กลืนสวรรค์สะท้านทวยเทพ - ตอนที่ 485 : เกาพันธณาการคัมภีรนิพพาน
วิหารศาสตราเต๋าในวังเจ้าบูรพา เป็นสถานที่ให้
สาวกระดับสามัญ ไปจนถึงระดับผู้อาวุโส
แลกเปลี่ยนศาสตราเต๋า
แน่นอนว่า ศาสตราเต๋าที่ระดับจอมมารใช้ ที่แห่งนี้
ย่อมไม่มี สำหรับวังเจ้าบูรพาแล้ว ศาสตราสถิต
วิญญาณที่จอมมารใช้ ล้วนเป็นสมบัติวิเศษทั้งสิ้น
อู่ อวี้ ไม่ได้สนใจสมบัติวิเศษที่อยู่ในแผนที่นี้ สิ่ง
สำคัญที่สุดคือการปล่อยให้ ‘ จอมมารสามเขตแดน
‘ ติดตามไล่ล่าตนเอง โดยมิให้ตัวตนของพวกเขา
ถูกเปิดเผยออกไป
เนื่องจากผู้ฝึกตนนอกรีตส่วนใหญ่ มุ่งหน้าไปยัง
ทวีปแห่งทวยเทพ ส่งผลให้ วิหารศาสตราเต๋า ไม่
ค่อยพลุกพล่านอย่างที่เคยมากนัก ซึ่งในยามนี้ไม่มี
ผู้ฝึกตนนอกรีตคนใดที่สามารถหยุดยั้ง อู่ อวี้ ได้
แน่นอนผู้นำทางในครั้งนี้ก็คือ ผู้ฝึกตนนอกรีตที่ถูก
อู่ อวี้ กับ จิ่วอิง ควบคุมในตอนแรก ซึ่งบัดนี้มันได้
พาพวกเขาทั้งสองมุ่งเข้าสู่ วิหารศาสตราเต๋า
โดยตรง
หลังจากเข้ามาแล้ว ก็ไม่มีผู้ใดสามารถหยุดพวก
เขาได้อีกต่อไป ศาสตราที่อยู่เบื้องหน้าดูเรียบง่าย
ไม่ซับซ้อน ซึ่งเป็นเพียงแค่ศาสตราเต๋าเชื่อมจิต
ฉะนั้น จิ่วอิง จึงควบคุมให้ผู้ฝึกตนนอกรีตนำเขา
เข้าไปยังส่วนลึก พวกเขาเคลื่อนตัวไปด้วย
ความเร็วสูง เพียงแค่ช่วงเวลาสั้น ๆ พวกเขาก็
มาถึงอาณาเขตของศาสตราสถิตวิญญาณ
หลังจากมาถึงตรงนี้ อู่ อวี้ ก็มิได้ยั้งมือไว้อีกต่อไป
เขารีบจัดการผู้ฝึกตนนอกรีตระดับ ตำหนักม่วง
ทะเลมรกต สองคนที่ทำหน้าที่เฝั้ายามอยู่ที่นี่
จากนั้นก็ลงมือฉกฉวยศาสตราสถิตวิญญาณ
เหล่านี้ทันที
นอกจากนี้ศาสตราเต๋าสถิตวิญญาณแต่ละชิ้น ยังมี
ค่ายกลปั้องกันเอาไว้ ในขณะที่ อู่ อวี้ ได้ฉกฉวย
พวกมัน สัญญาณแจ้งเตือนก็ดังขึ้นในทันที ครู่
ต่อมาทั่วทั้งวิหารศาสตราเต๋าก็กึกก้องไปด้วยเสียง
คำราม!
เมื่อสัญญาณแจ้งเตือนดังขึ้น อู่ อวี้ ก็รีบเรียกร่าง
อวตารออกมานับพันในทันที ร่างหนึ่งทำลายค่าย
กลปั้องกัน หลังจากนั้นก็ฉกศาสตราสถิตวิญญาณ
มาเกือบสองพันชิ้น ศาสตราสถิตวิญญาณชั้นเลิศ
ซึ่งอยู่ในวิหารศาสตราเต๋าถูกฉกฉวยออกไปอย่าง
รวดเร็วจนแทบเกลี้ยง
“ไปเร็ว!”
