กลืนสวรรค์สะท้านทวยเทพ - ตอนที่ 503 : ชวงเวลาวิกฤต
ก่อนหน้านี้ เหล่ายอดฝีมือบนทวีปแห่งทวยเทพ
ต่างพากันล้อมปิดกั้นทางหนีของ จักรพรรดิมาร
เอาไว้
แต่ในตอนนี้ สถานการณ์ไม่ได้เป็นหมือนเดิมอีก
ต่อไป
ทั่วทั้งร่างของจักรพรรดิมาร มีกระแสวังวนขนาด
ใหญ่หมุนวนอยู่รอบตัวของมัน ซึ่งตัวมันที่อยู่จุด
ศูนย์กลางไม่ได้มีการเคลื่อนไหวใดๆ แต่กระนั้น
พื้นที่ว่างเปล่ารอบๆกลับเกิดการบิดเบี้ยว แม่น้ำ
แผ่นดิน รอบด้านล้วนถูกทำลายและถูกกลืนกินเข้า
ไปในวังวนนี้
ถึงแม้ที่นี่จะไม่มีลมแต่อย่างใด แต่เสื้อผ้าของทุก
คนก็โบกสะบัดไปยังทิศทางของจักรพรรดิมารราว
กับจะถูกดูดเข้าไปได้ทุกเมื่อ
มันเป็นเหมือนกับหลุมอากาศดูดกลืนทุกสิ่งเข้าไป
ไม่ว่าจะสิ่งใด เพียงแค่ถูกมันดูเข้าไปภายในปาก
ย่อมสูญสลายผสานกลายเป็นแก่นพลังให้แก่มัน
อย่างแน่นอน
“ครั้งหนึ่งพวกเจ้าต่างก็ยืนอยู่บนจุดสูงสุด เป็น
เทพเซียนที่อยู่ภายในใจของข้า แต่พวกเจ้ากลับไม่
ยอมมาช่วยเหลือพวกเราที่ทนทุกข์ทรมารอยู่ใน
ทะเลตะวันออก พวกเจ้าทำให้ข้ารู้สึกผิดหวังครั้ง
แล้วครั้งเล่า!”
“และวันนี้ พวกเจ้าจะกลายเป็นเพียงอาหารของ
ข้า โชคชะตาหนอโชคชะตา ทำไมกลับช่าง
ตาลปัตรเช่นนี้”
“ในตอนนี้ข้าเข้าใจแล้ว แทนที่จะรอคอยเศษสวะ
เช่นพวกเจ้า มันจะดีกว่าถ้าหากว่าข้ากลายเป็น
ผู้ปกครองโลกเสียเอง ข้าเคยเป็นปุถุชนอันแสน
ธรรมดา แต่ก้าวเดียวทะยานขึ้นสู่สวรรค์ บัดนี้ข้า
สามารถตัดสินความเป็นความตายของพวกเจ้าได้
เรื่องเหล่านี้ช่างน่าอภิรมย์หรือไม่กันเล่า?”
มันแสดงวิธีการที่ทำให้โลกต้องตกตะลึงออกมา
พร้อมกับส่งแรงกดดันไปยังเหล่ายอดฝีมือของทวีป
แห่งทวยเทพ ยามนี้จักรพรรดิมารกลืนกินทุกอย่าง
อย่างบ้าคลั่ง แลหัวเราะไปพลาง
ในพริบตานั้น! กระแสวังวนสีเทาก็ขยายใหญ่ขึ้น
ม้วนกวาดทุกทิศทาง ปกคลุมไปทั่วผืนฟั้า เจ้านคร
จักรพรรดิเพลิงและคนอื่นๆ ต่างถูกดูดกลืนเข้าไป
ยังใจกลาง
เมื่อปรากฎฉากอันน่าสะพรึงกลัวนี้ขึ้น แม้ว่าผู้ฝึก
ตนส่วนมากจะไม่ยินยอม แต่ในเวลานี้จึงทำได้
เพียงแค่ยอมแพ้ และหลบหนีไปทั่วทิศทางราวกับ
ผึ้งแตกรัง!
