กลืนสวรรค์สะท้านทวยเทพ - ตอนที่ 494 : จาววิญญาณพยาบาท
แม้แต่ญาติสนิท หรือ บุคคลอันเป็นที่รัก ก็ไม่
สามารถปกปั้องพวกเขาได้ แล้วยังจะมีหน้ามา
เรียกตนเองว่าเป็นผู้ฝึกตนวิถีเต๋า หรือ ผู้บำเพ็ญ
เป็นเซียน ได้อย่างไรกัน มันจะมีประโยชน์อันใดกัน
เล่า?
อู่ อวี้ ไม่เพียงปรารถนาจะกลายเป็นเซียนอมตะ
เขายังต้องการให้คนรอบตัวอายุยืนยาวไม่แก่ไม่
ตาย มีชีวิตอยู่ไปจนนิรันดร์โดยเฉพาะ อู่หยู๋
แม้ว่าชีวิตของนางยามนี้ช่างแสนจะเปราะบางมาก
ก็ตาม แต่ อู่ อวี้ ก็ยังคงมุ่งมั่นว่าสักวันหนึ่ง เขาจะ
ทำตามในสิ่งที่ปรารถนา!
ทว่าเมื่อเขากลับยังทะเลบูรพา กลับมีเรื่องเลวร้าย
บางอย่างเกิดขึ้น
ครอบครัว อาจารย์ ศิษพี่ศิษน้อง แล้วยังมีราษฎร
ในอาณาจักร ชีวิตของพวกเขาเหล่านี้กลับอยู่ใน
วิกฤตเป็นตาย เพราะตกอยู่ในเงื้อมมือของผู้ฝึกตน
นอกรีต!
เรื่องที่เกิดขึ้นไม่สามารถตำหนิจอมจักรพรรดิได้
ด้วยเพราะเขาไม่รู้จุดประสงค์ที่แท้จริงของ
จักรพรรดิมาร ว่าแท้จริงแล้วเกี่ยวข้องสัมพันธ์กับ
อู่ อวี้ ไม่เช่นนั้นแล้วมีหรือว่าพวกเขาจะไม่รีบส่ง
กองทหารองครักษ์มาพิทักษ์ปั้องกันสถานที่แห่งนี้
ขณะนี้ชีวิตของคนที่เขารัก กำลังตกอยู่ใน
สถานการณ์เป็นตาย ถูกควบคุมตกอยู่ในเงื้อมมือ
ของผู้ฝึกตนนอกรีต เมื่อใดที่พวกเขาประมาทหรือ
เผลอเรอ ก็จะต้องพบเจอกับความน่าสะพรึงกลัว
อย่างไม่อาจคาดเดาแผนการของ จักรพรรดิมาร
และ 8 พญามัจจุราช ได้ ทุกผู้คนต่างเข้าใจในข้อนี้
เป็นอย่างดี ฉะนั้นเมื่อเกิดกรณีเช่นนี้ขึ้น นอกจาก
แสดงความเห็นอกเห็นใจกับ อู่ อวี้ แล้ว คนส่วน
ใหญ่ก็ไม่รู้ว่าพวกเขาควรจะทำเช่นไรดี
เพราะถ้าให้กล่าวไปแล้ว ในเวลานี้เขาควรจะเป็น
วีรบุรุษของทวีปแห่งทวยเทพ
” ตามข้ามา แล้วไปไต่ถาม จ้าววิญญาณพยาบาท
ให้รู้แล้วรู้รอดกันไปเลยว่ามันต้องการสิ่งใดกันแน่
เมื่อถามมันให้รู้เรื่องแล้ว เจ้าจะได้ไม่ต้องกังวลอีก
ต่อไป ข้าขอสัญญาว่าจะทำให้ดีที่สุด เพื่อปกปั้อง
บุคคลที่เจ้ารัก” จอมจักรพรรดิกล่าว
เจ้านครจักรพรรดิเพลิงซึ่งอยู่อีกด้านหนึ่ง เป็นผู้นำ
ของเหล่าขุนพลจักรพรรดิเพลิงซึ่งแข็งแกร่งทรง
พลังยิ่ง รวมถึงจอมกระบี่แห่งซูซันและคนอื่น ๆ ได้
ก้าวออกมาเบื้องหน้าเกือบ 100 คน ซึ่งกลุ่มคน
เหล่านี้ถือเป็นผู้แข็งแกร่งมากที่สุดใน ทวีปแห่ง
ทวยเทพ ทุกคนล้วนมีความแข็งแกร่งเหนือกว่า อู่
อวี้ กันทั้งสิ้น ผู้ที่มีชื่อเสียงโด่งดังทั้งยังแข็งแกร่ง
กลุ่มใหญ่นี้ ต่างมาเป็นผู้หนุนหลังของ อู่ อวี้ ช่าง
เป็นเรื่องที่น่าตื่นเต้นอย่างยิ่งเสียนี่กระไร!
