กลืนสวรรค์สะท้านทวยเทพ - ตอนที่ 449 : องคประกอบตําหนักเซียน
ในความเป็นจริงสำหรับ อู่ อวี้ แล้ว การเข้าสู่
ระดับตำหนักม่วงทะเลมรกต เขามีความคาดหวัง
อยู่ 2 ประการด้วยกัน
ประการแรก หลังจากก้าวเข้าสู่ระดับตำหนักม่วง
ทะเลมรกต เขาสามารถบ่มเพาะ มหาวิถีเชื่อม
สวรรค์ วิธีที่ 2 ได้ ซึ่งดูเหมือนว่ามันจะมีความ
เกี่ยวข้องกับ การเข้าสู่ขอบเขตตำหนักม่วง
เนื่องจากว่าบัดนี้ได้ปรากฏกำแพงขึ้นในตำหนัก
ม่วงของเขา
มหาวิถีเชื่อมสวรรค์วิถีแรกของเขา ได้มาจาก ฉี
เทียนต้าเซิ่น ผู้หาญกล้าต่อกรกับพระพุทธองค์ ซึ่ง
อวตารนอกวิถีได้ช่วยชีวิต อู่ อวี้ มาแล้วหลายต่อ
หลายครั้ง ทำให้เขาฟืนคืนที่มาจากความตายแทบ
ทุกครั้ง
ด้วยเหตุนี้เขาจึงตั้งหน้าตั้งตารอ วิถีที่ 2 ของ มหา
วิถีเชื่อมสวรรค์ ฉีเทียนต้าเซิ่นมีพลังอิทธิฤทธิ์
อภินิหารอยู่มากมายหลายวิถี ด้วยเหตุนี้เขาจึงใจ
จดใจจ่อรอคอย ว่าแท้จริงแล้วพลังอิทธิฤทธิ์วิถีที่
2 นั้นคืออะไรกันแน่ ?
แน่นอนว่า มันขึ้นอยู่กับความพอใจของ หมิงซวง
ด้วย …
ประการที่สองก็คือ เขาจะสามารถบ่มเพาะ 72
รูปแบบอิทธิฤทธิ์ เคล็ดแปลงกายเคล็ดที่ 3 ได้! เริ่ม
จากแปรเปลี่ยนการตรึงกายา ตามด้วยแปลงกาย
เพิ่มพูนความแข็งแกร่ง ไม่ว่าจะเป็นเคล็ดตรึงกายา
หรือ เคล็ดระเบิดพลังคลั่ง ซึ่งพวกมันเป็นเสมือน
ดั่งไพ่ตายสังหารของ อู่ อวี้ ฉะนั้น 72 รูปแบบ
อิทธิฤทธิ์ จะมีพลังอำนาจแข็งแกร่งอย่างไม่ต้อง
สงสัย
ทั้ง มหาวิถีเชื่อมสวรรค์ วิถีที่ 2 และ เคล็ดแปลง
กายเคล็ดที่ 3 คือบัญญัติวิถีขั้นสุดยอด !
