กลืนสวรรค์สะท้านทวยเทพ - ตอนที่ 445 : สิ่งที่ทําใหหวาดกลัว
ภายในหัวของ อู่ อวี้ ตอนนี้เต็มไปด้วยเสียง
หัวเราะเย้ยหยันของ ฉิน ฝูเหยา ช่วงเวลานี้เขา
ต้องพบเจอกับวิกฤติอันตรายซ้ำไปซ้ำมา ทั้งยังดู
เหมือนจะเพิ่มทวีมากขึ้นเรื่อย ๆ ไม่ว่าสตรีผู้นี้จะ
งดงามสักเพียงใด แต่ยามนี้เขากลับอยากสังหาร
นางใจจะขาด!
” ยามนี้ ลั่วผิน กำลังอยู่ในวิกฤตอันตราย!”
แต่ผู้ที่ประสบวิกฤตอันตรายยิ่งกว่านางตอนนี้ก็คือ
เขา! เพราะสรรพเทวะวิญญาณที่เขากำลังเผชิญ
อยู่ในยามนี้ ทรงพลังแข็งแกร่งเสียยิ่งกว่า ‘หนาม
เขียว’ เป็นพัน ๆ เท่า
อีกฝังเป็น หมาปั่าปีศาจทมิฬ ทันทีที่มันเห็น อู่ อวี้
มันก็ส่งเสียงร้องคำรามพร้อมกับกระโจนเข้าหาเขา
อย่างรวดเร็ว ระดับความเร็วของมันไม่ได้เชื่องช้า
กว่าหนามเขียวแต่อย่างใด โชคดีที่ อู่ อวี้ มีร่าง
อวตารนับร้อยตัวจึงให้พวกมันแยกกระจายออกไป
ส่งผลให้ สรรพเทวะวิญญาณ จึงไม่รู้ว่าร่างแท้จริง
ของเขาเป็นคนไหนกันแน่ในครั้งแรก
ในช่วงเวลาแห่งความเป็นความตาย ต่อให้เมื่อไม่
นานมานี้เขาต้องต่อสู้กับหนามเขียว แต่ อู่ อวี้ ก็
ไม่ได้รู้สึกสิ้นหวังเหมือนดั่งเช่นในเวลานี้!
“เคล็ดตรึงกายา!”
ด้วยเพราะมันทรงพลังมากกว่าหนามเขียว ฉะนั้น
สิ่งแรกที่ อู่ อวี้ คิดออกก็คือ เคล็ดตรึงกายา!
อย่างไรก็ตาม เคล็ดตรึงกายา ยังมีข้อบกพร่องอยู่
ในเวลาที่มันแสดงผล เราจะไม่สามารถรู้ได้ในทันที
ว่ามันจะประสบความสำเร็จหรือล้มเหลว ครู่ต่อมา
สรรพเทวะวิญญาณไล่ตามร่างอวตารของ อู่ อวี้
ไปทุกหนทุกแห่ง พุ่งทะยานไปยังด้านหน้าผ่านร่าง
แล้วร่างเล่า มันฉีกกระชากบดขยี้ร่างอวตารทุกตัว
ที่มันผ่าน!
นอกจากนี้เขายังได้ยินเสียงหัวเราะซึ่งเปียมล้นไป
ด้วยความอิ่มเอมใจของ ฉิน ฝูเหยา จากด้านนอก
มันทำให้เขารู้สึกว่าสตรีนางนี้ช่างน่ารังเกียจเสีย
จริง!
“เคล็ดผนึกอสูรเขย่าวิญญาณ!”
ร่างอวตารของ อู่ อวี้ ในยามนี้กำลังกระโจนโจมตี
เข้าใส่ หมาปั่าปีศาจทมิฬ แทบจะในเวลาเดียวกัน
ร่างอวตารทั้งหมดชกหมัดออกไป หมัดของร่าง
อวตารแต่ละตนแปรเปลี่ยนกลายเป็นเงาพุ่งทะยาน
ออกไป ก่อรูปผสานหลอมรวมปกคลุมไปทั่วทั้ง
ท้องนภา ไร้รูปไร้เสียงไม่สามารถมองเห็นได้ด้วย
ตาเปล่า จากนั้นมันก็ผสานหลอมรวม กลายเป็น
อสูรร้ายขนาดยักษ์ตนหนึ่ง พร้อมกับกระโจนเข้าจู่
โจมใส่ หมาปั่าปีศาจทมิฬ ทันที!
