กลืนสวรรค์สะท้านทวยเทพ - ตอนที่ 508 : ใหทานครั้งใหญ
อู่ อวี้ ที่เคยไปยัง 4 หมู่เกาะตงหยางมาแล้ว
ในตอนนี้ 4 หมู่เกาะตงหยางน่าสังเวชถึงเพียงไหน
อู่ อวี้ ย่อมรู้ดี
บัดนี้ที่แห่งนี้ถูกความพินาศย่อยยับเข้าครอบคลุม
ไปทั่ว เขาคิดว่า ถ้าหากวันหนึ่ง 4 หมู่เกาะตงห
ยางจะสามารถกลายเป็นดินแดนที่เต็มไปด้วย
สันติภาพและความสงบสุขเช่นเดียวกับทวีปแห่ง
ทวยเทพ ก็คงจะดีไม่น้อย
สิ่งที่ไม่คาดคิดก็คือ สิ่งที่เขาคิดเอาไว้มันจะเกิดขึ้น
ได้อย่างรวดเร็วเช่นนี้
ในตอนนี้ 8 พญามัจจุราช ประมุข 4 พรรคใหญ่
และผู้ฝึกตนนอกรีตรีบระดับจอมมารทั้งหมด ได้ตก
ตายหายไปสิ้นแล้ว รากฐานของผู้ฝึกตนนอกรีต
นอกจาก ตัวหมิงซาน เสิ้งเสวี่ย ที่อยู่ในทะเล
ตะวันออก ก็ไม่หลงเหลือสิ่งใดอีก ส่วนทางด้าน
ของผู้ฝึกตน ก็ยังคงมีกองทัพขนาดใหญ่อยู่ ซึ่งนี่
เป็นโอกาสดีที่จะช่วยเหลือฉุด 4 หมู่เกาะทะเล
ตงหยางออกมาจากนรกขุมนี้!
เมื่อพวกเขาถาม อู่ เอวี้ ว่าต้องการที่จะไปด้วยกัน
หรือไม่ แน่นอนว่า อู่ อวี้ ย่อมไม่ลังเลแม้แต่น้อย
พยักหน้าตอบพวกเขากลับไป ถึงแม้ว่าจะเป็นพลัง
อันน้อยนิด แต่สำหรับ อู่ อวี่ แล้ว นี่เป็นเรื่องที่ดี
งามเรื่องหนึ่ง
ในตอนนี้ ลั่วผิน ได้จากไปแล้ว ในอนาคตเขา
จะต้องมุ่งมั่นในการฝึกตน ไม่จำเป็นจะต้องคอย
พะวงอีกต่อไป! ไม่เพียงแต่เขาเท่านั้น จิ่วอิง ก็ได้
เดินทางมาที่ 4 หมู่เกาะทะเลตงหยางกับเขาด้วย
เช่นกัน และเขาก็ยังเต็มใจที่จะจบเหตุการณ์ที่จะ
ถูกจารึกลงเป็นประวัติศาสตร์เหตุการณ์นี้ด้วย
เช่นกัน!
ดังนั้นหลังจากที่สิ้นสุดสงครามใหญ่ เจ้านคร
จักรพรรดิเพลิงและคนอื่นๆแทบจะไม่มีใครได้
พักผ่อน บัดนี้เขานำเหล่ายอดฝีมือ ทวีปแห่งทวย
เทพ ไปด้วย! ซึ่งตลอดทางพวกเขาก็ค่อยๆพักฟืน
กันทีละนิดจนสมบูรณ์พร้อมอีกครา!
ก่อนหน้านี้เป็นผู้ฝึกตนนอกรีตที่ต้องการจะโจมตี
ยึดครองทวีปแห่งทวยเทพ!
แต่ในตอนนี้ ผู้ฝึกตนแห่งทวีปแห่งทวยเทพกำลัง
มุ่งหน้าไปยัง 4 หมู่เกาะทะเลตงหยางเพื่อเอาคืน!