ด้วยบัญญัติวิถีขั้นสุดยอดทั้งสองนี้ ภายในจิตใจ
ของ อู่ อวี้ จึงเปียมล้นไปด้วยความเชื่อมั่น ว่าเขา
จะสามารถบรรลุสู่ ระดับตำหนักม่วงทะเลมรกต
ได้สำเร็จ
ภายใต้การควบคุมของเขา เข็มทองคำที่ดู
คล้ายคลึงกับพลองทองสมปรารถนา พุ่งแทงลงมา
ในฉับพลัน แทบไม่ต้องสงสัยเลยว่า มันได้แทงลง
ไปในแกนนภาของ อู่ อวี้ โดยตรง! ช่วงเวลา
นั้นเอง แกนนภาของเขาก็แตกกระจาย ฉีก
กระชากเปิดออกในชั่วพริบตา แปรเปลี่ยน
กลายเป็นห้วงพลังแห่งความโกลาหล ม้วนกวาด
ผ่านไปทั่วทุกแห่งหนในทันที เขาสูญเสียการ
ควบคุมพลังอำนาจ ซึ่งมันก็ยิ่งทวีความรุนแรง
และ บ้าคลั่งมากยิ่งขึ้น ผ่านไปเพียงชั่วอึดใจ อู่ อวี้
ก็รู้สึกราวกับว่าจุดตันเถียนของเขากำลังจะระเบิด
ออก พลังอำนาจอันทรงพลัง เสมือนดั่งอาชาศึก
ห้อทะยานอย่างบ้าคลั่ง ส่งเสียงเห่าหอนพุ่งพล่าน
ปันปั่วนไปทั่วทั้งร่างกายของ อู่ อวี้ มันช่างน่า
สะพรึงกลัวอย่างแท้จริง
ช่วงเวลานี้เอง ทั่วทั้งร่างกายของ อู่ อวี้ ก็เปล่ง
ประกายแสงสีทองอันเจิดจ้า เปลวเพลิงสีทองพุ่ง
ทะยานเผาผลาญ! พลังอำนาจจากตันเทียน ซึ่งอยู่
ภายใน เลือดเนื้อของเขายามนี้ เปรียบเสมือนดั่ง
มังกรคะนอง เจาะทะลุทะลวง บดขยี้ระเบิดทำลาย
ไปทั่วทั้งสรรพางค์กายของ อู่ อวี้
แต่! ข้อได้เปรียบอันใหญ่หลวงที่ทำให้การทะลวง
ฝั่าเข้าสู่อาณาจักรตำหนักม่วงทะเลมรกตของ อู่
อวี้ เหนือล้ำยิ่งกว่าผู้ฝึกตนคนอื่น นั่นก็คือกายเนื้อ
ของเขาแข็งแกร่งทรงพลังเป็นอย่างยิ่ง !
สำหรับคนอื่น ๆ อาจถูกฉีกกระชากร่างกายจนไม่
เหลือชิ้นดี แต่มันไม่สามารถทำร้ายร่างกายของเขา
ได้แม้แต่น้อย ซึ่ง อู่ อวี้ ใช้กายเนื้อของเขาสะกด
ข่มพลังนี้ลงได้อย่างง่ายดาย หลังจากบดขยี้แกน
แล้ว เขาก็สูญเสียการควบคุมเต๋าของตนเอง อู่ อวี้
มิได้ขยับเขยื้อนเคลื่อนไหวร่างกายแม้แต่น้อย
พยายามสะกดข่มพลังอำนาจที่พุ่งพล่านปันปั่วน
ไปทั่วทั้งสรรพางค์กาย ค่อย ๆ ควบคุมมันไปยัง
ทิศทางของจุดตันเถียนของตน
” หลังจากบดขยี้แกนด้วย ศาสตร์ลับเซียนวินาศ
จากนั้นก็เจาะตำหนักเซียน ”
อู่ อวี้ เพ่งสมาธิพยายามสะกดข่มจิตใจ เพื่อเริ่ม
เข้าสู่ขั้นตอนที่สอง ในขั้นตอนที่สองนี้มี
ความสำคัญมากกว่าขั้นตอนแรก มันคือการ
เปลี่ยนแปลง ห้วงพลังแห่งความโกลาหลจากแกน
นภา ปรับแต่งจัดเรียงยกระดับขึ้นมาใหม่ ก่อตัว
สร้างมหาสมุทรตำหนักม่วงในจุดตันเถียน เปิดโลก
ใบเล็ก ๆ ขึ้นภายใน!
อู่ อวี้ จำต้องใช้พลังกายเนื้อสะกดข่มพลังจากแกน
กำเนิด ซึ่งอันที่จริงแล้วมันก็ไม่ได้ยากลำบาก
เท่าใดนัก แน่นอนว่าคงต้องยกผลประโยชน์ให้กับ
กายเนื้ออันแข็งแกร่งของเขา โดยเฉพาะอย่างยิ่ง
‘ก่อตำหนักเซียน’ ซึ่งเป็นวิถีบำเพ็ญเซียนอัน
ยิ่งใหญ่เกรียงไกรยิ่ง ก่อรูปสร้างตำหนักม่วง ถูก
ขนานนามว่าตำหนักเซียนสวรรค์ บรรลุอาณาจักร
ตำหนักม่วงทะเลมรกต ก่อกำเนิดตำหนักสวรรค์
ขึ้นภายในตันเถียน!
