กลืนสวรรค์สะท้านทวยเทพ - ตอนที่ 452 : มอบของขวัญ
กล่าวได้ว่าเขายังมีเวลาเหลืออีกหนึ่งปี
ไม่อาจคาดเดาได้ว่าอีกหนึ่งปีที่เหลือนี้จะเป็นเช่นไร
แต่หนึ่งปีที่ผ่านมาฝีมือของเขาก้าวรุดหน้าเป็น
อย่างมาก ถึงอย่างนั้นกลับกลายเป็นปัญหาอัน
ใหญ่ยิ่ง ที่เขากำลังเผชิญอยู่ในยามนี้
หลังจากปรับแต่งจิตวิญญาณฝึกฝนควบคุมร่าง
อวตารนับพันได้สำเร็จแล้ว เขาก็ยืนยันได้ว่าใน
ช่วงเวลาที่เหลืออีก 1 ปีนี้ยากที่จะคืบหน้าต่อไปได้
นับว่าเป็นเรื่องที่น่าเป็นห่วงจริงๆ
หากไม่ได้รับความรู้แจ้งในเต๋านานวันเข้าแล้วละก็
การขยายตัวของตำหนักม่วง อาจได้รับผลกระทบ
ที่ไม่ดีตามไปด้วย
” เคล็ดวิชาแก่นแท้ฟั้าดิน พลังอิทธิฤทธิ์ เคล็ด
แปลงกายอสูร คงยังไม่สามารถบ่มเพาะได้ตอนนี้
ซึ่งเวลาอีกหนึ่งปีที่เหลือ หากข้าไม่ได้รับความ
ช่วยเหลือจาก วิญญาณบรรพกาลจักรพรรดิเพลิง
ข้าคงต้องหันมาให้ความสนใจกับการหลอมกลั่น
ปรุงยา รวมถึงรู้แจ้งในเต๋า แลวาดค่ายกลวงเวทย์
เกรงว่าในช่วงเวลา 1 ปีนี้ คงยากที่ข้าจะยกระดับ
เข้าสู่ระดับตำหนักม่วงทะเลมรกตขั้นที่ 2 ได้”
” ตอนนี้ข้ามี เม็ดยาปราณมรกต เหลืออยู่ไม่มาก
นัก ถึงแม้ว่าจะสามารถยกระดับร่างอวตารจนถึง
ระดับปัจุบันนี้ได้ เมื่อไหร่ที่ออกไปด้านนอกได้ ก็
เกรงว่าจะเหลือเวลาไม่มากพอ ถ้าเช่นนั้นข้าจะไป
หา เม็ดยาปราณมรกต มากมายขนาดนั้นได้จากที่
ไหน ? ”
เขาขมวดคิ้ว ด้วยความรู้สึกมืดแปดด้านขณะ
ครุ่นคิดเกี่ยวกับเรื่องนี้
สำหรับเขาแล้ว การนัดหมายกับซูซันครั้งนี้ เป็น
อะไรที่สำคัญอย่างยิ่งยวด! มันเกี่ยวข้องกับการฝึก
ตนตลอดชั่วชีวิตของเขาเลยก็ว่าได้ มันคือมารใน
หัวใจอันใหญ่ยิ่งสำหรับเขา! เขาจึงต้องใส่ใจทุก
รายละเอียด แล้วทำทุกอย่างให้ชัดเจน
ไม่ว่าจะเป็น หนานกง เหว่ย เซียนกระบี่กุ้ยหยาง
เปั่ยซาน ม่อ รวมถึงสาวกของนิกายเซียนซูซัน
ทั้งหมด
หนานกง เหว่ย กับ เปั่ยซาน ม่อ เข้าไปภายในถ้ำ
แห่งซูซันเป็นเวลานานกว่า 3 ปี ที่นั่นไม่มีการ
ทดสอบใด ๆ โดยทั่วไปทุกอย่างจึงราบรื่น เท่ากับ
ว่าพลังฝีมือของทั้งสองก็จะพุ่งทะยานเพิ่มขึ้นอีก
