กลืนสวรรค์สะท้านทวยเทพ - ตอนที่ 487 : จอมมารเงาเทวะ
หลังจากที่ จอมมารสามเขตแดน ตะโกนออกไป
แล้ว อู่ อวี้ ก็รออย่างอดทน
หลังจากนั้นไม่นาน ณ ตำแหน่งประตูของวิหาร
พญายม ก็ปรากฏเงาร่างที่เลือนรางอยู่ 3 ร่าง
ช่องว่างที่ขวางกั้นระหว่างเงาร่างทั้ง 3 กับ อู่ อวี้
เป็น ‘ค่ายกลเซียนหมื่นมารสังหาร’ อู่ อวี้ ไม่
สามารถมองลอดผ่านค่ายกลไปได้อย่างชัดเจนนัก
แต่ทั้ง 3 คนนี้ อยู่ในระดับเดียวกับ จอมกระบี่ซวน
จี จอมกระบี่ชั่วฮวา จอมกระบี่ชิงเหอ
เป็นไปไม่ได้ที่จะเอาชนะพวกมันซึ่งๆหน้า
หลังจากที่ทั้ง 3 ปรากฏตัวออกมา อย่างไรก็ตาม
พวกมันกลับไม่รีบร้อนเปิด ‘ค่ายกลเซียนหมื่นมาร
สังหาร’ อาจจะเป็นเพราะความตายของ พรรค
วิญญาณทมิฬ ที่หาญกล้าบุกรุกเข้ามา ดังนั้น
ถึงแม้จะสามารถระบุตัวตนของ จอมมารเขตแดน
สวรรค์ ได้ แต่ท่ามกลางพวกมัน จอมมารเงาเทวะ
ผู้ที่อยู่ในขอบเขตตำหนักม่วงทะเลมรกตขั้นที่ 10
กลับเอ่ยถามขึ้นว่า “จอมมารสามเขตแดน เจ้ามี
ธุระอันใด?”
จิ่วอิง ที่คอยควบคุม จอมมารสามเขตแดน อยู่นั้น
ในเวลานี้ได้เผชิญหน้ากับการตรวจสอบของอีก
ฝั่าย อีกทั้งพวกมันยังไม่เปิดค่ายกลให้ผ่านเข้าไป
ได้อีกด้วย เขาจึงบังคับให้จอมมารสามเขตแดน
กล่าวว่า “วังบูรพาเกิดเรื่องบางอย่างที่ค่อนข้าง
สำคัญ ข้าจึงจำเป็นจะต้องมาปรึกษากับพวก
ท่าน!”
ก่อนหน้านี้ไม่นานพวกมันได้เคยพบปะมาก่อนแล้ว
เพียงแต่ว่าไม่ใช่ภายในวิหารพญายม
“เรื่องสำคัญอันใด? เช่นนั้นเจ้าก็รีบเข้ามา” จอม
มารเงาเทวะ ไม่ค่อยได้ระมัดระวังตัวแต่อย่างใด
เมื่อได้ยินว่าเป็นเรื่องสำคัญ มันก็เตรียมตัวที่จะ
เปิดเส้นทางให้ เพราะหากเป็นช่วงปกติ ยามเมื่อมี
จอมมาร 4 พรรคนิกายสำคัญมาเยี่ยม มันก็จะ
เปิดทางให้
“แล้วผู้ที่อยู่ด้านหลังของเจ้า 2 คนคือ?” ผู้ที่อยู่
ด้านหลัง จอมมารเงาเทวะ ซึ่งเป็นจอมมารอีกคน
หนึ่งกล่าวขึ้น จอมมารผู้นั้นเป็นสตรี เห็นได้ชัดว่า
มันค่อนข้างที่จะระมัดระวังตัวไม่น้อย
น่าระทึกเป็นอย่างยิ่ง!
ตามแผนการที่วางไว้ ถ้าหากพวกมันถามถึง อู่ อวี้
และ จิ่วอิง มันก็จะต้องตอบออกไปว่าเป็นผู้ติดตาม
ของมัน
แต่ในเวลานี้ จอมมารสตรีเอ่ยว่า “เมื่อไม่นานมานี้
พวกเราไม่ได้จับตามองพรรควิญญาณทมิฬ ทำให้
พวกเราต้องเสียหน้า เช่นนั้นจึงไม่อาจให้คนที่ไม่มี
ชื่อเสียงเรียงนามเข้ามาภายในวิหารพญายมได้
จอมมารสามเขตแดน เจ้าจงเข้ามาแต่เพียงผู้
เดียว”
นางยังเห็นว่า จอมมารสามเขตแดน นั้นเป็นพวก
เดียวกันจึงต้อนรับอย่างปกติ แต่สำหรับผู้ติดตาม
ทั้ง 2 คน จิตใต้สำนึกของนางบอกให้ขับไล่ออกไป
แน่นอนว่านี่เป็นการสร้างปัญหาให้แก่ทั้งคู่เสีย
แล้ว!
