กลืนสวรรค์สะท้านทวยเทพ - ตอนที่ 493 : เหลาวีรบุรุษในใตหลา
” เมื่อเหล่าเซียนเต๋าเกิดสงครามระหว่างกัน แต่
มวลมนุษย์กลับต้องได้รับผลกระทบถูกคุกคามถึง
ชีวิตแลความตาย ด้วยเพราะความไร้ยางอายของ
ผู้ฝึกตนนอกรีต! พวกเราเหล่าปีศาจมีศักดิ์ศรี
เพียงพอ ไม่มีทางใช้วิธีเช่นนี้เด็ดขาด ” หลังจากรู้
เรื่อง จิ่วอิง ก็กล่าวด้วยโทสะเกรี้ยวกราด
ทว่าในช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อเช่นนี้ โทสะอันเกรี้ยว
กราดนั้นหาได้มีผลอันใดไม่
ระหว่างทางจักรพรรดิมาร มิได้ซุ่มรอดักจับตัวเขา
แต่ประการใด ดังนั้น อู่ อวี้ จึงไม่จำเป็นต้องหลบ
ซ่อนหรือปิดบัง เขาจึงรีบมุงหน้าออกจาก
มหาสมุทรด้วยกระบี่บินจักรพรรดิในทันที ส่วน จิ่
วอิง ก็ยืนอยู่บนกระบี่ติดตามมาด้วย
อู่ อวี้ ใช้เคล็ดก้าวเทวะ! มันจะช่วยเพิ่มความเร็ว
ให้กับกระบี่บินจักรพรรดิถึงห้าเท่า มุ่งตรงไปยัง
ทิศทางของ อาณาจักรบูรพาเยว่อู่ อย่างบ้าคลั่ง
อันที่จริง อู่ อวี้ ก็ล่วงรู้แล้วว่าจักรพรรดิมาร และ
คนอื่น ๆ จะต้องรู้ว่าตนเองจะกลับมาที่นี่ ฉะนั้น
เขาจึงไม่จำเป็นต้องคิดให้มากความ
ทว่าสำหรับ อู่ อวี้ ผู้ที่ตกอยู่กำมือการควบคุมอยู่
ในยามนี้ทั้งหมด พวกเขาเหล่านั้นล้วนเป็นบุคคล
สำคัญที่สุดของเขา ฉะนั้นเขาจึงไม่สามารถรีรอได้
แม้แต่เสี้ยวอึดใจ!
แม้แต่ ค่ายเทียมฟั้า ของเขาก็ยังอยู่ภายใต้การ
ควบคุมของจักรพรรดิมาร!
อู่ อวี้ รู้สึกเป็นห่วง เฟิง ซัวหยา, ซู หยานหลี่, ชิง
เหมิง เป็นยิ่งนัก…
ยามนี้กล่าวได้ว่าจิตใจของ อู่ อวี้ ท่วมท้นไปด้วย
ด้วยโทสะอย่างสุดจะพรรณนาหาใดมาเปรียบเปรย
บัดนี้ผู้คนจาก อาณาจักรบูรพาเยว่อู่ กำลังตกอยู่
ในวิกฤต ผู้คนเหล่านี้คือจุดอ่อนอันใหญ่หลวงของ
เขา! ไม่ว่าผู้ใดก็ตามหากถูกล่วงล้ำแม้เพียงแค่
ปลายเล็บ เขาจะตอบโต้อย่างบ้าคลั่งในทันที ต่อ
ให้มันผู้นั้นจะเป็น จ้าววิญญาณพยาบาท ก็ตาม!
“ หัวหน้าของเหล่าผู้ฝึกตนนอกรีต ต้องการใช้มวล
มนุษย์เป็นเหยื่อ! ช่างเป็นกลยุทธ์ที่ชั่วช้าต่ำทราม
เสียจริง ๆ !”