อู่ อวี้ โคจรพลังเพื่อ ก่อตำหนักเซียน หวนคืนแกน
กำเนิดสู่จุดตันเถียน แบ่งแยกพลังแกนกำเนิดเป็น
เข็มทองคำนับหมื่นเล่ม เสมือนดั่งพลองทองสม
ปรารถนานับหมื่น ชั่วพริบตานั้นเอง เขาก็ควบคุม
เข็มทองคำนับหมื่น ฟาดอัดกระแทกปะทะเข้าใส่
กันอย่างดุเดือด แปรเปลี่ยนจุดตันเถียนกลายเป็น
ห้วงแห่งความโกลาหลปันปั่วนในฉับพลัน
ช่วงเวลานี้ อู่ อวี้ จำเป็นต้องควบคุมพลังอัน
แข็งแกร่งเหี้ยมหาญ เพื่อก่อรูปสร้างตำหนักม่วง
จุดตันเถียนของเขา ถูกหลอมสร้างขึ้นมาจากเขา
อัคคีกลืนวิญญาณ คงไม่ต้องกล่าวว่า เจตจำนง
แห่งจิตวิญญาณของเขาทรงพลานุภาพมาก
เพียงใด ภายใต้การสนับสนุนจากภาพจำแลงหัวใจ
วานร และ บัญญัติวิถีขั้นสุดยอดจากมหาเคล็ดวิถี
เทียนเซียน ท่ามกลางสุดยอดวิชาทั้งสอง การจะ
บรรลุระดับตำหนักม่วงทะเลมรกต ขึ้นอยู่กับเวลา
เท่านั้น
แน่นอนว่ามันจำเป็นต้องใช้เม็ดยาปราณมรกต
จำนวนมหาศาล
อู่ อวี้ นำเม็ดยาปราณมรกตนับพันเม็ดออกมาใช้
ผ่านไปเพียงช่วงสั้น ๆ เขาก็กลืนกินเม็ดยาปราณ
มรกต ซึ่งเทียบเท่ากับแต้มผลงานนับล้านแต้มลง
ไป เขาไม่ได้ทำการปรับแต่งดูดกลืนมัน แต่ปล่อย
ให้เม็ดยาปราณมรกตลงสู่จุดตันเถียนโดยตรง
หลอมรวมผสานเข้ากับพลังอำนาจจากแกนนภา
ซึ่งกำลังพุ่งพล่านปันปั่วนอยู่ พลังนี้ได้เจาะทะลวง
เข้าใส่เม็ดยาปราณมรกตจนระเบิดออก หลังจาก
นั้นพลังอำนาจอันดุร้ายอหังการจากโอสถก็พุ่ง
ทะยานออกมาทันที ทั้งรวดเร็วดุดัน เกรี้ยวกราด!
ช่างน่าสะพรึงกลัวเป็นอย่างยิ่ง! ความปันปั่วน
โกลาหลในจุดตันเถียนของเขา ยกระดับขึ้นไป
จนถึงจุดที่ไม่มีผู้ใดเคยทำมาก่อน ซึ่งอันที่จริงแล้ว
การควบแน่นตำหนักม่วงทะเลมรกตของผู้อื่น ส่วน
ใหญ่แล้วใช้เม็ดยาปราณมรกตไม่ถึง 10 เม็ด ถ้ามี
พรสวรรค์สูงหน่อยก็ขึ้นไปถึงหลัก 100 เม็ด แต่
ของเขากลับพุ่งทะยานขึ้นไปถึงหลักพัน ซึ่งดู
เหมือนว่าเขากำลังรนหาที่ตายแล้ว อันที่จริง อู่ อวี้
ตระหนักดีถึงสถานการณ์ และ ขีดจำกัดของตนเอง
ในยามนี้
ในช่วงเวลานี้ อู่ อวี้ กำลังแบบรับอดทนต่อความ
โกลาหลปันปั่วนถึงขีดสุด
วิถีก่อตำหนักเซียน ช่วยให้เขาควบคุมพลังอำนาจ
ควบแน่นกลายเป็นเส้นทางคัมภีร์เต๋าอันลึกล้ำ
พิสดาร จัดเรียงอย่างประณีตบรรจง บุกทะลวง
ผสมผสานท่ามกลางความโกลาหลปันปั่วน!
