กลืนสวรรค์สะท้านทวยเทพ - ตอนที่ 486 : เสามังกรสมุทรคลั่ง
กลั่นวิญญาณและเคล็ดผนึกอสูรเขย่าวิญญาณของ
ร่างอวตารทั้ง 1,000 คือมหาวิถีเชื่อมสวรรค์ที่ อู่
อวี้ สามารถใช้ในเวลาเดียวกัน!
เนตรเพลิง และ ร่างอวตารนอกวิถี
นี่เป็นมหาวิถีที่มาจาก ฉีเทียน ต้าเซิ่ง ซึ่งเป็นมหา
วิถีที่แข็งแกร่งที่สุดของ อู่ อวี้ ในยามนี้แล้ว บัดนี้
จอมมารสามเขตแดน ที่กำลังจ้องมองมาด้วย
สายตาอันดูถูกดูแคลน ได้ถูกการโจมตีจากพลัง
อิทธิฤทธิ์ทั้ง 2 วิชานี้เข้าไปจังๆโดยมิอาจหลบ
เลี่ยงได้
ในหัวของมันเต็มไปด้วยความว่างเปล่า ตกอยู่ใน
ความโกลาหล ถูกวิชากลั่นวิญญาณโจมตีเข้าไปยัง
จิตวิญญาณโดยตรง ส่วนจิ่วอิง และหัวทั้ง 9 ของ
เขา ก็ตั้งเป็นค่ายกลขึ้นมา ปากขนาดใหญ่ทั้ง 9
ของเขา โอบล้อมมันเอาไว้อยู่กึ่งกลาง พร้อมกับ
ร่ายคาถา‘เก้าพันธนาการคัมภีร์นิพพาน’อย่าง
ต่อเนื่อง
อู่ อวี้ ทำหน้าที่ของเขาเสร็จสิ้นแล้ว จึงมองดูเคล็ด
วิชาที่ จิ่วอิง สำแดงออกมาอย่างใจจดใจจ่อ
ก่อนหน้านี้ เก้าพันธนาการคัมภีร์นิพพานสามารถ
ควบคุมเหล่าผู้ฝึกตนนอกรีตได้อย่างง่ายดาย และ
ในยามนี้ จอมมารสามเขตแดน ที่โดนการโจมตี
ทางจิตวิญญาณอันรุนแรงของ อู่ อวี้ ไปเต็มๆ ทำ
ให้ถึงแม้ว่า จอมมารสามเขตแดน จะค่อนข้าง
แข็งแกร่ง แต่ว่าในเวลานี้ จิ่วอิง ก็ได้เริ่ม
ดำเนินการท่องคาถา เก้าพันธนาการคัมภีร์
นิพพาน ไปไกลแล้ว ถึงแม้ว่า อู่ อวี้ จะไม่ถูก
พันธนาการเข้าไปด้วย แต่เขาก็ได้รับผลกระทบ
อย่างมาก เขารู้สึกว่าจิตวิญญาณของเขาตกอยู่ใน
ความสับสน ทำให้สายตาพร่าเลือน ไม่ต้อง
กล่าวถึง จอมมารสามเขตแดน ที่อยู่ท่ามกลางวง
ล้อมของหัวทั้ง 9
“เคล็ดพลังแก่นแท้ศักดิ์สิทธิ์ ของ จิ่วอิง ดู
เหมือนว่าจะมีวังวนภัยพิบัติ ประตูนรก และ เก้า
พันธนาการคัมภีร์นิพพาน พลังเหล่านี้นับว่าเป็น
พลังอิทธิฤทธิ์ที่แข็งแกร่งที่สุดเท่าที่เคยเห็นเลยก็ว่า
ได้“
อู่ อวี้ ฝืนพยายามควบคุมตัวเองคงสติเอาไว้
เพื่อที่จะสามารถควบคุม จอมมารสามเขตแดน นี้
ได้อย่างมั่นคง ดูเหมือนว่า จิ่วอิง จะทำการท่อง
เก้าพันธนาการคัมภีร์นิพพานซ้ำหลายรอบ ซึ่งแต่
ละรอบก็จะยิ่งแข็งแกร่งและสำฤทธิ์ผลยิ่งขึ้น เกรง
ว่าบัดนี้ตราประทับคงจะตรึงอยู่บนวิญญาณของ
มันแล้ว
จนกระทั่งดวงตาขอ งจอมมารสามเขตแดน
กลายเป็นว่างเปล่าโดยสมบูรณ์ เห็นได้ชัดว่าเขา
ใช้วิชานี้ได้สำเร็จ
ในเวลานี้ จิ่วอิง รู้สึกเหนื่อยล้าเป็นอย่างยิ่ง
หลังจากที่ใช้วิชานี้เสร็จสิ้น เขาก็หอบหายใจเข้า
ลึกๆ ใบหน้าซีดขาวลงเล็กน้อย
“เจ้ามีคำถามอะไร ก็ถามมันตรงๆ ข้าขอตัวไปพัก
สักครู่หนึ่ง” เขาได้ใช้แก่นแท้พลังชีวิตศักดิ์สิทธิ์นี้
ซ้ำเป็นรอบที่ 2 แล้ว จึงทนไม่ไหวอีกต่อไป
ขณะที่ จิ่วอิง ไปพักผ่อน อู่ อวี้ ก็เดินเข้าไป
เผชิญหน้ากับ ‘จอมมารสามเขตแดน’
อีกฝั่ายยิ้มอย่างมึนงงและมองมาที่เขา
อู่ อวี้ ไม่สุภาพกับมันอีกต่อไป ถามตรงๆว่า “เจ้า
รู้จัก เข็มเทวะค้ำสมุดหรือไม่?”
