กลืนสวรรค์สะท้านทวยเทพ - ตอนที่ 453 : เวทยบรรพกาลมังกรเทวะ
หลังจากตกลงแลกเปลี่ยนของขวัญกันเสร็จ
เรียบร้อย ลั่วผิน ก็กลับสู่ห้วงแห่งการฟืนฟู
ร่างกายของนางต่อไป ซึ่งนับว่าคืบหน้ามากทีเดียว
ส่วน อู่ อวี้ ออกจากคฤหาสน์มารกลืนสวรรค์ ไป
ยังพื้นที่เปิดโล่ง ยามนี้ภายในอกของเขาเต็มไป
ด้วยความตื่นเต้น และ ซาบซึ้งเป็นอย่างยิ่ง
จากนั้นเขาก็หยิบถุงจักรวาลที่ ลั่วผิน มอบให้
ออกมาอย่างทะนุถนอมระมัดระวัง
ด้วยเพราะนางรู้ดีว่าสิ่งที่เขาขาดแคลนมากที่สุด
ในตอนนี้ก็คือยอดโอสถวิญญาณ เม็ดยาปราณ
มรกต
ขนาดของถุงจักรวาล มีพื้นที่ใหญ่พอจะใส่ภูเขาได้
ทั้งลูก นี่คือถุงจักรวาลที่ ลั่วผิน มอบให้แก่เขา มัน
คือศาสตราสถิตวิญญาณที่ยอดเยี่ยม และ ทรงค่า
เป็นอย่างยิ่ง อีกทั้งอักขระแผนภูมิเวทก็มี
เสถียรภาพมั่นคงสูงมาก ถึงให้เจ้าของตกตายไป
ถุงจักรวาลใบนี้ก็ยังไม่ถูกทำลาย
เมื่อเขาเปิดถุงจักรวาลออก กลิ่นของโอสถ
สมุนไพรหอมฟุั้งตลบอบอวล จน อู่ อวี้ แทบจะ
หมดสติเลยทีเดียว!
มันมากจนน่าเหลือเชื่อ!
เขาไม่ทราบเลยว่า ในท้ายสุดแล้วมี เม็ดยาปราณ
มรกต อยู่มากมายเท่าใดกันแน่? ราวกับว่ามี
มหาสมุทรอยู่ภายใน!
อู่ อวี้ ใช้เวลาอยู่นานกว่าจะนับจำนวน เม็ดยา
ปราณมรกต เหล่านี้จนเสร็จ
ลั่วผิน นั้นมั่งคั่งเป็นอย่างยิ่ง ภายในถุงจักรวาล
ของนางมี เม็ดยาปราณมรกต กว่า 50,000 เม็ดยา
ความมั่งคั่งสูงสุดของ อู่ อวี้ อยู่ที่จำนวน 8,000
เม็ดยา แต่คราวนี้พุ่งทะยานขึ้นสูงถึง 50,000 เม็ด
ยา ทำลายสถิติสูงสุดก่อนหน้านี้ของเขาไว้ด้านหลัง
อย่างสิ้นเชิง ซึ่งมันทำให้หัวใจของเขาสั่นระรัวเต้น
ระทึกเป็นอย่างยิ่ง
” ดูเหมือนว่า การที่ข้ามอบแพรหัวใจสมุทรให้แก่
นาง ไม่ได้ทำให้ข้ารู้สึกขาดทุนเลยแม้แต่น้อย … ”
ถึงแพรหัวใจสมุทรจะเป็นศาสตราเต๋าวิถีแท้ก็จริง
แต่มันก็จัดอยู่ในระดับธรรมดาสามัญทั่วไป
เม็ดยาปราณมรกต 50,000 เม็ด! ซึ่งมันจะ
เทียบเท่ากับ 50 ล้านแต้มผลงาน! ในช่วงเวลาสั้น
ๆ ต่อให้เป็นจอมกระบี่แห่งซูซัน ก็ยากที่จะมี
ทรัพยากรให้ใช้เท่ากับในมือของ อู่ อวี้ ยามนี้ได้
ตัวอย่างเช่น จอมกระบี่ชื่ออิง ไม่มีทางที่จะมั่งคั่ง
