กลืนสวรรค์สะท้านทวยเทพ - ตอนที่ 448 :
ศาสตร์ลับเซียนวินาศ ก่อตำหนักเซียน
ปัจจุบัน ลั่วผิน อยู่ในช่วงเวลาสำคัญของการ
บำเพ็ญตน เนื่องจากขอบเขตขั้นฝึกตนของนางยัง
ได้รับความเสียหายอย่างหนัก ดังนั้นก่อนอื่นนาง
ต้องพึ่งพาเก็ดมังกรบรรพกาลฟืนฟูรักษาอาการ
บาดเจ็บของตนเอง
คาดว่าอันดับแรก นางต้องขับพลังจากทัณฑ์
สวรรค์ออกไป จนกว่าจะไม่หลงเหลือพลังจาก
ทัณฑ์สวรรค์อยู่ในร่างของนาง
จากนั้นนางต้องฟืนฟูรักษาอาการบาดเจ็บ
จนกระทั่งกลับคืนสู่จุดสูงสุดอีกครั้ง สำหรับ ลั่วผิน
ความแข็งแกร่งสูงสุดของนางเหนือยิ่งกว่าตอนนี้
อย่างทาบไม่ติด ดังนั้นระหว่างกระบวนการ
ทั้งหมดนี้จึงจำเป็นต้องใช้เวลาประมาณ 2 ปี ซึ่ง
อันที่จริงแล้วก็ไม่ได้มากมายเท่าใดนัก
คาดว่ายามที่นางสามารถทำลาย คฤหาสน์มาร
กลืนสวรรค์ เพื่อหาทางออกได้นั้น ย่อมยังคงไม่ใช่
ความแข็งแกร่งที่สุดของนาง
” ข้าต้องขออภัยด้วย ที่ทำให้ท่านต้องมาติดพันอยู่
กับข้าเช่นนี้ ข้าจะพยายามทำให้ดีที่สุด ” ลั่วผิน
กล่าวขออภัย
” ไม่มีปัญหา ช่วงเวลาแห่งความเป็นความตายได้
ผ่านพ้นไปแล้ว ท่านไม่จำเป็นต้องสนใจเรื่อง
หยุมหยิมเช่นนี้ แค่การเดินทางไปซูซัน ถือเป็น
เรื่องใหญ่ที่ข้าห้ามพลาดเด็ดขาด นอกนั้นก็ไม่มี
ปัญหาใด ” อู่ อวี้ กล่าวตอบกลับไปอย่างอารมณ์
ดี
เมื่อ ลั่วผิน เห็นว่าเขามิได้รีบเร่ง ความรู้สึก
ประทับใจในตัวเขาก็เพิ่มมากยิ่งขึ้น นางมิได้กล่าว
อันใดอีก จากนั้นก็เริ่มใช้ ‘เกล็ดมังกรบรรพกาล’
ขับไล่ทัณฑ์สวรรค์ในร่างออกไป! ช่วงเวลานี้ถือ
เป็นกระบวนการที่สำคัญยิ่ง อีกทั้งยังถือเป็นการ
ต่อสู้อีกด้วย
” ก่อนที่ข้าจะขับพลังจากทัณฑ์สวรรค์ออกจากร่าง
หากท่านต้องการบำเพ็ญตน จะดีกว่าหากท่านไป
ฝึกฝนด้านนอก คฤหาสน์มารกลืนสวรรค์ ” ก่อนที่
ลั่วผิน จะจมลงสู่ห้วงภวังค์แห่งการบ่มเพาะ นางก็
กล่าวเตือนเขา
มิเช่นนั้น นี่อาจเป็นการใช้เวลาอย่างสูญเปล่า
ประการแรกเนื่องจากสถานที่แห่งนี้ไม่เหมาะ
สำหรับการเข้าสู่สมาธิเพื่อฝึกตน ประการที่สอง
เป็นไปได้ว่าเขาอาจได้รับลูกหลงจากทัณฑ์สวรรค์
นอกจากนี้ ลั่วผิน ยังต้องแข่งกับเวลาเพื่อ อู่ อวี้
ด้วย
