กลืนสวรรค์สะท้านทวยเทพ - ตอนที่ 450 : เนตรเพลิง
เนรตเพลิง?
เมื่อ อู่ อวี้ ได้ยินเขาก็รู้สึกตะลึงงันไปชั่วขณะ
เมื่อฟังจากชื่อนี้ ดูเหมือนจะเป็นเคล็ดวิชามหาวิถี
เชื่อมสวรรค์อย่างหนึ่งที่เกี่ยวข้องกับดวงตา
ความแข็งแกร่งและพิเศษของร่างอวตารนอกวิถี
ตัว อู่ อวี้ ได้ประจักษ์แล้ว แต่สำหรับเนตรเพลิง
ที่ว่ามานี้ เขายังนึกไม่ออกเลยว่าสิ่งที่เกี่ยวกับ
ดวงตาจะมีอันใดพิเศษ
เขาไม่ได้รีบร้อนมากนัก ในตอนนี้ด้านหนึ่ง
พยายามทำให้พลังบ่มเพาะตำหนักม่วงทะเลมรกต
มีเสถียรภาพมากขึ้น อีกด้านหนึ่งก็คอยฟัง หมิ
งซวง
เมื่อใดก็ตามที่กล่าวถึงเคล็ดวิชาของฉีเทียนต้าเซิ่ง
หมิงซวง ก็อดไม่ได้ที่จะรู้สึกภาคภูมิใจไปกับมัน ดู
เหมือนเคล็ดวิชาเหล่านั้นจะเป็นวาสนาที่เขาได้
เรียนรู้
“เคล็ดมหาวิถีเชื่อมสวรรค์นี้มีชื่อว่า เนตรเพลิง!
มันเป็นเคล็ดวิถีเทวะเชื่อมสวรรค์วิชาหนึ่ง! อยู่
เหนือกว่ามหาวิถีเชื่อมสวรรค์ธรรมดาๆนับหมื่น
เท่า! มันมีอานุภาพร้ายแรงอย่างไม่น่าเชื่อ พลัง
อำนาจเทียบเท่ากับร่างอวตารนอกวิถี แน่นอน แต่
ในด้านของการใช้งานนั้นแตกต่างกันคนละขั้ว
เชียวล่ะ” หมิงซวง กล่าวด้วยท่าทางที่เต็มไปด้วย
ชีวิตชีวา
“มันแตกต่างกันอย่างไร?” อู่ อวี้ ถาม
หมิงซวง เอ่ยตอบกลับไปว่า “ร่างอวตารนอกวิถี
มีอิทธิฤทธิ์ในการสร้างอวตารออกมา จุดประสงค์
เพื่อที่จะสร้างเป็นกองกำลังจำนวนมหาศาล มีร่าง
อวตารจำนวนนับไม่ถ้วน เมื่อถึงขั้นสมบูรณ์แบบ
นั่นก็คือขั้นสุดท้าย แม้มีเพียงคนเดียวก็สามารถ
พิชิตโลกหล้าได้ ทุกสิ่งทุกอย่างจะถูกสยบใต้แทบ
เท้า!”
“แล้วเนตรเพลิงหล่ะ?”