” ก่อตั้ง ตำหนักม่วง!”
ท่ามกลางการปะทะกันอย่างดุเดือดรุนแรง ทุก
สรรพสิ่งแปรเปลี่ยนกลายเป็นหมอกควันหนาแน่น
ม่านหมอกคดเคี้ยวบิดม้วนเป็นเกลียว ชั่วขณะนี้
เอง ใจกลางความสับสนปันปั่วน ได้บังเกิดเป็นเสา
สีม่วงต้นหนึ่งตั้งขึ้นมา
เสาสีม่วงขยายตัวออกอย่างรวดเร็ว ทันใดนั้นจุด
ตันเถียนของเขาก็เกิดการเปลี่ยนแปลงอย่างพลิก
ฟั้าพลิกปฐพี ทั่วทุกแห่งในจุดตันเถียนถูกอาบย้อม
ไปด้วยพลังอำนาจสีม่วง กลืนกินทุกสรรพสิ่ง เกิด
การเปลี่ยนแปลงในฉับพลัน ชั่วพริบตานั้นเองก็
บังเกิดเป็นห้วงสมุทรมรกตอันกว้างใหญ่ไพศาล!
ก่อตั้งตำหนักม่วง สำเร็จครั้งยิ่งใหญ่!
ชั่วพริบตนั้นเอง ภายในจุดตันเถียนของเขา ก็ก่อ
รูปขึ้นเป็นโลก ๆ หนึ่ง!
ผืนแผ่นดินด้านล่างของโลกนี้ คือมหาสมุทรสีม่วง
อันกว้างใหญ่ คลื่นขนาดใหญ่ม้วนกวาดผ่านซัด
สาด กลืนกินทุกทุกสรรพสิ่งลูกแล้วลูกเหล่า
ห้วงมหาสมุทรม่วงนี้ อันที่จริงแล้วมันคือ พลังแก่น
แท้ ทั้งหมด พลังอำนาจโอสถจากเม็ดตาปราณ
มรกตนับพันเม็ด ได้ผสมผสานแปรเปลี่ยน
กลายเป็นมหาสมุทรอันกว้างใหญ่อย่างสมบูรณ์
เหนือขึ้นไปด้านบนโลกใบนี้ บังเกิดเป็นม่านหมอก
เมฆาสีม่วงหนาแน่นปกคลุมไปทั่วทุกแห่งหน ม่าน
หมอกเมฆานี้มีเปลวเพลิงสีม่วงกำลังลุกโหม
กระหน่ำเผาผลาญอย่างบ้าคลั่ง ซึ่งนี่คือเพลิง
ตำหนักม่วงก่อกำเนิด ซึ่งเพลิงนี้เป็นส่วนสำคัญใน
การหลอมสร้างกลั่นสกัดปรุงยา!
ทั้งแก่นแท้ตำหนักม่วง และ เพลิงตำหนักม่วง
ก่อกำเนิด ได้ผสานหลอมรวมเป็นส่วนประกอบใน
โลกตำหนักม่วงทะเลมรกตแห่งนี้!
ท่ามกลางห้วงแห่งความโกลาหล ราวกับปรากฎ
เป็นตำหนักเซียนแห่งหนึ่งตั้งอยู่
ในเวลาเดียวกัน ทั้งสองฟากฝังทางทิศตะวันตก
และ ทิศตะวันออก ของโลกตำหนักม่วงขนาดเล็ก
แห่งนี้ ทันใดนั้นก็ปรากฏกำแพงเพิ่มระดับสูงขึ้น
จากทั้งสองฟากฝัง กำแพงฝังหนึ่งว่างเปล่า ส่วน
อีกฝังมีตราสัญลักษณ์สีทองประทับเอาไว้ ซึ่ง
สัญลักษณ์สีทองนี้ แน่นอนว่ามันคือพลังอิทธิฤทธิ์
‘ร่างอวตารนอกวิถี’ !
