กลืนสวรรค์สะท้านทวยเทพ - ตอนที่ 489 : สถานการณพลิกผันอยางฉับพลัน
ด้านหนึ่งคือทะเลสาปอันเงียบสงบไร้ซึ่งระลอกใด
ๆ ส่วนอีกด้านหนึ่ง อสรพิษปากำลังอาละวาด
ทำลาย วิหารพญายม จนพินาศราบพนาสูร ทั้ง
สองสิ่งนี้คือความแตกต่างกันอย่างสุดขั้ว
ในช่วงเวลานี้ อู่ อวี้ กำลังกระโจนลงไปในห้วง
สมุทร แต่ทว่าบนผิวธาราเหนือศีรษะยังคงมีผู้ฝึก
ตนนอกรีต ซึ่งเป็นคนของ วิหารพญายม ได้พบ
เห็นเขา พวกมันเหล่านี้มีพื้นฐานฝึกตนอยู่ในระดับ
ตำหนักม่วงทะเลมรกต
ด้วยเหตุนี้จึงมีเสียงคนร้องตะโกนดังขึ้น!
” อู่ อวี้ อยู่ใน ‘ ทะเลวิเวก ‘ ข้ารู้ว่าจุดประสงค์
ของมัน! มันคิดจะทำเช่นเดียวกับ พรรคมารเงา
ทมิฬ มันกำลังจะทำลาย เข็มเทวะค้ำสมุทร หมาย
ทำลาย วิหารพญายมของพวกเรา!”
เป็นเพราะว่า เข็มเทวะค้ำสมุทร มีความสำคัญเป็น
อย่างยิ่งยวดมันคอยค้ำจุน วิหารพญายม
อย่างไรก็ตาม ด้วยเพราะมันตั้งอยู่เป็นเวลานาน
หลายแรมปี อย่างต่ำก็นับหมื่นปี ฉะนั้น วิหาร
พญายม จึงเป็นเสมือนดั่งผู้ปกครองของ หมู่เกาะ
ตงหยางทั้งสี่ อันที่จริงตลอดที่ผ่านมาพวกมันมี
ความขัดแย้งกับทวีปแห่งทวยเทพน้อยมาก แล้ว
ยังมีอีกหลายคนที่อยู่ใน วิหารพญายม อย่างสงบ
มาเป็นเวลานาน จึงทำให้พวกมันจึงมิได้ตระหนัก
ว่ามีผู้ใดผู้หนึ่งกำลังจ้องทำลาย เข็มเทวะค้ำสมุทร
อันที่จริงทั้งหมดทั้งมวลในยามปกติแล้ว 8 พญา
มัจจุราช จักพักอาศัยอยู่ ณ ที่แห่งนี้ ฉะนั้นจะมี
ผู้ใดกล้ายุ่งวุ่นวายกันเล่า?
แม้ว่าปัจจุบัน พญามัจจุราช ทั้ง 8 จะไม่ได้อยู่ก็
ตาม แต่ถึงกระนั้นที่นี่ก็ยังมี ‘ค่ายกลเซียนหมื่นมาร
สังหาร’ คอยสกัดกั้นผู้บุกรุกส่วนใหญ่ได้
ด้วยเพราะเวลาผันผ่านไป จึงทำให้ผู้ฝึกตนนอกรีต
ใน วิหารพญายม หลงลืมเรื่อง เข็มเทวะค้ำสมุทร
ด้วยเพราะไม่มีอุบัติเหตุร้ายแรงอันใด เกิดขึ้นกับ
มานานนับหมื่นปีแล้ว
จวบจนกระทั่งบัดนี้ จักรพรรดิมาร ก็ปรากฏตัวขึ้น
อย่างกะทันหัน ทั้งยังมอบความพ่ายแพ้ให้แก่ 8
พญามัจจุราช จากนั้นพวกเขาจึงตัดสินใจร่วมมือ
กัน โดยสั่งให้ผู้ฝึกตนนอกรีตกรีธาทัพมุ่งหน้าไปยัง
ทวีปแห่งทวยเทพ ซึ่ง 8 พญามัจจุราชก็ได้ติดตาม
เคลื่อนทัพไปด้วย ดังนั้นจึงมิได้ คำนึงถึง เข็มเทวะ
ค้ำสมุทร ซึ่งตั้งอยู่ในที่แห่งนี้
หากไม่ใช่เพราะ พรรคมารเงาทมิฬ มีการ
เคลื่อนไหวโจมตี ด้วยจุดประสงค์ที่ว่ามานี้ เกรงว่า
แม้แต่ผู้ฝึกตนนอกรีตของ วิหารพญายม ก็ยังไม่
อาจจะคิดถึงเรื่องนี้ได้
อาจกล่าวได้ว่าในเวลานี้การที่ อู่ อวี้ ปรากฎกาย
ขึ้นที่นี่ จะทำให้เกิดเป็นเรื่องใหญ่เสียแล้ว
เขาหาได้พูดพร่ำทำเพลงอันใด พร้อมกับรีบก็รีบ
รุดหน้ามุ่งไปยัง ‘ทะเลวิเวก’
ซ่าาาา!