ร่ำรวยยิ่งกว่า อู่ อวี้ ตอนนี้
ยามนี้ร่างอวตารนับพันร่าง กำลังแยกตัวล้อมรอบ
ร่างของ อู่ อวี้ เอาไว้ ซึ่งการยกระดับร่างอวตาร
จนถึงระดับความแข็งแกร่งของเขาในตอนนี้ ย่อม
ใช้ไม่ถึง 50,000 เม็ด การยกระดับของเหล่าร่าง
อวตารจำเป็นใช้เพียงแค่เม็ดยาเท่านั้น และความ
แข็งแกร่งทางร่างกายของพวกมันก็มิได้แข็งแกร่ง
เทียบเท่าร่างจริง
จากนั้นเขาสั่งให้ร่างอวตารทั้งหมด เริ่มการ
ปรับแต่งยกระดับแกนนภาโดยใช้เม็ดยาปราณ
มรกต เพื่อให้ร่างอวตารทุกยกระดับเข้าสู่ตำหนัก
ม่วง ซึ่งร่างอวตารทั้งหมดต่างมีจิตใจเชื่อมโยงกับ
อู่ อวี้ เพื่อควบคุมให้ทุกร่างยกระดับแกนนภา เขา
ต้องสิ้นเปลืองพลังงานพอสมควรเลยทีเดียว
เม็ดยาปราณมรกต นับว่าเป็นสิ่งจำเป็นยิ่งสำหรับ
ร่างอวตาร ซึ่งน้ำใจที่ ลั่วผิน มอบให้แก่เขานั้นล้ำ
ค่าเป็นอย่างมาก แม้นางจะไม่พูดจาเยิ่นเย้อให้มาก
ความ แต่สิ่งที่สำคัญยิ่งไปกว่านั้นก็คือนางทราบว่า
อู่ อวี้ ต้องการอะไร
สิ่งของอื่นนอกจากเม็ดยาที่อยู่ในถุงจักรวาล ก็ยังมี
วิญญาณเซียนอยู่เป็นจำนวนมาก มีกระทั่งสมบัติ
แลวัตถุดิบคนอื่นที่สามารถนำมาใช้หลอมสร้าง
กลั่นสกัดปรุงเม็ดยา กับวัสดุที่ใช้ในการวาดวงเวท
ค่ายกล ยันต์เปล่า สมบัติที่ใช้หลอมสร้างศาสตรา
วิญญาณเซียนสำหรับการปรุงยา ทุกอย่างพร้อม
ใช้งาน สมบัติวิเศษวิญญาณเซียนระดับสูงเหล่านี้
มีเส้นวิญญาณถึง 5 เส้น ซึ่งสิ่งของแต่ละอย่างล้วน
มีจำนวนค่อนข้างมาก
ซึ่งหากต้องการเลือกซื้อสิ่งของวัสดุเหล่านี้มาใช้
ถ้าให้ตีคร่าว ๆ คงต้องใช้เม็ดยาปราณมรกตนับ
พันเม็ด
สิ่งของวัสดุเหล่านี้ทั้งล้ำค่า และ มีจำนวนมหาศาล
อู่ อวี้ เข้าใจอย่างลึกซึ้งว่า ถึงแม้เขาหลอมสร้าง
กลั่นสกัดปรุงเม็ดยา วาดวงเวทค่ายกลอยู่ที่นี่เป็น
เวลาหลายปี ก็ยังใช้ทรัพยากรที่มีอยู่ตอนนี้ไม่หมด
สิ่งที่ ลั่วผิน มอบให้เกินกว่าเขาจะจินตนาการได้
ฉะนั้นเขาจะต้องใส่ใจแลระวังในการใช้งานพวก
มันให้มาก
ท่ามกลางวัสดุสิ่งของหลายสิ่งหลายอย่างนี้ มีอยู่
สองสิ่งที่สำคัญเป็นอย่างมาก! นั่นคือนั่นก็คือตำรา
เล่มหนาเตอะสองเล่ม! ตำราแต่ละเล่มหนาเตอะมี
กว่าหมื่นหน้า!