ดวงตาของพวกเขาลุกโชนด้วยเปลวเพลิงอันร้อน
ฉ่า ซึ่งมันได้ทำให้ อู่ อวี้ มั่นอกมั่นใจมากยิ่งขึ้น!
แม้ในเวลานี้ อาณาจักรบูรพาเยว่อู่ จะตกอยู่ใน
วิกฤตอันตรายอีกครั้ง จึงเหลือเพียงวิธีเดียวที่จะ
แก้ปัญหานี้ได้นั่นก็คือการเผชิญหน้าอย่างกล้า
หาญ!
” นับตั้งแต่อดีตกาล วีรบุรุษหนุ่มสาวได้ถือกำเนิด
ขึ้น ความโกลาหลปันปั่วนในทะเลตงไห่ นับว่าเป็น
ความดีความชอบของเจ้า เฉกเช่นดั่งคำกล่าวที่ว่า
บุญคุณย่อมทดแทน หนี้แค้นต้องชำระ สวรรค์จะ
ไม่ยอมให้เจ้าต้องทนทุกข์ทรมานอยู่เพียงลำพัง
อย่างแน่นอน ” ประมุขศักดิ์สิทธิ์ไท่ซู เดินออกมา
เบื้องหน้าพร้อมกล่าวขึ้นอย่างแผ่วเบา แต่เต็มไป
ด้วยความหนักแน่น
ยามนี้ผู้คนต่างเห็นว่า บุรุษผู้แข็งแกร่งที่สุดของ
ทวีปแห่งทวยเทพกำลังห้อมล้อม อู่ อวี้ หลายคน
อดไม่ได้ที่จะรู้สึกเกิดความซับซ้อนขึ้นภายในจิตใจ
โดยเฉพาะอย่างยิ่งเหล่าผู้ฝึกตนวิถีกระบี่แห่งซูซัน
เมื่อหลายปีก่อนหน้านี้พวกมันรู้ว่า อู่ อวี้ เคยเป็น
บุคคลของซูซันโดยมีศักดิ์ฐานะอันแสนต้อยต่ำ
กระจ้อยร่อย พวกมันต่างคิดว่าเขามีชื่อเสียงได้
เพราะ หนานกง เหว่ย แต่บัดนี้ความสามารถของ
เขาได้เป็นที่ประจักษ์ไปทั้งใต้หล้า ด้วยวัยเพียง
เท่านี้ แต่กลับไม่มีผู้ใดจะสามารถปกปิดพรสวรรค์
อันล้ำเลิศของเขาได้อีก!
กระทั่ง จักรพรรดิกระบี่สวรรค์ครามแห่งซูซัน ผู้ที่
ได้รับสมญานามอย่างกึกก้องเกรียงไกรว่าเป็นผู้มี
พรสวรรค์ล้ำเลิศ บัดนี้ยังได้เลือนหายไปแล้ว!
“ไปกันเถอะ!”
