กลืนสวรรค์สะท้านทวยเทพ - ตอนที่ 499 : มหาสงครามวิบัติทะเลตงไห
สิ่งที่เกิดเพียงพอที่จะถูกจารึกไว้ในประวัติศาสตร์
เพราะมันคือศึกครั้งสำคัญที่สุดในหน้า
ประวัติศาสตร์ของ ทวีปแห่งทวยเทพตงเสิ้ง !
ทั้งสองฝั่ายล้วนมียอดฝีมือชั้นแนวหน้า เป็นกำลัง
รบหลักด้วยกันทั้งสิ้น ฉะนั้นมันจะเป็นการต่อสู้ที่
ดุเดือดเลือดพล่านอย่างที่สุด มันคือการเผชิญหน้า
ที่รุนแรงโหดร้าย!
ในยามนี้พวกเขาทั้งสองฝั่ายกำลังลอยคว้างอยู่
เหนือ อาณาจักรบูรพาเยว่อู่ ผู้ฝึกตนฝั่ายธรรมะ
กับ ผู้ฝึกตนนอกรีตกำลังประจันหน้ากัน!
หลังจาก จ้าววิญญาณพยาบาท สูญเสียไข่ไป มันก็
ตกอยู่ในห้วงอารมณ์แห่งความโกรธเกรี้ยวไม่ต่าง
จากอสูรปีศาจ ทั้งสติสัมปชัญญะแลเหตุผล
เกือบจะสูญหายไปอย่างสิ้นเชิง ในช่วงขณะนี้มัน
ได้เปล่งเสียงร้องคำรามออกมาอย่างบ้าคลั่ง เพียง
แค่เสียงร้องคำรามที่เปล่งออกมา ก็ทำให้แก้วหู
จอมกระบี่ กับ เหล่าขุนพลอีกหลายคน ดังก้องไป
ด้วยเสียงคำราม เสียงนี้แพร่กระจายไปทั่วทั้ง
สนามรบ เหล่าผู้ฝึกตนต่างถูกคลื่นเสียงอัด
กระแทกจนถอยห่างไป ซึ่ง หนานกง เหว่ย ก็
ปะปนอยู่ในนั้นด้วย
สำหรับทะเลบูรพา อู่ อวี้ กับ จิ่วอิง พลังอำนาจ
ของพวกเขาสามารถพลิกฟั้าพลิกสมุทรเลยก็ว่าได้
แต่เมื่ออยู่ที่นี่พลังฝีมือของพวกเขากลับเล็ก
กระจ้อยร่อยลงไปถนัดตา
ท่ามกลางผู้ฝึกตนของ ทวีปแห่งทวยเทพ ผู้มีพลัง
ฝีมือเทียบเท่ากับระดับจอมกระบี่แห่งซูซัน ถ้า
เสาะหาตามพรรคนิกายต่าง ๆ ผู้มีฝีมือระดับนี้ยังมี
ค่อนข้างมากพอสมควร แล้วถ้าให้ควานหาผู้มีฝีมือ
ระดับนี้ใน หมู่เกาะตงหยางทั้งสี่ แล้วล่ะก็มีเพียง
น้อยนิดอย่างยิ่ง
ซึ่งเป็นข้อพิสูจน์ได้อย่างชัดเจนว่าการที่ ผู้ฝึกตน
นอกรีต หาญกล้ามาเผชิญหน้ากับทวีปแห่งทวย
เทพเช่นนี้ เพราะว่ามันมี จักรพรรดิมาร
ณ เวลานี้ ประมุขศักดิ์สิทธิ์ไท่ซู กับผู้มีฝีมือระดับ
แนวหน้าได้ปรากฏตัวขึ้นเป็นกลุ่มแรก บนมือของ
ประมุขศักดิ์สิทธิ์ไท่ซู ถือจับแส้หางม้า ซึ่งคาดว่า
