กลืนสวรรค์สะท้านทวยเทพ - ตอนที่ 459 : วันแหงการนัดหมาย
“ ไม่ต้องรีบร้อนนัก ข้ายังมีเรื่องต้องเตรียมการอีก
อย่างสองอย่าง ” อู่ อวี้ กล่าวในใจ
เขาได้ยินมาว่า ยามนี้ภายในทวีปแห่งทวยเทพ
กำลังมีข่าวลือหนาหูถึงเรื่องที่พวกเขาหายตัวไป
หรือ อาจจะตกตายไปแล้ว ซึ่งบัดนี้เขาปรากฏตัว
ขึ้นอีกครั้ง แล้วผู้ที่รู้ว่าเขากลับมาก็มีเพียงแค่ เจ้า
นคร กับ จอมจักรพรรดิ เพียงเท่านั้น
” หลังจากที่ซูซันได้ยินข่าวการตายของข้า หลาย
คนคงจะตื่นเต้นดีใจกันน่าดู แต่น่าเสียดายที่ข้ายัง
ไม่ตกตายไป ”
” ไม่เพียงแค่ไม่ตกตาย แต่ข้าจะทำให้พวกมัน
ทั้งหลายต้องตกตะลึงจนแทบลมจับกันเลยทีเดียว!
”
ในเมื่อมาถึงขั้นนี้แล้ว จะมีเรื่องอะไรให้ต้องกังวล
ใจอีกเล่า? ยามนี้จิตใจของเขาสงบเยือกเย็นอย่าง
ที่สุด ท่ามกลางความสงบ โลหิตภายในกายของ
เขากำลังสูบฉีดเดือดพล่าน
” เจ้าต้องเตรียมตัวให้พร้อมมากที่สุด จงจำเอาไว้
ถึงแม้ว่าการไปในครั้งนี้ จะเป็นการสะสางเรื่องราว
บาดหมางในอดีต แต่เจ้าอย่าลืมว่าเจ้าคือคนของ
นครจักรพรรดิเพลิง ไม่ว่าเมื่อใดก็ตาม นคร
จักรพรรดิเพลิง จะให้การสนับสนุนเจ้าอย่างเต็มที่!
เราแตกต่างจากซูซัน ในนครจักรพรรดิเพลิง หาก
เจ้ามีความสามารถ และเจ้าหาใช่ผู้ที่ก้าวเดินอยู่ใน
วิถีมาร เราจะคอยสนับสนุนเจ้า! ” จอมจักรพรรดิ
กล่าวขึ้นอย่างจริงจัง
หาก อู อวี้ กลับไปยังซูซันพร้อมกับจอมจักรพรรดิ
ศักดิ์ฐานะแลตัวตนของเขา จะแตกต่างไปจากเดิม
อย่างสิ้นเชิง
” ในวันนั้น ไม่ใช่มีเพียงแค่ข้าที่ไปกับเจ้า แต่เหล่า
ขุนพลอย่างน้อย ๆ 10 คนในนครจักรพรรดิเพลิง
จะไปพร้อมกับเจ้าด้วย เจ้าสามารถกระทำทุกอย่าง
ตามที่ใจปรารถนาได้ จงยุติทุกอย่างให้สิ้น ”
เมื่อได้ยินคำพูดของจอมจักรพรรดิ หัวใจของ อู่
อวี้ เต้นระทึกไม่เป็นจังหวะ เห็นได้ชัดว่าจอม
จักรพรรดิให้ความสำคัญกับตัวเขาเป็นอย่างมาก
โดยเฉพาะหลังจากที่เขาแสดงให้เห็นถึงความห่าง
ชั้นระหว่างตนเองกับ มู่หรง ซวี่ เป็นไปได้ว่าเมื่อถึง
นิกายเซียนซูซัน อู่ อวี้ จะสามารถทำสิ่งที่เขา
ต้องการได้อย่างเต็มที่ โดยไม่จำเป็นต้องวิตกกังวล
อีกต่อไป
สิ่งแรกที่เขาอยากจะทำก็คือ พูดคุยซักถามกับ
