กลืนสวรรค์สะท้านทวยเทพ - ตอนที่ 465 : พลังอํานาจแหงการกลั่นวิญญาณ
ภาพการต่อสู้ และ การเคลื่อนไหวของบุรุษทั้งสอง
มันยิ่งใหญ่เกินกว่าผู้คนจะจินตนาการกันได้ เปั่ย
ซาน ม่อ โรมรันโจมตีด้วยโทสะอันดุเดือดอย่าง
ต่อเนื่อง ฝูงชนที่คอยจับตาเฝั้าดูอดทึ่งไม่ได้กับ
ความแข็งแกร่งที่มันแสดงออกมาในเวลานี้!
ในฐานะผู้ฝึกตนวิถีกระบี่ เปั่ยซาน ม่อ ได้แสดงให้
เห็นวิถีกระบี่อันยอดเยี่ยม กระบี่จักรพรรดิสวรรค์
คราม ในมือของมันกวัดแกว่งหมุนควง ระเบิด
ปราณกระบี่ปลดปล่อยออกมาอย่างต่อเนื่อง ถึง
กระนั้น อู่ อวี้ ก็ยังเร็วมากอย่างน่าเหลือเชื่อ แต่
จวบจนบัดนี้เขายังไม่ได้ต่อสู้สวนกลับ เปั่ยซาน ม่อ
เลยแม้แต่กระบวนท่าเดียว!
ผู้ฝึกตนในวิถีกระบี่นับล้าน กำลังแผดเสียงตะโกน
โห่ร้องนามของมันออกมาอย่างฮึกเหิม
กล่าวได้ว่า ณ จุดนี้ เปั่ยซาน ม่อ ยังคงหยิ่งผยอง
ย่ามใจถึงขีดสุด! เส้นผมสีดำขลับของมันสะบัด
พริ้วไหวตามกระแสสายวาโย เคลื่อนคล้อยพริด
พริ้วไปพร้อมกับชุดคลุมกระบี่ ประดุจดั่งอยู่
ท่ามกลางห้วงลึกของสายชลธี เกลือกกลิ้งหมุนวน
ม้วนขดอยู่รอบทั่วทั้งสรรพางค์ร่าง หลอมรวม
ควบแน่นประดุจดั่งสัตว์ร้ายแสนบ้าคลั่ง
ในมุมมองสายตาของ อู่ อวี้ เป็นที่ชัดเจนแล้วว่ามี
เศษเสี้ยววิญญาณของ ‘จักรพรรดิกระบี่สวรรค์
คราม’ ซึ่งอยู่ในอยู่ภายใน กระบี่จักรพรรดิสวรรค์
คราม แม้กระทั่งการต่อสู้ที่บังเกิดขึ้นอยู่ ณ ยามนี้
ผู้ซึ่งทรงพลังอำนาจจากอดีตกาล ก็ยังได้คอยพร่ำ
สอนชี้แนะแนวทางการต่อสู้ให้แก่ เปั่ยซาน ม่อ
“ขอดูหน่อยว่าเจ้าจะหนีไปไหนได้อีก”ทันใดนั้นฝูง
ชนก็แลเห็นว่าอยู่ ๆ เปั่ยซาน ม่อ ก็ยืนหยุดนิ่ง
อย่างกะทันหัน พร้อมกับชี้นิ้วมืออันเปรียบดั่ง
กระบี่ ปลดปล่อยเปลวเพลิงสีเขียว ทันใดนั้นเอง
เปลวเพลิงสีเขียวมรกตก็เคลื่อนคล้อยสู่ดวงตาทั้ง
สองข้าง ฉับพลันดวงตาสีเขียวมรกตของมันก็ลุก
ท่วมไปด้วยเปลวเพลิง!
” เนตรมรกต!”