น่าจะเป็นศาสตราเต๋าวิถีแท้ แส้หางม้าชิ้นนี้มีสีขาว
บริสุทธิ์ดุจหิมะ ดูโดดเด่นสะดุดตา ทันใดนั้นเพียง
แค่เขาโบกสะบัดมันก็แผ่ขยายออก พลัน
แปรเปลี่ยนกลายเป็นสายธารชลธี ช่วงอึดใจต่อมา
สายชลธีก็แปรเปลี่ยนกลายเป็นแผนภูมิภาพของ
ขุนเขาและสายธารายืดขยายออกไปนับหมื่นลี้
เสมือนกับว่ามีโลก ๆ หนึ่งกำลังทะยานออกไป
ขุนเขาและสายธาราได้มัดพันร่างของจักรพรรดิ
มารไว้ในทันที พร้อมกับเหวี่ยงร่างของมันทะยาน
ขึ้นสู่ท้องเวหา กลายเป็นเพียงจุดเล็ก ๆ บน
ฟากฟั้า
การที่ประมุขศักดิ์สิทธิ์ไท่ซูทำเช่นนี้ก็เพราะ เกรง
กลัวว่า จักรพรรดิมาร จะพลั้งเผลอทำร้ายคนอื่น
ๆ โดยไม่ตั้งใจ
เหตุผลที่ ประมุขศักดิ์สิทธิ์ไท่ซู ทำเช่นนี้ ก็เพื่อแยก
จักรพรรดิมาร ให้ผู้มีฝีมืออยู่ในระดับขั้นก่อร่าง
กำหนดจิตเทวะจัดการกับมัน เมื่อเห็นเช่นนั้นพวก
เขาก็พุ่งทะยานเข้าใส่จักรพรรดิมาร ทีละคน ๆ
เมื่อยอดฝีมือมากกว่าสิบคนผสานร่วมมือกัน ส่งผล
ให้ความแข็งแกร่งของพวกเขาเหนือกว่า 8 พญา
มัจจุราช ถึงสองเท่า หรือบางทีอาจจะ 3 เท่าตัว
เสียด้วยซ้ำ เหตุเพราะว่าการผสานร่วมมือครั้งนี้มี
เจ้านครจักรพรรดิเพลิง , ประมุขศักดิ์สิทธิ์ไท่ซู
และ จอมจักรพรรดิรวมอยู่ด้วย
สิ่งที่ อู่ อวี้ เห็นอยู่ในยามนี้ก็คือผู้แข็งแกร่งชั้นแนว
หน้าของ ทวีปแห่งทวยเทพ กำลังไล่โจมตีหมาย
เข่นฆ่า จักรพรรดิมาร
” การต่อสู้ระดับนี้ ข้าคงไม่สามารถยื่นมือเข้าไป
สอดแทรกช่วยเหลือได้อย่างแน่นอน ”
เขารู้สึกขอบคุณซาบซึ้งในน้ำใจแลความเมตตา
ของ ประมุขศักดิ์สิทธิ์ไท่ซู และ เจ้านครจักรพรรดิ
เพลิง อย่างเป็นที่สุด ในครานี้พวกเขาได้ช่วยเหลือ
อาณาจักรบูรพาเยว่อู่ และสิ่งสำคัญยิ่งกว่านั้นก็คือ
ไข่ ไม่ได้สูญหายไปไหน หรือ ตกอยู่ในมือของ
จักรพรรดิมาร ดังนั้น อู่ อวี้ จึงไม่ต้องแบกรับคำ
กล่าวโทษจากผู้คน ด้วยเพราะไข่ไม่ได้สูญหายไป
ทวีปแห่งทวยเทพ จึงยังคงอยู่ในสภาพปกติดังเดิม
ก่อนที่สงครามจะเริ่มต้นทางฝังของ ทวีปแห่งทวย
เทพ ก็ถือครองความได้เปรียบอย่างใหญ่หลวง
เด่นชัด!