เจ้านครจักรพรรดิเพลิงและคนส่วนใหญ่ ต้องการที่
จะปกปั้อง อู่ อวี้ กลุ่มคนหลายร้อยคนมุ่งหน้าไปยัง
ทิศบูรพาของ อาณาจักรบูรพาเยว่อู่! ตอนนี้
อาณาจักรบูรพาเยว่อู่ ถูกห่อหุ้มด้วยโดมแสงสีดำ
กลายเป็นโลกแห่งความมืดมิด! มนุษย์ทุกผู้คนตก
อยู่ในความเสี่ยง สีหน้าของพวกเขาเต็มไปด้วย
ความวิตกกังวล แม้ว่า ค่ายกลเก้ามังกรทะยานฟั้า
ของ นิกายกระบี่สวรรค์ ยังคงทำงานอยู่ก็ตาม แต่
ดูเหมือนว่าจะไม่สามารถขจัดความสิ้นหวัง แล
ความหวาดกลัวที่อยู่ภายในใจของทุกผู้คนออกไป
ได้
“ เจ้าสามารถวางใจได้ อย่างน้อยก็ในตอนนี้ พญา
มัจจุราชลำดับหนึ่งผู้มีนามว่า ‘ฉิว หลงจวิน’ ได้ใช้
พลังอิทธิฤทธิ์กักขังอยู่ที่นี่ ทุกอย่างภายในจึงยังคง
เป็นปกติไม่มีผู้ใดได้รับบาดเจ็บ ถ้าดูจากสิ่งที่มันทำ
แล้ว เห็นได้ชัดว่ามันต้องการของสำคัญบางอย่าง
จากเจ้า บางทีเปั้าหมายนั้นอาจจะเป็นเจ้า ขึ้นอยู่
กับว่าเจ้าจะพูดยังไงกับพวกมันเท่านั้น ” จอม
จักรพรรดิกล่าว
ดวงตาของ อู่ อวี้ มองลอดผ่านค่ายกลทรงกลม
แสงมองเห็นบรรพตแลสายชลธี นอกเหนือจาก
ค่ายกลแสงไม่ว่าจะเป็นบรรพตแลสายชลธีที่อยู่
ด้านนอกก็ยังคงปกติ ไม่ได้รับความเสียหายใด ๆ
ผู้คนในนครเยว่อู่ , อู่หยู๋ , ค่ายเทียมฟั้า รวมถึงคน
อื่น ๆ ล้วนอยู่ภายใน ค่ายกลเก้ามังกรทะยานฟั้า
ของ นิกายกระบี่สวรรค์ ในช่วงเวลาแห่งภัยพิบัติ
ร้ายแรง พวกเขามิกล้าย่างก้าวออกมาด้านนอก
ฉะนั้นพวกเขาจึงไม่ทราบว่าด้านนอกเกิดอันใดขึ้น
บ้าง
เมื่อเห็นว่าพวกเขายังปลอดภัย อู่ อวี้ ก็รู้สึกโล่งใจ
ไม่น้อย ถึงกระนั้นภายในหัวใจของเขาก็ยังคงเดือด
พล่าน ไปด้วยโทสะอันท่วมจนแทบจะระเบิด
ออกมา ด้วยเพราะผู้ฝึกตนนอกรีตมาแตะเกร็ด
ย้อนมังกรซึ่งเป็นสิ่งต้องห้ามของเขา ถึงแม้อีกฝั่าย
จะแข็งแกร่งฝีมือล้ำเลิศมากเพียงใด ทว่ายามนี้ อู่
อวี้ ก็ยังคงมุ่งมั่นอย่างแรงกล้าที่จะสังหารพวกมัน
ให้แดดิ้นแตกดับ! พลังอำนาจภายในร่างกายของ
เขา ถึงแม้ว่าเขาจะพยายามระงับสะกดข่มลงไป
มากเพียงใด แต่มันก็พร้อมที่จะปะทุถึงจุดเดือดได้
อยู่ตลอดเวลา
กลุ่มคนได้เดินทางมาหยุดยืนอยู่ด้านนอก
อาณาจักรบูรพาเยว่อู่
ที่นี่เป็นเขาทักษิณอาณาเขตรัฐจ้าว แต่บัดนี้ได้ถูก
ทำลายจนสิ้นแล้ว เสียงร่ำไห้คร่ำครวญด้วยความ
โศกเศร้าแผ่กระจายไปทั่วทุกหัวระแหง ผู้คนตกอยู่
ในสถานการณ์อันเลวร้ายทั้งชีวิตและจิตวิญญาณ
ถูกอาบชโลมไปด้วยเถ้าธุลี นี่คือผลงานอันแสนชั่ว
ร้ายของผู้ฝึกตนนอกรีต! ความเกลียดชังเหล่านี้ไม่
อาจแก้ไขได้มานานนับเป็นหมื่น ๆ ปี!