เจ้านครจักรพรรดิเพลิงและจอมจักรพรรดิ แยกกัน
ควบคุมเรือรบทมิฬและเรือรบทองคำ ที่รองรับ
ผู้คนจำนวนมหาศาล ประมุขพรรคและยอดฝีมือ
ของพรรคนิกายอื่นๆ ก็ยังมีสิ่งของบางอย่างที่ช่วย
ในการเดินทางเช่นกัน ขุมอำนาจมหาศาล กำลังมุ่ง
หน้าไปยังทะเลตะวันออก!
ตลอดทางพลันปรากฎผู้ฝึกตนนอกรีตจำนวนมาก
หลบหนีไปอย่างตื่นตระหนก ซึ่งผู้ฝึกตนนอกรีต
เหล่านี้ล้วนเป็นเปั้าหมายของผู้ฝึกตนบนทวีปแห่ง
ทวยเทพ
สำหรับพวกมันที่คิคจะยึดครองทวีปแห่งทวยเทพ
ซึ่งต้องการเปลี่ยนทวีปแห่งทวยเทพให้กลายเป็น
ขุมนรกอีกแห่งของผู้ฝึกตนนอกรีต มันเป็นสิ่งที่ไม่
อาจจะให้อภัยได้! ถึงแม้ว่าในตอนนี้พวกมันได้
กระจัดกระจายกันออกไป แต่ผู้ฝึกตนบนทวีปแห่ง
ทวยเทพก็ยังสามารถไล่ล่าพวกมันได้อย่างสบายๆ
เพราะว่าผู้แข็งแกร่งที่สุดของผู้ฝึกตนนอกรีต
ในตอนนี้ก็อยู่เพียงแค่ขั้นตำหนักม่วงทะเลมรกต
ระดับที่ 7 เพียงเท่านั้น
หลังจากที่ไล่ล่าทันแล้ว ก็ได้เกิดการเข้าล้างบาง
กว่าร่วมล้านชีวิต! การต่อสู้ของยอดฝีมือก่อนหน้า
นี้ ผู้ฝึกตนบนทวีปแห่งทวยเทพยังไม่ได้ออกแรง
เลยแม้แต่น้อย ดังนั้นจึงสามารถรักษากำลังรบ
เกือบทั้งหมดเอาไว้ได้ ทำให้พลังอำนาจในตอนนี้
เรียกได้ว่ามีมากมายมหาศาล
อู่ อวี้ ไม่ได้ใช้ร่างจริงของเขาในการลงมือ แต่ใช้
ร่างอวตารนับ 1,000 ของเขาเข้าร่วม เหล่าผู้ฝึก
ตนนอกรีตไม่มีผู้ใดที่จะต้านทานได้ไหว ในด้าน
ของความสามารถแล้ว ไม่ค่อยมีผู้ใดจะสามารถ
เปรียบเทียบกับ อู่ อวี้ ได้
ผู้ฝึกตนนอกรีตในตอนนี้กลายเป็นเพียงแค่พวก
กากเดน ซึ่ง อู่ อวี้ รู้ดียิ่งกว่าใครๆ ในกลุ่มนี้หาก
ปล่อยให้เหลือรอดไปได้สักคน พวกมันก็จะต้อง
กลับมาแก้แค้น ซึ่งมันอาจจะนำหายนะมาสู่ปุถุชน
บนทวีปแห่งทวยเทพหรือว่า 4 หมู่เกาะทะเลตงห
ยางในภายภาคหน้าได้ การฝึกตนบนเต๋าของมาร
มันเป็นเต๋าที่ชั่วร้าย ซึ่งคนกลุ่มนี้ชั่วช้าสามานย์
อย่างยิ่ง การฝึกตนของพวกมันจะต้องเดินไปบน
เส้นทางที่โหดร้ายและปั่าเถื่อน ซึ่งพวกเขาย่อมมิ
อาจจะรับได้! จึงไม่อาจจะไว้ชีวิตพวกมันได้แม้แต่
คนเดียว
นี่คือการไล่ล่าสังหารอย่างเต็มกำลัง!
