กลืนสวรรค์สะท้านทวยเทพ - ตอนที่ 488 : เตาหลอมเมฆาทมิฬ
ประโยคที่ออกมาจากปากนางนั้นทำให้เข้าใจได้ว่า
จักรพรรดิมาร ผู้นำพาหายนะการฆ่าล้างสังหารมา
สู่ทวีปแห่งทวยเทพ ถึงแม้จะกล่าวได้ไม่เต็มปากว่า
ว่าหายนะครั้งนี้เกี่ยวข้องกับ อู่ อวี้ แต่อย่างน้อย ๆ
มันก็มีความเกี่ยวข้องบางอย่างกับเขา!
ซึ่งถ้าหาก อู่ อวี้ มีความเกี่ยวข้องกับเรื่องนี้แล้วละ
ก็ คงมีความเป็นไปได้เพียงอย่างเดียวเท่านั้นก็คือ
มันจะต้องเกี่ยวข้องกับ คฤหาสน์มารกลืนสวรรค์
แล้วเพราะเหตุใด อู่ อวี้ กับ คฤหาสน์มารกลืน
สวรรค์ ถึงได้มีความเกี่ยวข้องเชื่อมโยงกัน ?
ที่เขาพอจะนึกออกก็มีแค่เพียง ไข่ ซึ่งหมิงซวงเคย
กล่าวว่า ไข่ มีความเป็นไปได้สูงว่ามันจะเกี่ยวข้อง
กับ บรรพชนมารกลืนสวรรค์ หรือไม่ไข่นี้ก็อาจจะ
เป็น บรรพชนมารกลืนสวรรค์ เลยก็ได้ หรือไม่มัน
อาจจะถือกำเนิดร่างขึ้นมาใหม่
แล้วเหตุใด จ้าววิญญาณพยาบาท ถึงมีความ
เกี่ยวข้องกับ เทียนไห่ อวี้ฝูเหยา ยังคงเป็นเรื่องที่
ยากจะเข้าใจได้
เมื่อได้รับฟังความสามารถของ จ้าววิญญาณ
พยาบาล มันช่างคล้ายคลึงกับ บรรพชนมารกลืน
สวรรค์ เสียจริง ๆ …
ซึ่งการปรากฏตัวของมันก็ช่างประจวบเหมาะ เป็น
ช่วงเวลาหลังจากที่ เทียนไห่ อวี้ฝูเหยา ออกจาก
คฤหาสน์มารกลืนสวรรค์
ท่ามกลางความคลุมเครือไม่ชัดเจน เมื่อ อู่ อวี้
คาดเดามาถึงจุดนี้ เขาก็รู้สึกทั้งเสียใจทั้งหวาดกลัว
ไม่น้อยเลยทีเดียว
ในยามนี้ จิ่วอิง กับ สามจอมมาร กำลัง
เผชิญหน้ากันส่วน อู่ อวี้ ก็กำลังเผชิญหน้ากับ
เทียนไห่ อวี้ฝูเหยา
“ เรื่องที่เจ้าไม่เข้าใจมีมากขึ้นใช่หรือไม่ แต่นั่นมัน
ก็เรื่องของเจ้า เพราะข้าไม่จำเป็นต้องมานั่งอธิบาย
ให้เจ้าฟัง ในเมื่อตอนนี้เจ้าเดินมาติดกับดักด้วย
ตนเอง ซึ่งก็เป็นช่วงเวลาที่เหมาะสมพอดิบพอดี
ในฐานะที่พวกเราเป็นเจ้าบ้านก็ยินดีต้อนรับเจ้า
อย่างสุภาพ พวกเจ้าทั้งสาม หากจับพวกมันได้
นับว่าเป็นการสร้างผลงานได้ใหญ่หลวงทีเดียว ซึ่ง
ในเรื่องนี้จะเป็นผลดีกับตัวเราและพรรคนิกายของ
เราเป็นอย่างยิ่ง ” เทียนไห่ อวี้ฝูเหยา กล่าวด้วย
น้ำเสียงออดอ้อนชวนคลื่นเหียนอาเจียนอย่างที่สุด
ผนวกกับมารยาอีกนับหมื่นเล่มเกวียนของนาง
ถ้าให้เปรียบเทียบในด้านศักดิ์ฐานะ สามจอมมาร
น่าจะสูงกว่านาง ทว่าเมื่อฟังสิ่งที่นางกล่าวกลับ
กลายเป็นว่า บุรุษทั้งสามกำลังโดนนางพูดจาข่มขู่
หลังจากได้ยินเช่นนั้นพวกมันก็นำศาสตราเต๋าใน
วิถีนอกรีตของตนออกมาทันที!
