กลืนสวรรค์สะท้านทวยเทพ - ตอนที่ 490 : พี่นองตกอยูในอันตราย
บัดนี้อสรพิษปาจ้องมองไปอย่างคลุ้มคลั่งพร้อมกับ
สงเสียงคำรามไปยัง ตัวหมิงซาน เสิ้งเสวี่ย
ถึงแม้ว่าพลังของทั้งคู่จะแตกต่างกันไม่มาก ถึงมัน
จะดุร้ายแต่มันก็ไร้ซึ่งสติปัญญา เห็นได้ชัดเจนว่า
พญามัจจุราชลำดับที่ 8 ตัวหมิงซาน เสิ้งเซี่ย ย่อม
มีภาษีดีกว่าอย่างเห็นได้ชัด!
ที่สำคัญก็คือ ตอนนี้ อสรพิษปา ถูกตรึงเอาไว้ ส่วน
ทางด้านของผู้ฝึกตนนอกรีต ยังมีจอมมารอยู่อีก 2
คน ซึ่งจอมมารทั้ง 2 คนนี้ แน่นอนว่าย่อม
แข็งแกร่งเสียยิ่งกว่า อู่ อวี้ จิ่วอิง และ จอมมาร
สามเขตแดน เสียอีก ทำให้บัดนี้โอกาสชนะของ อู่
อวี้ จึงค่อนข้างต่ำ!
การที่อสรพิษปาถูกรั้งตรึงเอาไว้เช่นนี้ได้ทำให้
สถานการณ์พลิกกลับจนพวกเขาตกเป็นฝั่าย
เสียเปรียบอย่างเห็นได้ชัด
ด้วยสถานการณ์ตกเป็นรองเช่นนี้ เทียนไห่อวี้ ฝู
เหยา จึงพลันหัวเราะถากถางออกมาอย่าง
สนุกสนาน นางเผชิญหน้ากับ อู่ อวี้ มาแล้วหลาย
ครั้ง สำหรับตัวนางแล้ว ถึงแม้ว่าในด้านความ
แข็งแกร่งจะถูก อู่ อวี้ กดเอาไว้ แต่ในด้านอื่นๆ
แล้ว อู่ อวี้ กลับถูกนางสามารถสะกดข่มเอาไว้ครั้ง
แล้วครั้งเล่า!
คราแรกนางตกตะลึงกับตัวตนของอสรพิษปา แต่
โชคดี ที่บิดาของนางไม่ได้จากไปไกล เพียงแค่
ประจวบเหมาะกับตอนที่เขาไม่ได้อยู่ที่ วิหารพญา
ยม พอดี หากว่าบิดาของนางอยู่พอดี เกรงว่า อู่
อวี้ ย่อมมิอาจจะแทรกซึมเข้าไปได้เช่นนี้แล้ว
เมื่อเผชิญหน้ากับ ตัวหมิงซาน เสิ่งเสวี่ย อสรพิษ
ปาก็ไม่ยอมอ่อนข้อให้ พลันบังเกิดเสียงกรีดร้องที่
สั่นคลอนโสตประสาท ร่างอันมโหฬารของมันดิ้น
พล่านไปมาพร้อมพลังอันมหาศาลที่แผ่กระจาย
ออกไปทั่วทะเลวิเวกแห่งนี้ อสรพิษปาเคลื่อนไหว
ได้เหมือนกับอยู่ในมหาสมุทรสามัญ อู่ อวี้ ที่มิอาจ
เคลื่อนไหวได้ชั่วคราวก็กลับมาเป็นปกติแล้ว เป็น
เพราะอสรพิษปาที่ทำให้บังเกิดระลอกคลื่นไปทั่ว
ทะเลวิเวก กระทั่งเข็มเทวะค้ำสมุทรที่อยู่ใต้ผืน
ทะเลแห่งนี้ก็ยังเกิดการสั่นไหว บัดนี้ทั่วทั้งทะเล
วิเวกได้เกิดคลื่นระลอกโหมกระหน่ำราวกับเป็นวัน
โลกาวินาศก็มิปาน!