โฮกกกก!!!
หมาปั่าปีศาจทมิฬ แผดเสียงคำราม เสียงของมัน
ช่างน่าประหวั่นพรั่นพรึงเป็นอย่างยิ่ง ดังสนั่นไป
ทั่วคฤหาสน์มารกลืนสวรรค์!
เป็นไปไม่ได้เลยที่จะสังหารมันได้ จวบจนปัจจุบัน
เขายังทำได้แค่สกัดกั้นมันได้เพียงแค่เล็กน้อย
เท่านั้น ชั่วอึดใจต่อมามันก็ไล่ล่าสังหาร อู่ อวี้
ต่อไป
หมาปั่าปีศาจทมิฬ ไม่สามารถแยกแยะออกได้ว่า
ร่างไหนเป็นร่างจริง หรือ ร่างอวตารของ อู่ อวี้ กัน
แน่ แต่ดูเหมือนว่ามันจะหาได้สนใจไม่ มันไล่ล่า
สังหารร่างอวตารของเขาทีละตน ๆ เพียงไม่นาน
นักร่างอวตารของเขาก็ถูกสังหารไปกว่า 30 ตน!
หมาปั่าปีศาจทมิฬ สังหารร่างอวตารของ อู่ อวี้
ง่ายดายเสมือนดั่งกำลังหั่นผักหั่นปลา
อู่ อวี้ ถูกไล่ล่าชีวิตของเขาอยู่ในห้วงความเป็นและ
ความตาย ส่วนทางด้าน ลั่วผิน ที่อยู่ด้านนอก เขา
ล่วงรู้ดีว่านางกำลังอยู่ในสภาพจวนเจียนใกล้ตาย
เช่นเดียวกัน เพราะได้รับบาดเจ็บสาหัสจากทัณฑ์
สวรรค์ นางกำลังถูกไล่ต้อนให้อับจนหนทางโดย
ฉิน ฝูเหยา เห็นได้ชัดว่าเวลาของพวกเขาทั้งสอง
เหลือไม่มากนัก
อู่ อวี้ รู้เพียงว่าความหวังทั้งหมดนั้น ขึ้นอยู่กับ
ประตูหลังของตำหนักหลักจะเปิดอยู่หรือไม่
เขาพยายามวิ่งไปข้างหน้าอย่างสิ้นหวัง พยายาม
เร่งความเร็วจนสุดฝีเท้า ด้วยความเร็วระดับนี้
ถึงแม้ว่าลานจะกว้างใหญ่เพียงใด แต่ก็ยังมี
ขอบเขตจำกัด ซึ่งแน่นอน หมาปั่าปีศาจทมิฬ ก็
ไม่ยอมน้อยหน้ามันเร่งความเร็วของฝีเท้าขึ้น
เช่นกัน ขณะที่ อู่ อวี้กำลังวิ่งพล่านอยู่ระหว่าง
ตำหนักหลักกับตำหนักด้านหลัง เขาต้องใช้ร่าง
อวตารไปมากกว่า 50 ตน!
ส่วนที่เหลือ มีหน้าที่เพียงแค่โจมตีถ่วงเวลา พลัง
การโจมตีที่ร่างอวตารโจมตีเข้าใส่ สรรพเทวะ
วิญญาณ เสมือนแค่ไปสะกิดมันเท่านั้น
อู่ อวี้ กำลังอยู่ในอาการตึงเครียดอย่างยิ่ง!
ประตูด้านหลังของตำหนักหลักปิดอยู่ แต่ยังไม่อาจ
ยืนยันได้ว่ามันถูกปิดสนิทเลยหรือไม่ ถ้าอยากจะรู้
ก็คงต้องลองผลักมัน!
