กลืนสวรรค์สะท้านทวยเทพ - ตอนที่ 481 : 4 จตุวิญญาณพญามาร
อู่ อวี้ ไม่คาดคิดว่าหลังจากออกมาจากทวีปแห่ง
ทวยเทพไม่นาน เขาจะต้องเจอศัตรูที่แข็งแกร่ง จน
ทำให้ตนเองตกอยู่ในสถานการณ์ที่อันตราย
ร้ายแรงเช่นนี้เสียแล้ว!
โชคดีที่ จิ่วอิง มีอสรพิษปาอยู่ด้วย ถึงแม้ว่าโดย
ปกติแล้วอสรพิษปาจะไม่เคลื่อนไหวลงมือ แต่ถ้า
หากว่า จิ่วอิง พบเจอกับอันตรายร้ายแรงถึงชีวิต
มันก็จะออกมาให้การช่วยเหลือในทันที จักรพรรดิ
อิงได้ออกคำสั่งให้อสรพิษปาคอยอยู่กับ จิ่วอิง
เพียงเพื่อให้แน่ใจว่า จิ่วอิง จะไม่ตายไป ไม่เช่นนั้น
หากมันเข้ามาสอดมือทุกครั้งไป ก็จะทำให้ จิ่วอิง
สูญเสียโอกาสในการเก็บเกี่ยวประสบการณ์
“อู่ อวี้ อย่าอยู่ห่างจากข้ามากเกินไป อาปาไม่รับ
ฟังคำสั่งจากข้า เขาจะปรากฏตัวก็ต่อเมื่อข้าตกอยู่
ในอันตรายร้ายแรงถึงชีวิตเท่านั้น”
กล่าวอีกนัยหนึ่งว่าถ้าหาก อู่ อวี้ ถูกสังหารไป
อสรพิษปาก็จะไม่สนใจใดๆทั้งสิ้น การดำรงอยู่ของ
ตัวตนเช่น อสรพิษปา อู่ อวี้ จะต้องใช้เนตรเพลิง
จึงจะสามารถระบุตำแหน่งของมันได้ อย่างไรก็
ตามเขารู้สึกแปลกใจ ดูเหมือนอสรพิษปาจะ
กลมกลืนไปกับมหาสมุทรจนน่าพิศวงยิ่ง นอกจาก
อู่ อวี้ แล้ว ก็ไม่มีใครที่จะสามารถมองเห็นตัวตน
ของมันได้
แม้แต่ เสินคง ก็ไม่สามารถตรวจพบ
เสินคง ที่อยู่เบื้องหน้า มันได้พุ่งเปั้าหมายไปที่ จิ่
วอิง ถึง อู่ อวี้ จะใช้เคล็ดก้าวเทวะหลบหนีได้ แต่
หากทิ้ง จิ่วอิง ไว้เบื้องหลังย่อมไม่มีทาง
จุดประสงค์ของมันก็คือต้องการที่จะจับตัว อู่ อวี้
กับ จิ่วอิง ไปส่งให้จักรพรรดิมาร หรือว่าจ้าว
วิญญาณพยาบาท ด้วยตัวตนของ อู่ อวี้ กับ จิ่วอิง
ถ้าหากว่าพวกเขาถูกจับตัวไป ผู้ฝึกตนบนทวีป
แห่งทวยเทพ รวมทั้งเหล่าปีศาจ ก็จะถูกจักรพรรดิ
มารนำไปใช้ต่อรองข่มขู่ ยกตัวอย่างเช่น
จักรพรรดิมารอาจจะใช้ตัว จิ่วอิง เพื่อมาข่มขู่ให้
จักรพรรดิอิงเคลื่อนไหวโจมตีทวีปแห่งทวยเทพ
ดังนั้นพวกเขาจึงไม่อาจที่จะปล่อยให้ เสินคง ได้
บรรลุเปั้าหมายของมัน!