หาก จอมกระบี่ซวนจี, จอมกระบี่ชั่วฮวา แล้ว
จอมกระบี่ชิงเหอ สามจอมกระบี่ผู้แข็งแกร่ง ได้แล
เห็น ศาสตราเต๋าของผู้ฝึกตนนอกรีต เพียงแว๊
บแรกพวกเขาจะต้องตกตะลึงในนความน่า
ประหวั่นพรั่นพรึง ทั้งยังกลิ่นอายโลหิตแผ่ถาโถม
ออกมาอย่างท่วมท้นรุนแรง!
โดยเฉพาะจอมมารเงาเทวะ มันได้ถือจับ เตา
หลอดสามขาขนาดใหญ่ เอาไว้ ภายในเตาหลอม
ขนาดใหญ่เต็มไปด้วยของเหลวสีเขียว ของเหลวนี้
ได้แผ่กลิ่นอายเย็ยเฉียบมืดมนออกมาถึงขีดสุด ถึง
มันจะมีในปริมาณไม่มากนัก แต่ในขณะนั้นกำลัง
หมุนด้วยความคุ้มคลั่ง เฉกเช่นดังเสียงของคลื่น
สาดซัดอัดกระแทกเข้าใส่หินโสโครก ราวกับว่าสิ่ง
ที่อยู่ภายใน เตาหลอมขนาดใหญ่ นี้ คือทะเลแห่ง
ความโสมมที่ถูกเก็บซ่อนเอาไว้
ผู้ฝึกตนนอกรีตของ วิหารพญายม ที่เหลืออยู่ก็ไม่
อาจช่วยอะไรได้ พวกมันจับจ้องมองสิ่งที่เกิดขึ้น
อย่างสนอกสนใจด้วยความตื่นเต้นระทึก
ส่วนอีกฝังด้านหนึ่ง ในเวลานี้สีหน้าของ เทียนไห่
อวี้ฝูเหยา ได้ปรากฏรอยยิ้มเหยียดยาวขึ้น นาง
หยิบยันต์สื่อสารออกมาแผ่นหนึ่ง เป็นไปได้ว่านาง
อาจแจ้งข่าวคราวของพวกเขาให้แก่ 8 พญา
มัจจุราช หรือ จักรพรรดิมาร เป็นที่เรียบร้อยแล้ว
โดยในข้อความแจ้งไปว่า บัดนี้นางได้นางคว้าจับ
สกุณาไร้เดียงสาที่แอบลอบบุกรุกเข้ามาใน วิหาร
พญายม นั้นก็คือ อู่ อวี้ นั่นเอง!
