กลืนสวรรค์สะท้านทวยเทพ - ตอนที่ 500 : จักรพรรดิมารผูไรตาน
ผู้ฝึกตนนอกรีตจากทะเลตงไห่ มียอดฝีมือเหลืออยู่
6 คน กับจอมมารแลสมัครพรรคอีกจำนวนหนึ่ง ที่
พากันหลบหนีออกจากสงคราม อย่างไรก็ตามพวก
มันมิได้หลบหนีไปไกลนัก ด้วยเพราะพวกมันยังคง
หลบซ่อนตัวคอยเฝั้าดูสถานการณ์ที่เกิดขึ้นใน
สมรภูมิ ต้องบอกว่าพวกมันมีความเชื่อมั่นใน
จักรพรรดิมารอย่างยิ่งยวด
แต่เมื่อใดก็ตามที่ยอดฝีมือของ ทวีปแห่งทวยเทพ
ไล่ล่าติดตามมา พวกมันก็ทำการหลบหนีต่อไป
ในทันที
” จักรพรรดิมารเพียงผู้เดียว เดี๋ยวก็คงจะตกตาย
ไปในไม่ช้า ผู้ฝึกตนนอกรีตจากทะเลตงไห่ จะต้อง
ถูกทำลายแบบถอนรากถอนโคน! แม้แต่ วิหาร
พญายม ซึ่งเป็นฐานทัพหลักของมันก็ยังถูกทำลาย
” ผู้คนต่างคิดเรื่องนี้อยู่ในใจ
ในความเป็นจริงนอกเหนือจากยอดฝีมือขอ ทวีป
แห่งทวยเทพ ยังมีผู้ฝึกตนอีกนับแสนนับล้านที่อยู่
รอบ ๆ ต่างมารวมตัวกันยังบริเวณแนวชายฝังของ
ทะเลตงไห่ เพื่อต่อสู้กับผู้ฝึกตนนอกรีต ซึ่งพวกเขา
เหล่านี้ไม่สามารถยื่นมือเข้าแทรกแซงการต่อสู้ของ
เหล่ายอดฝีมือได้
ด้วยเพราะกำลังหลักทั้งหมดของ ทวีปแห่งทวย
เทพ กำลังอยู่ในสนามรบด้านบนท้องเวหา
ในเวลานี้ผู้มีฝีมือในระดับ ก่อร่างกำเนิดจิตเทวะ
เกือบ 20 คนกำลังรุมโจมตี จักรพรรดิมาร! จาก
สถานการณ์ที่เกิดขึ้นทั้งหมดเห็นได้ชัดว่า
จักรพรรดิมาร นั้นทรงพลังมากเพียงใด ภาพที่ทุก
ผู้คนกำลังมองเห็นก็คือ ยอดฝีมือของ ทวีปแห่ง
ทวยเทพ กำลังใช้ เคล็ดวิชาแก่นแท้ฟั้าดิน และ
มหาวิถีเชื่อมสวรรค์ ประโคมโจมตีเข้าใส่จักรพรรดิ
มารอย่างถาโถมบ้าคลั่ง! ศาสตราวิถีแท้ชั้นเลิศ
สารพัดชนิด สารพัดรูปแบบ ถูกยับยั้งด้วยมือเปล่า
ราวกับพวกมันเป็นเพียงศาสตราธรรมดาทั่วไป
การต่อสู้ที่บังเกิดขึ้นทั่วท้องนภาขณะนี้ เสมือน
ท้องฟั้ากำลังถูกฉีกกระชากบดขยี้ทำลายลงอย่าง
สมบูรณ์!
หากมองย้อนกลับในอดีตหลายแรมปีของ ไม่รู้ว่า
ผ่านไปกี่ปีมาแล้วที่ ทวีปแห่งทวยเทพ ได้บังเกิด
มหาสงครามครั้งใหญ่เช่นนี้ขึ้น ปัจจุบันโลหิต
ภายในกายของผู้ฝึกตนทุกคน กำลังสูบฉีดเดือด
พล่าน ด้วยเพราะปรารถนาอย่างแรงกล้าที่จะต่อสู้
ห้ำหั่น!
