กลืนสวรรค์สะท้านทวยเทพ - ตอนที่ 505 : ตกตายไปอีกหนึ่ง
แม้จะมีชีวิตรอดมาได้ แต่ก็ยังไม่อาจหลุดพ้นจาก
การคุกคามของ จักรพรรดิมาร ซึ่งถือเป็นปัญหา
อันใหญ่หลวง อีกทั้งโอกาสที่จะกำจัดมันทิ้งยังอยู่
อีกห่างไกลลิบลับ
เพียงช่วงเวลาไม่นาน ยอดฝีมือระดับก่อร่างกำเนิด
จิตเทวะก็โหมกระหน่ำโจมตีเข้าใส่ จักรพรรดิมาร
อย่างหนักหน่วง แต่ก็ไม่สามารถหยุดยั้ง จักรพรรดิ
มาร ได้ มันวางแผนเอาไว้ว่าหลังจากกลืนกินกลุ่ม
ของ อู่ อวี้ แล้ว ก็จะไล่กลืนกินคนอื่น ๆ ทีละคนที
ละคน แต่ไม่คาดคิดว่า อู่ อวี้ จะปลดปล่อยการ
โจมตีซึ่งเป็นระเบิดอย่างฉับพลันออกมาเช่นนี้
ขณะนั้นเอง จักรพรรดิมาร ได้รับรู้ถึงพลังอันน่า
สะพรึงกลัวภายในกายของ อู่ อวี้ ทำให้ใจของมัน
ถึงกับสั่นระริก พลังนี้ทำให้เขารอดพ้นจากการ
กลืนกินของมันได้
สำหรับเวลานี้ จักรพรรดิมาร กำลังจับจ้องมองดู
เขาอย่างลึกซึ้ง มิได้เหลียวแล ประมุขศักดิ์สิทธิ์ไท่
ซู กับ อื่น ๆ อย่างสิ้นเชิง
“ภายในกายของเจ้ายังมีสิ่งใดอยู่อีก?” หลังจาก
นั้น จักรพรรดิมาร ก็จับจ้องมองเข้าไปบนร่างของ
อู่ อวี้ ทะลุทะลวงผ่านเนื้อหนังโลหิต
หลังจากนั้นมันก็พบการดำรงอยู่ของ พลองทองสม
ปรารถนา
ฟุบฟุบ!
บัดนี้ยอดฝีมือระดับก่อร่างกำเนิดจิตเทวะ กำลังอยู่
เบื้องหน้าของ อู่ อวี้ ตอนนี้ไข่ได้หายไปแล้ว ไม่ใช่
เรื่องง่ายที่ อู่ อวี้ จะมีโอกาสรอดชีวิต แม้แต่
ประมุขศักดิ์สิทธิ์ไท่ซู ก็ยังยากที่จะปกปั้องเขาได้
ส่วนตัวเขาทำได้แค่เพียงหลบหนีเท่านั้น พวกเขา
ยังคงพยายามทำให้ดีที่สุดเพื่อเตรียมพร้อมต่อสู้กับ
จักรพรรดิมาร แม้เพียงช่วงเวลาเล็กน้อยแต่ก็ทำ
ให้พวกเขาได้พักหายใจหายคอได้บ้าง อีกทั้งยัง
ฟืนฟูพลังขึ้นมาบ้างเล็กน้อย ซึ่งตอนนี้ทุกผู้คนก็
พร้อมจะต่อสู้เช่นกัน
เบื้องหลังพวกเขาคือ ทวีปแห่งทวยเทพ ในฐานะ
เป็นยอดฝีมือผู้แข็งแกร่ง พวกเขามีหน้าที่ปกปั้อง
ดินแดนแห่งนี้ ดังนั้นพวกเขาจึงไม่สามารถปล่อย
ให้ใครจากไปได้
“ หลิงหลง ไปเร็ว ” ประมุขศักดิ์สิทธิ์ไท่ซู มอง
ย้อนกลับไปยัง จี้ หลิงหลง ที่รอดพ้นจากความ
ตายมาได้อย่างหวุดหวิด