เขารู้ว่าสิ่งแรกที่ต้องทำก็คือรีบวิ่งให้เร็วที่สุด เพื่อ
เข้าไปยังด้านใน!
อย่างไรก็ตาม บางทีสรรพเทวะวิญญาณอาจจะ
ล่วงรู้ถึงจุดประสงค์ของ อู่ อวี้ ทันใดนั้นมันก็หยุด
โจมตีร่างอวตารของ อู่ อวี้ ทันที จากนั้นมันก็รีบ
กระโจนมุ่งไปยังประตูด้านหลังของตำหนักหลัก
เพื่อสกัดกั้นขวางทางเขา
หลังจากที่มันมายืนขวางอยู่หน้าประตู มันก็มอง
มายังร่างของ อู่ อวี้ ซึ่งเห็นได้ชัดว่ามันกำลัง
สงสัยว่าร่างไหนเป็นร่างจริงของ อู่ อวี้ กันแน่
อู่ อวี้ รู้สึกตื่นเต้นใจหายใจคว่ำเป็นอย่างยิ่ง เขารีบ
สั่งให้ร่างอวตารทุกตัวมาล้อมรอบร่างของเขา
เอาไว้อย่างรวดเร็ว เนื่องจากในเวลานี้หมาปั่า
ปีศาจกำลังขวางทางเข้าไว้ เขาจึงทำได้เพียงฝั่า
มันไปเท่านั้น ในขณะเดียวกันก็คอยสอดส่อง
สายตาสภาพแวดล้อมไปด้วย มองหาหนทางอื่น
เพื่อเพิ่มทางรอดให้แก่ตัวเอง
มองย้อนกลับไปยังตำหนักด้านหลัง ตำหนัก
ด้านหลังมีขนาดค่อนข้างเล็ก แต่ดูเก่าแก่โบราณ
เป็นอย่างมาก ไม่อาจเปรียบเทียบได้กับตำหนัก
ด้านหน้า และ ตำหนักหลัก เขาสั่งให้ร่างอวตาร
ตนหนึ่งฝั่าประตูเข้าไป ประตูทางเข้าของตำหนัก
ด้านหลังแตกต่างไปจากตำหนักหลัก และ ตำหนัก
ด้านหน้าอย่างสิ้นเชิง เพราะมันเปิดออกอย่าง
สมบูรณ์
ถึงแม้จะยืนอยู่นอกประตู แต่ก็สามารถเห็นทุก
อย่างที่อยู่ในตำหนักด้านหลัง
ภายในตำหนักนั้นว่างเปล่า
ณ ตอนนี้ หมาปั่าปีศาจทมิฬ กำลังดักอยู่หน้า
ประตูด้านหลังตำหนักหลัก อู่ อวี้ ทำได้แค่เพียง
เฝั้าสังเกตการณ์อยู่ห่าง ๆ เท่านั้น อันที่จริงเขารู้ว่า
โอกาสของเขาไม่มากนัก
เขารีบสั่งให้ร่างอวตารตนหนึ่ง เข้าไปในตำหนัก
ด้านหลัง เพราะต้องการดูว่าเขาสามารถใช้ตำหนัก
ด้านหลังซ่อนได้หรือไม่ แน่นอนว่านี่คือการดิ้นรน
เฮือกสุดท้ายของคนกำลังใกล้ตาย ถึงจะรู้ว่า
ตำหนักหลังไม่สามารถช่วยอะไรได้ เพราะยังไง
แล้ว สรรพเทวะวิญญาณ ก็ย่อมเข้าตามเข้าไปได้
อยู่ดี
เมื่อร่างอวตารสามารถฝั่าเข้าไปในตำหนัก
ด้านหลังได้ อู่ อวี้ สังเกตเห็นว่าสายตาของ หมา
ปั่าปีศาจทมิฬ ดูเหมือนจะเปลี่ยนไปเล็กน้อย
ดูเหมือนว่ามันกำลังกังวลบางอย่าง …
แต่ว่ามันกำลังกังวลเรื่องอันใดกันเล่า?
