กลืนสวรรค์สะท้านทวยเทพ - ตอนที่ 509 : ศาสตราเตาวิถีแทอันยากจะสยบ
นครจักรพรรดิเพลิง
ในเมืองเขตชั้นใน เนื่องจากว่าทัพเซียนจักรพรรดิ
เพลิงทั้งหมดอยู่บนทวีปแห่งทวยเทพและทะเลตง
ไห่ กำลังทำการกวาดล้างผู้ฝึกตนนอกรีตที่
หลงเหลือ ดังนั้นภายในเมืองเขตชั้นในจึงราวกับ
เมืองร้าง
ทำให้การเดินออกมายังภายนอกจึงยากยิ่งที่จะพบ
เจอผู้คน
ในตอนนี้ อู่ อวี้ เตรียมพร้อมที่จะสยบ ‘เสามังกร
สมุทรคลั่ง’ รอบด้านต่างก็เต็มไปด้วยความเงียบ
สงัด ทั้งค่ายเทียมฟั้าและรวมถึงค่ายมังกรครามที่
อยู่ถัดไปก็ไม่มีการเคลื่อนไหวใดๆเช่นกัน
เป็นเพราะ ลั่วผิน ได้จากไปแล้ว
ภายในห้องฝึกตนที่เต็มไปด้วยความมืดมิด เสา
มังกรสมุทรคลั่งกำลังส่องแสงประกายราวกับหยก
บริสุทธิ์ ปลดปล่อยแสงสีฟั้าครามออกมา ทำให้
ห้องอันมืดมิดราวกับจมลงสู่ห้วงลึกในมหาสมุทรก็
มิปาน
ดวงตาบนรูปแกะสลักมังกรเทวะสีฟั้าคราม ที่ราย
ล้อมรอบศาสตราเต๋าวิถีแท้ชิ้นนี้เอาไว้ กำลังเปล่ง
ประกายจับจ้องมายัง อู่ อวี้ ดูเหมือนกับมันกำลัง
ถาม อู่ อวี้ ว่าเขาได้เตรียมการพร้อมหรือว่ามี
ความกล้าพอแล้วหรือยัง
แน่นอนว่า อู่ อวี้ ได้เตรียมตัวเตรียมใจพร้อมแล้ว
เขาฝั่าทะลวงมายังขั้นตำหนักม่วงทะเลมรกตระดับ
ที่ 3 ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่สมบูรณ์พร้อมที่สุด! ใน
เวลานี้เขาต้องผ่าทะลวงไปในครั้งเดียว!
รอบตัวของเขามีร่างอวตารนับพันร่างคอย
ช่วยเหลือ!
ในตอนที่เขากำลังจะสยบศาสตราเต๋าวิถีแท้ ร่าง
อวตารก็ไม่ได้ช่วยอะไรมากนัก แต่การจัดแถวเบื้อง
หน้านี้ สามารถสร้างแรงกดดันให้กับเสามังกร
สมุทรคลั่งได้ส่วนหนึ่งเท่านั้น แต่ก็นับว่าได้ผล
ทีเดียว
ตัวอย่างเช่น มู่หรง ซวี่ และคนอื่นๆ เนื่องจากว่า
พวกมันได้รับสืบทอดมรดกมาโดยตรงจึงทำให้
สามารถควบคุมศาสตราเต๋าวิถีแท้ ซึ่งแตกต่างกับ
อู่ อวี้ บัดนี้ เขาพึ่งพากำลังของตนเองในการสยบ
ศาสตราเต๋าวิถีแท้ แน่นอนว่ามันจะต้องลำบาก
ยากเย็นมากกว่าไม่รู้กี่เท่า
ในเวลานี้ดวงตาของเขาเต็มไปด้วยความเด็ดเดี่ยว
เอื้อมมือออกไปแตะเสามังกรสมุทรคลั่งในตำแหน่ง
คอของมังกรเทวะสีฟั้าครามอย่างฉับพลัน ทันใด
นั้นคนเร่งยกมันด้วยพละกำลังอันมหาศาล
ในพริบตา เสามังกรสมุทรคลั่งก็ได้ดิ้นรนอย่าง
รุนแรง ระเบิดลำแสงสีฟั้าที่มีความคล้ายคลึงกับ
ระลอกคลื่นอันเชี่ยวกรากของมหาสมุทร เมื่อมองดู
แล้วมันอาจจะไม่ได้หนักหนาอะไรมากนัก แต่
ความเป็นจริงตัวเสากลับมีน้ำหนักมากถึงหมื่นจิน!
“ตูมมมมมม!”