“ อู่ อวี้ เจ้าต้องใจเย็น ๆ อย่าเพิ่งด่วนใจร้อน ยาม
นี้ไม่ใช่เวลาที่เจ้าจะมาหัวเสียครุ่นคิดเรื่อง
เหลวไหล เจ้าจงอย่าลืมว่าสถานการณ์ในตอนนี้
เป็นเช่นไร ” จิ่วอิง รู้สึกวิตกกังวลจึงคอยตักเตือน
เขาตลอดเวลา
เขาพยายามครุ่นถึงหลาย ๆ แง่มุมอย่างรอบคอบ
หากเขาเป็น อู่ อวี้ หรือตกอยู่ในสถานการณ์
เดียวกับ อู่ อวี้ บางทีเขาอาจจะจะคุ้มคลั่งเสียสติ
ยิ่งกว่าเขาเสียอีก แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นเป็นเพราะเครือ
ญาติของ อู่ อวี้ นั้นอ่อนแอไร้พลังเสียเหลือเกิน
ฉะนั้นไม่ว่าจะเป็น จักรพรรดิมาร หรือ 8 พญา
มัจจุราช ล้วนสามารถกวาดล้างทำลาย อาณาจักร
บูรพาเยว่อู่ ได้อย่างง่ายดาย
ภายใน อาณาจักรบูรพาเยว่อู่ ไม่มีที่ให้ผู้คน
สามารถหลบซ่อนตัวได้อีกต่อไป ที่เดียวที่พวกเขา
กำลังหลบซ่อนตัวอยู่ในย่านนี้ก็คืออยู่ในวงเวทค่าย
กลที่ อู่ อวี้ เป็นผู้จัดวางไว้ แต่เมื่อต้องเจอกับผู้มี
ฝีมือสูงส่ง ค่ายกลที่ว่านี้จะกลายเป็นเปราะบาง
ราวกับกระดาษก็มิปาน พร้อมแตกสลายลงได้
อย่างรวดเร็วง่ายดาย
อาณาจักรบูรพาเยว่อู่ อาณาจักรมนุษย์ที่บรรพ
บุรุษผู้ล่วงลับของเขาได้เป็นผู้สร้างขึ้น คือถิ่นฐาน
แดนกำเนิดของ อู่ อวี้! ครึ่งแรกของชีวิตของเขา
อยู่ที่นั่น …
หากโลหิตต้องรินไหลลงสู่กระแสสายชลธี เขาแทบ
ไม่อยากจะจินตนาการภาพนั้นเลยว่า มันจะสิ้น
หวังมากเพียงใด! บางทีนี่อาจเป็นบททดสอบ
ฝึกฝนจิตใจ ของผู้ก้าวเดินอยู่ในวิถีเซียนอมตะ ไม่
มีผู้ใดสามารถกระทำตามแผนการของตนเองได้ ไม่
มีผู้ใดสามารถหัวเราะได้ตลอดเวลา หลังจากเสียง
หัวเราะอาจเกิดภัยพิบัติคลังใหญ่ขึ้นก็ได้
แม้แต่จอมจักรพรรดิยังไม่สามารถแก้ปัญหานี้ได้
แค่บอกให้ อู่ อวี้ กลับมาเท่านั้น แต่เขาก็ไม่
สามารถจินตนาการได้ว่าจะเกิดปัญหาอะไรขึ้นบ้าง
อู่ อวี้ ใช้เคล็ดก้าวเทวะ ควบคู่ไปกับกระบี่บิน
จักรพรรดิทำให้ความเร็วของเขาเพิ่มขึ้นถึงห้าเท่า
เรียกได้ว่าเป็นความเร็วที่น่าสะพรึงกลัวเป็นอย่าง
ยิ่ง ความเร็วในการเดินทางครั้งนี้ไม่ต่างจากผู้ที่อยู่
ในขั้น ก่อร่างกำเนิดจิตเทวะ ด้วยความเร็วระดับนี้
แม้แต่ 8 มัจจุราช ก็ยังไม่อาจติดตามไล่ล่าเขาทัน
เขาพุ่งทะยานเหนือมหาสมุทรลัดเลาะผ่านมวลหมู่