การไล่ล่าสังหารอย่างน่าเวทนาได้ดำเนินไปอย่าง
ยาวนานจนทะเลตะวันออกบัดนี้ตลอดทางเต็มไป
ด้วยสายโลหิต ในช่วงเวลา 1 เดือนมานี้ ไม่ว่าใคร
ต่างก็กระทำเพียงสิ่งเดียวนั่นคือ ‘ล้างบาง’ ผู้ฝึก
ตนนอกรีต บนทวีปแห่งทวยเทพมียอดฝีมือและ
พลังรบจำนวนมหาศาล ดังนั้นพวกเขาจึงอยู่ใน
สภาพที่สมบูรณ์พร้อม พวกเขาสังหารผู้ฝึกตนนอก
รีตตลอดทาง จนในที่สุดก็ได้มาถึง 4 หมู่เกาะทะเล
ตงหยาง ทะเลตะวันออกกว้างใหญ่ไพศาล แต่
กระนั้นเกือบทั่วทุกพื้นที่ก็ยังเต็มไปด้วยร่องรอย
โลหิตสีแดงฉาน!
เมื่อผู้ฝึกตนแห่งทวีปแห่งทวยเทพกลุ่มแรกยกพล
มาถึง 4 หมู่เกาะทะเลตงหยาง ความจริงที่ผู้ฝึกตน
นอกรีตมุ่งหน้าไปยังทวีปแห่งทวยเทพ คนที่
สามารถกลับมาได้อย่างปลอดภัยกลับมีไม่ถึง 1 ใน
10 แต่ถึงแม้ว่าจะหลบหนีมายัง 4 หมู่เกาะทะเล
ตงหยาง พวกมันก็ยังไม่ปลอดภัย อย่างมากก็ทำได้
เพียงแค่หลบหนีต่อไป ส่วนคนที่เหลือ ถ้าไม่ตายที่
ทะเลตะวันออก ก็จะเปลี่ยนทิศทางแล้วมุ่งหน้า
หลบหนีไปยังพื้นที่อันแสนห่างไกล
วิหารพญายมถูกทำลายไปแล้ว กระแสน้ำวนทะเล
ตะวันออกก็ไม่มีผู้ฝึกตนนอกรีตอีกต่อไป ดังนั้นจึง
จำเป็นที่จะต้องยึดครอง 4 หมู่เกาะทะเลตงหยาง
เท่านั้น นครจักรพรรดิเพลิง นิกายเซียนซูซัน
พรรคซ่างหยวน และ นิกายทัพเซียนสวรรค์ แบ่ง
ดูแลกันไปคนละเกาะ เกาะที่นครจักรพรรดิเพลิง
ดูแลก็คือ ‘เกาะเจ้าบูรพา’ เมื่อ อู่ อวี้ มาถึงที่นี่
เขาก็ได้แสดงความปรารถนาดั้งเดิมของเขาออกมา
ภายในเวลาอันสั้น ก็สามารถยึดครอง เกาะเจ้า
บูรพา ได้สำเร็จ
เมื่อเจ้านครจักรพรรดิเพลิงทำการประกาศ ตั้งแต่
นั้นเป็นต้นมาปุถุชนที่อยู่บน 4 หมู่เกาะทะเลตงห
ยาง จึงได้ถูกปลดปล่อยจากการเป็นทาสของผู้ฝึก
ตนนอกรีต ไม่ต้องตกอยู่ภายใต้การควบคุมของผู้
ฝึกตนนอกรีตอีกต่อไป หลังจากนี้พวกเขาสามารถ
มีชีวิตที่สงบสุขได้แล้ว สามัญชนทั่วทั้งเกาะเจ้า
บูรพากำลังโห่ร้องอย่างปลื่มปิติ หลังจากที่พวกเขา
ถูกกดขี่มาหลายปี ไม่เคยได้ลิ้มรสชาติของอิสระ
ถ้าหากพวกผู้ฝึกตนนอกรีตสั่งให้พวกเขาต้องตาย
พวกเขาก็ต้องตาย ไม่อาจหลบหนีได้ ผู้ฝึกตนทวีป
แห่งทวยเทพแทรกซึมเข้าไปทั่วทั้งเกาะเจ้าบูรพา
อย่างรวดเร็ว ทำให้เหล่าผู้ฝึกตนนอกรีตไม่อาจจะ
หลบหนีไปไหนได้!
