กลืนสวรรค์สะท้านทวยเทพ - ตอนที่ 484 : จอมมารสามเขตแดน
ทว่ายามนี้เขายังไม่สามารถช่วยชีวิตผู้คนได้
เนื่องจากว่าตอนนี้เขายังมีความสามารถไม่เพียง
พอที่จะกระทำเช่นนั้นได้
” โลกของผู้ฝึกตนนอกรีตมีสภาพน่าสังเวชไม่ต่าง
จากตกนรก พวกมันล้วนอำมหิตไร้มนุษยธรรม มัน
คือปีศาจชั่วร้ายที่สุดสำหรับมนุษย์ชาติ! หากวันใด
ข้ามีพลังแห่งสวรรค์แล้วละก็ ข้าจะลงทัณฑ์พวก
เจ้าแทนสวรรค์เอง! ข้าจักบดขยี้ทำลายผู้ฝึกตน
นอกรีตให้สิ้น! ทำให้ผู้ฝึกตนในวิถีมารอย่างพวก
เจ้า ไม่หลงเหลืออยู่ในโลกใบนี้ต่อไป! ข้าจะทำให้
มนุษย์ปถุชนในสี่หมู่เกาะตงหยาง กลายเป็น
เสมือนดั่งทวีปแห่งทวยเทพ สามารถมีชีวิตอยู่ได้
อย่างปกติสุข หรือแม้กระทั่งสามารถฝึกฝนในวิถี
แห่งเต๋าได้! ”
อู่ อวี้ กัดฟันพูด พร้อมกับเผชิญหน้ากับดินแดนอัน
กว้างใหญ่แห่งนี้
คำสาบานเหล่านี้ได้ถูกสลักไว้ในใจของเขา
” ถ้ามีวันนั้นจริง ข้าก็ยินดีที่จะช่วยเจ้าอีกครั้ง! ”
จิ่วอิง รู้สึกว่า อู่ อวี้ ไม่เคยทำให้เขาผิดหวังเลย
จริง ๆ ขณะที่เขาอยู่ท่ามกลางหมู่มวลปีศาจ
มากมาย แต่กลับยากยิ่งนักที่จะได้พบเจอพี่น้อง
สหายร่วมอุดมการณ์เช่นดั่ง อู่ อวี้
พวกเขาไม่ใช่คนคร่ำครวญมัวแต่เศร้าเสียใจ ว่า
เพราะเหตุใดมนุษย์จึงมีโชคชะตาเลวร้ายน่า
อเนจอนาถเช่นนี้ พวกเขาไม่ใช่นักบุญผู้ยิ่งใหญ่ สิ่ง
เหล่านี้เขาเพียงแค่คิดและพูดอยู่ภายในใจเท่านั้น
คนทั้งสองไม่สามารถเข้าใจทุกสรรพสิ่งที่เกิดขึ้นอยู่
เบื้องหน้าได้ แม้ว่าจะประจักษ์แก่สายตาของ
ตนเองก็ตาม สำหรับเส้นทางของพวกเขา โลกของ
ผู้ฝึกตนนอกรีตมองชีวิตของมนุษย์เป็นเพียงแค่ฝุั่น
ธุลีที่มีให้พวกมันเหยียบย่างก้าวผ่าน เป็นเพียงแค่
ทรัพยากรเอาไว้ให้ฝึกฝนบำเพ็ญ มองมนุษย์ไม่ต่าง
อันใดจากสัตว์เดรัจฉาน พวกมันโหดเหี้ยม
เลือดเย็นไร้มนุษยธรรม เป็นวิถีแนวทางที่ชั่วช้า
เป็นอย่างยิ่ง ควรกวาดล้างออกไปให้สิ้นซาก!
ศัตรูของ อู่ อวี้ คือผู้ฝึกตนในวิถีมารทั้งหมด!