นี่คือการโหมกระหน่ำเปิดฉากโจมตีของ อสรพิษ
ปา ! ตัวมันได้ประสบพบเจอกับคู่ต่อสู้ที่มีพลังมาก
พอจนให้ผู้ที่ขนาดไร้ซึ่งสติปัญยายังคงรู้สึก
หวาดกลัว ดังนั้นในเวลานี้เขาจึงปลดปล่อยความ
บ้าคลั่งออกมาอย่างเต็มที่ หลังจากที่ทะเลวิเวกเกิด
คลื่นปันปั่วน อู่ อวี้ ซึ่งอยู่ด้านล่างจึงได้เห็นสิ่งที่
เกิดขึ้นอย่างชัดเจน เป็นเปลวเพลิงสีครามอันกว้าง
ใหญ่ปะทุจนทะยานขึ้นสู่ท้องนภา เป็นตัวสัญญาณ
บ่งบอกว่าการต่อสู้ของ อสรพิษปา กับ ตัวหมิง
ซาน เสิ้งเสวี่ย ได้เริ่มเปิดฉากขึ้นแล้ว!
ท่ามกลางเปลวเพลิงสีคราม ตัวหมิงซาน เสิ้งเสวี่ย
พลันส่งเสียงคำรามอันน่าหวาดสะพรึงออกมา
“พวกเจ้าทั้ง 2 คน จงมุ่งหน้าไปจับตัว อู่ อวี้ กับ
จิ่วอิง มา ส่วน อสรพิษปา ไว้ให้เป็นหน้าที่ของข้า
เอง หากงานนี้เจ้าทำสำเร็จ พวกเจ้าก็นับว่าได้
สร้างผลงานชิ้นใหญ่ขึ้นมาแล้ว”
เมื่อจอมมารทั้ง 2 ที่ซึ่งโคลงเคลงตามคลื่น
กระแสน้ำด้านใต้ลำตัวของอสรพิษได้ยินเข้า พวก
มันจึงรู้สึกกระตือรือร้นขึ้นทันที! เดิมทีพวกมันคิด
ว่าในวันนี้จะต้องตกตายไปอย่างไม่ต้องสงสัย แต่
ในตอนนี้สถานการณ์ได้กลับตาลปัตร ทั้งยังมี
โอกาสที่จะสามารถสร้างผลงานชิ้นโตได้ เมื่อเทียบ
กับจอมมารเงาเทวะที่ถูกอสรพิษปากลืนกินเข้าไป
พวกมันกลับรู้สึกว่าตนเองโชคดีกว่าอย่างมหาศาล!
พวกมันไม่พูดพร่ำทำเพลง เล็งเปั้าหมายไปยัง อู่
อวี้ เป็นอันดับแรก!
ขณะที่ทะเลวิเวกเกิดความปันปั่วนจนเข็มเทวะค้ำ
สมุทรเกิดการสั่นไหว จึงทำให้ที่นี่แทบไม่ต่างกับ
มหาสมุทรสามัญแม้แต่น้อย อีกทั้งระยะห่าง
ระหว่างพวกมันกับ อู่ อวี้ ก็อยู่ไม่ไกลแล้ว การที่จะ
ไล่ล่าติดตาม อู่ อวี้ ไป น่าจะไม่ใช่เรื่องยากเย็น
สำหรับพวกมัน!
“ลงมือ!”
ตอนนี้ทุกฝั่ายต่างก็ลงมือทำตามแผนการของ
ตนเอง! สิ่งที่น่าสะพรึงกลัวมากที่สุดย่อมเป็นการ
ต่อสู้อันบ้าคลั่งของ อสรพิษปา และ ตัวหมิงซาน
เสิ้งเสวี่ย หลังจากนั้นก็เป็นจอมมาร 2 คน ที่ถือ
โอกาสหมายมาดเข้าจับกุม อู่ อวี้ กับ จิ่วอิง จอม
มารสตรีที่อยู่ในกลุ่มได้เล็งเปั้าหมายไปยัง จิ่วอิง
ซึ่งในยามนี้ จิ่วอิง ได้อยู่ข้างกายของ อสรพิษปา
อีกทั้งยังมีการการคุ้มครองจาก จอมมารสามเขต
แดน อีกชั้นหนึ่งด้วย มันต้องการที่จะไปปันปั่วน จิ่
วอิง ให้ตกอยู่ในสถานการณ์ที่อันตรายเพื่อ
เบี่ยงเบนการโจมตีอันน่าสะพรึงของอสรพิษปา แต่
ภายใต้สถานการณ์ในตอนนี้ ปีศาจไร้ซึ่งสติปัญญา
เฉกเช่น อสรพิษปา ได้ถูก ตัวหมิงซาน เสิ้งเสวี่ย
ดึงดูดความสนใจไปอย่างสมบูรณ์แล้ว ซึ่งดู
เหมือนว่าเขาจะลืมตัวตนเช่นจอมมาร 2 คนนี้ไป
โดยปริยาย!
