กลืนสวรรค์สะท้านทวยเทพ - ตอนที่ 492 :
อัสนีฟาดผ่า แม้ท้องนภาจะปลอดโปร่งสดใส
‘เสามังกรสมุทรคลั่ง’ ที่อยู่เบื้องหน้า มีขนาดเฉก
เช่นไม้พลองสามัญธรรมดาทั่วไป ทว่ามีสีคราม
สดใสประดุจดั่งอัญมณี ทั้งยังมีมังกรเทวะสีคราม
ม้วนขดอยู่ มังกรตัวนี้ดูเหมือนจริงมากโดยเฉพาะ
ดวงเนตร เมื่อมองดูจากก้นมหาสมุทรนี้ เสมือนกับ
ว่ามันกำลังจ้องมอง อู่ อวี้ อยู่
อู่ อวี้ รู้สึกเหมือนตนเองกำลังมองเห็นภาพลวงตา
ราวกับว่าสิ่งที่อยู่เบื้องหน้าเขาในยามนี้หาใช่
ศาสตราเต๋าวิถีแท้ไม่ แต่มันคือสิ่งมีชีวิตจริง ๆ
ศาสตราสถิตวิญญาณ กับ ศาสตราเต๋าวิถีแท้ นั้นมี
ความแตกต่างกันอย่างชัดเจน ความแตกต่างที่ว่า
นี้ก็คือด้านสติปัญญาความเฉลียวฉลาด มังกรสี
ครามตัวนี้ล่วงรู้ว่า อู่ อวี้ กำลังทำลายค่ายกล มัน
สามารถใช้โอกาสนี้ร่วมมือต่อสู้กับ อู่ อวี้ เพื่อบด
ขยี้ทำลาย วิหารพญายม
เนื่องจากว่าในท้ายสุดแล้ว มันคือวิญญาณ
ศาสตราที่ครั้งหนึ่งเคยมีชีวิตอยู่จริง ๆ
ยามนี้จึงเปรียบเสมือนว่า อู่ อวี้ กำลังเผชิญหน้า
กับผู้อาวุโส
ในความเป็นจริงเขาเองก็รู้สึกประหม่าอยู่เล็กน้อย
ถึงแม้ว่าตอนนี้จะนับว่าจะเป็นโอกาสที่ดีมากก็ตาม
แต่เมื่อมองไปยัง เสามังกรสมุทรคลั่ง แรงกดดันที่
แผ่ออกมาอย่างท่วมท้น มันทำให้เขาอดคิดไม่ได้ว่า
พลองชิ้นนี้อาจจะไม่ยอมรับตนเองก็เป็นได้
เบื้องหน้าของ อู่ อวี้ เสามังกรสมุทรคลั่งค่อย ๆ
หดตัวลง ครั้งหนึ่งมันเคยเป็นเสาขนาดใหญ่ที่คอย
ค้ำจุน ทั้งยังถูกปกปั้องสะกดข่มด้วยห้วงวังวน
สมุทรบูรพา ทว่า ณ เวลานี้ขนาดของมันหดเล็กลง
จนเหลือเท่าด้ามพู่กัน ซึ่งอยู่เบื้องหน้าของ อู่ อวี้
ทันใดนั้นก็บังเกิดลำแสงอันอ่อนละมุนประกายเจิด
จ้าขึ้น เป็นการเคลื่อนไหวที่น่าประทับใจเป็นอย่าง
มาก
ถึงแม้ วิญญาณศาสตรา จะไม่ได้พูดคุยกับเขา แต่
อู่ อวี้ เข้าใจความหมายของมันได้เป็นอย่างดีนั่น
เป็นเพราะ อู่ อวี้ มีใจเมตตาที่จะช่วยเหลือมัน แต่
เนื่องจากว่า อู่ อวี้ ยังคงอ่อนแออยู่ ดังนั้น
ความหมายของมันก็คือจะขอติดตาม อู่ อวี้ ไป
ก่อน มันจะเฝั้ารอจนกระทั่ง อู่ อวี้ มีความ
แข็งแกร่งแลมีคุณสมบัติเพียงพอที่จะสามารถใช้
งานมันได้ เมื่อถึงยามนั้นมันจะกลายเป็นศาสตรา
