กลืนสวรรค์สะท้านทวยเทพ - ตอนที่ 491 : สั่นคลอนทั่วทั้งทวีปแหงทวยเทพ
เข็มเทวะค้ำสมุทรที่อยู่เบื้องหน้าเขา กับ จิ่วอิง ที่
ถูกอีกฝั่ายกำบังเหียนแห่งความตายเอาไว้!
เกล็ดอสูรกายของ จิ่วอิง ในตอนนี้ถูกศาสตราเต๋า
จอมมารเชือดเฉือนจนทะลุทะลวง ไม่ต้องสงสัย
เลยว่าจอมมารทั้ง 2 คนนี้มีความสามารถเพียง
พอที่จะสังหาร จิ่วอิง ได้
จอมมารทั้ง 2 ควบคุม จิ่วอิง ได้อย่างสมบูรณ์
ศาตราที่อยู่ในมือ พร้อมสามารถสังหาร จิ่วอิง ได้
ทุกเมื่อ
พวกมันจ้องมอง อู่ อวี้ ด้วยสายตาที่ดุร้าย จอม
มารสตรีกล่าวข่มขู่ออกมาอีกครา “รีบออกจาก
เข็มเทวะค้ำสมุทร! ข้าจะให้เวลาเจ้า 3 ลมหายใจ
มิฉะนั้น จิ่วอิง จะต้องกลายเป็นศพอยู่ที่นี่! อู่ อวี้
พวกเราผู้ฝึกตนนอกรีตสังหารคน ไม่ต่างกับการ
กระพริบตา!”
ส่วนอีกคน พลันเลียริมฝีปากออกมาราวกับหิว
กระหายการสังหารเป็นอย่างยิ่ง ไม่ต้องสงสัยเลย
ว่าพวกมันเตรียมพร้อมที่จะสังหาร จิ่วอิง ผู้นี้อย่าง
แท้จริง!
สายตาของ อู่ อวี้ ลุกโชนขึ้นด้วยเปลวเพลิง ร่าง
อวตารของเขาทุกตนพลันหยุดมือลง ในขณะนี้
สายตาของเขา จ้องมองอย่างเดือดดาลไปยัง จิ่
วอิง และบนร่างของจอมมารทั้ง 2 คน บรรยากาศ
ทั่วทั้งวิหารพญายม เงียบสงัดลงในที่สุด
3ลมหายใจ แค่กระพริบตาก็หมดเวลาแล้ว กระชั้น
ชิดเช่นนี้ อู่ อวี้ ย่อมไม่มีตัวเลือกให้ขบคิดมากนัก
ท้ายที่สุด ดวงตาทั้งคู่ของเขาผสานจับจ้องไปที่
ดวงตาทั้ง 9 ของ จิ่วอิง
เมื่อประสานสายตาซึ่งกันและกัน ทันใดนั้นเขาก็
ตัดสินใจได้!
บนโลกนี้มีบางสิ่งที่เรียกว่าความเชื่อใจ เมื่อเขา
จ้องมองไปยังดวงตาของ จิ่วอิง ดวงตาเขาก็รู้สึก
ร้อนรุ่ม เด็ดเดี่ยว ไม่สะทกสะท้าน อีกทั้งแผนการ
ยังปรากฎขึ้นมาในหัวของเขาอีกด้วย ไม่
จำเป็นต้องพูดต้องคิดให้มาก อู่ อวี้ ได้เห็นถึง
ท่าทางอันทรงอำนาจและน่าเกรงขามของเขาที่
เป็นถึงบุตรชายของจักรพรรดิอิง!
มันคือพลังของจิตวิญญาณอันกล้าหาญ!
ในเวลานี้ เขารู้สึกว่าอีกฝั่ายเข้มแข็งยิ่ง ในชีวิตนี้
การที่ได้มีพี่น้องต่อสู้เคียงบ่าเคียงไหล่ นับว่าเป็น
วาสนาล้ำเลิศแล้ว ซึ่งคนผู้นั้นที่เขาเฝั้าหาอยู่ย่อม
เป็น จิ่วอิง อย่างมิต้องสงสัย
ทั้งคู่มีเต๋าที่คล้ายคลึงกันยิ่ง!