ส่วนจอมมารอีกคนเลือกที่จะไปลงมือกับ อู่ อวี้ ซึ่ง
นับว่าเป็นการเลือกที่ชาญฉลาดและง่ายดายยิ่ง
ด้วยความสำเร็จที่ง่ายดายเช่นนี้ ทำให้มันแทบจะ
ระเบิดเสียงหัวเราะออกมา!
ผลลัพธ์อันตาลปัตรเช่นนี้ทำให้ อู่ อวี้ ชะงักไป
ในทันที!
เมื่อ อู่ อวี้ ต้องเผชิญหน้ากับจอมมาร เขาก็เรียก
ร่างอวตาร 1,000 ร่างของตนออกมาอย่าง
ฉับพลัน!
ร่างอวตารพลันกระจายตัวออกไปทุกทิศทุกทาง
พร้อมกับดำดิ่งสูทะเลวิเวก มุ่งหน้าทะยานไปยัง
เสาเทวะค้ำสมุทร!
ร่างอวตารแต่ละร่างล้วนอยู่ในขั้นตำหนักม่วงทะเล
มรกต เมื่ออยู่ภายใต้ความวุ่นวายของคลื่นมรสุม
ทั้งหลายซึ่งเป็นผลพวงจากการต่อสู้ ผนวกกับ
เปลวเพลิงสีเขียวมรกตของอสรพิษปา ทำให้มี
เพียงเวลาครู่หนึ่งเท่านั้นที่จะต้องระบุว่าคนไหนคือ
ร่างจริงของ อู่ อวี้ แน่นอนว่ามันยากเย็นเสียยิ่ง
กว่างมเข็มในมหาสมุทร!
ในความเป็นจริงถึงแม้ว่าร่างอวตารทุกร่างจะมา
ยืนเรียงรายอยู่เบื้องหน้า มันก็ไม่อาจที่จะแยกแยะ
ได้
ร่างอวตารถึง 1,000 ร่าง มันเป็นจำนวนที่มาก
จนเกินไป!
บัดนี้มันมองไปด้วยสายตาอันโง่งม หลังจากที่
ทะยานเข้าไปจับกุมได้หลายร่างแล้ว ผลที่ได้คือ
แม้จะโจมตีไปหนักหน่วงเท่าใด แต่ร่างที่มันไล่ล่า
กลับเป็นเพียงแค่ร่างอวตารเท่านั้น มันทำได้แค่
เพียงมองดูร่างอวตารที่ถูกโจมตีจนสลายหายไป
อย่างจนใจ และกลุ่มร่างอวตารทั้ง 1,000 ร่างนี้ก็
ได้เข้าไปใกล้เข็มเทวะค้ำสมุทรมากขึ้นเรื่อยๆ หาก
เป็นเช่นนี้ต่อไป มันย่อมไม่อาจที่จะหยุด อู่ อวี้ ได้
อีกต่อไปแล้ว! จอมมารรู้สึกตื่นตระหนกตกใจ ทำ
ได้เพียงยอมแพ้ในการไล่ตาม อู่ อวี้ มันหันหลัง
กลับไปรวมกับจอมมารสตรี เพื่อจัดการกับ จิ่วอิง!