อู่ อวี้ เดินออกจากคฤหาสน์มารกลืนสวรรค์ ยืนอยู่
ที่ตำแหน่งทางออก ในเวลานี้เกิดการเปลี่ยนแปลง
ครั้งใหญ่ขึ้นในคฤหาสน์มารกลืนสวรรค์ ภายใน
ส่องสว่างไปด้วยแสงสีคราม ราวกับว่าภายใน
คฤหาสน์มารกลืนสวรรค์ ได้แปรเปลี่ยนกลายเป็น
มหาสมุทร ต่อมาก็บังเกิดคลื่นลมพายุปันปั่วน สาย
อัสนีบาตฟาดผ่าไปทั่วทุกแห่งหน เปลวเพลิงลุก
โหมกระหน่ำ ราวกับว่านี่คือความโกรธเกรี้ยวจาก
สวรรค์! อำนาจจากทัณฑ์แทบทุกชนิดพุ่งพล่าน
ปันปวนอย่างบ้าคลั่ง ท่ามกลางการต่อสู้จากพลัง
แห่งกฎเกณฑ์นี้ พลังอำนาจอันยิ่งใหญ่เกรียงไกรไร้
สิ้นสุดได้บังเกิดออกมาอย่างต่อเนื่อง ช่างเป็นภาพ
ที่น่าตื่นตะลึงอย่างยิ่ง เห็นได้ชัดว่านี่คือพลังจาก
ทัณฑ์สวรรค์ที่ ลั่วผิน ขับออกจากร่าง
คาดว่าระหว่างกระบวนการนี้ต้องใช้เวลาอีกนาน
พอสมควร
อู่ อวี้ พึมพำขึ้นว่า ” คาดว่าข้าคงต้องใช้เวลา 2 ปี
อยู่ใน คฤหาสน์มารกลืนสวรรค์ อีกทั้งที่แห่งนี้ยังไร้
ซึ่งพลังงานฟั้าดิน เทียบไม่ได้กับหลุมบรรพกาล
จักรพรรดิเพลิง เหือดแห้งเสียยิ่งกว่านิกายกระบี่
สวรรค์ หากข้าจะบำเพ็ญตนข้าต้องใช้เม็ดยา
ปราณมรกต แต่ตอนนี้ข้าเหลือโอสถอยู่ไม่มาก
แล้ว… ”
เขาอดขมวดคิ้วขึ้นมาอย่างช่วยไม่ได้ จากนั้นก็นึก
ถึง เปั่ยซาน ม่อ ซึ่งอยู่ในถ้ำกำเนิดใหม่แห่งซูซัน
ถึง 3 ปี และเขาก็มีโอกาสที่คล้าย ๆ กัน แต่ช่างน่า
เศร้าที่เขาต้องมาติดแหง็กอยู่ใน คฤหาสน์มารกลืน
สวรรค์ ถึง 2 ปี ซึ่งกลิ่นอายฟั้าดิน และ
สภาพแวดล้อมในที่แห่งนี้ย่ำแย่ถึงขีดสุด
หมายความว่าถ้าหากเขาต้องการไล่ตาม เปั่ยซาน
ม่อ แล้วละก็ เขาต้องตกเป็นฝั่ายเสียเปรียบอย่าง
แน่นอน
อีกฝั่ายหนึ่งเสมือนกับขี่กระบี่บินอยู่บนท้องนภา
แต่ตัวเขากับต้องมาติดแหง็กอยู่ในคฤหาสน์มาร
กลืนสวรรค์ ราวกับกำลังจมปลักอยู่ในบ่อโคลน
ถึงแม้เขาจะพยายามอย่างหนัก แต่ผลลัพธ์ที่ได้ก็
แตกต่างกันมาก…
ข้อบกพร่องนี้ทำให้ อู่ อวี้ ค่อนข้างเศร้าหมองหดหู่
ด้วยเพราะเขาไม่มีทางจะโค่นล้มมันได้อย่าง
แน่นอน
” นับตั้งแต่เยาว์วัยจนถึงตอนนี้ ข้ามักพบเจอกับ
อุปสรรคอยู่บ่อยครั้ง ทั้งยังไม่ทันได้ขึ้นไปถึง
จุดสูงสุด ยังจะต้องมาติดใน คฤหาสน์มารกลืน
สวรรค์ อีก?”
