กลืนสวรรค์สะท้านทวยเทพ - ตอนที่ 474 :
บุตรีของราชันพญามัจจุราชลำดับที่ 8
” หมิงซวง นี่มันเรื่องอะไรกันแน่? ” อู่ อวี้ ทำได้
แค่เพียงไต่ถามนางเท่านั้น
ในเวลานี้ หมิงซวง ก็รู้สึกประหลาดใจมากเช่นกัน
แล้วนางกล่าวว่า ” ไม่น่าจะเป็นไปได้ บรรพชน
มารกลืนสวรรค์ตกตายไปนานแล้ว หรือต่อให้มัน
ยังมีชีวิตอยู่มันก็น่าจะเป็นไข่ซึ่งตัวเจ้าก็เป็นผู้ถือ
ครองอยู่ แล้วมันจะพึ่งพาผู้อื่นจนสามารถฟืนชีวิต
กลับมาอีกครั้งได้เช่นไร? ”
” แต่วิธีการกลืนกินของเจ้าสิ้งนี้ มันคล้ายกับ
บรรพชนมารกลืนสวรรค์ เลยไม่ใช่หรือไง? ” อู่ อวี้
ขมวดคิ้วด้วยความฉงนสงสัยอย่างที่สุด
” โลกใบนี้ช่างกว้างใหญ่ไพศาลยิ่งนัก ฉะนั้น
อาจจะมีเรื่องแปลก ๆ เกิดขึ้นได้ หรือไม่ก็บังเกิด
จากความบังเอิญ เจ้าอย่าได้รีบด่วนสรุปกล่าวโทษ
ตัวเองไปก่อนเลย สิ่งแรกที่เจ้าควรจัดกระทำตอนนี้
ก็คือ รีบเร่งกระจายข่าวสิ่งที่เจ้ารู้มาออกไปให้เร็ว
ที่สุด ” แม้หมิงซวง กำลังเผชิญหน้ากับเรื่องใหญ่
หลวง แต่นางก็ยังคงสงบสุขุม
” ตกลง ” อู่ อวี้ พยักหน้า
สิ่งที่เขากังวลมากที่สุดก็คือ ถ้าหากจ้าวแห่ง
วิญญาณพยาบาทคือ บรรพชนมารกลืนสวรรค์ ซึ่ง
การปรากฏตัวใหม่ของมันเป็นเพราะพวกเขาเข้า
ไปใน คฤหาสน์มารกลืนสวรรค์ เท่ากับว่าหายนะที่
เกิดขึ้นนี้ เป็นเพราะตัวเขาเอง!
หากไตร่ตรองอย่างถี่ถ้วน ครั้งเมื่อ ฉิน ฝูเหยา ออก
จาก คฤหาสน์มารกลืนสวรรค์ บางทีนางอาจจะฉก
ฉวยบางสิ่งบางอย่างติดไม้ติดมือออกมา แล้ว
นำกลับไปสู่โลกของผู้ฝึกตนนอกรีต แต่ถึงกระนั้น
เพราะเหตุใดถึงกลายเป็น จักรพรรดิมาร ไม่ใช่ ฉิน
ฝูเหยา?
เขายังคงปันปั่วนมีข้อกังขามากมายอยู่ในใจ
ทั้งหมดทั้งมวลยังไม่อาจชี้ชัดหรือแน่ใจได้ว่าเรื่องนี้
มิได้เกี่ยวข้องกับตนเอง และ ลั่วผิน ที่เข้าไปยัง
คฤหาสน์มารกลืนสวรรค์
แล้วถ้าหากถ้าเรื่องนี้เกี่ยวข้องกับ บรรพชนมาร
กลืนสวรรค์จริง การที่มันคืนชีพขึ้นมาใหม่อีกครั้ง
ความแข็งแกร่งของมันก็น่าจะอยู่ในจุดต่ำสุด ไฉน
มันถึงได้รีบเร่งเอะอะมะเทิ่ง เคลื่อนไหวครั้งใหญ่
เช่นนี้ด้วย มันมีวัตถุประสงค์อันใดกันแน่?