หลังจากเข้ามา ทั้งมหาสมุทรไร้ซึ่งคลื่น แรง
กระเพื่อมที่ลงมาก่อนหน้านี้ ได้ฟืนคืนกลับสู่สภาพ
เงียบสงบอย่างรวดเร็ว
เขาดำจมลึกลงสู่ห้วงสมุทรอันเงียบสงบ มันให้
ความรู้สึกเสมือนดั่งเข้ากำลังแหวกว่ายอยู่ในพื้น
ปฐพี อู่ อวี้ ต้องใช้พลังความแข็งแกร่งของตนเพื่อ
ฉีกกระชากแหวกมวลสมุทร เห็นได้ชัดว่าถึงแม้
มวลธาราจะเป็นของเหลวไม่ใช่ของแข็ง แต่ก็ยาก
จะดำดิ่งลึกลงไปได้ ดังนั้น อู่ อวี้ จึงไม่สามารถ
เคลื่อนตัวไปได้ความเร็วนัก
อสรพิษปาไม่ได้อยู่ที่นี่ด้วย เมื่อ อู่ อวี้ แสดง
จุดประสงค์ที่แท้จริงของเขาให้พวกผู้ฝึกตนนอกรีต
ได้ล่วงรู้ ฉะนั้นเพียงครู่ต่อมาผู้ฝึกตนนอกรีต
ปรากฏการณ์ขึ้นอยู่เหนือศีรษะของเขาด้วยความ
กระวนกระวายใจอย่างที่สุด!
” ตามตำนานว่ากันว่า หาก เข็มเทวะค้ำสมุทร ถูก
ดึงออกไปแล้วละก็ วิหารพญายมจะถูกห้วงวังวน
สมุทรบูรพาฉีกกระชากจนสิ้น! ”
” ตอนนี้พวกเราอยู่ในใจกลาวของ ห้วงวังวน
สมุทรบูรพา! แล้วถ้าหาก วิหารพญายม ถูกบดขยี้
ทำลาย พวกเราก็ต้องตกตายไปด้วย! ”
” อู่ อวี้ มันรู้เรื่องเข็มเทวะค้ำสมุทรได้อย่างไรกัน!?
ช่างน่ากลัวยิ่งนัก! เรารีบเร่งหลบหนีกันเร็วเข้า! ”
” เปล่าประโยชน์ จอมมารได้ปิดทางเข้าออกของ
วิหารพญายม ทั้งหมดแล้วเราไม่มีทางหนีรอดไป
ไหนได้! วิธีเดียวที่เราจะรอดมันก็คือต้องหยุดเจ้า อู่
อวี้ ให้จงได้! ”
” รีบตามไปจับตัวมันมาเร็วเข้า! ”
หลังจากเหล่าผู้ฝึกตนนอกรีต ตระหนักถึง
วัตถุประสงค์อันแท้จริงของ อู่ อวี้ พวกมันต่างอยู่
ในอาการตกตะลึง ด้วยเฉพาะท่ามกลางพวกมัน มี
เพียงส่วนน้อยเท่านั้นที่อยู่ในระดับ ตำหนักม่วง
ทะเลมรกต แต่ถึงกระนั้นพวกมันก็เร่งรีบรุดติดตาม
ไล่ล่ามุ่งหน้าไปยังทะเลวิเวก! ทว่าความเร็วในการ
เคลื่อนไหวของพวกมันไม่อาจติดตาม อู่ อวี้ ได้ทัน!