หนานกง เหว่ย เพราะนับตั้งแต่เกิดเรื่องในวันนั้น
จวบจนถึงวันนี้ พวกเขายังไม่เคยได้ปรับความ
เข้าใจกันเลย
” ดูเหมือนว่าทางซูซัน จะคิดว่าเจ้าไม่สามารถไป
ตามนัดหมายได้ ถ้าเจ้าไปรับรองพวกนั้นต้อง
ประหลาดใจอย่างที่สุดเป็นแน่ เจ้ารออยู่ใน หลุม
บรรพกาลจักรพรรดิเพลิง ก่อนจะถึงเวลาครบ
กำหนด ให้พวกมันย่ามใจไปก่อน แล้วทำให้มัน
รู้สึกสิ้นหวังเมื่อเห็นหน้าเจ้าอีกครั้ง ” จอม
จักรพรรดิยิ้ม เสียงของเขาก้องกังวาลประดุจระฆัง
อู่ อวี้ ยังคงพำนักฝึกตนอยู่ใน หลุมบรรพกาล
จักรพรรดิเพลิง ต่อไป
ส่วนเจ้านคร ไม่ได้มีส่วนร่วมในเรื่องระหว่างพวก
เขา ท่านได้ย้อนกลับไปนั่งบนแท่งทรงกลมเสมือน
ดั่งเคยอีกครั้ง
ดูเหมือนว่ายิ่งจอมจักรพรรดิมอง อู่ อวี้ มาก
เท่าไหร่ เขาก็ยิ่งรู้สึกชื่นชอบ อู่ อวี้ มากขึ้นเท่านั้น
เขาได้ยินเรื่องราวไม่ว่าจะเป็นการกระทำหรือ
วีรกรรมต่าง ๆ ของ อู่ อวี้ ผนวกกับอุปนิสัยที่
ซื่อตรงหนักแน่น ย่อมเป็นเรื่องปกติที่เขาจะรู้สึก
ชื่นชม อู่ อวี้ ที่ยึดมั่นในหลักการของตนเอง เป็น
แค่เพียงเด็กหนุ่มแต่กลับหาญกล้าต่อกรกับคนทั้งซู
ซัน
ภายในหลุมบรรพกาลจักรพรรดิเพลิงแห่งนี้ เขาไม่
จำเป็นต้องหลบซ่อนร่างอวตาร ฉะนั้นเขาจึงดึง
เส้นผมแล้วเปั่าออกไป เส้นผมสีทองกลายเป็นร่าง
อวตารในบัดดล ทั้งหมดมีรูปร่างหน้าตาจะเสมือน
กับเขาทุกระเบียดนิ้ว เมื่อร่างอวตารแตกกระจาย
กันออกไป เพียงชั่วพริบตาคนมีรูปร่างหน้าตา
เสมือนกับเขาอยู่นับพัน ในเวลานี้ทุกคนกำลังยืน
อยู่เบื้องหน้าของ อู่ อวี้ กันอย่างเป็นระเบียบ
จากนั้นก็นั่งลงบนพื้นอย่างพร้อมเพียง
อู่ อวี้ มีเม็ดยาปราณมรกตมากกว่า 30,000 เม็ด
เขาแจกจ่ายเม็ดยาให้ร่างอวตารทีละตน เพื่อเริ่ม
การปรับแต่งยกระดับ ร่างอวตารแต่ละตนเป็น
ระเบียบเรียบร้อยเป็นอย่างยิ่ง เสมือนดั่งไพร่พลใน
กองทัพ
นครจักรพรรดิเพลิง ถือเป็นแหล่งรวบรวมกองทัพ
ทหารชั้นเลิศอย่างแท้จริง ดังนั้นเมื่อ เจ้านคร กับ
จอมจักรพรรดิ์ เห็นร่างอวตารนับพันของ อู่ อวี้
ต่างก็พากันตกตะลึงอย่างเห็นได้ชัด ดวงตาของ
จอมจักรพรรดิส่องประกายแวววับในบัดดล เขา
เดินไปรอบ ๆ ดูร่างอวตาร แม้แต่เจ้านครก็ตก