เมฆา ด้วยกระบี่บินจักรพรรดิเร็วสูง บัดนี้ ทวีป
แห่งทวยเทพ อันกว้างใหญ่ไพศาล ได้มาปรากฏอยู่
เบื้องหน้าท่ามกลางสายตาของพวกเขา โดย
พื้นฐานแล้วอาณาจักรเซียนมนุษย์ จะอยู่ใกล้กับ
แนวชายฝังทางทิศอาคเนย์(ตะวันออกเฉียงใต้)
ดังนั้นผู้ฝึกตนนอกรีตจึงเข้ามายังทิศทางนี้ค่อนข้าง
น้อยมาก ด้วยเหตุนี้หลังจาก อู่ อวี้ กลับมายัง
ทวีปแห่งทวยเทพ เขาจึงรีบรุดไปทางทิศบูรพา
อย่างรวดเร็ว ด้วยเพราะอยู่ใกล้กับทิศบูรพาเป็น
อย่างมาก ทว่าบัดนี้บนเวหาเหนือพื้นปฐพี มีกลิ่น
อายคาวโลหิตรุนแรงลอยฟุั้งกระจายตลบอบอวล
ไปทั่ว!
เมื่อมองลงมายังพื้นปฐพี ก็พบเห็นกับภาพฉากอัน
น่าเศร้าชวนอเนจอนาถใจเป็นอย่างยิ่ง ผืนปั่าที่เคย
รกครึ้มไปด้วยแมกไม้ต้นน้อยใหญ่ บัดนี้ถูกแผดเผา
ไหม้เกรียมดำเป็นตอตะโก สภาพของมันเกือบจะ
ใกล้เคียงกับ หมู่เกาะตงหยางทั้งสี่ ความโหดเหี้ยม
อำมหิตของผู้ฝึกตนนอกรีต แม้แต่ต้นไม้ใบหญ้ามัน
ก็ไม่ยอมให้งอกเงยขึ้นมา การฝึกฝนบำเพ็ญตน
ของมันคือการฆ่าล้างทำลายชีวิตแลวิญญาณ!
ถ้าให้กล่าว แม้แต่ปีศาจที่อยู่บนโลกมนุษย์ก็ยังไม่
เข่นฆ่าสังหารมนุษย์ด้วยวิธีเหี้ยมโหดอำมหิตเช่นนี้
เมื่อมองไปทางทิศบูรพา แม้ยามนี้ดวงตะวันกำลัง
จะล่องลอยขึ้นสู่ท้องนภา ทว่าทั่วทั้งโลกายังคงมืด
ครึ้ม เนื่องจากมีมวลหมู่เมฆาสีเทาแผ่ขยายปก
คลุมอยู่ทางทิศบูรพา ราวกับมีอสูรยักษ์นอน
แผ่หราอยู่บนท้องเวหาเหนือทิศบูรพา ปิดกั้นแสง
สุริยันจนไม่อาจสาดส่องทะลุลงมาได้ มีชิ้นส่วน
ขนาดยักษ์ปกคลุมอยู่ทางทิศบูรพาของทวีปแห่ง
ทวยเทพ มันคือเงาของผู้ฝึกตนนอกรีตที่ทอดยาว
แผ่ขยายปกคลุมไปทั่วทั้งผืนปฐพี!
ท่ามกลางความมืดครึ้มทะมึน อู่ อวี้ กำลังมองหา
ทิศทางที่จะไปยัง อาณาจักรบูรพาเยว่อู่
ใต้ฝั่าเท้าส่วนใหญ่ ล้วนเป็นผู้ฝึกตนที่มาจากทั่วทุก
มุมของ ทวีปแห่งทวยเทพ ผู้ฝึกตนจากพรรคนิกาย
ต่าง ๆ ล้วนมีจุดมุ่งหมายเดียวกันนั่นก็คือทิศบูรพา
ซึ่งกำลังหลักส่วนใหญ่ล้วนมาจาก นครจักรพรรดิ
เพลิง กับ พรรคนิกายชั้นนำจำนวนมาก จากเวลา
ล่วงเลยผ่านไปมากกว่าหนึ่งหรือสองเดือน ผู้ฝึกตน
ในวิถีแห่งเต๋าจากทวีปแห่งทวยเทพ ได้ปิดกั้น
เส้นทางเคลื่อนทัพของผู้ฝึกตนนอกรีตไว้ทั้ง
หมดแล้ว!