อู่ อวี้ สามารถแลเห็นได้ว่า การร่วมมือผสาน
ระหว่าง เจ้านครจักรพรรดิเพลิง กับ จอม
จักรพรรดิ ผู้ซึ่งแข็งแกร่งมากที่สุดใน ทวีปแห่ง
ทวยเทพ กำลังสาดผสานร่วมมือกันอย่างหมดจด
ลงตัว โดยอยู่ในรูปแบบของ 1 หลัก 1 สนับสนุน
ซึ่งสามารถสร้างภัยคุกคามอย่างใหญ่หลวงให้แก่
จักรพรรดิมาร ลำดับต่อมาก็คือ ประมุขศักดิ์สิทธิ์
ไท่ซู แล้วก็ตามด้วย 7 เซียนกระบี่แห่งซูซัน ส่วน
จิน ซ่างเสิน หลิว เสวี่ยเซียน คอยใช้ เกาทัณฑ์
และ ศร ซึ่งเป็นศาสตร์ตราเต๋าวิถีสนับสนุนจาก
นอกสนามรบ นอกจากนี้ยังเป็นหนึ่งในอาวุธที่
โจมตีแล้วสร้างความน่าสะพรึงกลัวอย่างใหญ่
หลวงให้แก่ จักรพรรดิมาร อีกด้วย เพราะยังไง
แล้วพวกเขาก็เป็นถึง 1 ใน 4 ขุมอำนาจหลัก!
ถึงแม้ในยามนี้ จักรพรรดิมาร จะดูเหมือนมนุษย์ก็
ตาม ทว่าอันที่จริงแล้วทั่วสรรพางค์ร่างภายนอก
ของมัน มีเงาศีรษะของอสูรขนาดยักษ์สวมอยู่ อสูร
ยักษ์ตัวนี้มีขนาดใหญ่โตเป็นอย่างยิ่ง รูปร่างของ
มันเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา บางทีมันอาจจะ
เป็นบรรพชนมารกลืนสวรรค์
“ย๊ากกกก ย๊ากกกก!” การถูกรุมโจมตีด้วยศาสตรา
เต๋าวิถีแท้แลพลังอิทธิฤทธิ์มากมายทำให้
จักรพรรดิมาร มีโทสะเกรี้ยวกราดเป็นอย่างมาก
แม้เจ้านครจักรพรรดิเพลิง กับ ยอดฝีมือคนอื่น ๆ
รุมโจมตีมันขนาดนี้ ทว่าก็ยังไม่สามารถเอาชนะ
ฝั่ายตรงข้ามได้ ฉะนั้นพวกเขาถึงหน้านิ่วคิ้วขมวด
ขณะต่อสู้ เพราะพวกเขาต่างล่วงรู้ดีถึงความน่า
สะพรึงกลัวของ จ้าววิญญาณพยาบาท!
ช่วงเวลานี้ได้ร่วมมือผสานถาโถมกระหน่ำโจมตีอีก
ครั้ง เจ้านครจักรพรรดิเพลิงแลคนอื่น ๆ ได้ใช้พลัง
อิทธิฤทธิ์สารพัดรูปแบบถาโถมกระหน่ำโจมตีเข้า
ใส่ จักรพรรดิมาร อย่างต่อเนื่อง ทุกการโจมตีที่
สาดประโคมเข้าใส่ลงไปบนร่างของ จักรพรรดิมาร
ได้กลืนกินร่างกายของมันทั้งหมดอีกครั้ง แม้แต่ อู่
อวี้ ก็ล่วงรู้ว่าร่างกายของจักรพรรดิมารคือร่างของ
เจ้าวิญญาณพยาบาท หลังจากถูกโจมตี ร่างของ
มันก็แตกละเอียดเป็นเสี่ยง ๆ โลหิตแลเลือดเนื้อจะ
ถูกบดขยี้จนแหลกเหลว เมื่อแลเห็นภาพนี้ ผู้ฝึกตน
ก็ส่งเสียงโห่ร้องออกมาอย่างดีใจ!