ตะลึงพรึงเพริดเป็นอย่างยิ่ง นี่เป็นครั้งแรกที่เขาได้
เห็น อู่ อวี้ แสดงความสามารถอันน่าอัศจรรย์
ออกมาเช่นนี้
” ช่างเป็นพลังอิทธิฤทธิ์ที่หาได้ยากยิ่งในใต้หล้านี้
ได้ยินมาว่ามรดกที่เขาได้รับเป็นของผู้เปลี่ยนเต๋า
นิรมิต ในท้ายสุดแล้ว ผู้เปลี่ยนเต๋านิรมิต ใน
ท้ายสุดแล้วเป็นเทพองค์ใดกันแน่? ” จอม
จักรพรรดิ รีบหันไปถามเจ้านครในทันที
เจ้านครกล่าวว่า ” เนิ่นนานหลายปีดีดัก มีผู้ฝึกตน
ผุดขึ้นมาจำนวนนับไม่ถ้วน ซึ่งส่วนใหญ่แล้วก็
ไม่ได้เป็นที่รู้จักมากนัก อย่างไรก็ตาม สำหรับพลัง
อิทธิฤทธิ์ที่ อู่ อวี้ แสดงออกมาให้เห็น แม้แต่ทั่วทั้ง
ชมพูทวีป มันก็ยังน่าเหลือเชื่ออยู่ดี ด้วยพลัง
อิทธิฤทธิ์นี้ คาดว่าในอนาคตการที่เขาจะกลายเป็น
ผู้ปกครองทวีปทวยเทพตงเสิ้ง ก็ไม่ใช่ปัญหาใหญ่
อันใด ”
จอมจักรพรรดิเหล่ตาแล้วถามว่า ” พี่ใหญ่ ท่าน
อย่าบอกนะว่าต้องการจะฝึกฝนเขาให้เป็นผู้สืบ
ทอดในอนาคต? เมื่อใดที่ท่านรู้สึกเหนื่อยล้า
อยากจะวางมือ ท่านต้องการฝากฝังให้เขาเป็น
ผู้ดูแล นครจักรพรรดิเพลิง? ”
เจ้านครจักรพรรดิกล่าวว่า ” เราต้องเตรียมความ
พร้อม เราไม่อาจรู้ได้ว่าจะมีเรื่องอันใดเกิดขึ้นใน
อนาคต ข้าพูดได้เพียงเท่านี้ดูจากหน่วยก้านของ อู่
อวี้ แล้วทั้งเจ้าและข้าต่างรู้สึกถูกชะตาต้องการ
สนับสนุนเด็กผู้นี้ เป็นไปได้ว่าอนาคตของเขา
อาจจะรุ่งโรจน์ไร้ขีดจำกัด เกรงว่าเพียงแค่
ตำแหน่ง เจ้านครจักรพรรดิเพลิง มันยังไม่เพียงพอ
สำหรับเขา ถ้าหากวันนั้นมาถึงข้าเองก็จะไม่
เหนี่ยวรั้งกักตัวเขาไว้เช่นกัน ”
อันที่จริงพวกเขาได้ปรึกษาหารือ เกี่ยวกับเรื่องนี้
กันอย่างลับ ๆ มาพอสมควรแล้ว ไม่ว่าจะเป็น อู่
อวี้, มู่หรง ซวี่, เจียง จื่อซุน,หลี่ ขู่ไห่ อุปนิสัยใจคอ
ของพวกเขาค่อนข้างชัดเจน สำหรับ 3 อันดับแรก
ในสงครามหวงก็ถือเป็นต้นกล้าชั้นเลิศเช่นกัน
สิ่งที่สองพี่น้องเห็นในยามนี้ คือ อู่ อวี้ กำลังปล่อย
ให้ร่างอวตารค่อย ๆ ยกระดับขยายขอบเขตห้วง
สมุทรตำหนักม่วง
ทั้งหมดที่ต้องใช้คือ เวลา กับ เม็ดยาปราณมรกต
ในการยกระดับ
ยิ่งมองเห็นเม็ดยาปราณมรกตกำลังลดลงไปมาก
เท่าไหร่ เขาก็ยิ่งทุกข์ใจมากขึ้นเท่านั้น เขารู้สึก
