กลืนสวรรค์สะท้านทวยเทพ - ตอนที่ 458 : มีวาสนาไดพบพานกันอีกครั้ง
เมื่อพวกเขาทั้งสอง ต้องมายืนอยู่หน้าผู้ทรงเกียรติ
สูงสุดของ นครจักรพรรดิเพลิง แล ลั่วผิน ยืนอยู่
ด้านหลังของเขา มันจึงทำให้ อู่ อวี้ ก็ยังรู้สึกกดดัน
ไม่น้อยทีเดียว
เขาสูดลมหายใจเข้าลึก ๆ
ยามนี้ ลั่วผิน ไม่ได้ปกปิดตัวตนในฐานะมังกรเทวะ
ซึ่ง อู่ อวี้ ได้เล่าเรื่องทุกอย่างให้ เจ้านครจักรพรรดิ
เพลิง และ จอมจักรพรรดิ ได้รับฟังทั้งหมด
ท้ายสุดเขาก็กล่าวว่า ” ท่านทั้งสองไม่จำเป็นต้อง
กังวลไป บรรพชนมารกลืนสวรรค์ ที่เคยอยู่ภายใน
คฤหาสน์มารกลืนสวรรค์ ได้ตกตายไปนานแล้ว ไม่
มีอะไรหลงเหลืออยู่ที่นั่นอีกต่อไป นอกจากนี้สมบัติ
ที่นางเอากลับไป ก็มีแค่สมบัติประจำตระกูล ถือ
เสียว่ามันได้กลับคืนสู่เจ้าของเดิมแล้ว ”
ระหว่างพูดคุยกันอยู่นั้น อู่ อวี้ ได้เก็บซ่อนไข่ที่เขา
ได้รับมาเอาไว้ จากนั้นเขาก็ได้บอกเล่าเรื่องราว
ของ ฉิน ฝูเหยา ทั้งหมดให้ฟัง โดยเขาไม่ทราบว่า
หลังจาก ฉิน ฝูเหยา ได้ออกไปยังด้านนอกแล้ว
นางจะยังอยู่ในนครจักรพรรดิเพลิงหรือไม่
” ฟังที่เจ้ากล่าว ฉิน ฝูเหยา เป็นผู้ฝึกตนนอกรีตที่
แฝงตัวเข้ามาเป็นไส้ศึก? ” จอมจักรพรรดิไต่ถาม
ขึ้นอย่างสงสัย
” ใช่แล้วขอรับ นางขังพวกเราทั้งสองไว้ในนี้
ก่อนที่นางจะจากไปนางได้กระซิบบอกกับข้าว่า
นามแท้จริงของนางคือ ‘เทียนไห่อวี้ ฝูเหยา’ ”
เจ้านครจักรพรรดิเพลิง กับ จอมจักรพรรดิเพลิง
ต่างมองหน้ากันแล้วกล่าวว่า ” น่าจะไม่ผิดแน่
เพราะก่อนหน้านี้ ฉิน ฝูเหยา ได้หายตัวไปอย่างไร้
วี่แวว พวกเราเกณฑ์คนจำนวนมากไปควานหาตัว
นาง แต่ก็หาไม่พบ คาดว่านางน่าจะกลับไปยัง
วิหารพญายม ที่อยู่บนเกาะสี่จตุรทิศแห่งตงหยาง
”
แน่นอนว่า ฉิน ฝูเหยา น่าจะอยู่ไม่นานเกินไปกว่า
นี้แล้ว
“นับว่านางไหวตัวได้เร็วมาก”
ทว่า อู่ อวี้ ยังคงรู้สึกแปลก ๆ อยู่เล็กน้อย ในเมื่อ
ฉิน ฝูเหยา มั่นใจว่าพวกเขาสองคนไม่สามารถ
ออกไปจากที่นี่ได้ แล้วไฉนถึงต้องรีบหนีไปอย่าง
รวดเร็วเช่นนี้ อาจเป็นเพราะภารกิจแฝงตัวของ
นางได้เสร็จสิ้นลงแล้ว?