อู่ อวี้ สัมผัสได้ว่าอีกด้านหนึ่งของ อาณาจักรบูรพา
เยว่อู่ เหนือโดมแสง มีผู้ฝึกตนนอกรีตกำลัง
เคลื่อนที่ใกล้เข้ามา ด้วยเหตุนี้ อู่ อวี้ จึงบินไปที่จุด
ดังกล่าวพร้อมกับคนอื่น ๆ ขอบโดมแสงที่อยู่เบื้อง
หน้าของเขาในยามนี้ หมู่มวลเมฆาสีแดงโลหิต
กำลังเกลือกกลิ้งแผ่ปกคลุม ซึ่งผู้ฝึกตนนอกรีต
จำนวนมหาศาลกำลังหลบซ่อนเร้นกาย อยู่ในมวล
หมู่เมฆาสีแดงโลหิตนี้!
ใต้ฝั่าเท้าของเขาคือโดมแสง ที่ถูกสร้างขึ้นจาก
พลังอิทธิฤทธิ์เอาไว้ใช้กักขังพญามัจจุราชลำดับ 1
ในเวลานี้ จอมจักรพรรดิ และคนอื่น ๆ ยังไม่กล้า
ผลีผลามทำอันใด ด้วยเพราะชีวิตของผู้คนตาดำ
ๆ นั้นช่างแสนเปราะบางเสียเหลือเกิน พวกเขา
กลัวว่าหากใช้กำลังบีบบังคับ ถ้าไม่กระทำการ
อย่างระมัดระวังให้ดี มนุษย์ผู้บริสุทธิ์อาจจะโดน
ลูกหลงไปด้วย
ด้านหน้าของพวกเขาในยามนี้ ท่ามกลางหมู่มวล
เมฆา มีผู้ฝึกตนนอกรีตเต็มเปียมล้นไปด้วยกลิ่น
อายแห่งความชั่วร้าย กำลังทะยานออกมาทีละ
คนทีละคน!
ในกลุ่มก้อนเมฆาอันมืดครึ้มนี้ มีผู้ฝึกตนนอกรีตอยู่
นับร้อย โดยทั่วไปพวกมันมาจาก วิหารพญายม
และ พรรคนิกายใหญ่ทั้งสี่ แต่ถึงกระนั้นจำนวน
ของพวกมันก็ยังแตกต่างจาก ทวีปแห่งทวยเทพ
ท่ามกลาง 8 พญามัจจุราช บัดนี้ได้รวมตัวกันอยู่
ถึง 7 คน ซึ่งจำนวนก็เกือบจะเทียบเท่ากับ 7 เซียน
กระบี่แห่งซูซัน ถึงกระนั้นหากไม่มี จ้าววิญญาณ
พยาบาท ต่อให้ผู้ฝึกตนนอกรีตผนึกกำลังกับเหล่า
พันธมิตร ความแข็งแกร่งของพวกมันก็ยังไม่อาจ
เทียบได้กับ ทวีปแห่งทวยเทพ!