ซาบซึ้งน้ำใจของ ลั่วผิน เป็นอย่างยิ่งที่มอบเม็ดยา
ปราณมรกต ให้แก่เขาถึง 50,000 เม็ด ทว่าเพียง
ชั่วพริบตาโอสถของเขาก็เริ่มร่อยหรอ จวนเจียน
ใกล้จะหมดเต็มที เมื่อความมั่งคั่งของเขาใกล้จะยุติ
ลง เขาไม่รู้ว่าอีกนานแค่ไหน กว่าที่ตนจะสามารถ
สร้างความมั่งคั่งได้มากพอใช้ ฝึกฝนยกระดับร่าง
อวตารอีกครั้ง ส่วนตัวเขาเองก็ต้องการสมบัติ
จำนวนมาก เพื่อนำมายกระดับฝีมือของตนเอง
เช่นกัน…
บนเส้นทางของผู้ฝึกตน ยิ่งก้าวเดินไปมากเท่าไหร่
ค่างวดค่าใช้จ่ายของทรัพยากรก็เพิ่มมากขึ้น
เท่านั้น ! บนทวีปแห่งทวยเทพข้อพิพาทส่วนใหญ่
ล้วนเกิดจากการแย่งชิงทรัพยากรแทบทั้งสิ้น! ผู้ใด
ก็ตามที่มีความมั่งคั่งในทรัพยากร คนผู้นั้นก็มี
โอกาสรู้แจ้งมหาวิถีแห่งเต๋า! เฉกเช่นดังนคร
จักรพรรดิเพลิง นิกายเซียนซูซัน พรรคซ่างหยวน
ล้วนมีทรัพยากรมากมายอย่างไร้ขีดจำกัด !
เวลาผันผ่านไป
เวลานี้นครชั้นในของ นครจักรพรรดิเพลิง มี
บรรยากาศเย็นยะเยือกมากกว่าทุกที
ในวันนี้ที่นครชั้นในมีบางอย่างเกิดขึ้น ว่ากันว่าไพร่
พลจากกองร้อยที่มีชื่อว่า ‘ ค่ายร้อยสงคราม ‘
รวมตัวประท้วงเพื่อคว่ำบาตรหัวหน้ากองร้อยคน
ใหม่ แต่สิ่งที่น่าขบขันยิ่งไปกว่านั้นก็คือ ในที่สุด
พวกเขาก็สามารถยึดกองร้อยกลับคืนมาได้ ส่วน
หัวหน้ากองร้อยคนใหม่ก็พ่ายแพ้แล้วยอมออกไป
ในที่สุด หลังจากนั้น ‘ค่ายร้อยสงคราม ‘ ก็คัดเลือก
ผู้มีฝีมืออยู่ในระดับตำหนักม่วงทะเลมรกตมา 1
คน เพื่อรับตำแหน่งหัวหน้ากองร้อยแทน ผู้ที่ขึ้นมา
เป็นหัวหน้ากองร้อยมีนามว่า ‘ฟาง เชาฉวิน’
หลังจากนั้นกองร้อยนี้ก็เปลี่ยนชื่อกลับมาเป็น ‘ค่าย
เทียมฟั้า’ ดังเดิม
เหตุการณ์นี้ยิ่งทำให้ผู้คนเชื่อมั่นว่า อู่ อวี้ ได้ตก
ตายไปแล้วจริง ๆ
ข่าวเกี่ยวกับเรื่องนี้ได้แพร่กระจายไปถึง นิกาย
เซียนซูซัน ในที่สุด เวลานัดหมายการปะลอง
ระหว่าง เปั่ยซาน ม่อ กับ อู่ อวี้ จวนเจียนใกล้เข้า
มาทุกขณะ ทำให้สองสามวันมานี้สาวกของ นิกาย
เซียนซูซัน ต่างหัวเราะกันอย่างสนุกสนาน
ครื้นเครง
แม้ว่าเวลาตามกำหนดยังมาไม่ถึง กลับมีใคร
หลายๆคนกำลังมุ่งหน้ามายังสนามประลองเป็น
ตาย