แต่เนื่องด้วยความแน่วแน่อันแรงกล้า ดังนั้นเขาจึง
เพียงแต่บ่นออกเพื่อระบายเท่านั้น
” อู่ อวี้ ‘ไข่’ ที่เจ้าเพิ่งได้รับมา ไหนลองเอาออกให้
ข้าดูหน่อยซิ ” หมิงซวง กล่าวขึ้นด้วยน้ำเสียง
ตื่นเต้นเล็กน้อย
นางพูดคุยสื่อสารกับ อู่ อวี้ ผ่านห้วงภวังค์
จิตสำนึกภายในร่างของเขา ฉะนั้นคนที่อยู่
ภายนอกจึงไม่อาจได้ยินบทสนทนานี้ได้
” นี่ใช่ไข่ไก่หรือเปล่า ? ” อู่ อวี้ หยิบไข่ออกมาแล้ว
เช็ดมันเล็กน้อย ไข่ฟองนี้มีสีขาวบริสุทธิ์ ทั้งยังมี
ขนาดค่อนข้างใหญ่ ฉะนั้นมันจะต้องไม่ใช่ไข่ไก่
อย่างแน่นอน
” ข้าจะไปรู้ได้อย่างไรเล่าว่ามันเป็นไข่อะไร? ข้ารู้
แค่ว่ามันเป็นไข่! เจ้าไม่รู้สึกแปลก ๆ บ้างเลยหรือ
ไร? ว่าไอ้ไข่บ้านี่จะมาโผล่ใน คฤหาสน์มารกลืน
สวรรค์ ได้ยังไง ในเมื่อที่นี่เป็นสถานที่ผนึก บรรพ
ชนมารกลืนสวรรค์ ” หมิงซวง กล่าวขึ้นด้วยความ
ตื่นเต้นระคนสงสัย
อู่ อวี้ มองลงมาที่มันจากนั้นก็ลองเคาะฟังเสียง ฟัง
จากเสียงมันแล้วไม่ต้องสงสัยเลยว่า สิ่งที่อยู่ด้าน
ในของไข่ใบนี้ยังมีชีวิตอยู่ ซึ่งดูเหมือนว่าสิ่งมีชีวิต
ที่อยู่ด้านในนั้นอ่อนแอมากทีเดียว อ่อนแอจนแทบ
จะไร้ชีวิต เสมือนกับว่ามันพร้อมจะตายได้ทุกเมื่อ
แต่ถึงกระนั้นเปลือกไข่ไม่ได้เปราะบาง ต่อให้ อู่ อวี้
ออกแรงเพิ่มขึ้นอีกสักเล็กน้อย ก็ดูเหมือนว่าจะไม่
สามารถกระเทาะเปลือกไข่ออกได้
” ใช่… ว่าแต่จะมีสิ่งมีชีวิตชนิดไหนอยู่ในไข่ฟองนี้?