เต๋าวิถีแท้ของ อู่ อวี้ อย่างแท้จริง
โดยพื้นฐานแล้วถือเป็นเรื่องปกติของ ศาสตราเต๋า
วิถีแท้ ที่จะมีอุปนิสัยเช่นนี้
อย่างไรก็ตาม อู่ อวี้ ก็ยังรู้สึกตื่นเต้นเป็นอย่างมาก
ถึงกระนั้นเขาก็ยังคงเชื่อมั่นเป็นอย่างมาก มั่นใจว่า
สุดท้ายแล้วตนเองจะสามารถสยบ เสามังกรสมุทร
คลั่ง นั่นเพราะพลองชิ้นนี้หาได้รังเกียจเดียดฉันท์
หรือเป็นปรปักษ์กับตัวเองแต่อย่างใด ด้วยเหตุนี้
เขาจึงมั่นใจว่าจะสามารถถือครองได้ในที่สุด
แม้แต่ เปั่ยซาน ม่อ หรือ มู่หรง ซวี่ ก็ยังสามารถ
ควบคุม ศาสตราเต๋าวิถีแท้ได้ แต่ก็เป็นเพราะว่า
พวกมันมีเกี่ยวข้องกับมรดกที่ได้รับ แล้วเหตุใด อู่
อวี้ ถึงไม่สามารถทำได้กันเล่า?
ในเวลานี้ อู่ อวี้ ถือจับศาสตราเต๋าวิถีแท้ อย่าง
แผ่วเบา จากนั้นก็เก็บมันไว้ในถุงจักรวาล แม้ว่า
เขาจะไม่สามารถใช้งานมันได้ตอนนี้ แต่ก็สามารถ
กล่าวได้ว่าบัดนี้เขาเป็นผู้ถือครองมันเรียบร้อย
แล้ว!
ใช่แล้วเขาคือผู้ถือครอง ศาสตราเต๋าวิถีแท้!
อย่างไรก็ตามการมาเยือนทะเลบูรพาในครั้งนี้
นับว่าคุ้มค่ายิ่งนัก ไม่เพียงแค่ทำลาย วิหารพญา
ยม จนพังพินาศได้แล้ว ยังสามารถจัดการส่งผู้ฝึก
ตนนอกรีตจำนวนมากไปยังปรโลก อีกทั้งยังได้
ศาสตราเต๋าวิถีแท้ มาครอบครอง! และที่แน่ ๆ
ศาสตราเต๋าวิถีแท้ชิ้นนี้ล้ำค่ายิ่งกว่า แพรหัวใจ
สมุทร มากนัก
หลังจากได้มันมาแล้ว อู่ อวี้ ก็มุ่งไปยังที่นัดหมาย
กับ จิ่วอิง
ณ เวลานี้น่านน้ำมหาสมุทรค่อย ๆ กลับคืนสู่
สภาพสมดุลดังเดิม ส่วนในห้วงท้องสมุทรลึกยัง
สามารถแลเห็นเศษซากชิ้นส่วนของ วิหารพญายม
กระจัดกระจายอยู่ทุกแห่งหน บางครั้งบางคราวจะ
ปรากฏศาสตรา หรือ วิญญาณเซียนมาให้เห็นถึง
1 หรือ 2 ชิ้น คาดว่าการที่ทะเลบูรพาได้รับอิสระ
ถูกปลดแอกเช่นนี้ ในอีกไม่กี่วันคงจะมีฝูงแร้งกาผู้
ฝึกตนนอกรีตมาแสวงหาตามล่าหาสมบัติ การ
ค้นหาสมบัติจาก วิหารพญายม มันย่อม
สะดวกสบายกว่า การโจมตี ทวีปแห่งทวยเทพตง
เสิ้ง มากนัก
ถึงแม้การเดินทางครานี้ของ อู่ อวี้ จะได้รับ
ผลประโยชน์มากมาย แต่น่าเสียดายที่สถานการณ์
ค่อนข้างสับสนอลหม่าน จึงทำให้เขาไม่ได้รับ
ทรัพย์สมบัติจากจอมมารมาเพิ่มเติมเลยสักชิ้น
เดียว
เขาไม่ได้มีความโลภพอที่จะเก็บของเล็ก ๆ น้อย ๆ