“มันคือเคล็ดวิชาดวงเนตร มันเป็นเคล็ดวิชามหา
วิถีเชื่อมสวรรค์ที่สร้างขึ้นมาสำหรับดวงตา บนโลก
นี้มีเคล็ดวิชาที่เกี่ยวกับดวงเนตรอยู่มากมาย และ
เนตรเพลิง เป็นเคล็ดวิชาของเซียนอมตะ เป็นสุด
ยอดในหมู่เคล็ดวิชาดวงเนตรทั้งหลาย! ความ
เข้าใจของข้ากับเคล็ดวิชาเนตรเพลิงมีจำกัด รู้
เพียงแค่ 5 ขั้นแรกเท่านั้น หากสามารถฝึกเคล็ด
มหาวิถีเชื่อมสวรรค์นี้ถึงขั้นที่ 5 ได้สำเร็จ มันจะ
มีพลานุภาพที่น่ากลัวอย่างมหาศาล”
“ขอรายละเอียดเพิ่มที”
หมิงซวง เท้าสะเอว พร้อมทำท่าทางราวกับเป็น
อัจฉริยะผู้อยู่จุดสูงสุด และกล่าวว่า “ขั้นแรกมีชื่อ
ว่า มิติไร้ลักษณ์! ผู้ที่ฝึกฝนมิติไร้ลักษณ์ สามารถ
มองทะลุภาพมายาได้! ทุกสิ่งที่เป็นภาพมายาบน
โลกใบนี้ ไม่สามารถหลุดรอดเนตรเพลิงของเจ้าไป
ได้ ตัวอย่างเช่น ปีศาจหรือว่าสัตว์สวรรค์จะไม่
สามารถซ่อนตัวอำพรางต่อหน้าเจ้าได้ เพียงแค่เจ้า
จะต้องฝึกฝนขั้นที่ 1 ให้สำเร็จ เจ้าก็จะสามารถ
มองเห็นร่างมังกรเทวะดั้งเดิมของ ลั่วผิน ได้ตรงๆ
ปีศาจที่อยู่ต่อหน้าเจ้า ย่อมไม่มีทางที่จะปิดบังเจ้า
ได้อีก เมื่อมีความสามารถของมิติไร้ลักษณ์ จะ
ได้รับพลังอำนาจที่สามารถมองทะลุทุกสิ่งทุกอย่าง
ซึ่งมันหาได้ยากยิ่งบนโลกแห่งนี้อย่างที่สุดเลยเชียว
ล่ะ ตัวอย่างเช่นค่ายกลลวง กระทั่งเคล็ดวิชาลวง
ตาต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นสิ่งไหนล้วนสามารถมองออก
ทะลุได้หมด! วงเวทที่ว่าซับซ้อนนักหนา เพียงมอง
แค่ปราดเดียวก็สามารถเห็นถึงองประกอบสำคัญ
ของมันได้อย่างรวดเร็วและชัดเจน สำหรับเจ้าที่มี
คุ้นเคยกับวงเวทแล้ว จึงกล่าวได้ว่าค่อนข้างที่จะมี
ประโยชน์อย่างมาก”
หากที่ หมิงซวง กล่าวมานั้นไม่ได้โอ้อวดเกินจริง
เช่นนั้นอิทธิฤทธิ์ของวิชาเนตรเพลิง ถือว่าล้ำเลิศ
เป็นอย่างยิ่ง เพียงแค่ขั้นแรกก็มีความสามารถเช่น
มิติไร้ลักษณ์ แล้ว
เมื่อ หมิงซวง เห็นท่าทางที่ตื่นเต้นและอยากรู้
อยากเห็นของเขา ก็รู้สึกพึงพอใจทีเดียว จากนั้น
นางก็เอ่ยแนะนำด้วยท่าทางที่ลำพองใจ พร้อมโบก
สะบัดแขนน้อยๆของตนยามเล่าเรื่องด้วยท่าทีของ
นักปราชญ์ ทำให้ดูดีๆไม่ต่างจากละครงิ้วเท่าใดนัก
“เคล็ดวิชาเนตรเพลิงขั้นที่ 2 มีชื่อว่า สกัด
วิญญาณ! ตามชื่อที่เอ่ยไป เมื่อถึงขอบเขตนี้
ดวงตาทั้งคู่กระทั่งสามารถกลั่นสกัดวิญญาณ จิต
เทวะได้! แน่นอนว้าไม่ได้กลั่นสกัดวิญญาณของ
ตนเอง แต่เป็นวิญญาณของผู้อื่น ใครก็ตามที่ถูก
เจ้าจ้องมองทะลุจนถึงจิตใจก็สามารถใช้ดวงตา
ของเจ้าทำการหลอมสกัดวิญญาณของมันผู้นั้นได้
เมื่อผนวกกับความแข็งแกร่งของแก่นแท้ตำหนัก
ม่วงของเจ้า พลังในการสกัดกลั่นวิญญาณนี้จะ
เติบโตควบคู่กันไปเรื่อยๆ ดวงเนตรที่สามารถกลั่น
สกัดวิญญาณได้ อำนาจของมันแข็งแกร่งเสียยิ่ง
กว่าเคล็ดวิชาผนึกอสูรเขย่าวิญญาณอย่าง
มหาศาล! เพียงแค่เหลือบมองวิญญาณก็จะถูก
สั่นคลอน มีชีวิตอยู่ไม่สู้ตกตาย เจ้าว่า ดวงเนตรนี้
ทรงอำนาจหรือไม่?”