” กุญแจสำคัญคือ เจ้านคร ทำให้ทุกผู้คนสามารถ
ระงับสติอารมณ์ลงได้ ในระหว่างที่ข้ากำลังถูก
กดดันอย่างหนัก พวกเขาก็แสร้งทำเป็นสละเรือละ
ทิ้งอุดมการณ์ โดยโอนอ่อนผ่อนตามกระแส ตบตา
ทางฝังผู้ฝึกตนนอกรีตให้พวกมันคิดว่าพวกเราอับ
จนไร้สิ้นหนทางเลือก แล้วยอมส่งมอบไข่ให้แก่
พวกมันในที่สุด ด้วยฝีมือการตบตาฝีมือชั้นอ๋อง จึง
ทำให้แม้แต่จักรพรรดิมารก็ยังไม่ระวังตัว ทั้งไม่
เอะใจระแวดระวังตนตัวแม้แต่น้อย ”
ในช่วงเวลานี้ อู อวี้ ไม่สามารถยื่นมือเข้าไป
ช่วยเหลือเพื่อตอบแทนได้ แต่เขากำลังประหลาด
ใจแล้วก็รู้สึกทึ่งในละครตบตาอันแสนจะแนบเนียน
ของทั้งสอง การแสดงของ ประมุขศักดิ์สิทธิ์ไท่ซู
มันแนบเนียนเสียจนจักรพรรดิมารหลงเชื่อเสีย
สนิท ไม่เช่นนั้นมันคงไม่โกรธเกรี้ยวบ้าคลั่งถึงเพียง
นี้ จากสิ่งที่เกิดขึ้นทำให้ อู่ อวี้ เห็นแล้วว่า
จักรพรรดิมาร หาได้ฉลาดเฉลียวมีไหวพริบสัก
เท่าใดนัก เขาเป็นเพียงแค่คนผู้หนึ่งที่ต้องประสบ
พบเจอกับชะตากรรมอันแสนขมขื่น และได้รับ
ความสามารถอันน่ากลัวมาครอบครอง ด้วย
ความสามารถนี้ทำให้มันมีความมั่นอกมั่นใจว่าจะ
สามารถเอาชนะศัตรูทั่วทั้งผองไม่ว่าหน้าไหน แล้ว
ตัวมันเองก็ปรารถนาจะยกระดับความสามารถให้
สูงขึ้น โดยริเริ่มแผนด้วยการจองจำผู้คนใน
อาณาจักรบูรพาเย่วอู่ เอาไว้เป็นตัวประกัน ซึ่งก็
เห็นได้ชัดอีกว่าแผนการนี้ถูกเสนอโดย 8 พญา
มัจจุราช
ยามนี้มันถึงได้ดูคุ้มคลั่งเป็นพิเศษ
อู่ อวี้ อยู่ด้านบนสุดของ อาณาจักรบูรพาเยว่อู่
ช่วงเวลานี้นอกเหนือจาก จักรพรรดิมาร ทางฝังผู้
ฝึกตนนอกรีตก็กำลังเผชิญหน้ากับผู้ฝึกตนฝั่าย
ธรรมะอยู่เช่นกัน! ผู้ฝึกตนทางฝั่ายธรรมะเกือบทุก
คนจะต่อสู้อยู่ในรูปแบบ 2 ต่อ 1 ซึ่งเป็นรูปแบบ
การเข่นคร่าสังหารผู้ฝึกตนนอกรีตที่ดูเป็นระเบียบ
อย่างยิ่ง ยกตัวอย่างเช่น เฉิน ชิงเหยา เขาเพียงผู้
เดียวกลับถูกผู้ฝึกตนนอกรีตห้อมบำรุงโจมตีเป็น
กลุ่มใหญ่ แต่กลับสามารถสังหารพวกมันได้จนสิ้น!
สำหรับผู้ฝึกตนนอกรีตที่มีพื้นฐานฝึกตนอยู่ต่ำต่ำ
กว่า ระดับตำหนักม่วงทะเลมรกต ขั้นที่ 8 ไม่กล้า
เข้ามาร่วมกันต่อสู้นี้ด้วย นั่นเพราะเข้ามาแล้วพวก
มันก็ตกตายไปอย่างง่ายดาย เสมือนแมงเม่าโบย
บินเข้ากองไฟ
ทางฝังของ 8 พญามัจจุราช และ พรรคนิกายใหญ่
ทั้งสี่ กล่าวได้ว่าพวกมันแต่ละคนล้วนมีฝีมือ
ความสามารถแข็งแกร่งเป็นพิเศษ และแน่นอนว่า
คู่ต่อสู้ของพวกมันคือผู้แข็งแกร่งที่อยู่ในระดับผู้นำ
พรรคผู้นำพรรค หรือ เจ้านิกาย ตัวอย่างเช่น
พญามัจจุราช ลำดับที่ 3 ซึ่งกำลังต่อสู้อยู่กับเจ้า
นิกายทัพเซียนสวรรค์
ท่ามกลางพวกมัน ฉิว หลงจวิน เป็นผู้ที่ทรงพลัง
และ เจนจัดมีประสบการณ์สูงมากที่สุด ผู้ที่รับมือ
กับมันก็คือ เซียนกระบี่เทียนเสวี่ย แห่งนิกายเซียน
ซูซัน อู่ อวี้ ค่อนข้างให้ความสนใจกับคู่นี้ไม่น้อย
ทีเดียว เนื่องจากเป็นการจับคู่ที่ดูสูสีสมน้ำสมเนื้อ
ยิ่ง
ผู้มีฝีมืออยู่ในระดับ ก่อร่างกำเนิดจิตเทวะ ของ
ทวีปแห่งทวยเทพ กำลังรับมือกับผู้ฝึกตนนอกรีต
สิบเอ็ดคน ยากที่จะคาดเดาผลลัพธ์เพียงแค่
ช่วงเวลาสั้น ๆ ในช่วงสงครามที่ทุกคนกำลังชุลมุน
ต่อสู้ห่ำหั่นกันอยู่นี้ สามเซียนกระบี่แห่งซูซันไม่ว่า
จะเป็น เซียนกระบี่เทียนจี, เซียนกระบี่เทียน
เฉวียน , เซียนกระบี่อวี้เหิง ยังไม่มีคู่ต่อสู้เป็น
เอกเทศของตนเอง พวกเขาทั้ง 3 จึงผนึกกำลัง
สร้างค่ายกลกระบี่ขนาดเล็ก!