ที่ตกหล่นอยู่เรี่ยราดตลอดทาง แต่เร่งรีบไปยัง
สถานที่นัดหมายตกลงกันไว้ให้เร็วที่สุดแทน
” เอาล่ะในการนี้ วิหารพญายม ได้ล่มสลายลงแล้ว
เช่นนั้นก็แสดงว่าข่าวใหญ่เช่นนี้ จะแพร่กระจาย
ไปยังทวีปแห่งทวยเทพแลทะเลบูรพา! แค่ไม่อาจ
ล่วงรู้ได้ว่าข่าวนี้จะสามารถหยุดการเคลื่อนทัพ
ของ จ้าววิญญาณพยาบาท ได้หรือไม่เท่านั้น
เป็นไปได้ว่า หากผู้ฝึกตนนอกรีตที่อยู่แนวหลัง ได้
ยินข่าวคราวเรื่องนี้ ย่อมบังเกิดความสับสน
ปันปั่วนหวาดกลัวจนล่าถอยกลับมา ”
เขาล่วงรู้ดีอยู่แก่ใจว่า ด้วยความสามารถและ
สถานการณ์ปัจจุบันของเขาย่อมได้รับคำชื่นชมยก
ย่องว่าเป็นผู้มีพรสวรรค์ไร้ที่เปรียบบน ทวีปแห่ง
ทวยเทพตงเสิ้ง แล้ว
ในขณะที่เขาแอบซ่อนตัวอยู่ในก้นลึกมหาสมุทร อู่
อวี้ ก็ยังสามารถได้ยินเสียงสับสนอลหม่านของ
ด้านนอกอย่างชัดเจน ผู้ฝึกตนนอกรีตจำนวนมาก
มารวมตัวกันยังห้วงวังวนสมุทรบูรพา พวกมันต่าง
จ้องมองดู ด้วยสายตาประหลาดใจอย่างไม่
อยากจะเชื่อ
ไม่นานหลังจากนั้น อู่ อวี้ ก็เดินทางมาพบกับ จิ่
วอิง ยังเกาะเล็ก ๆ ตามที่ได้นัดหมายกันเอาไว้
หลังจากทั้งสองได้มาพบเจอกัน ก็ดำลงสู่ก้น
มหาสมุทรอันล้ำลึก แล้วมุ่งหน้าไปยัง ทวีปแห่ง
ทวยเทพตงเสิ้ง
“ เจ้ายังสบายดีอยู่หรือไม่ ? อาการบาดเจ็บเป็น
เยี่ยงไรบ้าง? ” อู่ อวี้ ไต่ถามด้วยความเป็นห่วง
“ มันแค่ริ้วรอยบาดแผลบนผิวหนังเท่านั้น ไม่เป็น
อะไรมาก ” จิ่วอิง ไม่มีอันใดจะกล่าว ทว่าอย่างไร
ก็ตามเขายังคงรู้สึกตื่นเต้นเป็นอย่างยิ่ง ที่สามารถ
ทำภารกิจอันยิ่งใหญ่ในครั้งนี้ได้สำเร็จลุล่วง เขาจึง
กล่าวขึ้นว่า ” ข่าวใหญ่เยี่ยงนี้จะต้องแพร่กระจาย
ไปยัง ทวีปแห่งทวยเทพ อย่างแน่นอนที่สุด คาดว่า
ปั่านนี้ข่าวคราวคงแพร่กระจายไปทั่วทั้ง ทวีปแห่ง
ทวยเทพตงเสิ้ง แล้วเป็นแน่ ”
อู่ อวี้ พยักหน้าแล้วกล่าวว่า ” ข้าก็หวังว่าพอจะ
ช่วยอะไรได้บ้าง แต่จักรพรรดิมาร กับ 8 พญา
มัจจุราช เมื่อล่วงรู้ข่าวคราวนี้แล้วมันจะต้อง
ติดตามไล่ล่าค้นหาเราอย่างแน่นอน ระหว่าง
เดินทางกลับเราสองคนจะต้องระวังตัวให้มาก ”
” อืม…ข้าเองก็กำลังครุ่นคิดถึงเส้นทางกลับอยู่
เช่นกัน ข้าคิดว่าเราน่าจะอ้อมไปทางน่านน้ำทิศ
ทักษิณของ ทวีปแห่งทวยเทพ มันอาจจะดูไกล
เล็กน้อย แต่ที่สำคัญคือความปลอดภัย ” จิ่วอิง
