กลืนสวรรค์สะท้านทวยเทพ - ตอนที่ 447 : เทียนไหอวี้ ฝูเหยา
“อู่ อวี้!”
บนร่างของ ฉิน ฝูเหยา เต็มไปด้วยคราบโลหิต ทั้ง
นางยังได้แสดงอาการเจ็บปวดออกมา
พลังอำนาจพลองของ อู่ อวี้ ที่ฟาดลงไปบนร่างอัน
บอบบางของนางมีความรุนแรงยิ่ง และร่างกาย
ของนางก็ไม่ได้ทนทานเช่นเดียวกับ หลี่ ขู่ไห่ นาง
จึงทำได้เพียงแค่กัดฟันอดทนด้วยความเจ็บปวด
ยังต้องการที่จะยืนขึ้นมาให้ได้อีก อู่ อวี้ จึงใช้เสาเห
ยียนหวงเบิกฟั้ากดลงไปที่หน้าอกของนาง ด้วย
พลังอันยิ่งใหญ่นี้ทำให้ ฉิน ฝูเหยา แทบจะหายใจ
ไม่ออก บางทีอาจจะเป็นเพราะนางรับรู้ถึงจิต
สังหารของ อู่ อวี้ ทำให้นางรู้สึกตื่นตระหนกอยู่
ภายในใจ บัดนี้ใบหน้าจึงแปรเปลี่ยนกลายเป็น
อ่อนหวานและกล่าวประจบสอพลอว่า “อู่ อวี้ เจ้า
อย่าได้ลงมือกับข้าเลย ข้าสำนึกผิดแล้ว เป็น
เพราะว่าข้าโลภเกิน เจ้าเป็นชายชาตรีที่สง่าผ่าเผย
อย่าได้คิดเล็กคิดน้อยกับสตรีตัวเล็กๆเช่นข้าเลยจะ
ได้ไหม? พลองนี้ ถือเป็นว่าเจ้าได้มอบบทลงโทษให้
ข้าเป็นที่เรียบร้อยแล้ว”
นางส่งเสียงอ่อนหวานออกมา เพื่ออ้อนวอนให้ อู่
อวี้ ให้อภัยนาง
อู่ อวี้ คิดขึ้นมาอย่างจริงจังว่าควรจะสังหารนางไป
ดีหรือไม่ ในคราแรกความประทับใจที่เขามีต่อ ฉิน
ฝูเหยา นั้นดีอย่างมาก เพียงแต่เขาไม่เข้าใจว่า
ทำไมหลังจากที่เข้ามายังสถานที่แห่งนี้ เหมือนกับ
ว่านางเปลี่ยนไปกลายเป็นคนละคน
ยามนี้ ลั่วผิน กำลังฟืนฟูร่างกายตัวเองด้วยเกล็ด
มังกรบรรพกาลอย่างต่อเนื่อง
“ถ้าหากว่าสังหารนางไป เมื่อพวกเราออกไปจาก
คฤหาสน์มารกลืนสวรรค์แห่งนี่ ไม่รู้ว่าท่านเจ้านคร
จะยังอยู่ที่ด้านนอกอยู่หรือไม่ หากอยู่ก็ย่อมเป็น
การยากจะอธิบายเรื่องของ ฉิน ฝูเหยา ”
“ถ้าหากไม่สังหารนาง เราก็ไม่อาจที่จะหยุดความ
เกลียดชังในตัวนางได้ นางเกือบจะทำให้ข้ากับ ลั่ว
ผิน จนเกือบจะต้องจบชีวิตลงในคฤหาสน์มารกลืน
สวรรค์แห่งนี้!”