อู่ อวี้ ใช้พลังของแก่นแท้ตำหนักม่วงผนวกกับพลัง
กายเนื้อ ต่อต้านการดิ้นรนของศาสตราเต๋าวิถีแท้
ชิ้นนี้ นี่คือการประชันด้วยกำลัง! มันคือศาสตรา
เต๋าวิถีแท้ที่แท้จริง เมื่อมันถูกกดดันโดย อู่ อวี้ มัน
ย่อมไม่ยอมแพ้ พร้อมส่งระลอกคลื่นมากมาย
ออกมาปะทะอย่างบ้าคลั่ง พยายามดิ้นรนหลุดออก
จากการควบคุมของ อู่ อวี้
นอกจากการประชันพละกำลังของแก่นแท้ตำหนัก
ม่วงที่ผนวกกับกายเนื้อกับเสามังกรสมุทรคลั่ง ยังมี
การประชันกันอีกอย่างหนึ่ง ซึ่งมันสำคัญยิ่งกว่า!
นั่นคือการประลองในด้านของจิตวิญญาณ ซึ่งถือ
เป็นสิ่งที่สำคัญที่สุด!
มันเป็นเหมือนกับการทำให้สัตว์ร้ายเชื่อง การใช้
พละกำลังสะกดข่มอีกฝั่ายยังคงไม่เพียงพอ ยังต้อง
สยบจิตวิญญาณของมันด้วย! ความยากลำบากใน
การสยบศาสตราเต๋าวิถีแท้ชิ้นนี้ เมื่อเทียบกับการ
สยบศาสตราสถิตวิญญาณมิอาจนำมาเทียบได้
แม้แต่น้อย
ในช่วงเวลาแรกที่กำลังทำการควบคุมศาสตราเต๋า
วิถีแท้ เขารู้สึกเหมือนกับกำลังตกลงไปใจกลาง
มหาสมุทรอันไร้ขอบเขต และมหาสมุทรผืนนี้มัน
ใหญ่กว่าจินตนาการของเขาอย่างมหาศาล มัน
เปรียบดั่งทะเลตะวันออกซึ่งมีมวลน้ำที่หนาแน่นยิ่ง
และ อู่ อวี้ ก็กำลังลอยอยู่บนพื้นผิวของมหาสมุทร
มองไปสุดสายตาก็ยังไม่เห็นจุดสิ้นสุด!
อย่างไรก็ตามมหาสมุทรผืนนี้ไม่ได้เยือกเย็นแต่
อย่างใด แต่มันกลับร้อนเป็นอย่างยิ่ง ทั่วทั้ง
มหาสมุทรเป็นเหมือนกับน้ำที่ถูกต้มจนเดือด ม้วน
กวาดไปมาอย่างต่อเนื่อง!
หากลองมองใกล้ๆ มหาสมุทรนี้ไม่ใช่น้ำจริงๆ แต่
เป็นเหมือนกับของเหลวชนิดหนึ่ง เป็นเปลวเพลิงสี
คราม! บางครั้งมันก็มีรูปร่างเป็นของเหลว แต่
บางครั้งมันก็กลายเป็นเปลวเพลิงสีครามอันแสน
จะร้อนแรง อันที่จริงแล้วมหาสมุทรที่ไร้จุดสิ้นสุดนี้
มันเป็นการก่อตัวกันของเปลวเพลิงสีครามที่
เบียดเสียดแออันแน่นหนา จนกลายเป็นภาพที่น่า
คล้ายคลึงกับมหาสมุทร
สภาพแวดล้อมเช่นนี้อยู่เหนือล้ำจินตนาการของ อู่
อวี้ อย่างมาก
แต่นี่ก็ไม่ได้ผิดปกติอะไร นั่นก็เพราะว่า เสามังกร
สมุทรคลั่งไม่ใช่ศาสตราเต๋าวิถีแท้ที่ถูกสร้างขึ้นจาก
ธาตุ ‘วารี’ แต่มันถูกสร้างขึ้นจากธาตุ ‘อัคคี’
ทั้งวงเวทศาสตราส่วนใหญ่ล้วนมีความเกี่ยวข้อง
กับอัคคีทั้งสิ้น
สาเหตุที่มันสามารถสะกดข่มกระแสน้ำวนทะเล
ตะวันออกได้ ความจริงแล้วมันเกี่ยวกับข้องกับวง
เวทศาสตราอัคคีที่อยู่บนตัวของมัน ซึ่งไม่เกี่ยวกับ
วารีธาตุแต่อย่างใด จึงกล่าวได้ว่าธาตุที่แท้จริงของ
มันคืออัคคีธาตุสีคราม!