เมื่อสถานการณ์เป็นเช่นนี้ ก็ไม่มีประโยชน์ที่จะดึง
ดันอยู่ต่อไป ไม่ว่าจะเป็นจอมกระบี่แห่งซูซัน
ขุนพลแห่งนครจักรพรรดิเพลิง ฯลฯ ทั้งหมดกำลัง
ล่าถอย
หลังจากชีวิตได้ตกอยู่ในห้วงแห่งความเป็นความ
ตาย จี้ หลิงหลง ก็เริ่มฉุกคิดได้ว่าการดึงดันยืดเยื้อ
อยู่นี่หาได้มีประโยชน์อันใด นางหันหลังกลับแล้ว
พุ่งทะยานไปหากลุ่มยอดฝีมือของพรรคซ่างหยวน
คนอื่น ๆ เหลือเพียง หนานกง เหว่ย ,จิ่วอิง , กับ
อู่ อวี้ ซึ่งเป็นเปั้าหมายหลักของ จักรพรรดิมาร
ในขณะนี้ จักรพรรดิมาร กำลังจับจ้องมองมาที่ตัว
เขา คาดว่ามันจะต้องพุ่งมาหาเขาในไม่ช้า ซึ่ง
แน่นอนอาจจะทำให้ผู้อื่นได้รับภัยพิบัติพลอยฟั้า
พลอยฝนไปด้วย
” จิ่วอิง เจ้ากลับไปยังห้วงสมุทรเมฆาลวงตาซะ ”
อู่ อวี้ กล่าว
หลังจากที่ประสบกับช่วงเวลาความเป็นความตาย
มาหมาด ๆ จิ่วอิง ก็ไม่ต้องการที่จะทิ้งเขาไปแล้ว
หนีเอาตัวรอด เขาจึงกล่าวขึ้นว่า ” ถึงแม้จะเพิ่ง
รอดชีวิตกลับมาได้ แต่ถ้าเจ้าไม่หนีข้าก็ไม่มีเหตุผล
ที่จะไป ”
เซียนกระบี่กุ้ยหยาง ได้ส่ง หนานกง เหว่ย ให้ไป
รวมกลุ่มกับผู้ฝึกตนซูซันคนอื่น ๆ แล้ว อีกทั้งยังส่ง
จอมกระบี่ส่วนหนึ่งไปคอยคุ้มกัน หนานกง เหว่ย
พร้อมกับรีบถอยห่างออกไปทันที
พวกเขายังคงต้องการเห็นผลลัพธ์เท่านั้น ซึ่งถ้า
หากยอดฝีมือระดับ ก่อร่างกำเนิดจิตเทวะ ตกตาย
ไป พวกเขาคงทำได้แค่แยกย้ายกระจายกัน
หลบหนี หรือไม่ก็ออกจาก ทวีปแห่งทวยเทพตง
เสิ้ง ไปเสียให้ไกล
อู่ อวี้ ค่อย ๆ ก้าวถอยหลัง แต่ไม่ได้ถอยห่างไป
ไกลนัก เขาไม่สามารถเข้าใกล้คนอื่น ๆ ได้ เพราะ
ยามนี้ จักรพรรดิมาร กำลังจับจ้องมาที่เขา หากยัง
มีผู้อื่นมาคอยพัวพันอยู่ข้าง ๆ เกรงว่าพวกเขา
เหล่านี้จะต้องโดนลูกหลงไปด้วยเป็นแน่
” ข้าถามเจ้าว่า มีอะไรอยู่ในร่างของเจ้า? ”
จักรพรรดิมาร หาได้แยแส ประมุขศักดิ์สิทธิ์ไท่ซู
แม้แต่น้อย มันจับจ้องมองมาทาง อู่ อวี้ พร้อมกับ
ไต่ถามเขาด้วยน้ำเสียงเย็นยะเยือก
“ลงมือ!”
เจ้านครจักรพรรดิเพลิงร้องตะโกน!
ยอดฝีมือระดับก่อร่างกำหนดจิตเทวะมากกว่า 20
คนปล่อยพลังโจมตีเข้าใส่ จักรพรรดิมาร โดย
พร้อมเพรียงอีกครั้ง!
