กลืนสวรรค์สะท้านทวยเทพ - ตอนที่ 476 : วงแหวนหยินหยางควาญวิญญาณ
หลังจากที่ตรวจพบเรือรบกระดูกขาวลำนี้ ร่างหลัก
และร่างอวตารทั้งหลายของ อู่ อวี้ ก็พวยพุ่งมายัง
ที่นี่ในทันที
ร่างอวตารทั้ง 2 ได้ชักศาสตราสถิตวิญญาณขึ้น
มองไปยังปรมาจารย์เต๋าผู้ที่แข็งแกร่งที่สุดของ
พรรคสราญรมย์ด้วยสีหน้าไร้ความรู้สึก
พรรคสราญรมย์นี้ มีปรมาจารย์เต๋าและผู้ฝึกตน
สาวงามอยู่หลายสิบคน พลังฝึกตนของสาวงาม
เหล่านี้ ล้วนแต่อยู่ในขั้นที่แตะชายขอบของขั้น
ตำหนักม่วงทะเลมรกตทั้งสิ้น!
นี่ถือได้ว่าเป็นครั้งแรกที่เขาได้พบกับผู้ฝึกตนนอก
รีตที่แข็งแกร่งหลังจาก อู่ อวี้ กลับมายังอาณาจักร
บูรพาเยว่อู่! หากว่าตัวเขาไม่ได้อยู่ที่นี่ แล้วพวกมัน
บุกเข้ามายึดครองอาณาจักรบูรพาเยว่อู่ แน่นอน
ว่าย่อมไม่มีผู้ใดที่จะสามารถต้านทานกองกำลัง
เหล่านี้เอาไว้ได้!
ถึงแม้ว่าจะมีค่ายกลเก้ามังกรทะยานฟั้าที่ร่าง
อวตารทั้ง 10 ของเขาปกปักษ์รักษาเอาไว้อยู่ ก็ไม่
อาจจะต้านทานมันเอาไว้ได้ไหวอย่างแน่นอน
“แน่ชัดแล้วว่าเหล่าผู้ฝึกตนนอกรีตที่แข็งแกร่ง
กำลังทยอยเข้ามาสู่ทวีปแห่งทวยเทพนี้!” ไม่รู้ว่า
หลังจากพรรคสราญรมย์แล้ว ยังมีผู้ฝึกตนนอกรีต
อันแข็งแกร่งจะมาอีกมากมายเท่าใด
ร่างอวตารทั้ง 2 กำลังเผชิญหน้าสบตากับบรรพ
บุรุษเต๋าแห่งพรรคสราญรมย์ บรรพบุรุษเต๋าแห่ง
พรรคสราญรมญ์ผู้นี้เป็นผู้ฝึกตนนอกรีตที่แข็งแกร่ง
ที่สุดเท่าที่ที่ อู่ อวี้ เคยเจอมา! บนร่างของมันเต็ม
ไปด้วยกลิ่นคาวโลหิต กลิ่นซากศพ กลิ่นอายแห่ง
ความอาฆาต มันคงต้องสังหารผู้คนมาแล้วจำนวน
นับไม่ถ้วน จึงสามารถมีกลิ่นอายเช่นนี้ได้
ผู้ที่ถูกเรียกว่าปรมาจารย์เต๋าแห่งพรรคสราญรมย์
คาดว่าน่าจะเป็นผู้ฝึกตนนอกรีตที่อยู่บนทะเล
ตะวันออกอย่างแน่นอน!
“ผู้ฝึกตนรึ? ทั้งยังเป็นร่างอวตารอีก?” ปรมาจารย์
เต๋าแห่งพรรคสราญรมย์เผลอหัวเราะด้วยน้ำเสียง
เย็นยะเยือกออกมา ไม่คาดคิดว่าในตอนที่ขึ้นฝังบน
ทวีปแห่งทวยเทพจะได้พบกับผู้ฝึกตนโผมาต้อนรับ
มันในทันที
อย่างไรก็ตามมันคิดว่า ที่มันเห็นต้องเป็นร่างจริง 1
ร่าง ส่วนอีกร่างย่อมเป็นร่างอวตาร
เรือรบกระดูกขาวหยุดอยู่ริมชายฝัง ปรมาจารย์เต๋า
แห่งพรรคสราญรมย์เดินนำหญิงสาวโฉมงามที่อยู่
ในชุดวาบหวิว มาคุมเชิงกับร่างอวตารของ อู่ อวี้
ปรมาจารย์เต๋าแห่งพรรคสราญรมย์จ้องมองไปยัง
อู่ อวี้ ด้วยความสนใจเป็นอย่างมาก จึงเอ่ยขึ้นมา
ว่า “เจ้าเป็นคนของพรรคนิกายใดบนทวีปแห่ง
ทวยเทพนี้ แล้วเจ้ารู้หรือไม่ว่าข้าคือใคร?”
