กลืนสวรรค์สะท้านทวยเทพ - ตอนที่ 477 : สหายเกาปรากฎตัว
หลังจากที่ ปรมาจารย์แห่งพรรคสราญรมย์ และ
กลุ่มผู้ฝึกตนนอกรีต ถูก อู่ อวี้ สังหารบนชายฝัง
ของอาณาจักรบูรพาเยว่อู่
เหล่าผู้ฝึกตนนอกรีตที่ข้ามน้ำข้ามทะเลมานับแสน
ลี้ ในที่สุดพวกมันก็เห็นดินแดนทวีปแห่งทวยเทพ
พวกมันรู้สึกตื่นเต้นและหลงใหลในดินแดนแห่งนี้
เป็นอย่างยิ่ง แต่เมื่อได้พบกับ อู่ อวี้ ยังไม่ทันที่จะ
ก้าวเหยียบบนดินแดนอันอุดมสมบูรณ์เช่นทวีป
แห่งทวยเทพแห่งนี้ ก็ต้องตกตายอยู่ก้นทะเล
เสียก่อน
อู่ อวี้ ได้สังหารผู้ฝึกตนนอกรีตไปเป็นจำนวนมาก
เมื่อพบกับผู้ฝึกตนนอกรีต เขาก็สังหารโดยไม่มี
ข้อยกเว้น ในหมู่ของพวกมันทั้งหมด เขายังไม่พบ
คนดีแม้แต่คนเดียว
แน่นอนว่าถ้าหากมีจิตใจที่ดีงาม ก็ย่อมไม่ข้ามน้ำ
ข้ามทะเลบุกเข้ามายึดครองทวีปแห่งทวยเทพแห่ง
นี้อยู่แล้ว
อีกทั้งเขาก็ยังไม่รู้ด้วยว่าวังวนนี้จะจบลงเมื่อใด
อาณาจักรบูรพาเยว่อู่ไม่ใช่สนามรบหลัก แต่ใน
เวลานี้ยังมีการปะทะกันของผู้ฝึกตนและผู้ฝึกตน
นอกรีตอยู่เป็นจำนวนมาก เกรงว่าร่างอวตารของ
อู่ อวี้ เพียงลำพังย่อมไม่อาจสามารถรั้งพวกมันไว้
ได้ทั้งหมด
ในบางครั้งมีผู้ฝึกตนนอกรีตหลุดรอดออกมาได้คน
หรือสองคน ซึ่งมันทำให้เหล่าปุถุชนได้รับความ
เสียหายเป็นอย่างมาก
เหล่าผู้ฝึกตนทั่วทั้งทวีปแห่งทวยเทพ อุทิศตนเพื่อ
สังหารผู้ฝึกตนนอกรีต เมื่อใดที่เผชิญหน้ากันก็จะ
ทำการต่อสู้แลกชีวิต อีกทั้งพวกเขายังไม่ค่อยสนใจ
ชีวิตของเหล่าปุถุชนสามัญมากนัก ซึ่งยามที่ต่อสู้
กัน จะเกิดเป็นระลอกคลื่นไปกระทบกับผู้อยู่ระแว
กนั้นอย่างไม่ได้ตั้งใจ
ในตอนนี้ทางดินแดนตะวันออกของทวีปแห่งทวย
เทพตกอยู่ในความสับสนวุ่นวายกระจายเป็นวง
กว้าง ผู้ฝึกตนนอกรีตจำนวนมากได้บุกขึ้นมาบน
ทวีปแห่งทวยเทพ แทรกซึมเข้ามาทุกหนแห่ง
แม้แต่บางคนก็ได้หลบซ่อนลักลอบเข้าสู่ทวีปแห่ง
ทวยเทพ และได้ปะทะต่อสู้กับผู้ฝึกตนมาเป็น
เวลานานแล้ว! พวกผู้ฝึกตนนอรีตนั้นเชี่ยวชาญใน
การสังหารผู้คนอย่างลับๆ ทั้งยังเก่งกาจในวิธีการ
ที่ชั่วร้าย ลงมืออย่างโหดเหี้ยมอำมหิต ดังนั้นผู้ฝึก
ตนจึงเสียเปรียบในด้านนี้อย่างมาก โชคดีที่
โดยรวมแล้ว ผู้ฝึกตนบนทวีปแห่งทวยเทพมี