เห็นได้ชัดว่า ตำแหน่งของพวกเขาได้ถูกเปิดเผย
เป็นที่เรียบร้อยแล้ว แต่เปั้าหมายของพวกเขาก็
สำเร็จลุล่วงแล้วเช่นเดียวกัน ในขณะนี้คนทั้งสอง
จึงรีบเร่งออกไป มีผู้ฝึกตนนอกรีตจำนวนมากมา
ขัดขวางตลอดเส้นทาง แต่พวกมันยังคงอยู่ใน
อาการสับสนด้วยไม่รู้สถานะตัวตนที่แท้จริงของ อู่
อวี้ กับ จิ่วอิง ว่าพวกเขาทั้งสองหาใช่ผู้ฝึกตนนอก
รีต
ด้วยเพราะพวกมันสมัครใจที่จะอยู่ที่นี่ ไม่ได้ไป
สนับสนุนที่ทวีปแห่งทวยเทพ ฉะนั้น อู่ อวี้ จึงไม่
จำเป็นต้องเอาชีวิตของพวกมัน แต่เขาก็โจมตีเข้า
ใส่พวกมันโดยตรงทันที ซึ่งช่วยประหยัดเวลาเป็น
อย่างยิ่ง!
ในขณะที่เขารีบเร่งออกจาก วิหารศาสตราเต๋า
ทันใดนั้นก็บังเกิดเสียงคำรามแผดร้องดังขึ้น เสียง
นั้นดังขึ้นซ้ำไปซ้ำมา เสมือนกับว่าคนทั้งสามพูด
ขึ้นอย่างพร้อมเพรียง สิ่งที่น่าแปลกใจก็คือโทน
เสียงของทั้งสามคนนี้ ช่างเหมือนกันทุกประการ!
” หัวขโมยอยู่ที่ใดกันแน่!? ช่างหาญกล้ามากระตุก
หนวดเสือ มาขโมยสิ่งของในวังเจ้าบูรพาเช่นนี้! ไม่
เห็นข้า ‘จอมมารสามเขตแดน’ อยู่ในสายตาบ้าง
หรือไร!? หากพญามารบูรพากลับมาแล้วก็ เจ้า
จะต้องตายโดยไร้แผ่นดินกลบฝัง! ”
ในขณะที่พวกเขาวิ่งออกมายังด้านนอกอัน
กว้างขวาง ทันใดนั้นเองผืนพสุธาก็บังเกิดการ
สั่นสะเทือนอย่างรุนแรง ฉับพลันชายร่างใหญ่
กำยำผู้หนึ่งก็ปรากฏกายอยู่เบื้องหน้าของ อู่ อวี้
กับ จิ่วอิง ท่อนบนอันล่ำสันกำยำของชายผู้นี้
เปลือยเปล่าไร้ซึ่งเสื้อคลุมสวมใส่ ทั่วทั้งร่างรอย
โลหิตดูน่าเกลียดน่ากลัวเป็นอย่างยิ่ง สิ่งที่ชวน
ดึงดูดมากที่สุดของชายชราผู้นี้ก็คือ นอกจากศีรษะ
ที่ตั้งตรงจากลำคอ บนบ่าไหล่แต่ละข้างของมันก็
ยังมีศรีษะขนาดเล็กตั้งอยู่ บนศีรษะขนาดเล็กมีหู
ตาจมูกปากอยู่จนครบ ซึ่งไม่ต่างจากศีรษะที่อยู่
ตรงกลางเลยแม้แต่น้อย!