จอมมารสามเขตแดน ยังคงยิ้มอยู่มองเขา แล้ว
กล่าวว่า “เจ้ากำลังกล่าวถึง ‘เสามังกรสมุทรคลั่ง’
ใช่หรือไม่?”
“เสามังกรสมุทรคลั่ง?” อู่ อวี้ รู้สึกตกตะลึงไปชั่ว
ครู่ เขาหยุดคิด คาดว่านี่น่าจะเป็นชื่อจริงของ เข็ม
เทวะค้ำสมุทร ชื่อที่เรียกว่าเข็มเทวะค้ำสมุทร เป็น
เพียงแค่ชื่อเล่นของมัน
“เสามังกรสมุทรคลั่ง ก็คือเข็มเทวะค้ำสมุทร เป็น
ศาตราเต๋าวิถีแท้ชนิดหนึ่ง! ถูกส่งต่อมาในโลกของ
ผู้ฝึกตนนอกรีตมาเป็นเวลานาน อายุของมันน่าจะ
เก่าแก่เทียบเท่ากับประตูวิหารจักรพรรดิ ว่ากันว่า
เสามังกรสมุทรคลั่งนี้ ความจริงแล้วเป็นศาสตรา
เต๋าวิถีแท้ของผู้ฝึกตน ผู้ฝึกตนนอกรีตไม่สามารถ
จะใช้งานมันได้ ดังนั้นหลังจากที่บรรพบุรุษของ
ประตูวิหารจักรพรรดิได้รับมันมาแล้ว จึงปิดผนึก
มันเอาไว้อยู่ใจกลางของกระแสน้ำวนในมหาสมุทร
ทำให้ประตูวิหารจักรพรรดิตั้งอยู่ใจกลางพลังฟั้า
ดินของทะเลตะวันออก ”
ดูเหมือนว่า จอมมารสามเขตแดน จะรู้หลากหลาย
เรื่องราว อย่างน้อยก็รู้มากกว่าผู้ฝึกตนอกรีตคน
ก่อนหน้านี้มาก
เข็มเทวะค้ำสมุทร เป็นศาสตราเต๋าวิถีแท้ของผู้ฝึก
ตน จริงๆแล้ว อู่ อวี้ คิดมาโดยตลอดว่ามันเป็น
ศาสตราเต๋าของผู้ฝึกตนนอกรีต และแปดเปือนไป
ด้วยโลหิตมาแล้วไม่น้อย มีวิญญาณต้องถูกสังเวย
ไปเพราะมันเป็นจำนวนมหาศาล การที่จะสามารถ
สร้างเป็นศาสตราวุธที่น่ากลัวนี้ออกมาได้ จะต้อง
สังเวยซากศพเท่าภูเขา อาบโลหิตมากมายดั่ง
มหาสมุทร
“เจ้ารู้สิ่งใดเกี่ยวกับเข็มเทวะค้ำสมุทรนี่อีกหรือไม่?