สีฟั้าครามภายในตัวของมัน เต็มไปด้วยพลังของ
เปลวเพลิงพิโรธ
ดังนั้นมันจึงมีความเข้ากันกับ อู่ อวี้ ถ้าไม่เป็น
เช่นนั้นตัวมันย่อมคงจะเหมาะสมกับ ลั่วผิน ยิ่ง
กว่า
ขณะนี้เปลวเพลิงสีครามคล้ายมหาสมุทรกำลังม้วน
กวาดอยู่ด้านใต้ และใต้มหาสมุทรผืนนี้ อู่ อวี้
สามารถมองเห็นอสูรกายตัวหนึ่งได้ด้วยตาของเขา
เอง อสูรกายใต้ทะเลลึกกำลังพลิกตัวไปมา แหวก
ว่ายไปรอบๆ และมันมีขนาดใหญ่โตอย่างมาก มัน
เป็นสัตว์ร้ายที่หาพบได้ยากยิ่ง! โดยเฉพาะอย่างยิ่ง
บนร่างของมันซึ่งมีพลังจิตวิญญาณที่ยิ่งใหญ่ ก่อ
ตัวเป็นการโจมตีที่แข็งแกร่ง ในพริบตานั้นเองอสูร
กายที่อยู่ในส่วนลึกของมหาสมุทรผืนนี้ ก็ประสาน
สายตากับ อู่ อวี้
อู่ อวี้ รู้ว่าการเผชิญหน้าที่แท้จริงกับศาสตราเต๋า
วิถีแท้กำลังจะเริ่มขึ้นแล้ว!
ไม่ต้องสงสัยเลยว่าอสูรกายใต้ทะเลลึกตัวนี้ มันก็
คือมังกรเทวะสีครามตัวหนึ่ง มันเป็นจิตวิญญาณ
ของเสามังกรสมุทรคลั่ง!
ตูม!
เมื่อทั้ง 2 ฝั่ายจ้องมองกันและกัน มังกรครามก็พุ่ง
ทะยานออกมาจากมหาสมุทรเปลวเพลิง
ออกมาปะทะกับ อู่ อวี้ !
หัวของมังกรตนนี้ สำหรับ อู่ อวี้ แล้ว มันมีขนาด
ใหญ่จนไร้ซึ่งขอบเขต เมื่ออยู่ต่อหน้ามังกรเทวะตัว
นี้ ตัว อู่ อวี้ ก็เป็นเหมือนกับเศษฝุั่นขนาดเล็กเพียง
เท่านั้น
แล้วเศษฝุั่น จะสามารถควบคุมอสูรกายขนาดยักษ์
นี้ได้เช่นไร?
เมื่อมังกรครามปรากฏตัวออกมา พลันปรากฎแรง
กดดันถาโถมมายัง อู่ อวี้ เกรงว่าในตอนนี้ จิต
วิญญาณศาสตรายังไม่เชื่อว่าในตอนนี้ อู่ อวี้ จะ
สามารถควบคุมมันได้ ดังนั้นมันจึงแสดงพลัง
อำนาจของมันให้ อู่ อวี้ ได้รับรู้ว่ายิ่งใหญ่ขนาด
ไหน!
มังกรครามใช้เปลวเพลิงของมหาสมุทร โจมตีไป
บนร่างของ อู่ อวี้ อย่างดุเดือด ในตอนนั้น อู่ อวี้
ถูกกวาดเข้าไปภายในร่างของมังกรคราม!
นี่ก็คือพลังอำนาจของจิตวิญญาณ!
หลังจากที่หลุดเข้าไปแล้ว เบื้องหน้าพลันปรากฎ
เป็นมหาสมุทรเปลวเพลิงสีครามผืนหนึ่ง เปลว
เพลิงกำลังลุกไหม้อย่างบ้าคลั่ง แผดเผาอยู่บน
ร่างกาย เขารู้สึกปวดแสบปวดร้องอย่างไม่มีที่
เปรียบ จนยากที่จะจินตนาการได้ แต่ในด้านกาย
เนื้อของเขาไม่ได้รับผลกระทบใดๆ สิ่งที่รู้สึก
เจ็บปวดจริงๆกลับเป็นจิตวิญญาณ!
“เจ้ายังไม่อาจจะทำได้สำเร็จ จงยอมแพ้เสียเถิด!”