หนึ่งในนั้นถูกเรียกว่า ‘ บัญญัติโอสถตระกูลมังกร ‘
เขาลองพลิกตำราดูสักเล็กน้อย แค่มองผ่าน ๆ เขา
ก็ต้องตกตะลึงด้วยความหวาดกลัว สิ่งที่อยู่ใน
ตำราเล่มนี้ก็คือข้อมูลสูตรลับของการหลอมสร้าง
กลั่นสกัดปรุงยา ของตระกูลมังกรเทวะหลาย
ตระกูล ภายในมีวิถีบ่มเพาะหลอมสร้างกลั่นสกัด
โอสถเรียบง่ายไม่ซับซ้อน ซึ่งล้วนแล้วแต่เป็นสุด
ยอดโอสถวิญญาณ
นอกจากสูตรลับแต่ละวิธี ก็ยังมีประสบการณ์การ
หลอมสร้างกลั่นสกัดโอสถของมังกรเทวะรุ่นก่อน
ๆ ประสบการณ์เหล่านี้ล้วนมีความสำคัญเป็นอย่าง
ยิ่ง
แม้ว่ามังกรจะเป็นสัตว์สวรรค์ แต่ก็มีบางส่วน
คล้ายคลึงกับปีศาจ ซึ่งมีข่าวร่ำลือกันว่าการหลอม
สร้างกลั่นสกัดโอสถ และ การวาดวงเวทค่ายกล
นั้นเหนือล้ำยิ่งกว่าปีศาจ แลผู้ฝึกตนบำเพ็ญตน
หลายเท่านัก
‘ บัญญัติโอสถตระกูลมังกร ‘ ครอบคลุมทุกสรรพ
สิ่ง มีวิธีหลอมสร้างกลั่นสกัดปรุง เม็ดยาปราณ
มรกต นับพันวิธี อู่ อวี้ ค่อย ๆ พลิกอ่าน เมื่ออ่าน
ไปถึงส่วนหลัง ๆ เขาก็พบว่ามันเป็นสูตรวิธีที่
เกี่ยวข้องกับการนำ วิญญาณเซียนชนิดพิเศษซึ่งมี
เส้นวิญญาณถึง 7-8 เส้น นำมาใช้ปรับแต่งหลอม
สร้างกลั่นสกัดเป็นโอสถ! เป็นโอสถที่ทำให้แม้แต่
ฟั้าดินหรือเทพมารต้องตื่นตะลึงด้วยความ
สะพรึงกลัว! แล้วมันก็ทำให้เขาสะพรึงกลัวเป็น
อย่างยิ่ง
เพียงแค่เวลาสั้น ๆ ที่เปิดอ่าน ‘ บัญญัติโอสถ
ตระกูลมังกร ‘ ทำให้เขารู้ว่าคุณค่าของมัน
เหนือกว่าศาสตราวิถีแท้ แพรหัวใจสมุทร อย่าง
เทียบกันไม่ติด
หลังจากได้อ่าน บัญญัติโอสถตระกูลมังกร เห็นได้
ชัดว่า อู่ อวี้ ไม่จำเป็นต้องแลกเปลี่ยนศาสตร์ลับ
ปรุงโอสถ จาก นครจักรพรรดิเพลิง อีกต่อไป
เพราะว่าศาสตร์ลับปรุงโอสถแทบทุกชนิดบนโลก
ได้มารวมอยู่ที่นี่แล้ว
‘ บัญญัติโอสถตระกูลมังกร ‘ นั้นสุดยอดเป็นอย่าง
มาก แต่อีกนัยหนึ่ง อู่ อวี้ ก็รู้สึกละอายแก่ใจ
เล็กน้อยที่เขามอบ แพรหัวใจสมุทร ให้แก่นางซึ่ง
คุณค่าแทบจะวัดกันไม่ได้เลย
ส่วนอีกเล่ม ‘ เวทย์บรรพกาลมังกรเทวะ ‘
แน่นอนว่า ‘ เวทย์บรรพกาลมังกรเทวะ ‘ อธิบาย
วิธีการวาด ค่ายกลวงเวทหลากหลายชนิด รวมทั้ง
ประสบการณ์เฉพาะตัวมากมายของมังกรเทวะแต่
ละรุ่นในอดีต ซึ่งวงเวทค่ายกลที่อยู่ในตำราเล่มนี้
ทั้งหมดได้ถูกบันทึกเอาไว้โดยบรรพชนมังกรเทวะ
และมันไม่ได้แพร่งพรายหลุดออกสู่โลกภายนอก!