นี่คือหนึ่งในสุดยอดพลังอิทธิฤทธิ์! หลังจากเปลว
เพลิงถูกจุดขึ้นในดวงเนตร เสมือนดั่งห่าพิรุณสี
หมึกพร่างพรม กวาดกลืนทุกสรรพสิ่งไม่ว่าจะเป็น
สวรรค์ฤาปฐพี ห่อมล้อมปกคลุมไปทั่วทั้งสนาม
เป็นตายในชั่วพริบตา เฉกเช่นเดียวกับ อู่ อวี้ ณเว
ลานี้เขากำลังถูกกลืนกินด้วยทะเลเพลิงสีเขียว
มรกต!
ในช่วงเวลานี้สายตานับล้านของทุกผู้คน ไม่ว่าจะ
เป็นผู้ฝึกตนวิถีกระบี่ หรือ ผู้คนจากนครจักรพรรดิ
เพลิง กำลังจับต้องลงมายังสนามประลองเป็นตาย
จากทั่วทุกสารทิศ สิ่งที่ปรากฏให้เห็นได้ยากดีก็คือ
ดวงเนตรสีเขียวมรกตขนาดใหญ่ ดวงเนตรที่ว่านี้
กำลังจับจ้องมองไปบนท้องนภา กล่าวได้ว่าเป็น
ดวงเนตรที่สามารถดึงดูดจิตวิญญาณของผู้คนให้
หลงไหล
สำหรับ อู่ อวี้ เขารีบสกัดเปลวเพลิงที่ว่านี้ไม่ให้
แพร่กระจายลุกลามไปทั่วทั้งสรรพางค์ร่างของเขา
อู่ อวี้ กวาดสายตามองไปรอบ ๆ แลเห็นว่า
ท่ามกลางเปลวเพลิงท่วมท้นมหาศาลนี้ คือ ดวง
เนตรเขียวมรกตที่ปรากฏขึ้นทั่วทุกหนแห่ง
เหมือนกับว่ามันกำลังจ้องมองเข้าไปในจิต
วิญญาณของเขา อีกทั้งยังไม่สามารถแลเห็นได้ว่า
อย่างนี้ เปั่ยซาน ม่อ อยู่ที่ใด!
เปลวไฟสีมรกตที่บังเกิดขึ้นอยู่ ณ เวลานี้ แท้จริง
แล้วมันมิได้ร้อนแรงดุจเปลวเพลิงทั่วไป ทว่ามัน
กลับเย็นเยือกประดุจน้ำแข็งขั้วโลก ทุกสรรพสิ่งที่
ถูกมันแตะต้องสัมผัส ทั้งหมดจะถูกเผาผลาญอย่าง
รวดเร็วแล้วกลับกลายเป็นน้ำแข็งไปในบัดดล
หลังจากนั้นมันก็แตกหักพังทลายลงอย่างรวดเร็ว
เช่นเดียวกัน
กลเม็ดสำคัญของการโจมตีนี้ก็คือ ดวงเนตรที่ท่วม
ท้นไปด้วยเปลวเพลิงนับไม่ถ้วน ต่อให้หลับตาไม่
มอง แต่จิตวิญญาณที่อยู่ภายในก็ยังเจ็บปวด
ทรมานเป็นอย่างยิ่ง! เมื่อผ่อนคลายความจิตใจ
แม้แต่เพียงน้อยนิด เปลวเพลิงอันโหดอำมหิตก็จะ
ลุกโหมกระหน่ำเข้ามาทันที เมื่อนั้นแม้แต่โครง
กระดูกที่อยู่ภายในร่างก็ยังมอดไหม้กลายเป็นผงธุลี
” อู่ อวี้ เจ้าจะทำอย่างไรล่ะทีนี้ ช่วงเวลาแห่ง
ความสิ้นหวังได้คืบคลานเข้ามาหาเจ้าแล้ว ”
ในมุมมองสายตาของคนหนุ่มสาวอย่างนี้ ภายใน
โสตประสาทแก้วหูของพวกมัน กำลังก้องสะท้อน
ไปด้วยเสียงหัวเราะของ เปั่ยซาน ม่อ แม้ว่าจะอยู่
นอกจากอาณาเขตพลังอำนาจของเนตรมรกต แต่
ผู้คนก็ยังคงได้ยินเสียงหัวเราะอย่างชัดเจน