ไม่ว่าจะเป็น เจดีย์ประมุขฟั้า , กระจกแปดทิศซ่าง
หยวน รวมถึงศาสตราเต๋าวิถีแท้ชนิดอื่น ๆ โอบ
ล้อมโจมตีเขาใส่ จักรพรรดิมาร อย่างบ้าคลั่ง การ
โจมตีในแต่ละครั้งทรงพลังเพียงพอที่จะดับชีพของ
อู่ อวี้ ไม่รู้จะกี่ครั้งต่อกี่ครั้งแล้ว หลังจากจักรพรรดิ
มารรับการโจมตีร่างของมันก็ถูกฉีกกระชากเป็นชิ้น
ๆ ผ่านไปเพียงไม่นานนัก มันก็ฟืนคืนกลับมาใหม่!
ราวกับเป็นอมตะ!
ความสามารถในการกลืนกินของมันเป็นสิ่งที่ อู่ อวี้
หวั่นเกรงกลัวอย่างที่สุด
“ พวกเจ้าช่างไม่รู้จักหลาบจำ ไม่ยอมถอดใจพ่าย
แพ้ง่าย ๆใช่หรือไม่ ถ้าเช่นนั้น…ข้าจะช่วย
สงเคราะห์ส่งพวกเจ้าไปปรโลกทีละคน ๆ จนกว่า
ข้าจะรู้สึกพอใจ แล้วค่อยค้นหาคำตอบว่าสิ่งใดที่
อยู่ในร่างของ อู่ อวี้! ” ในที่สุด จักรพรรดิมาร ก็
เริ่มมีโทสะมันแผดเสียงร้องคำราม หลังจากนั้น
ร่างกายของมันก็กลายเป็นหมอกม้วนกวาดจะผ่าน
ไปทั่ว จากนั้นก็เริ่มเปิกฉากห่ำหั่นต่อสู้อย่างดุเดือด
จนบรรพตแลปฐพีสั่นสะเทือนอย่างรุนแรง ทันใด
นั้นก็ได้ยินเสียงกรีดร้องของคนผู้หนึ่ง หัวใจของ อู่
อวี้ รู้สึกบีบรัดตึงเครียดเป็นอย่างยิ่ง ในเวลานี้
จักรพรรดิมาร กำลังจับร่างยอดฝีมือระดับก่อร่าง
กำเนิดเทวะผู้หนึ่งเอาไว้ ท่ามกลางการโจมตีดั่ง
พายุคลั่งที่โหมกระหน่ำเข้ามาอย่างต่อเนื่อง มันได้
กลืนกินชายผู้นั้นลงไปในทันที
บัดนี้ได้ตกตายไปหนึ่งแล้ว!
หลังจากมันกลืนกินคนผู้นี้ลงไปพลังของ
จักรพรรดิมาร ก็ดูแกร่งกล้าขึ้น จิตวิญญาณเต็ม
เปียมสมบูรณ์ ดูน่าหวาดกลัวมากยิ่งขึ้นกว่าเก่า
เห็นได้ชัดว่า แต่ครั้งที่มันกลืนกินยอดฝีมือลงไป
มันก็จะแข็งแกร่งเพิ่มมากขึ้นเรื่อย ๆ สิ่งที่สำคัญยิ่ง
ไปกว่านั้นก็คือ มันสามารถใช้ ศาสตราวิถีแท้
รวมถึงพลังอิทธิฤทธิ์ของคนผู้นั้นได้!
คือพลังต่อต้านสวรรค์ เป็พลังที่น่าสะพรึงกลัว
อย่างยิ่ง!