เพียงแค่เหลือบมองศัตรู วิญญาณของฝั่ายตรง
ข้ามก็ถูกจู่โจมเสียแล้ว มันช่างน่าเหลือเชื่ออย่างยิ่ง
เมื่อ อู่ อวี้ ได้ฟังถึงตรงนี้ เขาได้ตัดสินใจแล้ว ว่า
จะต้องบ่มเพาะวิชาเนตรเพลิงนี้อย่างแน่นอน
เคล็ดวิชานี้เป็นสิ่งที่เขาปรารถนาอย่างแท้จริง เขา
รู้ดีว่าเคล็ดมหาวิถีเชื่อมสวรรค์ของ ฉีเทียนต้าเซิ่ง
น่ากลัวทุกวิชา เพียงแต่ไม่คิดว่ามันจะน่า
หวาดกลัวถึงเพียงนี้!
หมิงซวง กล่าวต่อไป “เมื่อกล่าวถึงขั้นที่ 3 เรียกได้
ว่ามันเป็นขั้นที่มหัศจรรย์อย่างยิ่ง ขั้นที่ 3 มีชื่อว่า
กักตะวัน ที่ถูกเรียกว่ากักตะวัน เป็นเพราะว่า
สามารถจ้องมองทะลุทะลวงดวงตะวันได้ เมื่อฝึก
จนถึงขั้นนี้ ตราบใดที่อยู่ภายใต้แสงตะวัน เงยหน้า
มองขึ้นไปบนฟั้า จะสามารถกลืนเปลวเพลิงอัน
ร้อนแรงของดวงตะวันด้วยตาทั้ง 2 ข้างได้ ภายใน
เวลาอันสั้นจะสามารถควบแน่นเปลวเพลิงที่
แท้จริงของดวงตะวัน รวบรวมมาไว้อยู่ภายในดวง
เนตร ในตอนที่ทำการต่อสู้ก็จะสามารถระเบิด
เปลวเพลิงนี้ออกมาแผดเผาร่างกายของคู่ต่อสู้ได้
คู่ต่อสู้ทั่วไปย่อมยังไม่ทันได้ทำอะไรก็ถูกเจ้าแผด
เผาจนกลายเป็นเถ้าถ่านแล้ว กล่าวอีกอย่าง ยิ่งเจ้า
แข็งแกร่งมากเท่าไหร่ เปลวเพลิงที่เจ้าจะสามารถ
ดูดซับจากดวงตะวันก็ยิ่งเพิ่มมากขึ้น และพลังก็ยิ่ง
รุนแรงขึ้นกว่าเดิม! แต่จุดอ่อนเพียงอย่างเดียว ก็
คือหากว่าเจ้าอยู่ในสภาพแวดล้อมเช่นเดียวกับ
คฤหาสน์มารกลืนสวรรค์นี้ ก็จะไม่สามารถสำแดง
มันออกมาได้เท่านั้นเอง แต่มันก็ยังไม่สำคัญ
เพราะว่ายังมีขั้นที่ 4 อีก!”