แต่ผู้ฝึกตนนอกรีตทั้งหมดก็หาได้แยแส เพราะใน
ไม่ช้าพวกผู้ฝึกตนฝั่ายธรรมะจะได้เห็นสิ่งที่น่าตก
ตะลึง ร่างกายอันแหลกละเอียดเป็นเสี่ยง ๆ ของ
มันได้กลับเข้ามาเชื่อมต่อติดกัน เพียงชั่วพริบตา
จ้าววิญญาณพยาบาท ก็กลับฟืนคืนสู่สภาพปกติ
อย่างน่าเหลือเชื่อ
ไม่มีผู้ใดคาดคิดว่า จ้าววิญญาณพยาบาท จะมี
ความสามารถอันเหลือเชื่อเช่นนี้ ความสามารถใน
การฟืนคืนชีพ
อู่ อวี้ จำได้ว่า บรรพชนมารกลืนสวรรค์ คือสรรพ
เทวะวิญญาณ ซึ่งสรรพเทวะวิญญาณที่ว่านี้เป็น
ชีวิตน่าอัศจรรย์มากที่สุด ด้วยเหตุนี้ จ้าววิญญาณ
พยาบาท จึงได้รับความสามารถพิเศษบางอย่าง
ของมัน ฉะนั้นการที่มันแสดงความสามารถอันน่า
เหลือเชื่อเช่นนี้ออกมา จึงถือเป็นเรื่องปกติ
อย่างไรก็ตามก่อนหน้านี้ยอดฝีมือแข็งแกร่งของ
ทวีปแห่งทวยเทพ ทั้งหลายเริ่มผ่อนคลายขึ้นบ้าง
เล็กน้อยแล้ว ด้วยเพราะคิดว่าพวกเขาสามารถ
สังหาร จักรพรรดิมาร จนตกตายลงไปได้แล้ว
บัดนี้พวกเขาจึงกำลังเตรียมตัวเฉลิมฉลอง
แต่หลังจาก จ้าววิญญาณพยาบาท ฟืนคืนสู่สภาพ
ปกติมันก็แสยะยิ้มออกมา จากนั้นมันก็ลงมือโจมตี
อย่างแม่นยำและรวดเร็ว พร้อมทะยานพุ่งฝั่าวง
ล้อมออกไป
“สกัดกั้นมันเร็ว!”
ฝูงชนต่างตื่นตระหนกจนเสียอาการ
ในช่วงเวลาวิกฤตนี้ของ จักรพรรดิมาร ได้กระทำ
การบางอย่างที่น่าเหลือเชื่อ มันใช้มือข้างหนึ่งของ
ตน ดึงนิ้วมือทั้ง 5 จากมืออีกข้างหนึ่งพร้อมกับ
โยนออกไป ในระหว่างนี้เอง นิ้วทั้ง 5 ก็เริ่มดิ้นรน
ปูดนูนขึ้นอย่างแปลกประหลาด พร้อมกับขยาย
ใหญ่ขึ้นเรื่อยๆ เพียงชั่วพริบตามันก็แปรเปลี่ยน
เป็น ร่างแยก 5 ร่างซึ่งดูเสมือนดั่งจักรพรรดิมาร
ทุกประการ!