ไม่กี่วันก่อนถึงวันนัดหมาย ผู้ฝึกตนวิธีกระบี่ต่างมา
รวมตัวกันอยู่ที่สนามประลองเป็นตายนับหมื่นคน
ส่วนบริเวณเทือกเขามีผู้คนหลั่งไหลมาจากทั่วทุก
สารทิศ กำลังเดินทางมายังสนามรบแห่งนี้ ผู้ฝึกตน
วิถีกระบี่จับกลุ่มเดินทาง กลุ่มละ 2 – 3 คน
ระหว่างการเดินทาง พวกเขาต่างพูดคุยกันอย่าง
ออกรสออกชาติ
” ข้าบอกพวกเจ้าเอาบุญนะว่า ความจริงแล้วเรา
ไม่จำเป็นต้องเมื่อยตุ้มมาเลย นี่ยังไม่ยอมแพ้อีก
หรือไง แม้แต่ทางฝังของ นครจักรพรรดิเพลิง ก็ยัง
ไร้ซึ่งวี่แววข่าวคราวของ อู่ อวี้ อย่างสิ้นเชิง ไม่มี
ทางที่เขาจะมาซูซันได้ รู้อย่างนี้แล้วพวกเจ้ายังดัน
ทุรังมาที่นี่ด้วยความตื่นเต้นอีกเหรอ แถมยังจะลาก
ข้ามาด้วยอีกคน ”
” จะมีใครหน้าไหนไม่รู้เรื่องนี้บ้างเล่า แต่มันก็
น่าจะมีอะไรพิเศษเกิดขึ้นมาบ้าง เพราะนี่ถือเป็น
งานใหญ่เชียวนะ คิดดูสิว่าจะเกิดอะไรขึ้นถ้าอยู่ดี
ๆ อู่ อวี้ เกิดโผล่มาที่นี่จริง ๆ ? อย่าลืมสิว่าเขา
เป็นถึงอันดับ 1 ของสงครามเหยียน ทั้ง ๆ ที่ยังถูก
ตราหน้าขึ้นชื่อว่าเป็นศิษย์ทรยศของซูซัน วันนี้
เป็นวันนัดหมายของพวกเขา ถ้าเขากล้ามาล่ะก็…
การประลองครั้งนี้จะน่าตื่นเต้นสักเพียงใด ข้าก็เลย
คิดว่ามันน่าจะมีโอกาสเป็นไปได้ ข้าถึงได้มารออยู่
ที่นี่ไงเล่า ”
ผู้ฝึกตนวิถีกระบี่มองไปรอบ ๆ ขณะที่พูดคุยหัวร่อ
กันอย่างผ่อนคลาย
” อู่ อวี้ ในฐานะผู้ทรยศต่อซูซัน คงต้องกล่าวว่าตัว
มันนั้นสมควรตายเป็นอย่างยิ่ง เนื่องจากมันได้
สร้างความอัปยศให้แก่ซูซัน อย่างไรก็ตาม ข้ารู้สึก
ยินดีที่มันมาตามนัดหมายในวันนี้ ความตายของ
มันจะถือเป็นการชดใช้ให้แก่ซูซัน นั่นคือจุดสูงสุด
แห่งปลายทางของมันแล้ว ให้มันชดใช้หนี้ที่ติดค้าง
คืนแก่ซูซัน เสมือนดั่งใบไม้ร่วงหล่นกลับคืนสู่ราก
เพราะอย่างไรแล้วผู้ที่บ่มเพาะเลี้ยงดูมันก็คือซูซัน
ตลอดช่วงชีวิตของมัน มันไม่เคยรู้ซึ้งถึงความ
เมตตาที่ซูซันมอบให้ ”
” อย่ากล่าวเช่นนั้นเลย การที่ อู่ อวี้ ไม่อยู่เป็นตัว
ด่างพร้อยใน ซูซัน ก็นับว่าดีแค่ไหนแล้ว ข้าหวังว่า
มันจะมา จากนั้นก็ถูกบดขยี้จนพ่ายแพ้อย่างย่อย
ยับ ตกตายไปจนไม่เหลือชิ้นดี นั่นถึงจะเป็นการ
ชำระหนี้แค้นคืนให้แก่ซูซันอย่างสมบูรณ์ ”