ผู้ฝึกตนฝั่ายธรรมะนั้นมีจำนวนมากกว่า ผู้ฝึกตน
นอกรีต!
ถึงกระนั้นความเสียหายที่ผู้ฝึกตนนอกรีต ได้นำพา
มาสู่ทวีปแห่งทวยเทพมันก็ใหญ่หลวงเกินพอแล้ว
ถึงแม้ว่าจำนวนของผู้ฝึกตนที่ตกตายไปในศึก
สงครามครั้งนี้จะมีค่อนข้างน้อยก็ตาม
อู่ อวี้ พุ่งข้ามผ่านมวลเมฆาทมิฬมุ่งสู่ อาณาจักร
บูรพาเยว่อู่ อย่างรวดเร็ว อันที่จริงเขาล่วงรู้ดีว่า
หากศึกครั้งนี้ไม่มี จ้าววิญญาณพยาบาท ผู้ฝึกตน
นอกรีตก็หาใช่ศัตรูของผู้ฝึกตนฝั่ายธรรมะแต่อย่าง
ใด ไม่ช้าก็เร็วพวกมันจะถูกขับไล่ออกไป ทั้งยังต้อง
ประสบกับความสูญเสียอย่างหนัก ตัวแปรเดียว
สำหรับพวกมันก็คือ จ้าววิญญาณพยาบาท
ตอนนี้ จ้าววิญญาณพยาบาท ต้องการที่จะช่วงชิง
ชีวิตของ อู่ อวี้!
หลังจากรีบเร่งรุดหน้ามาอย่างบ้าคลั่ง เขาก็เริ่ม
เหน็ดเหนื่อยเมื่อล้า ขณะใกล้จะถึงอาณาจักร
บูรพาเยว่อู่แล้ว อู่ อวี้ แลมองบ้านเกิดของตนเอง
จากระยะไกล ดูเหมือนว่าในเวลานี้จะถูกห่อหุ้ม
ด้วยวงกลมสีดำทะมึน นี่คือค่ายกลระดับสุดยอด!
นี่คือค่ายกลทรงกลมโปร่งแสงสีดำทะมึน ทุกผู้คน
ของอาณาจักรบูรพาเยว่อู่ อยู่ในค่ายกลแห่งนี้ คาด
ว่าที่มั่นคงเปรียบเสมือนดั่งโลกแห่งความตายอัน
มืดมิด!
แค่ไม่ล่วงรู้ว่าพวกเขายังมีชีวิตอยู่หรือไม่ …
อู่หยู๋ คือผู้ที่เขารักแลเคารพมากที่สุดในชีวิต เฟิง
ซัวหยา คือผู้เปลี่ยนชะตากรรมให้แก่เขา …
“อู่ อวี้!”
ทันใดนั้นก็มีคนร้องตะโกนเอ่ยนามของเขา อู่ อวี้
ในเวลานี้ซึ่งท่วมท้นไปด้วยโทสะแห่งความโกรธ
แค้น ได้ถูกปลุกให้ตื่นจากภวังค์ด้วยความวิตก
กังวล อีกด้านหนึ่งมีผู้คนจำนวนมากยืนหยัดอย่าง
แข็งแกร่ง มีอีกหลายพันคนลอยคว้างอยู่ท่ามกลาง
เวหา ส่วนใหญ่ล้วนเป็นผู้ฝึกตนระดับตำหนักม่วง
ทะเลมรกต เห็นได้ชัดว่ากำลังหลักของ ทวีปแห่ง
ทวยเทพ ส่วนใหญ่ล้วนอยู่ที่นี่!