“ผู้ใดจะเป็นรายต่อไป?” จักรพรรดิมาร ใช้
ศาสตราเต๋าวิถีแท้ 7-8 ชิ้น ห้ำหั่นเผชิญหน้ากับ
ยอดฝีมือ ทวีปแห่งทวยเทพ อย่างดุเดือด ซึ่งมัน
สามารถปัดปั้องกันการโจมตีได้อย่างสมบูรณ์ ด้วย
ท่าที่ผ่อนคลายยิ่ง พร้อมกับเหลือบมองพวกเขา
อย่างเย้ยหยัน ซึ่งการกระทำนี้ทำให้จิตใจของผู้คน
ต้องสั่นสะท้าน
ผู้ที่มันกลืนกินเข้าไปล้วนเป็นระดับประมุขพรรค
นิกายทั้งสิ้น
ในเวลานี้มันกำลังจับจ้อง เซียนกระบี่เหยากวง
เหมือนกับว่ามันคิดจะเริ่มกลืนกินจากผู้ที่อ่อนแอ
ที่สุด ไปถึงผู้แข็งแกร่งมากที่สุด และ เซียนกระบี่เห
ยากวง มีฝีมืออ่อนด้อยที่สุดในบรรดา 7 เซียน
กระบี่แห่งซูซัน ส่งผลให้ในเวลานี้มันเปลี่ยน
เปั้าหมายใหม่
” ก่อนหน้านี้ข้ากินบุรุษชักจะเริ่มเบื่อแล้ว ข้าจะ
ขอเปลี่ยนรสชาติซะหน่อยแล้วกัน คราวนี้ข้าจะกิน
สตรี และคนผู้นั้นคือเจ้า! ”
หลังจากนั้น บนร่างกายของมันก็มีแขนงอกเงย
ออกมาอีกสองสามข้าง เป็นเสมือนราวกับว่ามัน
ปรากฏขึ้นมาจากความว่างเปล่า จักรพรรดิมารใช้
แขน ควบคุมศาสตราเต๋าวิถีแท้แลพลังอิทธิฤทธิ์
บังคับให้ผู้อื่นล่าถอยออกไป ดวงตาทั้งคู่จับจ้องไป
ที่ เซียนกระบี่เหยากวง มันแลบลิ้นออกมาเลียริม
ฝีปากแล้วกล่าวว่า ” ผิวพรรณดูละเอียดลออเช่นนี้
ท่าทางเนื้อจะนุ่ม อาาา?ช่างน่ากินเสียเหลือเกิน ”
เมื่อ อู่ อวี้ ได้ยินเช่นนั้นโทสะภายในใจของเขาก็
เดือดระอุปะทุขึ้น ถ้าเขาฝีมือไม่อ่อนด้อยเช่นนี้เขา
คงกระโจนเข้าสู่สนามรบไปแล้ว แต่ไหนแต่ไรมา
เขาไม่เคยเกลียดผู้ใดจนออกท่าทีเช่นนี้ แต่การที่
จักรพรรดิมาร ทำต่อหน้าต่อตาเช่นนี้มันทำให้เขา
แทบทนไม่ไหวจริง ๆ
เมื่อแลเห็นว่า เซียนกระบี่เหยากวง ตกอยู่ในวิกฤติ
อันตราย 7 เซียนกระบี่ก็รู้สึกวิตกกังวลมากยิ่งขึ้น
ยิ่งถูกมันกลืนกินไปมากเท่าไร พลังของมันก็ยิ่ง
เพิ่มพูนแข็งแกร่งมากขึ้น การดำรงอยู่ของมันเป็น
เสมือนดั่งฝันร้าย ต่อให้เป็น ประมุขศักดิ์สิทธิ์ไท่ซู
หรือ เซียนกระบี่เทียนซู ก็ต้องเผาผลาญชีวิตของ
ตนเองเพื่อต่อสู้ห้ำหั่นกับมัน
ถึงแม้ว่า อู่ อวี้ จะมีเรื่องขัดแย้งบาดหมางกับซูซัน
แต่ถ้าพวกเขาทั้งหมดถูกทำลายจนแตกดับ มันก็
เป็นเรื่องโหดร้ายกับพวกเขามากเกินไป
นานมากแล้วที่พวกเขาไม่ได้เป็นเช่นนี้ ทั้งความ
ปรารถนาอันสูงล้ำ และ ความต้องการที่จะ
แข็งแกร่งมากยิ่งขึ้น ทำให้พวกเขาจมลงสู่สภาวะ
แห่งความบ้าคลั่ง
ในเวลานี้ จักรพรรดิมาร กำลังแสดงท่าทางผ่อน
คลายอย่างยิ่งยวด ทันใดนั้นเองแสงสีขาวก็ส่อง
สว่างสาดประกายจากดวงตาของมัน อาบไร้ไปทั่ว
ร่างของเซียนกระบี่เหยากวงที่อยู่เบื้องหน้า แสงสี
ขาวนี้ได้แปรเปลี่ยนกลายเป็นเปลวเพลิงลุกท่วมไป
ทั่วทั้งร่างของเซียนกระบี่เหยากวง นางไม่สามารถ
ขยับเขยื้อนเคลื่อนไหวได้แม้แต่น้อย ทำได้เพียง
จ้องมอง จักรพรรดิมาร ที่เข้ามาใกล้มากขึ้นเรื่อย
ๆ อย่างสิ้นหวัง!