จงกล่าวต่อ” ในยามนี้ จิ่วอิง กำลังพักฟืนร่างกาย
อู่ อวี้ จะต้องรอให้เขาฟืนฟูในสภาพที่พร้อมจึงจะ
สามารถบุกไปยังประตูวิหารจักรพรรดิได้
จอมมารสามเขตแดน ถูกกุมบังเหียนแห่งความ
ตายเอาไว้ ดูเหมือนมันจะคิดว่าพวก อู่ อวี้ ทั้ง 2
คนเป็นเจ้าชีวิตของมัน มันจึงกล่าวออกมาด้วย
ท่าทีประจบสอพลอว่า “ข้ารู้ๆ เสามังกรสมุทรคลั่ง
เป็นสิ่งที่สำคัญต่อประตูวิหารจักรพรรดิอย่างยิ่ง
อย่างไรก็ตามถึงแม้มันจะเป็นศาสตราเต๋าวิถีแท้
แต่ว่า แปดพญามัจจุราชแห่งประตูวิหารจักรพรรดิ
กลับไม่อาจที่จะสยบมันได้ เป็นเพราะว่ามันปฏิเสธ
ผู้ฝึกตนนอกรีต มันจึงถูกผนึกเอาไว้ในที่แห่งนั้น
มานานนับหลายปี ดังนั้นถ้าหากว่าเคลื่อนย้าย เสา
มังกรสมุทรคลั่ง ประตูวิหารจักรพรรดิก็จะถูก
กระแสน้ำวนของทะเลตะวันออกบดขยี้จนไม่เหลือ
ซาก”
“ถ้าหากเข้าไปภายในประตูวิหารจักรพรรดิแล้ว
เจ้าจะสามารถพาข้าไปยังตำแหน่งของเข็มเทวะค้ำ
สมุทรได้หรือไม่?” อู่ อวี้ ถาม
“แน่นอนว่าย่อมได้ ไม่มีสิ่งใดยากเย็น หลังจากเข้า
ไปแล้ว ให้มุ่งไปที่ด้านใต้ของกระแสน้ำวน ก็จะ
สามารถมองเห็น เสามังกรสมุทรคลั่ง ซึ่งตั้ง
ตระหง่านอยู่ได้ง่ายๆ!”
“ประตูวิหารจักรพรรดิ ในตอนนี้ยังมียอดฝีมืออยู่
อีกหรือไม่?”
“แปดพญามัจจุราชทุ่มเคลื่อนพล ผนวกกับจอม
มารทุกคนต้องการที่จะบุกทวีปแห่งทวยเทพด้วย
เช่นกัน จึงมีจอมมารเหลืออยู่อีกประมาณ 3 คน ที่
ถูกบังคับให้ต้องเฝั้าสถานที่แห่งนี้ ข้าก็เช่นกัน
พวกมันก็เป็นเหมือนข้า รู้สึกว่าได้รับความไม่เป็น
ธรรม จึงไม่คิดที่จะทำสิ่งใด”
ผู้ที่รั้งอยู่ใน 4 หมู่เกาะทะเลตงหยางไม่ได้เป็นคน
ขลาดเขลาอย่างที่คิด แต่ว่าพวกมันถูกบังคับให้
เฝั้าสถานที่แห่งนี้ไว้จึงต้องจำใจอยู่ เมื่อดูไปแล้ว
แม้แต่คนของประตูวิหารจักรพรรดิ ก็ไม่สนใจว่าจะ
มีคนลอบมาโจมตีตลบหลัง จึงเหลือจอมมารไว้อยู่
เพียงแค่ 3 คน
เป็นเหมือนกับมีเอาไว้เพื่อข่มขู่เท่านั้น
ภายใต้คำสั่งของ ‘จ้าววิญญาณพยาบาท’ จึงมี
เพียงไม่กี่คนที่เต็มใจอยู่ที่นี่ แม้แต่ผู้ฝึกตนนอกรีตที่
อ่อนแอที่สุด ก็เต็มไปด้วยความบ้าคลั่งที่จะ
พยายามยึดครองทวีปแห่งทวยเทพให้ได้ ส่วนที่
เหลืออยู่ที่นี่ แน่นอนว่าไม่ยินยอม สิ่งที่จะยืนยันได้
ว่าพวกมันจะไม่เสียเปรียบก็คือคำสัญญาจาก 8
พญามัจจรุราชพวกมันจะได้รับผลประโยชน์
บางอย่างด้วยเช่นกัน
“ระดับการฝึกตนของพวกจอมมารทั้ง 3 คนอยู่ใน
ขั้นไหน?”
“พวกมันแข็งแกร่งกว่าข้ามาก! มี 2 คนที่อยู่ในขั้น
ตำหนักม่วงทะเลมรกตระดับที่ 9 ! ส่วนอีกคนหนึ่ง
อยู่ในขั้นตำหนักม่วงทะเลมรกตระดับที่ 10!”