ถึงแม้ว่ากองกำลังของผู้ฝึกตนนอกรีต จะมาสมทบ
เพิ่มขึ้นจากเดิมถึงสองเท่า แต่ความแข็งแกร่ง
โดยรวมของฝัง ทวีปแห่งทวยเทพ ก็ยังเหนือกว่า
ถึง 3 เท่าตัว! หากทำสงครามฟาดฟันกันขึ้นมา
โดยไม่มี จ้าววิญญาณพยาบาท แล้วละก็ พวกมัน
จะต้องถูกบดขยี้จนย่อยยับอย่างแน่นอน!
โดยเฉพาะสุดยอดผู้แข็งแกร่งอย่าง เจ้านคร
จักรพรรดิเพลิง กับ ประมุขศักดิ์สิทธิ์ไท่ซู
บัดนี้ ผู้นำที่แท้จริงของเหล่าผู้ฝึกตนนอกรีต ได้
ก้าวออกมาประจันหน้ากับเหล่าผู้ฝึกตนในวิถี
ธรรม! ท่ามกลาง 8 พญามัจจุราช มีผู้อยู่ที่นี่ถึง 7
คน พวกมันทั้งหมดล้วนอาวุโสกว่า ตัวหมิงซาน
เสิ้งเสวี่ย ซึ่งมาจาก พรรคซ่างหยวน แต่ทว่าพญา
มัจจุราชทั้ง 7 ซึ่งยืนประจันหน้าอยู่ในที่แห่งนี้ คือ
ผู้ฝึกตนนอกรีตที่แท้จริง! ท่ามกลางผู้ฝึกตนนอกรีต
จากทะเลตงไห่อันไร้สิ้นสุด ได้ปรากฏชายหญิง 7
คนยืนอยู่บนยอดเขา พญามัจจุราชอันดับ 1 ฉิว
หลงจวิน หลังโค้งงอลงเล็กน้อย รูปลักษณ์หน้าตา
ดูน่าเกลียดน่ากลัว เสมือนดั่งชายชราที่เหยียบย่าง
เข้าสู่วัย 70 ปี เห็นได้ชัดว่ามันอยู่ได้อีกไม่นานนัก
พญามัจจุราชทั้ง 7 ต่างดุร้ายโหดเหี้ยมถึงขีดสุด ผู้
บริสุทธิ์มากมายที่ต้องตกตายไป ภายใต้เงื้อมมือ
ของมันมีมากกว่าร้อยล้านคน! ด้วยเหตุนี้พวกมัน
จึงเป็นผู้ฝึกตนนอกรีตที่ชั่วช้ามากที่สุด กลับกันถ้า
พวกมันเป็นฝั่ายแลมอง อู่ อวี้ ปราณโลหิตซึ่งอาบ
ชโลมอยู่บนร่างของ อู่ อวี้ แม้เขาจะพยายามปิด
ซ่อนมันไว้ เกรงว่าต่อให้อยู่ใกล้เพียงใดก็ยังยากจะ
สัมผัสได้ แตกต่างไปจากพวกมันเหล่านี้ ซึ่ง
เปรียบเสมือนดั่งเทพแห่งความตายผู้เข่นคร่า
สังหารบดขยี้ชีวิตของผู้คนมากมายนับไม่ถ้วน!