จำนวนมากกว่าผู้ฝึกตนนอกรีต มิฉะนั้นหากปล่อย
ให้ผู้ฝึกตนนอกรีตบุกไปถึงส่วนลึกของทวีปแห่ง
ทวยเทพได้ ก็ไม่รู้ว่าจะต้องมีผู้บาดเจ็บและล้มตาย
อยู่อีกมากน้อยเท่าไหร่
อย่างไรก็ตามอาณาจักรเซียนที่อยู่ในละแวกนี้
หลายสิบอาณาจักร นอกจากอาณาจักรบูรพาเยว่อู่
แล้ว พื้นที่ส่วนใหญ่บัดนี้เต็มไปด้วยซากศพ เหล่า
ปุถุชนทั่วไปล้มตายไปเป็นจำนวนมาก ทำให้หลาย
ครอบครัวต้องบ้านแตกสาแหรกขาด ในหมู่ผู้ฝึก
ตนที่กำลังเดินทางไป เมื่อเห็นเหตุการณ์ที่น่า
เวทนาเช่นนี้ มันยิ่งเพิ่มความโกรธเกลียดชังที่มีต่อ
ผู้ฝึกตนนอกรีตมากยิ่งขึ้น
แม้แต่พวกปีศาจก็ไม่ได้ชั่วชาสามานย์เทียบเท่ากับ
ผู้ฝึกตนนอกรีตเหล่านี้ ภายในโลกของผู้ฝึกตนนอก
รีต มีเพียงแค่กฏปลาใหญ่กินปลาเล็กเท่านั้น ไม่มี
ในเรื่องของศีลธรรมอยู่เลย
อู่ อวี้ เคยไปมาแล้วหลายเมือง สังหารผู้ฝึกตนนอก
รีตมาจำนวนไม่น้อย แต่ผู้ฝึกตนนอกรีตกลับมี
มากมายเฉกเช่นฝูงมัจฉาในทะเลกว้างใหญ่ หาก
เขาเพียงแค่คนเดียวคิดจะต้านทานพวกมันทั้งหมด
ย่อมเป็นเรื่องที่ยากเย็นแสนเข็น
เมื่อเห็นฉากที่ศพเกลื่อนกลาดไปทั่วทุกหนแห่ง
โทสะของ อู่ อวี้ ได้พุ่งขึ้นไปอยู่จุดสูงสุด ในสมอง
ของเขาเต็มไปด้วยความเกลียดชังที่มีต่อผู้ฝึกตน
นอกรีต ชีวิตของเหล่าปุถุชนนั้นสั้นนัก มีอายุขัยอยู่
ได้ไม่ถึง 100 ปี อู่ อวี้ เคยเป็นปุถุชนสามัญมาก่อน
ดังนั้นจึงรู้ว่าพวกเขาต้องใช้ชีวิตที่ไม่ง่ายเลยกว่า
จะมาถึงจุดนี้ ปุถุชนสามัญเหล่านี้มีชีวิตอยู่เพียงแค่
ช่วงสั้นๆ ด้วยความทะเยอทะยานทุกอย่าง
ถึงแม้ว่าจะไม่มีพลังและพรสวรรค์ที่ยอดเยี่ยม แต่
พวกเขาก็ได้ขวนขวายทุกสิ่ง จึงสามารถสร้าง
คุณค่าให้กับตนเองได้
บางคนร่ำเรียนอย่างหนัก เพื่อที่จะปกครอง
ประเทศ
บางคนฝึกฝนเคล็ดวิชาการต่อสู้ เพื่อเอาไว้ปกปั้อง
บ้านเกิดเมืองนอน
บางคนเรียนรู้งานฝีมือ เพื่อผลประโยชน์ของโลก
ใบนี้
แต่ในสายตาของผู้ฝึกตนนอกรีต เหล่าปุถุชนนั้น
อ่อนแอราวกับเป็นมดปลวก พวกมันไม่ได้เพียงแค่
สังหารอย่างเดียว แต่ยังได้ฉกฉวยนำดวงวิญญาณ
แม้กระทั่งดวงตา หรือว่าหัวใจไปด้วย ฉากนอง
เลือดที่เกิดขึ้นเบื้องหน้า แม้แต่ อู่ อวี้ ยังยากที่จะ
รับมันได้ไหว
เรียกได้ว่ามันคือหนี้เลือดที่จะต้องชดใช้!