เป็นเรื่องยากที่จะเข้าใจวัตถุประสงค์ของมันได้จริง
ๆ
ฉะนั้นตอนนี้เขาจำเป็นต้องรวบรวมข้อมูลให้มาก
ที่สุด โดยการซักไซ้ไล่เลียง รีดเฟั้นข้อมูลจากผู้ฝึก
ตนนอกรีตเหล่านี้ให้หมดเปลือก ส่วนพวกผู้ฝึกตน
นอกรีตก็กำลังเฝั้ารอคอยให้ อู่ อวี้ ปล่อยตัวพวก
มันไปเสียที อู่ อวี้ พลันเหลือบมองพวกมันด้วย
สายตาที่เย็นเฉียบ แล้วก็ชี้นิ้วไปที่พวกมันหนึ่งใน
นั้นพร้อมกล่าวว่า ” เจ้าจงตอบข้ามาให้หมด แล้ว
ข้าจะไว้ชีวิตเจ้า”
พวกมันที่เหลือต่างหวาดกลัวจนลนลาน ลำพังแค่
อู่ อวี้ ก็น่ากลัวมากพออยู่แล้ว แต่เขายังสามารถ
ควบคุมร่างอวตารเป็นจำนวนมาก จึงทำให้ความ
หวาดกลัวของพวกมันหนักหนาสาหัสเข้าไปอีก
บัดนี้ร่างอวตารซึ่งร่างอาบท่วมไปด้วยเปลวเพลิงสี
ทองยืนล้อมรอบพวกมันเอาไว้ เปลวเพลิงสีทองนี้
พร้อมจะกลืนกินเผาไหม้พวกมันให้กลายเป็นเถ้า
ธุลีลงได้ทุกเมื่อ! ฝั่ามือของร่างอวตารชุ่มไปด้วย
โลหิต ซึ่งน่าจะเกิดจากการลงโทษทัณฑ์คน
บางส่วนไป
ผู้ฝึกตนนอกรีตที่เหลือ ต่างดีอกดีใจเป็นอย่างยิ่งรีบ
กล่าวขอบคุณเขาเป็นยกใหญ่ จากนั้นมันก็รีบ
กล่าวอย่างรวดเร็วว่า ” ขอบคุณท่านที่ปราณีไม่
สังหารพวกเรา หากมีเรื่องใดที่พวกข้าล่วงรู้จะ
บอกเล่าแก่ท่านอย่างไม่ปิดบัง เชิญท่านไต่ถามข้า
มาได้อย่างเต็มที่เลย ข้าบอกท่านแล้ว ท่านจะ
ปล่อยตัวข้าน้อยจริงๆใช่หรือไม่? ”
อู่ อวี้ ยิ้มอ่อน จากนั้นก็ใช้เคลื่อนย้ายเข้าไปใน
ค่ายกลล้านกระบี่ ซึ่งได้หยุดทำงานไปแล้ว ๆ
เอื้อมมือออกไปแล้วจับ หลาน ฮั้วหยุน ซึ่งอยู่ใน
สภาพย่ำแย่ท่ามกลางลมพายุ พาร่างของนาง
นำมาไว้ด้านข้างเพื่อทำการพักฟืน ใบหน้าของนาง
แดงระเรื่อเล็กน้อยประดุจดั่งสีกุหลาบ ในการพบ
พานกันใหม่อีกครั้ง อู่ อวี้ อยู่ในฐานะที่สูงส่งกว่า
ซึ่งทำให้นางประหม่าแลวิตกกังวลอยู่ไม่น้อย
ทีเดียว
“สังหารมัน” อู่ อวี้ กล่าวกับ หลาน ฮั้วหยุน
“จะ เจ้า ทำไมสับปลับเช่นนี้!” ผู้ฝึกตนนอกรีตกรีด
ร้องสีหน้าของมันซีดเผือดด้วยความไม่อยากจะ
เชื่อ
อู่ อวี้ กล่าว ” ข้าลั่นวาจาออกไปว่าจะไม่สังหาร
พวกเจ้าก็จริงอยู่ แต่ข้าไม่ได้บอกว่าผู้อื่นจะไม่
สังหารเจ้า เหล่าพี่น้องในบูรพาเยว่อู่ของข้า ถูก
พวกเจ้าประหัตประหารตกตายไปเป็นเบือ การที่
ข้าสังหารเจ้าเพียงครั้ง นับว่าเมตตาปราณีกับเจ้า
ยิ่งแล้ว! ”
เขาจะปล่อยผู้ฝึกตนนอกรีต ที่ประหัตประหารพี่
น้องของเขาจนตกตายไปได้อย่างไรกันเล่า!