ถึงแม้บางคนจะมีรูปโฉมหล่อเหลา หรือ งดงาม
เพียงใด ทว่าสิ่งเหล่านี้เป็นเพียงแค่เปลือกนอก
เท่านั้น เพราะภายในกลับแฝงเร้นไว้ด้วยจิตใจอัน
อัปลักษณ์แสนดำมืดถึงขีดสุด
นอกจากนี้ยังมีผู้นำของสี่พรรคนิกายใหญ่ ซึ่งมี
พื้นฐานฝึกตนอยู่ในอาณาจักรก่อร่างกำเนิดจิตเท
วะ ได้แก่ ‘พญามารบูรพา’, ‘พญามารแปดเทพ’,
‘เทพธิดาหยกหิมะ’ และ ‘มารประตูยมโลก’
อย่างไรก็ตามท่ามกลางเหล่าผู้ฝึกตนนอกรีต ผู้ที่
เด่นสะดุดตามากสุด จนแม้แต่เจ้านครจักรพรรดิ
เพลิงก็ยังต้องขมวดคิ้ว มันคือจักรพรรดิแห่งหมู่
มาร ‘เจ้าวิญญาณพยาบาท’! มันยืนอยู่ท่ามกลาง
8 พญามัจจุราช ซึ่ง อู่ อวี้ พบเห็นมันตั้งแต่แรก
แล้ว มันมีรูปลักษณ์เสมือนดั่งบุรุษหนุ่มเยาวัยผู้
หนึ่งซึ่งมีรูปร่างผ่ายผอม สวมใส่ผ้าปั่านสีเทาขาด
รุ่งริ่ง รูปลักษณ์ภายนอกของมันเป็นเสมือนดั่งเช่น
ข่าวลือที่เคยได้ยินมา นั่นก็คือเคยเป็นทาสของผู้
ฝึกตนนอกรีต ครึ่งหนึ่งของชีวิตมันต้องพยายาม
ต่อสู้ดิ้นรนหลีกหนีจากความตาย เหล่ามนุษย์ป
ถุชนส่วนใหญ่ซึ่งมีชนชั้นต่ำสุดในทะเลตงไห่ กล่าว
ได้ว่ามิใช่เรื่องง่ายเลยที่จะมีชีวิตอยู่จนถึงตอนนี้
แต่ยามนี้มีบางสิ่งบางอย่างแตกต่างออกไป
เล็กน้อย เช่น ผิวของมันเป็นสีเทาม่น ไร้ซึ่ง
วิญญาณ ดูเสมือนดั่งผู้ที่ตกตายมาเนิ่นนาน สีหน้า
ว่างเปล่า ไร้ซึ่งชีวิตชีวา ให้ความรู้สึกสัมผัสเสมือน
ดั่งห้วงวังวนแห่งความตาย ไม่ว่าหันมองไปทางใด
จักกลืนกินเหล่าภูตพรายวิญญาณล่วงลับทุกชนิด
ริมฝีปากสีเทาเข้ม ปากที่เปิดออกเล็กน้อยดูเสมือน
ดั่งหลุมทมิฬอันไร้สิ้นสุด เมื่อมองไปยังท้องของมัน
มีบางสิ่งบางอย่างกำลังพยายามดิ้นรนอย่าง
ต่อเนื่อง เห็นได้ชัดว่ามันมีความสามารถในการ
กลืนกินย่อยสิ่งต่าง ๆ ได้อย่างน่าเหลือเชื่อ
มันคือเจ้าวิญญาณพยาบาท ผู้นำพามหาภัยพิบัติ
จากทะเลตงไห่สู่ทวีปแห่งทวยเทพ!
เมื่อแลเห็นมัน อู่ อวี้ ก็สามารถยืนยันข้อสรุปอันน่า
สะพรึงกลัวได้ว่า เจ้าวิญญาณพยาบาท มีความ
เกี่ยวข้องกับ บรรพชนมารกลืนสวรรค์ และ
แหล่งที่มาของความสัมพันธ์นี้ สันนิษฐานว่ามี
ความเกี่ยวโยงกับ เทียนไห่ อวี้ฝูเหยา! มิฉะนั้น
หากนางยังไม่ทราบว่าตัวเขานั้น สามารถหลบหนี
ลี้รอดออกมาจากสถานการณ์วิกฤตใน คฤหาสน์
มารกลืนสวรรค์ ได้หรือไม่ ไฉนนางจึงต้องกลับมา
ยังวิหารพญายม เพราะนางรู้สึกเบื่อหน่ายหรือ
ต้องการละทิ้งตัวตนในฐานะใส้ศึกเช่นนั้นหรือ?