พวกเขาคือผู้เยาว์วัยหนุ่มสาวแสนเลือดร้อน จึงทำ
ให้ไม่สามารถช่วยอะไรได้มากนัก สำหรับตอนนี้
แม้แต่ทวีปแห่งทวยเทพก็ยังตกอยู่ในวิกฤติ
อันตราย ในสถานการณ์บีบคั้นเช่นนี้พวกเขาจะ
ช่วยชีวิตมนุษย์ได้อย่างไร! ถ้าในครั้งนี้ฝั่าย
จักรพรรดิมารสามารถเอาชนะทวีปแห่งทวยเทพ
ได้ เห็นทีว่าทวีปแห่งทวยเทพอันกว้างใหญ่ จะต้อง
มีสภาพเช่นดั่งหมู่เกาะตงหยาง มนุษย์จะต้องให้
กำเนิดทารกคนแล้วคนเล่า จากนั้นผู้ฝึกตนนอกรีต
ก็จะมารับเลือดเนื้อ และ วิญญาณ ไปใช้สำหรับ
บ่มเพาะฝึกฝน
ณ เวลานี้ สี่หมู่เกาะตงหยาง ได้ถูกครอบครองโดย
ผู้ฝึกตนนอกรีต ซึ่งอยู่ในวิถีแห่งมารอย่างสิ้นเชิง
พวกมันเสมือนดั่งสัตว์นรกที่หลุดออกมาจาก
ตำนานอย่างไม่ผิดเพี้ยน
ภาพที่แลเห็นได้ในเกาะเจ้าบูรพาแห่งนี้ ช่างน่า
เวทนาอย่างถึงที่สุด ซึ่งโดยส่วนใหญ่ล้วนมีแต่
มนุษย์ ยากที่จะได้พบเห็นผู้ฝึกตนนอกรีต ด้วย
เพราะมีกลิ่นอายฟั้าดินปกคลุมอย่างหนาแน่น จึง
สามารถแลเห็นพรรคนิกายขนาดเล็กของผู้ฝึกตน
นอกรีตได้อยู่สองสามแห่ง ซึ่งพวกมันก็มี
หลักเกณฑ์เช่นเดียวกับ นิกายกระบี่สวรรค์ พวก
มันเป็นพรรคนิกายย่อยของ ‘วังเจ้าบูรพา’ บน
เกาะเจ้าบูรพามีมนุษย์อยู่หลายหมื่นล้านคน ซึ่ง
‘วังเจ้าบูรพา’ เป็นผู้ปกครองแต่เพียงผู้เดียว
วังเจ้าบูรพาสร้างขึ้นบน ‘เกาะเจ้าบูรพา’ ซึ่งอยู่
ใกล้กับห้วงวังวนสมุทรบูรพา และ อู่ อวี้ ก็มาจาก
ทางฝังวังวนสมุทรบูรพา ฉะนั้นเพียงไม่นานเขาก็
เห็นเปั้าหมาย วังเจ้าบูรพามีขนาดค่อนข้างใหญ่
ขนาดของมันกว้างใหญ่ถึง 1 ใน 3 ของ อาณาเขต
กระบี่สามัญ มีรัศมีอันกว้างใหญ่ เป็นโลกของผู้ฝึก
ตนนอกรีตอันน่าสะพรึงกลัว เปรียบดั่งดินแดน
ต้องห้ามของมนุษย์ที่มิควรย่างกรายเข้าไป ดังนั้น
บริเวณใกล้เคียงของ เกาะเจ้าบูรพา จึงสามารถ
มองเห็นผู้ฝึกตนนอกรีตจับกลุ่มกันอยู่สองสามกลุ่ม
ซึ่งถ้าเป็นยามปกติแล้ว จะต้องมีการผู้ฝึกตนนอกรี
ตอยูในบริเวณใกล้เคียงมากกว่านี้เป็นแน่
วังเจ้าบูรพาถูกสร้างด้วยทองคำ เมื่ออยู่ภายใต้
แสงแดดสีทองเหลืองอร่ามก็เปล่งประกายสุกสดใส
เมื่อมองดูแล้วเหมือนดั่งทองคำขนาดใหญ่เติบโต
อยู่เหนือพื้นแผ่นดิน เปล่งปลั่งสุกสกาวนี้ส่องสว่าง
เจิดจ้าไปทั่วทั้งสวรรค์แลปฐพี ให้ความรู้สึก
ศักดิ์สิทธิ์อย่างหาใดเปรียบ
หากเป็นผู้ไม่รู้อิโหน่อิเหน่ คงคิดว่าสถานที่แห่งนี้
ต้องเป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์อย่างแน่แท้!