รูปลักษณ์ของมันดูแปลกประหลาดเป็นอย่างมาก
ไม่น่าแปลกใจเลยว่าเหตุใดมันถึงมีฉายาว่า ‘ จอม
มารสามเขตแดน ‘
เสินคงนั้นมี 4 แขน ว่าแปลกประหลาดแล้ว แต่ ‘
จอมมารสามเขตแดน ‘ ที่มีสามเศียรนั้นแปลก
ประหลาดยิ่งกว่า! ด้วยการมีรูปลักษณ์อันแปลก
ประหลาดนี้ไม่ได้หมายความว่า จอมมารสามเขต
แดน มิใช่มนุษย์ เพราะอันที่จริงแล้วมันก็คือมนุษย์
มันคือผู้ฝึกตนนอกรีต ซึ่งมีวิธีทางการบ่มเพาะฝึก
ตนในแบบที่เรียกว่าละเมิดกฎสวรรค์ ซึ่งบ่อยครั้ง
ทารกต้องถือกำเนิดมาพิกลพิการ ยิ่งวิธีการฝึกตน
บ่มเพาะโหดเหี้ยมอำมหิตมากเท่าไหร่ โอกาส
เป็นไปได้ก็จะเพิ่มสูงขึ้นเท่านั้น ราวกับว่ามันได้ถูก
ลงโทษจากสวรรค์
ทารกแรกเกิดต้องถือกำเนิดออกมาสภาพเช่น ช่าง
โชคร้ายเสียยิ่งนัก แต่ถึงกระนั้นเด็กพิการบางคนที่
ถือกำเนิดขึ้นมา ก็มีพรสวรรค์ที่น่าสะพรึงกลัวเป็น
อย่างมาก ราวกับว่าถือกำเนิดมาเพื่อกระทำชั่ว
ความก้าวหน้าของพวกมันเหล่านี้ก็ใหญ่หลวงเป็น
อย่ายยิ่ง ตัวอย่างเช่น เสินคง แล้วอีกคนหนึ่งคือ
จอมมารสามเขตแดน ซึ่งเป็นดังที่กล่าวมาใน
ข้างต้นทั้งหมด
การที่มันมีสามเศียรเช่นนี้ คาดว่ามันน่าจะมีพลังที่
น่าสะพรึงกลัวเป็นอย่างยิ่งแน่นอน
อย่างไรก็ตาม อู่ อวี้ ไม่ได้ตั้งใจจะต่อสู้กับมัน เขา
ดึงร่างของ จิ่วอิง ด้วยข้อมือข้างหนึ่ง จากนั้นก็
จับร่างของผู้ฝึกตนนอกรีตที่ถูกควบคุมไว้ด้วยมือ
อีกข้างหนึ่ง พร้อมทั้งใช้ออกด้วยวิชากระบี่บินพุ่ง
ทะยานออกไปด้วยเคล็ดก้าวเทวะ!
เมื่อ จอมมารสามเขตแดน เห็นว่า อู่ อวี้ มีพื้นฐาน
ฝึกตนอยู่ในระดับตำหนักม่วงทะเลมรกต ขั้นที่ 2
เพียงเท่านั้น มันก็หาได้สนใจเขาอีกต่อไป แต่มันก็
ไม่ทราบว่ามีศาสตราสถิตวิญญาณจำนวนเท่าใดที่
ถูกฉกฉวยออกไป ทันใดนั้นเอง อู่ อวี้ ก็แสดงให้
เห็นถึงความเร็วอันน่าสะพรึงกลัว พุ่งกระโจนข้าม
ผ่านศีรษะของ จอมมารสามเขตแดน อย่างไม่ทัน
ได้ตั้งตัว เนื่องจากไม่มีผู้ใดหยุดยั้ง พวกเขาจึง
ทะลวงฝั่าค่ายกลคุ้มภัย พุ่งทะยานออกไปในชั่ว
พริบตา
ในช่วงเวลานั้นเอง จอมมารสามเขตแดน ตื่นตัว
ขึ้นพร้อมกับร้องอุทานแล้วกล่าวว่า ” คนผู้นี้เร็ว
มาก พื้นฐานฝึกตนอันต่ำต้อยของมัน จะมี
ความเร็วระดับนี้ได้อย่างไรกัน!? ”
ในเวลาเดียวกันนั้น ผู้ฝึกตนนอกรีตทั้งหมดใน
วิหารศาสตราเต๋า ต่างอยู่ในอาการอึ้งตะลึงสีหน้า
ซีดเผือดจับจ้องไปยัง จอมมารสามเขตแดน
จากนั้นพวกมันก็คุกเข่าลงทันที พร้อมทั้งแผดเสียง
ตะโกนกรีดร้องขึ้นอย่างรวดเร็วว่า ” ท่านจอมมาร!