หลาน ฮั้วหยุน ล่วงรู้ดีว่าเขาหมายถึงอะไร ความ
เกลียดชังที่นางนั้นมีต่อผู้ฝึกตนนอกรีตมิได้น้อยไป
กว่า อู่ อวี้ ฉะนั้นเวลานี้ต้องตาต่อตาฟันต่อฟัน
แตกหักกันไปข้าง นางแทงกระบี่ยาวที่อยู่ในมือลง
ไปบนร่างของผู้ฝึกตนนอกรีต ทันใดนั้นรางของผู้
ฝึกตนนอกรีตก็ถูกปกคลุมไปด้วยน้ำแข็ง สีหน้า
ของมันเต็มไปด้วยความตื่นตะลึง ทั้งยังพยายาม
ดิ้นรนต่อสู้อย่างต่อเนื่อง
” ไม่ว่าเจ้าจะเป็นใคร! แต่ผู้ฝึกตนอย่างพวกเจ้า
เมื่ออยู่ใต้เงื้อมมือพลังอำนาจแห่งทวยเทพของ
จักรพรรดิมาร พวกเจ้าทุกคนจะถูก
ประหัตประหารจนสิ้น!!!! จากนี้อีกไม่นานทวีปแห่ง
ทวยเทพจะกลายเป็นโลกของผู้ฝึกตนนอกรีตอย่าง
พวกเรา! ”
” มนุษย์หลายร้อยล้านคนที่นี่ ย่อมเป็นทรัพยากร
ชั้นเลิศของผู้ฝึกตน มีของดีแต่ไม่รู้จักใช้ถึช่างโง่เง่า
ยิ่งนัก ถ้าพวกเราได้เป็นผู้ครอบครองดินแดนแห่งนี้
รับรองว่าทวีปแห่งทวยเทพตงเสิ้งต้องเจริญรุ่งเรือง
มากยิ่งขึ้น! ”
” เจ้า จะมีลมหายใจอยู่ได้แค่อีกเดือนเดียวเท่านั้น!
กองทัพยิ่งใหญ่เกรียงไกรของผู้ฝึกตนนอกรีต จะ
เคลื่อนทัพออกจากทะเลตงไห่ ในไม่ช้าอาณาจักร
เล็ก ๆ แห่งนี้จะมีแต่ซากศพนอนตายเกลื่อนกลาด
แล้วพวกเจ้าก็จะได้ไปอยู่ในปรโลก อ๊ากกก! ”
ณ เวลานี้ ผู้ฝึกตนนอกรีตต่างส่งเสียงกรีดร้อง
อย่างโหยหวน แล้วในที่สุดพวกมันก็ต้องตกตาย
ด้วยน้ำมือของ หลาน ฮั้วหยุน
” ครั้งหน้า อย่าได้ปล่อยให้พวกมันแหกปาก พ่น
วาจาเหม็นเน่าออกมาเช่นนี้อีก ” อู่ อวี้ กล่าวกับ
หลาน ฮั้วหยุน
” อืม ” อู่ อวี้ เปียมล้นไปด้วยกลิ่นอายอันดุดัน
หลาน ฮั้วหยุน จึงเชื่อฟังอย่างว่าง่ายเช่นดั่ง
ผู้ติดตามของ อู่ อวี้
อู่หยู๋ อยู่เบื้องหลัง
หนึ่งในร่างอวตารของ อู่ อวี้ อดใจรอแทบไม่ไหว
ได้รีบมุ่งหน้าไปก่อนแล้ว ถึงแม้จะจากกันไปไม่นาน
นัก แต่ก็เป็นช่วงเวลาที่น่าตื่นเต้นเป็นอย่างยิ่ง