บัดนี้ ‘จอมมารเงาเทวะ’ ได้เริ่มเปิดทาง ทำให้จอม
มารทั้ง 3 ที่อยู่เบื้องหน้าพวกเขาทั้งคู่ ค่อยๆ
ปรากฎจนเห็นรูปร่างหน้าตาได้ชัดเจนยิ่งขึ้นแล้ว
“ได้ พวกเจ้าทั้ง 2 คน รอข้าอยู่ที่ข้างนอก ” จิ่วอิง
ทำได้เพียงแค่เปลี่ยนแผน และกล่าวคำพูดเหล่านี้
ออกมาเท่านั้น
นี่ทำให้จอมมารทั้ง 3 คน หมดข้อสงสัยลงไป เดิม
ทีพวกมันก็ไม่มีความคิดว่าในตอนนี้ จอมมารสาม
เขตแดน จะถูกควบคุมอยู่
และในยามนี้ช่องทางเข้าได้ถูกเปิดออกอย่าง
สมบูรณ์ ทันใดนั้น อู่ อวี้ ก็มองเห็นจอมมารทั้ง 3
ที่อยู่ภายในสามหมอกได้อย่างชัดเจน 2 บุรุษ 1
สตรี บุรุษหนึ่งในนั้นก็คือ ‘จอมมารเงาเทวะ’
เดิมทีเขาคิดที่จะเข้าไปข้างใน เพื่อดำเนินขั้นตอน
อื่นต่อ อย่างน้อยความไม่แตกเร็วขนาดนั้น แต่เป็น
เพราะว่าในจอมมารสตรีผู้นั้นเอ่ยออกมาเช่นนี้ ทั้ง
คู่จึงไม่สามารถติดตามเข้าไปข้างในได้ ดังนั้น อู่
อวี้ จึงเลือกที่จะรอหาจังหวะก่อความวุ่นวาย!
สิ่งที่สามารถพึ่งพาได้ในเวลานี้ก็คือเคล็ดก้าวเทวะ!
“ทั้ง 3 ท่าน สบายดีหรือไม่!” จอมมารสามเขต
แดน อ้าแขนทั้ง 2 ข้างออก ใบหน้าทั้งสามพลัน
เอ่ยขึ้นในเวลาเดียวกัน พร้อมกับหัวเราะอย่างยก
ใหญ่ จากนั้นก็เดินตามเข้าไป
ทั้งคู่ยังคงอยู่ด้านนอก
ท่ามกลางความกระวนกระวาย จิ่วอิง มองไปยัง อู่
อวี้ ซึ่งทั้ง 2 คนสื่อสารกันผ่านสายตา และต่อมา อู่
อวี้ ก็เริ่มเคลื่อนไหว!
เคล็ดก้าวเทวะ ถูกใช้งานในทันที!
เขาลากคอเสื้อของ จิ่วอิง จากนั้นก็ทำการพุ่งเข้า
ไปข้างในดุจกระสุนปืน! ในตอนนี้ จอมมารสาม
เขตแดน กำลังบดบังทัศนวิศัยของจอมมารทั้งสาม
ยามที่ อู่ อวี้ เร่งความเร็วสุดกำลังเพื่อลอบเข้ามา
ขณะที่ จอมมารสามเขตแดน ได้เดินผ่านค่ายกล
เซียนหมื่นมารสังหารมาแล้ว ในพริบตานั้น จิ่วอิง
จึงทำการควบคุม จอมมารสามเขตแดน ให้โจมตี
อีกฝั่ายในทันที!
การโจมตีนี้เกิดขึ้นอย่างฉับพลัน! หัวทั้ง 3 ของ
จอมมารสามเขตแดน อ้าปากกว้างขึ้น ในเวลา
เดียวกันพลันปรากฎกระแสน้ำสีดำออกมาใกล้กับ
บริเวณจอมมารทั้งสาม!