พวกเราผิดไปแล้ว! ชายสองคนนี้ขโมยศาสตรา
สถิตวิญญาณไปจนเกือบหมด! สมบัติวิเศษของเรา
ถูกปล้นไปจนเกลี้ยง! ”
” อะไรนะ! ” จอมมารสามเขตแดน ร้องอุทานขึ้น
อย่างตื่นตระหนกตกใจ ศีรษะทั้ง 3 ของมันร้อง
ตะโกนขึ้นอย่างพร้อมเพรียงกัน
มันรู้สึกเกียจคร้านที่จะไล่ตาม ด้วยเพราะมันคิดว่า
เรื่องนี้เป็นแค่เรื่องเล็กน้อยเพียงเท่านั้น โจร
กระจอกหยิบฉวยขโมยสิ่งของเล็ก ๆ น้อย ๆ
ออกไป แต่มันไม่คาดหวังว่าเจ้าโจรผู้นี้จะขโมย
สมบัติออกไปจนเกลี้ยงคลัง! นี่เป็นความ
รับผิดชอบอันใหญ่หลวง! ซึ่งถ้าหาก พญามาร
บูรพา กลับมาแล้วรู้เรื่องนี้เข้าก็ไม่รู้ว่าจะมีอันใด
เกิดขึ้นบ้าง จอมมารสามเขตแดน เกรงว่าตัวเอง
จะไม่สามารถตกตายได้อย่างสบาย ๆ เป็นแน่ มัน
จะต้องตกตายด้วยความทรมานอย่างที่สุด! เมื่อ
คิดถึงเรื่องนี้ จอมมารสามเขตแดน บังเกิด
หวาดกลัวจนร่างสั่นเทา มันส่งเสียงกรีดร้องแล้ว
รีบไล่ล่าติดตามพวกเขาไปอย่างรวดเร็ว!
” พวกเจ้าทุกคนจงคงอยู่ใน วังเจ้าบูรพา! ไม่ว่า
หน้าไหนก็ห้ามออกมาแม้แต่เพียงก้าว จงรอ
จนกว่าข้าจะกลับมา ถ้าข้ารู้ว่าผู้ใดละเมิดคำสั่งนี้
มันผู้นั้นจะต้องตกตายอย่างไรที่กลบฝัง! ”
ในขณะที่มันออกคำสั่งอยู่นั้น มันก็ออกจาก วังเจ้า
บูรพา แล้วไล่ล่าติดตามพวกเขาไป
แน่นอนว่ามันจะต้องแจ้งเตือนทุกผู้คน ไม่เช่นนั้น
อาจจะมีปัญหาเกิดขึ้นอีกเมื่อมันกลับมา ในกรณีนี้
ถ้าหากมันไม่สามารถไล่ล่าตามจับพวกเขาได้ทัน
มันก็ยังสามารถหลบหนีความผิดเพื่อเอาตัวรอดไป
ได้
หลังจาก อู่ อวี้ ฝั่าออกมาได้แล้ว เขาก็ชะลอ
ความเร็วลงเพื่อรอฝังตรงข้าม เมื่อแลเห็นฝั่ายตรง
ข้ามทะยานติดตามมาออกมาแค่คนเดียว เขาก็เร่ง
ความเร็วขึ้นทันที พร้อมกับทิ้งผู้ฝึกตนนอกรีตที่
ควบคุมไว้ออกไป หลังจากนั้นก็ใช้กระบี่บินพุ่ง
ทะยานออกไปด้วยเคล็ดก้าวเทวะ อันที่จริงแล้ว
หากเขาต้องการจะหลบหนี ฝั่ายตรงข้ามก็ไม่
สามารถไล่ติดตามเขามาได้
อย่างไรก็ตามเขาจงใจชะลอความเร็วลง เพื่อให้
ฝั่ายตรงข้ามไล่ติดตาม มาเบื้องหลังตนเองได้ทัน
“ เจ้าไม่ใช่ผู้ฝึกตนนอกรีต แต่เป็นผู้ฝึกตนในวิถี
แห่งเต๋า! เจ้าคือผู้ฝึกตนกระบี่แห่งซูซัน! ” จอม
มารสามเขตแดน ไล่ล่าติดตามเบื้องหลัง อู่ อวี้ มา
เมื่อเห็น อู่ อวี้ ใช้เคล็ดกระบี่จักรพรรดิ มันก็จดจำ
ได้ในทันที
อู่ อวี้ หาได้สนใจมันแม้แต่น้อย
เขาใช้เคล็ดกระบี่บิน มุ่งหน้าตรงไปยังริมชายหาด
ซึ่งเป็นสถานที่ที่เหมาะสมสำหรับการต่อสู้ อีกทั้ง
ยังเป็นสถานที่เหมาะสมให้ จิ่วอิง ใช้พลังอิทธิฤทธิ์
อีกด้วย
จอมมารสามเขตแดน ไล่ติดตามเขามาพร้อมกับ
ก่นด่าสาปแช่งอยู่เบื้องหลัง!