” เจ้าก็ยังคงเป็นเหมือนเช่นเคย ต่อให้ข้าจะยั่วยุ
เจ้าอย่างไรก็ยังคงยุเจ้าไม่ขึ้นเสียที ถึงแม้ว่าเจ้าจะ
น่ารักน่าชังมากเพียงไร แต่เจ้าก็ยังคงเป็นศัตรูของ
เราอยู่ดี ซึ่งมันคือสิ่งที่มิอาจเปลี่ยนแปลงได้ ฉะนั้น
พี่สาวผู้นี้คงไม่สามารถสุขภาพกับเจ้าได้อีกต่อไป
ว่าแต่…ลั่วผินนางหายไปไหนแล้วล่ะ ผู้ที่คอย
ออเซาะฉอเลาะประจี๋ประจ๋าอยู่กับเจ้านานสอง
นาน ไหนเลยนางถึงไม่ติดตามเจ้ามา เสมือนดั่งเงา
ตามตัวเช่นครั้งเก่าก่อน เจ้าทิ้งนางแล้วเช่นนั้น
หรือ? ” เทียนไห่ อวี้ฝูเหยา กล่าวขึ้นอย่าง
สนุกสนานผ่อนคลาย ดวงตาคู่สวยที่จ้องมอง อู่
อวี้ นั้นช่างอ่อนโยนสง่างามสูงศักดิ์เป็นอย่างที่สุด
ดูเหมือนพื้นฐานการฝึกตนของนางจะรุดหน้าขึ้น
เล็กน้อย ยามนี้พื้นฐานฝึกตนของนางอยู่ในระดับ
ตำหนักม่วงทะเลมรกต ขั้นที่ 5 ถึงกระนั้นนางก็ยัง
ไม่ใช่คู่ต่อสู้ของ อู่ อวี้ อยู่ดี!
เมื่อนางเอ่ยปากพูด สามจอมมาร ก็ปลดปล่อย
พลังสะกดข่มออกมาอย่างรุนแรง ชั่วพริบตาที่
อำนาจนี้พวยพุ่งขึ้น แรงกดดันอันมหาศาลก็กวาด
ผ่านแผ่ขยายไปทั่วดินแดนแห่งนี้ สถานการณ์ที่คน
ทั้งสองกำลังพบเจออยู่ในยามนี้ แทบไม่แตกต่าง
จาก เสินคง นอกจากนี้ยังทรงพลังยิ่งกว่า เสินคง
เสียอีก! เมื่อครั้งที่พบเจอกับ เสินคง แม้ว่าพวกเขา
ทั้งสองจะร่วมมือกันยังแทบจะทำอะไรไม่ได้เลย ไม่
ต้องกล่าวถึงสถานการณ์ยามนี้ ต่อให้มีจอมมาร
สามเขตแดนมาช่วยอีกคน พวกเขาก็ไม่มีทาง
รักษาชีวิตของตนเองเอาไว้ได้อย่างแน่นอน!
เทียนไห่ อวี้ฝูเหยา ยังคงแสดงท่าทางหยิ่งผยอง
จองหอง ท่ามกลางรอยยิ้มอันแสนอ่อนโยนของ
นาง ศาสตราทั้งสามของจอมมาร โดยเฉพาะอย่าง
ยิ่ง ‘เตาหลอมเมฆาทมิฬ’ ทันใดนั้นมันร่วงตกลงมา
จากฟากฟั้า ของเหลวจากด้านในสาดทะลักไหล
ออกมาในทันที ประดุจดังพลิกมหาสมุทรอันเย็นยะ
เยือกถึงขีดสุด!
” ละเว้นมัน ไม่ต้องสังหาร ข้ายังเล่นสนุกกับพวก
มันไม่พอเลย ” เทียนไห่ อวี้ฝูเหยา โบกมือพร้อม
กับกล่าวขึ้นอย่างอ่อนหวาน
ผู้ฝึกตนนอกรีตคนอื่น ๆ จับจ้องมอง สามจอมมาร
ด้วยสีหน้าผ่อนคลายระคนชื่นชมเล็กน้อย
สีหน้าของ จิ่วอิง ยังคงไม่เปลี่ยนแปลง
สถานการณ์ยามนี้ไม่ว่าจะแพ้หรือชนะมีโอกาส
ล้วนเป็นไปได้หมด ฉะนั้นเขาจึงไม่คิดต่อต้านขัด
ขืน แต่ทะยานมุ่งตรงเข้าไปทันที พร้อมทั้งใช้กาย
เนื้ออันแข็งแกร่งต้านรับการโจมตีจากสามจอม
มาร!