ในโลกของการฝึกตน มีการฉกฉวยแย่งชิงสังหาร
เรื่องนี้ อู่ อวี้ เข้าใจดี แต่ผู้ฝึกตนส่วนใหญ่มักจะยึด
ตามหลักเต๋าภายในจิตใจ ซึ่งถือเป็นความชัดเจน
ในวิถีฝึกตนของผู้คนนั้นๆยิ่ง แต่ว่าเต๋าของผู้ฝึกตน
นอกรีตกลับไม่มีสิ่งนั้นแม้แต่น้อย ทั้งหมดขึ้นอยู่กับ
ความแข็งแกร่ง ดังนั้นมันจึงทำให้ผู้ฝึกตนนอกรีต
ต้องทำทุกวิถีทางเพื่อให้ได้มาซึ่งความแข็งแกร่ง
“ผู้ฝึกตนนอกรีตอันแสนโสมมแห่งทะเลตะวันออก
จะปล่อยให้เข้ามาทำให้แผ่นดินอันงดงามของทวีป
แห่งทวยเทพต้องด่างพร้อยได้อย่างไร!”
ในใจ อู่ อวี้ เต็มไปด้วยความโกรธเกรี้ยว ทำทุกสิ่ง
ที่ตนเองทำได้ ใช้ร่างอวตารทั้ง 1,000 ร่างแยก
ย้ายกันออกไปค้นหา ไม่ว่าพบผู้ฝึกตนนอกรีตที่
ไหน ก็จะมุ่งตรงเข้าไปสังหารอย่างรวดเร็วไม่ให้
เหลือรอดแม้แต่คนเดียว
“ตัวข้ายังไม่อาจออกจากอาณาจักรบูรพาเยว่อู่
มิฉะนั้นจะทำให้ผู้ฝึกตนนอกรีตสามารถบุกโจมตี
เข้ามาบนทวีปแห่งทวยเทพมากยิ่งขึ้น”
ตอนนี้ในใจของเขาเกิดความขัดแย้งกันอย่าง
สิ้นเชิง เพราะว่าตราบใดที่เขาออกไปจากที่นี่ ไม่
ต้องสงสัยเลยว่าอาณาจักรบูรพาเยว่อู่แห่งนี้ก็จะ
กลายเป็นดินแดนที่เต็มไปด้วยซากศพ แต่ถ้าหาก
ว่าเขาไม่สามารถออกไปได้ เขาย่อมสามารถทำได้
เพียงแค่ประจำการอยู่ในที่แห่งนี้เท่านั้น ด้วยนิสัย
ของเขาแล้ว เดิมทีเขาควรจะกรีฑาทัพออกบุก
โจมตีไปทุกทิศ ทำให้เหล่าผู้ฝึกตนนอกรีตต้องขวัญ
หนีดีฝั่อเสียมากกว่า!
ตัวเขาต้องการสังหารศัตรู แต่คนที่อยู่เบื้องหลัง
สำคัญที่สุด ไม่เช่นนั้นเขาก็ไม่อาจจะปกปั้องพวก
เขาได้ ทั้ง อู่ หยู๋ เฟิง ซัวหยา และพวกซู หยานหลี่
อู่ อวี้ ไม่ต้องการจะให้พวกเขาต้องได้รับความ
เจ็บปวดแม้แต่น้อย
แต่ผู้ฝึกตนนอกรีตแห่งทะเลตะวันออก มีจำนวน
มากมายเหมือนกับหนูแพร่ระบาด สังหารอย่างไรก็
ไม่หมดไม่สิ้นเสียที!