อู่ อวี้ และ จิ่วอิง หันกลับไปสบตากัน พวกเขาแต่
ละคนได้เตรียมพร้อมสำหรับการต่อสู้เรียบร้อยแล้ว
ถึงแม้ว่าอีกฝั่ายจะอยู่ในระดับเดียวกับ เฉิน ชิง
เหยา และไม่มีโอกาสที่จะชนะได้เลย แต่ อู่ อวี้ ก็
ไม่คิดอะไรให้มากความ เขาคิดเพียงแต่ว่าจะต้องสู้
สู้ด้วยกำลังทั้งหมดที่มี ส่วนเรื่องชีวิตและความ
ตาย ก็ขึ้นอยู่กับว่าอสรพิษปาจะให้ความช่วยเหลือ
มากแค่ไหน
เสินคง ไม่ตระหนักเลยว่าอสรพิษปานั้นอยู่ใน
ละแวกใกล้เคียงนี้ ดวงตาของมันเต็มไปด้วยความ
ภาคภูมิใจ คิดว่าตนเองสามารถควบคุม
สถานการณ์โดยรวมได้ มันจึงยกยิ้มขึ้นที่มุมปาก
พร้อมเอ่ยว่า “ดูไปแล้ว พวกเจ้า 2 คนช่างไร้
เดียงสายิ่ง คิดที่จะใช้ประโยชน์จากการเคลื่อนไหว
ของพวกเราเหล่าผู้ฝึกตนนอกรีตที่จากไป แล้วจะ
มาตลบหลังเพื่อสร้างปัญหาให้กับพวกเรางั้นรึ โชค
ดีที่ข้าตรวจพบได้ก่อน เอ้าว่ายังไง…จะสู้ยิบตาหรือ
ว่าจะยอมจำนน?”
ที่จริงมันรู้จักผู้เยาว์ 2 คนที่อยู่เบื้องหน้าเป็นอย่าง
ดี อีกทั้งเนื่องจากพวกเขาเป็นคนรุ่นเยาว์เพียง
เท่านั้น เสินคง จึงมั่นใจอย่างมากว่าจะสามารถ
จับกุมพวกเขาได้
หลังจากที่กล่าวจบ มันแลบลิ้นเรียวยาวสีแดงสด
ของมันออกมา พลันเลียรอบริมฝีปาก ดวงตาเต็ม
ไปด้วยความปั่าเถื่อน จ้องมอง อู่ อวี้ กับ จิ่วอิง
ด้วยสายตาหยอกล้อ ราวกับว่ากำลังจ้องมองไปยัง
ลูกไก่ในกำมือของมัน
อู่ อวี้ และ จิ่วอิง ไม่ได้ต่อล้อต่อเถียงกับมัน ใน
เวลานี้ จิ่วอิง ได้ขยับไปอยู่เบื้องหลังของ อู่ อวี้
แล้วกลายร่างกลับสู่ร่างปีศาจ ซึ่งเป็นอสูรกาย 9
หัว แต่ละหัวราวกับเป็นมังกรทมิฬก็มิปาน
ด้านหลังมีปีกคู่มหึมาสยายออก ร่างกายของมัน
พลันขยายใหญ่ขึ้นพร้อมกับปรากฎหางที่แหลมคม
งอกออกมา เสมือนทำมาจากเหล็กกล้า บัดนี้ จิ่
วอิง ได้ปลดปล่อยกลิ่นอายอันเย็นสะเยือกน่าสะ
พรึงออกมาจนทำให้บริเวณนั้นหนาวเย็นยิ่ง!
เพื่อจัดการกับ เสินคง ผู้นี้ อู่ อวี้ ก็ได้งัดทุกสิ่ง
ออกมาในทันที อย่างแรกคือใช้ออกร่างจำแลง
เซียนวานรเพื่อกลายร่างเป็นวานรสีทอง จากนั้นก็
หยิบเส้นผมออกมาแล้วเปั่าออกไป เส้นขนสีทอง
เหล่านั้นได้กลายเป็นร่างจำแลง 1,000 ร่าง ที่
เหมือนกับ อู่ อวี้ ทุกกระเบียดนิ้ว วานรสีทองปก
คลุมอยู่ด้านหน้าของ จิ่วอิง และสลับตำแหน่งกัน
ไปมา อย่างน้อย เสินคง ก็ไม่อาจที่จะแยกแยะร่าง
จริงกับร่างอวตารของ อู่ อวี้ ออกได้อย่างง่ายดาย
ในความเป็นจริงแม้แต่ จิ่วอิง ที่อยู่ใกล้ขนาดนี้ ก็
ยังไม่สามารถแยกแยะออกได้เลย
ภายใต้การร่วมมือระหว่าง จิ่วอิง ที่อยู่ในร่างปีศาจ
ผนวกกับร่างอวตารทั้ง 1,000 ร่างของ อู่ อวี้ ทำ
ให้ เสินคง รู้สึกตกตะลึงเล็กน้อย โดยเฉพาะ อู่ อวี้
ร่างอวตารทั้ง 1,000 ร่างของเขานั้น ไม่เพียงแต่
ทำให้สับสนเท่านั้น แต่มันยังสามารถเสริมกำลังรบ
ให้แก่เขาได้อย่างเต็มประสิทธิภาพอีกด้วย!