” น่าเสียดายนัก ที่มันจะต้องไม่มาอย่างแน่นอน ไม่
เชื่อก็รอดู นอกจากนี้ เปั่ยซาน ม่อ กับ หนานกง
เหว่ย ยังก้าวหน้าขึ้นอย่างสูงล้ำ มีโอกาสเป็นไปได้
ว่าพวกเขาสามารถเอาชนะสาวกระดับกระบี่
สวรรค์ได้ ข้าเกรงว่าอีกไม่นานหลังจากนี้ แม้แต่
จอมกระบี่ก็หาใช่คู่ต่อสู้ของพวกเขาไม่! ”
” อัจฉริยะทั้งสองคนนี้ ช่างน่าสะพรึงกลัวอย่าง
แท้จริง เราไม่เคยเห็นอัจฉริยะระดับนี้ในซูซันมา
เนิ่นนานแล้ว ร่ำลือกันว่า 7 เซียนกำลังบ่ม
เพาะปลูกฝังให้พวกเขา มีระดับเทียบเคียงกับเจ้า
นครจักรพรรดิเพลิง และ ประมุขศักดิ์สิทธิ์ไท่ซู
หรืออาจจะเหนือล้ำยิ่งกว่า เมื่อถึงเวลานั้น พวก
เขาจะได้แต่เฝั้ามองดูนิกายเซียนซูซันของเรา บด
ขยี้ไปทั่วทุกสารทิศ กลายเป็นประมุขพรรคนิกาย
อันดับหนึ่งในทวีปนี้ ! มาดูกันซิว่ากองทัพเซียน
จักรพรรดิเพลิง กับ นักพรตเต๋าของพรรคซ่าง
หยวน จะหาญกล้ามาหยิ่งผยองต่อหน้าผู้ฝึกตน
กระบี่ของเราหรือไม่? ”
“ใช่ โดยเฉพาะ เปั่ยซาน ม่อ ทายาทของ
จักรพรรดิกระบี่สวรรค์คราม เขาน่าสะพรึงกลัว
มาก! ร่ำลือกันว่า จักรพรรดิกระบี่สวรรค์คราม อยู่
ห่างจากการเป็นเซียนอมตะเพียงแค่ครึ่งก้าว
เท่านั้น ด้วยขอบเขตพลังในอาณาจักรนั้น
แข็งแกร่งยิ่งกว่าเจ้านครจักรพรรดิเพลิงในตอนนี้
ไม่รู้กี่เท่ากับกี่เท่า! ”
” แล้วคนที่ไร้ชื่อเสียงเรียงนามอย่างมรดกผู้เปลี่ยน
เต๋านิรมิต ที่ อู่ อวี้ ได้รับสืบทอดมา มันก็เป็นแค่ตัว
ตลกไร้สาระเท่านั้น จะเปรียบเทียบกับจักรพรรดิ
ระบี่สวรรค์ครามได้อย่างไร?”
ถึงแม้ สาวกซูซันจะคิดว่ายังไง อู่ อวี้ ก็ไม่มาแน่ ๆ
แต่ผู้คนก็ทยอยเข้ามารวมตัวกันอยู่ที่สนาม
ประลองเป็นตายมากขึ้นเรื่อย ๆ ก่อนกำหนดวัน
นัดหมาย 1 วัน ผู้คนได้มารวมตัวกันอยู่หลายแสน
คน ซึ่งท่ามกลางผู้คนเหล่านี้ สาวกระดับกระบี่
สวรรค์มากมายได้ยึดครองตำแหน่ง และ มุมมองที่
ดีบนท้องนภา ยิ่งไปกว่านั้นท่ามกลางเสียงอื้ออึง
โดยไม่คำนึงว่า อู่ อวี้ จะปรากฏตัวหรือไม่ เปั่ย
ซาน ม่อ ย่อมต้องมารอเขาอยู่ที่สนามเป็นตาย
อย่างแน่นอน!
หนึ่งวันแห่งคำมั่นสัญญา คำเดียวที่สามารถ
อธิบายได้ในสถานที่แห่งนี้คือมหาสมุทรมนุษย์!