เมื่อผู้ฝึกตนวิถีกระบี่แห่งซูซันได้ผนึกกำลังร่วมกัน
ก็เสมือนกับพยัคฆ์ติดปีกอันไร้ผู้ต้าน บัดนี้ทั้ง 3 ได้
เข้าแทรกแซงการต่อสู้ระหว่าง เซียนกระบี่กุ้ย
หยาง กับ พญามัจจุราช ลำดับ 7 กลายเป็นการ
ต่อสู้โจมตีจากทั้งสี่ทิศทันที! กุญแจสำคัญก็คือเมื่อ
พวกเขาทั้งสี่ผสานร่วมมือกัน จึงก่อให้เกิดเป็นค่าย
กลกระบี่รูปแบบใหม่!
ในเวลานี้มหาเซียนกระบี่ทั้งสี่ ผนึกผสานกำลัง
จัดการกับ พญามัจจุราช ลำดับ 7!
ผลลัพธ์ที่ออกมาไม่ต้องสงสัย ขึ้นอยู่เพียงว่าพวก
เขาจะใช้เวลานานเท่าใดถึงจะสังหาร พญา
มัจจุราช ลำดับ 7 ลงได้
เมื่อคนทั้ง 4 ผนึกกำลังผสานร่วมมือ ก็มั่นใจว่า
พวกเขาสามารถสังหารมันได้อย่างแน่นอน พวก
เขาประโคมเคล็ดวิชาเต๋ากระบี่อย่างไม่ยั้ง ด้วย
พลังอิทธิฤทธิ์อันทรงพลัง บัดนี้คนทั้งสี่ได้ปิดล้อม
กลุ้มรุมสังหาร พญามัจจุราช ลำดับ 7 การโจมตี
ผสานอันหมดจดไร้ที่ติอย่างแท้จริง บัดนี้ พญา
มัจจุราช ลำดับ 7 ได้ถูกสยบลงอย่างสมบูรณ์ ทั่ว
ทั้งสรรพางค์ร่างของมันเต็มไปด้วยริ้วรอยบาดแผล
อันนับไม่ถ้วน เมื่อมองดูแล้วช่างน่าสมเพชเวทนา
ยิ่งนัก!
ต่อให้ในเวลานี้พญามัจจุราชคนอื่น ๆ อยากจะยื่น
มือเข้าช่วยเหลือเขาแทบใจจะขาด แต่ก็ไม่อาจทำ
ได้ด้วยเพราะอยู่ไกลจนเกินเอื้อม อีกทั้งพวกมันแต่
ละคนล้วนมีคู่ต่อสู้เป็นของตนเองด้วยกันทั้งสิ้น
เช่นเดียวกับการต่อสู้ของคู่อื่น ๆ ผู้ฝึกตนในวิถีแห่ง
เต๋าคนใดต้องต่อสู้กับฝั่ายตรงข้ามในแบบหนึ่งต่อ
หนึ่ง ผู้ฝึกตนในวิถีแห่งเต๋าคนอื่นก็จะเข้ามาร่วม
ผสานต่อสู้ปิดล้อมโจมตีบดขยี้ผู้ฝึกตนนอกรีตทันที
ด้วยกลยุทธ์นี้จะทำให้จำนวนของผู้ฝึกตนนอกรีต
บาดเจ็บล้มตายเพิ่มมากขึ้นเรื่อย ๆ แน่นอนฝัง
ของ ผู้ฝึกตนในวิถีแห่งเต๋า ย่อมถือครองความ
ได้เปรียบเอาไว้อย่างสิ้นเชิง เนื่องด้วยจำนวน
ผู้เข้าร่วมการปิดล้อมกลุ้มรุมศัตรูเพิ่มมากขึ้นเรื่อย
ๆ ส่งผลให้ผู้บาดเจ็บล้มตายทางฝังของผู้ฝึกตนใน
วิถีแห่งเต๋า มีจำนวนเพียงเล็กน้อยเท่านั้น !