ตัว อู่ อวี้ ต้องการที่จะล้างแค้นต่อผู้ที่ต้องการจะ
มาพรากชีวิตเขาไป เป็นการยากที่เขาจะเว้นชีวิต
เอาไว้ เนื่องจากก่อนหน้านี้เขาได้สับสนในยามที่
สังหาร จิ่วเซียน ไป ถึงแม้ว่าในใจของเขาจะคงยัง
มี จิ่วเซียน อยู่ก็ตามที แต่เขาก็ตัดใจกัดฟันสะบั้น
สังหารนาง มันเป็นความรู้สึกที่แปลกยิ่ง แต่เขาก็
ไม่ได้รู้สึกเสียใจในภายหลัง
แม้ว่า ฉิน ฝูเหยา จะมีสถานะที่สูงส่ง เป็นคนที่มี
เสน่ห์ และน่าประทับใจ แต่สำหรับในใจของ อู่ อวี้
แล้ว นางยังคงอยู่ไกลจากตำแหน่งของจิ่วเซียน
ดังนั้นแน่นอนว่าไม่ใช่เพราะความงดงาม หรือว่า
ความยั่วยวน ที่ทำให้เขาไม่กล้าลงมือ
ในตอนที่ ฉิน ฝูเหยา กำลังอ้อนวอนร้องขอความ
เมตตา ทำให้ความต้องการสังหารในจิตใจของเขา
เข้มข้นขึ้น เนื่องจากว่านี่มันทำให้เขารู้สึก ว่าสตรี
ผู้นี้เป็นคนที่เชี่ยวชาญในการตี 2 หน้า ปากอย่าง
ใจอย่าง ในวันนี้หากไม่สังหารนางไป ด้วยความ
เกลียดชังของนางนี้ มันอาจจะนำปัญหามาให้เขา
ในภายภาคหน้าก็ได้
เช่นนั้นเขาจึงมองไปด้วยสายตาเย็นชา ถึงแม้ว่า
ฉิน ฝูเหยา จะพยายามอ้อนวอนเขา แต่เขาก็ยังคง
ไม่คิดที่จะแสดงความเมตตาแต่อย่างใด
“อย่า! อู่ อวี้ ข้าจะรีบส่งกุญแจศิลาคืนให้เจ้า ข้า
ยอมให้เจ้าเป็นคนจัดการเรื่องนี้ ต่อไปนี้ข้าไม่กล้าที่
จะตั้งตัวเป็นศัตรูกับเจ้าอีกแล้ว อู่ อวี้ น้องชายที่
แสนดีของข้า” ฉิน ฝูเหยา ร่ำไห้ออกมา
นางเอื้อมมือออกไปคลำหาสิ่งของบางอย่างภายใน
ถุงจักรวาล
อู่ อวี้ เตรียมตัวที่จะรับเอากุญแจศิลามาก่อน แล้ว
จะสังหารนางมันก็นับว่ายังไม่สาย
ทันใดนั้นเอง!
“ไปตายซะ!”
ฉิน ฝูเหยา เปลี่ยนสีหน้าของนางไปอย่างฉับพลัน
แปรเปลี่ยนกลายเป็นใบหน้าที่ดูดุร้ายและน่ากลัว
สิ่งที่นางหยิบออกมาจากถุงจักรวาล มันไม่ใช่
กุญแจศิลา แต่มันเป็นแผ่นยันต์เวทแผ่นหนึ่ง!
พริบตาที่นางหยิบมันออกมา นางก็ทำการกระตุ้น
แผ่นยันต์ทันที ทันใดนั้นก็เกิดเป็นควันสีดำพวยพุ่ง
ขึ้นมาล้อมรอบ อู่ อวี้ เอาไว้อย่างรวดเร็ว!
“ยันต์วิญญาณครองร่าง อู่ อวี้ ครั้งนี้เจ้าจบสิ้น
แล้ว!” หลังจากที่ ฉิน ฝูเหยา กระตุ้นใช้งานแผ่น
ยันต์ นางก็ยิ้มขึ้นด้วยสีหน้าที่เย็นชาและค่อยๆลุก
ขึ้นมา หลังจากที่เห็น อู่ อวี้ ถูกพันธนาการเอาไว้
นางก็หันกลับไปมองที่ ลั่วผิน ในเวลานี้ ลั่วผิน ถูก
ล้อมรอบเอาไว้ด้วยแสงสีฟั้าครามอย่างสมบูรณ์
ฉิน ฝูเหยา รู้ดีว่ามันเป็นการยากที่จะสังหาร ลั่วผิน
ในตอนนี้ นางจึงรีบวิ่งหนีไปในทันที พริบตานางก็
เข้าไปข้างในตำหนักด้านหน้าแล้ว จากนั้นก็มุ่ง
ออกจากตำหนักหน้าอย่างรวดเร็ว
แม้ว่านางจะได้รับบาดเจ็บสาหัสจากการโจมตีของ
อู่ อวี้ แต่การหลบหนีนั้นนางยังคงสามารถทำได้
“เจ้าพวกแพศยา! หนังเหนียวกันนักนะ! อย่างไรก็
ตามในเมื่อกล้าที่จะมาตั้งตัวเป็นศัตรูกับข้า ทั้งยัง
แย่งชิงศาสตราเต๋าวิถีแท้ของข้าไปอีก! ข้าก็จะทำ
ให้พวกเจ้าทั้ง2คน อยู่ภายในคฤหาสน์มารกลืน
สวรรค์ด้วยกันตลอดไป ดูสิว่าพวกเจ้าจะมีชีวิต
รอดอยู่ได้อีกกี่ปีกัน!”