อู่ อวี้ ยืนอยู่บนเทือกเขาคราม ที่ตีนเขาของ
เทือกเขาคราม มีผู้ฝึกตนหลบซ่อนอยู่ในหลืบเมฆ
ยากที่จะค้นหาตัวพบ
ตราบใดที่ร่างอวตารยังมีเขาคอยสั่งการอยู่
สถานที่แห่งนี้ย่อมปลอดภัยอย่างแน่นอน
ลึกๆในดวงตาของเขา มันอัดแน่ไปด้วยความโกรธ
เกรี้ยว ที่เบื้องหน้าของเขา เหนือท้องฟั้าทางฝัง
ตะเลตะวันออก มีเมฆสีเทาม้วนกลิ้ง แลเมฆทมิฬ
กวาดกลืนกินทุกสิ่งอย่าง เหล่าผู้ฝึกตนนอกรีตกรีด
ร้องคำราม กลิ่นคาวโลหิตที่ติดอยู่บนร่างของผู้ฝึก
ตนนอกรีต เมื่อถูกรวมเข้าด้วยกันได้แปร
เปลี่ยนเป็นสิ่งที่น่าสยดสยองอย่างที่สุด บัดนี้มันได้
เริ่มต้นเคลื่อนไหวมายังท้องฟั้าของทวีปแห่งทวย
เทพแล้ว พวกมันต้องการที่จะเปลี่ยนแปลงทวีป
แห่งทวยเทพให้กลายเป็นนรกบนดินเช่นเดียวกับ
4 หมู่เกาะแห่งตงหยาง!
“อู่ อวี้ !”
อู่ อวี้ และ ร่างอวตารทั้ง 1,000 ร่างของเขา ยังคง
รักษาการอยู่ที่อาณาจักรบูรพาเยว่อู่อย่างต่อเนื่อง
ทันใดนั้นทางทิศตะวันตกก็มีคนกำลังเดินทางเข้า
มาในเขตแดนของอาณาจักรบูรพาเยว่อู่
ทางด้านนั้น อู่ อวี้ ก็มีร่างอวตารอยู่ หลังจากที่ได้
ยินเสียงเรียก ร่างอวตารก็ควบคุมกระบี่บิน
จักรพรรดิ แหวกฝั่าทะลวงหมู่เมฆไป เขามองเห็น
ชายผมดำผู้หนี่งที่ด้านหลังมีปีกสีดำทมิฬอยู่ 1 คู่
กำลังบินเข้ามา รูปร่างของชายผมดำเพรียวบาง
มาก ดูแล้วรูปงามยิ่ง ใบหน้าสีขาวละมุนและ
อ่อนโยน ส่วนดวงตาสีดำขลับอย่างกับหมึก
ไม่คาดคิดว่าตัวเขาจะได้พบกับ จิ่วอิง ในสถานที่
เช่นนี้
จิ่วอิง สามารถมองเห็นเขาได้ทันที จึงรีบบินมายัง
ทิศทางของ อู่ อวี้ พร้อมกับเพ่งมองไปที่เขาอย่าง
ละเอียด พร้อมกล่าวว่า “นี่เป็นร่างอวตารของเจ้า
หรือ ข้าได้ยินข่าวลือว่า ในตอนนี้เจ้าสามารถแยก
ร่างอวตารออกมาได้ถึง 1,000 ร่าง ช่างน่า
เหลือเชื่อจริงๆ เดิมทีข้าไม่เคยคาดคิดว่าในตอนนี้
เจ้าจะสามารถไต่มาถึงระดับนี้ได้แล้ว ขอแสดง
ความยินดีด้วย”
แท้จริงแล้วนี่เป็นร่างอวตารของ อู่ อวี้ ร่างอวตาร
ของเขาสามารถใช้พลังส่วนหนึ่งของเนตรเพลิงได้
หากมองอย่างละเอียด จะพบว่า จิ่วอิง ได้อยู่ในขั้น
ตำหนักม่วงทะเลมรกตขั้นที่ 6 แล้ว มันทำให้เขา
รู้สึกประหลาดใจยิ่ง ขอบเขตนี้มันสูงล้ำเสีย ยิ่งกว่า
หนานกง เหว่ย และ เปั่ยซาน ม่อ เสียอีก ในตอนที่
อู่ อวี้ เพิ่งจะรู้จักกับเขา ตัวเขาเพิ่งจะอยู่ในขั้น
สร้างแกนนภาเท่านั้น
“ปีศาจเช่นข้า ย่อมไม่เหมือนกับผู้ฝึกตนอย่างพวก