” อย่าเพิ่งพูดถึง ฉิน ฝูเหยา เลย เอาล่ะ… ลั่วผิน
ถึงแม้ว่าเจ้าจะเป็นสัตว์สวรรค์มังกรเทวะ แต่ข้า
สองพี่น้องได้ปรึกษาหารือกันแล้วว่า อย่างไรเสีย
เจ้าก็ลุกล้ำบุกเข้ามาในอาณาเขตต้องห้ามอัน
เก่าแก่ที่พวกเราเฝั้าพิทักษ์ ที่สำคัญอย่างยิ่งก็คือ
คฤหาสน์มารกลืนสวรรค์ ไม่ว่าเจ้าจะมีจุดประสงค์
ใดก็ตาม ซึ่งพฤติกรรมของเจ้าเสมือนดั่งกำลังท้า
ทาย พวกเราสองพี่น้องแห่ง นครจักรพรรดิเพลิง
การที่เจ้าทำตัวลับ ๆ ล่อ ๆ มีเงื่อนงำเช่นนี้ เจ้าคิด
ว่าพวกเราสองพี่น้องควรจะปล่อยเจ้าไปหรือไม่? ”
จอมจักรพรรดิกล่าวขึ้นด้วยน้ำเสียงเย็นเฉียบ
ดวงตาคู่สีดำของเขาจ้องมองไปยัง ลั่วผิน อย่างล้ำ
ลึก
ได้ยินเช่นนั้น อู่ อวี้ ก็รีบกล่าวขึ้นอย่างรวดเร็ว ”
ท่านทั้งสองโปรดเข้าใจด้วย เป็นเพราะ
สถานการณ์บีบคั้นชีวิตของนางแขวนอยู่บน
เส้นด้ายเป็นตายเท่ากัน นางรู้ว่าพวกท่านทั้งสอง
คงไม่ยอมเสี่ยงพานางเข้ามาใน คฤหาสน์มารกลืน
สวรรค์ เป็นแน่ ด้วยเหตุนี้นางถึงยอมเสี่ยง แต่ว่า
ตอนนี้ไม่มีสิ่งเลวร้ายใด ๆ เกิดขึ้นมิใช่หรือ? อีกทั้ง
บรรพชนมารกลืนสวรรค์ ที่อยู่ในคฤหาสน์มารกลืน
สวรรค์ ที่พวกท่านคอยเฝั้าพิทักษ์ก็ตกตายไปนาน
หลายปีแล้ว ”
กล่าวได้ว่า นครจักรพรรดิเพลิง ก่อตั้งขึ้นก็เพื่อ
ปกปั้องคฤหาสน์มารกลืนสวรรค์ ลั่วผิน เข้าใจใน
เรื่องนี้อย่างชัดเจนแจ่มแจ้ง ถึงแม้ว่านางจะเป็น
สัตว์สวรรค์ก็ตามที มันย่อมเป็นไปไม่ได้อยู่แล้วที่
อยู่ ๆ จะให้ เจ้านครจักรพรรดิเพลิง กับ จอม
จักรพรรดิเพลิง ยื่นมือให้ความช่วยเหลือ โดยยอม
อนุญาตให้นางเข้ามาหา ‘เกล็ดมังกรบรรพกาล’
ในคฤหาสน์มารกลืนสวรรค์
” อู่ อวี้ เจ้าเป็นคนของ นครจักรพรรดิเพลิง ของ
ข้า ฉะนั้นเจ้าจึงไม่ควรออกรับหน้าแทนนาง ”
จอมจักรพรรดิจ้องมอง อู่ อวี้ ตาเขม็ง
อู่ อวี้ โต้เถียงกับอย่างไม่เกรงกลัว เขาส่ายศีรษะ
แล้วกล่าวว่า ” ท่านจอมจักรพรรดิ ถึงสิ่งที่ท่าน
กล่าวมีเหตุผลอันควร แต่ว่านางนั้นคือสหายของ
ข้า ข้าเห็นกับตาว่าชีวิตของนางแขวนอยู่บน
เส้นด้ายเป็นตายเท่ากัน ข้าจึงยื่นมือเข้าช่วยเหลือ
ซึ่งตอนนี้ทุกอย่างเรียบร้อยดีแล้ว ข้าหวังว่าพวก
ท่านทั้งสองจะปล่อยผ่านเรื่องนี้ไป ดั่งคำกล่าวที่ว่า
ความแค้นเคืองพึงละ มิพึงผูก ข้าคิดว่าหากใน
วันนี้ถ้าพวกท่านทั้งสองยอมละเว้นนาง นาง
จะต้องรู้สึกซาบซึ้งในบุญคุณของพวกท่านทั้งสอง
เป็นอย่างยิ่งใช่หรือไม่?”