หากลองนึกภาพว่า เข็มเทวะค้ำสมุทร ได้ถูก
เคลื่อนย้ายหลุดออกจากตำแหน่งเดิมของมัน
ส่งผลให้ทะเลบูรพาบังเกิดความคลุ้มคลั่งปันปั่วน
มันช่างเป็นภาพแห่งหายนะอันน่าสะพรึงกลัวเป็น
อย่างยิ่ง! วิหารพญายม แห่งนี้ได้ถูกสืบทอดส่งต่อ
ผ่านรุ่นต่อรุ่นมาเนิ่นนานหลายปีดีดัก ทั้งยังมี
อาคารน้อยใหญ่ผุดขึ้นเป็นจำนวนมาก มีค่ายกล
ถูกวาดวางไว้จำนวนนับไม่ถ้วน จะต้องถูกทำลาย
ลง! เพียงแค่คิดถึงเรื่องนี้ผู้ฝึกตนนอกรีตที่นี่ ก็
หวาดกลัวจนแทบอยากจะอกแตกตาย!
ทุกคนต่างมีสีหน้าซีดเผือด
ขณะที่พวกมันกำลังกรีธาทัพโจมตีทวีปแห่งทวย
เทพ ไม่คิดว่าที่นี่กับต้องตกอยู่ในสภาวะวิกฤติ
เช่นนี้ ซึ่งไม่ใช่เพียงแค่พวกมันเท่านั้นที่กำลังตกอยู่
ในอาการหวาดผวาสั่นกลัว แม้แต่สามจอมมาร
และ เทียนไห่ อวี้ฝูเหยา ที่กำลังซ่อนตัวอยู่ ก็คงจะ
หวาดกลัวจนวิญญาณแทบหลุดออกจากร่าง!
” เข็มเทวะค้ำสมุทร! คือเปั้าหมายที่แท้จริงของ
เจ้า!” จอมมารเงาเทวะซึ่งบัดนี้กำลังต้อง
เผชิญหน้ากับการไล่ล่าของอสรพิษปาอย่างบ้าคลั่ง
ส่งเสียงกรีดร้องด้วยสีหน้าซีดเผือด!
ดวงตาของมันเต็มไปด้วยความตื่นตะลึง!
ความแข็งแกร่งของมันเทียบเท่าได้กับ จอมกระบี่
ซวนจี แห่งซูซัน ทั้งยังมีโอกาสที่จะได้ก้าวเข้าสู่
ก่อร่างจิตกำเนิดเทวะ ด้วยความแข็งแกร่งนี้มันจะ
กลายเป็น พญามัจจุราช ลำดับ 9 สีหน้าของจอม
มารเต็มไปด้วยความหมองคล้ำโศกเศร้าเสียใจ
อย่างถึงที่สุด ทันใดนั้นเปลวเพลิงสีเขียวของ
อสรพิษปาก็ลุกท่วมกลืนกินร่างของมัน หลังจาก
นั้นมันก็ถูกอสรพิษปากลืนกินลงไปในปาก ไม่
หลงเหลือแม้ซากเถ้าธุรีเอาไว้ดูต่างหน้า!