“เคล็ดมหาวิถีร่างอวตารนี้ ช่างทำให้เหล่าผู้คน
ต้องอิจฉาเสียจริง! แต่น่าเสียดาย ที่ตัวข้าได้
ปลูกฝังเคล็ดมหาวิถีเชื่อมสวรรค์ครบ 4 วิชาแล้ว
แต่แน่นอนถ้าหากว่าข้าได้เคล็ดมหาวิถีของเจ้ามา
ข้าก็เต็มใจที่จะละทิ้ง 1 ในมหาวิถีที่ข้าได้ปลูกฝัง
ไปได้!” เสินคง พึมพัมกับตนเอง ดูเหมือนว่ามันจะ
หลงใหลในเคล็ดมหาวิถีเชื่อมสวรรค์ของ อู่ อวี้
เป็นอย่างยิ่ง!
บัดนี้นัยน์ตาของมันเต็มไปด้วยความโลภที่ไม่มี
สิ้นสุด!
แกร่กกกกกก!
เมื่อ อู่ อวี้ และ จิ่วอิง ได้แสดงท่าที่พร้อมที่จะสู้
ตาย เสินคง ก็จ้องมองมาด้วยความละโมบ ครู่
ต่อมากระดูกที่อยู่บนร่างของมันพลันส่งเสียง
ออกมา ทำให้คนที่ได้ยินต้องรู้สึงหนังหัวชา
ขอบเขตตำหนักม่วงทะเลมรกตของมันอยู่ในระดับ
ที่ 9 ซึ่งอยู่เหนือกว่า อู่ อวี้ ถึง 7 ขั้นย่อย อีกทั้ง
พลังอำนาจของแก่นแท้ตำหนักม่วงก็เหนือล้ำกว่า
อู่ อวี้ หลายเท่าตัว! หากไม่มีข้อได้เปรียบเรื่อง
จำนวน เมื่อยืนอยู่ต่อหน้าผู้ที่เป็นยอดอัจฉริยะเช่น
เสินคง ผู้นี้ เขาย่อมพ่ายแพ้เพียงแค่หวาดกลัวเสีย
แล้ว
แม้แต่ จิ่วอิง ยังอยู่ในขอบเขตต่ำกว่ามันถึง 3 ขั้น
ย่อย!
“ลงมือ!”
ทั้ง 2 คนส่งสัญญาณให้กันพร้อมลงมือในทันที ไม่
ปล่อยให้ เสินคง ได้มีโอกาสในการควบคุม
สถานการณ์! เห็นได้ชัดว่า เสินคง เต็มไปด้วย
ความมั่นใจถึง 100 ส่วน ดังนั้นเมื่อเห็น อู่ อวี้ กับ
จิ่วอิง ลงมือ มันจึงไม่ได้รีบร้อน สายตามองไปยัง
เบื้องหน้า! แม้ว่าทั้ง 2 คนร่วมมือกันปลดปล่อย
พลังในการโจมตีที่รุนแรงออกมา ใบหน้าของมันก็
ไม่เปลี่ยนแปลง อีกทั้งมุมปากของมันก็ยังคงยิ้มเย้ย
หยันออกมา
“4 จตุวิญญาณพญามาร!”
ฝั่ามือทั้ง 4 ของ เสินคง ประกบกันอยู่กลาง
หน้าอก ใจกลางตำแหน่งของแก่นแท้ตำหนักม่วง
พร้อมปลดปล่อยสัญลักษณ์ของมหาวิถีเชื่อม
สวรรค์อันซับซ้อนออกมา ครู่ต่อมามันได้กวาดไป
ทั่วทั้งร่าง! แก่นแท้ตำหนักม่วงที่อยู่ทั่วทั้งร่างกาย
ของมันกำลังเดือดพล่านราวกับเปลวเพลิงพิโรธ
ทันใดนั้นมันก็แยกฝั่ามือออกไป บนฝั่ามือแต่ละ
ข้าง มีกลุ่มแสงที่มีสีแตกต่างกัน ในเวลานี้
มหาสมุทรเกิดการสั่นสะเทือนอย่างรุนแรง ราวกับ
ว่ามีปีศาจบรรพกาลกำลังตื่นขึ้นมาภายในกลุ่ม
แสง มันกำลังแผดเสียงคำรามเลือนลั่นออกมา!