ลั่วผิน มอง อู่ อวี้ ที่พยายามต่อสู้เพื่อตัวนาง นาง
พยักหน้าแล้วกล่าวว่า ” ท่านทั้งสอง เป็นเพราะ
สถานการณ์บีบคั้น จึงทำให้ข้าต้องตัดสินใจกระทำ
เช่นนี้ ข้าต้องขออภัยพวกท่านทั้งคู่ หากในภาย
ภาคหน้า พวกท่านต้องการความช่วยเหลืออันใด
สามารถเรียกหาข้าได้ ” นางรู้ดีว่าพื้นฐานของ
มนุษย์ ย่อมมีสิ่งแลกเปลี่ยนเสมอ
อันที่จริงเป็นเพราะ อู่ อวี้ อยู่ที่นี่ด้วย นางจึงไม่
ต้องการให้ อู่ อวี้ เข้ามาเดือดร้อน
เจ้านครจักรพรรดิเพลิง กับ จอมจักรพรรดิเพลิง
มองหน้ากันแล้วครุ่นคิดกันเล็กน้อย หลังจากนั้น
เจ้านครจักรพรรดิเพลิงก็พยักหน้าแล้วกล่าวว่า ”
ในเมื่อ คฤหาสน์มารกลืนสวรรค์ มิได้มีเหตุการณ์
เลวร้ายใด ๆ เกิดขึ้น ถ้าเช่นนั้นข้าก็จะไม่ใส่ใจเอา
ความในการกระทำอันหุนหันพันแล่นของสัตว์
สวรรค์ นอกจากนี้ข้าคงต้องขอแสดงความยินดีกับ
ท่านด้วย ที่เกิดใหม่บรรลุสู่นิพพาน สำหรับข้อ
แลกเปลี่ยนเรื่องที่จะให้ความช่วยเหลือ ข้าคิดว่า
คงไม่จำเป็น พวกข้าเพียงหวังว่าท่านจะไม่
ย้อนกลับมาอีกเป็นครั้งที่ 2 ไม่เช่นนั้นหากมีเรื่อง
ผิดพลาดอันใดเกิดขึ้น ข้าคงไม่สามารถอธิบายให้
ผู้คนในใต้หล้านี้ได้”
เมื่อได้ยินประโยคนี้ อู่ อวี้ ก็ถอนหายใจออกมา
อย่างโล่งอก
” ข้าต้องขอบคุณในน้ำใจของท่านทั้งสอง” ลั่วผิน
หยิบตราประทับสื่อสารออกมาไม่กี่ชิ้น จากนั้นก็
มอบให้แก่ อู่ อวี้ อักระเวทบนตราประทับสื่อสารดู
ซับซ้อนเป็นอย่างมาก คาดว่าระยะทางการสื่อสาร
น่าไกลเพิ่มขึ้นมากเช่นกัน
“หากมีวาสนา พวกเราคงได้พานพบกันอีกครั้ง”
นางยิ้มเล็กน้อยขณะกล่าว ดวงตาสีฟั้าครามของ
นางเปียมล้นไปด้วยความอ่อนโยน
“ ข้าหวังว่าจะเป็นเช่นนั้น ”
“ น่าเสียดาย ที่ข้ายังมีเรื่องเร่งด่วนมากมายต้อง
ทำ ทำให้ข้าไม่อาจไปดูท่านประลองในซูซันได้”
ลั่วผิน กล่าวขอโทษ
” ไม่เป็นอะไร ”
“สัตว์สวรรค์ เชิญ” เจ้านครจักรพรรดิเพลิง ได้เปิด
หลุมบรรพกาลจักรพรรดิเพลิง เพื่อให้นางออกไป
จากนั้นนางก็กล่าวย้ำกับพวกเขาทั้งสองอีกครั้งว่า
หากมีเรื่องเดือดร้อนอะไรให้บอกนางผ่านทาง อู่
อวี้
สถานการณ์ของนางในตอนนี้ยังอยู่ในช่วง
ล่อแหลม นางต้องหาที่สงบ เพื่อฟืนฟูร่างกายส่วน
ที่เหลืออีก 8 เป็น 10 ส่วน เท่ากับว่านางยังคงตก
อยู่ในอันตราย
อู่ อวี้ ยืนส่งนางอยู่ตรงนั้น เขามองนางเดินออกไป
ท่ามกลางพายุทรายสีเหลืองอำพัน ร่างของนางปก