สำหรับจอมมาร การกระทำเช่นนี้เหมือนกับ
รนหาที่ตายชัด ๆ มันช่างเป็นการกระทำที่โง่เขลา
อย่างได้เหลือเชื่อ
เมื่อลงมือแล้ว พวกมันก็ไม่สามารถยั้งมือไม่ได้
ต่อไป ถึงแม้จะควบคุมพลังเอาไว้ได้บางส่วน แต่
คลื่นมหาสมุทรทมิฬที่สาดซัดโหมกระหน่ำลงมา
ทำให้จิ่วอิงตกอยู่ในสถานการณ์วิกฤตแห่งความ
ตายอย่างไร้ซึ่งจะหลบลี้หนีรอดไปได้
” เจ้าเด็กเหลือขอนี่กำลังฆ่าตัวตาย! ” สามจอม
มาร ต่างคิดคิดเช่นเดียวกัน
เสี้ยวพริบตาต่อมา ก็บังเกิดการเปลี่ยนแปลงครั้ง
ใหญ่อย่างฉับพลัน ซึ่งทำให้พวกมันค้นพบคำตอบ
ในทันที ระหว่างที่เข้ามาในทางเปิดโล่งขนาดใหญ่
นี้ อสรพิษปาก็ติดตาม อู่ อวี้ กับ จิ่วอิง เข้ามาด้วย
แต่ก็ไม่มีผู้ใดคาดคิดว่า อสรพิษปาจะปรากฏตัวขึ้น
ในเวลานี้
อสรพิษปา นั้นปฏิบัติตามคำสั่งของ จักรพรรดิอิง
อย่างเข้มงวดเคร่งครัด ซึ่ง จักรพรรดิอิง สั่งให้มัน
คอยปกปั้องบุตรชายของตนเอง ฉะนั้นไม่ว่าฝั่าย
ตรงข้ามจะเป็นใคร ตราบใดที่ทำให้ชีวิตของ จิ่วอิง
ตกอยู่ในความเสี่ยง อสรพิษปาก็จะพุ่งเข้ามาโจมตี
ศัตรูราวกับเครื่องจักรสังหาร ฉะนั้น จิ่วอิง กับ อู่
อวี้ จึงไม่ห่วงกังวลเรื่องความปลอดภัยแม้แต่น้อย!
ตูมมมม!
อสรพิษปา มีขนาดใหญ่ยักษ์ด้วยเพราะมันไม่รู้วิธี
ย่อส่วนตนเอง มันพุ่งเข้าไปโอบล้อมร่างของ จิ่วอิง
ด้วยเวลาเพียงเสี้ยวพริบตา ทั้ง เคล็ดวิชาแก่นแท้
ฟั้าดิน ศาสตราเต๋าของจอมมาร รวมถึง มหาวิถี
เชื่อมสวรรค์ พลันโจมตีเข้าใส่ลำตัวของ อสรพิษ
ปา ทำให้บังเกิดรอยบาดแผลขึ้นเล็กน้อย การ
โจมตีเมื่อสักครู่หาได้มีผลต่อ อสรพิษปา แม้แต่
น้อย ในทางตรงกันข้ามยิ่งทำให้มันดุร้ายมาก
ยิ่งขึ้น! ส่งผลให้ในเวลานี้มันกรีดร้องอย่างเกรี้ยว
กราด ในขณะที่โอบหุ้มร่างของ จิ่วอิง เอาไว้ มันก็
ได้พ่นเปลวเพลิงสีเขียวออกมาอย่างบ้าคลั่ง ทันทีที่
เปลวเพลิงสีเขียวพวยพุ่งออกมา เพียงชั่วอึดใจ
วิหารพญายมรวมถึงอาคารอีกหลายหลังก็
พังทลายลงทันที ผู้ฝึกตนนอกรีตหลายคนที่อยู่
โดยรอบถูกเปลวเพลิงนี้แผดเผาจนกลายเป็นเถ้า
ธุลี!
“อสรพิษปา!”