หมิงซวง กล่าวโดยไม่หยุดพัก แต่เมื่อกล่าวถึงตรง
นี้ อู่ อวี้ ก็ได้ทุ่มเทความสนใจไปที่นางทั้งหมดแล้ว
แน่นอนความร้ายกาจของเนตรเพลิงขั้นต่อไปมัน
ยิ่งทำให้เขาอยากรู้มากขึ้น
“ขั้นที่ 4 มันอยู่เหนือกว่าขอบเขตของเคล็ดวิชา
ดวงเนตรทั่วไปขอบเขตนี้มีชื่อว่า ‘เขตแดนเนตร
ทองคำ’ ตัวข้ายังไม่เคยไปถึงระดับนี้ ดังนั้นจึงไม่
ค่อยรู้มากนัก แต่ดูเหมือนว่าจะสามารถใช้ดวง
เนตรของเจ้าควบแน่นออกมาเป็นโลกเอกเทศน์ใบ
หนึ่ง เจ้าสามารถผนึกคู่ต่อสู้ของเจ้าเอาไว้ภายใน
‘เขตแดนเนตรทองคำ’ นี้ได้ เขตแดนเนตรทองคำ
จะทำให้เจ้าสามารถควบคุมพื้นที่นั้นได้ เกรงว่าคู่
ต่อสู้ไม่อาจจะหนีรอดจากสายตาของเจ้าได้ และ
มันยังมีความสามารถพิเศษที่ยอดเยี่ยมอีกมากมาย
ข้าจะไม่กล่าวถึงมันมากนัก เมื่อถึงเวลานั้นเจ้าจะ
ได้สัมผัสมันด้วยตัวเจ้าเอง!”
“สำหรับขั้นที่ 5 รู้สึกว่ามันค่อนข้างที่จะไกลเกิน
เอื้อม มันมีชื่อเรียกว่า อัคคีตัดสวรรค์! อัคคีตัด
สวรรค์ สามารถทำลายกระทั่งเซียนอมตะ! เนตร
เพลิงขั้นนี้ มีพลังอำนาจในการสังหารเซียน การ
ฝึกถึงขั้นนี้ย่อมยิ่งยากกว่าเดิมมากนัก เจ้าจะต้อง
ทำการค้นหาวิธีการฝึกฝนด้วยตนเอง! และยิ่งไป
กว่านั้น ข้าคาดว่าจุดสิ้นสุดของมันจะต้องอยู่ไกล
กว่านี้! เช่นเดียวกับร่างอวตารนอกวิถี รอให้เจ้าฝึก
จนถึงจุดสูงสุด แน่นอนว่าจะต้องปรากฏพลัง
ความสามารถไม่น่าเชื่ออีกมากมาย!”
“กองกำลังนับล้าน ดวงเนตรที่มองเห็นทะลุปรุ
โปร่งทุกสิ่งอย่าง แผดเผาฟั้าสวรรค์ คงไม่ต้อง
กล่าวสาธยายว่าจะมีความแข็งแกร่งขนาดไหน”
“พอเท่านี้ก็แล้วกัน รอให้เจ้ามาถึงขั้นตำหนักม่วง
ทะเลมรกตระดับที่ 5 และขั้นตำหนักม่วงทะเล
มรกตขั้นที่ 8 เสียก่อน ยังมีเคล็ดวิชาที่น่า
หวาดกลัวยิ่งกว่านี้ รอคอยเจ้าอยู่อีกมากมาย!”
คำกล่าวนี้ทำให้โลหิตของ อู่ อวี้ พุ่งพล่าน มันทำ
ให้เขาเข้าใจอย่างแท้จริง ถึงแม้ว่าตนเองจะไม่มี
พ่อแม่หรือว่าผู้อาวุโสคอยให้ความคุ้มกัน แต่
ทรัพยากรที่อยู่บนร่างของเขา มันเป็นมรดกจาก
เซียนอมตะ สามารถสั่นคลอนเส้นทางของ เปั่ย
ซาน ม่อ และเหล่าอัจฉริยะคนอื่นๆได้!
อย่างไรก็ตามในตอนนี้เขาจะต้องทำจิตใจตัวเองให้
สงบลง
ถึงแม้ว่าเนตรเพลิงจะมีความสามารถที่น่าดึงดูดก็
จริง แต่ว่า อู่ อวี้ ก็ยังตัดสินใจฝึกฝนควบคุมเคล็ด
วิชา 72 รูปแบบอิทธิฤทธิ์วิชาที่ 3 ก่อน หลังจาก
นั้นเขาค่อยไปทำการฝึกฝนวิถีเทวะเชื่อมสวรรค์
วิชาที่ 2 !