“ในสายตาของข้าแล้ว เจ้าก็เป็นเพียงแค่คนตาย
คนหนึ่งเท่านั้น” อู่ อวี้ รู้ดีว่าร่างอวตารทั้ง 2 ร่างนี้
ไม่ใช่คู่มือของปรมาจารย์เต๋าแห่งพรรคสราญรมย์
ดังนั้นร่างจริงของเขาจึงรีบทุ่งหน้ามายังที่นี่ หาก
ร่างอวตารทั้ง 2 ร่างสามารถถ่วงเวลาได้ ก็ถือว่า
เป็นเรื่องที่ดี
เมื่อได้ยินคำกล่าวเหล่านี้ ปรมาจารย์เต๋าแห่งพรรค
สราญรมย์ก็ระเบิดเสียงหัวเราะออกมา โฉมงาม
ทั้งหลายที่อยู่ด้านข้างก็พากันหัวเราะจนตัวโยน
ด้วยเช่นกัน โฉมงามเหล่านี้ แต่ละคนกำลังคลอ
เคลียอยู่ข้างกายของปรมาจารย์เต๋าที่มีรูปร่าง
อัปลักษณ์ เห็นได้ชัดว่าพวกนางนั้นค่อนข้างใช้
ร่างกายเปลืองเป็นอย่างยิ่ง
“ก่อนหน้านี้ข้าได้บอกแล้ว ปัญหาที่ใหญ่ที่สุดของ
ผู้ฝึกตนบนทวีปแห่งทวยเทพ ก็คือพวกมันชอบคุย
โวโอ้อวด ทุกคนชอบวางมาดจริงจัง ในใจของ
พวกมันเต็มไปด้วยเรื่องสกปรกโสมม ไม่แน่ว่า ใน
หัวของเด็กน้อยที่อยู่เบื้องหน้าข้าในตอนนี้อาจจะ
คิดที่จะสังหารข้า มันย่อมต้องการครอบครอง
โฉมงามเช่นพวกเจ้าอย่างแน่นอน” ปรมาจารย์เต๋า
แห่งพรรคสราญรมย์กล่าวออกมาพร้อมหัวเราะ
“ท่านปรมาจารย์เต๋านี่ละก็” โฉมงามแต่ละคนทำ
หน้ามุ่ยล้อเลียน
“ในที่สุดกำลังหลักของผู้ฝึกตนนอกรีต ได้มาถึง
แล้วหรือ? ก่อนหน้านี้มีแต่พวกปลาซิวปลาสร้อย
ไม่พอมือแม้แต่น้อย ในที่สุดก็มีคนที่พอจะมี
ความสามารถบ้างปรากฏตัวออกมาเสียที” อู่ อวี้
กล่าวประโยคนี้ออกมาเบาๆ ขัดจังหวะหัวเราะ
ของปรมาจารย์เต๋าแห่งพรรคสราญรมย์
“กำลังหลักอะไร? พวกเราผู้ฝึกตนนอกรีตทุ่มกำลัง
บุกอย่างเต็มกำลังเพื่อการโจมตีและยึดครองทวีป
แห่งทวยเทพ และมันจะสำเร็จในไม่ช้า ผู้ฝึกตน
นอกรีตทุกคนต่างก็เป็นกองกำลังหลัก ในตอนนี้
เพียงแค่รอให้จักรพรรดิมารมาถึงทวีปแห่งทวย
เทพของพวกเจ้า ยามนั้นทุกสิ่งอย่างก็จะจบสิ้น!