ดังนั้น เมื่อจอมมารสตรีดูเหมือนจะบีบบังคับให้ อู่
อวี้ ยอมแพ้ได้แล้ว แต่มันกลับไม่คาดคิดว่า อู่ อวี้
จะเมินพวกนางอย่างสิ้นเชิง ทั้งยังบ้าคลั่งยิ่งกว่า
เก่า ความสนใจของเขาโอนย้ายไปอยู่บนเข็มเทวะ
ค้ำสมุทร ร่างอวตารทั้ง 1,000 ร่างของเขาหยิบ
ศาสตราสถิตวิญญาณออกมากุมไว้อย่างถนัดมือ
พร้อมโจมตีอย่างดุร้ายและเกรี้ยวกราดไปยังเข็มเท
วะค้ำสมุทร!
ส่วนร่างจริงของเขาเองก็เปิดใช้เคล็ดระเบิดพลัง
คลั่ง แขนทั้ง 2 ข้างพองโตขึ้น ในมือถือเสาเหยียน
หวงเบิกฟั้า พร้อมคำรามลั่น ทั่วทั้งมหาสมุทรบ้า
คลั่งเดือดดาลอีกครั้งเพราะเขา ลึกลงไปใต้
มหาสมุทร เขายกเสาเหยียนหวงเบิกฟั้าขึ้น
กระตุ้นวงเวทที่อยู่บนตัวเสา ฉับพลันฟาดอย่างสุด
แรงไปยัง ‘เสามังกรสมุทรคลั่ง’!
เมื่อรับการโจมตีของ อู่ อวี้ เข้าไป ในเวลานี้
วิญญาณบนตัวศาสตราก็ได้ดิ้นรนอย่างถึงขีดสุด
มันอาจจะรอคอยมานับ 100 ปี เพื่อเวลานี้ก็
เป็นได้!
เมื่อเสาเหยียนหวงเบิกฟั้ากระแทกเข้ากับเสามังกร
สมุทรคลั่ง พลันบังเกิดเป็นเสียงระเบิดดังสนั่น
เสียงกระทบของพลองเหล็กดังก้องไปทั่วทั้งวิหาร
พญายม ผู้ฝึกตนนอกรีตแทบทุกคนที่ได้ยินเสียงนี้
ถึงกับรู้สึกมึนงงด้านชาไปทั้งสิ้น!
เมื่อ อู่ อวี้ ตัดสินใจเลือกแล้ว ทำให้จอมมารทั้ง 2
คน จึงบันดาลโทสะเป็นอย่างยิ่ง พวกมันได้รับ
ความเชื่อถือจาก ตัวหมิงซาน เสิ้งเสวี่ย แต่ตอนนี้
มันกำลังจะพังทลายลงไปอีกครั้ง ภายใต้
สถานการณ์เช่นนี้ พวกมันไม่สนใจในสถานะของ
จิ่วอิง อีกต่อไป พร้อมตัดสินใจสังหารให้สิ้น!
จิ่วอิง กำลังตกอยู่ในอันตราย!
ในเวลานี้ อสรพิษปาโกรธเกรี้ยวอย่างมาก เพลิง
พิโรธสีเขียวปะทุออกมา ในเวลานี้พวก จิ่วอิง ทั้ง
3 คนที่อยู่จุดเดียวกันได้ถูกเปลวเพลิงกลืนกินเข้า
ไป จิ่วอิง ที่อาบไล้อยู่ท่ามกลางเปลวเพลิง กลับ
ปรากฎท่าทีสบายยิ่ง แต่ทว่าจอมมารทั้ง 2 คน
กลับกรีดร้องอย่างเจ็บปวด!
แน่นอนว่า เมื่อ จิ่วอิง เผชิญหน้ากับอันตราย
ร้ายแรงถึงชีวิต อสรพิษปาได้ทิ้งความปรารถนาใน
การต่อสู้ไป เหตุผลที่มันลืมตัวตนของ จิ่วอิง ไป
ชั่วขณะก็เป็นเพราะว่ามันถูก ตัวหมิงซาน เสิ้ง
เสวี่ย ยั่วยุจนไม่สนสิ่งใดทั้งสิ้น อสรพิษปามีความ
เป็นไปได้ที่ไร้ขีดจำกัด เหล่าผู้ฝึกตนนอกรีต
ประเมินมันต่ำเกินไป โดยเฉพาะอย่างยิ่งจอมมาร
ทั้ง 2 คน เดิมทีมันคิดว่าจะสามารถสังหาร จิ่วอิง
ไปได้ทุกเมื่อ แต่กระนั้นกลับเป็นพวกมันเสียเองที่
ตกตายลงไป!