ครั้ง
อู่ อวี้ คิดว่าหากต้องไปต่อสู้ด้วยระดับในปัจจุบันที่
มี ถือว่ายังคงค่อนข้างเสี่ยง
” ถ้าข้าไปที่นั่นแล้วสู้ เปั่ยซาน ม่อ ไม่ได้ สาวก
ของซูซันคงได้หัวเราะเยาะเย้ยข้าเป็นแน่ การต่อสู้
ครั้งนี้ … ข้าจะพ่ายแพ้ไม่ได้เด็ดขาด! ”
เมื่อความจริงใกล้เข้ามาทุกขณะ มันก็ทำให้เขา
รู้สึกตื่นเต้นขึ้นมาก
ในขณะ อู่ อวี้ มืดแปดด้าน เขาก็คิดหากตนเอง
ไม่ได้เข้าไปยัง คฤหาสน์มารกลืนสวรรค์ พื้นฐาน
ฝึกตนแลพลังฝีมือของเขาก็คงจะรุดหน้าอย่างใหญ่
หลวงมากกว่านี้ หรือไม่บางทีเจ้านครจักรพรรดิ
เพลิง อาจจะจงใจปล่อยให้เขาเข้าอยู่ใน หลุม
บรรพกาลจักรพรรดิเพลิง จนครบกำหนด 3 ปี
เพื่อให้เขาสามารถก้าวเข้าสู่ระดับตำหนักม่วง
ปราณมรกตขั้นที่ 2
ในกรณีดังกล่าว แม้ว่าพื้นฐานการฝึกตนของเขา
จะต่ำกว่า เปั่ยซาน ม่อ กับ หนานกง เหว่ย ก็ตาม
แต่ถึงกระนั้นเขาก็ยังมั่นใจในพลังฝีมือของตนเอง
” อย่าคิดมากขนาดนั้น อย่างที่เห็นตอนนี้เจ้าก็ทำ
ทุกอย่างเท่าที่จะทำได้แล้ว เพราะถึงอย่างไรเจ้าก็
ไม่สามารถออกไปจากที่นี่ยามนี้ได้ เอาไว้ค่อยคิด
หาหนทางอีกทีก็แล้วกัน อันที่จริงทุกอย่างก็
กระจ่างแจ้งอยู่แล้วว่าเจ้ากำลังติดแหง็กอยู่ที่นี่
เมื่อถึงเวลานัดหมาย หากเจ้ายังไม่สามารถออกไป
ยังด้านนอกได้ ทุกอย่างที่ทำมาก็ไม่จำเป็นอีกต่อไป
”
หมิงซวง ใช้คำพูดเสียดแทงจี้ใจดำอย่างไร้ความ
ปราณี …
” สิ่งที่เจ้าพูดมันก็ถูก หากหัวใจข้าเป็นกังวลใจ วิถี
เต๋าของข้าก็ยิ่งสับสนปันปั่วน ข้าจะต้องวิ่งไล่ตาม
ความรุดหน้า โดยปล่อยให้มันเป็นไปตามธรรมชาติ
”
แม้ว่า อู่ อวี้ จะกล่าวออกไปแบบนั้นก็ตาม แต่
ภายในใจของเขายังคงพยายามดิ้นรนหาทางรอด
อย่างแรงกล้าเป็นประวัติการณ์
หลังจากนั้นเขาก็ใช้วัตถุดิบที่ซื้อมาก่อนหน้านี้
หลอมกลั่นปรุงยา วาดค่ายกลวงเวทย์ สิ่งสำคัญ
ที่สุดก็คือไม่อาจทำใจไม่ให้กังวลเรื่องเวลาได้ ด้วย
เพราะภายในใจของเขาปันปั่วนหงุดหงิดใจ ทำ
ให้ผลที่ออกมาไม่ดีเท่าที่ควร ทั้งประสิทธิภาพของ
เม็ดยาก็ยังลดลงไปมาก ส่วนการวาดให้ค่ายกลวง