ผู้ฝึกตนนอกรีตในละแวกนี้ เป็นคนของ วังเจ้า
บูรพา ซึ่งอยู่ห่างไกลออกไป สำหรับตอนนี้ วังเจ้า
บูรพา ยังคงตั้งตระหง่านอย่างผ่อนคลาย อย่างที่
คาดเอาไว้ผู้ฝึกตนนอกรีตเหล่านี้ไม่ได้เข้าร่วมในศึก
สงครามต่อสู้ด้วย เพียงแค่เฝั้ารอข่าวคราวของผู้ที่
เดินทางไปยังทวีปแห่งทวยเทพเท่านั้น พวกมันจึง
รู้สึกมีความสุขผ่อนคลายเป็นอย่างยิ่ง
ผู้ฝึกตนนอกรีตจำนวนมาก ซึ่งกำลังเดินเข้า ๆ
ออก ๆ อยู่ภายในวังเจ้าบูรพาแห่งนี้ ส่วนใหญ่แล้ว
จะมีฝีมือไม่ค่อยสูงนัก ซึ่งจะเห็นได้ชัดว่าที่นี่ไม่ได้มี
ค่ายกลปั้องกัน เช่นดั่ง ‘ค่ายกลเซียนหมื่นมาร
สังหาร’ ในวิหารพญายม
ไม่ไกลมากนัก ผู้ฝึกตนนอกรีตมีพื้นฐานฝึกตนอยู่
ในระดับตำหนักม่วงทะเลมรกต ขั้นแรก กำลังวิ่ง
กลับมายัง วังเจ้าบูรพา อย่างรีบร้อน ซึ่ง อู่ อวี้
กำลังมองหาบุคคลที่มีฐานะสูงสักเล็กน้อย ที่พอจะ
รู้รายละเอียดเกี่ยวกับ วังเจ้าบูรพา ดังนั้นเขากับ จิ่
วอิง ก็พุ่งไปหามันผู้นั้นแล้วควบคุมคนผู้นี้เอาไว้
โดยไม่ต้องใช้ความพยายามมากนัก
อู่ อวี้ จับคนผู้นี้ด้วยวิชา ‘มังกรทรราชผนึกสวรรค์’
ส่วน จิ่วอิง ก็กางอาณาเขตผนึก เพื่อแยกพวกเขา
ออกจากโลกภายนอกอย่างสมบูรณ์ จนกระทั่งมัน
มองเห็น อู่ อวี้ กับ จิ่วอิง จึงถามขึ้นอย่างสงสัย
งงงวยขึ้นว่า ” ไฉนพี่ชายทั้งสองถึงทำกับข้าเช่นนี้
ข้าเป็นถึงคนของ วังเจ้าบูรพา ซึ่งอยู่ภายใต้บัญชา
ของ ‘จอมมารสามเขตแดน’ แล้วข้าเองก็กำลัง
ทำงานให้กับ ‘จอมมารสามเขตแดน’ อีกทั้งยามนี้
พวกท่านทั้งสองกำลังทำให้ข้าชักช้าเสียเวลายิ่ง
หากจอมมารสามเขตแดน ล่วงรู้เรื่องนี้เข้าท่าน
จะต้องมีปัญหาเป็นแน่! ”
เมื่อฟังจากคำพูดของมัน ดูเหมือนจะโอหังไม่น้อย