สถานการณ์ยามนี้ นางอยู่ในฐานะที่จะทำตัว
เย่อหยิ่งเช่นนี้ได้
อู่ อวี้ ประมาทมารยาอิสตรีมากเกินไป โดยเฉพาะ
อย่างยิ่ง โดยเฉพาะสตรีผู้ที่งดงามและมีสติปัญญา
ล้ำเลิศเช่น ฉิน ฝูเหยา เขากำลังจะยึดกุญแจศิลา
ไปจากนาง ไม่คาดคิดว่า ฉิน ฝูเหยา ที่ตกอยู่
ภายใต้สถานการณ์เช่นนี้ ยังกล้าที่จะลงมือออกมา
เช่นนี้!
ที่สำคัญคือ แผ่นยันต์ที่นางนำออกมาเป็นแผ่นยันต์
ของผู้ฝึกตนนอกรีต!
ผู้ฝึกตนจะถูกห้ามไม่ให้ใช้แผ่นยันต์ของผู้ฝึกตน
นอกรีต แผ่นยันต์ของผู้ฝึกตนนอกรีตจึงไม่ค่อย
แพร่หลายมาถึงผู้ฝึกตนที่อยู่ที่นี่มากเท่าไหร่
โดยเฉพาะอย่างยิ่ง แผ่นยันต์วิญญาณครองร่าง
เมื่อแผ่นยันต์นี้ถูกกระตุ้นใช้งานขึ้น ฉับพลันนั้นก็มี
วิญญาณชั่วร้ายพยายามแทรกซึมเข้าภายในร่าง
ของ อู่ อวี้
มันคือวิญญาณที่พุ่งเข้ามายึดครองร่างกาย!
นี่ไม่ใช่วิญญาณธรรมดาๆ แต่ด้วยวิธีการอัน
โหดร้ายของผู้ฝึกตนนอกรีต พุ่งเข้าฆ่าล้างสังหาร
คนนับหมื่น และได้ใช้พลังวิญญาณของวิญญาณ
อาฆาต ทำการผนึกเอาไว้ภายในพื้นที่แห่งหนึ่ง
ปล่อยให้พวกมันสังหารกันเอง จนสุดท้ายเหลือ
วิญญาณเพียงแค่ 1 ดวง ที่ดูดซึมพลังความคลั่ง
แค้นอาฆาตของวิญญาณนับหมื่นเอาไว้อย่างเต็ม
เปียม จนกลายมาเป็นวิญญาณร้ายในแผ่นยันต์นี้
ความสามารถในการครอบครองร่างของวิญญาณ
ร้าย จึงค่อนข้างที่จะทรงพลัง
ระดับของหัวหน้ากองร้อยทั่วไป เมื่อถูกวิญญาณ
ชั่วร้ายเข้ามายึดครองร่างแล้ว พวกเขาจะต้องตก
ตายไปอย่างไม่ต้องสงสัย ดังนั้นถึงแม้ว่ายันต์แผ่น
นี้จะไปอยู่ในโลกของผู้ฝึกตนนอกรีต มูลค่าของมัน
ก็นับว่าสูงมาก
“ภาพจำแลงเซียนวานร!”