“อ๊ากกกกก!” ก่อนตกตาย จอมมารเงาเทวะส่ง
เสียงกรีดร้องด้วยความไม่ยินยอมพร้อมใจ แต่ก็ไม่
อาจหลีกหนีหรือปฏิเสธได้ เนื่องจากการจู่โจมใน
ครั้งนี้ของ อู่ อวี้ มันช่างเกินความคาดหมายอย่าง
แท้จริง
แน่นอนการดำรงอยู่ของ เข็มเทวะค้ำสมุทร
สำหรับ อู่ อวี้ แล้วมันคือสิ่งที่เหนือความ
คาดหมายอย่างใหญ่หลวง หากไม่ใช่เพราะเขา
บังเอิญอยู่ถูกที่ถูกเวลา บังเอิญได้ยินแผนการของ
พรรคมารเงาทมิฬ ถ้าไม่ใช่เพราะ วิหารพญายม
ใช้ เข็มเทวะค้ำสมุทร ค้ำยันห้วงวังวนสมุทรบูรพา
ซึ่งเปียมล้นไปด้วยกลิ่นอายฟั้าดินอันหนาแน่น เขา
คงไม่สบโอกาสเหมาะเช่นนี้
อย่างไรก็ตาม การลอบโจมตีครั้งนี้คงต้องมอบ
ผลงานดีเด่นให้แก่อสรพิษปา หากไร้ซึ่งอสรพิษปา
แล้วล่ะก็ พวกเขาทั้งสองคงไม่มีปัญญาสยบจอม
มารทั้ง 3 ลงได้เป็นแน่
ยามนี้เขาดำดิ่งลงไปอย่างเต็มกำลัง แม้แต่ผู้ฝึกตน
นอกรีตซึ่งอยู่ในระดับตำหนักม่วงทะเลมรกต ก็ไม่
อาจตามความเร็วของเขาได้ทัน ระยะห่างของ อู่
อวี้ กับพวกมันเริ่มถูกทิ้งห่างมากขึ้นเรื่อย ๆ ด้วย
เพราะยามนี้เขาได้ใช้ กระบี่มหาจักรพรรดิ และ
กระบี่จอมราชัน ฉีกกระชากแหวกฝั่ามวลสมุทร
ดำดิ่งลงมายังทิศทางของเปั้าหมายอย่างรวดเร็ว!
ในเวลานี้จากมุมมองสายตาของเขาเริ่มเข้าใกล้
‘เข็มเทวะค้ำสมุทร’ มากขึ้นเรื่อย ๆ แล้ว ก่อนหน้า
นี้เขายังคงเห็นแต่สีครามของน้ำทะเลเปรียบดั่ง
ม่านปิดกั้น แต่สำหรับตอนนี้เขาได้เห็นรูปร่างของ
เสาค้ำชูอย่างเรือนราง แต่ก็เท่านั้น เนื่องจากเห็น
ได้ชัดว่าระยะห่างระหว่าง อู่ อวี้ กับ เสา ยังอยู่
ห่างไกลพอสมควร แต่การที่มันสามารถทนทาน
แรงฉีกกระชากของห้วงวังวนสมุทรบูรพาได้ ทำให้
วิหารพญายมตั้งอยู่ท่ามกลางมหาคลื่นพายุคลั่งได้
อย่างสงบนิ่งไร้ซึ่งรอยขีดข่วนใด ๆ เช่นนี้ แสดงให้
เห็นว่ามันเป็นศาสตราเต๋าวิถีแท้ ที่ไม่ธรรมดาอย่าง
แน่นอน!
” เจ้า อู่ อวี้ ไม่เลวเลยทีเดียว ! มันล่วงรู้แม้กระทั่ง
ตำแหน่งของ เข็มเทวะค้ำสมุทร เปั้าหมาย
แผนการของมันในครั้งนี้ก็คือ เข็มเทวะค้ำสมุทร! ”
ชั่วพริบตานั้นเอง จอมมารทั้งสองก็หลบหนีมาบน
ทะเลวิเวก ซึ่งแน่นอนว่าพวกมันได้แลเห็นสิ่งที่
กำลังเกิดขึ้นด้านล่างใต้ผิวสมุทร เข็มเทวะค้ำ
สมุทร คือศาสตราที่มีความสำคัญอย่างยิ่งยวดต่อ
วิหารพญายม แล้วพวกมันจะมัวนิ่งเฉยปล่อยผ่าน
ไปได้อย่างไร ต่อให้พวกมันได้ยินว่า จอมมารเงาเท
วะต้องประสบพบเจอกับความตายอย่าง
อเนจอนาถ ต่อให้หวาดกลัวจนตัวสั่นเทา แต่พวก
มันก็ยังคงกัดฟันสู้ ชักนำศาสตราเต๋าของตนเอง
ออกมา พร้อมกับแหวกผ่าเปิดทะเลวิเวก ไล่ล่า
ติดตามผู้ฝึกตนนอกรีตคนอื่น ๆ ซึ่งบัดนี้กำลังไล่ล่า
อู่ อวี้ อย่างบ้าคลั่ง
พวกมันไม่เคยคาดคิดว่า การที่ตนไม่ได้ร่วมขบวน
กับกองพยุหะกรีธาทัพมุ่งหน้าโจมตีทวีปแห่งทวย
เทพ แต่เลือกจะประจำการคอยเฝั้าระวังอยู่ที่วิหาร
พญายมแทน จะบังเกิดเรื่องราวใหญ่โตถึงเพียงนี้
ขึ้นมาได้!