ทีเดียว ทั้ง ๆ ที่มันกำลังติดกับดักอยู่โดยแท้ แต่ดู
เหมือนว่ามันหาได้แลเห็น อู่ อวี้ กับ จิ่วอิง อยู่ใน
สายตาแต่อย่างใด ซึ่งเห็นได้ชัดว่ามันจะต้องมีผู้
หนุนหลังที่ไม่เลวทีเดียว
อาจด้วยเพราะมันไม่คิดว่า อู่ อวี้ กับ จิ่วอิง นั้นคือ
ผู้ฝึกตนฝั่ายธรรมะ หรือปีศาจ แต่เป็นผู้ฝึกตนนอก
รีตเช่นเดียวกับมัน
อู่ อวี้ จับจ้องไปยังร่างของมัน ทันใดนั้นเพลิง
หลอมวิญญาณจะเริ่มลุกท่วมเผาผลาญในจิต
วิญญาณของผู้ฝึกตนนอกรีต ชั่วขณะนั้นเอง มันก็
แผดเสียงกรีดร้องออกมาด้วยความเจ็บปวดรวด
ร้าว หลังจากนั้นไม่นานคนผู้นี้ก็รู้สึกหวาดกลัวพวก
เขาจากก้นบึงหัวใจ มันกรีดร้องขอความช่วยเหลือ
ด้วย พร้อมกับกล่าวขึ้นด้วยน้ำตาคลอเบ้าว่า ” ผู้
อาวุโสทั้งสองโปรดเมตตาผู้น้อยด้วย ผู้น้อยเพียง
แค่มาทำงานตามคำสั่งของ ‘จอมมารสามเขต
แดน’ เพียงเท่านั้น ไม่เช่นนั้นข้าคงต้องถูกเขาคิด
บัญชีเป็นแน่
“ ‘วิญญาณสามหมื่นดวง’ ในทุก ๆ วัน ‘จอมมาร
สามเขตแดน’ ต้องใช้วิญญาณเหล่านี้มาบ่มเพาะ
ฝึกตนเอง แม้ว่าพญามารบูรพาจะเป็นผู้ควบคุม
ที่นี่ แต่อันที่จริงแล้วมนุษย์ที่ถูกเข่นฆ่าล้วนเป็น
เชลยของ จอมมารสามเขตแดน ด้วยกันทั้งสิ้น สิ่ง
ที่ผู้อาวุโสทั้งสองก็ทำอยู่ ไม่ใช่เป็นการฝั่าฝืนกฏอยู่
เช่นนั้นหรือ? ข้าขออภัยที่จะต้องถามว่า ผู้อาวุโส
ทั้งสองเป็นใครกันแน่…”
หลังจากได้ยินเรื่องนี้ อู่ อวี้ ก็ตระหนักได้อย่าง
ชัดเจนทันทีว่าว่า คนผู้นี้ชั่วช้าต่ำทรามไร้
มนุษยธรรมอย่างแท้จริง! มันคือจอมมารสามเขต
แดนอันแสนบัดซบ! แต่เขาก็ตระหนักถึงความไร้
พลังของตนเอง เพราะเขาสามารถทำได้เพียง
พยายามปั้องกันสิ่งที่อยู่เบื้องหน้าเท่านั้น ในช่วง
เวลาที่ผ่านมามีกี่ดวงวิญญาณแล้วที่จะต้องตกตาย