กล่าว
อู่ อวี้ เริ่มคิดถึงข้อนี้ไปเสียสนิท
หลังจากภารกิจสำเร็จลุล่วง เขาจึงเร่งรีบรุด
กลับไปยัง ทวีปแห่งทวยเทพตงเสิ้ง ในทันที อู่ อวี้
ล่วงรู้ดีว่า เจ้าวิญญาณพยาบาท จะต้องคิดว่าไข่
ได้ถูกเก็บอยู่ในตัวของเขา นี่อาจจะเป็นกุญแจ
สำคัญในการเชื่อมโยงเขากับ บรรพชนมารกลืน
สวรรค์ ภายใต้สมมติฐานดังกล่าวเขาจะเก็บรักษา
ไข่ ได้อย่างไรกันเล่า ฉะนั้นเขาจะต้องไม่ยอมให้
จักรพรรดิมาร พบตัวเขาเด็ดขาด
ทั้งสองกำลังเคลื่อนตัวอยู่ใต้ก้นมหาสมุทรลึก
กล่าวตามตรงภายในมหาสมุทรอันไร้สิ้นสุดนี้ ช่วย
พวกเขาได้มากเลยทีเดียว เมื่ออยู่ภายใต้ห้วง
มหาสมุทรลึกนี้ อย่างน้อย ๆ ผู้ฝึกตนนอกรีตก็ไม่
สามารถแลเห็นเขาได้ เฉกเช่นดั่ง ตัวหมิงซาน เสิ้ง
เสวี่ย ไม่มีทางที่จะพบเห็นพวกเขาได้อย่างง่าย ๆ
เช่นกัน
ระหว่างการเดินทาง จิ่วอิง ได้ยันต์สื่อสารติดต่อมา
เขาขมวดคิ้วแล้วกล่าวขึ้นว่า ” บิดาข้าล่วงรู้เรื่องนี้
แล้ว ดูเหมือนท่านจะไม่ค่อยสบอารมณ์สักเท่าไหร่
นัก อาจเป็นเพราะข้าหุนหันพลันแล่นมากเกินไป
ส่งผลให้ ห้วงสมุทรเมฆาลวงตา มีการก่อกบฏขึ้น
ซึ่งก็เป็นฝีมือของจักรพรรดินีจู้ กับ พรรคพวกของ
นาง นางไม่พอใจที่ข้ามาทำลายผู้ฝึกตนนอกรีต ซึ่ง
เป็นเสมือนดั่งการหยุดยั้งการกระทำของพวกมัน
ถึงแม้ว่าส่วนใหญ่ล้วนเป็นฝีมือของท่านอาปา ที่
ทำให้เปั้าหมายของเราสำเร็จลุล่วงไปด้วยดี
เท่ากับว่าในยามนี้คนส่วนใหญ่ใน ห้วงสมุทรเมฆา
ลวงตา ต้องการจะเด็ดหัวของข้าเสียเต็มแก่แล้ว ”
” มันไม่เหมาะเจาะไปหน่อยหรือ? การเคลื่อนไหว
ของเราทำให้ปีศาจ กับ ผู้ฝึกตนนอกรีตแตกคอกัน
จากสิ่งที่เกิดขึ้นเป็นเรื่องยากที่จักรพรรดินีจู้ จะ
สานสัมพันธ์สร้างพันธมิตรกับผู้ฝึกตนนอกรีตได้อีก
ตอนนี้สถานการณ์ตึงเครียดเป็นอย่างมาก การที่
ปีศาจก็ยังคงอยู่ที่นั่นก็ถือว่าดีแล้ว ไม่เช่นนั้นยิ่งทำ
ให้สถานการณ์เลวร้ายชุลมุนมากยิ่งขึ้นกว่าเก่า ”
อู่ อวี้ กล่าว
” หากเป็นกรณีนี้ ข้าเกรงว่าจักรพรรดินีจู้จะ
กล่าวโทษว่าเป็นความผิดของบิดาข้า จากนั้นก็
ฉวยโอกาสนี้สร้างสัมพันธมิตรกับผู้ฝึกตนนอกรีต
ด้วยตนเอง กลายเป็นผู้นำแบ่งแยกห้วงสมุทรเมฆา
ลวงตาออกเป็นสองฝักสองฝั่าย แน่นอนว่าบิดา