เสินคง ตอบโต้กลับอย่างรวดเร็ว!
อย่างไรก็ตามมันไม่ได้ส่งผลกระทบต่อการโจมตี
ของ อู่ อวี้ กับ จิ่วอิง! ทั้งคู่อยู่ด้านหน้า เสินคง
และพวกเขาก็ปลดปล่อยเคล็ดวิชาสังหารที่รุนแรง
ออกมา! อู่ อวี้ ที่ซ่อนตัวอยู่ท่ามกลางร่างอวตาร
ทันใดนั้นก็เปิดใช้เคล็ดวิชาขั้นที่ 2 ของเนตรเพลิง
กลั่นวิญญาณ ดวงตาที่กลั่นวิญญาณ จับจ้องมอง
ไปบนร่างของ เสินคง ตราบใดที่ อู่ อวี้ มองเห็น
เสินคง ก็ไม่อาจรอดพ้นจากเคล็ดวิชากลั่น
วิญญาณนี้ได้!
สำหรับ อู่ อวี้ แล้ว เคล็ดวิชากลั่นวิญญาณเป็น
เพียงแค่จุดเริ่มต้น!
เมื่อร่างจริงของเขากำลังสำแดงเคล็ดวิชากลั่น
วิญญาณ ร่างอวตารก็ชักศาสตราสถิตวิญญาณ
ออกมาคร่ากุมอย่างถนัดมือ และสำแดงค่ายกล
กระบี่มังกรคราม 9 ตะวันออกมาพร้อมกันบน
พื้นผิวมหาสมุทรแห่งนี้!
มังกรคราม 1,000 ตัว พุ่งพล่านออกไป พร้อม
ผสานรวมเข้าด้วยกันอย่างรวดเร็ว พุ่งไปหา เสิน
คง จากทั้ง 4 ด้าน 8 ทิศ พลังของการโจมตีเดี่ยว
นั้นไม่รุนแรงเท่าไหร่ แต่ถ้าหากรวมกันถึง 1,000
คน ประสานเข้าด้วยกัน ย่อมไม่ต้องสงสัยเลยว่า
พลังของมันจะต้องเพิ่มพูนอย่างมหาศาล
โดยเฉพาะร่างจริงของ อู่ อวี้ ที่กำลังกลั่นน
วิญญาณของมันอย่างหนักหน่วง!
เนตรเพลิงของเขา กำลังกลั่นสกัดวิญญาณของ
เสินคง อย่างบ้าคลั่ง!
เห็นได้ชัดว่าวิญญาณของ เสินคง มีความ
แข็งแกร่งทนทานอย่างที่ อู่ อวี้ ไม่เคยพบพานมา
ก่อน ทำให้เขาต้องใช้ความพยายาม และดู
เหมือนว่ามันจะยังต้านทานเอาไว้อยู่!
อย่างไรก็ตามมันไม่ได้สำคัญ ในตอนนี้เวลานี้ จิ่
วอิง ได้เตรียมการเรียบร้อยแล้ว ซึ่งเขาจะสำแดง
แก่นแท้พลังชีวิตศักดิ์สิทธิ์ที่แทบจะรุนแรงที่สุด
ออกมา!
“ประตูนรก!”
หัวทั้ง 9 จัดเรียงทั้งด้านซ้ายและขวา ก่อตัวเป็นรูป
ประตูครึ่งวงกลม 1 บาน ปรากฏเป็นสัญลักษณ์
วงเวทขึ้น ลายเส้นแต่ละสายทับซ้อนผสานเข้ากัน
อย่างลงตัว ทันใดนั้นช่องว่างระหว่างหัวทั้ง 9 ก็
ปรากฏเป็นประตูโบราณอันเก่าแก่ที่มืดหม่นขึ้น
หนึ่งบาน!