อสรพิษปาสังหารจอมมารทั้ง 2 คนในคราเดียว
จากนั้นเขาก็ได้เข้าโอบล้อมตัว จิ่วอิง ในเวลา
ต่อมา ซึ่งทำให้สามารถปั้องกันการโจมตีจาก
ตัวหมิงซาน เสิ้งเสวี่ย ที่คิดจะหมายมาดสังหาร จิ่
วอิง ได้อีกด้วย!
บัดนี้แววตาของ ตัวหมิงซาน เสิ้งเสวี่ย เปลี่ยนไป
อย่างสิ้นเชิง! เพียงแค่พริบตาเดียว จอมมารทั้ง 2
คน ก็ตกตายไป อีกทั้งยังปรากฎพลองอันน่าตก
ตะลึงของ อู่ อวี้ ที่โจมตีไปยังเสามังกรสมุทรคลั่ง
อีก!
“ม่ายยยย!” ตัวหมิงซาน เสิ้งเสวี่ย กรีดร้อง
แต่มันก็สายไปเสียแล้ว
ในตอนนี้ อู่ อวี้ ได้เปลี่ยนแปลง วิหารพญายม ไป
อย่างถาวร!
ฟูั่มมมมม!
เมื่อเสาเหยียนหวงเบิกฟั้ากับเสามังกรสมุทรคลั่ง
เกิดการปะทะกัน ผู้ฝึกตนนอกรีตต่างได้ยินเสียง
คำรามของมังกรเทวะ! ส่วนสิ่งที่ อู่ อวี้ เห็นก็คือ
ค่ายกลผนึกที่อยู่บนเสามังกรสมุทรคลั่ง แตก
กระจายไปเป็นเสี่ยงๆ วิญญาณศาสตราเต๋าฉวย
โอกาสนี้ ทำลายค่ายกลผนึกจนสลายหายไปจน
สิ้น!
ในเวลานี้ อู่ อวี้ บรรลุเปั้าหมายของเขาแล้ว เสา
มังกรสมุทรคลั่ง ถูกปลดปล่อยแล้ว!
ส่วนบัดนี้ วิหารพญายม ได้ตกอยู่ในวิกฤตอันตราย
ที่ยากจะจินตนาการได้
ดังนั้นไม่ว่าจะเป็น ตัวหมิงซาน เสิ้งเสวี่ย หรือว่า
เทียนไห่อวี้ ฝูเหยา ที่ภาคภูมิใจในตนเอง ใบหน้า
ของพวกมันต่างก็กลายเป็นซีดขาว พวกมันมั่นใจ
มากเกินไป ทั้งยังดูถูก อู่ อวี้ มากเกินไป บางทีอาจ
เป็นเพราะแต่ไหนแต่ไรมาไม่เคยเกิดเหตุที่เกิน
ความคาดหมายกับเข็มเทวะค้ำสมุทรมาก่อน
ดังนั้นพวกมันจึงประมาท
ตูม!
ความเงียบเข้าคืบคลาน….และครู่ต่อมาได้บังเกิด
มหาภัยพิบัติปะทุขึ้นอย่างไม่สิ้นสุด!
เมื่อเข็มเทวะค้ำสมุทร ไม่ได้คอยค้ำยันกระแส
น้ำวนทะเลตะวันออกอีกต่อไปแล้ว ความบ้าคลั่ง
ของกระแสน้ำวนทะเลตะวันออกก็ปะทุขึ้นในทันที
เมื่อมองไปจะสามารถมองเห็นกระแสน้ำเกรี้ยว
กราดของมหาสมุทรที่กำลังก่อตัวขึ้นได้อย่างถนัด
ตา มันรุนแรงราวกับอสูรกายยักษ์พิโรธก็มิปาน ซึ่ง
อสูรกายยักษ์ตนนี้ถูกกักขังมาเป็นเวลานานพอๆ
กับการคงอยู่ของ วิหารพญายม ดังนั้นเมื่อปราการ
เขื่อนแตกลง ผลกระทบที่สั่งสมซุกไว้ใต้พรม ใน
ที่สุดก็ได้ทะลักออกมาจนหมดสิ้นในคราเดียว!