ด้วยทักษะวิชาที่มันพึ่งแสดงให้เห็นออกมานี้ กล่าว
ได้ว่ามันคือทักษะที่ยอดเยี่ยม และ ความสามารถ
คล้ายคลึงกับ ร่างอวตารนอกวิถีของ อู่ อวี้ ! แต่
วิชาของมันดู น่าขยะแขยงกว่าเล็กน้อย
เจ้านครจักรพรรดิเพลิง, ประมุขศักดิ์สิทธิ์ไท่ซู
พร้อมกับคนอื่น ๆ เมื่อแลเห็นร่างแยก 5 ร่างที่
ปรากฏขึ้นอย่างฉับพลัน ในใจของพวกเขาร้อง
เตือนให้ระมัดระวังทันที พวกเขาจึงโจมตีเข้าใส่
จักรพรรดิมาร ในทันที ทว่าถูกร่างแยกทั้ง 5 ของ
จักรพรรดิมารมาสกัดขวางกั้นเอาไว้! ร่างแยกทั้ง 5
พุ่งไปยังห้าทิศทางที่แตกต่างกันไป แต่ก็ยังมีบาง
คนรวดเร็วพอจนสามารถดักหน้าพวกมันเอาไว้
ก่อน ด้วยการใช้แส้หางม้าศาสตราเต๋าวิถีแท้สยบ!
พวกเขาต่างทุ่มความสนใจไปกับการสกัดร่าง
จักรพรรดิมาร! ซึ่งเป็นเรื่องที่ยากลำบากมากที่สุด
ด้วยเพราะมันไม่มีวันตาย ต่อให้ได้รับบาดเจ็บ
สาหัสปางตายก็ยังไม่เป็นอันใด เพราะมันสามารถ
ฟืนคืนสภาพกับมาได้ ระดับการฟืนตัวของมันน่า
สะพรึงกลัวเสียยิ่งกว่ากายาเพชรอมตะของ อู่ อวี้!
ในช่วงเวลานี้ ทั่วทั้งร่างของ จักรพรรดิมาร ถูก
กลืนกินอัดกระแทกด้วยเคล็ดวิชาแก่นแท้ฟั้าดิน
สารพัดชนิดที่สาดประโคมเข้าใส่ โดยการรุกไล่
กดดันอย่างต่อเนื่อง จนกระทั่งมันอ่อนแอลง
จากนั้นก็จะถูกพลังมหาศาลฉีกกระชากจนร่าง
แหลกเหลว! ซึ่งโดยทั่วไปผู้คนสามารถแลเห็นได้ว่า
จักรพรรดิมารนั้น มีร่างกายที่ไม่มีวันตกตายไป
เมื่อไหร่ก็ตามที่มันถูกฉีกกระชากกลายเป็นชิ้น ๆ
มันก็จะฟืนฟูกลับมายังสภาพดังเดิมอีกครั้ง…
ช่างเป็นภาพที่น่าเหลือเชื่อเสียจริง ๆ!
แต่แล้วก็บังเกิดเหตุบางอย่างขึ้นอย่างไม่คาดคิด!
ทันใดนั้นเอง หนึ่งในร่างแยกทั้งห้าของ จักรพรรดิ
มาร ก็กลายเป็นบางอย่างที่น่าสะพรึงกลัวอย่างยิ่ง
ประมุขศักดิ์สิทธิ์ไท่ซู กำลังเตรียมตัวที่จะจัดการ
กับร่างแยกทั้ง 5 แต่ไม่คาดคิดว่าดวงตาของหนึ่ง
ในร่างอวตาร จะส่องประกายแสงขาวซีดออกมา
แม้ว่ายอดฝีมือทางฝังของ ทวีปแห่งทวยเทพ จะ
สามารถหลบหนีมันได้ แต่ลำแสงนั้นก็ยังจะทะลวง
แทรกซึมเข้าสู่ร่าง ชั่วอึดใจต่อมาร่างแยกนั้นก็
กลายเป็นสัตว์อสูรร้าย แล้วในชั่วพริบตานั้นเอง
มันก็พุ่งทะยานเข้าไปหายอดฝีมือทางฝัง ทวีปแห่ง
ทวยเทพ แล้วกลืนกินลงไป!
ทันใดนั้นเองก็บังเกิดการเปลี่ยนแปลงอย่างรุนแรง
ขึ้น!