เป็นไปได้ว่านี่อาจเป็นทายาทของ สรรพเทวะ
วิญญาณ? แต่ว่า สรรพเทวะวิญญาณ ไม่สามารถ
สืบเชื้อสายเผ่าพันธุ์ได้มิใช่หรือ แล้วสิ่งนี้มันคือ
อะไรกันแน่? ไฉนหมาปั่าปีศาจทมิฬต้องหวาดกลัว
มันถึงเพียงนั้นด้วย? ”
อู่ อวี้ รู้สึกสับสนระคนกังขาอยู่ในใจ
หมิงซวง กล่าวว่า ” ถ้าให้ข้าเดาข้าคิดว่าไอ้ไข่ฟอง
นี้มันต้องเกี่ยวข้องกับบรรพชนมารกลืนสวรรค์
บางทีบรรพชนมารกลืนสวรรค์อาจจะยังไม่ตายก็
ได้ แต่ข้าก็ไม่รู้ว่ามันกลายเป็นไข่ได้อย่างไร บางที
มันอาจจะตายแล้วก็ฟืนมาเป็นไข่ ไม่ว่าจะอย่างไร
ถ้าคิดว่ามันจะต้องเกี่ยวข้องกับ บรรพชนมารกลืน
สวรรค์! ” หมิงซวง กล่าวถึงข้อสันนิษฐานของ
ตนเอง
เขาไม่ทราบว่าสาเหตุใด หมิงซวง ถึงได้ดูตื่นเต้น
เพียงนี้
อู่ อวี้ ส่ายศีรษะแล้วกล่าวว่า ” มันก็อาจจะใช่หรือ
อาจจะไม่ใช่ บางทีมันอาจจะเกี่ยวข้องกับอดีต เจ้า
นครจักรพรรดิเพลิง หรือไม่ก็ไข่ใบนี้ถูกวางเอาไว้
ที่นี่ เพื่อสยบการกำเนิดของ สรรพเทวะวิญญาณ
กรณีนี้ก็มีความเป็นไปได้เช่นกัน …”
” เชื่อข้าสิ ว่ามันต้องมีบางอย่างเกี่ยวข้องกับบรรพ
ชนมารกลืนสวรรค์ หญิงชราผู้นี้กินข้าวมานาน
ก่อนที่เจ้าจะกินอึตัวเองเสียอีก! ” หมิงซวง แยก
เขี้ยวเคี้ยวฟันกางกรงเล็บ
” เป็นเจ้าน่ะสิที่กินอึ ” อู่ อวี้ หัวเราะ
ในความเป็นจริงการเตือนของ หมิงซวง นับว่า
สมเหตุสมผลเป็นอย่างยิ่ง เขาจึงต้องพยายาม
ระมัดระวัง ซึ่งถ้าไข่ฟองนี้เกี่ยวข้องกับ บรรพชน
มารกลืนสวรรค์ ขึ้นมาจริง ๆ แล้วล่ะก็ สิ่งที่
เหมาะสมมากที่สุดก็คือทำลายมันไม่ใช่หรือ?
” ถ้าเป็นจริงอย่างที่เจ้ากล่าว แล้วจะจัดการมันได้
อย่างไร? ” อู่ อวี้ ซักถามต่อ
หมิงซวง หัวเราะคิกคัก จากนั้นก็กล่าวขึ้นด้วย
ท่าทางลี้ลับว่า ” ประการแรก ที่ข้าคาดเดาว่าไข่ใบ
นี้เกี่ยวข้องกับ บรรพชนมารกลืนสวรรค์ บางทีมัน
อาจเป็นความหวังที่ บรรพชนมารกลืนสวรรค์ จะ
ฟืนคืนชีพกลับมาอีกครั้ง อีกทั้งมันยังไม่ใช่สิ่งของ
ธรรมดาใช่ไหมล่ะ? บางที บรรพชนมารกลืน
สวรรค์ อาจเป็นเหตุให้สรรพเทวะวิญญาณตนอื่น
ต้องหวาดกลัว ? นี่เป็นกุญแจสำคัญเลยเชียวล่ะ
และที่สำคัญยิ่งไปกว่านั้น มันคือซากตัวอ่อนที่
สมบูรณ์แบบ ข้ามีวิชาอยู่ชนิดหนึ่ง เมื่อเจ้าบรรลุ
ถึง ‘ขอบเขตก่อร่างกำเนิดจิตเทวะ’ เจ้าสามารถ
แบ่งจิตเทวะออกเป็น 2 ได้ ก่อร่างสร้าง ‘จิตเทวะ
ดวงที่ 2’ ! และเจ้าสามารถก่อร่างสร้างจิตเทวะ
ดวงที่ 2 ในซากตัวอ่อนนี้ได้ จากนั้นเปลี่ยนมัน
กลายเป็นร่างกายของเจ้าเอง ถ้าเป็นอย่างที่
คาดคิดเอาไว้จริง ๆ เป็นไปได้ว่าในอนาคตเจ้าอาจ
มีร่างจำแลงเป็นสรรพวิญญาณซึ่งมีพลังอำนาจ
เช่นเดียวกับ บรรพชนมารกลืนสวรรค์ ข้ากล้าพูด