อู่ อวี้ กับ จิ่วอิง อาศัยช่วงเวลานี้ วิ่งฝั่าค่ายกล
ด้วยความเร็วสูงสุดจนเข้ามาถึงหน้าประตูวิหาร
พญายม!
จอมมารเงาเทวะเผชิญหน้ากับการโจมตีของจอม
มารสามเขตแดน จากนั้นตอบสนองด้วยการเริ่ม
เปิดใช้งานค่ายกลเซียนหมื่นมารสังหารอย่าง
รวดเร็ว! ตอนนี้พวกมันทั้ง 3 คนเข้าควบคุมค่าย
กลนี้ด้วยกัน ดังนั้นแทบจะในเวลาเดียวกันที่ทั้ง 3
ลอบเข้ามาได้สำเร็จ ค่ายกลเซียนหมื่นมารสังหาร
นี้ก็ถูกปิดลง อู่ อวี้ และคนอื่นๆ ถูกปิดผนึกอยู่
ภายในค่ายกลเซียนหมื่นมารสังหารโดยสมบูรณ์!
แต่ก็ยังเป็นไปตามแผน พวกเขาเข้ามาข้างในได้
สำเร็จแล้ว!
ในประตูนี้เป็นตำแหน่งที่สามารถถูกปิดล้อมโจมตี
ได้ง่าย ดังนั้นทั้ง 3 คนจึงมุ่งหน้าตรงไปอย่างไม่
หยุดหย่อน อู่ อวี้ ใช้เคล็ดก้าวเทวะอีกครั้งพร้อม
กับลาก จอมมารสามเขตแดน ไปด้วย หลังจากที่
เข้าประตูมาแล้ว ด้านหน้าก็ปรากฏเป็นลานกว้าง
หนึ่งลาน เมื่อมองไปรอบๆ ด้านหน้าปรากฎเป็น
กำแพงที่ยืดยาวไม่มีที่สิ้นสุด มีวังอยู่ภายในนั้น
มากมาย ขนาดของมันใหญ่พอๆกับนครจักรพรรดิ
เพลิง เพียงแค่ว่ามันไม่มีความสว่างไสวตระการตา
เฉกเช่น นครจักรพรรดิเพลิง สถานที่แห่งนี้เต็มไป
ด้วยความมืดมิด ภายในความมืดนั้นก็มีโลหิตสี
แดงย้อมฉานไปทั่วสารทิศ วิหารพญายม เต็มไป
ด้วยบรรยากาศที่เยือกเย็นและกลิ่นคาวเลือด มัน
เป็นเหมือนกับเรื่องที่เล่าลือต่อๆกันมาไม่มีผิดเพี้ยน
บรรยากาศภายในตัววิหารพญายมเสมือนกับนรก
ก็มิปาน!
กำแพง ถนน รูปแกะสลัก ล้วนแต่ปรากฎอยู่ใน
สถานที่แห่งนี้ ซึ่งรูปแกะสลักทั้งหลายนั้น มันมีไว้
ใช้สำหรับการรู้แจ้งของเหล่าผู้ฝึกตนนอกรีต
ท่ามกลางพื้นที่แห่งนี้มีอาคารที่สูงที่สุดอยู่ 8 หลัง
พลังอำนาจแพร่กระจายออกไป หากเดาไม่ผิดย่อม
เป็น 8 วิหารพญามัจจุราช ซึ่งปกติแล้ว 8 พญา
มัจจุราชจะนั่งฝึกตนอยู่ภายใน 8 วิหารพญา
มัจจุราช แห่งนี้นั่นเอง
อย่างไรก็ตาม อู่ อวี้ ไม่ได้สนใจเลยว่าที่แห่งนี้จะ
อยู่ในระดับเดียวกับนิกายเซียนซูซันหรือไม่!
ที่เบื้องหลังจอมมารทั้งสามได้ไล่ตามมาติดๆแล้ว
พวกมันจ้องมองไปยัง จอมมารสามเขตแดน ด้วย
สายตาที่ไม่อยากจะเชื่อ จอมมารเงาเทวะ เอ่ยด้วย
น้ำเสียงดุร้าย “จอมมารสามเขตแดน เจ้ากำลังล้อ
พวกข้าเล่นอยู่ หรือว่าเจ้าเป็นบ้ากันแน่?”