” ค่ายกลกระบี่จักรพรรดิเทวะสวรรค์คราม! ”
ทันใดนั้นเมื่อ อู่ อวี้ ติดอยู่ในเนตรมรกตของ เปั่ย
ซาน ม่อ ก่อให้เกิดผลกระทบต่อจิตวิญญาณของ
เขาอย่างรุนแรง เมื่อมันเห็นฝั่ายตรงข้ามเสียท่ามัน
รีบกวัดแกว่ง กระบี่จักรพรรดิสวรรค์คราม โจมตี
ด้วยค่ายกลเวทซ้ำในทันที นี่คือการโจมตีด้วยค่าย
กลเวทจากศาสตราเต๋าวิถีแท้ ทั้งหมดนี้คือค่าย
กลวงเวทแท้จริง ท่ามกลางการกระตุ้นจากพลัง
แก่นแท้ตำหนักม่วง มีวงเวทที่ไม่สามารถมองเห็น
ได้อยู่นับหมื่น ที่ปรากฏอยู่โดยรอบถึงสองชั้น หนึ่ง
กำลังหมุนวนอย่างบ้าคลั่งดูดซับกลืนกินพลัง
อำนาจของสวรรค์แลปฐพีอย่างบ้าคลั่ง!
หวืด หวืด หวืด!
ณ เวลานี้วงเวทค่ายกลนับหมื่น ปรากฏขึ้นกลาง
อากาศอย่างไม่มีปีไม่มีขลุ่ย หลังจากดูดซับกลิ่น
อายฟั้าดินของสวรรค์แลปฐพี ก็แปรเปลี่ยนเป็น
กระบี่เล่มยักษ์สีครามอย่างรวดเร็ว แทรกอยู่
ท่ามกลางเนตรมรกต! ครู่ต่อมาก็ปลดปล่อยปราณ
กระบี่อันน่าเกรงขาม ประหนึ่งมีลมหายใจมรณะ
อยู่ทั่วทุกแห่ง!
ในช่วงวิกฤตนี้ไม่ได้มีเพียงแค่ อู่ อวี้ เท่านั้น แต่
เก้าสิบเก้าในร้อยส่วนของผู้คนที่อยู่ด้านนอก ที่อยู่
นอกอาณาเขตพลังอำนาจของเนตรมรกตนี้ ไม่มี
ผู้ใดสามารถตรวจหาตำแหน่งของ เปั่ยซาน ม่อ ได้
พบ
สิ่งเดียวที่ผู้คนสามารถแลเห็นได้ ค่ายกลกระบี่
จักรพรรดิเทวะสวรรค์คราม กระบี่เทวะนับหมื่น
เล่มกำลังเกี่ยวพันซึ่งกันและกัน กลายเป็นตาข่าย
ขนาดใหญ่โอบล้อมสกัดกั้น อู่ อวี้ ไว้อย่างสมบูรณ์!
ในเวลานี้ อู่ อวี้ กำลังถูกพลังอิทธิฤทธิ์กระบี่
จักรพรรดิสวรรค์ครามของ เปั่ยซาน ม่อ โอบล้อม
โจมตีด้วยค่ายกลจากรอบทิศทาง ซึ่งถ้าดูจาก
สถานการณ์ตอนนี้ดูเหมือนว่า อู่ อวี้ จะหมดหวังไร้
ซึ่งหนทางหนีรอดออกมาได้ ส่งผลให้ผู้ฝึกตนในวิถี
กระบี่ของ นิกายเซี่ยนซูซัน ส่งเสียงร้องตะโกนให้
กำลังใจกันอย่างอึกทึกล้นหลาม
ส่วนฝังของเรือรบทมิฬ เนื่องจาก อู่ อวี้ ยังมิได้
แสดงฝีไม้ลายมืออะไรมากมายนัก นอกเสียจาก
ความเร็วในการเคลื่อนตัวอันน่าเหลือเชื่อ นอกนั้น
ก็ไม่มีอะไรหวือหวา ส่งผลให้ผู้คนทางฝังนี้อดไม่ได้
ที่จะวิตกกังวลด้วยความเป็นห่วง โดยเฉพาะเหล่า
ไพร่พลจาก ค่ายเทียมฟั้า ที่กำลังใจแปั้วตุ้ม ๆ
ต่อม ๆ ดวงตาจ้องมองคอแห้งผาก
ตูมมมมม!