แน่นอนว่ามีวงเวทค่ายกลทั้งหมดที่มีอยู่ในทวีป
แห่งทวยเทพตอนนี้ ไม่ว่าจะเป็นยันต์เวท วงเวทย์
ศาสตราเต๋า มหาเวทฟั้าดิน หุ่นเชิด วงเวทกลไก
เท่ากับว่าในเวลานี้เขามีทุกอย่างพร้อมสรรพอยู่ใน
มือ วงเวทค่ายกลนับหมื่นชนิด กระดาษแต่ละหน้า
อัดแน่นไปด้วยบันทึกและตัวอักษรหนาปึก
กล่าวได้ว่า ‘ เวทย์บรรพกาลมังกรเทวะ ‘ เป็น
บัญญัติลับตระกูลมังกรอย่างแท้จริง ไม่มีทางแพร่ง
พรายหลุดออกมาแม้แต่น้อย ลั่วผิน ได้มอบ
บัญญัติท้าชะตาฟั้าให้แก่ อู่ อวี้ เห็นได้ชัดว่าใน
หัวใจนางรู้สึกซาบซึ้งในสิ่งที่ อู่ อวี้ ทำให้แก่นาง
เป็นอย่างยิ่ง
และทั้งหมดล้วนเป็นวงเวทค่ายกลแท้ต้นแบบ
รวมถึงวงเวทที่แท้จริงด้วย ซึ่งถูกวาดเอาไว้โดยผู้
แข็งแกร่งระดับจิตเทวะ นับเป็นสมบัติล้ำค่าไร้ที่
เปรียบอย่างแท้จริง ความเลอค่าของมันมากเสียยิ่ง
กว่า แพรหัวใจสมุทร
ถึงแม้ตำราทั้ง 2 เล่มนี้ มิได้เพิ่มพูนพลังต่อสู้ให้แก่
อู่ อวี้ ได้ชั่วคราวก็ตามที แต่ให้คุณประโยชน์ใน
ระยะยาว ตำราทั้งสองเล่มนี้ถือเป็นขุมทรัพย์อัน
ยิ่งใหญ่อย่างน่าเหลือเชื่อสำหรับเขา! เช่นตัวอย่าง
เด่นชัดที่แลเห็นได้ง่ายมากที่สุด อู่ อวี้ คิดว่าก่อน
จะออกจากคฤหาสน์มารกลืนสวรรค์ เป็นไปไม่ได้
เลยที่เขาจะบรรลุสู่ระดับตำหนักม่วงทะเลมรกตชั้น
2 แต่ตอนนี้ เขาไม่คิดว่าตนเองจะไร้ความหวัง
เมื่อเขาได้รับสิ่งของล้ำค่าเหล่านี้มา มันทำให้เขา
รู้สึกละอายใจเล็กน้อย เขาจ้องมองไปยังทิศทาง
ของ ลั่วผิน เขารู้สึกลังเลที่จะรับของขวัญล้ำค่า
เช่นนี้มาเป็นของตนเอง แล้วมีความคิดว่าจะส่งมัน
คืนกับไปให้แกนาง
“ ข้ารู้สึกว่าไม่จำเป็น ถึงแม้ว่าเจ้าจะรู้สึกว่ามันล้ำ
ค่า แต่ที่จริงแล้วสำหรับนาง มันอาจจะเป็นแค่
เรื่องปกติไม่ได้สำคัญเท่าใด ก็เหมือนกับที่เจ้า ส่ง