เลยว่า คุณประโยชน์ของมันไม่ได้ด้อยไปกว่าพลอง
ทองสมปรารถนาเลยเชียวล่ะ…”
ฟังดูแล้วมันดูน่าเหลือเชื่อเกินไป ยิ่งฟัง อู่ อวี้ ก็ยิ่ง
ไม่เข้าใจ ในเวลานี้เขายังคงอึ้งตะลึงอยู่
” กล่าวคือข้าสามารถทำให้ร่างจำแลงของเจ้าน่า
สะพรึงกลัวมากยิ่งขึ้น และมันยังเป็นร่างกายของ
ตัวเจ้าเองอีกด้วย เจ้าจะมีความสามารถเช่นดั่ง
บรรพชนมารกลืนสวรรค์ กลืนกินได้ทั้งสวรรค์แล
ปฐพี! แน่นอนถ้าหากว่าไข่ใบนี้เป็นอย่างที่ข้าคิดล่ะ
นะ ” หมิงซวงกล่าว
อู่ อวี้ จ้องมองไข่เป็นเวลานาน
เขาไม่แน่ใจว่ามันคืออะไร แต่ที่แน่ ๆ สิ่งนี้จะต้อง
เป็นปัญหาใหญ่
หากเขานำมันออกมาจาก คฤหาสน์มารกลืน
สวรรค์ จะมีเรื่องน่ากลัวบางอย่างเกิดขึ้นหรือไม่
เขาจะทำให้มวลมนุษย์ตกอยู่ในห้วงแห่งความ
หายนะ?
บรรพชนมารกลืนสวรรค์ ตกตายไปแล้วจริง ๆ น่ะ
หรือ?
ไม่ว่าไข่ใบนี้จะเป็นแค่ไข่ธรรมดา หรือ มีอะไร
ลึกลับซับซ้อนมากไปกว่านี้ ในท้ายสุดแล้วมัน
เกี่ยวข้องกับ บรรพชนมารกลืนสวรรค์ ยังไงกัน
แน่?
” เอาล่ะอย่าคิดมาก เจ้าก็แค่เก็บมันไว้กับตัวสัก 2
ปี เพื่อดูสถานการณ์ว่าจะมีอะไรเกิดขึ้นบ้าง ไข่
ฟองนี้น่าจะอยู่มาเป็นเวลานานแล้ว แต่ก็ยังไม่มี
อะไรเปลี่ยนแปลง กว่าเจ้าจะถึงระดับ ‘ก่อร่าง
กำเนิดเทวะ’ ก็คงต้องใช้เวลาอีกนานโข สำหรับ
ตอนนี้ เจ้าก็ไม่ต้องหวังสูงว่าจะใช้พลังจากมารตน
นี้ ”
“ก็ได้”
อย่างไรก็ตามที่นี่ยังคงเป็น คฤหาสน์มารกลืน
สวรรค์ อู่ อวี้ จึงเลิกสนใจแล้วเก็บมันกลับใส่เข้า
ไปในถุงจักรวาลเช่นเดิม หาก 2 ปีผ่านไปยังไม่มี
ปัญหาใด ๆ เกิดขึ้น จากนั้นค่อยมาคิดทีหลังว่าจะ
เอามันออกไปจากที่นี่ได้หรือไม่
” สำหรับตอนนี้ขอบเขต ‘ก่อร่างกำเนิดเทวะ’
ยังคงอยู่ไกลเกินเอื้อม สิ่งที่สามารถทำได้ในตอนนี้
ก็คือการบดขยี้แกน เพื่อเข้าสู่ระดับ ตำหนักม่วง
ทะเลมรกต ”
จนถึงตอนนี้ เขาต้องพบเจอกับสถานการณ์แห่ง
ความเป็นความตายถึงสองครั้งสองครา อู่ อวี้
ครุ่นคิดถึงด่านต่าง ๆ ที่เขาเคยติดขัด ซึ่งในเวลานี้
เขามีความเชื่อมั่นในเส้นทางและวิถีแห่งเต๋ามาก
ยิ่งขึ้น มันเกือบจะบรรลุถึงจุดสูงสุดแล้ว กอปรกับ
แกนนภาของเขาก็สมบูรณ์แล้วเช่นกัน ในที่สุด
จิตใจของเขาก็สงบลง มันคือความรู้แจ้งที่พร้อมจะ
ยกระดับเข้าสู่อาณาจักรต่อไป
จากขอบเขตหลอมรวมลมปราณปลูกฝังรากฐาน
เซียน สู่ อาณาจักรสร้างแกนนภา
วันนี้จากสร้างแกนนภา จะทะลวงผ่านเข้าสู่ระดับ
ตำหนักม่วงทะเลมรกต
มันคือการยกระดับเข้าสู่ขอบเขตใหม่ มันคือการ
เปลี่ยนแปลงจิตวิญญาณ วิวัฒนาการพลิกชีวิต
การทะลวงฝั่าด่านยกระดับเข้าสู่ขอบเขตใหม่นี้ มี
ความหมายเหนือสิ่งอื่นใด
อย่างน้อย ๆ อายุขัยของเขาก็เพิ่มมากขึ้นอีก 100
ปี!