อย่างไรก็ตาม อู่ อวี้ รับรู้ถึงความรู้สึกนี้ได้อยู่
ชัดเจนว่า สรรพเทวะวิญญาณ กำลังวิตกกังวล! อู่
อวี้ เชื่อว่ามันถือกำเนิดจากที่นี่ ลางสังหรณ์บอก
เขาว่ามันจะต้องคุ้นเคยกับ คฤหาสน์มารกลืน
สวรรค์ เป็นอย่างดี บางทีมันอาจมีความเชื่อมโยง
กับ บรรพชนมารกลืนสวรรค์ ก็เป็นได้ หรือนี่
อาจจะเป็นสาเหตุที่ทำให้มันรู้สึกวิตกกังวลเช่นนี้?
นอกจากนี้ยังมีความวิตกกังวลอยู่บางส่วน
ขณะที่เขากำลังครุ่นคิดอยู่นั้น มันก็แผดเสียงร้อง
คำรามพร้อมกับวิ่งเข้าไปหาเขา โฮกกกกก!!!
ในช่วงเวลาแห่งวิกฤตนี้ อู่ อวี้ ไม่มีโอกาสให้ลังเล
อีกต่อไป เขาออกคำสั่งให้ร่างอวตารมายืน
ขวางทางอสูรร้ายเอาไว้ จากนั้นพวกมันทั้งหมดก็
ปลดปล่อย เคล็ดผนึกอสูรเขย่าวิญญาณออกไป
อย่างพร้อมเพรียง อู่ อวี้ รวบรวมความแข็งแกร่ง
สุดแรงเกิด พุ่งทะยานเข้าไปยังตำหนักด้านหลัง
ชั่วพริบตานั้นเอง ร่างอวตารทั้งหมดก็ถูกสรรพเท
วะวิญญาณฉีกกระชากจนสิ้น อย่างไรก็ตาม ใน
ที่สุดเขาก็สามารถเข้าไปยังตำหนักด้านหลังได้
สำเร็จ
ชั่วขณะที่เขาเข้าไปภายในตำหนักด้านหลังได้
สำเร็จ หมาปั่าปีศาจ ก็อยู่ไม่ห่างไปจากร่างเขา
เท่าใดนั้น เรียกได้ว่าหายใจรดต้นคอเลยทีเดียว!
ผ่านไปครู่หนึ่ง หมาปั่าปีศาจทมิฬ ก็ล่าถอยกลับไป
นี่แสดงเห็นว่ามันไม่กล้าเข้ามาในตำหนักด้านหลัง!
สิ่งที่เกิดขึ้นในยามนี้ ถือได้ว่าเป็นปาฏิหาริย์สำหรับ
อู่ อวี้ เลยก็ว่าได้ ด้วยเพราะตัวเขาเองก็หาได้
ต้องการเอาชีวิตของตัวเองมาทิ้งไว่ที่นี่เช่นเดียวกัน
เมื่อเขาลุกขึ้นจากพื้นก็พบว่ายามนี้ ทั่วทั้งร่างของ
เขา อาบชโลมไปด้วยเหงื่อเย็นเฉียบ เขาได้เฉียด
เข้าไปสู่ขอบเหวแห่งความตายอีกครั้งแล้ว
เส้นทางแห่งการฝึกตน เปียมล้นไปด้วยความ
ยากลำบาก แลต้องพบกับอันตรายนานัปการอย่าง
แท้จริง!
ถึงกระนั้นในทุกๆครั้งที่เขาจะต้องเจอกับเหตุการณ์
เช่นนี้ แต่ยิ่งทำให้เขากลับรู้สึกเชื่อมั่นมากยิ่งขึ้น!
เขาไม่รู้ว่ามีอะไรเกิดขึ้นข้างนอกบ้าง มองไม่เห็นว่า
ลั่วผิน ถูกสังหารไปแล้วหรือไม่ ซึ่งเขาได้ยินแค่
เสียงเบา ๆ ที่ดังขึ้นเท่านั้น!