เวทก็ล้มเหลวซ้ำแล้วซ้ำอีก
“ความคิดภายในหัวของเจ้า กำลังสร้างปัญหา
ให้กับตัวเจ้าเอง” หมิงซวงกล่าว
” แล้วควรแก้ปัญหาอย่างไร? ” อู่ อวี้ ไต่ถาม
” ก็ลืมข้อตกลงที่ทำไว้กับฝังโน้นให้หมดไงเล่า แม้
ข้าจะทำไม่ได้เหมือนกันก็เถอะ ฮ่า ๆ ๆ ๆ ถ้าข้า
เป็นเจ้า…ข้าจะสลัดทุกภาพความทรงจำในอดีต
อดีตทิ้งไปเสียให้สิ้น โดยเฉพาะ หนานกง เหว่ย ข้า
จะให้แม่นั่นมาคุกเข่าเลียข้าให้หนำใจเสียเลย” หมิ
งซวงกล่าวอย่างสะใจ
“เจ้าจะต้องสติฟันเฟือนไปแล้วแน่ ๆ”
เมื่อคิดไปคิดมา หนางกง เหว่ย ก็คือไฟดี ๆ นี่เอง
ส่วน อู่ อวี้ ก็เป็นเช่นเดียวกัน ด้วยอุปนิสัยที่
เหมือนกัน ไฟกับไฟย่อมยากที่จะอยู่ด้วยกันได้
อย่างไรก็ตาม อู่ อวี้ ไม่ได้เกลียดชังนางแต่อย่างใด
แต่ถ้าเป็นไปได้เขาก็หวังว่า หนานกง เหว่ย จะมี
อนาคตที่ดีแลสดใส อยากให้นางรู้แจ้งในเต๋าบรรลุ
กลายเป็นเซียนอมตะ
เมื่อนึกถึงนางแล้ว จิตใจของเขาก็สงบลงบ้าง
เล็กน้อย อู่ อวี้ ยังคงไตร่ตรองหาหนทางต่อไป ซึ่ง
มันทำให้เขามีความก้าวหน้าบางอย่าง
” อู่ อวี้ ท่านมานี่สักเดี๋ยวจะได้ไหม ” ทันใดนั้นเขา
ก็ได้ยินเสียงร้องเรียกของ ลั่วผิน เสียงอันอ่อน
ละมุนยังคงดังก้องอยู่ในโสตประสาทแก้วหู อู่ อวี้
จึงรุดไปยังตำหนักหลักทันที ลั่วผิน อยู่ที่นั่น
ตลอดเวลา
นางใช้เวลาส่วนใหญ่ไปกับการฟืนฟูร่างกาย นาง
ยังคงพูดน้อยเหมือนเช่นเคย เขาไม่รู้ว่านางมีธุระ
อันใดถึงเรียกตัวเขาไปเช่นนี้?
หลังจากมาถึงลานหน้าตำหนักหลัก ลั่วผินยังคงจม
อยู่ในห้วงสมุทร สิ่งที่ อู่ อวี้ เห็นก็คือมังกรขาวที่
ม้วนขดอยู่ภายในห้วงสมุทรลึก
นางยังคงไม่ลืมตา เห็นได้ชัดว่านางยังคงอยู่ใน
ขั้นตอนฟืนฟูร่างกายอย่างต่อเนื่อง คงไม่สะดวกที่
จะหยุดลงกลางคัน การที่แล้วนางเรียกเขามาเช่นนี้
แสดงว่าจะต้องมีเรื่องสำคัญบางอย่างเป็นแน่
อู่ อวี้ นั่งรออยู่หน้าตำหนักหลัก แต่ก็อยู่ใกล้กับ
นางมาก เขามองไปยังมังกรขาวผู้มีดวงตาสีคราม
ประดุจห้วงสมุทรมายาฝัน ฉับพลันเขาก็นึกถึง
หนานกง เหว่ย แล้วเอาทั้งสองมาเปรียบเทียบกัน
เมื่อเขาอยู่ใกล้นางกับ หนานกง เหว่ย เขาต้อง