” เจ้าผู้ฝึกตนในวิถีแห่งเต๋า ช่างกล้าหาญชาญชัย
เป็นอย่างยิ่ง! ข้ากำลังรอให้ผู้ฝึกตนนอกรีตบดขยี้
ทำลาย นิกายเซียนซูซัน ของเจ้า แต่เจ้ากลับ
หาญกล้าเหยียบย่างเข้ามาในสี่หมู่เกาะตงหยาง!
มันก็แค่การรนหาที่ตายเท่านั้น! ทั้งยังบังอาจขโมย
ของจากวังเจ้าบูรพาของเราไปอีก!”
“เจ้าเชื่อหรือไม่? ข้าจะจับเจ้าทรมานโดยวิธีที่เจ้า
ไม่เคยคาดคิดมาก่อน จนเจ้าต้องรู้สึกว่าตกตายไป
เสียยังดีกว่า! ”
เมื่อแลเห็น อู่ อวี้ อยู่ในวัยหนุ่มสาว มันก็พยายาม
กล่าวข่มขู่กดดันอย่างต่อเนื่อง
อย่างไรก็ตาม อู่ อวี้ หาได้สนใจมันแม้แต่น้อย
จากนั้นก็เร่งความเร็วขึ้นแทน จนกระทั่ง จอมมาร
สามเขตแดน หอบหายใจอย่างหนักหน่วงจากการ
ไล่ล่า
การเดินทางมายังริมชายหาดนี้ เขาใช้ความ
แข็งแกร่งไปแค่บางส่วนเท่านั้น ซึ่งแน่นอนว่ามัน
มิใช่ปัญหาใด
หลังจากนั้นไม่นาน ในที่สุดเขาก็แลเห็นมหาสมุทร
โดยมิได้เลยวาจาใด ๆ อู่ อวี้ ก็บินทะยานลงไป
ทันที
” ผู้ที่มาจากทวีปแห่งทวยเทพ จะมีความเร็วในใต้
มหาสมุทร ไปมากกว่าข้าผู้ฝึกตนนอกรีตได้ยังไง
เล่า? ”
จอมมารสามเขตแดน อดหัวเราะอย่างช่วยไม่ได้
จากนั้นมันก็ไม่ติดตามเขาลงสู่ห้วงมหาสมุทรทันที
อู่ อวี้ ยังคงดำดิ่งลึกลงไปเรื่อย ๆ จนกระทั่งลงไป
ถึงห้วงสมุทรลึก ซึ่งถือได้ว่าเป็นจุดที่เคลื่อนไหวได้
อย่างยากลำบากยิ่ง จากนั้น อู่ อวี้ ก็หยุดหนี จน
จอมมารสามเขตแดน เกือบจะกระแทกเข้าใส่ร่าง
ของเขา
” เจ้าพาข้ามาที่นี่ ? ” จอมมารสามเขตแดน มอง
ไปรอบ ๆ การที่มันมี 3 หัวเช่นนี้ เห็นได้ชัดว่ามัน
ย่อมไม่ใช่คนโง่
ในช่วงเวลานี้เอง จิ่วอิง ก็เคลื่อนตัวมาอยู่
เบื้องหลังของมัน
” เจ้า… เป็นปีศาจเช่นนั้นหรือ?”