มอบทรัพยากรไปให้นิกายกระบี่สวรรค์ เจ้าคิดว่า
มันเป็นแค่เรื่องธรรมดา แต่สำหรับพวกเขาแล้วมัน
มีค่ามากแค่ไหน นอกจากนั้นนี่คือสิ่งที่นางตั้งใจ
มอบให้แก่เจ้าด้วยใจจริง แต่ถ้าหากในเวลานี้เจ้า
ต้องการส่งมันกลับไป แล้วยังวุ่นวายไม่ยอมเลิกรา
มันก็จะดูเหมือนว่าเจ้านั้นใจแคบมาก ถ้าข้าเป็น
เจ้า หลังจากนี้ข้าจะพยายามอย่างหนัก แล้วค่อย
หาสมบัติล้ำค่ามามอบให้แม่มังกรน้อยผู้นี้ มิ
เช่นนั้นจะขี่มังกรทะลุขึ้นไปถึงสวรรค์ได้อย่างไร …
”
คำกล่าวของ หมิงซวง รุนแรงมากเกินไปจริง ๆ จะ
ให้ขี่มังกรทะยานขึ้นไปถึงสวรรค์เช่นนั้นรึ…
อย่างไรก็ตามสิ่งที่นางกล่าวนับว่าสมเหตุสมผล
การที่เขายอมรับของขวัญจากนาง จากนั้นค่อย
ยกระดับความแข็งแกร่งหาสมบัติมามอบคืนให้แก่
ลั่วผิน แทนที่จะฝืนดึงดันส่งคืนให้นางตอนนี้
ปัญหาก็คือหากได้ออกจาก คฤหาสน์มารกลืน
สวรรค์ เขาจะพบกับนางอีกครั้งได้อย่างไร?
ในเมื่อพวกเขาทั้งสองเหมือนอยู่กันคนละโลก
เพราะสุดท้ายแล้วนางต้องกลับไปสู่โลกของนาง
นับจากนี้เป็นต้นไป อู่ อวี้ มีเปั้าหมายที่ชัดเจน เขา
ได้ใช้ออกด้วยสมาธิอันมหาศาล ควบคุมให้ร่าง
อวตาร ปรับแต่งดูดซับเม็ดยาปราณมรกต และขัด
เกลายกระดับจิตวิญญาณในทุกทาง ใช้พลัง
ทั้งหมดกระทำสามสิ่งในเวลาเดียวกัน
ประการแรก: หลอมสร้างการสกัดปรุงโอสถ
แน่นอนว่าเป็นการศึกษาทักษะการสร้างกลั่นสกัด
ปรุงโอสถจาก ‘บัญญัติโอสถตระกูลมังกร’ เขาใช้
วัตถุดิบที่ ลั่วผิน มอบให้เขาอย่างระมัดระวัง
รวมถึงเตาหลอมชั้นเลิศที่นางจัดเตรียมไว้ให้เขา
ด้วยตนเอง
ประการที่สอง: คัดลอกวงเวทค่ายกล แน่นอนว่า
เขาศึกษามันจาก เวทย์บรรพกาลมังกรเทวะ วง
เวทยันต์ วงเวทศาสตราเต๋า และ มหาเวทฟั้าดิน
ประการที่สาม: ใช้ เม็ดยาปราณมรกต ขยาย
ขอบเขตตำหนักม่วงทะเลมรกต!