ขอบเขตความแข็งแกร่งของมันไม่ได้อยู่เหนือกว่า
ที่ อู่ อวี้ คาดเดาเอาไว้ 8พญามัจจุราช นั้นไม่ได้
ระมัดระวังการลอบโจมตีนิกายของตนเองจากเงา
มืด จึงเหลือคนระวังหลังเพียงแค่คนหรือ 2 คน
เอาไว้เท่านั้น จอมมารที่อยู่ในขั้นตำหนักม่วงทะเล
มรกตระดับที่ 10 เทียบเท่ากับ จอมกระบี่
จักรพรรดิศักดิ์สิทธิ์ ค่อนข้างที่จะมีพลังแข็งแกร่ง
ยิ่ง เพราะขนาด จอมกระบี่ชั่วฮวาแห่งซูซาน ก็เพิ่ง
จะอยู่ในขั้นตำหนักม่วงทะเลมรกตระดับที่ 9
เท่านั้น มีเพียงจอมกระบีซวนจี ที่อยู่ในขั้นตำหนัก
ม่วงทะเลมรกตระดับที่ 10
แต่เปั้าหมายของ อู่ อวี้ ไม่ใช่การไปต่อสู้กับพวก
มัน ในมือของเขามีไพ่ตายเช่น อสรพิษปา อยู่
ถึงแม้ว่าจะไม่อาจจะควบคุมมันได้ แต่ถ้าหากใช้
งานมันดีๆ ย่อมก่อให้เกิดเป็นผลลัพธ์ที่คาดไม่ถึง
ได้!
“จะต้องมีความแข็งแกร่งขนาดไหน ถึงจะสามารถ
เคลื่อนย้ายเสามังกรค้ำสุมทรได้ ? 8พญามัจจุราช
ได้ตั้งเงื่อนไขใดไว้หรือไม่? ” นี่เป็นปัญหาที่สำคัญ
ที่สุด ก่อนการเคลื่อนไหวในครั้งนี้ อู่ อวี้ จำเป็นที่
จะต้องรู้รายละเอียดทั้งหมดให้ชัดเจน
จอมมารสามเขตแดน ครุ่นคิดสักพักกล่าวว่า
“รอบนอกของวิหารพญายม มีค่ายกลเซียนหมื่น
มารสังหารอยู่ กักขังวิญญาณอยู่นับหมื่น เกรงว่า
แม้แต่เทพเซียนก็ไม่อาจจะบุกเข้าไปข้างในได้ ซึ่ง
โดยปกติแล้วภายในวิหารพญายม ย่อมไม่มีใคร
กล้าที่จะเข้าไปใกล้ๆกับเสามังกรสมุทรคลั่ง และ
ข้ายังได้ยินมาว่ายังมีค่ายกลปั้องกันอยู่รอบๆอีก
ชั้นหนึ่งเพื่อกันไม่ให้สาวกธรรมดาเข้าไปใกล้ แต่
ข้าเดาว่ามันคงไม่อาจที่จะหยุดพวกเจ้าได้ ส่วน
ค่ายกลนั้นเป็นค่ายกลอะไร ข้าก็ไม่รู้ แต่อย่างไรก็
ตามไม่มีใครที่อยู่ในบริเวณนั้น”
นี่คือกุญแจสำคัญที่นำไปสู่แผนการลุล่วง!
แผนการได้ดำเนินมาถึงขั้นนี้แล้ว ย่อมไม่มีทางถอย
หลังกลับ ดังนั้นเขาจึงจำเป็นจะต้องต่อสู้สุด
ความสามารถ ท้ายที่สุด เขากับ จิ่วอิง ก็ไม่ได้
อ่อนแอไร้ความสามารถถึงเพียงนั้น แต่บางเวลา
อาจจะต้องพึ่งพาพลังของอสรพิษปา
จากนั้นเขาก็ได้ถามคำถามต่ออีกสองสามข้อ ทำให้
รู้รายละเอียดได้ชัดเจนมากยิ่งขึ้น เช่นความ
เชี่ยวชาญของจอมมารอีก 3 คน หลังจากที่รอให้
จิ่วอิง ได้ฟืนฟูร่างกาย เวลาก็ได้ผ่านไปประมาณ 2
ชั่วยามแล้ว ซึ่ง จอมมารสามเขตแดน ได้ถูก
ควบคุมอย่างสมบูรณ์ยิ่ง เมื่อเห็นว่ามันทำท่าทาง
เคารพนอบน้อมให้แก่ จิ่วอิง อู่ อวี้ ก็ได้รู้สึกว่า
พลังอิทธิฤทธิ์ของ จิ่วอิง ช่างน่ากลัวจริงๆ!