หลังจากที่ประตูนรกนี้ก่อตัวขึ้นเสร็จสิ้น ทันใดนั้น
มันก็เปิดออก หัวทั้ง 9 ของจิ่วอิง คอยประคอง
ประตูนรกเอาไว้ ภายในประตูนรก ฉับพลันนั้น
ปรากฎเป็นสายน้ำพุ่งทะลักออกมาราวกับเขื่อน
แตก สายน้ำนั้นเป็นสีเหลืองเข้ม ไม่ว่ามันจะไป
แห่งหนใด ทุกอย่างจะถูกกัดกร่อนสูญสลาย
กลายเป็นควัน พื้นผิวทะเลทั้งหมด กลับกลายเป็น
ไอหมอกหนาทึบ เสินคง ที่กำลังรับมือกับการกลั่น
วิญญาณของ อู่ อวี้ อย่างเต็มกลืน บัดนี้ยังมี
สายน้ำที่ทะลักออกมาจากประตูนรกถาโถมใส่มัน
เข้าไปอีก!
นี่ก็คือแม่น้ำแห่งการลืมเลือนที่อยู่ในนรก! พลัง
อิทธิฤทธิ์ของ จิ่วอิง นี้จะทำให้ประตูนรกถูกเปิดขึ้น
พร้อมชักนำแม่น้ำแห่งการลืมเลือนมายังที่แห่งนี้ มี
ข่าวลือว่าแม่น้ำที่มาจากนรกสามารถทำให้แม่น้ำ
และผืนแผ่นดินสูญสลายไปได้ กวาดกลืนกินทุกสิ่ง
อย่าง ภายใต้การร่วมมือกันของ อู่ อวี้ กับ จิ่วอิง
บัดนี้สามารถกดดัน เสินคง ได้อย่างหนักหน่วง!
ในเวลาสั้นๆ อู่ อวี้ กับ จิ่วอิง ได้สอดผสานร่วมมือ
กันโจมตีอย่างสมบูรณ์แบบ ทั้งเคล็ดวิชากลั่น
วิญญาณ ทั้งค่ายกลกระบี่มังกรคราม 9 ตะวัน
และยังมี ประตูนรกอีก การโจมตีสอดประสานทั้ง
3 นี้ ภายในมหาสมุทร ได้ปะทะเข้ากับร่างของ
เสินคง โดยไม่ปล่อยโอกาสให้มันหลบหนีออกไป
ได้!
ในเวลานี้ อู่ อวี้ ได้ใช้พลังทั้งหมดของตนเอง
ออกมา!
“ตายหรือไม่?” จิ่วอิง ถาม
“มันไม่น่าจะง่ายดายเช่นนั้น” อู่ อวี้ รู้สึกแปลกใจ
อยู่เล็กน้อย วิชาสกัดวิญญาณของเขายังคงโจมตี
ฝั่ายตรงข้ามอยู่ ถึงแม้ว่าในตอนนี้จะมองไม่เห็นมัน
แล้ว แต่ก็ยังคงหลงเหลือการเชื่อมต่ออยู่ เสินคง
ไม่อาจจะสลัดพ้นจากพลังอิทธิฤทธิ์ของเขาได้ แต่
ในเวลาเดียวกัน เขารู้สึกว่าพลังของเคล็ดวิชาสกัด
วิญญาณกำลังอ่อนพลังลง และเมื่อผ่านไปสักครู่
เคล็ดวิชาสกัดวิญญาณของเขาก็หายไปโดย
สมบูรณ์!
“ตายแล้วรึ?”
อู่ อวี้ ยากที่จะเชื่อได้ว่าเสินคง ตายแล้ว ตัวเขารู้
ว่าเนตรเพลิงมีความร้ายกาจอย่างมหาศาล แต่ไม่
น่าจะถึงขนาดที่จะสามารถสังหาร เสินคง ไปได้
โดยตรงเช่นนี้!
บัดนี้ ค่ายกลกระบี่มังกรคราม 9 ตะวัน ที่พุ่ง
ทะยานโจมตีออกไป ผนวกกับสายธารแห่งการลืม
เลือนของ จิ่วอิง อันเชี่ยวกราด พลันโหมกระหน่ำ
จนเกิดความโกลาหลเป็นอย่างยิ่ง!