ของข้าคงไม่ยินยอมให้มันทำเช่นนั้น ดังนั้นในเวลา
นี้ ข้าคงต้องรอดูว่าบิดาของข้าจะสั่นคลอน
จักรพรรดินีจู้ได้หรือไม่ การลุกฮือของจักรพรรดินีจู้
ในปีนี้ ชักท้าทายบิดาของข้าหนักข้อมากขึ้นเรื่อย
ๆ โดยเฉพาะหลังจากที่นางมี วูซาน เซี่ยชือ เป็น
บุตรบุญธรรม! ”
เมื่อกล่าวถึง วูซาน เซี่ยชือ จิ่วอิง ก็แสดงให้เห็นถึง
ความเกลียดชังออกมาอย่างชัดเจน!
มันคือศัตรูตัวอันดับหนึ่งของเขา ในห้วงทะเล
ปีศาจอนันต์
แม้ว่า จิ่วอิง จะก้าวรุดหน้าได้อย่างรวดเร็วยิ่ง แต่
วูซาน เซี่ยชือ ก็ไม่ได้ด้อยไปกว่ากัน ดังนั้นในช่วง
เวลาที่ผ่านมา กล่าวได้ว่าพวกเขาเป็นคู่ต่อสู้ที่
สมน้ำสมเนื้อ
ไม่นานหลังจากนั้น อู่ อวี้ ก็ได้รับยันต์สื่อสารติดต่อ
จากจอมจักรพรรดิเช่นเดียวกัน
จอมจักรพรรดิ กล่าวว่า “ อู่ อวี้ ข้าล่วงรู้ข่าวเรื่อง
วีรกรรมครั้งใหญ่ของเจ้าแล้ว วีรกรรมในครั้งนี้ทำ
ให้ทั้งใต้หล้าต้องตกตะลึง นับถือ นับถือ ผลงาน
ของเจ้าที่มีต่อทวีปแห่งทวยเทพ เหนือล้ำยิ่งกว่า
พวกเราทุกผู้คนในที่แห่งนี้ซะอีก ความสำเร็จอัน
ใหญ่หลวงแลคุณงามความดีในครั้งนี้ จักช่วยหนุน
เสริมให้เจ้าทะลวงสู่เส้นทางแห่งเซียนในอนาคต
อย่างมากล้นเลยทีเดียว! อย่างไรก็ตามข่าวนี้ ได้ทำ
ให้ผู้ฝึกตนนอกรีตเกิดความโกลาหลอย่างใหญ่
หลวงเช่นเดียวกัน ทว่าจักรพรรดิมารก็ยังไม่สั่ง
ถอยทัพ หรือ มีการเคลื่อนไหวใด ๆ แต่คาดว่าคง
อีกในไม่ช้า พวกมันจะเริ่มตอบโต้ด้วยการ
เคลื่อนไหวครั้งใหญ่ เมื่อเวลานั้นมาถึงสงครามจะ
มาถึงจุดแตกหัก ในเมื่อยามนี้ภารกิจของเจ้าเสร็จ
ลุล่วงแล้ว จงรีบเร่งเดินทางกลับมายัง นคร
จักรพรรดิเพลิง อย่างระมัดระวัง สำหรับพวกเรา
การเผชิญหน้ากับจักรพรรดิมาร คือช่วงเวลาแห่ง
การเดิมพันว่าฝั่ายใดจะเป็นผู้พ่ายแพ้ หรือ ฝั่ายใด
จะเป็นชนะ! ”
คำกล่าวยอมรับจากจอมจักรพรรดิ ทำให้ อู่ อวี้
รู้สึกสบายใจมากยิ่งขึ้น
อย่างไรก็ จิตใจของเขาในตอนนี้ยังสงบลงไม่ได้
เต็มที่
” การเผชิญห้ำหั่นโต้กลับของจักรพรรดิมาร จัก
เป็นตัวชี้วัดตัดสินแพ้ชนะในสงครามครั้งนี้! มันคือ
ช่วงเวลาแห่งความลุ้นระทึกแท้จริง! ข้าไม่ทราบว่า
ทวีปแห่งทวยเทพ ที่มีผู้แข็งแกร่งมากมายมา
รวมตัวกัน จะสามารถกำชัยเหนือจักรพรรดิมารได้
หรือไม่!”