ในเวลานี้ จอมมารสามเขตแดน ได้ถูกจอมมารสตรี
สังหารจนตกตายไปแล้ว
ตอนนี้ อู่ อวี้ ได้เข้าไปใกล้เข็มเทวะค้ำสมุทร
เรื่อยๆ! จากการคาดคะเนด้วยสายตาคร่าวๆ คาด
ว่าเข็มเทวะค้ำสมุทรน่าจะสูงส่งถึง 100 จั้ง มี
ขนาดใหญ่โตไร้ที่เปรียบ ดูเหมือนกับเสาที่คอย
ประคองฟั้าสวรรค์! ยังเหลือระยะทางอีกนิดเดียว
เมื่อเขาเข้าไปใกล้ ก็ค้นพบได้ว่าความยาวของมัน
มีมากกว่า 200 จั้งไปแล้ว! หากนำมันไปวางไว้
ภายนอกคาดว่าความสูงของมันน่าจะสูงขึ้นไปถึง
ชั้นฟั้า!
การที่ทะเลวิเวกคลุ้มคลั่ง เสามังกรสมุทรคลั่งที่ถูก
ผนึกอยู่ใจกลางคลื่นกระแสน้ำวนก็ถูกสายน้ำอัน
เชี่ยวกราดนี้ซัดซาดจนขยับด้วยเช่นกัน
“ศาตราเต๋าวิถีแท้ชิ้นนี้ นับว่าเหมาะสมกับข้ายิ่ง!
แน่นอนด้วยความสามารถของข้าในตอนนี้ การจะ
สยบเสามังกรสมุทรคลั่งเล่มนี้ให้ยอมรับเป็นนาย
ย่อมไม่ไหว! แต่อย่างไรก็ตาม ข้าเพียงแค่ต้องอ่อน
ข้อให้มัน! ไม่ใช่ควบคุมมัน!”
เสาต้นนี้มันเหมือนกับผลึกหยกสีฟั้าคราม บนตัว
เสามีมังกรเทวะตัวหนึ่งพันอยู่รอบๆ มังกรเทวะตัว
นี้เหมือนกับมันมีชีวิตจริงๆ โดยเฉพาะดวงตามังกร
คู่นั้น มันเหมือนกับดวงตาของ ลั่วผิน ที่จับจ้อง
มายัง อู่ อวี้ ทุกประการ แฝงเอาไว้ด้วยเสน่ห์ของ
เต๋าแห่งเซียน! แน่นอนว่ารูปลักษณ์ของศาสตรา
เต๋าวิถีแท้ชิ้นนี้มีความงดงามยิ่ง! กระทั่งเสาเหยียน
หวงเบิกฟั้ายังไม่อาจเทียบเคียงได้ และแน่นอนว่า
บนทวีปแห่งทวยเทพ ศาสตราเต๋าวิถีแท้ถือเป็น
สมบัติวิเศษที่ประเมินค่าไม่ได้!
“มังกรเทวะ!”
เมื่อได้เห็นมังกรเทวะ ในใจ อู่ อวี้ บังเกิดเป็น
ความรู้สึกดีๆขึ้นมามากมาย!
เขาจำได้ว่า วิญญาณที่สถิตอยู่ภายในเสามังกร
สมุทรคลั่งเล่มนี้ ก็คือมังกรเทวะที่ถูกพญามัจจุราช
ลำดับที่ 1 สังหาร การที่พญามัจจุราชสามารถ
สังหารมังกรเทวะได้ ย่อมนับว่ามันร้ายกาจเป็น
อย่างยิ่ง
บางทีเป็นเพราะว่าวิญญาณศาตราชิ้นนี้มันถูกปิด
ผนึกไว้! ยามเมื่อ อู่ อวี้ มาถึงที่นี่ วิญญาณศาตรา
จึงเริ่มดิ้นรน! อู่ อวี้ มองเห็นด้วยตาของตนเองว่า
รูปสลักมังกรเทวะพลันส่องสว่างขึ้นมา ดู
เหมือนว่ามันเป็นสิ่งมีชีวิตกำลังรอคอยความ
ช่วยเหลือจาก อู่ อวี้ จนกระทั่ง อู่ อวี้ ค้นพบมัน
กลับกลายเป็นว่าไม่ใช่ อสรพิษปา ที่ทำให้ เข็มเท
วะค้ำสมุทร ขยับ แต่เป็นเข็มเทวะค้ำสมุทรที่รับรู้
ถึงความตั้งใจของ อู่ อวี้ มันจึงเริ่มเกิดการดิ้นรน
พยายามจะออกจากผนึกด้วยตนเอง!