อดทนกับความร้อนประดุจเพลิงเผาผลาญของนาง
แต่เมื่อเขาอยู่ใกล้กับ ลั่วผิน บ่อยครั้งนางช่วยทำ
ให้จิตใจของเขารู้สึกสงบเยือกเย็นลงได้
ใบหน้าอันสงบเยือกเย็นของนาง ทำให้ผู้คนรู้สึก
ผ่อนคลาย
” อู่ อวี้ ท่านเข้ามาใน คฤหาสน์มารกลืนสวรรค์
กับข้า ทำให้ท่านต้องเสียเวลาไปมาก ถึงแม้
ในตอนนี้ยังไม่ครบกำหนด 3 ปีตามสัญญาที่นัด
หมายกันว่า แต่ข้าเห็นในช่วง 2-3 วันที่ผ่านมานี้
ท่านดูกระวนกระวายใจเป็นยิ่งนัก … ท่านรู้สึก
เสียใจที่ลงมากับข้าที่นี่หรือไม่? ”
ขณะ ลั่วผิน กำลังหลับตา ขนตายาวสวายพริ้ว
ไหวอ่อนนุ่มเมื่ออยู่ในกระแสวารี
อู่ อวี้ ส่ายศีรษะแล้วกล่าวว่า ” ไม่…ข้าไม่เคย
เสียใจในสิ่งที่ข้าได้ตัดสินใจกระทำลงไปแล้ว ไม่ว่า
ภายภาคหน้าจะเกิดอันใดขึ้นบ้าง แต่ก็ยังเร็ว
เกินไปที่จะด่วนสรุป อีกอย่างมันทำให้ท่านได้รับ
เกล็ดมังกรบรรพกาล การมีท่านเป็นสหายก็นับว่า
คุ้มค่ามากแล้ว ”
แม้ว่าเขาจะรู้สึกกระวนกระวายใจอยู่บ้าง แต่เขาก็
ไม่เคยนึกเสียใจเลย เหมือนดั่งที่เขาได้กล่าวออกมา
ไม่ว่าจะดีหรือร้ายเขาหาได้ใส่ใจ
” ถ้าตอนนี้ท่านยังกังวลเกี่ยวกับเรื่องที่ติดอยู่
ภายใน หลุมบรรพกาลจักรพรรดิเพลิง ขอให้ท่าน
อย่าได้กังวลไปเลย ” ลั่วผินกล่าวขึ้นอย่างแผ่วเบา
อู่ อวี้ กล่าว ” อันที่จริงแล้วที่ไหนก็เหมือนกันนั่น
แหละ อาจเป็นเพราะเรื่องนี้มีความสำคัญสำหรับ
ข้ามาก แต่เวลานั้นก็ยังไม่มาถึง ฉะนั้นข้าจะไม่
รีบด่วนสรุปเป็นอันขาด ”
ถึงแม้ ลั่วผิน จะประสบความสำเร็จและมีความ
แข็งแกร่งยิ่งใหญ่ถึงขนาดนี้ แต่นางรู้สึกชื่นชม อู่
อวี้ เป็นอย่างยิ่ง
” ท่านเป็นสหายที่ดีสำหรับข้าเสมอ นอกจากนี้
ท่านยังเป็นผู้มีพระคุณของข้า ฉะนั้นท่านคงไม่คิด
ว่าข้าเป็นคนนอกใช่หรือไม่? ” ลัวผิน กล่าวพร้อม
กับอมยิ้ม
ในความเป็นจริง การที่ ลั่วผิน ได้รับเกล็ดมังกร
บรรพกาล ส่วนสำคัญก็เป็นเพราะ อู่ อวี้
ตัวอย่างเช่นในการตั้งเปั้าหมายในเมืองโบราณ ก็
เป็นเพราะ อู่ อวี้ เสนอมาเป็นคนแรก
อู่ อวี้ ยิ้มแล้วกล่าวว่า ” ไม่อย่างแน่นอน … ”
ฟุบ!