ตูม ตูม ตูม ตูมมมม!
ในเวลานี้ เสียงคำรามดังกึกก้องจนหูอื้อ!
ทั่วทั้งโลกราวกับว่าจะถล่มทลายลงไปสิ้น!
แม้แต่ตัวของ อู่ อวี้ เองก็แทบไม่เชื่อว่าตนเองจะ
ทำภารกิจที่แทบจะเป็นไปไม่ได้นี้ได้สำเร็จ เพราะ
ยังไงแล้วตัวตนของ วิหารพญายม ย่อมเปรียบได้
กับ นครจักรพรรดิเพลิง เลยก็ว่าได้!
นี่นับเป็นเหตุการณ์ที่ยิ่งใหญ่มากที่สุดในรอบ
10,000 ปี!
ในเวลานี้ อู่ อวี้ อดไม่ได้ที่จะยกยิ้มขึ้น ต่อจากนั้น
เขาก็เตรียมตัวที่จะเผชิญหน้ากับคลื่นภัยพิบัติที่
กำลังจะมาถึง!
อันดับแรก เขาได้เก็บรวบรวมร่างอวตารกลับมา!
เขาเป็นคนที่อยู่ใกล้กระแสน้ำวนอันเชี่ยวกราดของ
ทะเลตะวันออกมากที่สุด ไม่มีใครรู้ถึงความรุนแรง
ของกระแสน้ำนี้ไปมากกว่าเขาอีกแล้ว!
สำหรับ จิ่วอิง เขาไม่ค่อยกังวลเท่าไหร่ เนื่องจาก
ยังคงมีอสรพิษปาคอยปกปั้องอยู่ จึงน่าจะ
ปลอดภัยมากกว่าตัวเขา
ตอนนี้เขากำลังรอคอยกระแสน้ำวนทะเล
ตะวันออก ที่จะซัดพาเขาออกไปจากที่นี่ และ
นำพาภัยพินาศมาสู่ วิหารพญายม ภายใต้ความ
โกลาหลนี้ เป็นโอกาสที่ดีที่สุดในการจะหลบหนี
ออกไป!
อย่างไรก็ตามถึงท้ายที่สุด เขาก็ยังคงจับจ้องไปที่
เสามังกรสมุทรคลั่ง!
จะกล่าวอย่างไรมันก็เป็นศาสตราเต๋าวิถีแท้ชิ้น
หนึ่ง!
อู่ อวี้ ตอบสอนในชั่วพริบตา พุ่งทะยานตรงไปโอบ
กอดเสามังกรสมุทรคลั่งที่ใหญ่โตมโหฬาร ในเวลา
นี้กลับดูเหมือนว่าขนาดของเสามังกรสมุทรคลั่ง
กำลังหดลงไปอย่างรวดเร็ว จนขนาดของมันเหลือ
เพียงแค่ราวๆ 1 ฉื่อ อู่ อวี้ จึงสามารถถือมันไว้ใน
มือได้ ครู่ต่อมาพลังของกระแสน้ำวนทะเล
ตะวันออกปะทุขึ้นอย่างรุนแรง พลังฟั้าดินในที่แห่ง
นี้เข้มข้นจนถึงที่สุด มันได้สงบนิ่งมาเป็นเวลาหลาย
แรมปี และบัดนี้มันก็ได้ปะทุออกมาอีกครั้งด้วย
ความบ้าคลั่ง!
ซึ่มมมม!
เพียงพริบตา อู่ อวี้ ได้ถูกกลืนกินจนจมลงไปกับ
คลื่นอันเชี่ยวกราดนี้
จากนั้นเขาก็มองไม่เห็นสิ่งใดอีกภายใต้คลองจักษุ
อย่างไรก็ตามความบ้าคลั่งของกระแสน้ำวนก็ยังคง
ดำเนินไป อู่ อวี้ คร่ากุมเสามังกรสมุทรคลั่งเอาไว้
อย่างเต็มกำลัง เขาได้ยินเสียงพังทลายของวิหาร
พญายมกำลังแตกสลายลงไปเป็นเสี่ยงๆ กระแสน
น้ำมันรุนแรงมากเกินไป เกรงว่าคงจะใช้เวลาเพียง
ไม่นาน วิหารพญายม ก็จะตกอยู่ภายใต้วงล้อม
ของกระแสน้ำวนโดยสมบูรณ์ ค่ายกลจำนวนมาก
ภายในวิหารพญายมถูกทำลายไปในพริบตา
สมบัติจำนวนนับไม่ถ้วนกำลังไหลลงสู่กระแส
น้ำวนแห่งความวุ่นวายนี้ พรรคนิกายขนาดใหญ่
ทั้งหมด ถูกทำลายลงภายในไม่กี่อึดใจ!