เจ้า ยิ่งอายุของข้าเพิ่มขึ้น ขอบเขตของข้าก็จะ
ยกระดับขึ้นตามไปด้วย รวมถึงเมื่อไม่นานมานี้ พ่อ
ของข้าได้จัดการมอบประสบการณ์การฝึกฝนที่
หนักหน่วงมาไม่น้อย หลังจากที่ผ่านประสบการณ์
ยากลำบากนี้มาแล้ว จึงไต่จนมาถึงระดับนี้ได้ เมื่อ
เปรียบเทียบกับความก้าวหน้าของเจ้าแล้ว ยังไม่
ค่อยเพียงพอนัก ”
จิ่วอิง กล่าวด้วยอารมณ์ความรู้สึก
ที่เขาดั้นด้นมาถึงสถานที่แห่งนี้ น่าจะเป็นเพราะว่า
ต้องการมาหา อู่ อวี้
เมื่อคิดไปแล้วมันก็สมเหตุสมผลไม่น้อย มันเป็นถึง
บุตรชายจักรพรรดิของเหล่าปีศาจ บุตรชายของ
จักรพรรดิอิง สายโลหิตของจักรพรรดิอิงอยู่ใน
อันดับต้นๆของแดนปีศาจ ผนวกกับทรัพยากรไม่มี
ที่สิ้นสุดอยู่ การที่ จิ่วอิง จะไต่ไปถึงระดับเดียวกับ
เปั่ยซาน ม่อ มันไม่ใช่เรื่องยากอันใด ทางฝังปีศาจ
ไม่แน่ว่าอาจจะมีสถานที่ที่ยอดเยี่ยมยิ่งกว่าถ้ำ
กำเนิดใหม่แห่งซูซันก็เป็นได้
ร่างอวตารของ อู่ อวี้ พามันไปที่เทือกเขาคราม
ระหว่างทาง จิ่วอิง กล่าวออกมาด้วยใบหน้าที่
จริงจัง “ได้ยินว่าหลังจากที่ข้าหลบหนีออกมา เจ้า
ก็ถูกขับไล่ออกจากนิกายเซียนซูซัน ข้าได้ยินมาว่า
ต่อจากนั้นเจ้าก็ได้ไปที่นครจักรพรรดิเพลิง อู่ อวี้
เรื่องที่พ่อข้าสังหารภรรยาของเซียนกระบี่กุ้ยหยาง
ข้าก็ไม่แน่ใจนัก แต่อย่างไรก็ตามข้าต้องขอโทษ
เจ้าด้วย……”
อู่ อวี้ ส่ายหัว กล่าวตอบไปว่า “เรื่องนี้มันเกินมือ
เจ้าไปแล้ว อีกทั้งตัวเจ้ายิ่งไม่มีส่วนเกี่ยวข้องใดๆ
เลย”
จิ่วอิง ยังคงกล่าวขอโทษว่า “เป็นเพราะว่าข้า ทำ
ให้เจ้ากับ หนานกง เหว่ย ต้องแยกทางกัน
แม้กระทั่งทำให้เกิดเรื่องขึ้นมากมายในภายหลัง
ข้ารู้ว่าสิ่งที่ข้าทำมันเป็นเรื่องที่น่าอับอายยิ่ง แต่ข้า
ก็นับถือเจ้าจริงๆ ตอนนี้ทุกอย่างจบลงแล้ว ดู
เหมือนว่าข้าจะไม่มีสิ่งใดจะกล่าวอีก ข้าเพียงแค่
มาบอกเจ้า ข้าจิ่วอิง ให้ความสำคัญกับเจ้าและ
เห็นเจ้าเป็นดั่งพี่น้องแท้ๆคนหนึ่ง การมาที่นี่ในครั้ง
นี้ ข้าต้องการบอกแค่ว่าหลังจากนี้หากมีเรื่องอันใด
ต้องการให้ข้าช่วยเหลือ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องอันใด จิ่
วอิง ผู้นี้จะไม่ปฏิเสธเพียงครึ่งคำ”
จิ่วอิง กล่าวออกมาด้วยสีหน้าที่จริงจัง
เมื่อ อู่ อวี้ เห็นว่าเขาจริงจังถึงเพียงนี้จึงอดไม่ได้ที่
จะยิ้มขึ้น พร้อมกล่าวว่า “จะว่าไปแล้ว เรื่องนี้ก็