คลุมไปด้วยรัศมีแสงสีฟั้าสดใส ช่างเป็นภาพที่ดู
งดงามเป็นอย่างยิ่ง ในช่วงเวลาสุดท้ายนั่งไม่หัน
กลับมามอง สายตาของนางดูอบอุ่นอ่อนโยน
ประดุจดั่งสายชลธี ภาพนี้ฝังลึกตราตรึงเข้าไปใน
หัวใจของ อู่ อวี้
หากมีวาสนา พวกเขาทั้งสองคงมีโอกาสได้พบ
พานกันอีกครั้ง
สำหรับเขาแล้วนี่ไม่ใช่การอำลา
ผ่านไปเพียงชั่วพริบตา ลั่วผิน ก็หายลับไป
ท่ามกลางหลุมบรรพกาลจักรพรรดิเพลิงเหลือ
เพียงแค่พวกเขาสามคน สองคนเป็น เจ้านคร กับ
จอมจักรพรรดิ ซึ่งเป็นบุคคลผู้อยู่บนจุดสูงสุดของ
นครจักรพรรดิเพลิง
ทั้งสองส่ง ลั่วผิน ออกไป จากนั้นพวกเขาก็แสดง
ท่าทางตื่นตระหนกไม่น้อย จากนั้นจอมจักรพรรดิก็
ได้กล่าวว่า “นี่ขนาดนางเพิ่งฟืนตัวแค่เพียง
เล็กน้อยเท่านั้นนะ ข้าไม่เคยคิดมาก่อนเลยว่าในใต้
หล้านี้ ยังมีสัตว์สวรรค์มังกรเทวะทรงพลังมากมาย
ถึงเพียงนี้ หากนางฟืนตัวจนสมบูรณ์คงจะน่า
สะพรึงกลัวอย่างยากจะบรรยายทีเดียวเชียว ”
” นางได้รับบาดเจ็บจากทัณฑ์สวรรค์ ฉะนั้น
พื้นฐานฝึกตนของนางย่อมไม่ธรรมดาอย่าง
แน่นอน เจ้ากับข้ายังอยู่ห่างไกลจากระดับ ที่
สามารถรับการทดสอบจากทัณฑ์สวรรค์ได้ การที่
นางกระทำเช่นนี้เป็นเพราะนางจนตรอกไม่มี
ทางเลือกอื่น เพราะถึงนางจะตกอยู่ในสถานการณ์
ฉุกเฉินบีบคั้นยังไงเราก็คงไม่ยอมให้นางเข้ามาใน
คฤหาสน์มารกลืนสวรรค์ อยู่ดี ซึ่งก็นับว่าโชคดี
แล้วที่ไม่มีอะไรเกิดขึ้น ”
คฤหาสน์มารกลืนสวรรค์ ถูกปิดผนึกอีกครั้ง ใน
ความเป็นจริงพวกเขาทั้งสองกำลังอยู่ในห้วง
อารมณ์ที่วิตกกังวลอย่างยิ่ง ซึ่งก็นับว่าโชคดีไม่
น้อยที่ไม่มีอะไรเกิดขึ้น
ทั้งสองมองไปยังแท่นยกสูง ซึ่งเป็นประตูพาเข้าสู่
คฤหาสน์มารกลืนสวรรค์ แล้วจอมจักรพรรดิก็
กล่าวขึ้นว่า ” อันที่จริงข้ารู้มานานแล้วว่า บรรพ
ชนมารกลืนสวรรค์ ได้ตกตายไปนานกว่าสองกาล
สมัยแล้ว บนไหล่ของเราต้องแบกรับภาระอันใหญ่
หลวงหนักอึ้ง กับงานสำคัญนี้ ทั้ง ๆ ที่ไม่มีอันใด
ต้องให้พิทักษ์รักษาแล้ว แต่อย่างไรก็แล้วแต่
ภารกิจยังไงก็คือภารกิจ เราคงต้องทำต่อไปทั้งยัง
ไม่อาจหยุดพิทักษ์รักษาที่นี่ ถึงแม้มันจะเป็นเพียง
แค่การพิทักษ์ คฤหาสน์มารกลืนสวรรค์ เปล่า ๆ
เพียงเท่านั้น ”
หากฟังจากการสนทนาของพวกเขาทั้งสอง อู่ อวี้
รู้อย่างแจ่มแจ้งว่าพวกเขาต้องแบกรับภาระกิจ
สำคัญ เพียงแต่ไม่รู้ว่าบรรพบุรุษคนใดสั่งให้พวก
เขาทั้งสอง คอยเฝั้าพิทักษ์รักษา ?