หลังจากสงครามดำเนินมาได้ 30 ลมหายใจ มหา
เซียนกระบี่ทั้ง 4 ยังคงสงบสุขุมเป็นอย่างมาก ด้วย
การสอดประสานร่วมมือกันอย่างหมดจดประณีต
บรรจง รุกไล่กดดันบดขยี้พญามัจจุราชลำดับ 7
อย่างต่อเนื่อง ทำให้พวกเขากลายเป็นเปั้าสายตา
ของทุกผู้คนจากทั่วทั้งสนามรบทันที! พญา
มัจจุราช ลำดับ 7 รู้สึกโกรธเกรี้ยวเป็นอย่างยิ่ง มัน
ร้องคำรามออกมาด้วยเสียงดังสนั่น ภายใต้การรุก
ไล่กดดันห้ำหั่นสังหารจาก กระบี่ยาวสี่มหา
ศาสตราเต๋าวิถีแท้ ไม่มีที่ใดให้มันหลบลี้หนีรอดไป
ได้ ในที่สุดมันก็ถูกบดขยี้ทำลายกลายเป็นผุยผงตก
ตายไป!
เซียนกระบี่ผู้ยิ่งใหญ่ทั้ง 4 ยังมิได้หยุดมือเพียงแค่นี้
พวกเขาเฝั้ามองกวาดผ่านไปทั่วทั้งสนามรบอยู่ชั่ว
ขณะหนึ่ง เมื่อแลเห็นว่าเจ้าวังอัสนีบาตสวรรค์ตก
เป็นฝั่ายเสียเปรียบ พวกเขาก็ทะยานเข้าร่วมศึก
ทันที ซึ่งในขณะนี้ได้กลายเป็นศึก 5 ต่อ 1 ผู้ที่ตก
เป็นฝั่ายโดนรุมในครั้งนี้ก็คือพญามารบูรพา!
ซึ่งในครั้งนี้ เซียนกระบี่ผู้ยิ่งใหญ่ทั้ง 4 ใช้เวลาน้อย
กว่า 20 ลมหายใจ ก็สามารถบดขยี้สังหาร พญา
มารบูรพา ผู้มีชื่อเสียงเลื่องลือลงได้แล้ว!
หลังจากยอดฝีมือในขั้น ก่อร่างกำเนิดจิตเทวะ ทั้ง
สองตกตายไปในสงคราม ลองย้อนกลับมาดูการ
ต่อสู้ทางฝังของระดับตำหนักม่วงทะเลมรกตกัน
บ้าง ด้วยเวลาล่วงเลยผันผ่านไปเพียงไม่นานนัก ผู้
ฝึกตนนอกรีตกว่า 20 ชีวิตได้ถูกสังหารจนตกตาย
ลงไปแล้ว ซึ่งส่วนใหญ่ก็ได้รับบาดเจ็บอย่างสาหัส
สะบักสะบอมกันเป็นแถว เนื่องจากกำลังคนทางฝัง
ผู้ฝึกตนฝั่ายธรรมะทรงนั้นเหนือมากกว่าศัตรูถึง 3
เท่า จวบจนกระทั่งยามนี้มีเพียง 1 ชีวิตที่ตกตาย
ลงไป ด้วยเพราะคนผู้นั้นช่างโชคร้ายอย่างยิ่ง คู่
ต่อสู้ของเขาคือจอมมาร ผู้มีความแข็งแกร่งอยู่ใน
ระดับตำหนักม่วงทะเลมรกต ขั้นที่ 10
สถานการณ์ทางฝัง ทวีปแห่งทวยเทพ นับว่าดีกว่า
มาก
ประมุขศักดิ์สิทธิ์ไท่ซู และ ยอดฝีมือคนอื่น ๆ ต่าง
รู้สึกเชื่อมั่นในมหาสงครามวิบัติครั้งนี้เป็นอย่างยิ่ง
เนื่องจากว่าในท้ายสุดแล้ว กองกำลังของผู้ฝึกตน
นอกรีต มิได้แข็งแกร่งเท่ากับทางฝังของทวีปแห่ง
ทวยเทพ มีเพียงแค่จักรพรรดิมารผู้เดียวเท่านั้นที่
น่าสะพรึงกลัวอย่างแท้จริง
เมื่อเห็นการต่อสู้ของแต่ละคู่ อู่ อวี้ ก็รู้สึกคันไม้คัน
มืออย่างที่สุด และแล้วเขาก็กระโจนเข้าร่วมกับ
สงครามครั้งนี้ด้วย ซึ่งเขา กับ จิ่วอิง ก็ร่วมมือกับผู้