ไม่มีผู้ใดอยากให้ตนเองตกตายไป ในสภาพที่ถูก
กลืนกิน!
นี่คือฝันร้ายที่ยากจะจินตนาการได้
จิตใจของ อู่ อวี้ สั่นสะท้านตกตะลึงเป็นอย่างยิ่ง
นี่คือช่วงเวลาที่ทุกคนรู้สึกสิ้นหวังมากที่สุด ถ้า
เซียนกระบี่เหยากวงตกตายไป ทุกคนจะตระหนัก
อย่างชัดเจนว่า หากฝืนดึงดันสู้ต่อไป จักรพรรดิ
มารจะแข็งแกร่งมากขึ้นเรื่อย ๆ หากมันกลืนกิน
ยอดฝีมือระดับก่อร่างกำเนิดจิตเทวะทั้งหมด มี
โอกาสเป็นไปได้กว่า เก้าส่วนว่า ความแข็งแกร่ง
ของมันจะทะยานขึ้นอย่างไรสิ้นสุด
ไม่ต้องสงสัยเลยว่า ทวีปแห่งทวยเทพจะต้องพัง
พินาศอย่างแน่นอน!
บัดนี้ อู่ อวี้ ถูกหมายตาเอาไว้ เช่นนั้นเขาย่อมไม่มี
ทางหนีไปไหนได้
ในช่วงเวลานี้ ทุกสรรพสิ่งเงียบเชียบราวกับความ
ตาย!
ทันใดนั้นเองเซียนกระบี่คนอื่น ๆ ในซูซัน ก็เริ่ม
จัดตั้งค่ายกลกระบี่ทันที พวกเขาไล่ล่าติดตาม
สังหารจักรพรรดิมารอย่างบ้าคลั่ง ศาสตราเต๋าวิถี
แท้ที่ถูกฟาดฟันโจมตีเข้าใส่เบื้องหลัง ได้ถูกปัด
ปั้องไว้ด้วยแขน 2-3 ข้างที่อยู่ด้านหลังของมัน
ทั้งเคล็ดวิชาเต๋า และ พลังอิทธิฤทธิ์ ถูกปลดปล่อย
โหมกระหน่ำโจมตีเข้าใส่มันอย่างบ้าคลั่ง หมาย
มาดสกัดกั้นขัดขวางมันเอาไว้ให้ได้
เซียนกระบี่เหยากวงรู้สึกสิ้นหวังเป็นอย่างยิ่ง
” รสชาติดีจริง ๆ ” จักรพรรดิมารหัวเราะอย่างชื่น
มื่น มันรู้สึกเพลิดเพลินกับการบดขยี้ผู้อื่น
อู่ อวี้ หลี่ตามอง
ทันใดนั้น อู่ อวี้ ก็สัมผัสได้ถึงความรู้สึกแปลก ๆ
เขาสัมผัสได้ถึงลมหายใจของมังกร สัมผัสได้ถึง
ทะเลอันกว้างใหญ่ไร้สิ้นสุด รู้สึกได้ถึงพลังอันไร้
ขีดจำกัดอย่างหาใดเปรียบมิได้ …
ทันใดนั้นเขาก็มองไปที่ด้านข้าง เขาไม่เคยคิดเลย
ว่าในเวลานี้ได้มีคนผู้หนึ่งมายืนอยู่ข้าง ๆ เขา คนผู้
นี้สวมใดกระโปรงยาวสีฟั้าอ่อน เส้นผมสีขาว
ประดุจหิมะ ยาวสยายประดุจธารน้ำตก อาภรณ์ที่
นางสวมใส่นั้นดูเรียบง่าย ใบหน้าเกลี้ยงเกลาไร้ซึ่ง
การขีดเขียนเติมแต่งใด ๆ ถึงกระนั้นรูปโฉมของ
นางก็ยังคงดูงดงามสะกดข่มมนุษย์ทุกผู้คนในใต้
หล้านี้ มีแค่นางเพียงคนเดียวเท่านั้น ที่ปรากฏตัว