ถึงแม้ร่างแยกทั้ง 4 ของมันจะเชื่องช้ากว่าเล็กน้อย
แต่ทุกร่างที่ทะยานเข้ามาพร้อมกับใช้ออกด้วยวิชา
เดียวกัน อย่างไรก็ตามคนทั้ง 4 ต่างเคยได้รับ
บทเรียนเกี่ยวกับวิธีการนี้ของมันมาแล้ว พวกเขา
จึงรีบฉีกตัวหลบออกมาอย่างรวดเร็ว เจ้านคร
จักรพรรดิเพลิงที่อยู่อีกฝังหนึ่งได้โจมตีบดขยี้
ทำลายร่างแยกทั้ง 5 ของจักรพรรดิมาร ซึ่งการ
โจมตีนี้ได้กระแทกร่างของมันจนกระเด็นออกจาก
การปิดล้อมรอบทิศทาง ดังนั้นร่างแยกจึงเหลืออยู่
แค่ 4 ร่างเท่านั้น!
แต่ทว่า จักรพรรดิมาร ใช้โอกาสจะช่วงชุลมุนนี้
ฝั่าทะลวงออกจากการปิดล้อม ตามมาด้วยร่าง
แยกทั้ง 4 ของมัน ชั่วขณะที่กำลังวิ่งหลบหนี
ออกมานั้น ร่างแยกทั้ง 4 ก็ผสานเข้ากับร่างของ
มัน ผ่านไปไม่นานนักร่างแยกก็หลอมรวมกับร่าง
ของจักรพรรดิมารแล้วหายไป ส่วนผู้แข็งแกร่งใน
ทวีปแห่งทวยเทพที่ถูกมันกลืนกิน ก็สูญสลาย
หายไปอย่างสิ้นเชิง ไร้ซึ่งกลิ่นอายและสัญญาณ
ของการมีชีวิต
อู่ อวี้ แลเห็นได้อย่างชัดเจนว่า บุคคลนั้นก็คือ
‘ประมุขศักดิ์สิทธิ์ฮู่เจียว’ ผู้แข็งแกร่งอันดับ 2 ของ
พรรคซ่างหยวน! เขาคือผู้ที่มีความแข็งแกร่ง
ใกล้เคียงกับเซียนกระบี่เซียนจี!
แต่ในตอนนี้ ประมุขศักดิ์สิทธิ์ฮู่เจียว ได้ตกตายไป
แล้ว!
นี่เป็นครั้งแรกของทางฝัง ทวีปแห่งทวยเทพ ที่ผู้
แข็งแกร่งระดับก่อร่างกำเนิดจิตเทวะตกตายไปใน
สงคราม ทันใดนั้นก็บังเกิดเป็นความโกลาหล
ปันปั่วนแพร่กระจายไปทั่วทั้งสนามรบทันที! ยิ่งไป
กว่านั้นจักรพรรดิมารยังสามารถทะลวงฝั่าออก
จากการปิดล้อมสังหารได้อีกด้วย ผลการต่อสู้ของ
สงครามในครั้งนี้ ยังไม่สามารถยืนยันได้อย่างแน่
ชัด ความแข็งแกร่งของ จักรพรรดิมาร ทำให้เหล่า
ผู้ฝึกตนของทวีปแห่งทวยเทพรู้สึกตกตะลึงเป็น
อย่างยิ่ง!
“ตามมันไป!”
เมื่อแลเห็นหนึ่งในผู้แข็งแกร่งทางฝังของตนเอง
ถูกจักรพรรดิมารกลืนกินลงไป ประมุขศักดิ์สิทธิ์ไท่
ซู กับผู้แข็งแกร่งคนอื่น ๆ ก็ตระหนักได้ถึงความน่า
สะพรึงกลัวของจักรพรรดิมาร ซึ่งนี่แสดงให้เห็นว่า
จักรพรรดิมากจะยิ่งทวีความแข็งแกร่งมากขึ้นเรื่อย
ๆ ดังนั้นหากไม่สามารถสังหารมันได้ในตอนนี้ ใน
อนาคตมันจะกลายเป็นภัยพิบัติครั้งใหญ่ที่สะพรึ่ง
กลัวมากยิ่งขึ้นกว่าเดิม!
โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ประมุขศักดิ์สิทธิ์ไท่ซู ผู้ที่ตก
ตายไปในครั้งนี้ คือผู้ที่เขาบ่มเพาะเลี้ยงดูมาด้วย
มือของตนเอง ดังนั้นจิตใจของเขาในยามนี้จึง
เปียมล้นไปด้วยเพลิงโทสะ และความโกรธแค้น
ชิงชังอย่างเหลือคณา!
เหล่าผู้แข็งแกร่งต่างไล่ติดตามมันไปด้วยความ
โกรธเกรี้ยว หลังจากที่จักรพรรดิมารหลอมรวม
ร่างกายเสร็จสิ้น มันก็หันหลังกลับมาทันที สายตา
ของมันกวาดไปมองรอบ ๆ พร้อมกับยื่นมือออกไป
ทันใดนั้นสายอัสนีบาตขนาดใหญ่ก็ระเบิดออกจาก
ฝั่ามือของมัน พวยพุ่งออกไปในชั่วพริบตา สาย
อสุนีซึ่งเปียมล้นไปด้วยพลังอำนาจอันมหาศาล
ฟาดผ่าเข้าใส่ยอดฝีมือทั้งหมดของทวีปแห่งทวย
เทพทันที! มันคืออสนีบาตสีขาวซีด ซึ่งเปียมล้นไป
ด้วยพลังอำนาจอันมหาศาล ด้วยพลังทำลายล้างนี้
ทำให้เจ้านครจักรพรรดิเพลิงต้องนำศาสตราเต๋าวิถี
แท้ ‘เจดีย์ประมุขฟั้า’ ออกมาใช้ต้านทานอย่างไร
ซึ่งทางเลือก!
” นี่มันพลังอิทธิฤทธิ์ของ ประมุขศักดิ์สิทธิ์ฮู่เจียว
‘ฝั่ามืออัสนีล่าวิญญาณ’! ” มีคนอุทานขึ้น
อู่ อวี้ เคยเห็นมันในระหว่างการต่อสู้ ประมุข
ศักดิ์สิทธิ์ฮู่เจียว เคยใช้พลังอิทธิฤทธิ์นี้ออกมา
หลายต่อหลายครั้ง มันคือพลังอิทธิฤทธิ์ที่เปียมล้น
ไปด้วยความรวดเร็วรุนแรง ซึ่งตอนนี้ ประมุข
ศักดิ์สิทธิ์ฮู่เจียว น่าจะถูก จักรพรรดิมาร กลืนกิน
ไปแล้ว ไม่คาดคิดว่ามันจะทรงพลังถึงเพียงนี้!
จักรพรรดิมารได้ปลดปล่อยพลังอิทธิฤทธิ์ของ
ประมุขศักดิ์สิทธิ์ฮู่เจียว เห็นได้ชัดว่าหลังจากที่มัน
กลืนกินเขาลงไปแล้ว ความแข็งแกร่งของมันก็เพิ่ม
สูงขึ้นอีกครั้ง!
ก่อนหน้านี้ที่มันดูอ่อนแอไปเล็กน้อย เนื่องจากว่า
มันยังดูดกลืนไม่สำเร็จ แต่ในเวลานี้เมื่อมันฟืนคืน
กลับสู่สภาพสมบูรณ์สูงสุด มันก็แสยะยิ้มขึ้นบนมุม
ปากของตน
ภายใต้อานุภาพทำลายล้างจากฝั่ามืออัสนีล่า
วิญญาณ ผู้แข็งแกร่งส่วนใหญ่ของทวีปแห่งทวย
เทพ ต่างถูกสกัดกั้นขัดขวางจากการโจมตีไล่ล่า
สังหารนี้! จากนั้นจักรพรรดิมารที่หยุดยืนอยู่
ด้านหน้า ก็รีบวิ่งทะยานหลบหนีออกจากวงล้อม
ของพวกเขา พร้อมกับพุ่งทะยานเข้าไปหา ผู้ฝึก
ตนนอกรีต ที่รออยู่ด้านหน้าอย่างรวดเร็ว!