อู่ อวี้ สามารถเอาชนะผู้มีพื้นฐานฝึกตนอยู่ใน
ระดับตำหนักม่วงทะเลมรกตมามากมาย และนี่
เป็นครั้งแรกที่เขาเริ่มการทะลวงฝั่าด่าน เข้าสู่
ระดับตำหนักม่วงทะเลมรกต ซึ่งการทะลวงฝั่าด่าน
เขาสู่ขอบเขตนี้ จำเป็นต้องใช้ความเพียรพยายาม
อย่างมหาศาล! ถ้าหากเขาต้องการบรรลุระดับ
ตำหนักม่วงทะเลมรกต เขาจำเป็นต้องบดขยี้แกน
นภา!
โดยพื้นฐานแล้ว เขาจะต้องใช้ความรู้แจ้งทั้งหมด
ในระดับสร้างแกนนภา จากนั้นก็ต้องบดขยี้แกน
นภาเป็นชิ้น ๆ จากนั้นก็ใช้ชิ้นส่วนที่แตกหัก ก่อรูป
จุดตันเถียนตำหนักม่วง โคจรหมุนวนทะเลมรกต!
ตามประวัติศาสตร์ที่ผ่านมา ผู้ฝึกตนมากมาย
ล้มเหลวในขั้นตอนนี้ ว่ากันว่าหากบดขยี้แล้ว
ล้มเหลว แกนนภา ก็จะสูญสลายหายไป ดีไม่ดี
แม้แต่ชีวิตก็ยังจะหาไม่ไปด้วย
ดังนั้นต่อให้เขามีความเชื่อมั่นมากเพียงใด เขาก็
จำเป็นต้องระมัดระวัง ในการเข้าสู่กระบวนการบด
ขยี้แกนนภาให้สำเร็จลุล่วง เขาจะต้องทุ่มเทใช้
ความพากเพียรแลสติปัญญาทั้งหมดที่มี บดขยี้
ทำลายก่อรูปขึ้นมาใหม่ เพื่อเข้าสู่ระดับตำหนัก
ม่วงทะเลมรกต!