กำแพงฝังที่ว่างเปล่า สามารถปลูกฝังตรา
สัญลักษณ์พลังอิทธิฤทธิ์วิถีที่ 2 ลงไปได้
นี่คือกำแพงด้านในของตำหนักม่วง ซึ่งในระดับ
ตำหนักม่วงทะเลมรกต จะมีกำแพงปรากฏขึ้นจาก
4 ฝากฝังตำหนัก ตอนนี้เขามีอยู่แล้ว 2 ฝัง ถ้าเขา
บรรลุถึงขั้นที่ 5 ก็จะปรากฏกำแพงขึ้นอีกครั้ง และ
เมื่อบรรลุถึงขั้นที่ 8 จะปรากฏกำแพงฝังที่ 4 ขึ้น!
เมื่อถึงตอนนั้น เขาจะสามารถปลูกฝังตราประทับ
ของมหาวิถีเชื่อมสวรรค์ได้ทั้ง 4 ทิศ!
ความสำเร็จของกำแพงตำหนักม่วง อันที่จริงแล้ว
มันถูกคัดลอกมาจากปีศาจ ล่ำลือกันว่าตั้งแต่อดีต
กาล ผู้ฝึกตนยังไม่สามารถทำความเข้าใจ ในแก่น
แท้พลังชีวิตศักดิ์สิทธิ์ของปีศาจได้ ดังนั้นเมื่อผู้ฝึก
ตนโบราณบำเพ็ญตน จนบรรลุอาณาจักรตำหนัก
ม่วงทะเลมรกต พวกเขาจึงยังไม่สามารถก่อกำเนิด
สร้างกำแพงขึ้นภายในตำหนักม่วงได้
เห็นได้ชัดว่า อู่ อวี้ บรรลุสู่ระดับตำหนักม่วงทะเล
มรกตแล้ว! และเขาจะมีโอกาสในการปลูกฝังพลัง
อิทธิฤทธิ์วิถีที่ 2 ได้!
” ฟูั่ … ”
เขาสูดหายใจลึก หลังจากรักษาเสถียรภาพใน
ระดับตำหนักม่วงทะเลมรกตได้แล้ว เขาก็รู้สึกได้ว่า
พลังชีวิตของตนก้าวกระโดดขึ้นไปอีกขั้น! อย่าง
น้อย ๆ อายุขัยของเขาก็เพิ่มขึ้นอีกร้อยปี!
ยามนี้แกนกำเนิดของเขาได้แปรเปลี่ยนกลายเป็น
แก่นแท้ตำหนักม่วง อย่างไรก็ตามแก่นแท้ตำหนัก
ม่วงของ มหาเคล็ดวิถีเทียนเซียน ถึงแม้จะอยู่ใน
ขั้นแรกเท่านั้น แต่มันกลับทรงพลังมากกว่าแก่น
แท้ตำหนักม่วงของผู้อื่นหลายเท่า ! เช่นในเวลานี้
ด้วยความกว้างใหญ่ของมหาสมุทรแก่นแท้ตำหนัก
ม่วง ทั้งพลังอำนาจและปริมาณของมัน เทียบเคียง
ได้กับ ผู้ที่อยู่ในระดับตำหนักม่วงทะเลมรกตขั้นที่
4 เลยทีเดียว!
อีกทั้งตำหนักม่วงของเขายังมีองค์ประกอบแห่ง
โลกอยู่ด้วย
ซึ่งผู้ฝึกตนส่วนใหญ่หาได้มีเช่นนี้
ว่ากันว่าหากมีดวงดาราสว่างพร่างพราย คนผู้นั้น
จะถือเป็นอัจฉริยะชั้นนำเลยทีเดียว
ถ้ามีดวงจันทร์ส่องสว่างอยู่ท้องนภา คนผู้นั้นจะถือ
เป็นสุดยอดอัจฉริยะ! เฉกเช่นดั่งตำหนักม่วงของ
ฉิน ฝูเหยา นางมีจันทราส่องสว่างกระจ่างใสอยู่
บนท้องนภา ทั่วทั้ง 4 ทิศ
แต่ถ้ามีดวงตะวันอันกว้างใหญ่ลอยคว้างอยู่บน
ท้องนภา สาดประกายแสงเจิดจ้าไปทั่วทุกแห่งหน
คนผู้นั้นจะเป็นอัจฉริยะนิรันดร์! ต่อให้ควานหาทั่ว
ทั้งทวีปแห่งทวยเทพ ก็ไม่เคยปรากฏผู้มีพรสวรรค์
ความสามารถนิรันดร์เช่นนี้มาก่อน
เล่าขานกันว่า ตะวันฟั้ากว้างใหญ่บนท้องนภา คือ
สัญลักษณ์ของผู้ที่จะรู้แจ้งบรรลุกลายเป็นเซียน
อมตะ!