หมาปั่าปีศาจทมิฬ ที่อยู่เบื้องหน้าสายตาของเขา
มันกำลังเดินวนไปวนมาอยู่ด้านหน้าของ ตำหนัก
ด้านหลัง อย่างร้อนรน พร้อมทั้งจ้องนิ่งไปยัง อู่ อวี้
แต่มันก็มิกล้าเหยียบย่างเข้ามา
” เป็นไปได้ว่าในตำหนักด้านหลังแห่งนี้ อาจมีบาง
สิ่งบางอย่างที่มันหวาดกลัวอยู่! ไม่ว่าจะเป็นสรรพ
เทวะวิญญาณที่แข็งแกร่งกว่าแค่ไหน ข้าก็จะทุ่ม
ทุกสิ่งทุกอย่างเพื่อผ่านมันไปให้จงได้!”
อู่ อวี้ ลุกยืนขึ้นทันที ร่างอวตารของเขาที่ถูก
ทำลายไป พวกมันได้แปรเปลี่ยนกลายเป็นเส้นผม
สีทองคำ ลอยละล่องกลับคืนมาอยู่บนศีรษะของ อู่
อวี้ อีกทั้งผลกระทบจากการต่อสู้กับหมาปั่าปีศาจ
ทมิฬก็เริ่มฟืนฟูกลับคืนมาแล้ว
กล่าวตามตรง เขารู้สึกว่าสถานที่แห่งนี้ไม่น่าพิศมัย
เท่าใดนัก เขามั่นใจว่าในตำหนักด้านหลังแห่งนี้
ต้องมีสรรพเทวะวิญญาณที่แข็งแกร่งมากอย่าง
แน่นอน!
หรืออาจมีสิ่งอื่นที่ทำให้เขาหวาดกลัว
ดังนั้น อู่ อวี้ จึงลุกขึ้นยืนอย่างรวดเร็ว ในช่วงเวลา
วิกฤติเช่นนี้ เขาใช้ร่างอวตารที่เหลือ สั่งให้มัน
กระจายตัวกันออกไป เนื่องจากภายในตำหนัก
ด้านหลังมีห้องเล็กห้องน้อยอยู่เป็นจำนวนมาก
” ลองเดินไปทางนั้นดู ” ในช่วงเวลาวิกฤตแห่ง
ความเป็นความตาย หมิงซวงมิได้ปรากฏตัวขึ้นเลย
ซักครั้ง แต่ในเวลานี้นางปรากฏกายขึ้นเบื้องหน้า
ของ อู่ อวี้ พร้อมกับบอกทิศทางให้แก่เขา เห็นได้
ชัดว่านางพบบางอย่างเข้าให้แล้ว
หลังจากเดินผ่านห้องเล็ก ๆ หลายแห่ง อู่ อวี้ ก็
เดินเข้ามาในห้องเล็ก ๆ ห้องหนึ่ง เขาก็รู้สึกว่าที่
แห่งนี้แทบจะถูกปิดตายอย่างสิ้นเชิง ภายในนั้นมืด
สนิท ซึ่ง อู่ อวี้ แลเห็นบางสิ่งบางอย่างในได้ทันที
มันคือแท่นยกสูงที่มีไข่ใบนึงวางเอาไว้อยู่!
ใช่แล้ว มันเป็นเสมือนกับไข่นกกระจอกเทศที่มี
ขนาดใหญ่มาก ทั่วทั้งใบปกคลุมไปด้วยฝุั่นละออง
ดูจากลักษณะแล้วมันน่าจะเป็นสีขาว!
เมื่อ อู่ อวี้ มองไข่ใบนี้ เขาก็สัมผัสได้ว่ามีเสียง
คำรามดังก้องขึ้นในหัวของเขา
นึกถึงเรื่องที่ อู่ อวี้ หวง เหยียนอู่ กล่าว ในเวลา
นั้นเขาคิดว่ามันเป็นแค่เรื่องเพ้อฝัน ไม่คาดคิดว่า
มันจะกลับกลายเป็นเรื่องจริงขึ้นมาได้! ภายใน
พื้นดินใต้พิภพของเมืองโบราณจักรพรรดิเพลิงแห่ง
นี้ มีไข่อยู่จริง ๆ !