ไม่น่าแปลกใจเลยว่าเพราะเหตุใด นครจักรพรรดิ
เพลิง จึงแทบไม่มีส่วนร่วมในข้อพิพาทใด ๆ ที่
เกิดขึ้นในทวีปแห่งทวยเทพ
หลังจากพวกเขาทั้งสองพูดคุยกันอยู่ได้พักใหญ่
จากนั้นก็เริ่มเบนความสนใจแล้วหันมาจ้องมอง อู่
อวี้ ในที่สุด
” ขอบคุณท่านเจ้านคร และ จอมจักรพรรดิที่
เมตตา!” อู่ อวี้ รับกล่าวอย่างรวดเร็ว
ในคราแรกเขาคิดว่าคงเป็นเรื่องยากมากที่ ลั่วผิน
จะผ่านด่านของพวกเขาทั้งสองไปได้
จอมจักรพรรดิส่ายศีรษะ พร้อมกับกล่าวว่า ” เจ้า
ไม่ต้องขอบคุณข้า อันที่จริงแล้ว ถึงแม้ว่านางจะ
ฟืนตัวเพียงเล็กน้อย แต่สัตว์สวรรค์มังกรเทวะตนนี้
ต่อให้เราร่วมมือกัน ก็ไม่มีทางหาผลประโยชน์จาก
ร่างกายของนางได้ ยามนี้นางปรารถนาจะจากไป
ย่อมไม่มีผู้ใดสามารถหยุดยั้งได้ ”
หลังจากได้ยินเช่นนั้น อู่ อวี้ รู้สึกตกตะลึงอยู่ไม่
น้อย
“ ลั่วผิน ทรงพลังขนาดนั้นเชียวหรือ? ” ใน
ความคิดของเขา ความเป็นไปได้มากที่สุด เกี่ยวกับ
ความแข็งแกร่งของนาง น่าจะเทียบเคียงได้กับเจ้า
นครจักรพรรดิเพลิง อู่ อวี้ ตระหนักดีว่าความ
แข็งแกร่งของจอมจักรพรรดินั้น มีฝีมือด้อยกว่า
นครจักรพรรดิเพลิง ถึงแม้ว่าท่านจะมีรูปลักษณ์ที่
ดูธรรมดาสามัญเป็นอย่างยิ่ง แต่ชื่อเสียงเป็นอันดับ
1 ในทวีปแห่งทวยเทพ แน่นอนว่ามันย่อมไม่มี
ปัญหาใด ๆ
แม้แต่เซียนกระบี่เซียนซู ซึ่งเป็นอันดับ 1 ใน 7
เซียนกระบี่ ก็ยังมิได้แข็งแกร่งเท่ากับเขา
เมื่อได้ยิน อู่ อวี้ กล่าวเช่นนี้ จอมจักรพรรดิก็แค่น
เสียงหัวเราะออกมา พร้อมกับกล่าวว่า ” ข้าไม่รู้ว่า
เจ้าอยู่กับนางมานานแค่ไหน แต่ที่แน่ ๆ นี่คือสัตว์
สวรรค์! แข็งแกร่งเสียยิ่งกว่าสายเลือดปีศาจไม่รู้กี่
เท่าต่อกี่เท่า ซึ่งตอนนี้สัตว์สวรรค์นั้นก็หาได้ยากยิ่ง
หากนางอยู่ในสภาวะแข็งแกร่งถึงขีดสุด แม้แต่ตัว
ข้าก็หาใช่คู่ต่อสู้ของนางไม่ อีกทั้งในวันนี้เราสองพี่
น้องก็ไม่มีทางหยุดยั้งนางได้อยู่ดี ”
จอมจักรพรรดิ ไม่ปล่อยให้ความทะเยอทะยานของ
ผู้อื่น มาทำลายศักดิ์ศรีของตนเอง
อู่ อวี้ พบว่า ตนเองประเมินความแข็งแกร่งของ
ลั่วผิน ต่ำไป ดูเหมือนว่าการไล่ตามระดับของ
นางในยามนี้ ถือเป็นเรื่องยากเย็นแสนเข็ญอย่าง
ยิ่ง! อีกกี่เดือนกี่ปี เขาถึงจะมีโอกาสได้พบเห็นสัตว์
สวรรค์มังกรเทวะอีกครั้ง?