แม่น้ำแห่งการลืมเลือน ซัดสาดไปทั่วทุกหนแห่ง
หากไม่ใช่เพราะ จิ่วอิง คอยควบคุมเอาไว้ เกรงว่า
ร่างอวตารของ อู่ อวี้ ก็คงจะได้รับลูกหลงไปด้วย
สุดท้ายแล้วจุดอ่อนที่ใหญ่ที่สุดของร่างอวตารก็คือ
พลังปั้องกัน
เมื่อจ้องทะลวงผ่านแม่น้ำแห่งการลืมเลือน อู่ อวี้
เห็นว่า เสินคง ยังคงยืนอยู่ อีกทั้งวิญญาณของมัน
ก็ยังไม่แตกสลายไปด้วย บัดนี้ตัวมันได้ยืนนิ่งอยู่ที่
เดิมโดยไร้ซึ่งร่องรอยของอาการบาดเจ็บใดๆ
เมื่อเห็นภาพเบื้องหน้า จิตใจของ อู่ อวี้ พลันดิ่งลง
เหว เขาไม่เข้าใจว่า เสินคง ใช้วิธีอะไร ถึงสามารถ
หลุดพ้นจากการกลั่นวิญญาณของเขาไปได้!
ทันใดนั้นเขาก็เข้าใจอย่างรวดเร็ว
ข้างกายของเสินคง มีเทวรูปที่สูงมากกว่า 10 จั้ง
อยู่ 4 รูป รูปปันดูเก่าแก่คร่ำครึเป็นอย่างยิ่ง หัว
จวดเท้าล้วนเป็นหินผาที่ยากจะสั่นคลอน เทวรูป
ทั้ง 4 มีสีสันแตกต่างกันออกไป ดูเหมือนจะ
ครอบครองพลังอำนาจคนละแบบ ใบหน้าของ
พวกมันดูดุร้ายเปียมไปด้วยพลังอำนาจ เทวรู
ปแต่ละรูปราวกับเป็นอสูรกายจากยุคบรรพกาล!
ระเบิดกลิ่นอายอันน่าเกรงขามออกมาอย่างน่า
สะพรึงกลัว!
อย่างไรก็ตามในเวลานี้ 1 ในเทวรูปพญามารที่มี
ประกายตาเฉื่อยชา กลับระเบิดกระจุยกระจาย
ส่วนเทวรูปอีกร่างดูเหมือนจะถูกปราณกระบี่ทิ่ม
แทงทำให้ได้รับบาดเจ็บสาหัส ร่างกายเต็มไปด้วย
รอยแผลนับ 1,000 แห่ง จากนั้นก็แหลกสลายลง
ไป และส่วนเทวรูปอีกรูปหนึ่งระเหยกลายเป็นไอไป
ในทันที บัดนี้จึงเหลือเทวรูปอยู่อีกแค่ 1 รูปเท่านั้น
ที่ยังคงตั้งอยู่เบื้องหน้าของ เสินคง
เสินคง ยืนอยู่เหนือหัวของเทวรูปนั้น ไร้ซึ่งอาการ
บาดเจ็บใดๆ ในเวลานี้มันได้ยกยิ้มเย็นชาขึ้นมอง
ไปยังทั้งคู่แล้วกล่าวว่า “พวกเจ้าทั้ง 2 คนนี่มี
ความสามารถจริงๆ สามารถทำลาย 4 จตุ
วิญญาณพญามาร ของข้าไปได้ถึง 3 ตัว แต่น่า
เสียดายที่ยังไม่สามารถทำอันใดแก่ข้าได้อยู่ดี”
อู่ อวี้ คาดเดาว่า นี่จะต้องเป็นพลังอำนาจของมหา
วิถีเชื่อมสวรรค์ของมัน ที่สามารถถ่ายโอนความ
เสียหายไปไว้บนร่างของเทวรูปได้! ในคราแรก
เคล็ดสกัดวิญญาณของ อู่ อวี้ ได้พุ่งเปั้าหมายไปยัง
ร่างของ เสินคง โดยตรง แต่เขาไม่รู้ว่ามันทำ
อย่างไร การโจมตีทั้งหมดถึงได้ไปตกอยู่บนร่างของ
เทวรูปเช่นนี้
ด้วยวิธีนี้ ก็เหมือนกับว่า เสินคง ผู้นี้มีถึง 5 ชีวิต!
มันใช้ 3 ชีวิตไปต้านรับการโจมตีของทั้งคู่ และ
บัดนี้มันได้ระเบิดพลังขึ้นมาอย่างฉับพลัน ไม่ปล่อย
ให้มีเวลาตั้งตัว มันพุ่งทะยานหมายมาดสังหาร
ในทันที ในครั้งนี้ เสินคง ได้ปลดปล่อยแรงกดดัน
ออกมาจนก่อนหน้านี้มิอาจเทียบเคียงได้
………………………………………………..
(´▽`).。o♡ เพลิน
กลืนสวรรค์สะท้านทวยเทพ