สามารถมองเห็นได้ว่าบนตัวเข็มเทวะค้ำสมุทร ได้
อัดแน่นไปด้วยวงเวทจำนวนมากมาย การดำรงอยู่
ของวงเวทเหล่านี้ ทำให้เข็มเทวะค้ำสมุทรเล่มนี้
สามารถคงอยู่ในที่แห่งนี้ได้ตราบนานเท่านาน
ในตอนนี้มันกำลังดิ้นรนอย่างบ้าคลั่ง ทำให้ทะเล
ม้วนกวาดไป วงเวทบนร่างของมันก็เกิดการผัน
ผวนอย่างรุนแรงเช่นเดียวกัน คาดว่า…….. แต่เป็น
เพราะตำแหน่งค่ายกลของ 8 วิหารพญายม จึงทำ
ให้มันต้องถูกผนึกไว้ในที่แห่งนี้
ในตอนนี้ อู่ อวี้ ให้ร่างอวตารทั้ง 1,000 ร่างของ
เขารายล้อมมันเอาไว้ โดยไม่รู้ตัว ดูเหมือนว่าเขา
จะได้ยินเสียงเรียกของเสามังกรสมุทรคลั่ง ต้องการ
ให้ อู่ อวี้ เข้าไปช่วยปลดผนึกมัน!
สำหรับ อู่ อวี้ แล้ว เรื่องนี้ทำให้เขารู้สึกประหลาด
ใจยิ่ง ไม่คาดคิดว่า เข็มเทวะค้ำสมุทรเล่มนี้จะต่อสู้
ดิ้นรนกับวิหารพญายมเพียงลำพังมาโดยคลอด
ผนวกกับวิญญาณศาตราที่ถูกฝังไว้ค่อนข้างจะใหม่
จึงคาดว่าด้วยนิสัยของมันย่อมไม่อยากถูกเหนี่ยว
รั้งผนึกเอาไว้เช่นนี้ บางทีตลอดเวลาที่มันถูกผนึก
เอาไว้ มันคงฝืนดิ้นรนอยู่ทุกชั่วขณะ และมันย่อม
รู้สึกเบื่อที่จะต้องอยู่ในสถานที่ที่เต็มไปด้วยผู้ฝึกตน
นอกรีต!
“ลงมือ!” อู่ อวี้ ไม่รีรอ ให้ร่างอวตารทั้ง 1,000
ร่าง สำแดงค่ายกลกระบี่มังกรคราม 9 ตะวันออก
มาอย่างพร้อมเพรียง บัดนี้ปราณกระบี่จำนวนนับ
ไม่ถ้วนกำลังถาโถมโจมตีไปยังเข็มเทวะค้ำสมุทร
อย่างสุดกำลัง สิ่งที่เผชิญหน้ากับการโจมตีนี้ก่อนก็
คือค่ายกลที่ผนึกมันไว้ ด้วยความแข็งแกร่งของ
ปราณกระบี่ที่โจมตีเข้าไป จะต้องสร้างผลกระทบ
จนพังทลายค่ายกลนี้ลงไปให้ได้! ขอแค่โจมตีเพียง
1 ใน 10 ก็พอ ที่เหลือย่อมให้เป็นหน้าที่ เข็มเทวะ
ค้ำสมุทร ทลายค่ายกล 9 ส่วนที่เหลือด้วยตัวมัน
เอง!
บัดนี้เขาเตรียมพร้อมที่จะดึงมันออกมาแล้ว
หากค่ายกลกลั่นวิญญาณสูญสลายไปโดยสมบูรณ์
อู่ อวี้ ก็พร้อมที่จะสำแดงเคล็ดระเบิดพลังคลั่งและ
ดึงมันออกมาในทันที!