แน่นอนประการแรก กับ ประการที่สอง มีโอกาส
ล้มเหลวสูงมาก ฉะนั้นมีแนวโน้มจะสิ้นเปลือง
วัตถุดิบไปโดยเปล่าประโยชน์ ยากที่จะนำมัน
กลับคืนมาได้ แต่ข้อดีจากทั้งสองประการข้างต้นนี้
ก็คือ มันช่วยขัดเกลาจิตใจของเขาให้มีสมาธิมาก
ยิ่งขึ้น และ ทำให้เขามีความพากเพียรมากยิ่งขึ้น
ทั้งการหลอมสร้างกลั่นสกัดปรุงโอสถ และ การ
วาดวงเวทค่ายกลคัดลอก ด้วยสติปัญญาทำให้เขา
เข้าใจประสบการณ์ และ ความรู้สึกจากชนรุ่นก่อน
ในขั้นตอนนี้ไม่ได้น่าเบื่อแต่อย่างใด เพราะสำหรับ
อู่ อวี้ แล้วไม่ว่าจะเป็นการหลอมสร้างกลั่นสกัด
ปรุงยา หรือ การวาดวงเวทค่ายกล มันช่วยให้เขา
ช่วยรู้แจ้งในวิถีเต๋าของตนเองได้อย่างใหญ่หลวง
ในขณะเดียวกันตำหนักม่วงของเขาก็ค่อยๆเติบโต
ขึ้นเรื่อยๆ
” บางทีอาจจะมีโอกาส ทะลวงผ่านขึ้นสูงระดับ
ตำหนักม่วงทะเลมรกต ขั้นที่ 2 ภายในหนึ่งปี เมื่อ
ครบเวลากำหนดที่จะไปซูซัน อย่างน้อยก็ยังมั่นใจ
ได้! ”
เขาเข้ามาที่ คฤหาสน์มารกลืนสวรรค์ โดยไม่ได้
ตั้งใจ อู่ อวี้ จึงไม่อยากจะสูญเสียเวลาอีกต่อไป
ของขวัญที่ ลั่วผิน มอบให้ล้วนมีทุกอย่างที่เขา
ต้องการ ซึ่งโดยทั่วไปแล้วเท่ากับที่นี่มีครบทุกสิ่ง
พร้อมสรรพ อีกทั้งที่นี่ยังมีบรรยากาศที่เงียบสงบ
ที่นี่เหมาะแก่การฝึกฝนบ่มเพาะเป็นอย่างยิ่ง
เมื่อเวลาผ่านไป ลั่วผิน ก็เริ่มฟืนตัวขึ้น มังกรเทวะ
อันขาวบริสุทธิ์ที่อยู่เบื้องหน้าสายตาของ อู่ อวี้
แลดูงดงามมากยิ่งขึ้นเรื่อย ๆ ร่างกายของนางค่อย
ๆ ฟืนตัวมากขึ้นทีละน้อย ๆ รูปโฉมอันงดงาม
ประดุจสวรรค์สรรสร้าง เสมือนไข่มุกอัญมณีอันล้ำ
ค่า แม้ว่า อู่ อวี้ จะเป็นคนที่มีไหวพริบดี แต่หลาย
ต่อหลายครั้งเขาก็ไม่อาจควบคุมอารมณ์ตนเองได้
เนื่องจากเขามีเนตรเพลิงอยู่กับตัว ทำให้เขาจึง
เห็นสิ่งที่ผู้อื่นไม่เห็น เฉกเช่นสิ่งที่เขาเห็นในยามนี้
…
ภาพของ ลั่วผิน ในจิตใจของ อู่ อวี้ ยามนี้ เสมือน
ดั่งเทพธิดาศักดิ์สิทธิ์ ความงามของนางในยามนี้ไม่
อาจดูหมิ่นได้แม้แต่น้อย
ท่ามกลางความมืดมิดอันแสนเงียบสงัดใน
คฤหาสน์มารกลืนสวรรค์ รางน้ำซึ่งอยู่ภายในความ
มืดมิด ได้มอบความชุ่มชื่น และ กำลังหยดไหลริน
ลงมาอย่างช้า ๆ
ระหว่างที่ อู่ อวี้ กับ ลั่วผิน ยังอยู่ภายในคฤหาสน์