โดยเฉพาะมันเกี่ยวข้องกับความเป็นความตายอัน
น่าเศร้าสลดของชาวเมืองนครเย่วอู่ เป็นช่วงเวลา
ที่ ความรู้สึก อู่หยู๋ เปราะบางอ่อนแอเป็นที่สุด
” ท่านพี่หญิงไม่ต้องหวาดกลัวไป น้องชายท่าน
กลับมาแล้ว” อู่ อวี้ เข้ามาโอบกอดนาง
” การที่ข้าได้เห็นเจ้า ก็ทำให้ข้ารู้สึกโล่งใจยิ่งแล้ว
เจ้าอย่าลืมล้างแค้นให้แก่พวกเขาด้วย ผู้คน
บริสุทธิ์ตาดำ ๆ จำนวนมากต้องตกตายไป ข้าเป็น
ถึงจักรพรรดินีผู้ครองอาณาจักร แต่กลับไม่อาจทำ
อันใดได้ สมควรยิ่งแล้วที่จะถูกตำหนิติเตียน ” อู่
หยู๋ กล่าวด้วยน้ำตาแห่งความเศร้าเสียใจอย่างสุด
ซึ้ง
อู่ อวี้ ส่ายศีรษะแล้วกล่าวว่า ” เมื่อเซียนเต๋าเกิด
ความขัดแย้งจนต้องสู้รบ เป็นเรื่องปกติที่มนุษย์จะ
ได้รับผลกระทบอย่างไม่อาจหลีกเลี่ยง ท่านพี่ย่อม
ไม่สามารถควบคุมผลลัพธ์นี้ได้อยู่แล้ว อย่าได้
ตำหนิตนเองไปเลย นับจากวันนี้ข้าจะคอยเฝั้า
คุ้มครองอาณาจักรบูรพาเยว่อู่ แต่ท่านจะต้องไปที่
นิกายกระบี่สวรรค์ก่อน เพราะทั้งหมดที่นี่คือร่าง
อวตารของข้า ส่วนร่างจริงของข้าอยู่ที่ นิกาย
กระบี่สวรรค์ ”
อู่ อวี้ ได้วางแผนเอาไว้ว่าให้นางไปตั้งปักหลักอยู่ที่
นิกายกระบี่สวรรค์ จากนั้นเขาก็ส่งร่างอวตาร
กระจายไปทั่วอาณาจักรบูรพาเยว่อู่ ไล่ล่าสังหารผู้
ฝึกตนนอกรีตให้สิ้นเสียก่อน!
“ ตกลง ”
แม้ร่างต้นของ อู่ อวี้ ปักหลักอยู่ที่ นิกายกระบี่
สวรรค์ แต่ในขณะเดียวกันชาวเมืองอาณาจักร
บูรพาเยว่อู่ของเขา ก็ยังได้รับความคุ้มครองอยู่
รอดปลอดภัย ในเวลานี้เขาได้นำร่างอวตาร 100
ร่าง คุ้มครอง อู่ หยู๋ และ หลาน ฮั้วหยุน ไปยัง
นิกายกระบี่สวรรค์ ทิ้งอีก 30 เอาไว้ที่อาณาจักร
บูรพาเยว่อู่ เพื่อควบคุมค่ายกลล้านกระบี่ ซึ่ง
เท่ากับว่าบัดนี้อาณาจักรเยว่อู่มีผู้มีพื้นฐานฝึกตน
อยู่ในระดับกระบี่สวรรค์ถึง 30 คน แน่นอนว่าผู้ฝึก
ตนนอกรีตสามัญทั่วไปย่อมไม่อาจทำลายหรือเข้า
มาได้!