หมิงซวง ครุ่นคิดและทำการเลือดเฟั้นเคล็ดวิชา
72 รูปแบบอิทธิฤทธิ์ถึงครึ่งค่อนวัน จากนั้นนางก็
ได้กล่าวออกมาว่า “ตอนนี้เจ้ามี 72 รูปแบบ
อิทธิฤทธิ์ถึง 2 เคล็ดวิชาแล้ว แถมยังมีกายาเพชร
อมตะ และยังมีวิถีเทวะเชื่อมสวรรค์ถึง 2 อีก อาจ
กล่าวได้ว่าค่อนข้างจะสมบูรณ์แบบแล้ว แต่ว่ายังมี
อยู่จุดหนึ่ง นั่นคือความรวดเร็ว ท่ามกลางเคล็ด
วิชาใน 72 รูปแบบอิทธิฤทธิ์ มีอยู่ 1 วิชาซึ่งเป็น
รูปแบบความเร็ว มันมีชื่อว่า ‘เคล็ดก้าวเทวะ’ เจ้า
อยากจะฝึกฝนมันหรือไม่?”
การเปลี่ยนแปลงในด้านของพละกำลัง!เคล็ดระเบิด
พลังคลั่ง!
การเปลี่ยนแปลงในด้านของความเร็ว!เคล็ดก้าวเท
วะ!
เมื่อหวนคิดไปแล้ว มันถือเป็นจุดอ่อนสำคัญของ
ตัวเขาเลยก็ว่าได้ ซึ่งบางครั้งความเร็วก็สามารถ
ตัดสินผลแพ้ชนะได้ในพริบตา จึงมีความสำคัญ
อย่างยิ่ง! ในตอนนี้ อู่ อวี้ จึงถามออกไปว่า
“รายละเอียดของ เคล็ดก้าวเทวะ เป็นเช่นไรกัน?”
หมิงซวง กล่าวว่า “หลังจากที่ฝึกสำเร็จแล้ว ตราบ
ใดที่ใช้ก้าวเทวะ ยามต่อสู้ ความเร็วจะไต่ระดับ
เพิ่มขึ้นถึง 2 เท่า หรืออาจจะเพิ่มขึ้นได้ถึง 3 เท่า
หากว่ามีลมกรรโชกเกื้อหนุน หากเจ้าเดินทางด้วย
กระบี่บินจักรพรรดิ โบยบินอย่างเต็มกำลัง
ความเร็วของเจ้าจะสามารถเพิ่มขึ้นสูงถึง 5 เท่า!
นี่เป็นเคล็ดวิชาของเซียนอมตะ พลังที่เพิ่มขึ้น
หลายเท่าตัวนี้ อย่างน้อยสำหรับคนธรรมดาเช่น
เจ้า จะเป็นตัวเลขตายตัวไม่มีการเปลี่ยนแปลง
และไม่มีคอขวด”
ความเร็วในการต่อสู้เพิ่มขึ้น 2-3 เท่า!
ความเร็วในการเดินทางเพิ่มขึ้นถึง 5 เท่า!
เคล็ดระเบิดพลังคลั่งเพียงแค่เพิ่มพละกำลังขึ้น 2
เท่าเท่านั้น
เคล็ดวิชารูปแบบอิทธิฤทธิ์ที่ 3 เคล็ดก้าวเทวะมัน
ทำให้เขาพึงพอใจเป็นอย่างยิ่ง เมื่อคิดไปถึงก่อน
หน้านี้ที่เขาถูกหมาปั่าปีศาจทมิฬไล่ล่า ความจริง
แล้วหากในตอนนั้นเขามีเคล็ดก้าวเทวะ หมาปั่า
ปีศาจทมิฬย่อมไม่อาจที่จะไล่ตามเขาได้ทัน
ความสามารถด้านความเร็วดูเหมือนว่าจะไม่
เกี่ยวข้องกับพลังรบ แต่มันเกี่ยวข้องกับการรักษา
ชีวิต ไม่ได้ด้อยไปกว่าพลังโจมตีและพลังปั้องกัน
เลย ดังนั้นเมื่อ หมิงซวง ให้ตนเองลองไตร่ตรอง
เกี่ยวกับเคล็ดก้าวเทวะ เขาจึงไม่ลังเลแม้เพียง
เสี้ยว และแทบจะกล่าวตกลงในทันที
“ตกลง ข้าเลือกเคล็ดก้าวเทวะ” อู่ อวี้ กล่าว