4 หมู่เกาะทะเลตงหยาง ถูกเปลี่ยนแปลงไปด้วย
ความเร็วที่น่ากลัว ทางฝังทวีปแห่งทวยเทพ ได้
เผยแพร่แม้กระทั่งเคล็ดวิชาฝึกตนบางอย่างให้กับ
เหล่าปุถุชน ทำให้พวกเขาสามารถเดินไปบนวิถี
แห่งการเป็นเซียนได้
การเปลี่ยนแปลง 4 หมู่เกาะทะเลตงหยาง มันเป็น
เรื่องที่ต้องใช้ระยะเวลานาน ด้านหนึ่งต้องคอย
จัดการผู้ฝึกตนนอกรีตอย่างต่อเนื่อง อีกด้านหนึ่งก็
จะต้องใช้เคล็ดวิชาเต๋าต่างๆ คอยเปลี่ยนแปลงวิถี
ชีวิตของเหล่าปุถุชน นอกจากนี้ยังต้องมีผู้ฝึกตน
คอยประจำการอยู่ที่นี่ คิดซะว่าสถานที่แห่งนี้เป็น
ทวีปแห่งทวยเทพอีกแห่งหนึ่ง
มันอาจจะต้องใช้เวลาหลายสิบปี เมื่อถึงวันนั้น ที่
แห่งนี้ก็เป็นอาณาเขตของทวีปแห่งทวยเทพที่ยืด
ขายออกไปทางตะวันออก
อู่ อวี้ ใช้อาศัยอยู่ที่นี่เป็นเวลา 2 เดือน ด้วยที่เขา
มีร่างอวตารถึง 1,000 ร่าง เขาจึงสามารถ
สังหารผู้ฝึกตนนอกรีตไปแล้วจำนวนนับไม่ถ้วน ทั้ง
ยังได้ช่วยชีวิตปุถุชนมากมายไปแล้วไม่น้อย เมื่อ
สถานการณ์ภายใน 4 หมู่เกาะทะเลตงหยางเริ่มมี
ความมั่นคงมากขึ้น จึงเป็นการยากมากที่จะพบกับ
ผู้ฝึกตนนอกรีต กระทั่งควานหาไปรอบๆก้ยังไม่พบ
แม้แต่เงา เขาจึงกล่าวอำลาสถานที่แห่งนี้ เตรียม
ตัวกลับไปที่ทวีปแห่งทวยเทพ
ตามที่คาดไว้ ตัวหมิงซาน เสิ้งเสวี่ย กับ เทียน
ไห่อวี้ ฝูเหยา ได้หายสาบสูญ
เมื่อได้ยินข่าวเกี่ยวกับความพ่ายแพ้ของจักรพรรดิ
มาร ก็เป็นไปไม่ได้ที่พวกมันจะไม่หลบหนีไป
สำหรับพวกมันที่ต้องการหลบซ่อนตัวเพื่อการรอ
คอยการกลับมาแก้แค้น ก็จำเป็นจะต้องหลบหนีไป
ยังสถานที่ที่ห่างไกลแต่ก็ไม่อาจจะรู้ได้ เจ้านคร
จักรพรรดิเพลิงกล่าวว่า ถ้าหากคนผู้นี้ต้องการที่จะ
ล้างแค้นทวีปแห่งทวยเทพ เช่นนั้นเมื่อถึงเวลานั้น
พวกมันก็จะต้องชดใช้อย่างแน่นอน
เมื่อผู้ฝึกตนนอกรีตหายไปแล้ว เชื่อว่า ตัวหมิงซาน
เสิ้งเสวี่ย ก็น่าจะดูออก
ภายใต้การปราบปรามอย่างรุนแรงของผู้ฝึกตน
จากสถานการณ์ที่วุ่นวายก็มั่นคงขึ้นอย่างรวดเร็ว
ตอนนี้ผู้ฝึกตนนอกรีตที่เหลืออยู่ ทำได้เพียงแค่
