ผู้ใดที่ถือไพ่เหนือกว่ากันแน่? ข้าคิดว่าเจ้า
ควรจะเร่งตัดสินใจได้แล้วล่ะ มิเช่นนั้นสัตว์สวรรค์
อย่างมังกรเทวะ ผู้งดงามหนักหนาตัวนี้จะตกตาย
ไปเสียก่อน เจ้าไม่กลัวว่าตนเองจะต้องร่ำไห้เพราะ
เสียใจไปตราบชั่วชีวิตเช่นนั้นหรือ? ”
จากการกระทำสิ่งต่าง ๆ ของ อู่ อวี้ เป็นข้อพิสูจน์
ชัดแล้วว่าตัวเขาห่วงใย ลั่วผิน เพียงใด
ดูเหมือนว่านางจะไม่ยอมเปิดช่องว่าง ให้เขาได้มี
เวลาเจรจาต่อรองเรื่องกุญแจ
เมื่อเห็นว่าคมมีดวายุกำลังจะกรีดเฉือนท่วมท้นล่าง
ของ ลั่วผิน ในไม่ช้า ชีวิตของนางในยามนี้กำลัง
แขวนอยู่บนเส้นด้าย อู่ อวี้ ไม่มีเวลามา
กระบิดกระบวนลังเลใด ๆ ไม่เช่นนั้นด้วยร่ากาย
อันบอบช้ำของ ลั่วผิน อาจจะทำให้นางตกตายลง
ไปได้ ในตอนนี้มีทางเลือกเพียงทางเดียวเท่านั้น
นั่นก็คือเขาต้องยอมโยนกุญแจศิลาออกไป
อู่ อวี้ ใช้ความแข็งแกร่งเหวี่ยงกุญแจศิลาออกไป
ยังทิศทางของ ฉิน ฝูเหยา ทันใดนั้นนางก็หยุด
โจมตี ลั่วผิน พร้อมกับทุ่มกำลังรับกุญแจที่กำลัง
พุ่งเข้ามา
เมื่อ ฉิน ฝูเหยา คว้าจับกุญแจศิลามาได้ นางก็อด
ไม่ได้ที่จะยิ้มออกมา นางมองไปยัง อู่ อวี้ พร้อมกับ
หัวเราะคิกคักด้วยท่าทางน่ารักน่าเอ็นดู แล้วกล่าว
ขึ้นว่า ” เจ้าเป็นเหมือนกับวีรบุรุษหนุ่มแสนกล้า
หาญ ที่คอยช่วยเหลือผู้ตกทุกข์ได้ยากจริง ๆ แต่
น่าเสียดายที่ข้าเกลียดการกระทำเยี่ยงนี้มากที่สุด
เพราะผู้ที่ได้รับความช่วยเหลือนั้น หาใช่ตัวข้าไม่!
”
ดูเหมือนว่านางยังไม่ยินยอมรับความพ่ายแพ้
สายตาของ อู่ อวี้ เสมือนดั่งเปลวเพลิง ลุกโชนเผา
ผลาญไปทั่วทั้งร่างของเขา จากนั้น อู่ อวี้ ก็กล่าว่า
” พอได้แล้ว เจ้าจะไปไหนก็ไปอย่าได้มายุ่งวุ่นวาย
กับพวกเราอีก หากเจ้ายังยั้งรออยู่ต่อไปก็ไร้
ประโยชน์ ข้าจะบอกเจ้าเอาไว้ให้อย่างหนึ่งนะ
ถึงแม้ในวันนี้ผลลัพธ์จะลงเอยเช่นนี้ แต่ตราบใดที่
ข้ายังมีลมหายใจอยู่ สักวันหนึ่งข้าจะทำให้เจ้า
สำนึกเสียใจกับการกระทำในวันนี้! ”
ท่ามกลางสายตาอันเปียมล้นไปด้วยความโกรธ
แค้นข่มขู่ ฉิน ฝูเหยา แย้มรอยยิ้มอันลี้ลับขึ้น
ถึงแม้เมื่อสักครู่นี้ ฉิน ฝูเหยา ได้หยุดการโจมตีนาง
ไปแล้วก็ตาม แต่ ลั่วผิน ก็ยังจับจ้องไปยัง ฉิน ฝู
เหยา แล้วกล่าวขึ้นว่า ” อู่ อวี้ ความปรารถนาของ
นางเหนือล้ำยิ่งกว่าที่ท่านคิดไว้ ท่านไม่น่ามอบ
กุญแจให้นางเลย ท่านไม่ต้องห่วงข้า จงรีบเร่งไปดู
ประตูหลังของตำหนักหลักเสีย ว่ามันเปิดอยู่
หรือไม่ จากนั้นท่านค่อยนำ ‘เกล็ดมังกรบรรพกาล’