มาจากสวรรค์เช่นนี้ มีแค่นางคนเดียวเท่านั้น ที่
สามารถแผ่กลิ่นอายมหาสมุทรออกมาได้เช่นนี้
ราวกับว่านางเป็นราชาแห่งท้องทะเลอันกว้างใหญ่
ไร้สิ้นสุด
รอยยิ้มของนางช่างอ่อนโยนนุ่มนวล สายตาของ
นางเปียมล้นไปด้วยความโหยหาคุ้นเคย อู่ อวี้ พร่ำ
คิดว่าภายในชีวิตนี้ยากที่จะได้พานพบเจอนางอีก
ครั้ง เขาไม่เคยคิดฝันเลยว่าในวันนี้นางจะปรากฏ
กาย แล้วก็พูดกับตัวเขา ” ขออภัย ที่ข้ามาช้า ”
ใช่แล้ว ผู้ที่มาก็คือลั่วผิน
อู่ อวี้ คิดว่านางได้กลับไปยังที่ ๆ นางจากมาแล้ว
“ ข้าไม่ได้ไปไกลนัก บังเอิญข้าได้พบพบเจอกับ
สถานที่ฝึกฝนบำเพ็ญเพียร พอข้าได้ยินข่าวว่า
ทวีปแห่งทวยเทพ กำลังตกอยู่ในภัยพิบัติ ข้าจึงรีบ
มาที่นี่ ” นางอธิบาย
การมาถึงของนางทำให้การต่อสู้ระหว่าง
จักรพรรดิมาร กับ ยอดฝีมือ ทวีปแห่งทวยเทพ
หยุดลงชั่วคราว ขณะ จักรพรรดิมาร กำลังจะกลืน
กิน เซียนกระบี่เหยากวง แล้วทันใดนั้นกลิ่นอายอัน
แข็งแกร่งรุนแรงก็ปรากฏขึ้น ทันใดนั้นมันก็กวาด
ตามองแล้วมาหยุดอยู่ตรง อู่ อวี้ ด้วยเพราะมีคน
มาเพิ่มขึ้น
เซียนกระบี่เหยากวง เมื่อเห็นโอกาสก็รีบหลบหนี
ทันที
สำหรับผู้คนที่อยู่ที่นี่ทั้งหมด เจ้านครจักรพรรดิ
เพลิง กับ จอมจักรพรรดิรู้ดีว่านางคือใคร นางคือ
มังกรเทวะที่แอบลอบเข้ามายัง คฤหาสน์มารกลืน
สวรรค์ กับ อู่ อวี้
“นี่คือ … มังกรตัวเป็น ๆ!” จักรพรรดิมาร นั้น
เดือดพล่านดั่งเพลิงเผาไหม้ มันจ้องมองลงไปบน
ร่างของ ลั่วผิน บางทีมันอาจเห็นอาหารอันโอชะ
เลิศรสที่สุดในโลก มันอดจึงไม่ได้ที่จะเลียริมฝีปาก
ช่วยได้ พร้อมกับแสดงสีหน้าหลงไหลออกมาเห็น
ได้ชัด
ลั่วผิน กับ อู่ อวี้ พูดคุยกันอย่างแผ่วเบา แต่เมื่อ
ดวงตาของนางตกลงที่ จักรพรรดิมาร ก็มีเพียง
ความเกลียดชังโกรธแค้นอย่างลึกล้ำเท่านั้นที่
ปรากฎออกมา ทันใดนั้นแรงกดดันอันน่าเกรงขาม
ของนางก็ระเบิดออกมา เหนือล้ำยิ่งกว่า ประมุข
ศักดิ์สิทธิ์ไท่ซู กับ ยอดฝีมือคนอื่น ๆ บางทีนี่อาจ
เป็นความแข็งแกร่งที่แท้จริงของนาง หากมองจาก
ภาพที่เกิดขึ้นดูเหมือนว่านาง จะมิได้อ่อนด้อยไป
กว่า จักรพรรดิมาร เลยแม้แต่น้อย!