กองทัพเซียนจักรพรรดิเพลิงครอบครองกำลังส่วน
ผู้นำของพวกเขาก็คือ เจ้านครจักรพรรดิเพลิง และ
จอมจักรพรรดิ ซึ่งคนที่เพิ่งตะโกนใส่เขาก็คือ จอม
จักรพรรดิ นอกจากนี้ก็ยังมีขุนพลจักรพรรดิเพลิง
อีกหลายสิบคนทุกคนล้วนมีกล้าแกร่งทรงพลังยิ่ง!
พวกเขาต่างมุ่งมั่นเด็ดเดี่ยว ยังคงมีคราบโลหิตติด
อยู่บนร่างของพวกเขาบางส่วน เห็นได้ชัดว่าใน
ช่วงเวลาที่ผ่านมา พวกเขาพึ่งผ่านการต่อสู้อัน
ดุเดือดเลือดพล่านมาหมาด ๆ แม้แต่ มู่หรง ซวี่,
หลี่ ขู่ไห่ เจียง จื่อซุน ก็อยู่ที่นี่เช่นกัน เมื่อต้อง
เผชิญหน้ากับภัยพิบัติ พวกเขาหาได้มีความเป็น
ปรปักษ์ต่อ อู่ อวี้ ไม่ นอกจากนี้ยังมีความรู้สึกชื่น
ชมออกมาเป็นนัย ๆ อย่างคลุมเครือ คาดว่ามัน
น่าจะเกี่ยวข้องกับที่ อู่ อวี้ การทำลาย วิหารพญา
ยม!
ส่วนอื่น ๆ ก็มี นิกายเซียนซูซัน ท่ามกล่างผู้คน
ของ นิกายเซียนซูซัน ยังมีเหล่าผู้นำเจ็ดเซียน
กระบี่แห่งซูซัน! ซึ่งเป็นผู้ที่ อู่ อวี้ ได้พบเจอมาเมื่อ
ไม่นานนี้ ท่ามกลางพวกเขา เซียนกระบี่เทียนซู
เป็นผู้ที่ทรงพลังแลสง่างามมากที่สุด นอกจากนี้ก็
ยังมีจอมกระบี่อีกเป็นจำนวนมาก ซึ่ง อู่ อวี้ ก็
คุ้นเคยเป็นอย่างดี เช่น จอมกระบี่ชั่วฮวา, จอม
กระบี่หลี่หั่ว, จอมกระบี่ชื่ออิง ก่อนที่ผู้ฝึกตนนอก
รีตบุกโจมตี เขาเคยสาบานว่าจะสังหาร เปั่ยซาน
ม่อ จอมกระบี่แห่งซูซันต่างเกลียดชัง อู่ อวี้ เป็น
อย่างมาก ถึงแม้เขาจะต่อสู้ในแบบตาต่อตาฟันต่อ
ฟันก็ตาม แต่สำหรับเวลานี้ อู่ อวี้ ได้กลับมา ความ
เกลียดชังในสายตาของพวกเขาก็หายไป อีกทั้งยัง
มีร่องรอยของความชื่นชม แลความเห็นอกเห็นใจ
…
ความชื่นชมนี้คาดว่ามากจากวีรกรรมของ อู่ อวี้
กับ จิ่วอิง ที่ร่วมมือกันทำสิ่งที่ยิ่งใหญ่เช่นการบด
ขยี้ทำลาย วิหารพญายม แบบถอนรากถอนโคน!