ถูกสังหารโดยน้ำมือของผู้ฝึกตนนอกรีต เพื่อ
นำมาใช้บ่มเพาะในวิถีมารของพวกมัน วิถีมาร
ทั้งหมดล้วนโหดเหี้ยมกระหายโลหิต มนุษย์ทุก
ผู้คนที่อาศัยอยู่ใน สี่หมู่เกาะตงหยาง แห่งนี้ เกรง
ว่าการตกตายลงไปจะเป็นการดีกว่ามีชีวิตอยู่เสีย
อีก
” สงบสติอารมณ์ไว้ นี่ไม่ใช่เรื่องของคนเพียงผู้
เดียว แต่มันเกี่ยวข้องกับโลกของผู้ฝึกตนนอกรีต
ทั้งหมด นี่คือเรื่องจริง ” จิ่วอิง ก็รู้สึกมีโทสะอย่าง
เหลือคณาไม่แพ้กัน แต่มันก็ไม่ได้สติหลุด
เช่นเดียวกับ อู่ อวี้ ทั้งหมดก็เป็นเพราะ อู่ อวี้
เติบโตขึ้นท่ามกลางหมู่มวลมนุษย์ เขาจึงเข้าใจ
มนุษย์เป็นอย่างดี
ทุกผู้คนต่างมีความปรารถนา ความฝัน ความรู้สึก
และ มีหน้าที่ความรับผิดชอบของตนเอง ซึ่งสรรพ
สิ่งที่กล่าวอ้างมานี้หาได้เกี่ยวข้องกับความ
แข็งแกร่งแต่อย่างใด
ดวงตาของ อู่ อวี้ เสมือนราวกับว่ากำลังลุกท่วมไป
ด้วยเปลวเพลิง เขาจับจ้องไปยังผู้ฝึกตนนอกรีต
หลังจากสะกดคำจิตใจให้เย็นลงแล้ว เขาก็เปลี่ยน
หัวข้อสนทนาโดยการไต่ถามขึ้นว่า ” ข้าอยากถาม
เจ้าว่าภายในวังเจ้าบูรพา มีผู้แข็งแกร่งในระดับ
จอมมารอยู่กี่คน และ จอมมารสามเขตแดน ที่เจ้า
ว่าเมื่อครู่ มีพื้นฐานฝึกตนอยู่ในระดับใด? ”
หลังจากได้ยินคำถามนี้ ผู้ฝึกตนนอกรีตก็แสดง
ท่าทางตกตะลึงเป็นอย่างยิ่ง สีหน้าของมันดูสับสน
แปรเปลี่ยนไปมา แล้วในที่สุดก็เหมือนจะยืนยัน
อะไรบางอย่างได้ มันอุทานขึ้นว่า ” เจ้าคือผู้ฝึกตน
ในวิถีแห่งเต๋า! ”
” ตอบคำถามของข้ามา ” ภายในดวงตาของ อู่ อวี้
เปียมล้นไปด้วยแรงกดดันมหาศาล ด้วยพลังแห่ง
การกลั่นสกัดวิญญาณ ผู้ฝึกตนนอกรีตจึงรู้สึกราว
กับว่าอยู่ไม่เท่ากับตายไปเสียยังดีกว่า!