ย่อมเป็นไปไม่ได้อย่างแน่นอน
คนผู้นี้ อาจเป็นส่วนหนึ่งของบรรพชนมารกลืน
สวรรค์ หรือไม่ก็อาจจะเป็นหุ่นเชิดของมัน!
จำได้ว่าครั้งหนึ่งมันเคยเป็นพญามารอันน่า
สะพรึงกลัว ผู้ซึ่งสามารถต่อสู้ได้ทัดเทียมกับเหล่า
เซียนอมตะที่แท้จริง อู่ อวี้ รู้สึกตกตะลึงอยู่
บางส่วน แต่เขาก็มีเรื่องสงสัยอยู่อีกมาก เช่นบรรพ
ชนมารกลืนสวรรค์ มีชีวิตอยู่รอดมาจนถึงปัจจุบัน
ได้อย่างไร? เนื่องด้วยแท้จริงแล้วมันสมควรจะตก
ตายไป! ค่ายกลสามยุคดับสูญ คือทัณฑ์ทรมานอัน
แสนโหดร้ายนับแสนปี ต้องติดอยู่ในคฤหาสน์มาร
กลืนสวรรค์อย่างไม่สามารถแลเห็นเดือนและตะวัน
จมอยู่ในความมืดมิดตลอดกาล แล้วมันจะ
หลงเหลือร่องรอยทิ้งไว้ได้อย่างไร!
การคาดเดาเพียงอย่างเดียวคือ ถึงแม้ว่ามันจะมี
โอกาสถือกำเนิดใหม่อีกครั้ง ทว่ายามนี้มันก็น่าจะ
อ่อนแออยู่ ยิ่งสามารถสังหาร จ้าววิญญาณ
พยาบาท เร็วมากเท่าใดก็ยิ่งดีมากเท่านั้น มิเช่นนั้น
แล้วผู้คนของ ทวีปแห่งทวยเทพ จะต้องประสบ
พบเจอกับหายนะ! ซึ่งถ้าหาก บรรพชนมารกลืน
สวรรค์ ถือกำเนิดใหม่อีกครั้งทั่วทั้งใต้หล้าจะต้อง
ประสบกับเภทภัยพิบัติหายนะอย่างแน่แท้!
เมื่อเวลานั้นมาถึง ไม่ว่าจะเป็น อาณาจักรบูรพา
เยว่อู่ , นิกายเซียนซูซัน , นครจักรพรรดิเพลิง
ฯลฯ ล้วนจะถูกทำลายจนสิ้น ทั่วทั้ง ทวีปแห่งทวย
เทพตงเสิ้ง จะกลับกลายเป็นขุมนรก เมื่อถึงเวลา
นั้นสิ่งที่พอจะทำได้ก็คงต้องเฝั้าภาวนาร้องขอต่อ
สวรรค์ ซึ่งก็ไม่รู้ว่าเอาเข้าจริง ๆ แล้ว สวรรค์จะส่ง
เทพเซียนลงมาจริง ๆ หรือไม่? อย่างน้อย ๆ เมื่อ
เวลาผันผ่านไปเนิ่นนาน ก็ยังไม่มีข่าวลือว่ามีผู้ใด
กลายเป็นเซียนอมตะ หรือ พบเห็นเซียนอมตะ
แม้แต่น้อย
เมื่อเห็น จ้าววิญญาณพยาบาท อู่ อวี้ ก็ครุ่นคิด
อย่างหนัก!