วิญญาณของ อู่ อวี้ รู้สึกปวดแสบปวดร้อนอย่าง
ยิ่ง เนื่องจากถูกวิญญาณร้ายจู่โจมอย่างฉับพลัน
อย่างไรก็ตามเขารีบโต้ตอบกลับไปอย่างรวดเร็ว
ตอนนี้สตินึกคิดของเขาจมดิ่งลงไปอยู่ภายในโลก
ของภาพจำแลงเซียนวานร พร้อมนำพาวิญญาณ
อาฆาตเข้ามาภายในที่แห่งนี้
ฟูั่ว!
ท่ามกลางเพลิงที่ลุกโชน ปรากฎเป็นราชันวานรที่
ลุกโชนขึ้นด้วยเปลวเพลิงอันร้อนแรง มีอำนาจ
บารมีเป็นหนึ่งในใต้หล้า!
เมื่อวิญญาณอาฆาตมาถึงโลกใบนี้ เพียงแค่สัมผัส
กับเปลวเพลิง มันก็กรีดร้องออกมาอย่างเจ็บปวด
พริบตานั้นมันได้ถูกเปลวเพลิงพุ่งเข้าแผดเผาจน
กลายเป็นเถ้าถุลี!
ยันต์เวทนี้อาจจะมีผลกระทบอย่างมากกับคนอื่นๆ
แต่สำหรับ อู่ อวี้ มันมีผลเพียงเล็กน้อย
วิญญาณอาฆาตได้ตกตายไปแล้ว ตอนนี้ในหัวของ
อู่ อวี้ รู้สึกปวดแสบปวดร้อนอยู่นิดหน่อยเท่านั้น
แต่เขาก็สามารถตอบโต้กลับไปอย่างรวดเร็ว จน
พอมีสติที่จะเห็นว่า ฉิน ฝูเหยา ได้หลบหนีจากไป
แล้ว ในตอนนี้เขาไม่สามารถทำอะไรได้มากนัก ทำ
ได้เพียงแค่ไล่ตามนางไป!
“ข้าถูกสตรีผู้นี้ปันหัวเล่นอีกแล้ว!” อู่ อวี้ ตัวสั่น
เทาเพราะความโกรธ นี่เป็นครั้งแรกที่เขาถูกสตรี
คนหนึ่งหลอกซ้ำแล้วซ้ำเล่า ในคราแรกถูกกล
อุบายจนตกเข้าไปอยู่ในตำหนักด้านหลัง ต่อมา
ยามนี้ก็ถูกนางหลอกและหลบหนีออกไป
คนเร่งมุ่งหน้าไปที่ตำหนักด้านหน้าอย่างรวดเร็ว
แต่พบว่า ฉิน ฝูเหยา ได้ใช้กุญแจศิลาเปิดประตู
ออกไปเรียบร้อยแล้ว ก่อนที่ อู่ อวี้ มาถึงด้านนอก
ของตำหนักด้านหน้า และออกจาก คฤหาสน์มาร
กลืนสวรรค์ ก็ปรากฏเป็นแสงสีทองอร่ามโผล่
พรวดออกมาอย่างฉับพลัน! ภายในแสงสีทองนั้น
เป็น ฉิน ฝูเหยา นั่นเองที่ค่อยๆจมหายเข้าไป
หลังจากนั้นแสงสีทองก็ค่อยๆจางหายลงไป!
ไม่ทันการณ์เสียแล้ว เนื่องจากระยะนี้ค่อนข้างไกล
พอสมควร!
“อู่ อวี้ เจ้าทำอะไรข้าไม่ได้หรอก ขอให้เจ้าสุข
สำราญไปกับฝันร้ายในที่แห่งนี้ตลอดไปนะ” ฉิน ฝู
เหยา หัวเราะคิกคัก และหายไปในพริบตา
“ข้าจะบอกอะไรเจ้าอย่างหนึ่ง ชื่อจริงๆของข้าคือ
เทียนไห่อวี้ ฝูเหยา”
เมื่อนางกล่าวคำสุดท้ายเสร็จ อู่ อวี้ ก็พึ่งจะมาถึง
จุดนี้อย่างพอดิบพอดี แต่ว่าน่าเสียดาย แสงสีทอง
ได้หายไปเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ในตอนที่ อู่ อวี้
กระโจนเข้าไปในพื้นที่นั้น กุญแจศิลาก็สิ้นฤทธิ์ไป
ก่อนเสียแล้ว เขามาช้าไปเพียงก้าวเดียว ทันใดนั้น
ทั่วทั้งคฤหาสน์มารกลืนสวรรค์ก็ทั้งหมดก็มืดมิดลง
“เทียนไห่อวี้ ฝูเหยา?“ อู่ อวี้ ครุ่นคิด นี่มันเรื่องบ้า
อะไรกัน ทำไมนางถึงมีอีกชื่อ?