ในช่วงเวลานี้เอง จิ่วอิง ก็เริ่มท่องบทสวดแปลก ๆ
ออกมา คาดว่านี่น่าจะเป็น ‘เก้าพันธณาการคัมภีร์
นิพพาน’ หลังจากท่องไปได้ซักพัก ผู้ฝึกตนนอกรีต
ซึ่งกำลังแสดงท่าทางตื่นตระหนกอยู่ ก็แปรเปลี่ยน
กลายเป็นเฉื่อยชาไร้ชีวิตชีวา พร้อมกับตอบว่า ”
ตอนนี้ภายในวังเจ้าบูรพา มีเพียงจอมมารสามเขต
แดนอยู่เท่านั้น จอมมารสามเขตแดน เป็นผู้
อ่อนแอมากที่สุดในหมู่จอมมารทั้งหมด มันมี
พื้นฐานฝึกตนอยู่ในระดับตำหนักม่วงทะเลมรกต
ขั้นที่ 8 แลเพิ่งกลายเป็นจอมมารได้เมื่อไม่นานมา
นี้ จึงได้ถูกออกคำสั่งให้เฝั้าพิทักษ์อยู่ที่วังเจ้าบูรพา
ซึ่งเรื่องนี้ทำให้ จอมมารสามเขตแดนรู้สึกมีโทสะ
อย่างยิ่งยวด โชคยังดีที่ท่าน ‘พญามารบูรพา’ ให้
คำมั่นสัญญาว่า หลังจากโจมตีทวีปแห่งทวยเทพ
เสร็จสิ้นแล้ว จะส่งทาสมนุษย์ 200 ล้านคนให้แก่
เขา ทำให้เขาอารมณ์ดีขึ้นเล็กน้อย อย่างไรก็ตาม
จวบจนกระทั่งตอนนี้ เขาก็ยังรู้สึกว่าตนได้สูญเสีย
บางอย่างไป จึงทำให้ยังมีโทสะกราดเกรี้ยวอยู่บ้าง
เขาจึงได้ส่งข้ามายังด้านนอก เพื่อมารับวิญญาณ…
”
เก้าพันธณาการคัมภีร์นิพพาน ของ จิ่วอิง มีผลใน
การควบคุมจิตใจอย่างแท้จริง ด้วยเหตุนี้พวกเขา
จึงไม่จำต้องตรวจสอบซ้ำอีกรอบ หรือกังวลว่าผู้
ฝึกตนนอกรีตจะหลอกลวงโปั้ปดตนเองอยู่
” ค่ายกลปั้องกันของวังเจ้าบูรพาคืออะไร มันจะ
โจมตีเข้าใส่คนนอกหรือไม่? แล้วเจ้าเปิดมันได้
หรือไม่? ”
” มีค่ายกลคุ้มภัยที่ชื่อว่า ‘เก้าธาราเหลือง
เดียวดาย’ , ‘ค่ายกลแปดมารฝูซาง’ , ‘ค่ายกล
อสรพิษแปดหัว’ มีแค่ ค่ายกลอสรพิษแปดหัว
เท่านั้นที่จะโจมตีเข้าใส่คนนอก อย่างไรก็ตาม
ตราบใดที่ติดตามข้าเข้าไป โดยยืนอยู่ไม่ห่างจาก
ข้าเกิน 1 จั้ง พวกมันก็จะไม่โจมตีเข้าใส่เจ้า”
ภายใต้การควบคุมของ จิ่วอิง ผู้ฝึกตนนอกรีตก็
ค่อย ๆ คลายคำตอบออกมาอย่างละเอียด จากนั้น
อู่ อวี้ ก็ขอแผนที่ภายในวังเจ้าบูรพาจากมัน ซึ่งผู้
ฝึกตนนอกรีตคนนี้ก็มีซะด้วย อู่ อวี้ จดจำตำแหน่ง
ของสถานที่ที่คล้ายคลึงกับ ‘วิหารศาสตราเต๋า’
กับ ‘วิหารวิญญาณเซียน’
” เจ้าตั้งใจจดจำมันเช่นนี้ คิดจะขโมยสมบัติจาก
ภายนั้นใช่หรือไม่? ” จิ่วอิง ซักถาม
อู่ อวี้ กล่าวว่า ” การฉกฉวยสมบัติเป็นแค่หนึ่งใน
แผน แต่แผนการที่แท้จริงก็คือการดึงดูด จอมมาร
สามเขตแดน ให้ออกมา ถ้าเราต่อสู้กับมันในวังเจ้า