ถ้าหากผู้แข็งแกร่งบนทวีปแห่งทวยเทพตกตายไป
ก็จะไม่มีใครสามารถหยุดพวกเราเหล่าผู้ฝึกตนนอก
รีตได้อีกต่อไปแล้ว ” ปรมาจารย์เต๋าแห่งพรรค
สราญรมย์เอ่ยออกมาอย่างภาคภูมิใจ
“สังหารเหล่าผู้ปกครองงั้นรึ?” สำหรับโลกแห่งผู้
ฝึกตนแล้วถือว่าได้ผลยิ่ง แต่จะต้องเป็นจักรพรรดิ
มารเท่านั้นถึงจะมีความแข็งแกร่งเพียงพอในการ
ทำเช่นนี้ แต่ อู่ อวี้ ก็ไม่เชื่อว่าคนเช่น เจ้านคร
จักรพรรดิเพลิง และคนอื่นๆ จะพ่ายแพ้ให้กับมัน
ได้อย่างง่ายดายเช่นนั้น
“เหล่าสาวงามของข้า พวกเจ้าจงดูให้เต็มตา ใน
วันนี้ตัวข้าบรรพจารย์จะจัดการประหารเจ้าผู้ฝึก
ตนผู้นี้ เกรงว่าบนร่างของมันน่าจะมีทรัพย์สมบัติ
มากมาย ทุกสิ่งบนร่างของมันพวกเจ้าเอาไปแบ่ง
กัน ดีหรือไม่?”
ร่างอวตารของ อู่ อวี้ อยู่เพียงแค่ขั้นตำหนักม่วง
มรกตระดับที่ 2 ซึ่งจัดว่าอยู่คนละระดับกับ
ปรมาจารย์เต๋าแห่งพรรคสราญรมย์อย่างสิ้นเชิง
แน่นอนว่าปรมาจารย์เต๋าแห่งพรรคสราญรมย์ย่อม
ไม่ตีค่าเหล่าร่างอวตารผู้นี้แม้แต่น้อย
บัดนี้ ตัวมันซึ่งอยู่ท่ามกลางสายตาของโฉมงามที่
เทิดทูน ได้หยิบศาสตราเต๋าที่เป็นวงแหวนออกมา
ข้างในนั้นมีวิญญาณพยาบาทอยู่มากมาย ครึ่งหนึ่ง
เป็นสีดำ ส่วนอีกครึ่งเป็นสีขาว ผสานรวมหยิน
และหยางเข้าด้วยกัน ก่อตัวขึ้นเป็นวงเวทจำนวน
มาก ท่ามวงเวทได้คละคลุ้งไปด้วยกลิ่นคาวโลหิต
จำนวนมาก
หากศาตราเต๋าประเภทนี้ ปรากฏขึ้นอยู่ใน
อาณาจักรเซียน เกรงว่ามันย่อมสามารถเก็บกัก
พลังฟั้าดินได้!
เมื่อปรมาจารย์เต๋าแห่งพรรคสราญรมย์ลงมือ มัน
ค่อนข้างที่จะรวดเร็วและรุนแรงยิ่ง ในพริบตานั้น
‘วงแหวนหยินหยางควาญวิญญาณ’ ก็ปรากฎมา
อยู่บนหัวของร่างอวตารทั้ง 2 ของ อู่ อวี้ !
“เคล็ดผนึกอสูรเขย่าวิญญาณ!” ร่างอวตารทั้ง 2
ร่างลงมือพร้อมกัน กำปันข้องร่างอวตารแต่ละร่าง
เกิดเป็นหมัดที่มองไม่เห็น หมัดนั้นกลายเป็นอสูร
กายที่ไร้รูปร่าง พุ่งผ่าทะลวงเข้าหาปรมาจารย์เต๋า
แห่งพรรคสราญรมย์โดยตรง!
เมื่อปรมาจารย์เต๋าแห่งพรรคสราญรมย์มองเห็น
อสูรกายที่ไร้รูปร่างพุ่งเข้ามา สีหน้าของมันผัน
แปรเปลี่ยนไป รู้ทันทีว่านี่เป็นเคล็ดแก่นแท้ฟั้าดิน
ที่สามารถเขย่าวิญญาณได้ประเภทหนึ่ง ดังนั้นมัน
จึงรีบบินหนีออกไป!