ในใจทุกผู้คนรู้สึกเศร้าสลด สำหรับพวกเขาแล้ว
วันนี้เปรียบเสมือนวันสิ้นโลกก็มิปาน ในใจของทุก
คนเต็มไปด้วยความรู้สึกโกลาหล เศร้าสลด สิ้น
หวัง อย่างรุนแรง
วังวนสีเทากวาดออกไปรอบนอก เพียงแค่เวลา
สั้นๆก็ครอบคลุมพื้นที่ 1 ใน 10 ของทวีปแห่ง
ทวยเทพไปแล้ว! ไม่ว่าจะเป็นผู้ฝึกตนหรือว่าปุถุชน
เมื่อเงยหน้าขึ้น ก็มองเห็นได้เพียงแต่วังวนสีเทา ไร้
ที่สิ้นสุด กำลังหมุนวนด้วยความเร็ว ด้วยการหมุน
ของวังวนนี้ เหล่าผู้คนยิ่งมายิ่งรู้สึกว่าร่างกายของ
ตนเองเริ่มเบาลง รอบด้านปรากฎเป็นภาพใบไม้
และฝุั่นทรายรายล้อม ตัวของพวกเขาราวกับถูก
ดูดขึ้นไปบนท้องฟั้า ถูกกลืนกินเข้าไปในวังวนพายุ
ขณะนี้กระแสวังวนขนาดใหญ่ที่ปกคลุมอยู่เหนือ
ท้องฟั้า ราวกับปากขนาดใหญ่ปากหนึ่ง เป็น
เสมือนกับปากของเทพเซียน ซึ่งกำลังเขมือบกิน
โลกอยู่ใบนี้อยู่!
อู่ อวี้ และคนอื่นๆ ถึงแม้ว่าจะอยู่ไกลจากสนามรบ
อย่างมาก แต่ที่จริงแล้วพวกเขากลับอยู่ใจกลางวัง
วนสีเทาขนาดใหญ่ ที่อยู่เหนือหัวของเขาก็คือเป็น
พื้นที่ของจักรพรรดิมาร ในเวลานี้พวกเขาไม่
สามารถมองเห็นการต่อสู้อย่างดุเดือนรุนแรงที่อยู่
เบื้องหน้า มองเห็นได้เพียงแต่วังวนสีเทา บางครั้ง
ก็มีพลังงานอันรุนแรงระเบิดปะทุขึ้นมา เกิดเป็น
เปลวเพลิงโหมกระหน่ำ อิทธิฤทธิ์ของแต่ละคนกรีด
ร้องคำราม ศาสตราเต๋าทุกชนิดกระทบกันดังสนั่น
ซึ่งการปะทะกันนี้กินรัศมีถึง 1000 ลี้!
เจ้านครจักรพรรดิเพลิงและคนอื่นๆ แม้แต่เวลาเร่ง
เร้าให้ อู่ อวี้ และคนอื่นๆ หลบหนีจากไปก็ยังไม่มี
ความอยู่รอดของทวีปแห่งทวยเทพในวันนี้ขึ้นอยู่
กับว่าพวกเขาสามารถต้านทานจักรพรรดิมารได้
หรือไม่!
“บางทีมันอาจจะมีจุดอ่อน ว่าแต่จุดอ่อนของมัน
คืออะไรกัน?” ถึงแม้ว่าจะไม่ได้เผชิญหน้ากับ
ความสามารถของจักรพรรดิมาร แต่บัดนี้ อู่ อวี้ ก็
ยังคงทำการครุ่นคิดอย่างต่อเนื่อง
ในเวลานี้ทุกคนกำลังจะตาย ไม่มีอะไรที่พวกเขาจะ
ทำได้เลยรึยังไงกัน………..
ใจกลางวังวนสีเทา ยิ่งมายิ่งใหญ่ขึ้น สิ่งที่ทุกคน
กลัวมากที่สุดคือหลังจากผ่านไปสักพักหนึ่ง มีเพียง
แค่จักรพรรดิมารเท่านั้นที่ออกมา ส่วนคนอื่นๆ
ล้วนได้ถูกกลืนเข้าไปอยู่ในท้องของมันแล้ว ยามนี้
ด้วยความสามารถที่มิอาจทำความเข้าใจได้ มันจึง
กลายเป็นบุคคลที่น่าหวาดพรึงอย่างยิ่ง!
กลืนกิน ความสามารถเช่นนั้นมันคืออะไรกันแน่?