จอมมารสามเขตแดน รู้ได้ในทันที
” เจ้าผู้ฝึกตนนอกรีต ได้บุกรุกดินแดนซึ่งเป็น
เสมือนดั่งบ้านของข้า หากอยู่ภายในทวีปแห่งทวย
เทพข้าก็ไม่สามารถช่วยอะไรได้มากนัก ดังนั้นข้า
จึงมุ่งหน้ามาที่รากฐานของพวกเจ้า เพี่อบดขยี้
ทำลายสถานที่สำคัญของพวกเจ้าเช่นเดียวกัน!” อู่
อวี้ ขบเขี้ยวเคี้ยวฟัน พร้อมกับกล่าวขึ้น
อันที่จริงแล้วเรื่องนี้ทำให้ฝั่ายตรงข้ามรู้สึกสับสน
อยู่ไม่น้อยเลยทีเดียว เนื่องจากว่าพวกเขาไม่
สามารถปล่อยให้คู่ต่อสู้รู้ถึงเปั้าหมายที่แท้จริงของ
พวกเขาได้ ไม่เช่นนั้นหากมันเอาเรื่องนี้ไปแจ้งกับ
วิหารพญายม แผนการของพวกเขาก็จะล้มเหลว
ซึ่ง อู่ อวี้ ไม่มีทางหยุดยั้งมันไม่ให้ส่งยันต์สื่อสารได้
อย่างแน่นอน
” ฮ่าฮ่า แค่ตัวตนอันเล็กจ้อยอย่างพวกเจ้าสองคน
กลับคิดที่จะสังหารข้า? ปีศาจจากทวีปแห่งทวย
เทพ กับ ผู้ฝึกตนกระบี่แห่งซูซันร่วมมือกัน ช่าง
เป็นเรื่องแปลกประหลาดยิ่งนัก”
จอมมารสามเขตแดน เปล่งเสียงหัวเราะ
แน่นอนว่ามันยังคงไม่ทราบถึงตัวตนที่แท้จริงของ
อู่ อวี้
ในช่วงเวลานี้เอง อู่ อวี้ กับ จิ่วอิง ต่างมองหน้า
แลกเปลี่ยนสัญญาณให้แก่กัน จากนั้นพวกเขาก็ลง
มือโจมตีทันที มันคือความเข้าใจที่คนทั้งสองไม่
จำเป็นต้องเอื้อนเอ่ยวาจาใด ๆ !
พวกเขาต่างใช้เคล็ดวิชาที่เคยโจมตีใส่ เสินคง
ออกมาอย่างพร้อมเพียง!
ไม่ต้องสงสัยเลยว่า จอมมารสามเขตแดน ที่พึ่งไต่
เต้าขึ้นมาถึงระดับจอมมารนั้น มิได้มีอัจฉริยภาพ
อยู่ในระดับเดียวกับจอมมารอย่างเสินคง! ดังนั้น
เมื่อ อู่ อวี้ กับ จิ่วอิง สอดประสานร่วมมือกันโจมตี
พวกเขาจึงรู้สึกมั่นใจอย่างยิ่งยวด!
ระหว่างที่ จอมมารสามเขตแดน กำลังหัวเราะ อู่
อวี้ ก็แปรเปลี่ยนกลายเป็นร่างจำแลงเซียนวานร
พร้อมทั้งปลดปล่อยร่างอวตารออกมาอีกนับพัน
เพียงชั่วพริบตาร่างอวตารนับพันก็ห้อมล้อมร่าง
ของ จอมมารสามเขตแดน ไว้ ภาพนี้ทำให้จอม
มาร สามเขตแดนรู้สึกตกตะลึงอย่างยิ่ง อย่างไรก็
ตามความตกตะลึงที่ อู่ อวี้ สร้างให้แก่มันยังไม่ได้
หยุดอยู่แค่นี้!
“สกัดวิญญาณ!”
ในช่วงเวลานี้ อู่ อวี้ ร่างจริงได้ใช้ เคล็ดสกัด
วิญญาณ จ้องตรงไปยัง จอมมารสามเขตแดน!
ชั่วขณะเดียวกันนั้นเองร่างอวตารนับพัน ก็โจมตี
เข้าใส่มันอย่างพร้อมเพรียงด้วย ‘เคล็ดผนึกอสูร
เขย่าวิญญาณ’ !
ทั้งหมดคือการโจมตีทางจิตวิญญาณ!