เมื่อเห็นสถานการณ์เป็นเช่นนี้ ทันใดนั้น ฉิว หลงจ
วิน ก็ตะโกนขึ้นว่า ” จักรพรรดิมารถอยแล้ว พวก
เราถอยย!”
ภายใต้วงล้อมการโจมตีของคนจำนวนมาก
จักรพรรดิมาร สามารถสังหารไปแล้ว 1 คน สิ่งนี้
ทำให้ผู้ฝึกตนนอกรีตเริ่มมองเห็นเค้าลางอันยิ่งใหญ่
พวกมันต่างมั่นอกมั่นใจเป็นอย่างยิ่งว่าแม้ครั้งนี้จะ
ไม่ประสบความสำเร็จ แต่ถ้าหาก จักรพรรดิมาร
ยังคงโจมตีโต้ต่อไป ผู้ฝึกตนทางฝังทวีปแห่งทวย
เทพก็จะถูกบดขยี้ทำลายตกตายไปทีละคน ๆ เมื่อ
ถึงเวลานั้น ทวีปแห่งทวยเทพ จะต้องสั่นสะเทือน
แบบพลิกฟั้าพลิกแผ่นดิน เพราะท้ายที่สุดแล้วจะ
ไม่มีผู้ใดสามารถเป็นคู่ต่อกรกับ จักรพรรดิมาร
เพียงลำพังได้!
“อย่าปล่อยให้มันหลบหนีเด็ดขาด” ผู้ฝึกตนทางฝัง
ทวีปแห่งทวยเทพ ทุกคนต่างติดตามพวกมันไป
การที่จักรพรรดิมารสามารถหลบหนีไปได้
เนื่องจากความเร็วของมันสูงล้ำพอ ทว่าถ้าเป็น
เพียงผู้ฝึกตนนอกรีตธรรมดา ความเร็วของมัน
ไม่ได้มากมายถึงเพียงนั้น ในเวลานี้ยอดฝีมือของ
ทวีปแห่งทวยเทพ ได้สกัดกั้นผู้ฝึกตนนอกรีตไว้ได้
อย่างสมบูรณ์ นอกเสียจาก 6 ผู้แข็งแกร่งในระดับ
ก่อร่างกำเนิดจิตเทวะแล้ว ผู้ฝึกตนนอกรีตคนอื่นๆ
ล้วนไม่มีใครสามารถหลบหนีไปได้!
นับเป็นการเข่นคร่าสังหารผู้ฝึกตนนอกรีตจาก
ทะเลตงไห่ครั้งใหญ่!
อู่ อวี้ รู้สึกมีโทสะจนเลือดขึ้นหน้า เขารีบพุ่งไปยัง
ทิศทางของผู้ฝึกตนนอกรีต กำลังเตรียมที่จะฆ่า
ล้างพวกมันให้สิ้นซาก นี่ถือเป็นโอกาสอันดี ที่จะ
ให้กำจัดขุมนรกอย่าง หมู่เกาะตงหยางทั้งสี่ ออกไป
ให้สิ้นซาก!
ฉับพลันนั้นเองก็มีบางสิ่งไม่คาดคิดเกิดขึ้น!
เมื่อจักรพรรดิมาที่อยู่ด้านบนไล่ติดตามเหล่าผู้ฝึก
ตนนอกรีตมาทัน มันมิได้พุ่งทะยานหลบหนีไปยัง
ทิศทางของ ทะเลตงไห่ เหมือนกับผู้ฝึกตนนอกรีต
คนอื่น แต่มันกลับพุ่งทะยานลงสู่เบื้องล่างทันที!