เป็นเสียงของหนักหล่นลงมาจากที่สูง มันคือถุง
จักรวาลที่ลั่วผินโยนมาให้เขา อู่ อวี้ ตกตะลึงไป
เล็กน้อยก่อนเอื้อมมือไปหยิบถุงจักรวาลมา เขาไม่
เคยคาดคิดว่า ลั่วผิน จะให้อะไรกับเขาเช่นนี้
” ข้าพาท่านตะลอนมานานกว่าาสองปีแล้ว ใน
ฐานะสหายอย่างข้า ๆ รู้สึกเสียใจอยู่ในใจลึก ๆ
เสมอ นี่คือการตอบแทนเล็ก ๆ น้อย ๆ ห้ามปฏิเสธ
เด็ดขาด เพราะเมื่อครู่ท่านเพิ่งเป็นคนพูดเองว่าเรา
ไม่ใช่คนนอก? ” ใบหน้าของนางเปือนด้วยรอยยิ้ม
เล็กน้อย โดยเฉพาะดวงตาสีฟั้ามรกตของนางนั้น
ช่างหน้ามองงดงามเป็นอย่างยิ่ง
อู่ อวี้ ยืนขึ้นพร้อมกับถุงจักรวาลอันหนักอึ้ง แล้ว
เขาก็กล่าวขึ้นว่า ” ไม่ได้หรอก ข้าไม่อาจรับสิ่งของ
ตอบแทนจากสหายของข้าได้ ข้าช่วยท่านด้วยใจ
บริสุทธิ์ไม่ได้หวังสิ่งตอบแทนใด ๆ ทั้งสิ้น จะให้ข้า
ยอมรับสิ่งของเหล่านี้ได้อย่างไร? ”
การที่ ลั่วผิน มอบสิ่งของเหล่านี้ให้แก่ตนเอง
ถึงแม้นางจะไม่ได้เอื้อนเอ่ยแจกแจงใด ๆ อู่ อวี้
ย่อมล่วงรู้เป็นอย่างดีว่าภายในถุงจักรวาลใบนี้ต้อง
มีสิ่งของหลายอย่างอัดแน่นอยู่ด้านในแน่นอน …
ลั่วผิน ยิ้มแล้วกล่าวว่า “ ท่านอย่าได้กล่าววาจา
ห่างเหินเช่นนั้นเลย พวกเราหาใช่คนอื่นไกลแต่
อย่างใด ข้าเองก็อยากทำเพื่อสหายบ้าง อีกอย่าง
มันจะได้ช่วยเยียวยาความรู้สึกผิดที่อยู่ในใจของข้า
ฉะนั้นท่านอย่าได้เกรงใจไป ”
นางเป็นคนเด็ดเดี่ยวแน่วแน่เป็นอย่างมาก
อู่ อวี้ ยังคงรู้สึกตะขิดตะขวงใจที่จะชุบมือเปิบ
สิ่งของ ๆ ผู้อื่นมาแบบหน้าตาเฉย การที่เขาลงมา
ที่นี่กับนางไม่ได้เพราะอยากได้สิ่งของเหล่านี้แต่
อย่างใด แต่ท่าทีรวมถึงการตัดสินใจอันเด็ดขาด
ของนาง ก็ทำให้เขายากที่จะปฏิเสธ เขาจ้องมอง
นางภายในหัวก็กำลังคิดหาเหตุผลดี ๆ เพื่อปฏิเสธ
ทันใดนั้นเขา ก็มองเห็นผ้าแพรสีฟั้า ซึ่งอยู่บนคอ
ยาวขาวระหงดั่งหยกละเอียดอ่อนของ ลั่วผิน นี่
เป็นสิ่งที่เขาคุ้นเคย
เขาลองบีบถุงจักรวาล เขายิ้มแล้วกล่าวว่า ” ถ้า
เช่นนั้นก็ตกลง ข้าจะถือเสียว่านี่เป็นของกำนัลที่
ท่านมอบให้แก่ข้าก็แล้วกัน แต่… ข้าเองก็จะมอบ
บางอย่างให้แก่ท่านเช่นกันเพื่อเป็นการแลกเปลี่ยน
แล้วตัวท่านก็ต้องยอมรับมันห้ามปฏิเสธอย่าง
เด็ดขาด ”
เมื่อ ลั่วผิน เห็นว่าเขายอมรับสิ่งที่นางมอบให้ ใน
ใจก็แอบรู้สึกมีความสุขอยู่ไม่น้อย แต่สิ่งที่ อู่ อวี้
จะมอบให้คงไม่ใช่อะไรที่ไม่ดี ฉะนั้นนางจึงไม่ต้อง
คิดอะไรมากแล้วก็กล่าวขึ้นว่า “ เช่นนั้นก็ตกลง ”
โดยไม่คาดคิดว่า อู่ อวี้ จะพูดขึ้นอย่าง
ตรงไปตรงมาไม่อ้อมค้อมว่า ” ดังนั้น ข้าหวังว่าใน
ครั้งต่อไปหากต้องประสบพบเจอกับเรื่องราววิกฤต
แพรหัวใจสมุทร จะยังถูกผูกติดอยู่ในตำแหน่งเดิม
เช่นเดียวกับในตอนนี้ ท่านตกลงหรือไม่ ?”