คาดไม่ถึงว่าเขาจะปล่อยให้นางใช้กุญแจศิลา
หลบหนีไปได้
เมื่อไตร่ตรองดู ปัญหานี้ถือว่าใหญ่หลวงอย่างยิ่ง
ไม่เพียงแต่เขาจะแก้แค้นไม่ได้ แต่เขายังถูกปิดตาย
ให้อยู่ภายในคฤหาสน์มารกลืนสวรรค์แห่งนี้
เป็นไปได้ว่าเขากับ ลั่วผิน จะต้องถูกขังอยู่ภายในนี้
ไปตลอดกาล จนกว่าจะตกตายลงไป
อย่างไรก็ตาม อู่ อวี้ ก็สงบจิตใจของเขาลง
ยามเมื่อยืนอยู่ด้านหน้าของคฤหาสน์มารกลืน
สวรรค์ เขาก็คิดออกมาว่า “ถึงแม้ว่าจะไม่มีกุญแจ
ศิลา แต่ถ้าหากว่า ลั่วผิน นั้นฟืนฟูกลับมาได้ ด้วย
ความสามารถของนาง ก็ไม่แน่ว่าอาจจะมีวิธีที่จะ
ออกไปสู่ภายนอกได้ ก่อนหน้านี้นางได้กล่าวเอาไว้
ว่าถ้าหากไม่มีกุญแจศิลาก็จะต้องใช้พลังอัน
มหาศาลทะลวงเข้ามาเสีย เพียงแต่อาจจะเกิดเป็น
เสียงอึกทึกได้ แต่ว่ายามนี้ไม่มีเวลามัวมาสนใจ
แล้ว”
“ฉิน ฝูเหยา หลังจากที่ออกไปได้แล้ว ค่อยไปคิด
บัญชีกับนางทีหลัง!”
สำหรับ อู่ อวี้ นั้น มันยังไม่จบเพียงเท่านี้
“อย่างไรก็ตามทำไมนางถึงมาบอกข้า ว่าชื่อที่
แท้จริงของนางคือ เทียนไห่อวี้ ฝูเหยา กันนะ?”
อู่ อวี้ เก็บข้อสงสัยนี้ แล้วเดินกลับไปที่หน้าตำหนัก
หลัก ในตอนนี้ ลั่วผิน กำลังจมดิ่งอยู่ภายใน
มหาสมุทร สีหน้าของนางดูดีขึ้นมาก นางน่าจะดิ้น
รนจนหลุดพ้นออกมาจากชายขอบแห่งความตาย
ได้แล้ว การที่นางจะฟืนฟูจนกลับมาอยู่ในจุดสูงสุด
ย่อมขึ้นอยู่กับเวลาแล้ว
“นางหลบหนีอออกไปแล้ว?” ลั่วผิน เอ่ยถามด้วย
น้ำเสียงที่อ่อนโยน
อู่ อวี้ พยักหน้าแล้วกล่าวตอบไปว่า “ใช่”
ลั่วผิน กล่าวขึ้นมาว่า “ท่านไม่ต้องกังวลไป รอให้
ข้าฟืนฟูกลับมาก่อน สมควรจะสามารถทำลาย
ประตูออกไปจากที่แห่งนี้ได้ เราถูกขังอยู่ที่นี่เพียง
ไม่นานเท่านั้น”
เมื่อได้ยินเช่นนี้ อู่ อวี้ จึงรู้สึกวางใจขึ้นมาก
เขาได้การไตร่ตรองอยู่ชั่วครู่ แล้วถามด้วยความ
สงสัย “ทำไมนางถึงบอกกับข้าว่า ชื่อจริงๆของ
นางก็คือ เทียนไห่อวี้ ฝูเหยา?”