ซึ่งถ้าหากไม่มีตัวตนอย่าง จ้าววิญญาณพยาบาท
ดำรงอยู่ วิหารพญายม ย่อมอยู่ในช่วงวิกฤตเสีย
แล้ว
ส่วนความเห็นอกเห็นใจบางทีอาจเป็นเพราะ
อาณาจักรบูรพาเยว่อู่ ของเขาได้ถูกจับเป็นตัว
ประกันไว้ ทุกผู้คนต่างคาดว่าการกลับมาของ อู่
อวี้ ในครั้งนี้จะต้องเกิดเรื่องไม่ดีขึ้นอย่างแน่นอน
ถึงแม้ว่าสำหรับผู้คนส่วนใหญ่แล้ว การสูญเสีย
อาณาจักรเซียนมนุษย์เป็นสิ่งที่สามารถกล้ำกลืน
ฝืนทนยอมรับได้ แต่สำหรับ อู่ อวี้ แล้วนี่คือสิ่งที่
เขาไม่อาจยอมรับได้เด็ดขาด
อีกทั้งยังมีผู้ฝึกตนกระบี่แห่งซูซันอยู่จำนวนมาก
นอกจากมองเห็น เซียนกระบี่กุ้ยหยาง แล้ว อู่ อวี้
ก็แลเห็น หนาน กงเหว่ย นางได้เข่นฆ่าสังหารผู้ฝึก
ตนนอกรีตไปมากโข เหมือนกับจอมกระบี่ซูซันคน
อื่น ๆ นัยน์ตาของนางแฝงเร้นไปด้วยความรู้สึก
ซับซ้อนอย่างเหลือคณา ดังนั้นในเวลานี้นางจึงมิได้
แลมอง อู่ อวี้
นอกจาก นิกายเซียนซูซัน กับ นครจักรพรรดิเพลิง
แล้ว ยังมีพรรคนิกายที่เห็นได้อย่างเด่นชัดมาก
ที่สุด ซึ่งเป็นที่รู้จักกันในนามของเหนือฟั้าใต้หล้า
กลมกลืนฟั้าดิน ‘พรรคซ่างหยวน’ ! พรรคซ่าง
หยวน มีเคล็ดวิชาเต๋าอยู่มากมายหลากหลายชนิด
เมื่อเทียบกับความเรียบง่ายสันโดษของซูซัน แล
ความลึกล้ำพิสดารของ นครจักรพรรดิเพลิง เคล็ด
วิชาเต๋าของ พรรคซ่างหยวน สามารถอธิบายได้ว่า
เป็นหนึ่งใน ทวีปแห่งทวยเทพ เลยก็ว่าได้
ท่ามกลางเหล่านักพรตเต๋าของของ พรรคซ่าง
หยวน ยังมีประมุขศักดิ์สิทธิ์ไท่ซูอยู่ที่นี่ด้วย คนผู้นี้
คือหนึ่งบุคคลในตำนานที่น่าสะพรึงกลัวเป็นอย่าง
ยิ่ง ซึ่งไม่ได้อ่อนแอไปกว่าเจ้านครจักรพรรดิเพลิง
เลย เมื่อดูจากรูปลักษณ์แล้ว เขาเป็นเสมือนดั่ง
บุรุษหนุ่มผู้หนึ่ง แต่คิ้วกับผมเป็นสีขาว ห้วงสภาวะ
อารมณ์คล้ายคลึง ตัวหมิงซาน เสิ้งเสวี่ย แต่เหนือ
ล้ำยิ่งกว่า ทั่วทั้งร่างเปล่งประกายไปด้วยแสงรัศมี
แวววาว ถ้ามีคนบอก อู่ อวี้ ว่าเขาคือเซียนอมตะที่
แท้จริง คาดว่า อู่ อวี้ ก็คงจะเชื่อ
ตรงส่วนใจกลางเสื้อคลุมนักพรต มีตัวอักษรคำว่า
เต๋า (?) ซึ่งดูเสมือนดั่งหงส์ร่อนมังกรรำ เปียมล้น
ไปด้วยแก่นแท้อันลึกล้ำพิสดารไร้สิ้นสุด ทำให้ผู้
เฝั้ามองดำดิ่งลงสู่ห้วงแห่งแก่นแท้อย่างช่วยไม่ได้!