ค่ายกลกระบี่จักรพรรดิเทวะสวรรค์คราม โหม
กระหน่ำอย่างต่อเนื่อง!
ความแข็งแกร่งที่ เปั่ยซาน ม่อ ได้แสดงออกมาให้
เห็น แม้แต่ จอมจักรพรรดิ์ ยังรู้สึกประหลาดใจอยู่
เล็กน้อยเช่นกัน ด้วยวัยที่ยังอ่อนเยาว์ของมัน ไม่
คิดว่าจะมีฝีมือแข็งแกร่งทรงพลังถึงเพียงนี้ ความ
เชี่ยวชาญในการใช้ศาสตราเต๋าวิถีแท้ กล่าวได้ว่า
มันมีความเชี่ยวชาญเหนือกว่า มู่หรง ซวี่ เสียอีก
“อู่ อวี้ เจ้าจะทำอย่างไรต่อไปล่ะทีนี้ ?” จอม
จักรพรรดิค่อนข้างสับสนด้วยเพราะเขารู้สึก
เหมือนว่า อู่ อวี้ ดูจะมีโทสะอยู่ไม่น้อย แต่ก็ยังสุขุม
มากจนน่าใจหาย นั่นเพราะโทสะไม่สามารถทำให้
เขาขาดสติลงได้
ในเวลาสายตาของ อู่ อวี้ ผ่านมองลอดผ่านเนตร
มรกต ซึ่งมันทำให้เขาได้เห็น หนานกง เหว่ย ที่มี
ท่าทีเย็นชาไร้ซึ่งความแยแส ดวงตาของนางเปียม
ล้นไปด้วยความเชื่อมั่นในความสามารถแลพลัง
ฝีมือของ เปั่ยซาน ม่อ ถ้าให้กล่าวถึงเรื่องนี้คงต้อง
บอกว่ายามนี้ อู่ อวี้ กำลังเสียเปรียบอย่างแท้จริง
หากมองจากการแสดงออกทางสีหน้าของนางแล้ว
ละก็ ดูเหมือนนางจะยอมรับในฝีมือของมันอย่าง
เต็มหัวใจ
“ ดูเหมือนว่าวาสนาของเราทั้งสอง จะขาดสะบั้น
กันอย่างสมบูรณ์ ” อู่ อวี้ รำพึงในใจ
เขากวาดสายตามองไปรอบ ๆ แลเห็นว่า เปั่ยซาน
ม่อ ที่ใช้เวทกระบี่โจมตีศาสตราเต๋าวิถีแท้ ช่างดู
อหังการเปียมล้นไปด้วยพลังมหาศาลยิ่ง!
ท่ามกลางเนตรมรกต กระบี่ยักษ์ปลดปล่อยคลื่นอัด
กระแทกออกมาอย่างต่อเนื่อง สอดผสานมุ่งตรงไป
ยังทิศทางของ อู่ อวี้ มวลมหากระบี่เขียนสีคราม
ปกคลุมไปทั่วทั้งแปดทิศ ไม่มีที่ใดให้หลบเลี่ยงล่า
ถอย การที่ เปั่ยซาน ม่อ ตัดสินใจให้ใช้ค่ายกลเวท
โจมตีนี้ ก็เพื่อจำกัดความเร็วของ อู่ อวี้ ทำให้เขา
ไม่มีที่ว่างให้หลบเลี่ยงหลีกหนี
“จงมอดม้วยไปซะ!”