” จักรพรรดิมาร สามารถคว้าชัยเหนือ 8 พญา
มัจจุราชที่ร่วมมือกันได้ ซึ่งความแข็งแกร่งนี้ เหนือ
ล้ำยิ่งกว่าเจ้านครจักรพรรดิเพลิง หรือ ประมุข
ศักดิ์สิทธิ์ไท่ซู เสียอีก การเผชิญหน้าของพวกเขา
จะเป็นตัวกำหนดชะตากรรมของทวีปแห่งทวยเทพ
! ”
” ทวีปแห่งทวยเทพตงเสิ้ง จะต้องไม่กลายเป็น 4
หมู่เกาะตงหยาง ต่อไป บนดินแดนแห่งนี้จะต้องไม่
กลายเป็นนรกบนดิน ”
หลังจากได้แลเห็นสภาพแสนเวทนาน่าสลดหดหู่
ของ 4 หมู่เกาะตงหยาง ทำให้ อู่ อวี้ มุ่งมั่นเด็ด
เดี่ยวมากยิ่งขึ้น การฝึกตนในวิถีมารนอกรีต คือสิ่ง
ที่ทำให้สวรรค์ต้องร่ำไห้ออกมาเป็นสายโลหิต มัน
คือความชั่วช้าเลวทราม แสนวิกลจริตอย่าง
แท้จริง!
มันไม่คำนึงถึงหลักคุณธรรมอันถูกต้องของผู้ฝึกตน
ในวิถีแห่งเต๋าแม้แต่น้อย!
“ สักวันหนึ่งข้าจะบดขยี้ทำลาย เจ้าพวกนอกรีตนี้
ให้สิ้นซาก! ”
เขาได้กล่าวคำสัตย์สาบานอยู่ในใจ
จากนั้นเขาก็เร่งรีบเดินทาง ข้ามผ่านห้วงสมุทรลึก
อ้อมกลับเป็นวงกลมขนาดใหญ่ ในระหว่างทางเขา
สื่อสารกับ จิ่วอิง เพียงเล็กน้อยเท่านั้น
” ข้าไม่รู้ว่ายามนี้ ทวีปแห่งทวยเทพ จะเป็นเช่นไร
บ้าง ”
การเดินทางไกลของพวกเขาในครั้งนี้ จำเป็นต้อง
ใช้เวลาอย่างยาวนาน ต่อให้พวกเขาใช้ความเร็ว
เต็มที่ แต่ก็ยังต้องใช้เวลาอีกชั่วครู่กว่าจะกลับไป
ถึง ทวีปแห่งทวยเทพตงเสิ้ง
อู่ อวี้ รู้สึกห่วงกังวล อาณาจักรบูรพาเยว่อู่
เนื่องจาก อาณาจักรบูรพาเยว่อู่ ตั้งอยู่ใกล้เคียงกับ
ทะเลตงไห่ นับว่าตกอยู่ในอันตรายอย่างแท้จริง!