มารกลืนสวรรค์ ยามนี้ นครจักรพรรดิเพลิง ยังคง
คึกคักมีชีวิตชีวาเหมือนเช่นเคย นครชั้นนอกเป็นที่
รวมตัวของผู้คนที่มาจากทั่วทั้งทวีปแห่งทวยเทพ
เพื่อมาซื้อขายแลกเปลี่ยน อีกทั้งยังเป็นศูนย์รวม
ข่าวสาร
นครชั้นนอก เป็นแหล่งรวบรวมข้อมูลข่าวสารมาก
ที่สุดในทวีปแห่งทวยเทพ ไม่ว่าจะเป็นข่าวสารใดที่
เกิดขึ้นรอบ ๆ ทวีป ในความเป็นจริง เป็นเรื่องง่าย
มากที่จะไหลผ่านมาที่นี่
เช่นในช่วงเวลาที่ผ่านมานี้ มีข่าวสารจากนคร
ชั้นใน ว่ามีคนหายไป 2 คน นั่นก็คือ อู่ อวี้ กับ ลั่ว
ผิน โดยไม่มีผู้ใดล่วงรู้ว่าเขาทั้งสองหายตัวไปไหน
รู้เพียงแค่ว่าพวกเขาทั้งคู่อยู่ในคฤหาสน์เจ้านคร
แล้วอยู่ในคฤหาสน์เจ้านครจะหายไปไหนได้
อย่างไร?
ข่าวคราวนี้ทำให้ผู้คนต่างรู้สึกเหลือเชื่อเป็นยิ่งนัก
ความจริงแล้ว ข่าวคราวไม่ได้กระจายออกไปอย่าง
กว้างขวางฉะนั้นคนส่วนใหญ่จึงไม่ล่วงรู้ถึงการ
ดำรงอยู่ของ หลุมบรรพกาลจักรพรรดิเพลิง
ภายในนครชั้นในไม่ได้มีสิ่งใดเปลี่ยนแปลง จาก
สถานการณ์นี้ ส่วนกลุ่มคนที่ได้รับผลกระทบอย่าง
รุนแรงนั้นก็คือเหล่าทหารของ ค่ายเทียมฟั้า หลาย
วันผ่านไปก็มีข่าวลือมากมายผุดขึ้น แต่ไม่กี่วัน
ต่อจากนั้น เจียง เสวี่ยชวน ก็เดินทางมาที่ค่าย เขา
ได้นำข่าวร้ายมาบอกว่า ในอีกไม่กี่วันเขาจะจัด
หัวหน้ากองร้อยคนใหม่ให้กับ ค่ายเทียมฟั้า ถึงจะ
ไม่บอกชัดเจน แต่ก็ความหมาย ว่า อู่ อวี้ หายไป
เมื่อเวลานั้นมาถึงชื่อของ ค่ายเทียมฟั้า ก็จะหายไป
ข่าวนี้ทำให้ กองทัพเซียนจักรพรรดิเพลิง ไพร่พล
ของค่ายเทียมฟั้าต่างตกตะลึง ทุกคนต่างรีบเข้ามา
ซักไซ้ไล่เลียง เจียง เสวี่ยชวน ซึ่งไม่ต่างจาก ค่าย
มังกรคราม แต่ถึงกระนั้นท่าทีของ ค่ายมังกรคราม
ก็มิได้แยแสเท่าใดนัก อาจเป็นเพราะพวกเขาไม่ได้
ใกล้ชิดสนิทสนม หรือ ไปปฏิบัติภารกิจร่วมกัน
ตลอดทั้งปี ไม่มีคำว่ามิตรภาพระหว่างพวกเขา
ดังนั้นผู้ใดจะเป็นหัวหน้ากองร้อย พวกเขาจึงไม่
กังวลมากนัก
” คนพวกนั้นพูดกันว่า อู่ อวี้ ตายแล้ว! ” อู่ เทียน
หยี่ กับ คนอื่น ๆ ที่รอรับภารกิจอยู่ในพระราชวัง
แห่งแสง ต่างได้ยินผู้คนพูดถึงในเรื่องนี้
………………………………………………..
(´▽`).。o♡ เพลิน
กลืนสวรรค์สะท้านทวยเทพ