“อู่ อวี้!”
ทันใดนั้นเจ้านครจักรพรรดิเพลิงก็ตะโกนเรียกเขา
จากนั้นก็มีคนกระโจนออกมาจากภายในวังวนสี
เทาจำนวนมาก ในที่สุดทุกคนก็รู้สึกผ่อนคลายลง
ดูเหมือนว่าเหล่ายอดฝีมือบนทวีปแห่งทวยเทพจะ
ร่วมมือกันฝั่าออกมาจากวังวนสีเทาได้ บางที
อาจจะเป็นเพราะการร่วมมือกันของพวกเขา จึงไม่
มีใครถูกสังหารไป
อย่างไรก็ตามใบหน้าของพวกเขาส่วนใหญ่พลันซีด
ขาวลงเนื่องจากใช้แรงไปจนถึงขีดสุด ซึ่งสังเกตได้
อย่างชัดเจนเลยทีเดียวว่าบัดนี้พลังรบของพวกเขา
ล้วนต่ำลงจนเหลือไม่มากแล้ว อาจจะต้านไว้ได้อีก
ไม่นาน
แม้แต่เจ้านครจักรพรรดิเพลิงและประมุขศักดิ์สิทธิ์
ไท่ซู ในเวลานี้พวกเขาก็ยังดูอ่อนเพลีย พลัง
ศักดิ์สิทธิ์แทบจะหมดสิ้น
ตูม!
เพียงชั่วพริบตา วังวนสีเทาที่ปกคลุมพื้นที่ส่วน
ใหญ่เอาไว้เริ่มหดตัวลง จากนั้นก็หายไป วังวน
ทั้งหมดกลับมารวมอยู่ในร่างของ จักรพรรดิมาร
อีกครา
จักรพรรดิมาร เผยตัวออกมาเบื้องหน้าอีกครั้ง
ท่าทางของมันดูเย็นชาและไม่แยแสต่อสิ่งใด มุม
ปากของมันปรากฏเป็นรอยยิ้มทอันโหดร้าย พร้อม
ก้มหย้สลงไป มองไปยังเหล่าคู่ต่อสู้ของมัน เมื่อ
เห็นภาพของเหล่าศัตรูที่หมดสิ้นเรี่ยวแรงเช่นนี้ มัน
จึงอดไม่ได้ที่จะแสยะยิ้มแล้วกล่าวขึ้นว่า “มีข่าว
ลือว่าในทวีปแห่งทวยเทพจะมีเหล่าเทพเซียนคอย
ให้ความช่วยเหลือ ก็นับว่าก็ยังพอมีความสามารถ
อยู่บ้าง ที่สามารถต้านทานการโจมตีของข้าได้ครั้ง
หนึ่ง แต่แล้วดูเหมือนว่าพวกเจ้ากำลังจะหมดแรง
ตาย หากข้าจะโจมตีอีกครั้ง เกรงว่าก็คงจะ
สามารถกลืนกินพวกเจ้าทั้งหมดทุกคนแล้วกระมั้ง
เมื่อมาถึงขั้นนี้แล้ว ข้าอยากจะถามพวกเจ้าอีกครั้ง
ไข่ใบนั้น จะให้ข้าไปเอามันเองหรือว่าเจ้าจะส่งมัน
มา?”
นี่คือจุดประสงค์อันดับ 1 ของมัน เห็นได้ชัดว่ามัน
คิดที่จะนำสิ่งของที่มันต้องการไปก่อน จากนั้นจึง
จะดำเนินการตามแผนต่อไปของมัน
ซึ่งมันเป็นไปไม่ได้ที่ประมุขศักดิ์สิทธิ์ไม่ยอมมอบไข่
ให้กับมัน ในตอนนี้พวกเขากำลังถ่วงเวลาเพื่อที่จะ
ติดต่อกับ อู่ อวี้
“ทำไมยังไม่ไปอีก? นี่เป็นคำสั่ง! อู่ อวี้ อย่าดื้อ
ด้านมากจะได้มั้ย การที่พวกเราให้เจ้าไป ไม่ใช่เพื่อ
ตัวเจ้าเอง แต่เพื่อทวีปแห่งทวยเทพ รีบเข้า! เราไม่
อาจที่จะถ่วงเวลาได้นานนัก ยามนี้จักรพรรดิมาร
น่ากลัวเกินไป!”