ช่างน่าเหลือเชื่อยิ่งนัก!
จิตใจของ อู่ อวี้ พุ่งพล่านปันปั่วน เขาไม่เข้าใจว่า
เกิดเรื่องเช่นนี้ขึ้นได้อย่างไร นิ้วมือของเขาสั่นเทา
จนกระทั่ง หมิงซวง กล่าวเตือนเขา ” เจ้าอย่าไป
คิดให้มากความ บางทีหมาปั่าปีศาจทมิฬอาจ
หวาดกลัวสิ่งนี้ รีบไปหยิบมาเร็วเข้า ไข่ใบนี้อาจ
ช่วยให้เจ้าเข้าไปในตำหนักหลักได้! ”
” ตกลง! ”
อู่ อวี้ กล่าวตอบรับด้วยเสียงดังก้อง ลั่วผิน ไม่
สามารถทานทนได้นานนัก เขารีบวิ่งไปคว้าไข่สี
ขาวไว้ทันที กล่าวตามตรง หลังจากสัมผัสไข่ อู่ อวี้
รู้สึกขนพองสยองเกล้าเป็นอย่างยิ่ง มือที่สัมผัสไข่
เสมือนดั่งกำลังจมลงสู่ห้วงแห่งวังวน ราวกับมัน
กำลังจะกลืนกิน อู่ อวี้ ลงไปจนสิ้น
ทว่านี่หาใช่ความจริงไม่ เนื่องจากมันเป็นแค่
ความรู้สึกเท่านั้น หากมองอย่างละเอียดแล้ว จะ
เห็นได้ว่าไข่ใบนี้ดูเหมือนจะธรรมดาเป็นอย่างยิ่ง
อย่างไรก็ตามมันอยู่ในคฤหาสน์มารกลืนสวรรค์ สิ่ง
นี้ต้องไม่ธรรมดาอย่างแน่นอน! อู่ อวี้ มิได้สนใจ
มากนัก เขาถือไข่เอาไว้ จากนั้นก็มุ่งตรงไปที่
ทางเข้าตำหนักด้านหลังทันที ในช่วงเวลานี้เอง
หมาปั่าปีศาจทมิฬก็ดูร้อนรนกระวนกระวายมาก
ยิ่งขึ้น มันแผดเสียงคำรามขึ้นอย่างบ้าคลั่ง แต่เมื่อ
เห็นว่า อู่ อวี้ ถือไข่เอาไว้ในมือ เสียงคำรามของ
มันก็แปรเปลี่ยนเป็นเสียงร้อง อิ๋งอิ๋ง มันหวาดกลัว
หัวหดพร้อมกับวิ่งหนีหางจุกตูดไปทันที ถึงแม้ว่า
มันจะหนีไปได้ไม่ไกลนัก แต่มันก็เปิดทางให้แก่ อู่
อวี้ แล้ว
เส้นทางที่จะพาไปสู่ตำหนักหลัก!
“ย๊ากก!!!”
อู่ อวี้ พุ่งทะยานออกไปทันที!
เขาไม่สามารถลังเลได้
ตอนนี้เขากำลังเสี่ยงเดิมพัน เดิมพันว่าเขาจะเปิด
ประตูหลังแล้วเข้าสู่ตำหนักหลักได้หรือไม่ ถ้ามัน
ปิดอยู่ ต่อให้เขามีไข่ใบนี้ อู่ อวี้ กับ ลั่วผิน ก็จบ
เห่อยู่ดี เนื่องจากเขาไม่สามารถออกไปจากตำหนัก
ด้านหลังนี้ได้ ส่วน ฉิน ฝูเหยา ต้องสังหาร ลั่วผิน
อย่างแน่นอน หลังจากนางจะฉกฉวยแย่งชิงทุกสิ่ง
ทุกอย่างของพวกเขาจนไปสิ้นแล้ว นางก็จะกลับ
ออกไปดั่งเช่นผู้มีชัย!