กระแสน้ำอันแสนน่ากลัวนี้ กระทั่ง อู่ อวี้ ที่
ครอบครองกายาเพชรอมตะ เมื่อถูกปะทะเข้าไปก็
ยังแทบหมดสติ ฉะนั้นไม่ต้องกล่าวถึงผู้ฝึกตนนอก
รีตคนอื่นๆ
ถ้าหากว่า เทียนไห่อวี้ ฝูเหยา ไม่มีการปกปั้องจาก
ตัวหมิงซาน เสิ้งเสวี่ย ไม่แน่ว่านางอาจจะตกตาย
ไปนับร้อยนับพันรอบแล้ว
สำผู้ฝึกตนนอกรีต คนอื่นๆ แน่นอนว่าไม่ได้โชคดี
เช่นนี้ ถึงแม้ว่าจะไม่ตายมันก็ต้องได้รับบาดเจ็บ
สาหัส
กระแสน้ำวนทะเลตะวันออก เคลื่อนไหวอย่าง
รุนแรง ในเวลานี้แม้แต่ทั่วทั้ง 4 หมู่เกาะทะเลตงห
ยาง ก็ยังสั่นสะเทือนอย่างรุนแรง
ภายใต้กระแสน้ำที่พัดพานี้ อู่ อวี้ ไม่รู้ว่าตัวเองไป
ณ แห่งหนใด อย่างไรก็ตามรอบด้านก็เต็มไปด้วย
น้ำทะเล นอกจากนี้ยังมีเศษซากของวิหารพญายม
อยู่ด้วย เขาล่องลอยมาแล้วนานนับครึ่งชั่วยาม ใน
ที่สุดทุกสิ่งก็สงบลง อู่ อวี้ ฟืนฟูจิตวิญญาณของ
เขา พร้อมกับประคองตนเองขึ้น จากนั้นรีบดำดิ่ง
ลงไปใต้ทะเลลึก!
เขาไม่รู้ว่าในเวลาครึ่งชั่วยามที่ผ่านมา วิหารพญา
ยมเกิดเรื่องอะไรขึ้นบ้าง ส่วนทางด้านทวีปแห่ง
ทวยเทพ พวกเขารับรู้ได้ถึงแผ่นดินไหวอันรุนแรง
ในเวลาครึ่งชั่วยามนี้ แรงสั่นไหวได้แพร่กระจายไป
ถึงทวีปแห่งทวยเทพ ส่วนผู้ที่ทำให้เกิดการ
เคลื่อนไหวนี้ ทุกคนย่อมรู้ดีว่าเป็นฝีมือของ อู่ อวี้
เป็นเขากับ จิ่วอิง!