เกรงว่าบัดนี้พวกเขาได้สูญเสียจิตวิญญาณในการ
ต่อสู้ไปแล้ว และเตรียมพร้อมที่จะตาย!
อู่ อวี้ เข้าใจในเจตนารมณ์ของพวกเขาดี พวกเขา
ปรารถนาจักสังหารให้ จักรพรรดิมาร ตกตายให้ได้
แต่เมื่อพิจารณาจากสถานการณ์ในตอนนี้ กลับไม่
สู้ดีนัก ไม่เพียงแต่พวกเขาเท่านั้น แต่เป็นทั่วทั้ง
ทวีปแห่งทวยเทพที่กำลังตกอยู่ในอันตราย ในเวลา
นี้จะมีใครสามารถช่วยทวีปแห่งทวยเทพนี้ได้
หรือไม่!
“น่าเสียดายที่ข้าในเวลานี้ยังไม่มีความสามารถ
มากพอ!”
“เมื่อเผชิญหน้ากับจักรพรรดิมาร ข้าล้วนมิอาจ
กระทำสิ่งใดได้…..”
เขาเกลียดชังความด้อยค่าของตน อีกทั้งเขายังไม่
ต้องการที่จะทิ้งคนที่ตนเองรัก สหาย อาจารย์แล้ว
หลบหนีไปเพียงคนเดียว ดังนั้นถึงแม้ว่าเจ้านคร
จักรพรรดิเพลิงจะคาดหวังกับเขาเอาไว้สูง แต่ใน
เวลานี้เขาก็มิอาจทำตามความปรารถนาของพวก
เขาได้! ไม่ว่าพวกเขาจะกังวลขนาดไหน อู่ อวี้ ก็
ยังคงกัดฟันยืนหยัดอยู่ที่แห่งนี้ มันคือจิตวิญญาณ
และความกล้าหาญของเขา มันคือเต๋าของเขา!
ในเต๋าของเขา ไม่มีเรื่องของการทิ้งบุคคลอันเป็นที่
รักหรือว่าสหายหลบหนีไปแต่เพียงผู้เดียว!
เขารู้ดีว่าการหลบหนีจากไปเป็นทางเลือกที่ดีที่สุด
แต่หลังจากที่โน้มน้าวจิตใจตัวเองมาแล้วนับครั้งไม่
ถ้วน เขาก็ยังทำไม่ได้!
ในตอนที่เขากำลังดิ้นรนนี้ ก็ปรากฏสิ่งที่เหนือ
ความคาดหมายขึ้น
ฉับพลันนั้นเองจักรพรรดิมารก็ยกยิ้มขึ้น มันเริ่มลง
มืออีกครั้งในทันที ซึ่งความว่องไวของมันอยู่เหนือ
การคาดเดาของประมุขศักดิ์สิทธิ์ไท่ซู ถึงแม้ว่าพวก
เขาจะใช้เคล็ดวิชาเต๋า สื่อสารกันอย่างลับๆ แต่อีก
ฝั่ายกลับได้ยินเสียงของตนเอง จึงทำให้จักรพรรดิ
มารล่วงรู้แผนการในทันที
จักรพรรดิมารจ้องมองไปยัง อู่ อวี้ ด้วยท่าทีสนใจ
ทันใดนั้นก็กล่าวว่า “สิ่งที่ข้าต้องการ ที่แท้ก็อยู่กับ
เจ้านั่นเอง”
บางทีมันอาจจะคาดเอาไว้ตั้งแต่แรก แต่หลังจากที่
มั่นใจ มันจึงเอ่ยออกมาทันที ดังนั้นในเวลานี้
เปั้าหมายเดิมของมันซึ่งเป็นประมุขศักดิ์สิทธิ์ไท่ซู
ก็ได้แปรเปลี่ยนไปยัง อู่ อวี้ ในทันที
บางทีสำหรับมันแล้ว อู่ อวี้ และ ยอดฝีมือขั้นจิตเท
วะที่ได้รับบาดเจ็บ ย่อมไม่ได้ต่างกันแม้แต่น้อย
หลังจากที่มันมองมายัง อู่ อวี้ คนเร่งทะยานลงมา
จากท้องฟั้า ถึงแม้ความเร็วของมันจะไม่มากนัก
แต่มันก็ปลดปล่อยแรงกดดันที่แปลกประหลาด
และรุนแรงออกมา ทำให้คนจำนวนมากรู้สึกอึดอัด
เป็นอย่างยิ่ง
“หยุดมันเอาไว้!”