แข็งแกร่งคนอื่น ๆ ในทวีปแห่งทวยเทพอีกสอง
สามคน ปิดล้อมจอมมารผู้มีพื้นฐานฝึกตนอยู่ใน
ระดับ ตำหนักม่วงทะเลมรกต ขั้นที่ 8 จากนั้นก็
สังหารมันจนตกตายไปในชั่วพริบตา ในเวลา
เดียวกันก็หลีกเลี่ยงผู้แข็งแกร่งในระดับตำหนักม่วง
ทะเลมรกต ขั้นที่ 9 และ 10 พร้อมกับให้ความ
สนใจกับสถานการณ์ด้านบนตลอดเวลา เนื่องจาก
มันเป็นตัวตัดสินชี้วัดผลแพ้ชนะในสงครามครั้งนี้
ว่าประมุขศักดิ์สิทธิ์ไท่ซูกับสมัครพรรคพวกของเขา
จะสามารถสังหารจักรพรรดิมารได้หรือไม่
ทันใดนั้นเองก็บังเกิดเสียงกรีดร้องดังขึ้น แม้แต่
พญามัจจุราช ลำดับ 5 ก็ถูกสังหารจนตกตายไป!
หากปล่อยให้เป็นเช่นนี้ต่อไป วิหารพญายม จะถูก
บดขยี้ทำลายจนสิ้นซากอย่างแท้จริง ซึ่ง 8 พญา
มัจจุราช กับ ประมุขของ 4 พรรคนิกายใหญ่ ก็
ยากจะมีชีวิตรอดไปได้ เนื่องจากว่าทุกครั้งที่ใคร
บางคนในกลุ่มของพวกมันถูกสังหารจนตกตายไป
ยอดฝีมือทางฝังทวีปแห่งทวยเทพ จะได้รับอิสระ
จากการต่อสู้ แล้วเขาผู้นั้นก็เข้าร่วมมือกับผู้ฝึกตน
ทางฝังทวีปแห่งทวยเทพ ปิดล้อมศัตรูผู้แข็งแกร่ง
คนอื่น ๆ เป็นลำดับต่อไป ซึ่งในเวลานี้การปิดล้อม
สังหารได้บังเกิดเป็น 2 กลุ่ม ไม่ว่าจะเป็น 8 พญา
มัจจุราช หรือ ผู้ฝึกตนนอกรีตคนอื่น ๆ ผู้ใดก็
ตามที่ถูกลุมปิดล้อมโจมตีเป็นรายต่อไป ก็จะยิ่งถูก
สังหารตกตายไปด้วยระยะเวลาอันรวดเร็วมากขึ้น
เท่านั้น!
ในทุก ๆ ครั้งที่มันเผชิญหน้ากับศัตรู จำนวนของ
พวกเขาก็เพิ่มมากขึ้นเรื่อย ๆ !
แม้แต่ อู่ อวี้ ก็สังหารศัตรูไปแล้ว 2 คน พลัง
อำนาจจากการกลั่นวิญญาณของเขา ส่งผล
กระทบต่อศัตรูอย่างมหาศาล ชั่วขณะที่เขาเผา
ผลาญจิตวิญญาณของคู่ต่อสู้ สหายของเขาจะ
สังหารจอมมารผู้นั้นทันที
“อ๊ากกก!” อู่ อวี้ จ้องมองไปยังทิศทางของต้นเสียง
ที่ดังขึ้น ภาพที่เขาแลเห็นคือ พญามัจจุราช ลำดับ
2 ถูกเซียนกระบี่แห่งซูซัน 5 คนปิดล้อมอยู่ ซึ่งผู้ที่
เข้าร่วมการปิดล้อมสังหารในครั้งนี้ด้วยก็คือ เซียน
กระบี่กุ้ยหยาง 5 เซียนกระบี่ผู้ยิ่งใหญ่กำลังร่วมมือ
กันสังหาร พญามัจจุราช ลำดับ 2 ผ่านไปไม่ถึง 30
ลมหายใจ พญามัจจุราชผู้มีความแข็งแกร่งเป็น
อันดับ 2 เป็นรองเพียง พญามัจจุราชอันดับ 1
เท่านั้น ก็ถูกสังหารจนตกตายไป เมื่อผู้ฝึกตนนอก
รีตเห็นภาพฉากที่เกิดขึ้นนี้ พวกมันต่างก็รู้สึกหวาด
ผวาสั่นสะท้านด้วยความหวาดกลัวเป็นอย่างยิ่ง!