มันหลบไปได้ แต่ว่าโฉมงาม 2 คนที่อยู่เบื้องหลัง
มันโชคไม่ดีนัก ถูกเคล็ดวิชาผนึกอสูรเขย่า
วิญญาณนี้โจมตีเข้าไปอย่างจัง เมื่อพวกนางโดน
โจมตีเข้าไปทำให้พวกนางถึงกับตาเหลือกขาว
โพลน ล้มลงไปบนพื้นอย่างไร้วิญญาณ สูญสิ้นซึ่ง
ลมหายใจไปในทันที แม้ว่าสตรีเหล่านี้จะเป็นถึง
สาวงาม แต่ก็เป็นคนของพรรคสราญรมย์ ในมือ
ของพวกนางเปือนโลหิตมากมาย ในตอนนี้ยังคิดที่
จะมายึดครองทวีปแห่งทวยเทพอีก ถึงแม้พวกนาง
จะตายก็ยังไม่สาสมกับกรรมชั่วที่ได้ก่อไว้
เมื่อมองเห็นโฉมงามทั้ง 2 ของพวกมันถูกสังหาร
ตกตาย ปรมาจารย์เต๋าแห่งพรรคสราญรมย์เต๋าก็
เกิดโทสะเป็นอย่างยิ่ง ในตอนนี้โฉมงามคนอื่นของ
มันต่างหนีไปหมดแล้ว มันรู้สึกเสียหน้าเป็นอย่าง
มาก ตัวของมันเริ่มสั่นเทิ่ม ในตอนนี้มันได้ควบคุม
‘วงแหวนหยินหยางควาญวิญญาณ’ ให้ร่วงหล่น
ทันใดนั้นพลันปลดปล่อยแสงอันเจิดจ้าออกไป
ในตอนนี้เองร่างอวตารทั้ง 2 ร่างของ อู่ อวี้ ถูก
กลืนกินเข้าไปอยู่ภายใต้แสงนั้น ท่ามกลางแสงที่
เป็นรูปทรงกระบอกครอบคลุมรัศมีหลายลี้ ปรากฎ
เป็นเสียงวิญญาณพยาบาทกรีดร้องขึ้น ชั่วครู่หนึ่ง
ร่างอวตารของเขาก็ต้านทานเอาไว้ไม่ไหวถูก
ทำลายลงไป กลายเป็นเส้นขนสีทอง ทะลวง
หลบหนีออกมาจากเสาแสงนั้น พร้อมสูญหายไป
อย่างรวดเร็ว
“พวกมันตายหมดแล้วหรือ?” ปรมาจารย์เต๋าแห่ง
พรรคสราญรมย์เหลือบมองไป ไม่ได้คาดคิดว่าพลัง
ปั้องกันของ อู่ อวี้ จะอ่อนแอเช่นนี้ เพราะด้วยการ
โจมตีด้วยเคล็ดผนึกอสูรเขย่าวิญญาณนั้นค่อนข้าง
ทำให้มันรู้สึกตกใจจริงๆ ผู้ที่อยู่ในขั้นตำหนักม่วง
ทะเลมรกตสามารถทำให้มันรู้สึกถูกคุกคามได้ ช่าง
หาได้ยากยิ่ง ต้องรู้ว่า ปรมาจารย์เต๋าแห่งพรรค
สราญรมย์ได้ฝึกตนมาแล้ว 300 ปี อีกทั้งมันยังอยู่
ในขั้นตำหนักม่วงทะเลมรกตระดับที่ 7 ซึ่งภายใน
4 หมู่เกาะทะเลตงหยาง มันถือเป็นตัวตนที่ยิ่งใหญ่
คนหนึ่ง!
ถึงแม้ว่า อู่ อวี้ จะถูกสังหารไปแล้ว แต่มันก็เสีย
โฉมงามไปถึง 2 คน มันยังคงรู้สึกปวดใจ สิ่งที่
สำคัญที่สุดคือมันรู้สึกเสียหน้า บัดนี้มันจึงอารมณ์
เสียเป็นอย่างยิ่ง หลังจากที่กลับไปยังเรือรบกระดูก
ขาว มันก็กล่าวด้วยความโกรธว่า “พวกผู้ฝึกตน
สมควรตาย บังอาจกล้ามาสังหารคนของ
ปรมาจารย์เต๋าแห่งพรรคสราญรมย์เช่นข้า ชีวิต 2
ชีวิตของพวกนาง ข้าจะต้องนำวิญญาณปุถุชน 1
ล้านคนมาเส้นไหว้ให้จงได้!”