บูรพา เราจะติดข้อจำกัดมากมาย เป็นไปได้ว่ามัน
อาจใช้ค่ายกลคุ้มภัยกับพวกเรา ซึ่งจอมมารสาม
เขตแดนอาจอาศัยช่วงเวลานี้ เปิดเผยตัวตนของ
เราออกไป ข้าเกรงว่าเมื่อพญามัจจุราชลำดับที่ 8
ทราบข่าวนี้ มันอาจนำไปแจ้งแก่วิหารพญายม ซึ่ง
แผนการของเราก็จะล้มเหลว ด้วยเหตุนี้เราจึง
จำเป็นต้องรอมันออกมา จากนั้นก็พาไปยังดินแดน
ที่รกร้างไร้ซึ่งผู้คน แล้วจัดการให้เรียบร้อย หากฉก
ฉวยสมบัติออกจากที่แห่งนั้น จอมมารสามเขต
แดน จะต้องกังวลว่าหลังจากที่พญามารบูรพา
กลับมาแล้วจะลงโทษมัน ข้ารับรองว่ามันจะต้องไล่
ล่าติดตามพวกเราออกมา อีกทั้งยังไม่กล้ารายงาน
เรื่องนี้ ด้วยเพราะกลัวว่าจะถูกลงโทษ ซึ่งมันเป็น
โอกาสดีที่สุดของเราที่จะจัดการมัน ”
” แผนการของเจ้ารอบคอบจริง ๆ ” จิ่วอิง อดชื่น
ชนเขาอย่างช่วยไม่ได้ เนื่องจากตัวมันคิดแค่เพียง
ว่า จะเข้าไปด้านในแล้วจัดการกับ จอมมารสาม
เขตแดน เท่านั้น
พวกเขาตระหนักดีอย่างชัดเจนว่า ถึงแม้อีกฝั่ายจะ
พึ่งจะได้เป็นระดับจอมมาร แต่มันก็มีพื้นฐานฝึกตน
อยู่ในระดับตำหนักม่วงทะเลมรกตขั้นที่ 8 ด้วยเหตุ
นั้น มันย่อมมีมหาวิถีเชื่อมสวรรค์ถึง4วิชา อีกทั้ง
มันยังอยู่ในระดับเดียวกับจอมกระบี่แห่งซูซัน ซึ่งนี่
ก็ไม่ใช่แผนการที่ดีเท่าใดนัก แต่เพื่อบรรลุ
เปั้าหมาย พวกเขาก็จำเป็นต้องเสี่ยง ไม่เช่นนั้น
อย่าว่าแต่จะกล่าวถึงการกำจัดจักรพรรดิมาร หาก
ไม่มี จอมมารสามเขตแดน ซึ่งเป็นตัวเลือกที่ดีที่สุด
เป็นผู้นำทางเข้าสู่วิหารพญายม แล้วใครจะพา
พวกเขาเข้าไปเล่า?
ซึ่งในท้ายที่สุดแล้ว อู่ อวี้ ก็เค้นถามมันอีกหลาย
คำถาม โดยเฉพาะความสามารถของจอมมารสาม
เขตแดน หลังจากได้รับทราบข้อมูลรวม
สถานการณ์โดยรวมจนครบแล้ว เขาก็ยังไม่ได้
รีบเร่งสังหารผู้ฝึกตนนอกรีตผู้นี้ เพราะอย่างไรใน
ท้ายสุดแล้ว มันก็เป็นผู้นำพา พวกเขาพวกเขาเข้า
ไปด้านในวัง
” เริ่มกันเลยไหม? ” จิ่วอิง ถาม
“ดี!”
จิ่วอิง ยังคงใช้ ‘เก้าพันธณาการคัมภีร์นิพพาน’
ควบคุมบุคคลผู้นี้อย่างสิ้นเชิง ดูเหมือนว่าผู้ฝึกตน
นอกรีตจะฟืนคืนสติกลับมาบางส่วน ถึงแม้ว่ามัน
จะถูก จิ่วอิง ควบคุมอยู่ แต่การแสดงออกของมันก็
แทบจะเหมือนกับปกติดั่งเช่นก่อนหน้านี้ ส่วน อู่
อวี้ กับ จิ่วอิง ก็ปลอมตัวเป็นผู้ติดตามของผู้ฝึกตน
นอกรีต จากนั้นคนทั้งสามก็มุ่งหน้าเข้าสู่วังเจ้า
บูรพา!