ไม่ได้เกี่ยวข้องอะไรกับเจ้ามากนัก เพียงแค่ว่าข้า
กับ เหว่ยเอ๋อร์ ไม่มีชะตาร่วมกัน อุปนิสัยแตกต่าง
กัน ไม่เพียงแค่เรื่องนี้เท่านั้น หากต้องถูกบังคับให้
แต่งงาน ในอนาคตย่อมต้องเกิดข้อขัดแย้งมากขึ้น
อีกแน่นอน”
จิ่วอิง พลันหัวเราะขึ้นอย่างเบาใจ
อย่างไรก็ตาม มันก็ยังคงเชื่อว่า อู่ อวี้ เป็นคนที่
เห็นคุณค่าของมิตรภาพ ทุกๆการกระทำของเขา
ทำให้ จิ่วอิง รู้สึกชื่นชมอย่างใจจริง
“ใช่แล้ว ทำไมเจ้าถึงมาหาข้าถึงที่นี่?” อู่ อวี้ ถาม
จิ่วอิง เอ่ย “ข้ารู้เรื่องสัญญา 3 ปี ของเจ้าแล้ว
ตอนที่เจ้ากับ เปั่ยซาน ม่อ ต่อสู้กัน ข้าก็อยู่ที่ตีน
เขาซูซัน เพียงแต่ว่าไม่สามารถเข้าไปได้ หลังจาก
นั้นพอทราบเรื่องที่เกิดบนทะเลตะวันออกแห่งนี้
เจ้าเดินทางมาอย่างรวดเร็ว เมื่อข้าได้ยินว่าเจ้าจะ
ไปยังสถานที่ใด ข้าจึงรีบมุ่งหน้ามาจากนิกายเซียน
ซูซันอย่างสุดกำลัง ก่อนหน้านี้ข้าได้ทำการปิดด่าน
ฝึกตนมาโดยตลอด ซึ่งก่อนหน้าที่ข้าจะทำการปิด
ด่านฝึกตนก็เผอิญได้ยินเรื่องข่าวคราววันนัดหมาย
ของเจ้าพอดี เพียงแต่ว่า ดูเหมือนว่าจะไม่สามารถ
ช่วยเหลือสิ่งใดได้ และในตอนนี้เมื่อได้ยินว่าผู้ฝึก
ตนนอกรีตแห่งทะเลตะวันออกบุกทวีปแห่งทวย
เทพ ข้าจึงคิดว่าเจ้าอาจจะต้องการความช่วยเหลือ
ดังนั้นข้าก็เลยรีบตามเจ้ามายังไงล่ะ ”
บางทีเพราะว่า อู่ อวี้ ถูกขับไล่ออกจากซูซัน ทำให้
ในใจของมันรู้สึกตนเองว่าติดหนี้ อู่ อวี้ อยู่
แต่สามารถเห็นได้ว่า จิ่วอิงเป็นคนที่ยึดมั่นและให้
ความสำคัญในเรื่องมิตรภาพเป็นอย่างยิ่ง! ในห้วง
สมุทรปีศาจอนันต์ตัวมันแทบจะไม่มีสหายเลย
แม้ว่า อู่ อวี้ จะอยู่กันคนละเผ่าพันธุ์กัน แต่เต๋าของ
พวกเขากลับเหมือนกันจนถึงที่สุด
ในเวลานี้ร่างอวตารของ อู่ อวี้ ได้พา จิ่วอิง จน
มาถึงเทือกเขาคราม ซึ่งร่างจริงของเขาก็ได้มารอ
อยู่ก่อนแล้ว หลังจากที่มาถึง ร่างอวตารที่นำทาง
มาก็พลันจากไป กลับไปประจำตำแหน่งตนเอง
“ช่างน่าเหลือเชื่อจริงๆ ร่างอวตารและร่างจริง
ของเจ้ากลับเหมือนกันจนแยกไม่ออก” จิ่วอิง อดที่
จะรู้สึกตกตะลึงไม่ได้
จิ่วอิง กล่าวว่าตัวมันต้องการที่จะมาช่วยเหลือ อู่
อวี้ แต่ท้ายที่สุดแล้วเขาก็มีสถานะเป็นปีศาจ ถึง อู่
อวี้ จะเชื่อเขา แต่ก็ยังต้องการจะถามเพื่อความแน่
ชัด “จิ่วอิง ข้าจะกล่าวตรงๆไม่อ้อมค้อม เกี่ยวกับ
การบุกรุกทวีปแห่งทวยเทพของผู้ฝึกตนนอกรีต
เผ่าปีศาจของพวกเจ้าเห็นเป็นเช่นไร?”