สัตว์อสูรตนนี้คือสหายของจักรพรรดิอิงผู้ซึ่งมี
ชื่อเสียงเลื่องลือขจรไกลไปทั่วทุกสารทิศ แล้ว
จอมมาร กับ เทียนไห่ อวี้ฝูเหยา จะไม่ทราบนามนี้
ได้อย่างไร สำหรับพวกมันแล้วการปรากฏกายของ
อสรพิษปา ถือได้ว่าเป็นมหันตภัยครั้งใหญ่ของ
พวกมันอย่างแน่นอน! สิ่งนี้ทำให้สีหน้าของ เทียน
ไห่ อวี้ฝูเหยา กับพรรคพวกของนาง แปรเปลี่ยน
กลายเป็นซีดเผือด ชั่วพริบตาต่อมา ภายในรัศมี
10 ลี้ของวิหารพญายม ก็ถูกเผาไหม้จนกลายเป็น
เถ้าถ่าน สามจอมมาร ถอยร่นกลับไปด้วยความ
หวาดกลัว แม้แต่ เทียนไห่ อวี้ฝูเหยา ก็ยังหลบหนี
ออกไปในสภาพอเนจอนาถอย่างถึงที่สุด
เนื่องจากว่านางแทบจะถูกทะเลเพลิงเผาไหม้กลบ
ฝังไปเสียแล้ว ถึงจะเป็นอย่างนั้น ผิวอัน
ละเอียดอ่อนบอบบางของนาง ก็ยังถูกเปลวเพลิงสี
เขียวมรกตเผาผลาญจนไหม้เกรียมไปบางส่วน
โดยเฉพาะแผ่นหลังอันเรียบเนียนของนาง เสื้อผ้า
ของนางไหม้จนเผยให้เห็นส่วนหลังอย่างแช่มชัด
ทันใดนั้นเองความสับสนโกลาหลก็แพร่กระจายไป
ทั่วทั้งวิหารพญายม ซึ่งอสรพิษปาก็ได้รับบาดเจ็บ
เล็กน้อย ภายใต้ความโกรธเกรี้ยว อสรพิษปา
บันดาลโทสะด้วยการบิดร่างกายเพียงเล็กน้อย
กวัดแกว่งหางอสรพิษ อัดกระแทกเข้าใส่วิหาร
พญายมจนแตกละเอียดเป็นเสี่ยง!
ตูมตูมตูม!
ต่อให้วิหารพญายมนั้นใหญ่โตเพียงใด หรือ
แม้กระทั่งตัววิหารอันแข็งแกร่งที่มีค่ายกลวงเวท
ประทับเอาไว้ แต่ภายใต้พลังอำนาจอันมหาศาล
ของอสรพิษปา ได้ถูกบดขยี้ทำลายลงอย่าง
ต่อเนื่อง ผู้ฝึกตนนอกรีตซึ่งอยู่ภายในที่แห่งนี้ ต่าง
รู้สึกราวกับว่านี่คือวันสิ้นโลก พวกมันต่างมองดู
สหายของตนเองตกตายไปต่อหน้าต่อตา ทั้งยัง
เสียงร้องโหยหวนแสนอเนจอนาถออกมาอย่าง
ต่อเนื่อง ผู้ฝึกตนนอกรีตทั้งหมดต่างวิ่งหนีตาย
กระเจิดกระเจิงไปทั่วทุกแห่งหน บัดนี้สถานการณ์
ภายในวิหารพญายม ได้ตกลงสู่ห้วงแห่งความ
โกลาหลอย่างสิ้นเชิง ผู้ฝึกตนนอกรีตที่อยู่ไกล
ออกไป ต่างแลเห็นความน่าสะพรึงกลัวอย่างเหลือ
คณานับของอสรพิษปา พวกมันต่างส่งเสียงกรีด
ร้องออกมาอย่างตื่นตระหนกหวาดกลัว
เนื่องจากว่าภายในวิหารพญายมแห่งนี้ อาจกล่าว
ได้ว่าไม่เคยมีอันตรายใด ๆ เกิดขึ้นมาก่อน
” อู่ อวี้ จิ่วอิง ! ข้าเกลียดเจ้า!” เทียนไห่ อวี้ฝูเหยา