มันคือภัยคุกคามซึ่งอันตรายมากที่สุด เท่าที่เคยพบ
เห็นมาในประวัติการณ์เลยก็ว่าได้! การดำรงอยู่
ของมันคือความน่าสะพรึงกลัว ซึ่งทำให้เส้นขนทั้ง
ร่างต้องลุกตั้งชูชัน โดยเฉพาะดวงตาของมันที่ดู
เสมือนดั่งห้วงวังวนอันมืดมิดไร้สิ้นสุด
ในเวลานี้ เจ้านครจักรพรรดิเพลิง กล่าวว่า ” อู่ อวี้
ในเมื่อไหน ๆ เจ้าก็กลับมา เช่นนั้นเจ้าก็คงจะไม่
ลังเลพร้อมกระทำสิ่งน่ารังเกียจไร้ยางอายมากที่สุด
แล้วใช่หรือไม่ เพราะมันเป็นเรื่องสำคัญซึ่งเราต้อง
ทำอันใดสักอย่าง เพื่อจะแก้ไขในยามนี้ได้”
แผนการกลยุทธ์ของผู้ฝึกตนนอกรีต แม้แต่มนุษย์
ตาดำ ๆ ก็ยังถูกข่มขู่คุกคาม การกระทำเช่นนี้
สำหรับพวกเขาแล้วภายในใจดูถูกเหยียดหยาม
พวกมันอย่างที่สุด นับตั้งแต่โบราณกาลผู้ฝึกตน
นอกรีตงัดลูกไม้ทุกอย่างมาใช้ ทั้งหมดก็เพียงเพื่อ
บรรลุเปั้าหมายของมัน ซึ่งไร้การประนีประนอม
จ้าววิญญาณพยาบาท จ้องมอง อู่ อวี้ โดยไม่ได้
เอื้อนเอ่ยถ้อยวาจาใดออกมา เมื่อ อู่ อวี้ ถูกมันจะ
จ้องมองเช่นนี้ ทั่วทั้งร่างของเขาก็ด้านชาไปหมด
โทสะฤาความเกลียดชัง อันมากมายท่วมท้นจน
แทบจะล้นทะลักออกมาจากหัวใจของเขา ได้บด
ขยี้ทำลายความน่าสะพรึงกลัว ที่ถูกส่งผ่านมาจาก
บุคคลผู้นี้อย่างสมบูรณ์
ถัดออกไปก็คือพญามัจจุราช ลำดับที่ 1 ฉิว หลงจ
วิน อาภรณ์แลเครื่องแต่งกายที่มันสวมใส่ ช่าง
ปราณีตวิจิตรบรรจงอย่างที่สุด แรงกดดันมหาศาล
ที่เอ่อล้นออกมา แสดงให้เห็นว่ามันพูดนี้คือผู้
แข็งแกร่งอันดับ 1 แห่งทะเลตงไห่ มันหันมากล่าว
กลับ อู่ อวี้ ว่า ” ในเมื่อเจ้ากลับมาแล้ว ข้าก็
ปรารถนาจะทำข้อตกลงบางอย่างกับเจ้า เรา
ต้องการบางสิ่งบางอย่างที่อยู่ในร่างของเจ้า ขอ
เพียงแค่เจ้าส่งมาให้เรา เราผู้ฝึกตนนอกรีตจะ
กระทำสิ่งที่ไม่เคยทำมาก่อนในประวัติศาสตร์ ขอ
สัญญาต่อฟั้าว่า จะถอยทัพออกจากอาณาจักร
มนุษย์ทันที และรับประกันว่าจะไม่ทำร้ายมนุษย์
หรือผู้ฝึกตนคนใดให้ได้รับบาดเจ็บเสียหายแม้แต่
ปลายเส้นขน ”
เป็นอย่างที่คิดไว้ พวกมันจะต้องวางแผนบางอย่าง
แน่นอน
ด้วยปมในข้อนี้ อู่ อวี้ เกือบจะสามารถกำหนดสิ่งที่
พวกมันปรารถนาได้อย่างแม่นยำราวกับจับวาง
สิ่งนั้นก็คือ ไข่
…………
อู่ อวี้ : ตาบ้าอยู่ๆก็จะมาขอไข่เค้า ><
พญามัจจุราช : คนละไข่แล้วเฟั้ยย!!
………………………………………………..
(´▽`).。o♡ เพลิน
กลืนสวรรค์สะท้านทวยเทพ