“เจ้าโชคดีมาก หากขาดสิ่งใดก็มีสิ่งนั้นมารองรับ
เมื่อคิดไปถึงสมัยก่อนกว่าที่ข้าจะได้พวกมันมาจาก
พลองทองสมปรารถนา จะต้องสูญเสียทุกสิ่งไป
มากมาย” หมิงซวง กล่าวพร้อมมองบน
“ใครใช้ให้ปล่อยชีวิตน้อยๆของเจ้าต้องมาถูกผูก
ติดอยู่ในมือของข้าเช่นนี้ล่ะ ฮี่ฮี่……” อู่ อวี้
หัวเราะ
“เจ้าจะต้องปฏิบัติกับคนอื่นๆให้รู้หรือไม่
ความหวังทั้งหมดของข้า ฝากฝังเอาไว้อยู่บนเรือน
ร่างของเจ้าเชียวนา…” หมิงซวง เลียนแบบ
น้ำเสียงของ ฉิน ฝูเหยา ด้วยการกล่าวออกมาด้วย
น้ำเสียงยั่วยวน
“ไม่เอาน่า ไม่ได้ดูสารรูปตัวเองเลยรึยังไง ตัวอย่าง
กับเด็กอายุ 10 ขวบก็ไม่ปาน ยังจะมาล้อเลียนนาง
อีก ฮ่า ฮ่า……”
ในช่วงที่ทั้งคู่กำลังหัวเราะคิกคักกันไปมานั้น ก็ได้
ผลสรุปกันเป็นที่เรียบร้อยแล้วว่าจะเลือกเป็น
เนตรเพลิง และ เคล็ดก้าวเทวะ
ก่อนอื่นเลยก็ เคล็ดก้าวเทวะ
72 รูปแบบอิทธิฤทธิ์ เป็นมรดกสืบทอดที่ ฉีเทียน
ต้าเซิ่ง หลงเหลือไว้ให้เขา ฉะนั้นเขาจึงไม่
จำเป็นต้องพักแต่อย่างใด เพียงแค่นำเมล็ดพันธุ์
แห่งการรู้แจ้งในเคล็ดวิชานั้นๆใส่เข้าไปในร่าง
หลังจากนั้นเพียงแค่ค่อยๆฝึกฝนและขัดเกลาไป
เรื่อยๆเท่านั้น
เช่นเคย อู่ อวี้ ใช้เวลา 3 วัน เพื่อศึกษา เคล็ดก้าว
เทวะ อย่างละเอียด
อย่างไรก็ตาม เขาก็ตระหนักเอาไว้อยู่แล้วว่า เคล็ด
ก้าวเทวะ ย่อมมีข้อเสียบางอย่างอยู่
การใช้เคล็ดตรึงกายา มีบางครั้งอาจล้มเหลว
การใช้ออกเคล็ดระเบิดพลังคลั่ง หลังจากที่ใช้
ออกไป กายเนื้อจะรู้สึกเจ็บปวด และ ไร้ซึ่ง
เรี่ยวแรง
ส่วนการใช้เคล็ดก้าวเทวะนี้ ค่อนข้างจะกิน
พลังงานจากแก่นแท้ตำหนักม่วงอยู่มากทีเดียว
ยามต่อสู้หากตัดสินใจใช้ออกด้วย เคล็ดก้าวเทวะ
จะทำให้เกิดเป็นความเร็วจนน่าหวาดกลัว ศัตรู
ส่วนใหญ่ ย่อมถูกความเร็วผนวกกับพละกำลังของ
อู่ อวี้ บดขยี้ลงอย่างง่ายดาย แต่มันก็กินพลังงาน
มหาศาลเช่นกัน อีกทั้งในยามต่อสู้ การฟืนฟูของ
แก่นแท้ตำหนักม่วงจะค่อนข้างเชื่องช้ายิ่ง ดังนั้น
จึงไม่ง่ายที่จะยืนหยัดได้นานนัก กล่าวอีกนัยหนึ่งก็
คือไม่มีทางที่จะรักษาความเร็วของเคล็ดก้าวเทวะ
ได้ตลอดเวลา
อย่างไรก็ตามการที่สามารถระเบิดความเร็วสูงสุด
ได้ภายในชั่วพริบตาก็เพียงพอแล้ว เพียงแค่นั้นก็
ย่อมที่จะสังหารได้ในคราเดียวและตัดสินแพ้ชนะ
ในทันที!