เขาไม่ทราบว่าสงครามได้แพร่กระจาย ลุกลามไป
ถึงอีกด้านหนึ่งหรือยัง
ภายในห้วงทะเลลึกอันเงียบสงบ มีเพียงสิ่งมีชีวิต
ใต้ก้นสมุทรอยู่เพียงเล็กน้อยเท่านั้น บางครั้งก็
ประสบพบเจอกับปีศาจ แต่สิ่งมีชีวิตทั้งหลายนี้ก็มิ
กล้าเข้ามาใกล้ อู่ อวี้
ยามนี้พวกเขามองเห็นผืนแผ่นดินของ ทวีปแห่ง
ทวยเทพตงเสิ้ง ได้อย่างเลือนราง ในที่สุดเมื่อกลับ
มาถึงที่แห่งนี้ คนทั้งสองก็รู้สึกผ่อนคลายขึ้นบ้าง
แต่พวกเขาก็ยังมิกล้าไต่ถามถึงสถานการณ์ของ
ทวีปแห่งทวยเทพ ด้วยเพราะเกรงว่าตนเองจะได้
ยินข่าวร้าย โดยที่ตนเองไม่อาจเหลือช่วยเหลืออัน
ใดได้เลย
เมื่อพวกเขามาถึง ส่วนของมหาสมุทรที่เริ่มตื้นเขิน
ขึ้นเรื่อย อู่ อวี้ ก็ได้รับการติดต่อจากยันต์สื่อสาร
ซึ่งมาจากจอมจักรพรรดิ
หลังจากที่เห็นข้อความข้างในนี้แล้ว อู่ อวี้ ก็ได้รับ
ผลกระทบจากมันอย่างใหญ่หลวง นัยน์ตาของเขา
แปรเปลี่ยนเป็นแดงก่ำ ทั่วทุกแห่งหนเปียมล้นไป
ด้วยโลหิตสีแดงฉาน!
” เกิดอะไรขึ้นงั้นหรือ !” จิ่วอิง ตื่นตระหนก
ข้อความที่จอมจักรพรรดิ ส่งผ่านยันต์สื่อสารมา ”
ดูเหมือนว่าเปั้าหมายของจักรพรรดิมารจะเป็นเจ้า
เมื่อมันทราบข่าวว่าเจ้าบดขยี้ทำลายวิหารพญายม
ในที่สุดมันก็เริ่มสั่งเคลื่อนพล ทว่าการเคลื่อนพล
ครั้งนี้ หาใช่การโจมตีไม่ แต่เป็นการปิดล้อม
อาณาจักรบูรพาเยว่อู่ของเจ้าไว้ จากนั้นก็
แพร่กระจายข้อความออกไปว่า ให้เจ้าไปปรากฏ
ตัวต่อหน้ามันโดยเร็วที่สุด มิเช่นนั้น มันจะบดขยี้
ทำลายสิ่งมีชีวิตทั้งหมดในอาณาจักรบูรพาเยว่อู่ให้
สิ้นซาก ข้าได้ส่งผู้แข็งแกร่งในทวีปแห่งทวยเทพ
มุ่งหน้าไปยังอาณาจักรบูรพาเยว่อู่แล้ว แต่ก็สาย
เกินไปพวกมันไปถึงก่อนเรา จากนั้นพวกมันก็ปิด
ล้อมอาณาจักรเซียนมนุษย์ไว้ทั้งหมด ซึ่งทางฝังเรา
ก็ไม่สามารถเปิดฉากโจมตีได้ เพราะเมื่อไหร่ที่
สงครามอุบัติขึ้น อาณาจักรบูรพาเยว่อู่จะถูกบดขยี้
ทำลายจนสิ้น ”
การกระทำของจักรพรรดิมาร น่ารังเกียจไร้
ยางอายอย่างแท้จริง! พวกมันได้จับจุดอ่อนของ อู่
อวี้ ไว้เป็นตัวประกัน
คาดว่าพวกมันจะตรวจสอบมาอย่างดีแล้ว จึงได้รู้
ว่าบ้านของ อู่ อวี้ อยู่ใกล้เคียงกับสนามรบ สำหรับ