ภายใต้การควบคุมของ อู่ อวี้ ร่างอวตารที่เหลืออยู่
ได้กระจายตัวกันออกไปตัวทั่วอาณาจักรบูรพาเยว่
อู่ ทันใดนั้นมุมมองวิสัยทัศน์ของ อู่ อวี้ ก็เปิดกว้าง
ขึ้นอย่างฉับพลัน ดวงตาของร่างอวตารทั้งหมดก็
เปรียบเสมือนดั่งดวงตาของเขา
จากนั้นร่างอวตารจำนวนนับไม่ถ้วน ก็ตะโกนขึ้น
อย่างพร้อมเพรียง บัดนี้สุรเสียงของเขาดังก้อง
กังวาลไปทั่วทั้งอาณาจักรบูรพาเยว่อู่
” เหล่าราษฎรทั้งหลาย ข้า อู่ อวี้ กลับมาแล้ว ทุก
ท่านอย่าได้ออกจากนครเด็ดขาด พยายามหาที่
หลบซ่อนตัวอยู่ภายในนคร ข้าจะปกปั้องทุกคนเอง
”
เมื่อได้ยินเสียงของ อู่ อวี้ ทุกคนก็รู้สึกมีความสุขยิ่ง
เพราะคนผู้นี้ก็คือท่านเซียนอู่ วีรชนผู้กล้าอันเป็น
ตำนานแห่งทิศบูรพา ซึ่งครั้งหนึ่งเคยเป็นเจ้าชาย
ของอาณาจักรบูรพาเยว่อู่แห่งนี้
ทั่วทั้งอาณาจักรบูรพาเยว่อู่ที่เคยปันปั่วนโกลาหล
บัดนี้ได้สงบลงเล็กน้อย
ในเมื่อ อู่ อวี้ อยู่ที่นี่แล้ว เขาสามารถส่งข้อมูล
ทั้งหมดที่ทราบ ผ่านยันต์สื่อสารให้แก่ เฉิน ชิง
เหยา และ จอมจักรพรรดิ ได้ทุกเวลาเมื่อ ซึ่งทั้ง
สองสามารถรับข้อมูลสดใหม่ แล้วนำความไปแจ้ง
ให้แก่นครจักรพรรดิเพลิง และ นิกายเซียนซูซัน
ของตนเอง ซึ่งผ่านไปไม่นานนัก อู่ อวี้ ก็ได้รับยันต์
สื่อสารตอบกลับมาจากอีกฝั่าย ในส่วนของ จ้าว
แห่งวิญญาณพยาบาท จอมจักรพรรดิได้ทราบข่าว
คราวของมันล่วงหน้ามาก่อนแล้ว ซึ่งตอนนี้เหล่า
พรรคนิกายในวิถีแห่งความถูกต้อง ได้ร่วมกัน
หารือเพื่อจัดการกับจ้าวแห่งวิญญาณพยาบาทอยู่
จ้าวแห่งวิญญาณพยาบาท เจ้าเล่ห์เพทุบายเป็น
อย่างยิ่ง มันมิได้ปรากฏกายแสดงตนแม้แต่น้อย
แต่เลือกที่จะปิดซ่อนความแข็งแกร่งอยู่ท่ามกลางผู้
ฝึกตนนอกรีตทั้งมวล มันไม่เปิดโอกาสให้ผู้
แข็งแกร่งจากทั่วทั้งทวีปแห่งทวยเทพจัดการมันได้
ซึ่งการที่ จักรพรรดิมาร ยังหลบซ่อนตัวอยู่เช่นนี้
ถือเป็นอันตรายใหญ่หลวงสำหรับทวีปแห่งทวย
เทพ
อย่างไรก็ตามจอมจักรพรรดิได้บอกเล่าข่าวคราว
อื่น ๆ ให้แก่ อู่ อวี้ ฟังเพิ่มเติมอีกด้วยเช่นกัน
” ประมุขศักดิ์สิทธิ์ไท่ซู เคยมีศิษย์อยู่ผู้หนึ่ง คนผู้นี้
มีนามว่า : ฉิน เสิ้งเสวี่ย มันคือหนึ่งในอัจฉริยะที่
น่าสะพรึงกลัวมากที่สุดในทวีปแห่งทวยเทพ แต่