กรีดร้องสาปแช่งเสียงดังลั่น จากนั้นนางก็เริ่ม
หลบหนี เนื่องจากนางคุ้นเคยกับวิหารพญายมเป็น
อย่างดี จึงทำให้นางสามารถหลบหนีไปได้อย่าง
รวดเร็ว อย่างไรก็ตาม อู่ อวี้ มีสิ่งสำคัญยิ่งกว่านั้น
ให้ทำ ดังนั้นเขาจึงไม่สามารถไล่ล่าติดตามนางไป
ได้
” จิ่วอิง บอกให้อสรพิษปาสังหาร พวกมันทั้งสาม
จากนั้นก็ทำให้วิหารพญายมวุ่นวายโกลาหลมาก
ยิ่งขึ้น! ”
“ไม่มีปัญหา!” เดิมที อสรพิษปา โอบล้อมร่างของ
จิ่วอิง ไว้ อย่างไรก็ตามหลังจากที่ จิ่วอิง ตอบรับ อู่
อวี้ เขาก็ทะยานออกมาจากการคุ้มกันของอสรพิษ
ปาทันที ซึ่งในช่วงเวลานี้เองผู้ฝึกตนนอกรีต
มากมายกำลังรวมตัวกันเพื่อโจมตีต่อต้านอสรพิษ
ปา แต่หลังจากที่พวกมันเห็น จิ่วอิง ออกมา พวก
มันก็หันเหทิศทางการโจมตีเข้าใส่เขาทันที เมื่อ
อสรพิษปาเห็น จิ่วอิง ตกอยู่ในอันตราย อีกทั้งผู้ฝึก
ตนนอกรีตทั้งหมดในวิหารพญายม ยังแสดงความ
เป็นปฏิปักษ์และกำลังต่อต้านเขาออกมาอย่างเห็น
ได้ชัด ด้วยสัญชาตญาณของสัตว์เดรัจฉานอันดุ
ร้ายปั่าเถื่อน จึงทำให้ อสรพิษปาโกรธเกรี้ยวมาก
ยิ่งขึ้น เดิมทีอสรพิษปาปรากฏกายขึ้นเพื่อปกปั้อง
คุ้มครองจิ่วอิงเท่านั้น แต่ในช่วงเวลานี้ท่ามกลาง
การปกปั้องคุ้มครอง ได้ผสมผสานไปด้วยเพลิง
โทสะอันกราดเกรี้ยว หมายมาดเข่นฆ่าสังหารบด
ขยี้ทำลายทุกสรรพสิ่งให้สิ้น!
เนื่องจากอสรพิษปามิได้ฉลาดเฉลียวนัก เมื่อ จิ่
วอิง ใช้แค่แผนการง่าย ๆ เช่นนี้ ก็สามารถชี้นำ
เขาได้แล้ว ซึ่งแผนการนี้ก็สามารถทำให้ อสรพิษ
ปา คิดไล่ล่าสังหารสามจอมมาร!
เมื่อแลเห็นอสรพิษปาหันเหความสนใจมายัง
ทิศทางของพวกมัน สีหน้าของสามจอมมาร ก็สลด
หดหู่ลงอย่างเห็นได้ชัด จากนั้นพวกมันก็กระจาย
ตัวแยกกันหลบหนีทันที เนื่องด้วยรู้ดีว่าตนเองหา
ใช่คู่ต่อสู้ของอสรพิษปาไม่ ดังนั้นมันจึงมิได้
หาญกล้าหน้าด้านมากพอ ที่จะหันหลังกลับไป
ต่อต้านการโจมตีของอสรพิษปา ยันต์สื่อสาร
มากมายถูกส่งออกไปตลอดทาง คาดว่ามันกำลัง
ขอความช่วยเหลือ
อย่างไรก็ตามในสายตาของอสรพิษปา สามจอม
มาร เป็นคู่ต่อสู้ที่แข็งแกร่งไม่เลวเลยทีเดียว ทั้งยัง
เป็นผู้ลงมือโจมตีนำพาวิกฤตสังหารมาให้แก่จิ่วอิง!