ลั่วผิน เสมือนปิดตาลงท่ามกลางมหาสมุทร
ร่างกายอันพร่าเลือนราวกับอยู่ในห้วงแห่งความ
ฝัน ทำให้ไม่สามารถมองเห็นนางได้ชัดเจน ได้
กล่าวออกมาว่า “ท่านอาจจะยังไม่รู้ นี่คือชื่อจริง
ของนาง นางเป็นผู้ฝึกตนนอกรีตของ ‘ประตูวิหาร
จักรพรรดิ’ เป็นไส้ศึกเข้ามาสอดแนมภายในนคร
จักรพรรดิเพลิง”
“ว่ายังไงนะ?” อู่ อวี้ รู้สึกตกตะลึง
อย่างไรก็ตาม ดูเหมือนว่า ลั่วผิน จะไม่ได้พูดจาส่ง
เดช หลังจากที่ ฉิน ฝูเหยา เข้ามาในที่แห่งนี้ นางก็
ได้เปลี่ยนแปลงไปนิดหน่อย และเป็นความจริงที่ว่า
นางเพิ่งจะใช้ยันต์เวทของผู้ฝึกตนนอกรีต
แต่ปัญหาก็คือ นางถูกฝึกฝนให้อยู่บนเส้นทางแห่ง
เต๋าอันถูกต้อง นอกจากยันต์เวทแล้ว นางก็ไม่มี
สิ่งของอย่างอื่นที่เป็นของผู้ฝึกตนนอกรีตเลย
แต่เมื่อคิดไปแล้ว ถ้าหากนางฝึกตนบนหนทางของ
ผู้ฝึกตนนอกรีต แล้วจะเข้ามาอยู่ภายในนคร
จักรพรรดิเพลิงได้อย่างไร?
อู่ อวี้ เข้าใจแล้ว
ทันใดนั้นเขาก็ตระหนักได้ แล้วกล่าวว่า “ที่แท้ก็
เป็นเช่นนี้ เคยได้ยินมาว่าก่อนหน้านี้นิกายของนาง
ได้ถูกผู้ฝึกตนนอกรีตทำลาย ขุนพลฉินจึงรับนาง
เข้ามาเป็นลูกบุญธรรม ในความเป็นจริงคาดว่า
หลังจากผู้ฝึกตนนอกรีตทำลายพรรคเซียนวายุ
และจงใจนำพรรคพวกของตัวเองซึ่งก็คือนางไว้ที่
นั่น หลักฐานก็คือนางเป็นผู้เหลือรอดชีวิตเพียง
หนึ่งเดียว อย่างน้อยพวกขุนพลฉินก็ไม่เคยเห็น
บุตรสาวของประมุขพรรคเซียนวายุจริงๆ ซึ่งเขา
ไม่รู้ว่าตนได้นำไส้ศึกผู้ฝึกตนนอกรีตที่ถูกฝึกฝนมา
ตั้งแต่เด็กกลับมาเข้าให้เสียแล้ว! อีกทั้งไส้ศึกสอด
แนมผู้นี้ก็ได้ฝึกฝนเต๋าแห่งความถูกต้องมาตั้งแต่ยัง
เล็ก!”
เมื่อนึกไปถึงประวัติของ ฉิน ฝูเหยา ความจริงแล้ว
มันก็มีความเป็นไปได้ที่เป็นเช่นนี้ ต้นกำเนิดของ
นางได้ถูกผู้ฝึกตนนอกรีตควบคุมได้อย่างง่ายดาย
เพราะเนื่องจากพรรคเซียนวายุได้ถูกทำลายจนสิ้น
แล้วใครจะรู้ว่านางคือ ฉิน ฝูเหยา ตัวจริง?