” จักรพรรดิมาร? ” ท่าทางของ ฉิว หลงจวิน
ยังคงเต็มไปด้วยความตื่นตะลึง ในเวลานี้มันกำลัง
อ่อนปวกเปียกไปทั้งร่าง ดูเหมือนว่าอยู่ ๆ ร่างกาย
ของมันก็ไร้ซึ่งกำลังเรี่ยวแรง ความรู้สึก
เช่นเดียวกับมนุษย์ธรรมดาสามัญที่ไร้ซึ่งพลัง นี่คือ
ฝันร้ายที่มันไม่อยากจะผ่านพบมากที่สุด ฉิว หลงจ
วิน ไม่เคยคิดเลยว่ามันจะมีช่วงเวลาเช่นนี้!
เมื่อกวาดสายตามองไปรอบ ๆ มันก็ต้องรู้สึก
ประหลาดใจอย่างที่สุด เมื่อพบว่าคนทั้งหมดที่อยู่
รอบตัวของมันไม่ว่าจะเป็น ผู้ฝึกตนนอกรีต ที่มี
พลังอยู่ในระดับก่อร่างกำเนิดจิตเทวะ หรือ เหล่า
จอมมาร ในเวลานี้มีแสงสีขาวซีดส่องสว่างออกมา
จากร่างกายของพวกมันทั้งหมด ดูเหมือนว่าแสงสี
ขาวซีดนี้จะอยู่ในร่างของพวกมันมานานแล้ว จวบ
จนบัดนี้มันพึ่งพรั่งพรูออกมา
พวกมันไม่รู้มาก่อนเลยว่า จะมีบางสิ่งบางอย่างอยู่
ภายในร่างกายของพวกมัน …
แสงสีขาวนี้น่าจะมาจาก จักรพรรดิมาร แต่คำถาม
ก็คือ จักรพรรดิมาร ใส่ไว้ในตัวของพวกมันตั้งแต่
เมื่อไหร่?
” จักรพรรดิมาร จักรพรรดิมาร … ยะ อย่าาาา เรา
เป็นทาสผู้ซื่อสัตย์ของท่านมาโดยตลอด … ไฉน
ท่านถึงทำเช่นนี้ ” ทันใดนั้น ฉิว หลงจวิน ก็ฉุกคิด
ขึ้นมาได้ว่าสิ่งนี้คืออะไร มันรีบทรุดเข่าลงกับพื้น
รำคาญโอดครวญอ้อนวอน จักรพรรดิมาร
คนอื่น ๆ ก็ก็เริ่มคาดเดาได้บ้างแล้ว ใบหน้าของ
พวกมันทุกคนซีดเผือดลงเข่าอ่อนทรุดลงไปกับพื้น
ยังเหลือผู้แข็งแกร่งในระดับก่อร่างกำเนิดจิตเทวะ
อีก 6 คน ที่ทรงพลังมากที่สุดท่ามกลางผู้ฝึกตน
นอกรีต!
ทันใดนั้นร่างของพวกมันก็เปล่งประกายแสงขาว
ซีด สภาพของพวกมันตอนนี้เหมือนกับ ประมุข
ศักดิ์สิทธิ์ฮู่เจียว ที่เพิ่งถูกโจมตี!
“ มันกำลังจะกลืนกินผู้ฝึกตนนอกรีต นำมา
เสริมสร้างความแข็งแกร่งของตนเอง เพื่อโต้กลับ
ทวีปแห่งทวยเทพ! ” ฉับพลัน อู่ อวี้ ก้ตระหนักได้
ถึงความต้องการของมัน ทันใดนั้นเหงื่ออันเย็น
เยียบภายในร่างของคนอื่น ๆ ก็เกือบจะผุดขึ้นมา
พร้อมกัน
ในเวลานี้ร่างกายของ ผู้ฝึกตนนอกรีต ได้เรืองแสง
ขาวซีดออกมา จักรพรรดิมาร เฝั้ารอคอยมาเนิ่น
นานที่จะกลืนกินพวกมัน โดยเฉพาะอย่างยิ่ง
ในตอนนี้ ความแข็งแกร่งของมันยังไม่เพียงพอ!
………………………………………………..
(´▽`).。o♡ เพลิน
กลืนสวรรค์สะท้านทวยเทพ