หลบหนีไปยังสถานที่อื่น หลบซ่อนตัว ปกปิด
ตัวเอง แทรกซึมลงไปปะบนบนทวีปแห่งทวยเทพ
หรือว่า 4 หมู่เกาะทะเลตงหยาง โดยไม่กล้าที่จะ
ใช้เคล็ดวิชาของสายนอกรีตอีกต่อไป
ผู้ฝึกตนส่วนใหญ่ไม่ได้รั้งอยู่แต่ในพรรคนิกาย ทุก
ผู้คนออกกระจายไปทั่วฟั้าดิน หากปรากฎผู้ฝึกตน
นอกรีต พวกมันจะถูกสังหารอย่างไม่ปรานี
4 หมู่เกาะทะเลตงหยางเริ่มจะกลายเป็นสถานที่ใน
อุดมคติของ อู่ อวี้ เรื่อยๆ ความมีชีวิตชีวาเข้าปก
คลุม เหล่าปุถุชนที่อยู่อย่างโดนกดขี่มานาน ก็เริ่มที่
จะปรากฏเป็นรอยยิ้มขึ้นมา สามารถมองเห็นที่
แห่งนี้ค่อยๆฟืนฟูขึ้นมาช้าๆ อู่ อวี้ จึงรู้สึกสบายอก
สบายใจเป็นอย่างยิ่ง เขารู้ว่า ไม่ว่าตัวเขาจะ
สังหารผู้ฝึกตนนอกรีตไปมากมายนั้น ถือเป็นความ
ดีอย่างหนึ่ง! เมื่อในใจของเขารู้สึกปิติยิ่งแล้ว
ขอบเขตเต๋าของเขาก็พุ่งทะยานขึ้นอย่างรวดเร็ว
โดยเฉพาะอย่างยิ่งตอนที่เผชิญหน้ากับจักรพรรดิ
มาร ถือเป็นประสบการณ์อันยิ่งใหญ่ที่ยากจะพบ
พาน
เจ้านครจักรพรรดิเพลิงและจอมจักรพรรดิ และคน
อื่นๆ ยังคงไปๆมาๆระหว่างทวีปแห่งทวยเทพและ
ทะเลตะวันออก งานของพวกเขายุ่งมากทีเดียว
ยามที่ อู่ อวี้ กลับไปที่นครจักรพรรดิเพลิง ในเวลา
นี้เหล่าพี่น้องในค่ายเทียมฟั้าก็ยังคงประจำการอยู่ที่
อาณาจักรบูรพาเยว่อู่ ซึ่งก่อนหน้านี้ อู่ อวี้ กลับไป
ที่อาณาจักรบูรพาเยว่อู่ ค้างแรมอยู่ 2-3 วัน
จากนั้นจึงค่อยกลับไปที่นครจักรพรรดิเพลิง
นครจักรพรรดิเพลิงค่อนข้างเงียบเหงากว่าแต่ก่อน
แต่นี่ถือว่าเป็นเรื่องที่ดี มันอธิบายได้ว่าผู้ฝึกตน
จำนวนมาก กำลังไล่ฆ่าสังหารผู้ฝึกตนนอกรีตอยู่
ซึ่งมันเป็นสิ่งที่ดีกับตัวพวกเขาเอง
ลั่วผินได้ทิ้งสิ่งของให้ตัวเขามากมาย ภายในนั้นยัง
มีสมบัติที่ประเมินค่าไม่ได้เช่น ‘ศาสตราเต๋าวิถีแท้’
อยู่ถึง 6 ชิ้น แต่น่าเสียดายที่ศาสตราเต๋าวิถีแท้ทั้ง
6 ชิ้นนี้ ต่างก็เป็นของ พญามัจจุราชและประมุข
พรรค ที่เป็นผู้สร้างศาสตราเต๋าวิถีแท้แต่ละชิ้น
ขึ้นมา โดยทั่วไปแล้วมันจะต้องใช้ชีวิตคนมากกว่า