กระแสน้ำวนทะเลตะวันออกทำลายวิหารพญายม
จนไม่เหลือซาก ตัวหมิงซาน เสิ้งเสวี่ย สามารถ
ปกปั้องสิ่งสำคัญได้แค่บางอย่างเท่านั้น อย่างไรก็
ตามมันไม่สามารถหยุดการล่มสลายของวิหาร
พญายมได้
กระแสน้ำที่ปันปั่วนวุ่นวายนี้ พริบตาก็ได้เกิด
ระลอกคลื่นก่อตัวขึ้นอีกสองครั้ง ทำให้ภัยพิบัตินี้
เกือบจะเข้าใกล้ 4 หมู่เกาะทะเลตงหยางอยู่รอมร่อ
แน่นอน มีเพียงแค่ผู้ฝึกตนนอกรีตที่อยู่ในวิหาร
พญายม ที่ต้องทุกข์ทรมานกับการโจมตีอันรุนแรง
นี้ การบาดเจ็บล้มตายครั้งนี้ไม่ได้ส่งผลกระทบใดๆ
กับเหล่าปุถุชนสามัญบน 4 หมู่เกาะทะเลตงหยาง
มากนัก
กระแสน้ำวนทะเลตะวันออกแพร่กระจายลุกลาม
ใหญ่โตเป็นอย่างยิ่ง และขนาดว่ากระแสน้ำวนที่
ปะทุขึ้นมาครานี้ได้ถูก เข็มเทวะค้ำสมุทร ยับยั้งไป
หลายส่วนแล้วก็ตามที
ในความจริงการที่สามารถเข้าสู่วิหารพญายมได้
ย่อมเป็นบุคคลที่ชั่วร้ายที่สุดใน 4 หมู่เกาะทะเล
ตงหยาง แล้ว เนื่องจากในวิหารพญายมมี
กฏเกณฑ์อยู่ ทุกคนที่สามารถเข้าไปภายในนั้นได้
จะต้องทำตามเงื่อนไข 1 ข้อ ซึ่งนั่นคือจะต้อง
สังหารคน 10,000 คนแล้วนำดวงวิญญาณทั้ง
10,000 ดวงมาเป็นของกำนัล
ดังนั้นเมื่อคนเหล่านี้ตายไป จึงไม่จำเป็นที่จะต้อง
รู้สึกผิดแต่อย่างใด
แม้แต่ อู่ อวี้ ก็ยังไม่คิดใส่ใจ บัดนี้เขาตื่นเต้นเป็น
อย่างยิ่ง หากไม่มีตัวตนเช่นจักรพรรดิมาร 8 พญา
มัจจุราช เกรงว่าไม่รู้จะต้องใช้เวลาเท่าไหร่จึงจะ
สามารถสร้างวิหารพญายมขึ้นมาได้อีก และภัย
พิบัติครั้งนี้ แม้ว่าจะมี ตัวหมิงซาน เสิ้งเสวี่ย คอย
ปกปั้องส่วนสำคัญที่สุดเอาไว้ได้ แต่ก็ไม่รู้ว่าพวก
มันจะต้องสูญเสียทรัพย์สมบัติไปมากมายเท่าไหร่
หลังจากที่เขาทรงตัวขึ้นได้แล้ว สิ่งแรกที่อยู่ในใจ
ของเขาก็คือความปลอดภัยของตนเอง จากนั้นเขา
ก็ได้รับยันต์สื่อสารของ จิ่วอิง
จิ่วอิง กล่าว “ข้าปลอดภัยดี เพราะได้รับการ
ปกปั้องจากอาปา ส่วนตัวเจ้าหล่ะอยู่ที่ไหน?”
สายตาของ อู่ อวี้ ในยามนี้ตกกระทบลงบน เสา
มังกรสมุทรคลั่ง บัดนี้มันได้กลายเป็นพลองขนาด
ธรรมดาๆแล้ว ซึ่งดูเหมือนว่ารูปแกะสลักมังกรเท
วะจะมีชีวิตชีวาขึ้นมาอีกด้วย จากนั้นเวลาต่อมา อู่
อวี้ ได้ส่งยันต์สื่อสารตอบ จิ่วอิง กลับไป ให้ จิ่วอิง
มุ่งหน้าไปยังสถานที่ที่นัดหมายกันไว้ หลังจากนั้น
ค่อยมาดูศาสตราเต๋าวิถีแท้ชิ้นนี้กันอีกที
เขาได้นัดหมายกันเป็นอย่างดีแล้วก่อนที่จะเริ่มลง
มือ เมื่อหลังจากที่ทำงานได้สำเร็จ หากเกิด
เหตุการณ์ไม่คาดฝันขึ้น ให้พวกเขาไปเจอกันที่
เกาะร้างแห่งหนึ่ง
ศาสตราเต๋าวิถีแท้ย่อมมีวิญญาณศาสตรา ซึ่ง
ในตอนนี้มังกรครามเป็นวิญญาณของเสามังกร
สมุทรคลั่ง
“ข้า สามารถใช้เจ้าได้เช่นนั้นรึ?” อู่ อวี้ พยายาม
ยื่นมือออกไป เขาไม่ปรารถนาที่จะใช้ศาสตราเต๋า
วิถีแท้ในตอนนี้ แต่อย่างน้อยเขาก็คิดว่าเขา
สามารถนำเสามังกรสมุทรคลั่งนี้กลับไปได้
………………………………………………..
(´▽`).。o♡ เพลิน
กลืนสวรรค์สะท้านทวยเทพ