สายตาของเขามองไปยังผ้าแพรสีน้ำเงิน ที่ผูกไว้
บนคออันเรียวระหงละเอียดอ่อนประดุจหยกของ
นาง
ลั่วผิน ลืมตาขึ้นอึ้งตะลึงดวงตาสีครามราวกับ
มหาสมุทรของนางจ้องมองไปยัง อู่ อวี้ ด้วย
ท่าทางเขินอาย
ในความเป็นจริงเขาไม่ได้คาดหวังว่านางจะมีท่าที
เช่นนี้ การที่ อู่ อวี้ ตัดสินใจเช่นนี้ก็เพราะว่า แพร
หัวใจสมุทร เป็นศาสตราเต๋าวิถีแท้ชิ้นแรกของเขา
แม้ว่ามันจะไม่เหมาะกับเขา แต่มันคือศาสตราเต๋า
วิถีแท้! ซึ่งมันมีค่ามหาศาลเป็นอย่างยิ่ง! แม้แต่
เม็ดยาปราณมรกต ก็ไม่สามารถหาซื้อมันมาใช้
สอยได้
ดังนั้นนางจึงตกลงล่วงหน้า
แม้ว่า อู่ อวี้ จะไม่ได้กล่าวออกมาอย่างชัดเจน ว่า
เขาหวังว่าจะได้พบนางอีกในครั้งหน้า แต่การที่
บอกไปว่า แพรหัวใจสมุทร จะต้องผูกอยู่บนลำคอ
ของนางต่อไป ก็เพราะเขามีความหมายเช่นนั้นที่
อยากจะบอกกับนาง
ทั้งยังแฝงไว้อีกหนึ่งความหมาย นั่นก็คือของขวัญ
แทนการจากลา
พอพลังของ ลั่วผิน ฟืนคืนกลับมาเป็นปกติเช่นเดิม
โลกของพวกเขาทั้งสองก็จะแตกต่างกันในบัดดล
นางจะต้องจากไปแล้ว การที่จะได้พบกันใหม่อีก
ครั้ง บางทีอาจเป็นเพียงแค่ความฝันอันห่างไกล
ของขวัญสำหรับการลาจาก ถึงแม้มันจะเป็น
ของขวัญธรรมดา ๆ แต่ความหมายของมันนั้น
ลึกซึ้งสำคัญยิ่งกว่า
แม้แต่ หมิงซวง ก็ยังดวงตาเบิกกว้างด้วยความไม่
อยากเชื่อ พร้อมกับกล่าวขึ้นว่า ” อ๊ากกกก? จะ
เจ้า…ไอ้เด็กเหลือขอ ทุนเดิมของเจ้าร่อยหรอ จน
จะหมดตูดอยู่แล้วแต่ดันมีนารีมาอุปถัม! แต่เพียง
ชั่วพริบตาเดียวกลับส่งของล้ำค่ามอบมันให้แก่นาง
เจ้านี่มันมือเติบเกินไปแล้วนะ หญิงชราผู้นี้ทำดีกับ
เจ้ามาตลอดไม่เห็นเจ้าให้อันใดแก่ข้า ถ้าเช่นนั้น
เอามาเลย ส่งไอ้ไข่นั่นมาให้ข้าเดี๋ยวนี้เลย! ”
ความจริงแล้วสิ่งที่ อู่ อวี้ กระทำ ก็เพื่อสนองความ
พึงพอใจของตนเองล้วน ๆ ใช่ว่าเขาไม่รู้ว่า แพร
หัวใจสมุทร นั้นเลอค่ามากเพียงใด แต่นี่คือ
หลักการของเขาในฐานะสหาย แลในฐานะที่เขา
เป็นบุรุษ การที่ ลัวผิน มอบของขวัญให้แก่เขา
เขาก็ต้องมอบให้ของขวัญคืนกลับให้แก่นางเช่นกัน
แล้วสิ่งมีค่ามากที่สุดที่ตัวเขามีในตอนนี้ก็คือ แพร
หัวใจสมุทร เพียงเท่านั้น
ในความเป็นจริง ลั่วผิน ยังไม่ได้แกะ แพรหัวใจ