เบื้องหลังของประมุขศักดิ์สิทธิ์ไท่ซู คือผู้ทรง
อำนาจมากมายในพรรคซ่างหยวน ท่ามกลาง
บุคคลเหล่านั้น มีผู้ที่อยู่ในอาณาจักรก่อร่างกำเนิด
จิตเทวะด้วย นามของคนผู้นั้นก็คือ ‘ประมุข
ศักดิ์สิทธิ์ฮู่เจียว’
พรรคซ่างหยวน เป็นเช่นเดียวกับ นครจักรพรรดิ
เพลิง นั่นก็คือมีผู้ในอาณาจักรก่อร่างกำเนิดจิตเท
วะอยู่ 2 คน เพียงแต่ ประมุขศักดิ์สิทธิ์ฮู่เจียว มี
พลังที่ไม่ทิ้งห่างจาก ตัวหมิงซาน เสิ้งเสวี่ย มากนัก
จึงค่อนข้างห่างไกลจากห้วงสภาวะแห่งความอาจ
หาญอหังการของจอมจักรพรรดิ
ส่วนคนกลุ่มใหญ่ที่ยืนเรียงแถวกันอยู่ ทุกคนต่างมี
ใบหน้าหล่อเหลาและความแข็งแกร่งอย่างมากล้น
รูปลักษณ์ของพวกเขาดูค่อนข้างแตกต่างจาก
พรรคนิกายใหญ่อยู่บางส่วน แต่งกายด้วยเสื้อคลุม
หนังสัตว์ สะพายเกาทัณฑ์และศรเอาไว้เบื้องหลัง
เปียมล้นไปด้วยจิตวิญญาณอันแกร่งกล้า ดูดุร้าย
ปั่าเถื่อน เห็นได้ชัดว่าพวกเขาคือกลุ่มชนผู้ทรง
อำนาจจากตระกูลเทียนอี้! แน่นอนว่า ผู้ที่อยู่ตรง
ใจกลางได้เข้าร่วมการบดขยี้สังหารผู้ฝึกตนนอกรีต
ด้วย อู่ อวี้ จดจำได้ว่าตระกูลเทียนอี้มีผู้นำอยู่ 2
คน หนึ่งชายและหนึ่งหญิง เป็นคู่สามีภรรยา
ร่วมกันปกครอง! ผู้นำตระกูลทั้งสองได้มีการ
จัดแบ่งดูแลกลุ่มชนของตนเองต่างกันไป ผู้นำ
ตระกูลฝั่ายบุรุษมีนามว่า จิน ซ่างเสิน ผู้นำตะกูล
หญิงมีนามว่า หลิว เสวี่ยเซียน
อันที่จริงแล้วผู้นำตระกูลเทียนอี้หญิงชายนั้น เดิมที
แล้วมิใช่คู่สามีภรรยากัน แต่เป็นเพียงเรื่องที่
เกิดขึ้นอย่างบังเอิญเท่านั้น ร่ำลือกันว่า จิน ซ่าง
เสิน มีพื้นเพกำเนิดที่ธรรมดายิ่ง แต่เพราะเขา
แสดงให้เห็นถึงความอัจฉริยภาพโดดเด่นเหนือฝูง
ชนในดินแดนลี้ลับของตระกูลเทียนอี้ที่มีนามว่า
‘วงแหวนสมุทรตะวัน’ เขามีลักษณะนิสัยอารมณ์
ร้อน หุนหันพลันแล่น และเป็นพวกหยิ่งทะนงใน
ศักดิ์ศรีภาคภูมิใจในตนเองอันดับหนึ่งในใต้หล้าเลย
ทีเดียว อู่ อวี้ มองไปยังบุรุษวัยกลางคนที่แต่งตัว
เหมือนนักล่าผู้นี้ ซึ่งเขาน่าจะเป็น จิน ซ่างเสิน
อย่างไม่ต้องสงสัย บุรุษผู้นี้ใช้ผ้าสีดำพันตาข้าง
หนึ่งเอาไว้ อย่างไรก็ตามอันที่จริงแล้วดวงตาของ