“ปรมาจารย์เต๋าแห่งพรรคสราญรมย์ เป็นผู้ยิ่งใหญ่
ชั่วนิจนิรันดร์!” เหล่าสาวงามได้หายจากอาการตื่น
ตระหนกจึงได้กลับมา เมื่อได้ยินคำพูดของ
ปรมาจารย์เต๋าแห่งพรรคสราญรมย์ ความหลงใหล
ของพวกนางก็ได้กลับคืนมา พลันรู้สึกหลงใหล
อย่างหัวปักหัวปายิ่งกว่าก่อน
“บุกทวีปแห่งทวยเทพ!”
ปรมาจารย์เต๋าแห่งพรรคสราญรมย์มองไปทางฝัง
ของทวีปแห่งทวยเทพ เลียริมฝีปากของตนเอง
สถานที่แห่งนี้ ตัวมันได้หมายปองมาเนิ่นนานแล้ว
และในที่สุดก็มีโอกาส! การมาถึงของจักรพรรดิมาร
‘จ้าววิญญาณพยาบาท’ ได้นำโอกาสนี้มาให้!
ขณะที่มันกำลังจะเตรียมตัวบังคับเรือรบกระดูก
ขาว มุ่งหน้าสู่บนทวีปแห่งทวยเทพ
บนชายฝังของทวีปแห่งทวยเทพ พลันปรากฏตัว
คนผู้หนึ่งอีกครั้ง ยามนี้ ปรมาจารย์เต๋าแห่งพรรค
สราญรมย์ รู้สึกหวาดกลัวจนแทบจะอาเจียน
ออกมาเลือด เนื่องจากคนที่ปรากฏอยู่ในสายตา
ของมัน ไม่ใช่คนที่มันเพิ่งจะสังหารไปหรอกหรือ?
แม้แต่โฉมงามคนอื่นๆก็ตกใจเช่นกัน และรีบทำ
การหลบซ่อนตัวอย่างรวดเร็ว
เมื่อเงาร่างนี้ปรากฏออกมา ปรมาจารย์เต๋าแห่ง
พรรคสราญรมย์ที่กำลังอยู่ในอาการตกใจ ฉับพลัน
ร่างที่ 2 และร่างที่ 3 ก็ค่อยๆปรากฎออกมาด้วย
เช่นกัน บัดนี้ในสายตาของมันมองเห็นร่างของ อู่
อวี้ ถึงสิบคนกำลังรวมตัวอยู่ริมชายฝัง รูปร่าง
หน้าตา การแต่งกาย เหมือนกันทุกประการ
แม้กระทั่งการแสดงออกในตอนนี้ก็เหมือนกันราว
กับแกะ
“บนทวีปแห่งทวยเทพเกิดอะไรขึ้นกันแน่! มีเพียง
คนเดียวที่ออกมารับหน้ารึยังไงกัน! ” ปรมาจารย์
เต๋าแห่งพรรคสราญรมย์รู้สึกหดหู่ใจยิ่ง ยังไม่ทันได้
บุกไปบนทวีปแห่งทวยเทพ กลับเจอคนเดิมรอยรัง
ควานซ้ำแล้วซ้ำเล่า
“มาให้ข้าสังหารซะ!” ในครั้งนี้ปรมาจารย์เต๋าแห่ง
พรรคสราญรมย์ไม่มอบโอกาสให้ อู่ อวี้ รอดชีวิต
อีกต่อไป ดังนั้นมันจึงลงมือควบคุม ‘วงแหวนห
ยินหยางควาญวิญญาณ’ อีกคราเพื่อหมายสังหาร
ในทันที
ในบรรดาร่างทั้งสิบของ อู่ อวี้ มีร่างหนึ่งมุ่งหน้ามา
จากอีกทิศทางรวดเร็วดุจกระสุนปืนก็มิปาน ซึ่งนี่ก็
คือร่างจริงของ อู่ อวี้ ที่อยู่ไม่ไกล ในตอนที่ร่าง
อวตารของเขาถูกทำลายไป ตัวเขาก็ได้มาถึงที่นี่
พอดิบพอดี
ตัวเขาได้ประจำการอยู่ที่อาณาจักรบูรพาเยว่อู่
และนี่เป็นครั้งแรกที่ร่างอวตารของเขาถูกทำลาย
ไป!