สมุทร ออกจากลำคอของนางเลย นอกจากนี้ด้วย
เพราะความกังวลว่าจะเกิดอุบัติภัยอื่น ๆ ที่อาจ
เกิดขึ้นได้ทุกเมื่อภายใน คฤหาสน์มารกลืนสวรรค์
แห่งนี้ ฉะนั้น แพรหัวใจสมุทร จึงเป็นสิ่งเดียวที่
พอจะช่วยปั้องกันนางได้แม้จะแค่เล็กน้อยก็ตาม
ส่วนนางก็พร้อมจะส่งมันคืนกลับไปให้แก่ อู่ อวี้
เมื่อใดสภาพของนางคงที่แล้ว
นางลืมตาขึ้น ดวงตาสีครามมรกตของนางสาด
ผสานเข้ากับดวงตาของ อู่ อวี้ บางทีอาจเป็นไปได้
ว่านางอาจรู้สึกถึงพลังวิญญาณอันทรงพลังเขา
“ แววตาของท่านแตกต่างไปจากเดิม นี่คงเป็นผล
จากการที่ท่านตรากตรำฝึกฝนอย่างหนัก ในช่วง
เวลาที่ผ่านมาใช่หรือไม่?” ลั่วผิน กล่าวขึ้นอย่าง
แผ่วเบา
“ใช่แล้ว” อู่ อวี้ พยักหน้า
ลั่วผิน จ้องมองเข้าไปยังดวงตาของเขาอย่างดื่มด่ำ
ลึกซึ้ง บุรุษหนุ่มผู้นี้สามารถทำให้นางรู้สึกพิเศษ
เป็นอย่างยิ่ง นางไม่เคยพบเจอใครเหมือนกับ อู่
อวี้ มาก่อน อันที่จริงพลังฝีมือของ อู่ อวี้ กับนาง
แตกต่างกันอย่างใหญ่หลวงราวฟั้ากับเหว แต่
หัวใจของเขาช่างองอาจไม่ต่างจากนางเลย เจตนา
ของ ลั่วผิน คืออยากจะช่วยเขาให้หลุดพ้นออก
จากสถานการณ์เช่นนี้ก่อน แต่หัวใจของเขาก็เต็ม
ไปด้วยความหยิ่งทะนง เขาจึงมอบกำนัลที่มีมูลค่า
สูงกว่าถุงจักรวาลที่นางให้ กลับคืนมาให้แก่นาง
ยิ่งไปกว่านั้นของขวัญนี้ยังมีนัยแอบแฝง นั่นก็คือ
เป็นของขวัญสำหรับการจากลา หากสังเกตจะเห็น
ว่าบนลำคอของนางจะมี แพรหัวใจสมุทร ผูกติด
ลำคอของนางเอาไว้เสมอ การที่ยังมี แพรหัวใจ
สมุทร อยู่เช่นนี้ทำให้หัวใจของ ลั่วผิน นี้ รู้สึก
อบอุ่นเป็นอย่างมาก เขาคือบุรุษหนุ่มมีความหนัก
แน่นมั่นคงดุจหินผา
ทันใดนั้นนางก็พยักหน้าแล้วกล่าวว่า ” ตกลง ข้า
จะยอมรับมันก็แล้วกัน ”
อู่ อวี้ รู้สึกว่านางค่อนข้างจะเคารพในเกียรติของ
เขายิ่ง
เขายิ้มขึ้นอย่างอบอุ่น
” สมบัติเหล่านั้น ข้าก็ยินดีจะน้อมรับไว้เช่นกัน”
หากมองเพียงคร่าว ๆ จำนวนเม็ดยาปราณมรกต
มันมากมายเกินกว่าที่ อู่ อวี้ จะจินตนาการได้ …
งานนี้ร่างอวตารของเขาคงได้สนุกแน่
นอกจากขอบเขตพลังฝีมือที่จะสูงขึ้น ทุกอย่าง
จะต้องดีขึ้นกว่าเดิม!
………………………………………………..
(´▽`).。o♡ เพลิน
กลืนสวรรค์สะท้านทวยเทพ