ชั่วขณะที่ค่ายกลกระบี่ระเบิดออก เนตรมรกตซึ่ง
ปกคลุมไปเปลวเพลิงลโหมกระหน่ำ ก็ควบคุมหมู่
มวลกระบี่นับหมื่นม้วนกวาดผ่านเคลื่อนคล้อย
บังเกิดเป็นคลื่นพายุสังหารพุ่งทะยานออกไปเบื้อง
หน้า
ตามมาด้วย เสียงหัวเราะคำรามซึ่งเปียมล้นไปด้วย
ความมั่นอกมั่นใจของ เปั่ยซาน ม่อ เสียงของมัน
ดังขึ้นจากทั่วทุกทิศทาง แต่ก็หารู้ไม่ว่าแท้จริงแล้ว
เปั่ยซาน ม่อ นั้นอยู่แห่งหนใด
หนึ่งการโจมตีมหันตภัยสังหาร!
ในช่วงเวลานี้จิตใจของทุกผู้คนเปียมล้นไปด้วย
คลื่นแห่งความปันปั่วนเหลือคณา แน่นอนว่า
ในตอนนี้ผู้ฝึกตนกระบี่ซูซันส่วนใหญ่ ต่างคาดหวัง
ปรารถนาให้ อู่ อวี้ ตกตายไปเสีย
ท่ามกลางความเลือนราง ซึ่งผู้คนยากจะแลเห็นได้
ดวงเนตรของ อู่ อวี้ ได้ปรากฏอักขระสีทองออกมา
ให้เห็นอย่างเด่นชัด
นี่คือ เนตรเพลิง!
อู่ อวี้ กระทำเพียงกวาดสายตามองรอบหนึ่ง ก็
สามารถระบุตำแหน่งที่แท้จริงของ เปั่ยซาน ม่อ
ได้อย่างง่ายดาย ท่ามกลางวิสัยทัศน์มุมมองสายตา
ของเขา เปลวเพลิงและปราณกระบี่ได้มลาย
หายไปจนสิ้น ปรากฏร่องรอยของ เปั่ยซาน ม่อ
ออกมาให้เห็นอย่างเด่นชัด มันอยู่ไม่ห่างจาก
ตำแหน่งของ อู่ อวี้ นัก ซึ่งแน่นอนว่ามันได้ใช้
มหาสมุทรเปลวเพลิงจากเนตรมรกตปกปิดตัวตน
เอาไว้
ชั่วขณะจิตนี้เอง!
เปั่ยซาน ม่อ ซึ่งกำลังอยู่ในห้วงอารมณ์แห่งความ
ฮึกเหิมถึงขีดสุด คิดว่าการที่ อู่ อวี้ มองเห็นมันได้
นั้น ไม่ได้มีอะไรมากไปกว่าความบังเอิญ
อย่างไรก็ตาม เมื่อ อู่ อวี้ สาดประกายดวงตาจับ
จ้องมายังตัวของมัน พร้อมกับรอยยิ้มเหยียดหยันที่
ปรากฏขึ้นบนมุมปากของเขา ได้ทำให้จิตใจของ
มันสั่นไหวอย่างรุนแรง ชั่วอึดใจนี้เอง อักขระ
ทองคำภายในดวงตาของ อู่ อวี้ ก็แปรเปลี่ยนไป
อย่างฉับพลัน!
เพียงชั่วพริบตา อักขระเหล่านี้ก็ดูสลับซับซ้อนลึก
ล้ำน่าพิศวรมากยิ่งขึ้น บังเกิดเป็นคลื่นพลังพุ่ง
พล่านปันปั่วนสั่นสะท้านจิตใจอย่างเหลือคณา!
” นี่มันวิชาบัดซบอะไรกัน! ” จิตใจของ เปั่ยซาน
ม่อ สั่นไหวอย่างรุนแรง ในเวลานี้มันกำลังควบคุม
ค่ายกลกระบี่จักรพรรดิเทวะสวรรค์คราม ซึ่งอีกไม่
นานมันจะฉีกบดขยี้ อู่ อวี้ จนไม่เหลือชิ้นดี! แต่ไม่
คาดคิดว่า ชั่วอึดใจก่อนมันจะลงมือ อยู่ ๆ ตัวมันก็
เปล่งเสียงกรีดร้องออกมาอย่างไร้เหตุผล! ซึ่ง
ท่ามกลางเสียงกรีดร้องนี้มีอยู่ทั้งหมด 2 เสียง หนึ่ง
คือตัวมัน และอีกเสียงหนึ่งมาจาก กระบี่จักรพรรดิ
สวรรค์คราม ในมือของมัน!