มามอบให้แก่ข้า ”
บางทีอาจเป็นเพราะนางเป็นสตรี นางจึงเข้า
ใจความปรารถนาของ ฉิน ฝูเหยา มากกว่าเขา
เมื่อ ฉิน ฝูเหยา ได้ยินเช่นนั้น นางก็ยิ้มขึ้นพร้อม
กับกล่าวว่า ” หึหึ… กล่าวได้ไม่เลวเลยนี่ ท่านสัตว์
สวรรค์มังกรเทวผู้แสนสง่างาม ข้าจะไปต่อสู้กับ
ศาสตราเต๋าวิถีแท้ได้อย่างไร โยนผ้าพันคอของเจ้า
มาให้ข้าเสีย บางทีข้าอาจจะยอมละเว้นชีวิตของ
เจ้า ”
นางปรารถนา แพรหัวใจสมุทร
บางที แพรหัวใจสมุทร อาจเป็นเปั้าหมายที่แท้จริง
ของนาง! ย้อนไปถึงเหตุการณ์ในวังใต้พิภพ อู่ อวี้
รู้ว่านางนั้นหมกมุ่นอยู่กับแพรหัวใจสมุทรมาก
เพียงใด บางทีนี่อาจเป็นจุดเริ่มต้นของความเป็น
ปฏิปักษ์ระหว่างคนทั้งสอง นางจึงแอบสะกดรอย
พวกเขามา เมื่อสบโอกาสจึงใช้มันข่มขู่คุกคาม
เพื่อฉกฉวยกุญแจศิลา ซึ่งเป็นของสำคัญที่จะ
นำพานางออกไปยังด้านนอก อย่างไรก็ตาม แพร
หัวใจสมุทร คือสิ่งที่นางปรารถนาอย่างแท้จริง!
ดูเหมือนว่า ลั่วผิน จะรู้เรื่องนี้ดีอยู่แล้ว นางจึง
กล่าวขึ้นว่า ” นางชั่วร้ายมากกว่าที่ท่านคิดไว้ ทั้ง
ยังโลภโมโทสัน แพรหัวใจสมุทร เป็นเพียงหนึ่งใน
ความปรารถนาของนางเท่านั้น ตอนนี้ชีวิตของข้า
ตกต่ำถึงขีดสุด อีกทั้งในเวลานี้นางยังล่วงรู้ถึง
ตัวตนแท้จริงของข้าแล้ว ข้ากลัวว่านางปรารถนา
ทุกสิ่งทุกอย่างที่ตัวข้ามี ซึ่งมันมีค่ามากกว่าแพร
หัวใจสมุทรหลายเท่า ส่วนเหตุผลที่นางต้องการ
กุญแจนั้น นางแค่อยากจองจำพวกเราทั้งสองคน
ไว้ที่นี่ตลอดไป ”
หลังจาก ฉิน ฝูเหยา ได้ยินสิ่งที่ลั่วผินกล่าว นางก็
หัวเราะจนท้องแข็ง พร้อมกับเอ่ยขึ้นว่า “ เจ้าเป็น
สัตว์สวรรค์ที่เฉลียวฉลาดยิ่งนัก ดูเหมือนว่าเจ้าจะ
รู้จักข้าดีเสียเหลือเกิน ขอกล่าวอย่างไม่อ้อมค้อม
เลยก็แล้วกัน มีมังกรนอนอยู่บนเขียง รอให้ฆ่าข้า
เชือดอยู่ตรงหน้า ถ้าไม่รีบฉกฉวยโอกาสนี้เอาไว้
ข้าคงต้องเสียใจในภายหลังเป็นแน่ ก่อนที่พลังของ
เจ้าจะฟืนคืนกลับมา มีชิ้นส่วนไหนในร่างกายของ
เจ้าที่ไม่ใช่สมบัติบ้าง? ”
นางมันแสนละโลบโลภมากไม่รู้จักพอเสียจริง ๆ
ถึงแม้ อู่ อวี้ จะมอบกุญแจให้นางแล้ว แต่นางก็ยัง
ต้องการใช้โอกาสนี้เข่นฆ่าสังหาร ลั่วผิน อย่างไร้
ความปราณี
คงไม่มีประโยชน์ให้เอ่ยอะไรอีกแล้ว ในเมื่อ ฉิน ฝู
เหยา ชั่วช้าต่ำทรามถึงเพียงนี้ ทั้งยังสามารถปิด
ซ่อนตัวตนได้อย่างลึกล้ำแนบเนียน อู่ อวี้ รู้สึกว่า
มันช่างน่าเหลือเชื่อเป็นอย่างยิ่ง
แต่มันก็คือเรื่องจริงแล้ว!