เชื่อว่าเจ้านครจักรพรรดิเพลิงและคนอื่นๆจะต้อง
ตระหนักถึงสิ่งหนึ่งอย่างแน่นอน ซึ่งสิ่งนั้นก็คือ
หากยามที่พวกเขากำลังทำสงครามกับผู้ฝึกตน
นอกรีตอยู่นั้น เหล่าปีศาจจะลอบโจมตีพวกเขา
หรือไม่ หากเป็นเช่นนั้นจริง ทวีปแห่งทวยเทพนี้
จะต้องได้รับความเสียหายอย่างหนักแล้ว
จิ่วอิง นิ่งเงียบไปครู่หนึ่ง แล้วกล่าวด้วยท่าทาง
ระมัดระวัง “ข้าจะบอกสิ่งที่ข้ารู้ให้เจ้าได้ฟัง ก่อน
อื่น เกี่ยวกับเรื่องนี้ แม้แต่ในเผ่าปีศาจก็ยังแบ่ง
ออกเป็น 2 ฝั่าย หนึ่งในนั้นคือฝั่ายของจักรพรรดิจู้
คนของวิหารจักรพรรดิและพวกมันได้มีการ
ติดต่อกัน ว่าต้องการจะแบ่งพื้นที่บนทวีปแห่งทวย
เทพให้ ซึ่งแน่นอนว่าจักรพรรดิจู้ย่อมให้ความ
ร่วมมือกับแผนการนี้อย่างเต็มใจ มันคิดที่จะกวาด
ล้างผู้ฝึกตนบนทวีปแห่งทวยเทพให้หมดไป ส่วน
อีกฝั่ายหนึ่ง ก็คือบิดาของข้าจักรพรรดิอิง ท่าน
รู้สึกว่า ‘จ้าววิญญาณพยาบาท’ ผู้นี้ เป็นคนวิปริต
ผู้หนึ่ง และถ้าหากปีศาจคิดอยากจะช่วยผู้ฝึกคน
นอกรีตกวาดล้างทวีปแห่งทวยเทพจริง สุดท้าย
พวกปีศาจก็จะต้องตกเป็นเปั้าหมายต่อไปของ
จ้าววิญญาณพยาบาท ถ้าหากความแข็งแกร่งของ
มันเป็นดังข่าวลือ แม้แต่ปีศาจก็ไม่อาจจะที่จะ
ต่อกรได้ ในตอนนี้ปีศาจที่ให้การสนับสนุน
จักรพรรดิจู้มีค่อนข้างมาก พวกมันรู้สึกว่านี่เป็น
โอกาสครั้งเดียวในชีวิตของมัน กลับกันบิดาของข้า
จึงถูกมองว่าเป็นพวกใจอ่อน จนกระทั่งตัวท่านยังรู้
ลึกโลเลในจิตใจ”
ที่แท้ก็กลายเป็นเช่นนี้
รายระเอียดนี้จะต้องบอกให้เจ้านครจักรพรรดิ
เพลิง
เขาถามกลับอีกรอบว่า “แล้วเจ้าล่ะรู้สึกเช่นไร?”
จิ่วอิง กล่าว “ข้าไม่อาจตัดสินใจทำอันใดกับเผ่า
ปีศาจได้ หวังว่าพวกมันจะสามารถอดทนดูการ
สถานการณ์และยังไม่เข้าไปทำการแทรกแซง
เสียก่อน แต่สำหรับตัวข้าเอง ข้าต้องการมาเพื่อ
ช่วยเจ้าในการขับไล่ผู้ฝึกตนนอกรีต”
………………………………………………..
(´▽`).。o♡ เพลิน
กลืนสวรรค์สะท้านทวยเทพ