ล้านชีวิตในการแลกเปลี่ยน มันต้องอาบโลหิตและ
วิญญาณจำนวนมหาศาล ฉะนั้นไม่ต้องกล่าวถึงนำ
ออกมาใช้ เพียงแค่อยู่กับตัว อู่ อวี้ เองก็รู้สึกไม่
สบายใจแล้ว ดังนั้นเขาจึงไม่รู้วิธีในการที่จะจัดการ
กับศาสตราเต๋าวิถีแท้เหล่านี้อย่างไร หากมีคน
ต้องการที่จะทำลายศาสตราเต๋าวิถีแท้เหล่านี้ เชื่อ
ได้ว่า อู่ อวี้ ก็ย่อมไม่ปฏิเสธ
หากเรื่องเกี่ยวกับสิ่งของเหล่านี้ถูกแพร่กระจาย
ออกไป มันก็รังแต่จะนำมาซึ่งภัยพิบัติมาสู่เขา
โชคดีที่เม็ดยาปราณมรกตของผู้ฝึกตนนอกรีตไม่ได้
แตกต่างกันมาก พวกมันต่างก็ใช้วิธีการและวัสดุ
แทบจะไม่แตกต่างกัน ลั่วผิน ได้นำสิ่งของที่อยู่บน
ร่างของยอดฝีมือขอบเขตจิตเทวะทั้ง 6 ออกมา
และส่งมอบมันให้กับ อู่ อวี้ เขาไม่กล้าที่จะ
จินตนาการว่าสิ่งของภายในนั้นมีมากมายมหาศาล
เท่าไหร่ แต่ไหนแต่ไรมา อู่ อวี้ ไม่เคยร่ำรวยเช่นนี้
มาก่อน
เขาได้นับมาแล้วหลายรอบ แต่เขาไม่อาจจะอดทน
นับมันได้จบหมด สมบัติมากมายมหาศาลเช่นนี้มัน
ทำให้คนผู้หนึ่งรู้สึกว่าชั่วชีวิตนี้ก็ไม่อาจจะใช้มันได้
หมด
เพียงแค่เม็ดยาปราณมรกตที่อยู่ในนั้นก็มีอยู่นับ
ล้านเม็ดแล้ว
หลังจากนี้ดูเหมือนว่า อู่ อวี้ จะไม่ต้องกังวล
เกี่ยวกับปัญหาด้านการเงินอีกต่อไป กล่าวได้ว่าใน
ขณะนี้ อู่ อวี้ ยังร่ำรวยมากกว่าเจ้านครจักรพรรดิ
เพลิงเสียอีก
หลังจากที่เขากลับมาที่นครจักรพรรดิเพลิง ก่อน
อื่นเขาได้ทุ่มเทความสนใจไปกับเรื่องเดียว นั่นคือ
การกลืนกินเม็ดยาปราณมรกต เพื่อขยายตำหนัก
ม่วงของเขา ในความเป็นจริงในตอนนี้เขาได้มี
ความรู้แจ้งเพียงพอ และสามารถเข้าใจรู้แจ้งใน
เต๋าได้อย่างลึกซึ้ง อีกทั้งในยามที่เขาได้ขยาย
ตำหนักม่วง เขาก็ได้รู้แจ้งเกี่ยวกับเต๋ามากยิ่งขึ้น
พวกมันทั้งหมดได้แปรเปลี่ยนกลายเป็นแก่นแท้
ของแก่นแท้ตำหนักม่วง ถ่ายทอดพวกมันเข้าไป
เมื่อเงื่อนไขทุกอย่างสุกงอม
หลังจากผ่านไปไม่กี่วัน ความแข็งแกร่งของ อู่ อวี้
ก็ได้ทะลวงเข้าสู่ขั้นตำหนักม่วงทะเลมรกตระดับที่
3!