” อู่ อวี้ มีเพียงโอกาสนี้เท่านั้น จงไปจัดการเรื่อง
ของท่านเสีย ข้าจะรั้งนางเอาไว้ที่นี่เอง คิดว่าข้า
ลั่วผิน จะตกตายด้วยน้ำมือของผู้ฝึกตนอาณาจักร
ตำหนักม่วงอันเล็กจ้อยเช่นนั้นหรือ!”
ลั่วผิน ตะโกนขึ้นอย่างเด็ดเดี่ยว
อู่ อวี้ ตระหนักได้อย่างชัดเจน ถึงแม้ว่าเขา
อยากจะโน้มน้าว ฉิน ฝูเหยา มากเพียงใด แต่มันก็
คงเปล่าประโยชน์ ถึงแม้ว่าเขาจะเป็นห่วง ลั่วผิน
แต่ก็ไม่มีทางเลือกอื่น นอกจากต้องเชื่อใจ ลั่วผิน
ว่านางสามารถยื้อ และ อดทนได้จนกว่าเขาจะ
กลับมาหรือไม่!
“ตกลง!”
จากนั้นเขาก็หันไปมอง ฉิน ฝูเหยา ด้วยสายตาซึ่ง
เปียมล้นไปด้วยความโกรธแค้น และ เพลิงโทสะที่
พุ่งทะยานขึ้น แน่นอนว่า ฉิน ฝูเหยา ย่อมรู้ดีว่า อู่
อวี้ กำลังโกรธนางถึงขีดสุดแล้ว
ต่อมา อู่ อวี้ ก็หันหลังกลับไปทันที ตอนนี้เขายืน
อยู่ตรงมุมหนึ่งของลานกว้าง เขาต้องรีบวิ่งไปที่
ประตูด้านหลังของตำหนักหลัก เพื่อดูว่าประตูนั้น
ปิดอยู่หรือไม่
ความเป็นความตายของนางกับเขาขึ้นอยู่กับสิ่งนี้
“ไป!”
เขารีบทะยานข้ามผ่านร่างของหมาปั่าปีศาจทมิฬ
ไปอย่างรวดเร็ว มุ่งหน้าไปยังใจกลางของลาน
กว้าง คาดว่าหลังจากนี้ ฉิน ฝูเหยา คงปลดปล่อย
การโจมตีเข่นสังหารอย่างเต็มที่ แม้กระทั่งศาสตรา
เต๋าของตนนางก็เสียสละได้ นางเพียงแค่ต้องการ
ได้รับทุกสิ่งทุกอย่างในร่างกายของ ลั่วผิน ซึ่งก็คือ
ร่างของมังกรเทวะ! นั่นคือเปั้าหมายที่แท้จริงของ
นางที่ตัดสินใจเสี่ยงโจมตีมาเช่นนี้!
อู่ อวี้ ต้องแข่งกับเวลา!
ทันใดนั้นเอง เขาก็สัมผัสได้ถึงความเย็นเยือกจาก
ด้านหลัง
ระหว่างที่กำลังจะก้าวออกไปนั้น อู่ อวี้ ก็หันหลัง
กลับมามอง แลเห็นว่า สรรพวิญญาณหมาปั่า
ปีศาจทมิฬ กำลังค่อย ๆ ลุกขึ้นยืน ขาทั้ง 4 ข้าง
ของมันย่อลง หลังโค้งงอ จากนั้นก็ยืดตัวเล็กน้อย
ในเวลาเดียวกันนั้นมันก็ลืมตาคู่สีเขียวมรกตมัน
วาวขึ้น ดวงตาของมันเปิดออกถึงขีดสุด จากนั้นก็
มองไปยัง อู่ อวี้ และหยุดนิ่งอยู่ตรงนั้น ครู่ต่อมา สี
หน้าของมันก็ดุร้ายขึ้น พร้อมกับแผดเสียงคำราม
แล้วกระโจนเข้าใส่ อู่ อวี้ ทันที!