เมื่ออยู่ภายในทะเลวิเวก ไม่คาดคิดว่าความเร็ว
ของพวกมันจะเพิ่มสูงขึ้นอย่างเห็นได้ชัด ส่งผลให้
ระยะห่างของมันกับ อู่ อวี้ เริ่มลดทอนหดสั้นลง
มากขึ้นเรื่อย ๆ อู่ อวี้ ประมาณการว่า ก่อนที่ตน
จะไปถึงเข็มเทวะค้ำสมุทร จะต้องถูกไล่ล่าติดตาม
มาทันอย่างแน่นอน อีกทั้งภายในทะเลนิเวกนี้ ไม่มี
ที่แห่งใดให้เขาหลบลี้หนีรอดไปได้ มีความเป็นไป
ได้ว่าเขาอาจถูกอีกฝั่ายสังหารจนตกตายไป!
เมื่อสัมผัสได้ถึงอันตรายที่พุ่งเข้ามาใกล้ เขาก็
หัวเราะขึ้นทันที เนื่องจากว่าในเวลานี้อสรพิษปา
กับจิ่วอิง กำลังไล่ล่าติดตามจอมมารทั้งสองอยู่
อสรพิษปาบินอยู่เหนือทะเลวิเวกอยู่ครู่หนึ่ง
ดวงตาสีเขียวมรกตขนาดใหญ่แสนน่าเกรงขาม
กวัดกวาดสายตามองมายังเบื้องล่าง จากนั้นก็ส่ง
เสียงขู่คำรามออกมาครั้งหนึ่ง พร้อมกับอ้าปาก
ปลดปล่อยเปลวเพลิงสีเขียวมรกตอันแสนร้ายกาจ
ออกมาอีกครั้ง ชั่วอึดใจต่อมาทะเลวิเวกก็เริ่มเหือด
ระเหย ส่งผลให้ผู้ฝึกตนนอกรีตที่อยู่ภายในทะเล
วิเวก เปล่งเสียงกรีดร้องออกมาอย่างโหยหวน ถูก
เพลิงแผดเผาทำลายสูญสลายกลายเป็นละอองธุลี
ลงในทันที!
ผู้ฝึกตนนอกรีตทั้งหมดต่างถูกเข่นฆ่าสังหารไปจน
สิ้น!
ทั่วทั้งวิหารพญายม ตกอยู่ในห้วงแห่งความ
โกลาหลปันปั่วนอย่างสิ้นเชิง!
ชั่วขณะที่ อสรพิษปา พ่นเปลวเพลิงแหวกฝั่าม่าน
ชั้นบรรยากาศลงสู่ม่านสมุทรของทะเลวิเวก ซึ่งใน
เวลานี้จอมมารทั้งสองยังไม่ได้ถูกสังหารจนตกตาย
ไป พวกมันพยายามแหวกว่ายดำดิ่งหลบลี้หนีตาย
ลงสู่เบื้องล่างอย่างบ้าคลั่ง พวกมันยังคงมุ่งมั่นไล่
ติดตาม อู่ อวี้ ไปอย่างไม่ลดละ!
สำหรับพวกมันแล้ว โอกาสเดียวที่จะเอาชนะได้ใน
ยามนี้ มีเพียงการจับตัว อู่ อวี้ ให้ได้เท่านั้น
อย่างไรก็ตาม ในช่วงเวลานั้นเองร่างกายอัน
ใหญ่โตของอสรพิษปาก็ฝั่าทะลวงลงสู่ทะเลวิเวก
ส่งผลให้ทะเลวิเวกไม่สามารถรักษาสมดุลความนิ่ง
สงบไว้ได้อีกต่อไป สำหรับอสรพิษปาแล้ว ทะเล
วิเวก มิได้แตกต่างไปจากมหาสมุทรทั่วไป ดังนั้น
ความเร็วของเขาจึงสูงล้ำกว่า อู่ อวี้ มากนัก ซึ่ง
บัดนี้ทะเลวิเวกที่เคยเงียบสงัด ได้สาดกระเซ็นขึ้นสู่
ฟากฟั้าจากแรงอัดกระแทก สายวารีคลุ้มคลั่ง
ปันปั่วนประดุจพลิกฟั้าพลิกสมุทร ผสานรวมไปกับ
ร่างของอสรพิษปา!