“ไม่ใช่ เป็นพวกเราที่ตกอยู่ในกับดักของมัน ลองดู
อีก 2 คนที่เหลือสิ” ในตอนนี้สายตาของจอมมาร
คนที่สาม กลายเป็นมืดมน พร้อมกับจับจ้องไปบน
ร่างของ อู่ อวี้ กับ จิ่วอิง
“เป็นผู้ฝึกตน 1 คน กับปีศาจอีก 1 ตน! ช่างเป็น
การร่วมมือที่แปลกประหลาดยิ่งนัก! เพราะว่าพวก
เจ้า จอมมารสามเขตแดน จึงทรยศหักหลังเช่นนั้น
รึ? ”จอมมารสตรีกล่าวออกมาด้วยน้ำเสียงที่ไม่
อยากจะเชื่อ
ตอนนี้พวกมันยังไม่ได้ลงมือ นั่นเป็นเพราะพวกมัน
เต็มไปด้วยข้อสงสัย!
สายตาอันฉงนสงสัยของพวกมัน ย้ายไปอยู่บนร่าง
ของ อู่ อวี้ กับ จิ่วอิง บัดนี้ อู่ อวี้ กำลังมองหา
ตำแหน่งของ ‘เสามังกรสมุทรคลั่ง’ อย่างร้อนรน
เขาเอ่ยกระซิบถาม จอมมารสามเขตแดน จากนั้น
มันจึงชี้ไปทิศทางหนึ่งพร้อมกล่าวว่า “จากตรงนี้
ไป ก็จะสามารถมองเห็นเสามังกรสมุทรคลั่งอยู่
ด้านใต้”
“เจ้าปีศาจตัวนี้ ดูเหมือนว่าสายเลือดของมันจะ
เป็นสายเลือดระดับสูง! ผนวกกับอายุอันน้อยนิด
ของมัน ข้าคาดว่าน่าจะเป็น จิ่วอิง หรือไม่ก็เป็น วู
ซาน เซี่ยชือ! แต่เท่าที่ดูมันน่าจะเป็นจิ่วอิง! ส่วนผู้
ฝึกตนคนนั้น ดูเหมือนว่าจะใช้กระบี่บินจักรพรรดิ
ฝั่าเข้ามา หรือว่ามันจะเป็น อู่ อวี้ ซึ่งเป็นคนที่มี
ชื่อเสียงโด่งดังภายในทวีปแห่งทวยเทพด้วยเวลา
อันสั้น?” ตอนนี้ ‘จอมมารเงาเทวะ’ ครุ่นคิดจนใน
ที่สุดก็ประติดประต่อทุกอย่างได้ ดูเหมือนว่าพวก
มันจะสนใจเกี่ยวกับเหตุการณ์น้อยใหญ่บนทวีป
แห่งทวยเทพอย่างมาก ดังนั้นจึงสามารถระบุ
สถานะของพวกเขาได้อย่างรวดเร็วเช่นนี้
“พวกเจ้าทั้งสามแปลกใจหรือไม่?” หลังจากที่ อู่
อวี้ ได้กำหนดทิศทางที่จะไปต่อได้แล้ว เกรงว่า
หลังจากนี้จะต้องเกิดการปะทะอย่างรุนแรงขึ้นเป็น
แน่แล้ว
อู่ อวี้ ได้เตรียมการรับมือเอาไว้ล่วงหน้า ทำให้
ถึงแม้จะเผชิญหน้ากับทั้งสาม เขาก็มิได้เกรงกลัว
แม้แต่น้อย
จอมมารเงาเทวะ ส่ายหน้าด้วยท่าทีที่ไม่อยากจะ
เชื่อ “ใครมันจะไปเชื่อกันเล่า อัจฉริยะ 2 คนแห่ง
ทวีปแห่งทวยเทพ ที่มีความเกี่ยวข้องกับ
จักรพรรดิอิง เจ้านครจักรพรรดิเพลิง และ จอม
จักรพรรดิ จะบุกเข้ามาในวังพญายมของพวกข้า
ในวันนี้พวกเจ้าอย่าคิดว่าจะหนีไปได้ เจ้าส่งตัวเอง
มาเป็นลูกไก่ในกำมือ มาให้พวกเราจับถึงที่!”
จอมมารอีก 2 คน เองก็รู้สึกไม่อยากจะเชื่อ
นี่เป็นเรื่องที่น่าประหลาดใจสำหรับพวกมันยิ่ง!