สำหรับ อู่ อวี้ นั้นแตกต่างจากคนธรรมดาสามัญ
มากนัก บนตำหนักม่วงทะเลมรกตของเขา
ท่ามกลางม่านหมอกเมฆาอันกว้างใหญ่ ซึ่งมีเพลิง
ตำหนักม่วงก่อกำเนิดลุกโหมกระหน่ำเผาผลาญ
ราวกับเป็นตำหนักสวรรค์แห่งหนึ่งตั้งอยู่ ตำหนัก
สวรรค์กว้างใหญ่ไพศาลดูลึกลับน่าพิศวงเป็นอย่าง
ยิ่ง ถึงแม้จะไม่ได้เด่นชัดสว่างไสวเท่ากับตะวันฟั้า
บนท้องนภา แต่เกรงว่ามันจะต้องมิได้ด้อยไปกว่า
กันอย่างแน่นอน
ต่อให้มีตะวันฟั้าส่องแสงเจิดจ้าบนท้องนภา แต่
แก่นแท้ตำหนักม่วงของคนผู้นั้น ย่อมไม่มีทาง
แข็งแกร่งเทียบเท่ากับ อู่ อวี้ ได้อย่างแน่นอน! ซึ่ง
นั่นหมายความว่า หากร่างอวตารของ อู่ อวี้
สามารถบำเพ็ญตนจนบรรลุอาณาจักร ตำหนัก
ม่วงทะเลมรกต แล้วละก็ กล่าวได้ว่าแก่นแท้
ตำหนักม่วงจากร่างอวตารของเขาก็จะเทียบเท่าได้
กับ ตำหนักม่วงทะเลมรกตขั้นที่ 4 เลยทีเดียว!
แน่นอนว่า ผู้ฝึกตนสามัญทั่วไปในระดับ ตำหนัก
ม่วงทะเลมรกตขั้นที่ 4 ไม่ใช่คู่มือของ เปั่ยซาน ม่อ
…
และแน่นอนว่า เขาต้องการเม็ดยาปราณมรกต
จำนวนมหาศาล ยามที่คิดได้เช่นนี้ จึงบังเกิดเป็น
ความกังวลขึ้นมาในจิตใจ
แต่ในเวลานี้เขาบรรลุตำหนักม่วงอันยิ่งใหญ่แล้ว!
อู่ อวี้ ลุกขึ้นยืน ในเวลานี้เขาเปียมล้นไปด้วยความ
คึกคะนองฮึกเหิม
อู่ อวี้ หัวเราะลั่น ยามนี้ เขา รู้สึกปิติยินดีเป็นอย่าง
ยิ่ง!