อสรพิษปาเบนความสนใจไปที่ จอมมารเงาเทวะ
ซึ่งเป็นผู้แข็งแกร่งมากที่สุดก่อน หลังจากนั้น
ร่างกายอันใหญ่โตมโหฬารของอสรพิษปา ก็ไล่ล่า
ติดตามมันไปอย่างบ้าคลั่ง ไม่ว่ามันจะหลบหนีไป
ยังที่แห่งใด ตัววิหารพญายมก็จะบังเกิดเสียงดัง
สะเทือนเลื่อนลั่น จากการถูกบดขยี้พังทลายลง สิ่ง
นี้แสดงให้เห็นว่า ไม่ว่าจอมมารเงาเทวะหลบหนีไป
ยังที่แห่งใด ที่แห่งนั้นก็จะถูกบดขยี้ทำลายจนสิ้น!
ในวิหารพญายมตอนนี้ ไม่มีผู้ฝึกตนนอกรีตคนใด
สามารถหยุดยั้งอสรพิษปาได้อีกต่อไป!
เมื่อเห็นภาพนี้ อู่ อวี้ ก็เริ่มคิดถึงแผนการขั้นต่อไป
ของตนเอง เมื่อแลเห็นอสรพิษปาปีศาจผู้ความ
แข็งแกร่งอยู่ในขอบเขตก่อร่างกำเนิดจิตเทวะ
สร้างความโกลาหลปันปั่วนวุ่นวายถึงระดับนี้
แผนการขั้นต่อไปของเขาก็ง่ายขึ้นมาก
เขาเริ่มหลบซ่อนตัวตั้งแต่ตอนที่ความโกลาหล
บังเกิดขึ้น เมื่อทุกคนเพ่งความสนใจทั้งหมดไปที่
อสรพิษปา เขาก็จากไปอย่างเงียบ ๆ
ในเวลานี้ เหล่าผู้ฝึกตนนอกรีตยากที่จะสังเกตเห็น
อู่ อวี้ ซึ่งจงใจปิดซ่อนตัวตนไว้ เขาพุ่งทะยานไป
เบื้องหน้าด้วยความเร็วสูงสุด มุ่งตรงไปยังทิศทาง
ของ ‘เสามังกรสมุทรคลั่ง’
” คฤหาสน์มารกลืนสวรรค์ ต้องมีบางสิ่งบางอย่าง
ที่เกี่ยวข้องกับเจ้าวิญญาณพยาบาทอย่างแน่นอน
ในเมื่อเรื่องเกิดขึ้นแล้ว การจมปลักพิรี้พิไรอยู่ใน
ความเสียใจก็มิได้มีประโยชน์อันใด เพราะอย่างไร
ลั่วผิน ก็มิได้มีเจตนาให้เกิดเรื่องเช่นนี้ขึ้น ซึ่งตอนนี้
ภารกิจที่ข้าแบกรับเอาไว้ก็หนักหนามากเป็นอย่าง
ยิ่ง! มันคือความผิดพลาดที่ข้าต้องแก้ไขสะสางด้วย
ตัวเอง! ดังนั้นข้าจักต้องดึงเข็มเทวะค้ำสมุทร
ออกมาให้จงได้ วิหารพญายมแห่งนี้ ต้องถูก
ทำลาย! ”
ไม่มีที่ให้เขาถอยหนีแม้แต่น้อย!