ในเวลานี้ เสียงระเบิดดังสนั่นดังขึ้นบนตัวเสามังกร
สมุทรคลั่ง ทั้งหมดมันเกิดขึ้นจากการกระตุ้นการ
พังทลายของ อู่ อวี้ ! ทุกการโจมตีของ อู่ อวี้ มัน
ทำให้กระแสน้ำวนของทะเลตะวันออกเต็มไปด้วย
ความโกลาหล ทั่วทั้งวิหารพญายมเกิดการสั่นไหว
โดยไม่รู้ตัว กระแสน้ำวนทะลตะวันออกเกิดการคุ้ม
คลั่ง เดือดพล่านจนสามารถฉีกกระฉากทุกสิ่งได้ใน
พริบตา!
ในวิหารพญายม เมื่อได้รับรู้ถึงแรงสั่นสะเทือนนี้
เหล่าผู้ฝึกตนนอกรีตต่างตกอยู่ในอาการตื่น
ตระหนก พวกมันทำได้เพียงแค่โหวกเหวกโวยวาย
พวกมันไม่ได้คาดคิดว่าพญามัจจุราชลำดับที่ 8 ที่
หวนกลับมาแล้วกลับยังไม่สามารถแก้ไขวิกฤตครั้ง
นี้ได้ ในตอนนี้พวกมันจึงรู้สึกตื่นตระหนกเป็นอย่าง
ยิ่ง!
“อู่ อวี้ เจ้าบัดซบหยุดมือเดี๋ยวนี้!” เหล่าผู้ฝึกตน
นอกรีตพลันส่งเสียงก่นด่าอย่างต่อเนื่อง
เหนือหัวของ อู่ อวี้ อสรพิษปายึดครองทะเลวิเวก
ไม่ปล่อยให้ ตัวหมิงซาน เสิ้งเสวี่ย ลอบลงไปได้
การต่อสู้กันของผู้แข็งแกร่งขอบเขตก่อร่างจิต
กำเนิดเทวะ ได้ทำให้เกิดเป็นคลื่นระลอกอันรุนแรง
ผู้ฝึกตนนอกรีตได้ถูกลูกหลงตายไปเป็นจำนวน
มาก!
ซึ่งสำหรับ อู่ อวี้ ที่อยู่เบื้องล่างนั้น ก็ยังรับรู้ถึงการ
ต่อสู้อันหนักหน่วงด้านบนได้อย่างแช่มชัด!
ในตอนนี้เขารวบรวมสมาธิโจมตีไปอย่างบ้าคลั่ง
เขาต้องการที่จะปลดปล่อย เข็มเทวะค้ำสมุทร นี้
ให้จงได้! การคลุ้มคลั่งของกระแสน้ำวนทะเล
ตะวันออกได้ทำให้สถานที่แห่งนี้ถูกฉีกกระฉาก ทุก
ผู้คนต่างถูกเกลียวคลื่นอันบ้าคลั่งซัดซาดจน
กระเด็นหายไป แต่เขามีกายาเพชรอมตะอัน
แข็งแกร่งมั่นคงดุจหินผา จึงไม่ต้องกังวลที่ตนเอง
จะถูกกระแสน้ำวันตะวันออกฉีกกระฉากไป
“อู่ อวี้!”
ท่ามกลางความเลือนลาง ดูเหมือนว่าเขาก็จะได้ยิน
เสียง เทียนไห่อวี้ ฝูเหยา กรีดร้องขึ้นด้วยเช่นกัน
คาดว่านางคงกำลังตกใจกลัวจนใบหน้ากลายเป็น
เขียวคล้ำ อย่างไรก็ตาม อู่ อวี้ ไม่สนใจเสียงใดๆ
นกเสียงกาใดๆแม้แต่น้อย
“อู่ อวี้ หยุดมือซะ! หากยังไม่หยุด ข้าจะให้ จิ่วอิง
ตกตายไปต่อหน้าเจ้า”
ทันใดนั้น เสียงของหนึ่งในจอมมารก็ดังเข้ามา อู่
อวี้ จึงหันกลับไปมองและเห็นว่า จอมมารสามเขต
แดน ได้ถูกสังหารไปแล้ว ส่วน จิ่วอิง ก็ไม่มีที่ให้
หลบลี้หนีอีกต่อไป ในเวลานี้เขาถูกจอมมารสตรี
ควบคุม ในมือของจอมมารผู้นั้นถือเชือกสีดำ รัด
พันอยู่บนร่างปีศาจของ จิ่วอิง เชือกเส้นนั้นเจาะ
เข้าไปในร่างของ จิ่วอิง ราวกับเป็นมีดกรีดเฉือน
เข้าไป บัดนี้ จิ่วอิง ถูกจับกุมโดยสมบูรณ์ ร่างของ
เขาชุ่มโชกไปด้วยโลหิต!