ดวงเนตรของ อู่ อวี้ สามารถแลเห็นได้อย่าง
ชัดเจน ว่าบัดนี้เศษเสี้ยววิญญาณที่อยู่ภายใน
กระบี่จักรพรรดิสวรรค์คราม กำลังถูกเปลวเพลิง
ทองคำลุกโหมกระหน่ำเผาผลาญไปทั่วทั้ง
สรรพางค์กาย เปลวเพลิงนี้ดุร้ายน่าสะพรึงกลัวยิ่ง
ด้วยความโกรธเกรี้ยวเหลือคณาของ อู่ อวี้ เพียง
ชั่วพริบตา เปลวเพลิงก็ลุกโหมกระหน่ำเผาผลาญ
เศษเสี้ยวจิตวิญญาณ จนมลายหายสิ้น!
ฟูม!
เศษเสี้ยวจิตวิญญาณภายใน กระบี่จักรพรรดิ
สวรรค์คราม ถูก อู่ อวี้ แผดเผาด้วยเปลวเพลิง
แห่งความตาย มันเปล่งเสียงกรีดร้องออกมาอย่าง
โหยหวน ก่อนจะตกตายสูญสลายหายไป อู่ อวี้ หา
ได้เมตตาปราณีแก่มันไม่ เขาใช้เนตรเพลิง
ปลดปล่อยอัคคีแห่งความตาย แผดเผาเศษเสี้ยว
จิตวิญญาณสุดท้ายของจักรพรรดิกระบี่สวรรค์
คราม แลบดขยี้ความหวังของมันจนสิ้น
ถูกต้องแล้ว ท่ามกลางความลึกลับสงบเงียบ พลัง
อิทธิฤทธิ์เนตรเพลิง บัดนี้ได้ยกระดับเข้าสู่ขั้นที่ 2
กลั่นสกัดวิญญาณ
ด้วยวิชานี้ทำให้เขาสามารถเผาผลาญจิตวิญญาณ
ได้ในทันที ซึ่งแน่นอนว่าเศษเสี้ยวจิตวิญญาณอัน
แสนเปราะบางของจักรพรรดิกระบี่สวรรค์คราม
ได้ประสบพบเจอกับหายนะครั้งใหญ่ มันคือผู้แรกที่
ได้ประสบพบเจอกับเภทภัย ถูก อู่ อวี้ เผาผลาญ
จนไหม้เป็นจุล! เห็นได้ชัดว่า เซียนกระบี่เทียนจี
และ พลพรรคของเขารับรู้ได้ถึงการดำรงอยู่ของ
จักรพรรดิกระบี่สวรรค์คราม ดังนั้นเมื่อเกิด
เหตุการณ์เฉกเช่นดังในเวลานี้ อู่ อวี้ จินตนาการ
ได้เลยว่า เหล่าเจ็ดเซียนกระบี่จะมีปฏิกิริยาเช่นไร
อย่างไรก็ตาม อู่ อวี้ หาได้แยแสมันแม้แต่น้อย
จักรพรรดิกระบี่สวรรค์คราม เป็นเปั้าหมายแรก ที่
ถูกเนตรเพลิงของ อู่ อวี้ กลั่นสกัดวิญญาณ
แน่นอนว่าพลังส่วนใหญ่ของ อู่ อวี้ ยังคงกดทับลง
บนร่างของ เปั่ยซาน ม่อ อันที่จริงการที่เขาไม่ได้
เคลื่อนไหวเป็นเวลานาน เนื่องจากกำลังเตรียม
ความพร้อมสำหรับการสกัดวิญญาณ ซึ่งในชั่วอึด
ใจที่เปลวเพลิงแผดเผาปะทุขึ้น จักรพรรดิกระบี่
สวรรค์คราม ก็กลายเป็นเปั้าหมายแรกที่ต้อง
ประสบพบเจอกับเพศภัย ตามด้วย จิตวิญญาณ
ของ เปั่ยซาน ม่อ ซึ่งทันใดนั้นเองเปลวเพลิง
ทองคำก็ลุกโหมกระหน่ำ เผาผลาญจิตวิญญาณ
ของมันอย่างบ้าคลั่ง!