ใบหน้าของประมุขศักดิ์สิทธิ์ไท่ซูและคนอื่นๆ
เปลี่ยนไป พร้อมมุ่งหน้าไปสกัดกั้นจักรพรรดิมาร
อย่างรวดเร็ว
เห็นได้ชัดว่าเมื่อจักรพรรดิมารรู้แล้วว่าไข่อยู่ในมือ
ของ อู่ อวี้ จึงย่อมเป็นเรื่องยากที่ อู่ อวี้ จะนำไข่
ใบหนีหลบหนีไปเสียแล้ว ทางเลือกนี้ได้ถูกตัดขาด
ไปอย่างสิ้นเชิง
แม้ว่าจะลงมือสกัดกั้นเอาไว้แล้ว แต่ความเร็วของ
จักรพรรดิมารก็ยังอยู่เหนือกว่าพวกเขา เพียงแค่
ชั่วพริบตามันก็มาปรากฏกายอยู่เบื้องหน้าของ อู่
อวี้ บัดนี้มันได้ควบคุมชีวิตและความตายของ อู่
อวี้ เอาไว้ เจ้านครจักรพรรดิเพลิงและคนอื่นๆต่าง
ไปไม่ทัน จึงทำได้เพียงแค่หอบหายใจ และล้อม
จักรพรรดิมารเอาไว้
เบื้องหน้าของจักรพรรดิมารยังคงมี หนานกง
เหว่ย จี หลิงหลง จิ่วอิง แต่แน่นอนว่าเปั้าหมาย
ของมันก็คือ อู่ อวี้
“แต่ก่อนเจ้าเป็นคนที่ข้ารู้สึกอิจฉามากที่สุด? เป็น
อัจฉริยะที่อายุยังน้อย ตลอดการเดินทางย่อมถูก
ยอดฝีมือประคบประหงมปกปั้องสินะ ชีวิตของเจ้า
คงจะเต็มไปด้วยความราบรื่น ไม่เคยประสบกับ
ความทุกข์ทรมาน ยามเกิดมาก็คงจะอยู่เหนือผู้อื่น
แล้วสินะ?” จักรพรรดิมารยังไม่รีบร้อนสังหาร อู่
อวี้ ไป แต่กำลังสนทนากับเขาอยู่
เจ้านครจักรพรรดิเพลิงและคนอื่นๆต่างรู้สึกวิตก
จนเหงื่อผุดขึ้นมา แต่ไม่ว่าจะคิดสิ่งใด บัดนี้พวก
เขาได้ถูก จักรพรรดิมาร สะกดข่มไว้กลับเป็นเรื่อง
จริง
การเผชิญหน้ากันในตอนนี้อาจจะกำหนดความอยู่
รอดของทั่วทั้งทวีปแห่งทวยเทพ ในใจของ อู่ อวี้
เต็มไปด้วยความเกลียดชัง แต่ว่าตอนนี้เขาต้องทำ
ตัวให้สงบนิ่งเข้าไว้ การตื่นตระหนกไม่อาจจะแก้ไข
สิ่งใดได้ ต่อมาเขาก็กล่าวออกไปว่า “ต้องขออภัย
ด้วย ที่ข้าไม่ได้เป็นดั่งที่เจ้าคิดเอาไว้ ข้าเกิดมาจาก
อาณาจักรของปุถุชนที่อยู่ใต้เท้าของเจ้าในตอนนี้
เป็นปุถุชนเช่นเดียวกับเจ้า การที่สามารถมายืนต่อ
หน้าเจ้าในวันนี้ได้ ข้าต้องผ่านบททดสอบชีวิตและ
ความตายมาแล้วหลายครั้ง ข้าแน่ใจว่าย่อมไม่ได้
ด้อยไปกว่าเจ้าแม้แต่น้อย”
เขารู้ว่าจักรพรรดิมารเกลียดสิ่งใดมากที่สุด มัน
เกลียดชังความไม่ยุติธรรม ยิ่งคนที่เกิดมาดีพร้อม
มันก็จะยิ่งเกลียด
“ข้าจำได้ว่า เป็นเจ้าที่ทำลายวิหารพญายม และก็
เป็นเจ้าที่นำสมบัติของข้าไป ท่ามกลางคนเหล่านี้ดู
เหมือนว่าเจ้าจะมีความพิเศษเหนือล้ำคนอื่นนะ”
จักรพรรดิมารส่ายศีรษะแล้วก็กล่าว
“ชมกันเกินไปแล้ว” อู่ อวี้ กล่าว
หมิงซวงบ่นว่า “ไอหย๋า โชคร้ายเสียจริง ไม่คิดว่า
เจ้าจะต้องมาพบกับสัตว์ประหลาดเช่นนี้ จะหนี
เงื้อมมือจากมันคงเป็นการยากเสียแล้ว หากเจ้า
ตายไป ท่านย่าผู้นี้คงต้องเหงาไปอีกหลายปีเลยสิ
เนี่ย!”