ตูมตูมตูม!
ท่ามกลางความสับสนปันปั่วนจากสายวารีสมุทร
ร่างของ อู่ อวี้ ได้ถูกคลื่นทะเลซัดสาดกระเด็น
ออกมา
” อู่ อวี้ ปล่อยให้อสรพิษปาเป็นผู้ดึง เข็มเทวะค้ำ
สมุทร ออกมาเอง!” จิ่วอิง ร้องตะโกนขึ้นเสียงดัง
ลั่น คาดว่าเขาได้สื่อสารกับอสรพิษปาแล้ว
เนื่องจากอสรพิษปามิได้ฉลาดเฉลียวเท่าใดนัก มัน
รู้เพียงว่าต้องปกปั้องจิ่วอิงให้ได้ ซึ่งแน่นอนว่าขอ
เพียงให้ จิ่วอิง บอก มันก็จะทำตามอย่างไม่หือไม่
อือ หากสามารถดึงเข็มเทวะค้ำสมุทรออกมาได้
พวกเขาก็จะสามารถออกไปจากที่นี่ได้เช่นเดียวกัน
ซึ่งอสรพิษปาต้องทำตามอย่างแน่นอน
นี่คือวิธีที่ดีที่สุดแล้ว!
เมื่ออสรพิษปาเป็นผู้ลงมือ แค่ศาสตราเต๋าวิถีแท้
อันเล็กจ่อย ย่อมไม่สามารถต้านทานเขาได้
เนื่องจากวิหารพญายมไม่เคยคาดคิดว่า จะมีผู้
แข็งแกร่งในระดับขอบเขตก่อร่ากำเนิดจิตเทวะจะ
บุกเข้ามาในสถานที่แห่งนี้ ส่งผลให้พวกมันไม่มีวิธี
รับมือสถานการณ์วิกฤตยามคับขันเช่นนี้ เมื่อ
อสรพิษปาเปลี่ยนแปลงเปั้าหมายไปยังเข็มเทวะค้ำ
สมุทร ผู้ฝึกตนนอกรีตทั้งหมดก็แสดงท่าทางสิ้น
หวังออกมาอย่างเห็นได้ชัด!
อู่ อวี้ เปียมล้นไปด้วยความปรารถนา และ
ความรู้สึกปลื้มปิติยินดี ที่ภารกิจครั้งใหญ่หลวงใน
ครั้งนี้ใกล้จะเสร็จสิ้นสมบูรณ์แล้ว!
การที่เขาร่วมมือ กับ จิ่วอิง ทำให้พวกเขาใกล้ทำ
สำเร็จเข้าไปทุกที อีกทั้งยังเป็นการยกระดับ
ความก้าวหน้าขึ้นอย่างก้าวกระโดด! โดยไม่
จำเป็นต้องเอื้อนเอ่ยวาจาใด ๆ เขาไล่ล่าเข่นฆ่า
สังหารผู้ฝึกตนนอกรีตไปตลอดทาง!
ทันใดนั้นก็บังเกิดเรื่องไม่คาดฝันขึ้น!
“เจ้าสัตว์เดรัจฉานตัวนั้นอยู่ที่ไหน! ช่างบังอาจยิ่ง
นักที่ล่วงล้ำเข้ามาในวิหารพญายมของข้า!”
ทันใดนั้นเองเหนือขึ้นไปบนท้องนภา ก็บังเกิดเสียง
ดังคำรามขึ้น ชั่วพริบตานั้นเองแสงสีขาวบริสุทธิ์ก็
สาดส่องลงมาในทะเลวิเวก แท้จริงแล้วแสงนี้คือ
เคล็ดวิชาแก่นแท้ฟั้าดิน ส่องสว่างอาบไร้ร่างของ
อสรพิษปา ทำให้ร่างกายของเขาได้รับบาดเจ็บ
บางส่วน ซึ่งมันทำให้ความกราดเกรี้ยวของเขาพุ่ง
ทะยานขึ้นในทันที อีกทั้ง จิ่วอิง ยังไม่สามารถ
ควบคุมเขาได้อย่างสมบูรณ์ เมื่อต้องเผชิญหน้า
กับคู่ต่อสู้ระดับนี้ อสรพิษปาก็เปลี่ยนแปลง
เปั้าหมายอีกครั้ง เขาไม่ได้พุ่งเปั้าไปที่เข็มเทวะค้ำ
สมุทรอีกต่อไป ในช่วงเวลานี้เขาหันไปจับจ้องคู่
ต่อสู้ที่เพิ่งมาถึง ด้วยโทสะเกรียวกราดอย่างถึง
ที่สุด!