” อู่ อวี้ ข้าไม่คาดคิดเลยว่า เจ้าที่อยู่ในสถานที่แห้ง
แล้งไร้ซึ่งกลิ่นอายฟั้าดิน อย่างคฤหาสน์มารกลืน
สวรรค์ จะสามารถยกระดับก้าวหน้าได้ถึงเพียงนี้
ช่างน่าเหลือเชื่อจริง ๆ ” เจ้านครจักรพรรดิเพลิง
มองมาที่เขา พร้อมกับกล่าวขึ้นอย่างพึงพอใจ
จอมจักรพรรดิก็มองมาที่เขาอย่างพินิจเช่นกัน
จากนั้นก็กล่าวขึ้นว่า ” ยอดเยี่ยมมาก ตลอดหลาย
ปีที่ผ่านมา เจ้าคืออัจฉริยะที่น่าทึ่งมากสุดเท่าที่ข้า
เคยเห็นมา ถึงแม้ว่าพื้นฐานฝึกตนของเจ้า จะ
เทียบเคียงได้กับเหล่าอัจฉริยะในระดับต่ำเท่านั้น
แต่ความแข็งแกร่งของเจ้า ไม่ได้ด้อยไปกว่าระดับ
ตำหนักม่วงทะเลมรกตขั้นที่ 5 เลย! นี่ยังไม่ได้
กล่าวถึงกายเนื้อของเจ้า นอกจากนี้ยังดูเหมือนว่า
เจ้าได้เรียนรู้วิชาเนตรทิพย์มาอีกด้วย ด้วยเนตรนี้
เกรงว่าแม้แต่ข้าก็ยังมิอาจปกปิดเจ้าได้ ? ”
อู่ อวี้ เผลอใช้เนตรเพลิง มองกวาดผ่านร่างของ
เจ้าจอมจักรพรรดิอย่างมิได้ตั้งใจ สิ่งต่าง ๆ
มากมายในร่างกายของจอมจักรพรรดิ ไม่สามารถ
หลุดรอดสายตาของเขาไปได้ เขาสามารถแลเห็น
ไปได้ถึงกระดูก เลือดและเนื้อ เพียงแต่ความ
แข็งแกร่งของจอมจักรพรรดินั้น ลึกล้ำยากจะหยั่ง
ถึง
เจ้านครจักรพรรดิเพลิง พยักหน้าแล้วกล่าวว่า ”
ฉิน ฝูเหยา เป็นคนทรยศ ส่วน ลั่วผิน ก็เป็นสัตว์
สวรรค์มังกรเทวะ สำหรับข้าแล้วคนหนุ่มอย่างเจ้า
คงได้กลายเป็นอันดับ 1 ของ นครจักรพรรดิเพลิง
โดยสมบูรณ์ ต่อให้ มู่หรง ซวี่ เคี่ยวกรำฝีมืออย่าง
หนักตลอดระยะเวลา 3 ปีที่ผ่านมา จนพื้นฐานฝึก
ตนทะลวงผ่านเข้าสู่ระดับตำหนักม่วงทะเลมรกต
ขั้นที่ 5 ไปแล้ว กอปรกับมีศาสตราเต๋าวิถีแท้ ก็หา
ใช่คู่ต่อสู้ของเจ้าไม่ ”
มู่หรง ซวี่ ไม่ได้เข้ามาในคฤหาสน์เจ้านครด้วย
ดังนั้นขุนพลมู่หรง จึงหาวิธีอื่นขัดเกลาเขา ส่งผล
ให้พลังทางกายเนื้อของเขารุดหน้าอย่างก้าว