วังเจ้าบูรพามีขนาดกว้างใหญ่ไพศาลเป็นอย่างยิ่ง
แต่มีประตูทางเข้าเพียงประตูเดียวเท่านั้น ซึ่งถ้า
หากเดินผ่านเข้าสู่ประตูทางเข้านี้ มันจะไม่กระตุ้น
ค่ายกลคุ้มภัยให้ทำงาน แน่นอนว่ามีผู้ฝึกตนนอก
รีตคอยเฝั้าพิทักษ์ประตูอยู่ แต่เนื่องจากว่าพวกมัน
ส่วนใหญ่เดินทางมุ่งหน้าไปยังทวีปแห่งทวยเทพ
ดังนั้นผู้ฝึกตนนอกรีตซึ่งทำหน้าที่คอยเฝั้าพิทักษ์
จึงไม่ได้รู้สึกเต็มใจหรือยินดีเท่าใดนัก พวกมัน
รวมตัวกันอยู่สามสามกลุ่ม แต่เมื่อ อู่ อวี้ กับ จิ่วอิง
ซึ่งกำลังควบคุมผู้ฝึกตนนอกรีตเดินทางกลับมา
พวกมันก็สอดส่องสายตามองมายังพวกเขา แต่
เนื่องจากความแข็งแกร่งของพวกมันต่ำกว่า
อาณาจักรตำหนักม่วงทะเลมรกต ดังนั้นจึงไม่มี
ผู้ใดถามซักไซ้ว่าทำไมพวกเขาสองคนถึงตามมา
ด้วย ด้วยเหตุนี้คนทั้ง 3 จึงเข้าไปภายในวังเจ้า
บูรพาได้อย่างราบรื่น!
หลังจากผ่านทางเดินทอดยาว พวกเขาก็ผ่านค่าย
กลคุ้มภัยเข้าสู่ วังเจ้าบูรพา
วังเจ้าบูรพา ค่อนข้างคล้ายคลึงกับ นครจักรพรรดิ
เพลิง ซึ่งเป็นเมืองขนาดใหญ่ เดิมทีแล้วจะมีผู้ฝึก
ตนนอกรีตอยู่กันอย่างแออัดหนาแน่น และมีขนาด
ถึง 1 ใน 3 ของอาณาเขตกระบี่สามัญ ทว่า
ปัจจุบันเหลือผู้ฝึกตนนอกรีตอยู่เพียงน้อยนิด
เหลืออยู่ไม่ถึง 10,000 คนเลยด้วยซ้ำ ฉะนั้น
หลังจากที่พวกเขาทั้งสองเข้ามา จึงเห็นจำนวน
ของพวกมันค่อนข้างบางตา ไม่มีผู้ใดมาแสดงตัว
ขัดขวางหรือสกัดกั้นพวกเขาทั้งสอง จากนั้นคนทั้ง
3 ก็รีบมุ่งหน้าไปยังตำแหน่งของ วิหารศาสตรา
เต๋า ที่ทำเครื่องหมายเอาไว้ในแผนที่
ห้องโถงนี้เป็นคลังเก็บศาสตราวุธของวังเจ้าบูรพา
ซึ่งเป็นสถานที่แลกเปลี่ยนของเหล่าผู้ฝึกตนนอกรีต
ไม่ได้ถูกแยกออกไปอยู่ในแต่ละวิหารเช่นดั่ง นิกาย
เซียนซูซัน แต่สมบัติมากมายนั้นถูกรวบรวมอยู่
ที่นี่!
………………………………………………..
(´▽`).。o♡ เพลิน
กลืนสวรรค์สะท้านทวยเทพ