ท่ามกลางแสงสีขาวบริสุทธิ์ อู่ อวี้ แลเห็นบุรุษวัย
กลางคน แสนหล่อเหลาผู้หนึ่ง บุรุษผู้นี้มีผมและ
ดวงตาสีดำสนิท ร่างกายสูงโปร่ง ผิวขาวเรียบ
เนียน คิ้วแหลมคมประดุจดั่งกระบี่ มีดวงเนตรราว
กับพยัคฆ์ ถึงแม้ว่าจะไม่ใช่ผู้เยาว์แล้ว แต่ความ
หล่อเหลาของบุรุษผู้นี้กลับเหนือล้ำกว่าคนทั้งหมด
ที่ อู่ อวี้ เคยพบพานมา กล่าวได้ว่าเขาต้องเป็น
ยอดอัจฉริยะอย่างแน่นอน ทั่วทั้งร่างเปียมล้นไป
ด้วยบรรยากาศแห่งความเที่ยงธรรม หากแลมอง
เพียงแว๊บแรกจะรู้สึกราวกับว่า เขาคือผู้ฝึกตนใน
วิถีแห่งเต๋าที่แสนลึกล้ำเป็นอย่างยิ่ง เอ่อล้นไปด้วย
กลิ่นอายเก่าแก่ดั้งเดิม สวมใส่ชุดคลุมสีขาวบริสุทธิ์
ในมือถือแส้หางม้า ดูโดดเด่นประดุจดั่งเทพเซียนก็
มิปาน!
ทันใดนั้นเองก็ปรากฏบุรุษผู้มีรูปร่างหน้าตา
คล้ายคลึงกับ เทียนไห่ อวี้ฝูเหยา เสมือนถูกถอด
ออกมาจากแม่พิมพ์เดียวกัน นอกจากเสน่ห์เย้า
ยวนของ เทียนไห่ อวี้ฝูเหยา อย่างอื่นล้วนไม่
ต่างกัน
บุคคลผู้นี้มีพื้นฐานฝึกตนเหนือล้ำยิ่งกว่าระดับ
ตำหนักม่วงทะเลมรกต สำหรับ อู่ อวี้ แล้วความ
แข็งแกร่งของคนผู้นี้เทียบเท่าได้กับ เซียนกระบี่กุ้ย
หยาง! สิ่งนี้มันทำให้ อู่ อวี้ จดจำคนผู้นี้ได้ในทันที
ภายใน วิหารพญายม มีเพียงผู้เดียวเท่านั้น ที่ดู
เหมือนผู้ฝึกตนในวิถีแห่งเต๋า มากกว่าผู้ฝึกตนนอก
รีต อย่างน้อย ๆ รูปลักษณ์ภายนอกของคนผู้นี้ก็ดู
เสมือนดั่งผู้ฝึกตนในวิถีแห่งเต๋า
เพราะคนผู้นี้คือพญามัจจุราชคนที่ 8 หรือมีอีกชื่อ
ที่เรียกว่า ตัวหมิงซาน เสิ้งเสวี่ย (ชนะหมดจด
เหนือขุนเขาทะเล)
ครั้งหนึ่ง ฉิน เสิ้งเสวี่ย เคยเป็นลูกศิษย์ของ
ประมุขศักดิ์สิทธิ์ไท่ซู แห่งพรรคซ่างหยวน
อีกทั้งมันยังดูคล้ายกับ เทียนไห่ อวี้ฝูเหยา เป็น
อย่างมาก ซึ่งก็แน่นอนว่ามันจะต้องเป็น ตัวหมิง
ซาน เสิ้งเสวี่ย อย่างมิต้องสงสัย!