พลังในการแผดเผาสกัดวิญญาณของเนตรเพลิงนี้
แม้แต่เสินคง ยังถูกถูกแผดเผาจิตวิญญาณจน
เจ็บปวดอย่างสุดแสนสาหัส จนกระทั่งมันทำได้
เพียงเคลื่อนย้ายวิญญาณไปยัง สี่จัตุรัสวิญญาณ
พญามาร เท่านั้น คงไม่ต้องกล่าวถึง จอมมารสาม
เขตแดน ที่ฝีมืออ่อนด้อยกว่า!
ตูมมมมม!
ทันใดนั้นจิตวิญญาณของ จอมมารสามเขตแดน ก็
ถูกแผดเผา!
“อะไรกัน!” จอมมารสามเขตแดน ตื่นตะลึงอย่าง
สุดขีด มันจ้องมอง อู่ อวี้ ขณะที่วิญญาณของมัน
กำลังเจ็บปวดอย่างที่สุดแสน ในเวลานี้ท่ามกลาง
ความคลุมเครือ ความคิดทุกอย่างก็ประดังพรั่งพรู
เข้ามา มันก็เริ่มคาดเดาได้ว่า อู่ อวี้ คือใคร!
อย่างไรก็ตามในช่วงเวลาต่อมา มันก็รู้สึกเจ็บปวด
อย่างสุดจะบรรยาย ราวกับว่ามีสัตว์ร้ายหลายพัน
ตัวกำลังฉีกกระชากร่างกายของมัน บัดนี้ร่างของ
มันราวกับกำลังจมอยู่ในห้วงแห่งความตาย ถึงแม้
กายเนื้อของมันยังคงอยู่ในสภาพดีอยู่ ทว่าจิต
วิญญาณของมันกำลังเผชิญกับหายนะ กำลังถูก
บดขยี้ทำลายจนแทบจะระเบิดออกมาเป็นเสี่ยง ๆ
กล่าวได้ว่าในเวลานี้มันกำลังจมดิ่งสู่ห้วงแห่งความ
ว่างเปล่า!
ในชั่วขณะเดียวกันนั่นเอง จิ่วอิง ก็กลายเป็นร่าง
เป็นปีศาจ หัวขนาดใหญ่ทั้ง 9 ได้รายล้อมร่างของ
จอมมารสามเขตแดน ไว้ตรงจุดกึ่งกลาง ทันใด
นั้นเองปากของทั้งเก้าหัวก็ขยับขึ้นพร้อมกัน เขา
กำลังท่องสัจจคาถา ‘เก้าพันธณาการคัมภีร์
นิพพาน’!
นี่เป็นครั้งแรกของ จอมมารสามเขตแดน เลยก็ว่า
ได้ ที่ได้พบเห็นคนที่มีศรีษะมากกว่ามัน!
ใบหน้าของมันซีดเผือดลงในทันที!
“อู่ อวี้ กับ จิ่วอิง !”
ในที่สุดมันก็เข้าใจว่า บุรุษหนุ่มผู้นี้คือคนหนุ่มที่มี
อิทธิพลแห่งยุคสมัย ผู้มีชื่อเสียงเลื่องลือกระฉ่อน
ไปทั่วทั้งทวีปแห่งทวยเทพ! ข่าวคราว
ความสัมพันธ์ฉันสหายระหว่าง อู่ อวี้ กับ จิ่วอิง
อีกทั้งยังเรื่องรักคาวสวาทกับ หนานกง เหว่ย
แพร่กระจายขยายเป็นวงกว้าง!
ในคราแรก มันไม่ได้ฉุกคิดเรื่องนี้อย่างสิ้นเชิง!
เมื่อ เก้าพันธณาการคัมภีร์นิพพาน สำแดงผล จิต
วิญญาณของมันก็ค่อย ๆ อ่อนแอเปราะบางลง
เรื่อย ๆ อันที่จริงมันเหลือโอกาสเพียงน้อยนิด
เท่านั้น
ด้วยฤทธิ์เดชของบทสวดคาถาจากคัมภีร์ แม้แต่ อู่
อวี้ ก็ยังรู้สึกหวาดกลัว!
………………………………………………..
(´▽`).。o♡ เพลิน
กลืนสวรรค์สะท้านทวยเทพ