“ไปกันเถอะ!”
ในครั้งนี้พวกเขามี จอมมารสามเขตแดน เป็นผู้นำ
ทาง พวก อู่ อวี้ ทั้งสองคนสวมใส่ชุดคลุมสีดำที่
แปดเปือนไปด้วยโลหิตซึ่งพวกเขายึดมาจากผู้ฝึก
ตนนอกรีต จากนั้นก้มหัวเดินตามอยู่ด้านหลังของ
จอมมารสามเขตแดน ทั้ง 3 คน มุ่งหน้าไปยังทิศ
ของกระแสน้ำวนทะเลตะวันออก หลังจากผ่านไป
ไม่นาน เขาก็เห็นกระแสน้ำวันอันกว้างใหญ่อยู่
เบื้องหน้า คลื่นโหมซัดกระหน่ำเชี่ยวกราด! ซึ่งเป็น
ความมหัศจรรย์ของธรรมชาติที่สรรค์สร้างขึ้น!
พื้นที่โดยรอบมีผู้คนน้อยมาก จึงมีเพียงน้อยคนที่
จับตาดูพวกเขาเดินเข้าไปตำแหน่งใจกลางกระแส
น้ำวนทะลตะวันออก ก่อนหน้านี้วังบูรพาเกิดเรื่อง
บางอย่างขึ้น แต่เนื่องจากว่าภายใต้คำสั่งของ จอม
มารสามเขตแดน ในเวลานี้พวกมันจึงไม่ได้
แพร่กระจายข่าวออกไป พวกผู้ฝึกตนนอกรีตยังคง
รอด้วยความกระวนกระวายใจให้จอมมารสามเขต
แดนพาหัวขโมยทั้งสองนำศาสตราเต๋าสถิต
วิญญาณกลับเข้าไป
ต้องกล่าวว่า ในครั้งนี้ อู่ อวี้ สามารถเก็บเกี่ยวได้
อย่างมหาศาล ด้วยศาสตราสถิตวิญญาณ 2พัน
กว่าชิ้นก็สามารถขายออกได้เงินจำนวนไม่น้อย แต่
สิ่งเหล่านี้เป็นศาตราเต๋าของผู้ฝึกตนนอกรีต เวลา
ขายจึงต้องถูกหักราคาลงไปส่วนหนึ่ง จากนั้น
สมบัติที่อยู่บนตัวของ จอมมารสามเขตแดน ก็ถูก
โอนย้ายมาอยู่บนร่างของ อู่ อวี้ ทั้งหมด น่า
เสียดายที่สิ่งของบนร่างของ เสินคง ถูกอสรพิษปา
กลืนกินเข้าไปแล้ว ไม่รู้ว่ามีสิ่งใดที่ตกค้างอยู่บน
ร่างของมันบ้าง
กระแสน้ำวนของทะเลตะวันออกนั้นรุนแรงอย่าง
มาก คลื่นบางลูกกระทั่งซัดสาดสูงขึ้นกว่า10 จั้ง
ราวกาว่าท้องนภาผืนนี้จะถูกจมอยู่ภายใต้คลื่นก็มิ
ปาน หากปุถุชนทั่วไปมาอยู่ที่แห่งนี้จะต้องตกตาย
ไปอย่างไม่ต้องสงสัย อย่างไรก็ตามคลื่นที่โหม
กระหน่ำออกมา มันก็มีพลังฟั้าดินผสมอยู่เช่นกัน
ภายในกระแสน้ำวนของทะเลตะวันออก มันได้ให้
กำเนิดปีศาจใต้ทะเลออกมาหลายยุคหลายสมัย
เพียงแต่ว่าปีศาจเหล่านี้ คอยรับใช้แต่ประตูวิหาร
จักรพรรดิเท่านั้น
แต่ยังโชคดีที่ว่าปีศาจเหล่านี้มีไม่มากเท่าไหร่
มองทะลุกระแสน้ำวนแห่งทะเลตะวันออกไป ใน
ที่สุดก็มองเห็นตำแหน่งใจกลาง ในตำแหน่งที่ถูก
หมอกปลุกคลุมไปทั่ว คลื่นได้ซัดโหมกระหน่ำเข้า
ฝัง ภายในเสียงฟั้าร้องฟั้าคำราม จะมองเห็นถึงวัง
ขนาดใหญ่ที่ถูกปกคลุมด้วยละอองน้ำที่ลอยอยู่
กลางอากาศ! เมื่อมองจากด้านนอกสามารถ
มองเห็นเพียงแค่เงามืดรางๆเท่านั้น ราวกับว่า
วิหารพญายมกำลังแกว่งไปมาอยู่ท่ามกลางลม
พายุ เหมือนกับสามารถถูกพายุพัดทำลายไปได้
ตลอดเวลา
ถึงวิหารพญายมแล้ว!