เมื่อได้ยินเสียงคำรามดัง ฉิน ฝูเหยา ก็อดไม่ได้ที่จะ
หัวเราะขึ้นมาอีกครั้ง จากนั้นก็กล่าวขึ้นด้วยท่าทาง
ทรงเสน่ห์ว่า ” โอ้ ช่างน่าเศร้านัก เจ้ายังไม่ตาย
แต่เจ้าชายตัวน้อยของเจ้ากำลังจะตาย เจ้าบอกว่า
หมาปั่าปีศาจทมิฬแข็งแกร่งยิ่งกว่าหนามเขียวใช่
หรือไม่? ”
ภายใต้แสงสว่างของแพรหัวใจสมุทร ลั่วผิน หน้า
นิ่วคิ้วขมวดด้วยความวิตกกังวล นางไม่อยากให้ อู่
อวี้ ต้องมาเสี่ยงชีวิตเพราะนางเยี่ยงนี้เลย ในเวลา
นี้เขาต่อสู้พยายามอย่างสุดกำลังอยู่ด้านใน เมื่อ
นางนึกภาพที่เขากำลังทำให้เพื่อนาง หัวใจที่หนัก
แน่นดุจหินผา ไม่เคยสั่นคลอนมาเนิ่นนานหลายปี
ดีดัก บัดนี้กลับหวั่นไหวท่วมท้นไปด้วยอารมณ์อัน
หลากหลาย แม้แต่ดวงตาของนางก็ยังเอ่อล้นไป
ด้วยหยาดน้ำ ครั้งหนึ่งนางเคยเป็นมังกรเทวะผู้
ยิ่งใหญ่เกรียงไกร แต่มาในวันนี้นางกลับกับผู้ฝึก
ตนตัวน้อย ซึ่งถูกผู้ฝึกตนที่อยู่เพียงแค่ในระดับ
ตำหนักม่วงทะเลมรกต ข่มขู่เอาชีวิต โทสะอัน
โกรธแค้นนี้อัดแน่นอยู่ภายในจิตใจนอง ทว่าศัตรู
ตัวฉกาจของนางในยามนี้ หาใช่ ฉิน ฝูเหยา ไม่
แต่เป็นพลังอำนาจจากทัณฑ์สวรรค์ที่ทำให้ร่างกาย
ของนางอ่อนแออันไร้เรี่ยวแรงเช่นนี้!
” อู่ อวี้ … ”
ทันใดนั้น ลั่วผิน ก็คิดว่า ในขณะที่เขากำลัง
พยายามอย่างสุดความสามารถ นางก็ไม่มีเหตุผลที่
จะยอมแพ้ ไม่ว่าอย่างไรนางจะไม่ยอมให้ ฉิน ฝู
เหยา สังหารนางได้เด็ดขาด
เช่นดั่งที่นางคาดเอาไว้ อู่ อวี้ ไม่ใช่คู่ต่อสู้ของหมา
ปั่าปีศาจทมิฬอย่างแน่นอน แค่หมาปั่าปีศาจทมิฬ
พ่นลมหายใจ ก็บังเกิดเป็นพายุอันรุนแรงเกรี้ยว
กราดพัดโหมกระหน่ำไปทั่วทุกสารทิศ
ทันทีที่เห็นหมาปั่าเริ่มมีการเคลื่อนไหว ปฏิกิริยา
แรกที่เขาตอบสนองก็คือ ร่างอวตารนอกวิถี เขา
รีบเรียกร่างอวตารทั้งหมดออกมาในทันที โดยหลบ
ซ่อนร่างที่แท้จริงของตนเองเอาไว้ ทันใดนั้นก็สั่งให้
ร่างอวตารพุ่งทะยานแยกออกไป คนละทิศคนละ
ทางอย่างรวดเร็ว
สถานการณ์ได้มาถึงจุดวิกฤติแล้ว!
………………………………………………..
(´▽`).。o♡ เพลิน
กลืนสวรรค์สะท้านทวยเทพ