อู่ อวี้ ไม่เคยคาดคิดมาก่อนเลยว่ามันจะมาที่นี่!
มิใช่ว่า พญามัจจุราช ลำดับที่ 8 ราวมเดินทางไป
ยังทวีปแห่งทวยเทพพร้อมกับจักรพรรดิมารหรอก
หรือ!?
ว่ากันว่า พญามัจจุราช ลำดับที่ 8 มีพื้นฐานฝึกตน
อยู่ในระดับก่อร่างกำเนิดจิตเทวะ ฝีมือแลความ
แข็งแกร่งทางด้านต่อสู้ของมันแทบจะไม่แตกต่าง
จากอสรพิษปา ชัยชนะแลความคาดหวังสูงสุดที่
เคยมีก่อนหน้านี้ กลับกลายเป็นเต็มไปด้วย
อุปสรรคขวากหนาม
ไฉน ตัวหมิงซาน เสิ้งเสวี่ย ถึงมาปรากฏกายอยู่ที่นี่
ได้ ?
แต่สิ่งเหล่านี้ก็หาได้สำคัญอีกต่อไป จอมมารลำดับ
ที่ 8 ครุ่นคิดพิจารณาเล็กน้อย เนื่องด้วยเกรงว่า
ทวีปแห่งทวยเทพจะกลายเป็นสุนัขจรตรอกไร้ซึ่ง
หนทางใด แล้วคิดส่งผู้แข็งแกร่งในขอบเขต ก่อ
ร่างกำเนิดจิตเทวะ มาบดขยี้ทำลายสร้างความ
เสียหายอย่างใหญ่หลวงให้กับผู้ฝึกตนนอกรีต
ฉะนั้นจอมมารลำดับที่ 8 จึงได้ย้อนกลับมาที่นี่
แน่นอนว่าในช่วงเวลาที่ อู่ อวี้ กับอสรพิษปา
ปรากฏตัวขึ้นภายในวิหาร ตัวหมิงซาน เสิ้งเสวี่ย
ไม่ได้อยู่ใน วิหารพญายม คาดว่ามันน่าจะอยู่ที่
ไหนสักแห่งในสี่หมู่เกาะตงหยาง มิเช่นนั้น เมื่อ
อสรพิษปาปรากฏกายขึ้น มันก็น่าจะรู้ตัวได้ทันที
คงไม่ปล่อยให้เวลาเนิ่นนานถึงเพียงนี้ แล้วค่อยมา
สกัดกั้นอสรพิษปา
อาจเป็นไปได้ว่าในยามที่ เทียนไห่ อวี้ฝูเหยา ได้มา
พบเจอกับ อู่ อวี้ เข้า ยันต์สื่อสารแผ่นแรกที่นาง
ส่งออกไปน่าจะส่งให้ พญามัจจุราช ลำดับที่ 8 มัน
จึงกลับมาที่นี่ได้ทันเวลา!
” อู่ อวี้ เจ้าล่วงรู้ได้อย่างไรว่า เข็มเทวะค้ำสมุทร
คือจุดอ่อนของ วิหารพญายม อีกทั้งยังวางแผนมา
ที่นี่ เพื่อสร้างความปันปั่วนทุบทำลาย วิหารพญา
ยม ได้ถึงขนาดนี้ ข้าคงต้องกล่าวชมเชยว่าเจ้าทำ
ได้ไม่เลวเลยทีเดียว ดังเช่นคำกล่าวที่ว่า ธรรมะสูง
หนึ่งฉือ มารร้ายสูงหนึ่งจั้ง ซึ่งถ้าหากข้าจำไม่ผิดดู
เหมือนว่า อสรพิษปา นั้นจะโง่เขลาเบาปัญญา
เป็นสัตว์ร้ายที่ไม่มีอาจควบคุมได้ มั่นใจได้ว่าบิดาผู้
นี้จะสังหารเจ้าอย่างแน่นอน หากจัดการเจ้าได้ ต่อ
ให้ วิหารพญายม ต้องพังทลายลง ก็นับว่าคุ้มค่า ”
เทียนไห่ อวี้ฝูเหยา ยิ้มเยาะอย่างดูหมิ่น
………………………………………………..
(´▽`).。o♡ เพลิน
กลืนสวรรค์สะท้านทวยเทพ