เพราะสิ่งที่เขาต้องทำถัดไป หลังจากนี้ก็คือการบ่ม
เพาะวิชามหัศจรรย์ทั้งสอง ซึ่งมันทำให้เขาเปียม
ล้นไปด้วยความคาดหวังอย่างยิ่ง ในเวลานี้เขา
สนิทคุ้นเคยกับ หมิงซวง จนแทบไม่ต้องกล่าวอะไร
ก็เข้าใจกัน ทั้งคู่มิได้รู้สึกอึดอัดเหมือนกับในตอน
แรก อู่ อวี้ กล่าวขึ้นอย่างตรงไปตรงมาว่า ” กว่า
ข้าจะมาได้ถึงขนาดนี้ช่างยากเย็นแสนเข็ญอย่างยิ่ง
เจ้าไม่ต้องเก็บงำอะไรเอาไว้อีกแล้ว จะมาหาว่าข้า
รังแกเจ้าไม่ได้นะหากว่าข้าไม่สามารถทำให้เจ้า
เห็นเดือนเห็นตะวันอีก เอาล่ะอย่าพิรี้พิไร”
หมิงซวง กล่าวขึ้นอย่างมีโทสะว่า “ โอ้สวรรค์ของ
ข้า นี่ใช่การรอร้องรึเปล่าน้า? ทำไมข้ารู้สึกว่าเจ้า
กำลังสั่งข้าอยู่! ”
” เจ้าจะให้ข้าปลูกฝังมหาวิถีเชื่อมสวรรค์ หรือ
เคล็ดแปลงกายวิชาเคล็ดที่ 3 ก่อน? ” อู่ อวี้ เอ่ย
ถามอย่างตรงไปตรงมา
” โอ้สวรรค์ เจ้ายังเห็นสตรีผู้นี้อยู่ในสายตาบ้าง
หรือไม่ ? ” หมิงซวง ยืนเท้าเอว จากนั้นก็มองมาที่
เขายังมีโทสะ
” ข้าคิดว่าเคล็ดแปลงกายวิชาที่ 3 น่าจะดีกว่า
เพราะมันไม่น่าจะยากเท่าใด ภายใต้คำชี้แนะจาก
ต้าเซิ่น อาจใช้เวลาหนึ่งหรือสองก้านธูป เนื่องจาก
มหาวิถีเชื่อมสวรรค์ต้องใช้เวลาในการขัดเกลา
ฝึกฝนนานกว่า ”
เขาครุ่นคิดว่า ภายในคฤหาสน์มารกลืนสวรรค์
ตอนนี้ ไม่มีพลังฟั้าดินเลยแม้แต่น้อย แถมเม็ดยา
ปราณมรกตของเขาก็หมดเกลี้ยงจนไม่เหลือหลอ
ถ้าเขาต้องการฝึกฝนเรียนรู้ทักษะใหม่ทั้งสองนี้
จะต้องใช้เวลาอีกนานแค่ไหน?
หมิงซวง ขบเขี้ยวเคี้ยวฟัน พร้อมกับกล่าวว่า ” อู่
อวี้ เจ้าโง่ตัวน้อย เจ้านี่มันแย่ลงเรื่อย ๆ เลยนะ
เจ้ากล้าพูดเช่นนี้กับข้าได้ยังไง เจ้ารู้ไหมว่า
เมื่อก่อนข้าแข็งแกร่งขนาดไหน หึ…หากเป็นเช่นนี้
ต่อให้กว้านซื้ออาหารชื่อดังจากทั่วทั้งชมพูทวีปมา
แลกเปลี่ยน ข้าก็ไม่บอกอะไรเจ้าหรอก ”
อู่ อวี้ อารมณ์ดี เขาหัวเราะออกมาอย่างก้อง
กังวาล พร้อมกับกล่าวว่า ” อย่ามาเล่นลวดลาย
เราสองคนอยู่และตายไปด้วยกัน พวกเราเป็น
เสมือนหนึ่งครอบครัว เพราะครอบครัวจะไม่แบ่ง
แยกกันเฉกเช่นข้ากับเจ้ายังไงล่ะ นอกจากนี้พวก
เรายังได้รับมรกตแบบเดียวกัน หลังจากนี้ข้าจะ
เรียกท่านว่าพี่สาว”
“ เจ้ากำลังเปลี่ยนแปลงตำแหน่งของข้าจากท่าน
ย่าเป็นพี่สาวงั้นรึ? ” หมิงซวง กล่าวขึ้นด้วย
ท่าทางแยกเขี้ยวกรงเล็บ
หลังจากหยอกล้อเขาได้ครู่หนึ่ง นางก็ยอมแพ้
พร้อมกับกล่าวว่า ” เคล็ดแปลงกายวิชาที่ 3 ข้ายัง
ไม่ได้คิด แต่พลังอิทธิฤทธิ์วิถีที่ 2 ข้าคิดไว้ให้เจ้า
แล้ว ”
หมิงซวง ทำท่าทางครุ่นคิด จากนั้นก็กล่าวว่า ”
ชื่อของมันก็คือ เนตรเพลิง ”
………………………………………………..
(´▽`).。o♡ เพลิน
กลืนสวรรค์สะท้านทวยเทพ