คนแรกที่หลบหนีออกจากสงคราม ซึ่งเดิมทีมันคือ
ชายชราผู้มีชื่อเสียงโด่งดังเป็นที่เลื่องลือมากที่สุด
รู้จักกันในนามยอดฝีมือผู้แข็งแกร่ง พญามัจจุราช
ลำดับที่ 1 ฉิว หลงจวิน
มันเงยหน้าขึ้นมอง แลเห็นว่าในเวลานี้ จักรพรรดิ
มาร ไม่มีทางพลิกกระแสสงคราม กลับมาเป็นฝั่าย
ได้เปรียบได้อย่างแน่นอน หนำซ้ำเขายังเป็นผู้ถูก
กดดันรุมปิดล้อม ส่วนพลพรรคพี่น้องโดยรอบ
จำนวนที่ตกตายไปเพิ่มสูงมากขึ้นเรื่อย ๆ ไม่ว่าจะ
เป็น พญามารบูรพา ,พญามัจจุราช ลำดับ 2 ,
พญามัจจุราช ลำดับ 5 , ล้วนถูกสังหารตกตายไป
จนสิ้นแล้ว ซึ่งในเวลานี้ พญามัจจุราช ลำดับ 7
กำลังถูกปิดล้อมและถูกสังหารไปโดยผู้ฝีกตน 4
คน ยอดฝีมือทางฝังผู้ฝึกตนนอกรีต 7 คนที่
เหลืออยู่ ถูกรุมปิดล้อมจากผู้ฝึกตนฝั่ายธรรมะกว่า
30 คน ก่อเป็นรูปแบบการปิดล้อสังหารแบบ 5
หรือไม่ก็ 6 ต่อ 1 ถ้ามันไม่คิดหลบหนีก็จะต้องตก
ตายไปในที่สุด!
” เหลือเพียง จักรพรรดิมาร เช่นนี้พวกเราไม่
สามารถทำอะไรได้แล้ว วิ่งหนีเร็วเข้า!”
เมื่อ ฉิว หลงจวิน เป็นผู้ริเริ่มการหลบหนี ฉะนั้นก็
ไม่ต้องพูดถึงผู้ฝึกตนนอกรีตคนอื่น ๆ ว่าจะ
หลบหนีไปหรือไม่ อันที่จริงแล้ว เซียนกระบี่เทียน
เสวียน หาใช่คู่ต่อสู้ของ ฉิว หลงจวิน ไม่ ฉะนั้นใน
ระหว่างการต่อสู้ตนจึงรู้สึกกดดันอย่างยิ่ง ซึ่งผู้ฝึก
ตนคนอื่น ๆ ก็กำลังจะเข้ามาสมทบช่วยเหลือ แต่
แล้วเหตุการณ์ไม่คาดฝันก็เกิดขึ้น เมื่อคู่ต่อสู้ของ
ตนตัดสินใจที่จะหลบหนีออกจากสงครามครั้งนี้ ซึ่ง
เขาก็ไม่มีความสามารถพอที่จะขัดขวางไม่คู่ต่อสู้
หลบหนีไปได้
ถึงกระนั้น สถานการณ์ของผู้ฝึกตนนอกรีตคนอื่น
ๆ กำลังเผชิญ หาได้ปลีกตัวหลบหนีออกมาอย่าง
ง่ายดายไม่ ด้วยเพราะ เทพธิดาหยกหิมะ กำลังถูก
ปิดล้อมอยู่ เพียงแค่ขยับเตรียมตัวจะหนี ก็ถูก
เซียนกระบี่แห่งซูซันดักล้อมเอาไว้รอบทิศทาง จน
ไม่มีช่องทางที่จะสามารถหลบหนีได้!
บัดนี้เหลือผู้นำทางฝังผู้ฝึกตนนอกรีตอยู่เพียงแค่ 6
คนเท่านั้น!
ในขณะที่มันหลบหนี ก็ยังมีผู้ฝึกตนนอกรีตจำนวน
มากหลบหนีตามหลังมันมาด้วย หลายคนสามารถ
รอดชีวิตไปได้ แต่ก็ยังมีอีกหลายคนที่ถูกสังหารตก
ตายไประหว่างหลบหนีเช่นกัน ในที่สุด จอมมาร ก็
ตัดสินใจหลบตามมาด้วย ส่งผลให้ปัจจุบันกำลัง
พลมหาศาลจากเดิมเหลือน้อยกว่า 1 ใน 3!