อย่างไรก็ตามสิ่งที่ทำให้พวกมันรู้สึกสงสัยที่สุดก็คือ
ทำไม จอมมารสามเขตแดน ถึงช่วยเหลือพวกเขา?
บัดนี้ จิ่วอิง ได้คอยควบคุม จอมมารสามเขตแดน
เอาไว้ ครู่ต่อมา จอมมารสามเขตแดน พลันแยก
ทางกับพวกเขา จนมาอยู่เบื้องหน้าจอมมารทั้ง 3
พร้อมกับหัวเราะแล้วกล่าวว่า “ต้องขออภัยพวก
ท่านทั้ง 3 ข้าได้ถูกพวกมันข่มขู่บังคับให้พาเข้า
มายังที่นี่ และเมื่อนั้นข้าจึงคิดได้พอดีว่านี่ไม่ใช่
โอกาสดีหรอกหรือที่จะนำพาของขวัญชิ้นโบว์แดง
มาส่งแก่พวกท่าน? จึงแสร้งทำเป็นพ่ายแพ้พวกมัน
และถูกพวกมันควบคุม ไม่ว่ายังไงข้าก็ไม่อาจทรยศ
หักหลังพวกเดียวกันได้ ใช่หรือไม่? ”
“ที่แท้ก็เป็นเช่นนี้!” พวกมันทั้ง 3 คนยิ้มขึ้นอย่าง
โล่งอก เมื่อเป็นแบบนี้พวกมันก็รู้สึกว่ามันเป็นไปได้
เพราะอย่างไรก็ตามพวกมันก็ย่อมคาดไม่ถึงว่าจะมี
วิชาเฉกเช่น เก้าพันธนาการคัมภีร์นิพพาน อยู่ด้วย
อย่างแน่นอน เนื่องจาก จักรพรรดิอิง ไม่เคย
สำแดงเคล็ดวิชาแก่นแท้พลังชีวิตศักดิ์สิทธิ์นี้มา
ก่อน และเขาก็ไม่ปล่อยให้คนอื่นรู้ด้วยว่าตนมีพลัง
อิทธิฤทธิ์เช่นนี้
ในความเป็นจริงสิ่งที่มันกล่าวมาเต็มไปด้วยช่อง
โหว่มากมายที่ยังไม่อาจจะตรวจสอบข้อเท็จจริงได้
แต่เห็นได้ชัดว่าจอมมารทั้ง 3 ไม่ได้คิดอะไรมากนัก
พวกมันคิดเพียงว่าความดีความชอบครั้งใหญ่ได้
ถูกส่งมาอยู่เบื้องหน้าของพวกมันแล้ว ทำให้บัดนี้
พวกมันรู้สึกตื่นเต้นเป็นอย่างยิ่ง
“อู่ อวี้ เจ้าใช้ความเร็วสูงสุดของเจ้า มุ่งหน้าไปหา
เข็มเทวะค้ำสมุทรก่อน ข้าจะรั้งพวกมันเอาไว้เอง
ไม่ต้องเป็นห่วง ข้ายังมีอาปาอยู่ ย่อมทำอะไรได้
บ้าง” จิ่วอิง เอ่ย
อู่ อวี้ ได้วางแผนในใจแล้ว
นี่เองก็เป็นแผนการของที่ทั้ง 2 คนวางไว้ตั้งแต่แรก
อยู่แล้ว อู่ อวี้ รู้สึกโล่งใจมากที่มี จิ่วอิง อยู่ที่นี่ด้วย
ไม่ต้องกล่าวไปถึงอสรพิษปา เพราะเนื่องจากที่นี่
ยังมี จอมมารสามเขตแดน ที่พวกเขาวางใจได้อยู่
ด้วย! เนื่องจากพลังโจมตีของมันรุนแรงจนมิอาจดู
แคลนได้เชียว
พวกเขาดำเนินตามแผนการ!