“ท่านยังจำได้หรือไม่? อันที่จริงครั้งนั้นที่พวกเรา
ไปทำภารกิจที่เมืองเมฆาแรกอรุณ เป็นนางที่ขอรับ
ภารกิจคนแรก ซึ่งเหตุผลของนางคือการไปเพื่อ
ติดต่อส่งข้อมูลกับผู้ฝึกตนนอกรีต อย่างไรก็ตาม
ในตอนนั้นท่านสังหารคู่ต่อสู้เร็วเกินไป จากนั้นก็มุ่ง
ไปหานางทันที และเพื่อที่จะปกปิดตัวตนของนาง
นางจึงจงใจให้ท่านสังหารผู้ส่งสารของนาง ใน
เวลานั้น ข้ารู้สึกว่ามีบางสิ่งแปลกๆ!”
อู่ อวี้ ตกตะลึง
ที่ ลั่วผิน กล่าวมานั้นไม่ผิด อู่ อวี้ นึกไปถึง
รายละเอียดของภารกิจเมืองเมฆารุ่นอรุณ คราแรก
คือกำจัดปีศาจ หลังจากนั้นจึงพบว่าความจริงแล้ว
เป็นฝีมือของผู้ฝึกตนนอกรีต และเป็นไปได้ว่านี่
เป็นการจัดฉากของผู้ฝึกตนนอกรีต เพราะยังไง
แล้วนี่ย่อมเป็นโอกาสเดียวที่พวกมันจะสามารถ
ติดต่อกับ ฉิน ฝูเหยา ได้ เนื่องจากในนคร
จักรพรรดิเพลิง นางไม่กล้าที่จะใช้ยันต์เวทและทำ
การติดต่อกับผู้ฝึกตนนอกรีตอยู่แล้ว
นางใช้ชีวิตตั้งแต่เด็กจนโตภายในนครจักรพรรดิ
เพลิง ทั้งยังกลายมาเป็นอัจฉริยะในที่แห่งนี้ ไม่
คาดคิดว่านางจะเป็นไส้ศึกสอดแนมของประตู
วิหารจักรพรรดิแห่งทะเลตงไห่! นับว่านี่เป็นเรื่อง
วิกฤตเกินไปเสียแล้ว!
ไม่น่าแปลกใจที่ ฉิน ฝูเหยา และ อิสตรีในทวีปแห่ง
ทวยเทพ จะมีลักษณะที่แตกต่างกันอยู่เล็กน้อย ที่
แท้นางก็เป็นคนที่มาจาก จัตุรัสตงหยาง อันน่า
พิศวงนี่เอง!
อย่างไรก็ตามนางซ่อนตัวได้อย่างแยบยลเป็นอย่าง
ยิ่ง กระทั่งเจ้านครจักรพรรดิเพลิงก็ยังไม่อาจรู้ได้
ถ้าหากว่านางไม่ได้บอกว่าชื่อที่แท้จริงของตนคือ
เทียนไห่อวี้ ฝูเหยา อู่ อวี้ ก็จะไม่เชื่อว่าเรื่องนี้เป็น
เรื่องจริง
นี่เป็นชื่อโดยเฉพาะของผู้ฝึกตนนอกรีต
ในตอนนี้เขาเข้าใจเรื่องราวทั้งหมดได้ในทันที!
แต่ก็มิอาจทำอันใดได้แล้ว เนื่องจากนางได้หลบหนี
ไปเป็นที่เรียบร้อย
“หลังจากที่ออกไปแล้วพวกเราค่อยไปจัดการเก็บ
กวาดนาง” หลังจากที่ อู่ อวี้ กล่าวประโยคนี้จบ
เขาก็ได้เอ่ยถามขึ้นอีกที “พวกเราจะสามารถ
ออกไปได้เมื่อไหร่?”
ลั่วผิน รู้สึกลังเลอยู่สักพัก ครู่ต่อมาก็ได้กล่าวว่า
“ข้าก็ไม่แน่ใจนัก เพราะว่าข้าได้รับบาดเจ็บสาหัส
อาจจะต้องใช้เวลาประมาณ 2 ปี”
2 ปี!
อู่ อวี้ เกิดความกังวลขึ้นมาจับใจ เพราะว่าถ้าเป็น
เช่นนั้นเขาก็ไม่สามารถที่จะไปตามนัดของนิกาย
เซียนซูซันได้
………………………………………………..
(´▽`).。o♡ เพลิน
กลืนสวรรค์สะท้านทวยเทพ