เพราะใจมุ่งฝึกฝนบำเพ็ญในวิถีนอกรีต จิตใจจึง
ถลำลึกลงสู่วิถีแห่งมาร และแล้วก็ถูกขับไล่ออก
จาก พรรคซ่างหยวน ไปในที่สุด มันคิดว่าตนเอง
ได้รับความอยุติธรรม จิตใจของมัน จึงเปียมล้นไป
ด้วยความเคียดแค้นชิงชังอย่างเหลือคณา ด้วย
ความเคียดแค้นชิงชังอย่างที่สุดนี้ทำให้มัน
ปรารถนาจะบดขยี้ทำลายเพื่อชำระหนี้แค้น กับ
ประมุขศักดิ์สิทธิ์ไท่ซู แห่ง พรรคซ่างหยวน เมื่อ
ร้อยปีก่อนมันได้เดินทางมุ่งเข้าสู่ทะเลตงไห่ เข้า
ร่วมกับวิหารพญายม และในที่สุดก็กลายเป็น
‘ราชันพญายมลำดับที่ 8’ แห่งวิหารพญายม
จากนั้นมันก็เปลี่ยนชื่อของตนเองเป็น ตัวหมิงซาน
เสิ้งเสวี่ย (ชนะหมดจดเหนือขุนเขาทะเล) ตัวหมิง
ซาน เสิ้งเสวี่ย ฝึกฝนบำเพ็ญตนอยู่ในวิถีแห่งเต๋า
วิถีแห่งความถูกต้อง แต่จิตใจของมันกลับบ่มเพาะ
บำเพ็ญในวิถีแห่งมาร ที่สำคัญยิ่งไปกว่านั้นก็คือ
ร่ำลือกันว่า ‘ตัวหมิงซาน เสิ้งเสวี่ย’ มีบุตรีอยู่ผู้
หนึ่ง ซึ่งสูญหายไปตั้งแต่ยังเยาว์วัย ทว่าบัดนี้ได้
ปรากฏตัวขึ้นอีกครั้ง ส่วนนามของนางก็คือ ‘เทียน
ไห่อวี้ ฝูเหยา’ ”
แท้จริงแล้ว ฉิน ฝูเหยา คือบุตรีของราชันพญายม
ลำดับที่ 8 แห่งวิหารพญายม!
ไม่แปลกว่าทำไม นางถึงได้ฝึกฝนบำเพ็ญตนในวิถี
แห่งความถูกต้อง แล้วแฝงตัวเข้าสู่นครจักรพรรดิ
เพลิงในฐานะไส้ศึกได้อย่างแนบเนียนเช่นนี้ ดู
เหมือนว่าเรื่องนี้ จะเป็นแผนการที่วางเอาไว้ก่อน
ล่วงหน้าแล้ว
ราชันพญายมลำดับที่ 8 , เทียนไห่อวี้ ฝูเหยา ,
จ้าวแห่งวิญญาณพยาบาท , คฤหาสน์มารกลืน
สวรรค์ … การที่สิ่งที่เกี่ยวข้องกับผู้ที่ตายจากไป
แล้วค่อยๆปรากฎขึ้นมาเช่นนี้ ทำให้ อู่ อวี้
ค่อนข้างสับสนเล็กน้อย จวบจนปัจจุบันยังไม่เคยมี
ใครพบเห็นตัวตนของ จ้าวแห่งวิญญาณพยาบาท
ซึ่งแน่นอนว่าก่อนที่ความจริงทุกอย่างจะเปิดเผย
เขาก็ยังไม่สามารถด่วนสรุปอันใดได้ในยามนี้
ดังนั้นเขาจึงทำได้เพียง พยายามปกปั้องอาณาจักร
บูรพาเยว่อู่แห่งนี้เอาไว้ให้ได้เท่านั้น
เมื่ออวตาร 500 ร่างของ อู่ อวี้ มาถึงนครหลวง
เยว่อู่ ทางด้านของนิกายกระบี่สวรรค์ก็ถูกผู้ฝึกตน
นอกรีตโจมตี อย่างไรก็ตามเนื่องจากมี เฟิง
ซัวหยา คอยเฝั้าพิทักษ์อยู่ที่นั่น จึงทำให้
สถานการณ์ไม่น่าจะเลวร้ายเท่าใดนัก ร่างอวตาร