เขาไม่ได้บอดหรือมีปัญหาอันใด ร่ำลือกันว่ามันคือ
มหาวิถีเชื่อมสวรรค์ชนิดหนึ่ง ซึ่งเปียมล้นไปด้วย
พลังอำนาจที่น่าสะพรึงกลัวอย่างยิ่ง
ส่วน หลิว เสวี่ยเซียน นั้นเป็นบุตรีของผู้นำตระกูล
รุ่นก่อน ตั้งแต่เยาว์วัยนางก็มีความสามารถแซง
หน้าเหนือผู้อื่น การที่นางกลายเป็นผู้สืบทอด
ตำแหน่งผู้นำตระกูล ก็นับว่าสมเหตุสมผลยิ่งแล้ว
นอกจากพวกเขาแล้ว ยังมีเจ้านิกายทัพเซียน
สวรรค์ เจ้ายอดเขานางเซียนกูซู เจ้าวังอัสนียา
บาตทลายสวรรค์ และผู้แข็งแกร่งคนอื่น ๆ ใน
ขอบเขตก่อร่างกำเนิดจิตเทวะ สามารถกล่าวได้ว่า
ผู้แข็งแกร่งจากทั่วทั้ง ทวีปแห่งทวยเทพ เกือบจะ
ทั้งหมดต่างมารวมตัวกันที่นี่ ฉากอันยิ่งอันใหญ่
เช่นไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อนในประวัติการณ์! สายตา
ที่ทุกผู้คนกำลังจับจ้องมอง อู่ อวี้ กับ จิ่วอิง ต่าง
เต็มไปด้วยความซับซ้อนอย่างที่สุด
จิ่วอิง เป็นบุตรของปีศาจ สำหรับ เซียนกุ้ยหยาง
แล้วถือเป็นบุตรชายของศัตรู! ไม่ว่าจะกรณีใดหาก
เขาได้พบเจอกับ จิ่วอิง เขาจะสังหารอย่างไม่ลังเล
แม้แต่น้อย ทว่าสำหรับเวลานี้เซียนกระบี่อีกหกคน
พยายามห้ามปรามตักเตือนเขา เพราะยามนี้ จิ่วอิง
คือวีรบุรุษที่ทำลาย วิหารพญายม ฉะนั้นไม่ว่าจะ
อย่างไรเขาจะต้องอดทนอดกลั้น เพราะผู้ที่หนักใจ
มากที่สุดในวันนี้ก็คือ อู่ อวี้
ครั้งหนึ่ง อู่ อวี้ ถูกเนรเทศออกจาก นิกายเซียนซู
ซัน เพราะคบค้า จิ่วอิง เป็นสหาย แล้ว มาถึงวันนี้
ความจริงได้ประจักษ์แก่สายตาของทุกผู้คน มันคือ
ข้อพิสูจน์ว่าสิ่งที่เขาเลือกนั้นไม่ใช่เรื่องผิด อีกทั้ง
ยังเป็นข้อพิสูจน์เพิ่มเติมให้แก่ หนานกง เหว่ย!
ปีศาจมีทั้งดีและไม่ดี อย่างเช่น จิ่วอิง เขาเป็น
ปีศาจที่มีใจบริสุทธิ์
บริสุทธิ์กว่ามนุษย์ส่วนใหญ่เสียด้วยซ้ำ
เพราะถ้าให้กล่าวผู้ฝึกตนนอกรีตก็เป็นมนุษย์
เช่นกัน
ในเวลานี้สายตาของพวกเขาที่จับจ้องไปยัง อู่ อวี้
เปียมล้นไปด้วยความเมตตาสงสารอย่างเหลือคณา
จอมจักรพรรดิ ก้าวออกมาพร้อมถอนหายใจแล้ว
กล่าวขึ้นว่า “ข้าต้องขอโทษจริง ๆ ที่ทำให้เจ้าตก
อยู่ในสถานการณ์เช่นนี้ ”
………………………………………………..
(´▽`).。o♡ เพลิน
กลืนสวรรค์สะท้านทวยเทพ