คู่ต่อสู้อยู่ถึงขั้นตำหนักม่วงทะเลมรกตระดับที่ 7 !
อยู่เหนือกว่า อู่ อวี้ ถึง 5 ขั้นย่อย
เป็นปีศาจเฒ่าที่อยู่ในโลกการฝึกตนอย่างแท้จริง
เกรงว่า วิญญาณพยาบาท ที่อยู่ในมือของมัน ย่อม
มีผู้สังเวยนับล้านเป็นอย่างต่ำ!
เมื่อเผชิญหน้ากับคู่ต่อสู้ระดับนี้ อู่ อวี้ รู้ว่าเขา
จะต้องช่วงชิงโอกาสที่คู่ต่อสู้ไม่รู้ถึงความแข็งแกร่ง
ของตนเอง เผด็จศึกในพริบตา!
ดังนั้นเมื่อเขาหยิบเสาเหยียนหวงเบิกฟั้าออกมาไว้
ในนมือ ในเวลาเดียวกันเขาก็ใช้ออกด้วยร่าง
จำแลงเซียนวานร สัญลักษณ์สีทองปรากฏขึ้นอยู่
บนดวงตาทั้ง 2 ข้างของเขา! ชั่วพริบตา เขา
กระตุ้นใช้งานเนตรเพลิงขั้นที่ 2 กลั่นวิญญาณ
ในทันที! แม้แต่ เปั่ยซาน ม่อ เมื่ออยู่ต่อหน้าเคล็ด
วิถีเทวะเชื่อมสวรรค์นี้ ยังไม่อาจจะต่อกรกลับมาได้
ถึงแม้ว่าพลังวิญญาณของปรมาจารย์เต๋าของ
พรรคสราญรมย์จะแข็งแกร่งกว่า แต่นี่เป็นครั้งแรก
ที่ได้พบกับเคล็ดกลั่นวิญญาณ พริบตานั้นวิญญาณ
ของมันก็ได้ถูกกลั่นสกัด แม้แต่วงแหวนหยินหยาง
ควาญวิญญาณก็สูญเสียการควบคุมจนหลุดออก
จากมือไป บัดนี้มันทำได้เพียงแค่ดิ้นทุรนทุรายอยู่
บนพื้นดินด้วยความเจ็บปวด แสดงออกด้วย
ท่าทางที่น่าสังเวช ไม่มีใครสักรู้ว่าเกิดสิ่งใดขึ้นกับ
มัน!
อู่ อวี้ ฉวยโอกาสนี้ จึงเปิดใช้งานเคล็ดระเบิดพลัง
คลั่ง ความแข็งแกร่งทางกายภาพของเขาเพิ่มขึ้น
จนถึงขีดจำกัดสูงสุด พร้อมกระตุ้น ‘วงเวทหวงผ่า
ปฐพี’ ของเสาเหยียนหวงเบิกฟั้าขึ้น เมื่อฟาด
พลองนี้ออกไป ก็สามารถบดขยี้ไปที่ทำให้
ปรมาจารย์เต๋าแห่งพรรคสราญรมย์ที่กำลังดิ้นทุรน
ทุรายจนสิ้นลมหายใจไปในทันที!
พลังอำนาจของพลองที่ฟาดออกไปครานี้รุนแรง
เกินไปจนร่างกายของมันยากจะรับไหว!
คาดว่าปรมาจารย์เต๋าแห่งพรรคสราญรมย์คงตก
ตายไปโดยที่ไม่รู้ตัว มันยังไม่ทันได้บุกขึ้นทวีปแห่ง
ทวยเทพ ก็กลับมาถูก อู่ อวี้ สังหารจนตกตายไป
เสียอย่างนั้น!