หนึ่งวิถีเทวะเชื่อมสวรรค์ที่ อู่ อวี้ ฝึกฝน ทรงพลัง
แข็งแกร่งยิ่งกว่าเนตรมรกตไม่รู้กี่เท่าต่อกี่เท่า! ใน
เวลานี้จิตวิญญาณของ เปั่ยซาน ม่อ ได้ถูกเปลว
เพลิงทองคำแผดเผาอย่างบ้าคลั่ง วิญญาณแห้ง
เหี่ยวของมันในบันดล ทั้งยังรู้สึกปวดเศียรเวียน
เกล้าเหลือคณา ห้วงอารมณ์นึกคิด จิตใจล่มสลาย
พังทลายจนไม่เหลือชิ้นดี เป็นผลให้ตอนนี้ มันไม่
สามารถควบคุมค่ายกลกระบี่จักรพรรดิเทวะ
สวรรค์คราม และ เนตรมรกตได้อีกต่อไป ส่งให้
เนตรมรกตสูญสลายหายไปในทันที ตามด้วยค่าย
กลกระบี่โจมตีจากศาสตราเต๋าวิถีแท้ ที่บัดนี้เริ่มพุ่ง
พล่านปันปั่วน อู่ อวี้ หลบเลี่ยงล่าถอยออกจากหมู่
มวลปราณกระบี่ที่กำลังปันปั่วนออกมาได้อย่าง
ง่ายดาย ปราณกระบี่บางส่วนที่หลุดจากการ
ควบคุมได้พุ่งทะยานขึ้นสู่ฟากฟั้า แต่มันก็ถูก
หยุดยั้งไว้โดยค่ายกลคุ้มภัยแห่งซูซัน บางส่วนก็พุ่ง
ลงสู่พื้นปฐพี ปราณกระบี่สังหารอัดกระแทกระเบิด
ทำลายยอดเขาขนาดใหญ่ไปนับ 10 ลูก กลิ่นอาย
เย็นยะเยือกแผ่ขยายปกคลุมไปทั่วทั้งต้นสนหิมะ
ภาพเบื้องล่างในยามนี้ ดูสับสนโกลาหลอย่าง
สิ้นเชิง
ท่ามกลางเนตรเพลิงของ อู่ อวี้ ในเวลานี้ เปั่ยซาน
ม่อ ได้ปล่อยกระบี่จักรพรรดิสวรรค์คราม ร่วงหล่น
ตกลงสู่พื้น จากนั้นก็ใช้สองมือเกาะกุมศีรษะของ
ตน พร้อมทั้งกรีดร้องออกมาด้วยความเจ็บปวด
ทรมานอย่างสุดแสน ดวงตาของมันเต็มไปด้วย
เลือดเส้นเลือดฝอยสีแดงฉาน ซึ่งเกิดจากโลหิตที่
ปริแตก การแสดงออกของมันในยามนี้เปียมล้นไป
ด้วยความตกตะลึงถึงขีดสุด มันจับจ้องมองไปยัง อู่
อวี้ ด้วยความหวาดกลัว ระคนไม่อยากจะเชื่อ
แต่ อู่ อวี้ ก็มิได้ยั้งมือไว้ไมตรีกับมันแม้แต่น้อย
ชั่วพริบตานั้นเอง เสาเหยียนหวงเบิกฟั้า ก็ปรากฏ
ขึ้นในมือของเขา!
พร้อมกับใช้ออกด้วยเคล็ดก้าวเทวะทันที!