เขาอยู่ในวิกฤตอันตราย!
ดูเหมือนว่าอสรพิษปากำลังถูก ตัวหมิงซาน เสิ้ง
เสวี่ย ดึงดูดความสนใจเอาไว้อยู่ ในตอนนี้จึงไม่ได้
สนใจความเป็นความตายของ จิ่วอิง ซึ่งพญา
มัจจุราชลำดับที่ 8 กำลังตรึงอสรพิษปาอย่างเอา
เป็นเอาตาย ไม่ปล่อยให้มันมีโอกาสได้ไปสนใจ จิ่
วอิง!
ในขณะที่จอมมารสตรีกล่าว อิทธิฤทธิ์ของเชือก
ยังคงเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ยิ่งมา จิ่วอิง ยิ่งตกอยู่
ในอันตราย ภายใต้สถานการณ์เช่นนี้ อู่ อวี้ จึง
หยุดลงมือเป็นอันดับแรก เขาไม่อาจที่จะมองดู จิ่
วอิง ถูกสังหารลงต่อหน้าต่อตาได้
“ดีมาก ถ้าหากไม่อยากให้ จิ่วอิง ตาย เจ้าก็จงก้าว
ออกมาจากตรงนั้น ปลดอาวุธและจงยอมแพ้ซะ”
จอมมารอีกคนกล่าวขึ้นพร้อมกับหัวเราะเย้ยหยัน
อู่ อวี้ ขมวดคิ้ว จ้องมองไปยังพวกมันด้วยโทสะ
แน่นอนว่าเขาไม่ยินยอม แต่ จิ่วอิง ถือเป็นพี่น้อง
ของเขา ไม่ว่าเรื่องนี้จะสำคัญเพียงใด แต่เขาจะไม่
นำมันมาแลกกับชีวิตของ จิ่วอิง อย่างเด็ดขาด!
“ตกลง! พวกเจ้าปล่อยเขาไปได้แล้ว” อู่ อวี้ กัด
ฟันกล่าว นัยต์ตาแปรเปลี่ยนกลายเป็นสีแดงก่ำ
“อู่ อวี้!”
หัวทั้ง 9 ของ จิ่วอิง ใช้ดวงตาสีแดงฉานคู่โตมอง
มายังเขา
เขากล่าว “เจ้าประเมินพวกมันสูงเกินไป ยังไง
พวกมันก็สังหารข้าไม่ได้หรอก!”
“หุบปาก!” จอมมารสตรีก่นด่าสาบแช่ง
จิ่วอิง ระเบิดเสียงหัวเราะขึ้น กล่าวว่า “เจ้าดูถูก
อสรพิษปาไปรึเปล่า! พญามัจจุราชลำดับที่ 8 ไหน
เลยจะทำอันใดเขาได้!”
เขาเต็มไปด้วยความองอาจทระนงตนอย่างแท้จริง
ถึงแม้จะตกอยู่ในสถานการณ์ที่อันตรายร้ายแรงจน
ทั่วร่างชุ่มโฉกไปด้วยเลือด แต่ยามนี้เขายังคง
หัวเราะราวกับไม่มีสิ่งใดเกิดขึ้นได้
อู่ อวี้ กับ เขาสื่อสารกันผ่านดวงตา
บัดนี้ อู่ อวี้ จะเชื่อใจเขาหรือไม่ ถือเป็นการ
ตัดสินใจที่ยากยิ่งแล้ว!
………………………………………………..
(´▽`).。o♡ เพลิน
กลืนสวรรค์สะท้านทวยเทพ