จักรพรรดิมาร และ 8 พญามัจจุราช การควบคุม
หรือ บดขยี้ทำลายอาณาจักรเซียนมนุษย์ ถือเป็น
เรื่องง่ายดายราวพลิกฝั่ามือ
เจ้านครจักรพรรดิเพลิง ไม่เคยคาดคิดเลยว่า
เปั้าหมายของจักรพรรดิมารจะเป็น อู่ อวี้ แน่นอน
ว่าการโจมตี ทวีปแห่งทวยเทพตงเสิ้ง มีเปั้าหมาย
ในการครอบครองดินแดนแห่งนี้ แต่การจับตัว อู่
อวี้ ก็เป็นหนึ่งในเปั้าหมายของมันด้วย โดยเฉพาะ
หลังจากที่ อู่ อวี้ ทำลายวิหารพญายมจนย่อยยับ
แล้ว ดังนั้นพวกเขาจึงไม่ได้อยู่ปกปั้อง อาณาจักร
บูรพาเยว่อู่ ซึ่งช่วงเวลานั้นเอง จักรพรรดิมาร กับ
8 พญามัจจุราช ก็เข้าปิดล้อมอาณาจักรเอาไว้
มนุษย์ทุกคนในนครหลวงเยว่อู่ รวมถึง อู่หยู๋ เฟิง
ซัวหยา กับคนอื่น ๆ กำลังตกอยู่ในกำมือของมัน
สำหรับ อู่ อวี้ นี่เป็นวิกฤตการณ์อันไม่เคยเกิด
ขึ้นมาก่อน
ธรรมะสูงหนึ่งฉือ มารร้ายสูงหนึ่งจั้ง[1] คือคำ
กล่าวที่ถูกต้องอย่างแท้จริง
การต่อสู้ที่บังเกิดขึ้นระหว่างผู้ฝึกตนด้วยกันนั้น ไม่
ค่อยมีผลกระทบกับมนุษย์ หรือ ครอบครัวมนุษย์
แต่สำหรับผู้ฝึกตนนอกรีตหาได้เหมือนกันไม่ มันจะ
ทำทุกอย่างไม่ว่าจะเป็นความชั่วช้าต่ำทรามมาก
เพียงใดก็ตาม
ด้วยเหตุนี้ความตายจึงเกือบจะกลืนกิน อู่ อวี้ ไป
สิ้น ข่าวนี้ไม่ต้องสงสัยเลยว่าเสมือนดั่ง อัสนีฟาด
ผ่า แม้ท้องนภาจะปลอดโปร่งสดใสก็ตาม หลังจาก
อู่ อวี้ ทำลาย วิหารพญายม จนแหลกพินาศ มัน
จะต้องตอบโต้เพื่อล้างแค้น วิกฤตอันตรายที่อยู่
เบื้องหน้านี้ มันช่างเป็นเรื่องเลวร้ายน่าประหวั่น
พรั่นพรึงอย่างยิ่งสำหรับเขา
แม้กระทั่งจอมจักรพรรดิ ก็ไม่สามารถแก้ปัญหา
เหล่านี้ได้ ดังนั้นเขาจึงจะทำได้เพียง ย้อนกลับไป
ยัง อาณาจักรบูรพาเยว่อู่ ให้เร็วที่สุดเท่านั้น
ไม่มีเวลาแล้ว …
…………
[1]ธรรมะสูงหนึ่งฉือ มารร้ายสูงหนึ่งจั้ง
(????,?????) ปัจจุบันเราใช้คำนี้เป็นสุภาษิต
เปรียบเทียบว่าฝั่ายอธรรมมีอำนาจเหนือกว่าฝั่าย
ธรรมะ และมีความหมายแคบว่า เมื่อสองฝั่ายเกิด
การต่อสู้กัน ไม่ว่าฝั่ายใดจะมีฝีมือยอดเยี่ยมกว่า
อีกฝั่ายก็มักจะหาวิธีมาล้มคว่ำคู่ต่อสู้จนได้
………………………………………………..
(´▽`).。o♡ เพลิน
กลืนสวรรค์สะท้านทวยเทพ