หรือรักษาชีวิตของตนได้อีกด้วยเช่นกัน
วิธีการใช้เคล็ดตรึงกายา เคล็ดระเบิดพลังคลั่ง
เคล็ดก้าวเทวะต่างก็เหมือนกัน ทั้งหมดเป็นไม้ตาย
ก้นหีบของเขา เขาจะสำแดงออกมาในสถานการณ์
ที่ศัตรูคาดไม่ถึง
ในตอนนี้ อู่ อวี้ อยู่ด้านหน้าคฤหาสน์มารกลืน
สวรรค์ เขาเคลื่อนไหวไปมาอย่างรวดเร็ว ซึ่งมัน
รวดเร็วจนน่ากลัว ยากที่จะมองเห็นได้ด้วยตาเปล่า
จะเห็นแต่เพียงร่างเงาติดตาเพียงเท่านั้น ขยับ
เคลื่อนไหวไปมาดั่งภูติพราย เคล็ดวิชานี้จะเห็นผล
อย่างยิ่งยามทำการไล่ล่า ชั่วพริบตาความเร็วของ
เขาจะพุ่งทะยานขึ้นถึง 5 เท่า อาจจะกล่าวได้ว่า
กระทั่ง เฉิน ซิงเหยา ก็ยังไม่รวดเร็วขนาดนี้
เห็นได้เพียงเงาที่พุ่งผ่านไปและหายลับไปใน
พริบตา
เขาฝึกฝน เคล็ดก้าวเทวะ จนแตกฉาน หลังจากที่
ทดสอบผสานมันเข้ากับการต่อสู้ อู่ อวี้ ก็สงบจิตใจ
ลง ส่วนที่ยากเย็นที่สุดต่อมา นั่นก็คือเนตรเพลิง!
“มิติไร้ลักษณ์ สกัดวิญญาณ กักตะวัน เขตแดน
เนตรทองคำ อัคคีตัดสวรรค์!”
เริ่มต้นที่มิติไร้ลักษณ์
เคล็ดมหาวิถีเชื่อมสวรรค์ นี้เป็นการทรมานดวงตา
ของตนเองยิ่ง
ยิ่งกว่านั้นมันเป็นการทรมานที่หนักหน่วงจริงๆ
ช่างมีความคล้ายคลึงกับ กายาเพชรอมตะ จนน่า
ตกใจ จำเป็นที่จะต้องหลอมสกัดทำลายและ
สร้างใหม่ครั้งแล้วครั้งเล่าเพื่อเปลี่ยนแปลง
โครงสร้าง ฝึกฝนอย่างหนักหน่วงจึงจะสำเร็จเป็น
เนตรเพลิง
ก้าวแรกคือการถูกรมควัน!!
และต้องการควันที่หนาแน่น จำเป็นที่จะต้องใช้
วัตถุดิบบางอย่างมาเผาไหม้ โชคดีที่บนร่างของ อู่
อวี้ นำวิญญาณเซียนติดตัวมาไม่น้อย มีบางส่วน
สามารถเผาไหม้ได้ จากนั้นก็ดูดซึมควันเหล่านี้เข้า
สู่ดวงตา
อู่ อวี้ กำลังทดลองดู จึงพบว่าถึงแม้ว่าจะมีกายา
เพชรอมตะอยู่ที่ดวงตา ก็ยังยากที่จะทานทนได้ไหว
“คนเก่งไม่สู้คนพากเพียร เอาวะ!!”
ใครจะรู้ว่าหลังจากที่ออกไปจากคฤหาสน์มารกลืน
สวรรค์ จะมีสิ่งใดรอเราอยู่?
………………………………………………..
(´▽`).。o♡ เพลิน
กลืนสวรรค์สะท้านทวยเทพ