เมื่อ อู่ อวี้ นั่งลงบนพื้นเตรียมเข้าฌาน เขาสูดลม
หายใจเข้าลึก ๆ เพ่งสมาธิ เตรียมตัวเตรียมใจบด
ขยี้แกนนภา พร้อมรับผลกระทบใหญ่หลวงที่
อาจจะเกิดขึ้น
ช่วงเวลาเช่นนี้เขาจำเป็นต้องใช้ ‘มหาเคล็ดวิถี
เทียนเซียน’
อู่ อวี้ ใช้วิถีบ่มเพาะบำเพ็ญเซียน การใช้ มหา
เคล็ดวิถีเทียนเซียน เพื่อทะลวงฝั่าด่านเข้าสู่ระดับ
ตำหนักม่วงนั้น สมควรเป็นวิถีแห่งการบ่มเพาะที่
แตกต่างกันออกไป ซึ่งอันที่จริงแล้วมันเป็น
รากฐานของการฝึกตนในวิถีแห่งเต๋า บางครั้ง มหา
เคล็ดวิถีเทียนเซียน ก็ดูเหมือนว่าจะไร้ประโยชน์
แต่อันที่จริงแล้ว มันมีความสัมพันธ์เกี่ยวข้องกับ
การบดขยี้แกนภาของ อู่ อวี้ อย่างใกล้ชิด เช่น
แกนนภาคุณภาพอัศจรรย์ของเขา จะกลายเป็น
รากฐานของของระดับตำหนักม่วงทะเลมรกต
เขาใช้ วิถีบ่มเพาะบดขยี้แกน ของ มหาเคล็ดวิถี
เทียนเซียน บดขยี้แกน ซึ่งถูกเรียกว่า ‘ศาสตร์ลับ
เซียนวินาศ’ ด้วยคำว่าวินาศนี้ แสดงให้เห็นถึง
ความดุร้ายดิบเถื่อน ก้าวเดินไปข้างหน้าอย่างกล้า
หาญ ไม่มีที่ว่างสำหรับการล่าถอยแม้แต่น้อย
จากนั้นก็ วีถีควบแน่นตำหนักม่วงใช้ ซึ่งมีชื่อว่า
‘ก่อตำหนักเซียน’ !
ศาสตร์ลับเซียนวินาศ ก่อตำหนักเซียน! บรรลุมหา
ตำหนักม่วง พลิกฟั้าถล่มสมุทร กวาดผ่านไปทั่วทั้ง
สวรรค์และปฐพี!
ระดับตำหนักม่วงทะเลมรกต คือพลังศักดิ์สิทธิ์แห่ง
ห้วงสมุทร! ถือเป็นพลังศักดิ์สิทธิ์เชื่อมสวรรค์อย่าง
แท้จริง!
เริ่มจากวิถีบ่มเพาะบดขยี้แกน ศาสตร์ลับเซียน
วินาศ !
” ช่วงเวลาแห่งความทุกข์ทรมานจากการฝึกฝน
บำเพ็ญตนมาเนิ่นนานหลายแรมปี เพื่อบรรลุสู่
สร้างแกนนภา! แต่ในวันนี้ต้องทำลายมัน จมลงสู่
ห้วงแห่งความโกลาหล ก่อกำเนิดตำหนักม่วง
ท่ามกลางความโกลาหลปันปั่วน สร้างเป็นโลก
ตำหนักม่วงขนาดย่อมขึ้น ก่อรูปตันเถียนเสมือนดั่ง
ตำหนักม่วง! แก่นแท้ตำหนักม่วง เพลิงตำหนักม่วง
ก่อกำเนิด แผ่ขยายอาณาเขตกว้างใหญ่ไพศาลไร้
สิ้นสุด บังเกิดเป็นเสียงปะทุขึ้นอย่างไม่หยุดยั้ง! นี่
คือโลกแห่งการฝึกตนกลายเป็นเซียน ทะยานขึ้นไป
ถึงสวรรค์! ”
ก่อนที่จะเข้าสู่ระดับตำหนักม่วงทะเลมรกตได้
จะต้องบดขยี้แกนนภาก่อน!
ศาสตร์ลับเซียนวินาศ ควบแน่นแกนกำเนิด ก่อรูป
เข็มทองคำอันแหลมคมขึ้นเหนือแกนนภา
ท่ามกลางความเลือนราง อู่ อวี้ ก่อรูปควบแน่น
เข็มทองคำได้สำเร็จ ซึ่งมันมีรูปลักษณ์เหมือนดั่ง
พลองทองสมปรารถนา ลอยคว้างอยู่เหนือแกน
นภา
บังเกิดเสียงดัง ตึ่ง ขึ้น
ชั่วพริบตานั้นเอง ไม่มีที่ให้หันหลังกลับอีกแล้ว
พลองทองสมปรารถนา อัดกระแทกเข้าใส่แกน
นภา!
มหาวิถี บดขยี้ทำลายก่อรูปขึ้นมาใหม่ในร่าง
ตนเอง!
………………………………………………..
(´▽`).。o♡ เพลิน
กลืนสวรรค์สะท้านทวยเทพ