” บรรพชนมารกลืนสวรรค์ ตระกูลมังกรเทวะของ
ข้าหดหายไปจวบจนถึงปัจจุบัน ขอบคุณสำหรับ
ของขวัญที่เจ้าอุตส่าห์มอบให้! ในวันนี้ข้าจะแก้
แค้นให้แก่บรรพชนของข้า!” มันคือความเกลียดชัง
ฝังแน่นของเผ่าพันธุ์ เมื่อนำมาเปรียบเทียบกับ
ความเกลียดชังที่มีอยู่ภายในใจของ อู่ อวี้ นั้นย่อม
รุนแรงมากกว่านัก
จักรพรรดิมาร หัวเราะเย้ยหยัน ” หึหึ ข้ามิใช่
บรรพชนมารกลืนสวรรค์! ”
” ข้าย่อมรู้ดี เจ้าเป็นเพียงแค่ส่วนหนึ่งของมัน
เท่านั้น ความชั่วของเจ้ายังนับว่าห่างไกลจากมัน
ยิ่งนัก” ลั่วผิน กล่าวขึ้นด้วยเสียงดังลั่น นี่คือ
ความรู้สึกแท้จริงของมังกร
เมื่อถูกเหยียดหยามเช่นนี้ โทสะของ จักรพรรดิมาร
ก็พุ่งพล่านขึ้นมาอย่างฉับพลัน ดวงตาอันแดงก่ำ
ของมันจับจ้องมองนางราวกับจะกินเลือดกินเนื้อ
นางคือคู่ต่อสู้ที่ทำให้มันรู้สึกริษยาอย่างที่สุด ทั้งยัง
เป็นคู่ต่อสู้ที่ทำให้มันคุ้มคลั่งมากที่สุดอีกด้วย
จักรพรรดิมาร กัดฟันแน่นแล้วกล่าวว่า ” เยี่ยม!
ข้าจะย่างเจ้าให้เหลืองอร่ามแล้วค่อยกิน รสชาติ
ของมังกรย่างคงจะอร่อยไม่น้อยทีเดียว โดยเฉพาะ
โลหิตอันทรงเกียรติของเจ้า”
สายตาของมันเปียมล้นไปด้วยความปรารถนาอัน
แรงกล้า
อู่ อวี้ ยังแอบวิตกกังวลห่วงใยนาง ด้วยเพราะไม่รู้
ว่าความแข็งแกร่งของนางอยู่ในระดับใด
“ให้ข้าร่วมด้วยอีกคนหรือไม่?” เจ้านครจักรพรรดิ
เพลิงไต่ถาม
ลั่วผิน ส่ายศรีษะแล้วกล่าวว่า ” ท่านเหนื่อยล้ามา
มากแล้ว เป็นเพราะความผิดข้า ที่เข้าไปใน
คฤหาสน์มารกลืนสวรรค์ ทำให้มันหลุดออกมาได้
ข้าจะขอเป็นผู้ไถ่โทษในครั้งนี้เอง ข้าขอสังหารมัน
ก่อนค่อยขออภัยท่านอีกครั้ง …”
อันที่จริงหายนะครั้งนี้ นาง กับ อู่ อวี้ ล้วนมีส่วน
เกี่ยวข้อง ซึ่งพวกเขายังไม่ล่วงรู้ในข้อนี้ แต่เป็น
เพราะนางอับจนไร้ซึ่งหนทาง หากนางไม่ได้ ‘เกล็ด
มังกรบรรพกาล’ นางก็อาจจะตกตาย
การที่ยังมายังที่แห่งนี้ ก็เพื่อรับผิดชอบในสิ่งที่ตน
เคยกระทำไว้
แน่นอนว่าการกระทำเช่นนี้ของนาง ทำให้ไม่มีผู้ใด
กล้าตำหนินาง เมื่อ อู่ อวี้ ได้ยินว่านางจะจัดการ
กับบรรพชนมารกลืนสวรรค์ด้วยตนเอง จิตใจของ
เขาก็รู้สึกตึงเครียดวิตกกังวลเป็นอย่างยิ่ง
” ไม่ต้องเป็นห่วงข้า รู้ไหมว่าตอนนี้เจ้ากำลังดูถูก
ข้าอยู่นะ ข้าไม่ได้อ่อนแอขนาดนั้น ” ลั่วผิน หัน
หลังกลับมา พร้อมกับส่งรอยยิ้มเจิดจ้าให้กับเขา
………………………………………………..
(´▽`).。o♡ เพลิน
กลืนสวรรค์สะท้านทวยเทพ