ของ อู่ อวี้ สามารถจัดการกับผู้ฝึกตนนอกรีตได้
อย่างง่ายดาย นอกจากนี้เขายังคอยเค้นถามข้อมูล
ของ จ้าวแห่งวิญญาณพยาบาท แต่ข้อมูลที่ได้
รับมาก็แทบจะเหมือนกันทั้งหมด
ร่างต้นของเขาใช้เวลาครู่หนึ่ง หลังจากสั่งให้ร่าง
อวตารจัดการกับผู้ฝึกตนนอกรีตจนเหี้ยนแล้ว เขา
ก็เดินทางมาถึงนิกายกระบี่สวรรค์ อู่ อวี้ สั่งให้ร่าง
อวตารตรึงกำลังอยู่รอบกายเขาประมาณ 50 ตน
ส่วนอวตารที่เหลือจะแพร่กระจายไปทั่วทั้ง
อาณาจักรบูรพาเยว่อู่ แน่นอนว่าทั่วทั้งนครอยู่
ภายใต้การสอดส่องของเขา ร่างอวตารกว่า 900
ร่างคอยลาดตระเวนอยู่เหนือน่านฟั้าของ
อาณาจักรบูรพาเยว่อู่ หากมีสิ่งผิดปกติเกิดขึ้น
แน่นอนว่ามันไม่สามารถเล็ดลอดสายตาของเขาไป
ได้
ในเวลานี้ร่างอวตารทั้งร้อยร่างได้ส่ง อู่ หยู๋ กับ
หลาน ฮั้วหยุน ถึงที่หมายแล้ว จากนั้นพวกมันก็
กระจายตัวกันไปปกปั้องทั่วทั้งอาณาจักรบูรพาเยว่
อู่ แน่นอนว่าส่วนหนึ่งเฝั้าพิทักษ์ในนครหลวงเยว่อู่
และอีกส่วนหนึ่งกระจายตัวอยู่รอบเทือกเขาคราม
ซึ่ง อู่ อวี้ ใช้ร่างจริงของตนเองมาหา เฟิง ซัวหยา
เนื่องจากต้องการพบกับ อู่ หยู๋ และ คนอื่น ๆ ด้วย
ตนเอง
” พวกเขาเหล่านี้ทั้งหมดก็คือเจ้า ข้าไม่รู้ด้วยซ้ำว่า
คนใดคือตัวจริงของเจ้ากันแน่ … ” อู่ หยู๋ ยิ้มอย่าง
ขมขื่นพร้อมกับกล่าวขึ้น
” ไม่ใช่แค่แม่นาง แม้แต่ตัวข้าก็ยังไม่ทราบเช่นกัน
ช่างน่ามหัศจรรย์จริง ๆ ” เฟิง ซัวหยา กล่าวขึ้น
ด้วยอารมณ์ความรู้สึกซับซ้อน
อันที่จริงแล้ว แม้แต่จอมจักรพรรดิก็ไม่รู้ว่าร่างจริง
ของ อู่ อวี้ คือใคร จึงไม่ต้องกล่าวถึงพวกเขา
หลังจาก อู่ อวี้ มาถึงที่นี่เพียงครู่หนึ่ง สถานการณ์
โดยรวมก็ดีขึ้นมาก เมื่อเห็นเขาทำสีหน้าจริงจัง
เช่นนี้ เฟิง ซัวหยา ก็อดไต่ถามอย่างช่วยไม่ได้ ”
เกิดอันใดขึ้น มันร้ายแรงถึงเพียงนั้นเลยหรือ ? ”
เมื่อ อู่ อวี้ กล่าวอธิบายรายละเอียดทุกอย่างอย่าง
ชัดเจน ผู้คนจากทั่วทั้ง นิกายกระบี่สวรรค์ ก็ถึงกับ
นิ่งงันไปทันที พวกเขาต่างแสดงสีหน้าตื่นตระหนก
หวาดกลัวออกมาอย่างเห็นได้ชัด แต่เมื่อเห็นว่า อู่
อวี้ อยู่ที่นี่ด้วย พวกเขาก็รู้สึกใจชื้นขึ้นเล็กน้อย
นี่คือ มหาสงครามวิบัติเทพมารนอกรีต ที่ไม่เคย
เกิดขึ้นมาก่อนในประวัติศาสตร์!