วาระสุดท้ายตัวมันมอง อู่ อวี้ ด้วยสายตาที่ไม่
อยากจะเชื่อ
ด้วยประสบการณ์หลายร้อยปีของมัน ไม่ต้องสงสัย
เลยว่า อู่ อวี้ เป็นหนึ่งในผู้เยาว์ที่น่าตกตะลึงของ
ทั่วทั้งดินแดนแห่งทวยเทพ อีกทั้งเป็นตัวตนที่น่า
อัศจรรย์จนเหนือจินตนาการของผู้คนไปไกล
อย่างไรก็ตาม มันยังไม่ทันได้กล่าวสิ่งใดออกมาสัก
คำ
กลับตายไปในทันที!
หลังจากที่ปรมาจารย์เต๋าแห่งพรรคสราญรมย์ตก
ตายไป บนเรือรบกระดูกขาว ที่เต็มไปด้วยโฉมงาม
หลายสิบชีวิต ใบหน้าของพวกนางแข็งค้างไป
ในทันที พวกนางมองทุกสิ่งทุกอย่างโดยไม่อยากจะ
เชื่อสายตาตนเอง หนึ่งในสาวงามเริ่มตอบสนอง
ต่อเหตุการณ์นี้ แปลงที่อยู่ในมือร่วงหล่นลงไป
กระทบกับพื้น แม้กระทั่งเข่ายังทรุดลงไป พร้อมก้ม
ตัวลงและเอ่ยด้วยน้ำเสียงอันยั่วยวน “ได้พบกับ
ประมุขคนใหม่แล้ว ขอร้องท่านประมุขอย่าได้
สังหารพวกเราเลย หลังจากนี้ข้าจะยอมเป็นวัว
เป็นควายให้ท่าน คอยรับใช้ประมุข ไม่ว่าท่านจะ
ให้ทำเรื่องอะไรข้าก็จะไม่คิดขัดขืน”
น้ำเสียงของพวกนางเปลี่ยนไป ผิดกับก่อนหน้านี้
ราวกับคนละคน
อู่ อวี้ ไม่รู้ว่าพวกนางเป็นคนเช่นไร รู้เพียงแค่ว่า
มือของพวกนางแปดเปือนไปด้วยโลหิตของผู้คน
บริสุทธิ์มากมาย บางทีเพื่อการอยู่รอดบนโลกของ
ผู้ฝึกตนนอกรีตอาจทำให้พวกนางไม่อาจจะขัดขืน
ได้ แต่อย่างน้อยในตอนนี้พวกนางได้กลายเป็น
ปีศาจไปเสียแล้ว หากปล่อยพวกนางไว้ รังแต่จะ
ทำให้ผู้คนบนทวีปแห่งทวยเทพถูกสังหารมากขึ้น
เท่านั้น หากต้องการยุติสงคราม จำต้องใช้ความ
เด็ดขาดเข้าว่า หลายครั้งที่เขาเมตตาปราณีอิสตรี
มากมาย และทุกครั้งมันก็ทำให้เขาพบกับปัญหา
ตามมามากมายซึ่งทำให้เสียใจในภายหลัง
“ชีวิตนี้พวกเจ้าได้ทำผิดไปแล้ว ชาติหน้าพวกเจ้า
ค่อยกลับมาชดใช้ การบำเพ็ญเพียรบนโลกใบนี้
ความเป็นความตายเป็นเรื่องยากที่จะคาดเดา”
อู่ อวี้ ปล่อยเคล็ดผนึกอสูรเขย่าวิญญาณออกไป
ในตอนนี้ บนเรือรบกระดูกขาว ไม่มีสัญญาณของ
สิ่งมีชีวิตใดๆอีก
การสังหารปรมาจารย์เต๋าแห่งพรรคสราญรมย์ ได้
เกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว แต่ถ้าหากคู่ต่อสู้คนต่อไปรู้ถึง
ความสามารถของ อู่ อวี้ คงไม่มีทางที่จะสามารถ
จัดการได้อย่างรวดเร็วเช่นนี้อีกต่อไป
และเมื่อมองออกไปยังที่ห่างไกล เหนือชายขอบ
ของทะเลตงไห่ ปรากฎเป็นการผันผวนของพลัง
มากมาย สิ่งนี้ทำให้ อู่ อวี้ ตระหนักได้ว่า สงคราม
เพื่อการอยู่รอด นั้นได้เปิดฉากขึ้นแล้ว
………………………………………………..
(´▽`).。o♡ เพลิน
กลืนสวรรค์สะท้านทวยเทพ