ถึงแม้ว่านางจะทำเพียงแค่คาดเดา แต่เมื่อ อู่ อวี้
ยืนประจันหน้ากับจักรพรรดิมาร ก็ไม่ต้องสงสัยเลย
ว่าเขาจะต้องตายอย่างแน่นอน
นางกลับ….ไม่วิตกเลยงั้นรึ?
ถ้าหากจักรพรรดิมารลงมือจริงๆ เกรงว่า อู่ อวี้
และคนอื่นๆที่อยู่ใกล้ๆนี้ กระทั่งประมุขศักดิ์สิทธิ์ไท่
ซูก็ไม่สามารถยื่นมือเข้าช่วยเหลือได้
ในเวลานี้ จักรพรรดิมาร ยื่นมืออกไปหา อู่ อวี้
กล่าวว่า “เช่นนั้นจะก็น่าจะรู้สินะว่าการจะมาถึง
จุดนี้มันไม่ง่าย ขอแค่เพียงเจ้าจงยอมศิโรราบ
ให้กับข้า เจ้าก็จะมีชีวิตรอดต่อไป”
สายตาของมันจ้องมองไปที่ถุงจักรวาลของ อู่ อวี้
สิ่งของที่มันต้องการอยู่ภายในนั้น
ในตอนนี้ความเงียบเข้าปกคลุม
อู่ อวี้ ไร้ซึ่งทางเลือก ต่อมาจักรพรรดิมารก็ได้เอื้อม
มือเข้าไปคว้าถุงจักรวาลของเขา บัดนี้ถุงจักรวาล
ตกอยู่ในเงื้อมมือของจักรพรรดิมารแล้ว จากนั้น
มันจึงเปิดถุงจักรวาลขึ้นมาดู แน่นอนว่าสิ่งที่มัน
ต้องการอยู่ภายในถุงจักรวาลใบนี้ อีกทั้งเสามังกร
สมุทรคลั่งก็อยู่ภายในนั้นด้วยเช่นกัน
น่าเสียดายที่ อู่ อวี้ ยังไม่มีโอกาสในการใช้งาน
ศาสตราเต๋าวิถีแท้ชิ้นนี้
เมื่อต้องอยู่ต่อหน้าจักรพรรดิมาร หนานกง เหว่ย
จี หลิงหลง และ จิ่วอิง พวกเขาต่างเต็มไปด้วย
ความวิตกกังวล ใบหน้าแปรเปลี่ยนเป็นซีดขาว
พวกเขารู้ว่าเมื่อจักรพรรดิมารได้สิ่งที่มันต้องการ
ไป อู่ อวี้ และพวกเขาก็คงหมดสิ้นประโยชน์ มัน
อาจจะลงมือสังหารพวกเขาทั้ง 4 ได้ในทันที
ซึ่งจักรพรรดิมารก็ต้องการจะทำเช่นนี้จริงๆ
ขณะนี้ใบหน้าของมันปรากฎเป็นรอยยิ้มอันชั่วร้าย
เผยออกมาให้เห็น มันเตรียมพร้อมที่จะกลืนกิน อู่
อวี้ เข้าไปคนแรก!
………………………………………………..
(´▽`).。o♡ เพลิน
กลืนสวรรค์สะท้านทวยเทพ