อู่ อวี้ ครุ่นคิดอยู่ชั่วครู่จากนั้นก็กล่าวว่า ” ข้า
สามารถเฝั้าพิทักษ์อยู่ที่อาณาจักรบูรพาเยว่อู่ และ
ที่นี่ได้ แต่ถ้าเป็นอาณาเขตอื่น ๆ เกรงว่าข้าคงไม่
สามารถช่วยอันใดได้ คงต้องปล่อยเรื่องนี้ให้เป็น
หน้าที่ของผู้ฝึกตนคนอื่น ๆ จากทั่วทั้งทวีปแห่ง
ทวยเทพแล้ว ก่อนอื่นข้าต้องปรับแต่งค่ายกลของ
นิกายกระบี่สวรรค์ใหม่เสียก่อน นอกจากนี้ข้าจะสั่ง
ร่างอวตารคอยเฝั้ารักษาการอยู่ที่นี่ด้วย ทุกคน
มั่นใจได้เลยว่า ที่นี่จะกลายเป็นสถานที่ปลอดภัย
มากที่สุดในชายฝังทะเลตงไห่ ส่วนอาณาจักร
บูรพาเยว่อู่ ยังคงมีร่างอวตารอยู่ทั้ง 1,000 ร่าง
คอยลาดตระเวนอยู่ คาดว่าไม่น่าจะมีปัญหาอะไร
”
” เอาล่ะ พวกเราไม่รบกวนเจ้าแล้ว หากมีอะไรให้
ช่วยบอกพวกเราได้เลยนะ ” อู่ หยู๋ กล่าว
เฟิง ซัวหยา ครุ่นคิดอยู่ชั่วครู่แล้วกล่าวว่า ” อันที่
จริงเรื่องนี้ถือเป็นปัญหาใหญ่หลวงยิ่ง หากให้คน
ของเราอพยพไปทางทิศตะวันตก ข้าก็ไม่มีปัญหา
ใด อย่างมากก็แค่เสียเทือกเขาครามไปเท่านั้น… ”
อู่หยู๋ ส่ายศีรษะแล้วกล่าวว่า ” ข้าไม่สามารถ
อพยพย้ายราษฎรในนครทั้งหมดไปได้ เช่นนั้นข้า
จะอยู่ที่นี่ … ”
นี่คือความต่างของมนุษย์ กับ เซียน ผู้ฝึกตนตาม
พรรคนิกาย สามารถละทิ้งถิ่นฐานของตนเองได้
ซึ่งหลังจากนั้นอย่างมากก็แค่เริ่มต้นใหม่ แต่
สำหรับมนุษย์หลายล้านชีวิต พวกเขาตั้งรกรากอยู่
ที่นี่มีวิถีชีวิตแบบหยั่งรากฝังลึก ชีวิตของพวกเขา
นั้นแสนเปราะบาง พวกเขาจะสามารถอพยพหลบ
ลี้หนีจากเงื้อมมือของผู้ฝึกตนนอกรีตไปได้อย่างไร?
อู่ อวี้ กล่าว ” ข้าก็จะไม่ไปไหนเช่นเดียวกัน หาก
เราพ่ายแพ้ ทวีปแห่งทวยเทพก็ไม่มีที่ใดปลอดภัย
อีกต่อไป คงมีทางเลือกเพียงหนทางเดียวเท่านั้นก็
คือ สังหารผู้ฝึกตนนอกรีดให้สิ้นซาก ”
อันที่จริงเขายังไม่ต้องการ ให้พี่น้องร่วมอาณาจักร
ต้องหลบลี้ภัยหนีออกจากอาณาจักรบูรพาเยว่อู่ ซึ่ง
เป็นถิ่นกำเนิด บ้านเกิดเมืองนอนของตน
เช่นเดียวกัน
การปกปั้องที่นี่คือภารกิจของเขา
………………………………………………..
(´▽`).。o♡ เพลิน
กลืนสวรรค์สะท้านทวยเทพ