สงครามในครั้งนี้ ผู้ฝึกตนนอกรีตบาดเจ็บล้มตาย
กันเป็นเบือ!
ฉิว หลงจวิน มองย้อนกลับไปด้านหลัง จากนั้นก็
แหงนมองขึ้นไปด้านบน โทสะของมันก็พวยพุ่ง
ทะยานจนแทบกระอักโลหิต ดูเหมือนว่า
จักรพรรดิมาร จะไม่เคยคาดคิดถึงการถูกรุมสังหาร
โจมตีจากทั่วทุกทิศทางเช่นนี้ จึงได้ออกคำสั่งนำ
ทัพติดตามมันมายังทวีปทวยเทพ ซึ่งมันก็กระทำ
ได้เพียงรู้สึกเศร้าเสียใจในการตัดสินใจของตนเอง
เท่านั้น
” พวกเราทะเลตงไห่ไม่มีทางกลายเป็นฝั่าย
ได้เปรียบ ในเวลานี้จึงทำได้แค่เพียงเฝั้ารอดู
จักรพรรดิมาร สำแดงเดชความน่าสะพรึงกลัวของ
เขาออกมาอย่างเต็มที่ ทุกคนควรทิ้งระยะห่าง
ออกมาออกมา แล้วเฝั้าดูอย่างใจเย็น รอดู
จักรพรรดิมาร ของเราสังหารยอดฝีมือของทวีป
แห่งทวยเทพ จากนั้นเราค่อยร่วมการต่อสู้ เพื่อ
ล้างแค้นให้แก่เหล่าพี่น้องที่ตกตายไป! ” ฉิว หลงจ
วิน ร้องตะโกนบอกเหล่าจอมมาร ซึ่งมีจอมมาร
มากกว่า 10 คนเชื่อในสิ่งที่มันกล่าว แล้วก็ทำการ
หลบหนีออกมาจากสงคราม แต่ไม่ได้หลบหนีไป
ไกลนัก มันยังคงมุ่งเปั้าความสนใจกับศึกสงคราม
ในครั้งนี้
คิดว่าควรจะติดตามไล่ล่าพวกมันหรือไม่?
เนื่องจากสถานการณ์ในสมรภูมิด้านล่างโดยรวม
แล้ว ทวีปแห่งทวยเทพ เป็นผู้คว้ากำชัยชนะ
ในสนามรบด้านบน อู่ อวี้ ก็ยังรู้สึกไม่ค่อยแน่ใจนัก
เนื่องจากตัวแปรสำคัญในสงครามครั้งนี้กำลังต่อสู้
ห้ำหั่นกันอยู่ด้านบน
ต่อไปนี้จะกล่าวถึงผู้มีฝีมืออยู่ในระดับ ก่อร่าง
กำเนิดจิตเทวะ ซึ่งบัดนี้อยู่เบื้องล่างสนามรบ พวก
เขากำลังติดตามไล่ล่าสังหาร ฉิว หลงจวิน ซึ่งมัน
กับพรรคพวกหลบหนีออกไปไกลมาก ส่งผลให้ใน
เวลานี้พวกเขาไม่เห็นสถานการณ์ของ จักรพรรดิ
มาร เหล่าเซียนกระบี่แห่งซูซันจึงทำได้เพียง
ย้อนกลับมาเท่านั้น แต่ทว่า ฉิว หลงจวิน ก็ตาม
พวกเขามาด้วยโดยเว้นระยะห่างพอสมควร การ
กระทำของมันนับเป็นเรื่องที่น่าละอายอย่างยิ่ง
เป็นความอัปยศอย่างไม่อาจให้อภัยได้
ในเวลานี้ทุกผู้คน กำลังจับจ้องเฝั้ามองดูศึก
สงครามที่เกิดขึ้นด้านบนอย่างใจจดใจจ่อ แม้แต่
เซียนกระบี่เทียนเสวียน, เซียนกระบี่เทียนจี, เซียน
กระบี่เทียนเฉวียน ก็ยังเข้าร่วมการต่อสู้
ท่ามกลางความชุลมุน อู่ อวี้ ยังคิดว่าจักรพรรดิ
มารผู้นี้ช่างน่าสะพรึงกลัวเสียจริง ๆ แม้จะถูกคน
จำนวนมากรุมโจมตี แต่มันก็ยังไม่พ่ายแพ้แม้แต่
น้อย!
………………………………………………..
(´▽`).。o♡ เพลิน
กลืนสวรรค์สะท้านทวยเทพ