ด้วยความรวดเร็วอันน่าประหวั่นพรั่นพรึงของ อู่
อวี้ ทันใดนั้นเขาก็มาปรากฏตัวเบื้องหน้า เปั่ยซาน
ม่อ ในฉับพลัน ด้วยการฟาดเสาออกไปในครั้งนี้
มันคือการโจมตีอันทรงพลังจากกายเนื้อที่รวดเร็ว
ถึงขีดสุด ในเวลานี้ เปั่ยซาน ม่อ ตกตะลึงพรึง
เพริดอย่างเหลือคณา มันยกมือทั้งสองข้างขึ้นมา
ปั้องกัน เสาเหยียนหวงเบิกฟั้า ไว้ แต่ด้วยพลัง
อำนาจอันมหาศาลจากการโจมตีของ อู่ อวี้ เสาที่
ถูกฟาดลงไป ได้บดขยี้แขนของมันทันที โลหิตสาด
กระเซ็นไปทั่วทุกแห่งหน ร่างของมันอัดกระแทก
ลงสู่สนามประลองเป็นตาย จมสู่กองเลือดในทันที!
โพล๊ะ ตูม!!!
ชั่วพริบตา อู่ อวี้ ก็ลงมายืนอยู่บนสนามประลอง
เป็นตาย ดวงตาของเขาไร้ซึ่งความแยแส ขณะใน
มือถือจับ เสาเหยียนหวงเบิกฟั้า ปรากฏกายอยู่
ตรงเบื้องหน้า ในตอนนี้ ช่วงเวลาแห่งการสกัด
วิญญาณของ อู่ อวี้ ได้ผ่านพ้นไปแล้ว เปั่ยซาน
ม่อ ถูกโจมตีจากทั้งจิตวิญญาณ และ กายภาพ
อย่างรุนแรง มันจับจ้องไปยัง อู่ อวี้ ด้วยจิตใจที่
ว่างเปล่า เกรงว่านี่จะเป็นความจริงที่น่าเหลือเชื่อ
มากสุดในชีวิตของมันแล้ว!
จวบจนถึงปัจจุบันผู้ฝึกตนในวิถีกระบี่นับล้าน
ผนวกกับผู้คนของกองทัพเซียนจักรพรรดิเพลิง ยัง
อยู่ในอาการตกตะลึงกับภาพที่น่าเหลือเชื่อนี้ถึงขีด
สุด
ภาพที่ตราตรึงอยู่ในจิตใจของพวกมันก่อนหน้านี้
คือภาพของ อู่ อวี้ ที่กำลังประสบกับห้วงมหันตภัย
การโจมตีสังหาร ซึ่งในช่วงวิกฤตนี้เอง จู่ ๆ ทุก
อย่างก็กลับตาลปัตรไปหมด เกิดขึ้นได้เช่นไรกัน?
แม้แต่ผู้คนจากกองทัพเซียนจักรพรรดิเพลิง ก็ยัง
ไม่คาดคิดว่าจะเกิดเหตุการณ์เช่นนี้ขึ้น ดังนั้นใน
เวลานี้พวกมันจึงตกตะลึงถึงขีดสุด แลจ้องมอง อู่
อวี้ ที่กำลังลงมือสังหาร เปั่ยซาน ม่อ ด้วยความ
ไม่อยากจะเชื่อ
ท่ามกลางผู้คนไม่ว่าจะเป็น เซียนกระบี่กุ้ยหยาง,
เซียนกระบี่เทียนจี หรือ จอมจักรพรรดิ สามารถ
เห็นได้อย่างชัดเจนชัดว่า ในเวลานี้มีคนผู้หนึ่งหาย
ตัวไปอย่างสมบูรณ์
ผู้ซึ่งครั้งหนึ่งเคยสั่นสะเทือนไปทั่วทั้งใต้หล้า นั่นก็
คือ จักรพรรดิกระบี่สวรรค์คราม!
………………………………………………..
(´▽`).。o♡ เพลิน
กลืนสวรรค์สะท้านทวยเทพ