กระโดด เมื่อไม่นานมานี้เขาเพิ่งก้าวเข้าสู่ตำหนัก
ม่วงทะเลมรกต ขั้นที่ 5 นับว่าเป็นอัจฉริยะอันดับ
ต้น ๆ ของ นครจักรพรรดิเพลิง
การได้รับคำชมเชยจากผู้ยิ่งใหญ่ทั้งสอง ทำให้ อู่
อวี้ รู้สึกปลาบปลื้มไม่น้อยทีเดียว
ทั้งสองไม่ได้ตำหนิเขาแม้แต่น้อย แต่กลับยกย่อง
ชื่นชม
จอมจักรพรรดิเพ่งมองเขาอย่างสนอกสนใจ แล้ว
กล่าวว่า ” อู่ อวี้ ถ้าจำไม่ผิดข้าติดสัญญากับเจ้า
เอาไว้เรื่องหนึ่ง ก่อนหน้าเจ้าได้หายตัวไปจนทำให้
ข้าลืมมันไปเสียแล้ว การที่เจ้ากลับมาเช่นนี้ ข้าคง
ต้องไปเล่นสนุกกับเจ้าที่ซูซันแล้วสินะ? ”
โชคดีที่เขาจำได้
อู่ อวี้ พยักหน้า
จอมจักรพรรดิ หัวเราะแล้วกล่าวว่า “เหลืออีกกี่
วัน?”
“อีกครึ่งเดือน” อู่ อวี้ ตอบ
” เวลาใกล้หมดลงแล้ว แต่เจ้าจะไปช้าหน่อยก็ได้
วันนั้นเป็นวันสำคัญมากสำหรับชีวิตของเจ้า
ตอนนี้ผู้คนทั่วทั้งใต้หล้าคิดว่าเจ้าตกตายไปแล้ว
แล้วถ้าเจ้าปรากฏตัวขึ้นอย่างฉับพลัน พวกนั้นจะ
ทำหน้ากันยังไง ช่างน่าสนใจยิ่งนัก ข้าตั้งหน้าตั้ง
ตารอคอยที่จะไปเยี่ยมเยียนซูซัน ข้าอยากจะรู้นัก
ว่าจะเกิดอะไรขึ้นบ้าง เจ้าจะชำระหนี้แค้นแก้เผ็ด
พวกมันอย่างไร หลังจากที่ข้าได้ข่าวว่าคู่ต่อสู้ของ
เจ้า เก็บเกี่ยวผลประโยชน์หลังออกจากถ้ำกำเนิด
ใหม่แห่งซูซัน มาได้มากโขทีเดียว”
เปั่ยซาน ม่อ…
ตอนนี้มันออกมาแล้ว อู่ อวี้ ไม่ต้องรีบร้อน
เพราะในเวลานี้ พื้นฐานฝึกตนของเขาอยู่ในระดับ
ตำหนักม่วงทะเลมรกต ขั้นที่ 2 เป็นที่เรียบร้อย
ถึงแม้ว่าร่างอวตารของเขาจะไม่ถึงในระดับนี้ก็ตาม
แต่ก็คงในอีกไม่ช้า ซึ่งไม่มีอุปสรรคใดมาขวางกั้น
ไม่ให้เขายกระดับร่างอวตาร กล่าวได้ว่าบัดนี้เขา
มุ่งมั่นที่จะยกระดับร่างอวตารของเขา ให้ข้ามผ่าน
ขีดจำกัดอีกครั้ง!
เมื่อเวลานั้นมาถึงจะทรงพลังร้ายกาจเป็นยิ่งนัก
………………………………………………..
(´▽`).。o♡ เพลิน
กลืนสวรรค์สะท้านทวยเทพ