ในที่แหง่นี้ เป็นจุดศูนย์กลางของลมพายุ เงยหน้า
มองขึ้นไป จะเห็นได้ว่าบนท้องฟั้าเต็มไปด้วยเมฆสี
โลหิตลอยอยู่มากมาย ภายในเมฆโลหิตมีสายฟั้าสี
ดำแลบออกมาเป็นพักๆ ภายในเมฆสีโลหิตมีสิ่ง
สกปรกจำนวนมากคละคลุ้งผสมกับหมอกที่เต็มอยู่
ทั่วทั้งท้องฟั้า
สามารถจิตนาการได้เลยว่าภายในวิหารพญายม
จะต้องเป็นโลกแห่งวิญญาณพยาบาทดำรงอยู่
อย่างแน่นอน
หลังจากที่มาถึงสถานที่แห่งนี้แล้ว อู่ อวี้ กับ จิ่วอิง
ก็จ้องมองกันและกัน เปลวเพลิงลุกท่วมทั่วอยู่ใน
สายตา! นี่คือการผจญภัยที่เสี่ยงอันตราย
นอกจากนี้ก็เพื่อต่อสู้ให้กับดินแดนแห่งทวยเทพ!
ยิ่งกว่านั้นภายในใจของ อู่ อวี้ ที่มีต่อเต๋าของผู้ฝึก
ตนนอกรีต นี่เป็นครั้งแรกที่เขาลองตอบโต้กลับไป!
“ไป!”
โลหิตของผู้เยาว์ที่เดือดพล่าน บัดนี้จึงไม่พูดพร่ำ
ทำเพลง คนทั้งสามเร่งรีบมุ่งหน้าไปยัง วิหารพญา
ยม อย่างรวดเร็ว
จำได้ว่าเมื่อหลายปีก่อน คนของพรรควิญญาณ
ทมิฬ แข็งข้อฝืนบุกรุก ‘ค่ายกลเซียนหมื่นมาร
สังหาร’สุดท้ายพวกมันจึงถูกค่ายกลจัดการกวาด
ล้างไป กระทั่ง วิหารพญายม ก็ยังมิอาจย่างกราย
เข้าไปได้เพียงครึ่งก้าว
ชั่วพริบตาทั้ง 3 คน ได้ปรากฎตัวยืนอยู่หน้าประตู
ของวิหารพญายมแล้ว ประตูด้านหน้าราวกับปาก
สีดำขนาดใหญ่ ภายในสายหมอกนั้น เต็มไปด้วย
ความสับสนไม่ชัดเจน พลังหยินก็แพร่กระจาย
ออกมาจากภายใน
จอมมารสามเขตแดน เดินนำไปเป็นคนแรก
ภายใต้การควบคุมของ จิ่วอิง มันได้เอ่ยว่า “ข้า
เป็น จอมมารสามเขตแดน แห่งวังเจ้าบูรพา ใน
วันนี้มีธุระบางอย่าง จึงมาขอเข้าพบจอมมารทั้ง 3
ท่าน หวังว่าจอมมารทั้ง 3 ท่านจะยอมให้ข้าเข้า
ไป!”
เสียงของมันดังสนั่น น่าจะดังจนไปถึงภายในวิหาร
พญายม
จอมมารที่อยู่ในหมู่เกาะตงหยางทั้ง 4 มีสถานะที่
สูงส่ง แต่ละคนล้วนเป็นตัวตนที่มีชื่อเสียงเป็น
อันดับต้นๆ ซึ่ง จอมมารสามเขตแดน ก็เป็นหนึ่งใน
นั้นเช่นกัน ทำให้การที่ต้องมาร้องขอเปิดประตู
เช่นนี้ มันจึงบ่นออกมาเล็กน้อย!
………………………………………………..
(´▽`).。o♡ เพลิน
กลืนสวรรค์สะท้านทวยเทพ