อย่างน้อย ๆ การทำลายสถานที่แห่งนี้ ก็เป็นการ
บดขยี้ทำลายขวัญกำลังใจของผู้ฝึกตนนอกรีต ทั้ง
ยังสามารถช่วยเหลือ เจ้านครจักรพรรดิเพลิง ได้
เล็กน้อยอีกด้วย
ดังนั้นในเวลานี้จิตใจของ อู่ อวี้ จึงเปียมล้นไปด้วย
โลหิตเดือดพล่านอย่างถึงที่สุด ไม่มีสิ่งใดสามารถ
หยุดยั้งฝีเท้าของเขาได้! ไม่ว่าผู้ฝึกตนนอกรีตหน้า
ไหนที่ขัดขวางเส้นทางของเขา จักถูก อู่ อวี้ สะบั้น
ศีรษะสังหารทันที
ภายในวิหารพญายม มีผืนทะเลสาบขนาดใหญ่
ปรากฏขึ้น ซึ่งอันที่จริงแล้วสิ่งนี้ไม่ใช่ทะเลสาบ แต่
เป็นมหาสมุทรผืนหนึ่ง! สิ่งที่แปลกประหลาดก็คือ
ทะเลสาบนี้สงบนิ่งจนน่าใจหาย ไร้ซึ่งระลอกคลื่น
ใด ๆ ถึงแม้ว่าตอนนี้ทั่วทั้งวิหารพยายมจะ
สั่นสะเทือนจากการถูกบดขยี้ทำลายของอสรพิษ
ปา แต่ผืนสมุทรนี้ก็ยังคงสงบนิ่งประดุจดั่งแก้ว
กระจกก็มิปาน กระจ่างใสไร้ซึ่งระลอกคลื่นใด ๆ !
นี่ต้องเป็นผลจาก เข็มเทวะค้ำสมุทร อย่างแน่นอน!
อู่ อวี้ ทะยานขึ้นไปเหนือผิวมหาสมุทรทันที เมื่อ
มองลอดผ่านผิวมหาสมุทรอันกระจ่างใสบริสุทธิ์
ลงไปยังส่วนลึกสุดของผิวมหาสมุทรนี้ เขาก็แล
เห็นแสงสีน้ำเงินที่ส่องสว่างออกมาอย่างเบาบาง !
จิตใจของ อู่ อวี้ ตื่นตระหนกสุดขีด!
มันคือความผันผวนที่มาจากศาสตราเต๋าวิถีแท้!
เขาเคยพบเห็น กระบี่เต๋าผสานอัสนี กระบี่
จักรพรรดิสมุทรคราม และ แพรหัวใจสมุทร มา
ก่อน ดังนั้นจึงถือเป็นเรื่องปกติที่เขาจะรับรู้ได้
ในทันทีว่านี่คือ เสามังกรสมุทรคลั่ง
” เสามังกรสมุทรคลั่ง ศาสตราวิถีแท้ชิ้นนี้มีอายุ
เก่าแก่เป็นอย่างยิ่ง ซึ่งอายุของมันก็พอ ๆ กับ
วิหารพญายม เลยทีเดียว อย่างไรก็ตามมีคำร่ำลือ
ว่า พญามัจจุราช ลำดับที่ 1 ซึ่งมีสมญานามว่า
ฉิว หลงจวิน (ผนึกมังกรบูรพา) ว่ากันว่าครั้งหนึ่ง
มันเคยสังหารมังกรเทวะที่แท้จริงมาแล้ว จากนั้นก็
ผนึกจิตวิญญาณของมังกรเทวะไว้ใน เข็มเทวะค้ำ
สมุทร เปลี่ยนแปลง วิญญาณศาสตรา ในศาสตรา
เต่าวิถีแท้ ยกระดับพลังอำนาจของเข็มเทวะค้ำ
สมุทรขึ้นสู่จุดสูงสุด! เนื่องจากวิญญาณศาสตรา
ของศาสตราเต๋าวิถีแท้ชิ้นนี้ คือวิญญาณของมังกร
เทวะที่แท้จริง! ”
นี่คือสิ่งที่ จอมมารสามเขตแดน กล่าวถึง
อู่ อวี้ กระโจนลงสู่ผิวมหาสมุทร ดำดิ่งลึกลงไปสู่
เบื้องล่างอย่างไม่ลังเล
………………………………………………..
(´▽`).。o♡ เพลิน
กลืนสวรรค์สะท้านทวยเทพ