ในตอนนี้ถึงแม้ว่า อู่ อวี้ จะมีร่างอวตารอยู่
มากมาย แต่ อู่ อวี้ ก็ไม่จำเป็นที่จะต้องพิจารณา
ถึงปัญหาในการบริโภคทรัพยากรของร่างอวตาร
หลังจากที่เขาก้าวสู่ขอบเขตใหม่ เขาก็ปล่อยให้
ร่างอวตารทั้งหลายดูดกลืนเม็ดยาปราณมรกตเข้า
ไป ในตอนนี้พวกมันต้องการเท่าไหร่เขาก็มีให้
เท่านั้น ภายใต้การสนับสนุนของเม็ดยาที่เพียงพอ
ไม่นานหลังจากนั้น ร่างอวตารทั้ง 1,000 ร่าง
ของเขา ทั้งหมดก็ได้ไต่มาถึงระดับตำหนักม่วง
ทะเลมรกตขั้นที่ 3 ซึ่งเป็นเพดานสูงสุดในยามนี้
และถ้าเป็นการเผชิญหน้ากันหนึ่งต่อหนึ่ง เมื่อ
เผชิญหน้ากับผู้ฝึกตนขั้นตำหนักม่วงทะเลมรกต
ระดับที่ 6 ก็ย่อมไม่เป็นปัญหาอีกต่อไป!
กองทัพร่างอวตารของเขา มีพลังและน่ากลัวมาก
ยิ่งขึ้น
หลังจากนั้น อู่ อวี้ ก็ยังมีเรื่องที่สำคัญยิ่งกว่าอีก 1
เรื่องที่ต้องสะสาง
ในการต่อสู้บนทะเลตะวันออก เขาได้เห็นถึงความ
น่ากลัวของศาสตราเต๋าวิถีแท้ของ 8 พญายมและ
ยอดฝีมือบนทวีปแห่งทวยเทพ
แม้แต่ มู่หรง ซวี่ , เปั่ยซาน ม่อ และคนอื่นๆ ยัง
สามารถใช้ศาศตราเต๋าวิถีแท้ได้ แล้วทำไมเขาจะ
ใช้มันไม่ได้บ้างเล่า? ในมือของเขาตอนนี้มีเสา
มังกรสมุทรคลั่งที่เหมาะสมกับเขาอย่างไม่มีที่
เปรียบ
ในการต่อสู้บนทะเลตะวันออก อู่ อวี้ ได้แสดงวิชา
ทั้งหมดของเขาออกมา เชื่อว่าเสามังกรสมุทรคลั่ง
ก็เห็นเช่นกัน โดยเฉพาะความสัมพันธ์ระหว่าง อู่
อวี้ กับ ลั่วผิน
ภายในค่ายเทียมฟั้า เขาอยู่ในห้องฝึกตนของ
ตัวเอง อู่ อวี้ ได้นำเสามังกรสมุทรคลั่งออกมา วาง
ไว้อยู่ตรงกลางห้อง เขายืนอยู่เบื้องหน้าเสามังกร
สมุทรคลั่ง รอบด้านเต็มไปด้วยร่างอวตารทั้ง
1,000 ร่างยืนจัดการบวนทัพอยู่ด้านหน้าของ
เสามังกรสมุทรคลั่ง พวกมันแต่ละร่างเหมือนกันไม่
มีผิดเพี้ยน พวกมันส่งแรงกดดันมายังเสามังกร
สมุทรคลั่ง ซึ่งมันก็มากเพียงพอ!
อู่ อวี้ เข้าใจว่าหากต้องการที่จะเป็นเจ้านายของ
เสามังกรสมุทรคลั่งเล่มนี้ จะต้องมีความผูกพันธ์
ลึกซึ้งกับมันเพียงพอ ถ้าไม่ใช่ตนที่ปลดแอกนำมัน
ออกมาจาก วิหารพญายม ก็ย่อมไม่สามารถได้รับ
ความไว้วางใจจากมันเช่นนี้ และหากเป็นเช่นนั้น
เขาก็ย่อมไม่สามารถสยบมันลงได้อย่างแน่นอน!
ด้วยพลังของเขาในยามนี้ ผนวกกับศาสตราเต๋าวิถี
แท้เช่นเสามังกรสมุทรคลั่ง หลังจากที่สยบมันได้
สำเร็จ ความแข็งแกร่งของเขาก็ย่อมก้าวกระโดด
ขึ้นฉับพลันอย่างแน่นอน!
………………………………………………..
(´▽`).。o♡ เพลิน
กลืนสวรรค์สะท้านทวยเทพ