ฉิน ฝูเหยา กำลังสะกดข่ม ฉิน ฝูเหยา อย่างเห็นได้
ชัด ส่วนลั่วผิน กำลังใช้พลังเฮือกสุดท้ายต่อต้าน
ฉิน ฝูเหยา ถึงแม้จะเป็นโอกาสอันน้อยนิดก็ตามที
แต่นางต้องรีบเร่งเข้ามาในรูโหว่นี้เพื่อช่วยเหลือ อู่
อวี้ อย่างแน่นอน
ซึ่งถ้าหาก ฉิน ฝูเหยา ต้องการแย่งชิงทุกสิ่งทุก
อย่างไปจากลั่วผิน แน่นอนว่านางต้องปิดกั้นรูโหว่
นี้เอาไว้ก่อน
ในเวลานี้ หมาปั่าปีศาจทมิฬ กำลังส่งเสียงคำราม
ต่ำอยู่ในลำคอ แต่มันก็มิกล้าโจมตีเข้าใส่ อู่ อวี้
เนื่องจาก อู่ อวี้ ถือไข่เอาไว้ เขามิได้เอื้อนเอ่ยวาจา
ใด ๆ จากนั้นก็รีบมุ่งหน้าตรงไปยังประตูด้านหลัง
ของตำหนักหลักทันที ผ่านไปเพียงชั่วพริบตา เขา
ก็มายืนอยู่เบื้องหน้าประตูด้านหลังแล้ว เมื่อเห็นว่า
หมาปั่าปีศาจทมิฬ เอาแต่ร้องคำราม แต่มันก็ไม่
กล้าก้าวเข้ามา อู่ อวี้ ก็รู้สึกมั่นใจมากยิ่งขึ้น เขา
ถือไข่เอาไว้ด้วยมือข้างหนึ่ง จากนั้นก็ยื่นมืออีกข้าง
หนึ่งออกไป ทันใดนั้นเส้นเลือดสีทองบนแขนของ
เขาก็ปูดนูนขึ้นมาอย่างฉับพลัน อู่ อวี้ กรีดร้อง
คำราม ทุ่มเทแรงกายแรงใจทั้งหมดผลักดันประตู
ไปเบื้องหน้า จะสำเร็จหรือล้มเหลว ขึ้นอยู่กับ
ช่วงเวลานี้เท่านั้น!
” ลั่วผิน เจ้าต้องทนให้ได้!”
คำตอบที่ทุกคนเฝั้ารอจะถูกเปิดเผยแล้วในตอนนี้
อู่ อวี้ กระทืบเท้าด้วยความแข็งแกร่งทั้งหมด
พร้อมกับร้องคำราม แล้วออกแรงผลักประตูด้วย
ทุกสิ่งทุกอย่างที่ ถึงแม้ประตูด้านหลังของตำหนัก
หลักจะมีขนาดใหญ่โตเป็นอย่างยิ่ง แต่ครู่ต่อมาก็
บังเกิดเสียงดังขึ้นราวกับปาฎิหาริย์!
ครืน ครืน ครืน!
ไม่น่าเชื่อว่าจะกลายเป็นจริง เขาสามารถผลัก
ประตูด้านหลังของตำหนักหลักได้ …
ค่ายกลสามยุคดับสูญ ได้ปิดผนึก บรรพชนมาร
กลืนสวรรค์ ไว้ในที่แห่งนี้ …
บังเกิดเสียงดังขึ้น 1 ครั้ง จากนั้นประตูก็เปิดออก
จนกว้างมากพอให้ อู่ อวี้ ลอดผ่านเข้าไปได้
เนื่องจากเวลาได้ล่วงเลยผ่านมานานหลายแรมปี
จึงทำให้ทีแห่งนี้ปกคลุมไปด้วยฝุั่นหนาเตอะ แต่ชั่ว
ขณะนี้เอง ก็เหมือนดั่งเขาได้พบเห็นแสงสว่าง
………………………………………………..
(´▽`).。o♡ เพลิน
กลืนสวรรค์สะท้านทวยเทพ