อู่ อวี้ หันกายกลับไป เตรียมที่จะใช้เคล็ดก้าวเทวะ
มุ่งหน้าไปอย่างรวดเร็ว
การเคลื่อนไหวที่เกิดขึ้นในที่แห่งนี้ได้ดึงดูดเหล่าผู้
ฝึกตนนอกรีตมากมาย แต่ทว่าตอนนี้ต่อให้มีผู้ฝึก
ตนนอกรีตมามากมายเท่าไหร่ ก็ไม่อาจที่จะสร้าง
ภัยคุกคามให้กับ อู่ อวี้ ได้แม้แต่น้อย
วิหารพญายมไม่ได้ถูกรุกรานจากศัตรูมาเป็นเวลา
เนิ่นนานแล้ว ส่วนทางกองกำลังหลักของทวีปแห่ง
ทวยเทพก็มิได้โจมตีระรานพวกมันแต่อย่างใด
ความเป็นจริงไม่มีใครสนใจผู้ฝึกตนนอกรีตที่อยู่
ห่างไกลแห่งนี้
ดังนั้นเมื่อพวกมันเห็น อู่ อวี้ ผู้ฝึกตนนอกรีต
จำนวนมากก็รู้สึกแปลกใจ
ในตอนที่กำลังหมุนกายกลับเพื่อเดินหน้าดต็มกำลัง
อู่ อวี้ เหลือบแลเห็นเงาร่างที่คุ้นเคยท่ามกลางกลุ่ม
ของผู้ฝึกตนนอกรีต! คนผู้นั้นสวมใส่กระโปรงสีแดง
ดำ ผมสีดำขลับปลิวไปกับสายลม ถึงแม้จะอยู่
ท่ามกลางฝูงชน แต่ความงามของนางยังโดดเด่นมิ
แปรเปลี่ยน รอยยิ้มของนางราวกับสิ่งที่หาได้ยาก
ยิ่งบนโลกใบนี้ เหมือนกับนางเกิดมาเพื่อล่อลวง
บุรุษเพศ โดยเฉพาะอย่างยิ่งหลังจากที่ไม่เจอมา
นมนาม ตัวนางกลับถูกรายล้อมไปด้วยผู้ฝึกตน
นอกรีต เห็นได้ชัดว่านางมีเสน่ห์กับทุกทนทุกแห่ง
หลังจากที่กลับมาอยู่ที่นี่ นางก็ได้ฟืนฟู
สัญชาตญาณของตนเองแล้ว ฟืนฟูสถานะของผู้
ฝึกตนนอกรีต ดังนั้นความงามของนางจึงยิ่งมี
เสนห์มากยิ่งขึ้น!
ฉิน ฝูเหยา!
ไม่สิ จะต้องเป็น เทียนไห่อวี้ ฝูเหยา (บัวหยกอัน
เฉิดฉายแห่งเทียนไห่)
เป็นชื่อที่ยาวนัก แต่ความหมายกลับงดงามเป็น
อย่างยิ่ง
“อู่ อวี้ เจ้าออกมาจากคฤหาสน์มารกลืนสวรรค์
ได้?” เมื่อนางเห็น อู่ อวี้ เทียนไห่อวี้ ฝูเหยา แสดง
ทีท่าแปลกประหลาดใจยากที่จะเชื่อได้ การที่นาง
จะตื่นตระหนกย่อมไม่แปลก เพราะราวกับพวกเขา
ต่างมีวาสนายิ่งที่ได้พบพานกันในที่ห่างไกลเช่นนี้
“แล้วจะทำไมล่ะ ผู้ฝึกตนนอกรีต” แต่ไหนแต่ไร อู่
อวี้ ไม่เคยคาดคิดว่านางจะเป็นผู้ฝึกตนนอกรีต
แม้กระทั่งในเวลาสั้นๆ เขายังคิดว่านางคือสหาย
ของเขา!
แต่ช่างน่าเสียดาย……
นางปกปิดตัวตนของตนเองได้อย่างดียิ่ง
“ออกมาได้ก็แล้วยังไงเล่า เจ้านี่ช่างกล้าหาญจริงๆ
กล้าที่จะบุกมายังวิหารพญายมแห่งนี้ ฮ่า ฮ่า
อย่างไรก็ตามนี่ก็เป็นนิสัยของเจ้าอยู่แล้ว ถ้ารู้ว่า
เจ้าจะมาถึงนี่ จ้าววิญญาณพยาบาท คงไม่
จำเป็นต้องเปิดฉากสงคราม ฝั่าไปถึงทวีปแห่งทวย
เทพเช่นนี้” เทียนไห่อวี้ ฝูเหยา กล่าว
อู่ อวี้ รู้สึกฉงนสงสัยเป็นอย่างยิ่ง
ที่นางกล่าว หมายความว่ายังไงกัน?
………………………………………………..
(´▽`).。o♡ เพลิน
กลืนสวรรค์สะท้านทวยเทพ