เมื่อกวาดตามองโดยรอบ จะแลเห็นได้ว่ามีผู้ฝึกตน
กระบี่อยู่ทุกแห่งหน! กล่าวได้ว่านอกจากผู้ฝึกตน
กระบี่ที่อยู่ด้านนอก อย่างน้อย ๆ ในอาณาเขต
กระบี่สามัญ และ ผู้ฝึกตนกระบี่บนเขาชิงเทียนซู
ซัน เกือบทั้งหมดได้มารวมตัวกันอยู่ในที่แห่งนี้ ซึ่ง
จำนวนของสาวกซูซันที่มารวมตัวกันอยู่ มี
มากกว่าครั้งที่แล้วเสียอีก อันที่จริงแล้วถ้าไม่ใช่
เพราะข่าวลือการหายตัวไปของ อู่ อวี้ เกรงว่าคงมี
คนมากกว่านี้
แม้ว่าการมาในครั้งนี้จะไม่สามารถพบเห็น อู่ อวี้
ได้ แต่ใครหลายคนก็ยังคิดว่ามันคุ้มค่าอย่างยิ่งที่จะ
มา เพราะอย่างน้อยพวกเขาก็ยังได้เห็น เซียน
กระบี่กุ้ยหยาง เปั่ยซาน ม่อ แล้วก็ หนานกง
เหว่ย
ท่ามกลางเสียงเซ็งแซ่ ซึ่งเปียมล้นไปด้วยบท
สนทนาวิพากษ์วิจารณ์ ระคนคำเย้ยหยันถากถาง
ในที่สุดวันที่รอคอยก็มาถึง! แสงแรกอรุณสาดส่อง
ท่ามกลางหิมะร่วงหล่นโปรยปราย เมื่อแสงอรุณ
สาดกระทบหิมะ ทั้วทั้งเขาซูซันก็บังเกิดแสงสว่าง
ท้องนภาสีฟั้าไร้สิ้นสุดอยู่เหนือเขาชิงเทียนซูซัน
ผู้คนต่างเงยหน้าขึ้นมองบนท้องฟั้า เฝั้ารอคอยผู้ที่
ยังไม่มาถึง!
” เปั่ยซาน ม่อ จะมาหรือไม่กันนะ? ” หลายคน
หน้าตั้งตารอคอยอย่างมีความหวัง ขณะแหงนหน้า
ขึ้นมองบนฟากฟั้า
สำหรับพวกเขาเหล่านี้ บุรุษผู้นี้คืออันดับหนึ่งที่จะ
ครอบครอง ซูซันในอนาคต
สำหรับซูซัน มีผู้คนไม่มากนักที่เหมาะสมกับคำว่า
‘เจ้านิกาย’ แม้แต่เซียนกระบี่เทียนซู ก็ยังคิดว่า
ตนเองหาได้คู่ควรกับคำว่าเจ้านิกายไม่ ซึ่งเขาเป็น
แค่หนึ่งในเจ็ดเซียนกระบี่เท่านั้น
ท่ามกลางแสงอรุณจากดวงตะวัน เหนืออาณาเขต
เซียนซูซัน มีเด็กหนุ่มผู้หนึ่งสวมใส่ชุดคลุมยาว
โบกสะบัดไปตามกระแสลม เส้นผมสีดำยาวสยาย
ปราณกระบี่บินฉวัดเฉวียนไปทั่วทุกแห่งหน ราว
กับเทพจุติลงมาจากสวรรค์!
เขาถือกระบี่ยาว ดวงตาคมกริบ เพียงชั่วพริบตา
เขาก็พุ่งลงมายังสนามประลองเป็นตาย ทันใด
นั้นเองทั่วทั้งสนามประลองเป็นตายก็เกิดการ
สั่นสะเทือนอย่างรุนแรง!
ในช่วงเวลานั้นเอง ผู้ฝึกตนวิถีกระบี่ก็ชูกระบี่ขึ้น
ท้องฟั้ากันอย่างฮึกเหิม ภาพในตอนนี้คือผู้ฝึกตน
นับล้านกำลังชูกระบี่ขึ้นท้องฟั้ากันอย่างพร้อม
เพียงกัน จากนั้นปราณกระบี่นับล้านก็พุ่งทะยาน
ขึ้นสู่ฟากฟั้า!
” เปั่ยซาน ม่อ! ”
………………………………………………..
(´▽`).。o♡ เพลิน
กลืนสวรรค์สะท้านทวยเทพ