ภายในโลกแห่งจิตวิญญาณแห่งนี้ เสียงของมังกร
เทวะดังขึ้นในความคิดของเขาอย่างต่อเนื่อง
“หากเจ้ามีความคืบหน้ามากกว่านี้ ไม่แน่ว่าเจ้า
อาจจะสามารถควบคุมศาสตราเต๋าวิถีแท้ได้ การที่
จะสยบข้าในตอนนี้ ไม่ใช่เรื่องที่ง่ายดายอย่างที่เจ้า
คิด”
มังกรครามยังคงกดดัน อู่ อวี้ อย่างต่อเนื่อง จิต
วิญญาณของเขาได้บรรลุถึงบางอย่าง ในการปะทะ
กันกับแก่นแท้ตำหนักม่วงที่บวกกับพลังกายเนื้อ
ของ อู่ อวี้ การสั่นสะเทือนอย่างรุนแรงได้ทำให้เกิด
เป็นข้อได้เปรียบบางอย่าง พลังที่โหมซัดสาด
ออกมาในเวลานี้ ทำให้ทั่วทั้งห้องฝึกตนถล่มทลาย
และเกิดเป็นดังสนั่นหวั่นไหว เสียงระเบิดและ
แรงสั่นสะเทือนนี้ ได้ดึงดูดเหล่าทัพเซียนจักรพรรดิ
เพลิงที่อยู่ในเขตเมืองชั้นในให้เข้ามาดูเหตุการณ์ที่
เกิดขึ้น!
“อู่ อวี้ กำลังสยบศาสตราเต๋า!” คนจำนวนมาก
เดินออกมา มองไปยังห้องฝึกตนที่ถูกทำลายลง
ปรากฎเป็นภาพที่ อู่ อวี้ กำลังกัดฟันปะทะกับเสา
มังกรสมุทรคลั่งอยู่ พวกเขาจึงเข้าใจได้ในทันที
“นี่ไม่ใช่ศาสตราเต๋าธรรมดา แต่มันเป็นศาสตรา
เต๋าวิถีแท้! เป็นเสามังกรสมุทรคลั่ง!”
“สวรรค์ เขาคิดที่จะควบคุมศาสตราเต๋าวิถีแท้
เช่นนั้นรึ? ตัวเขาไม่ได้สืบทอดทรดกจากเสามังกร
สมุทรคลั่งแท้ๆ หากคิดที่จะควบคุมมันให้ได้
ในตอนนี้ นับว่าเป็นเรื่องที่ยากเย็นอย่างยิ่ง”
“อย่างไรก็ตาม อู่ อวี้ ได้สร้างปาฏิหารย์มาซ้ำแล้ว
ซ้ำเล่า การสยบศาสตราเต๋าในครั้งนี้มันอาจะ
เป็นไปได้ก็ได้”
ในระหว่างที่พวกเขาสนทนากัน คนที่เข้ามามุงดูยิ่ง
มาก็ยิ่งเพิ่มมากขึ้น
แน่นอนว่าในตอนนี้ อู่ อวี้ กำลังจมดิ่งอยู่กับการ
เผชิญหน้าในโลกแห่งจิตวิญญาณ ที่โลกภายนอก
จะมีคนมามุงดูกี่คน ก็ไม่ได้ส่งผลกับเขาแม้แต่น้อย
ในเวลานี้ เขาถูกมังกรครามกลืนกินเข้าไป มังกร
ครามได้พาเขาดำดิ่งลงไปใต้มหาสมุทรที่เต็มไป
ด้วยเปลวเพลิง เมื่อเขาปะทะเข้ากับมหาสมุทรผืน
นี้ อู่ อวี้ ก็รู้สึกเหมือนกับว่าร่างกายของเขาถูกบีบ
อัดด้วยพลังที่รุนแรงยิ่ง การโจมตีที่ อู่ อวี้ ได้รับ
ในขณะนี้ มันเจ็บปวดมากกว่าที่เขาเคยได้รับมา!
จิตวิญญาณของเขากำลังถูกเผาไหม้ มันเจ็บปวด
จนไม่อาจจะบรรยายได้!
“หากยอมแพ้ในตอนนี้ก็ยังไม่สาย” มังกรคราม
กล่าวขึ้นอีกครั้ง
ที่จริงสำหรับมันแล้ว การที่ อู่ อวี้ สามารถยืนหยัด
มาได้จนถึงตอนนี้ นับว่าเกินความคาดหมายไป
มากแล้ว
“ต้องการให้ข้ายอมแพ้งั้นรึ ไม่มีทาง!” ท่ามกลาง
เปลวเพลิงที่โหมกระหน่ำ อู่ อวี้ ที่ถูกล้อมรอบด้วย
เปลวเพลิงสีคราม ได้ปรากฎกายเป็นร่างของราชา
วานรสีทองตนหนึ่ง ขนสีทองทั่วทั้งร่างกำลังลุก
โชนขึ้นด้วยเปลวเพลิงสีทอง ก่อตัวเป็นเกราะ
ปั้องกันเขา
“ภาพจำแลงเซียนวานร!”
ทุกครั้งที่สยบศาสตราเต๋า และ อู่ อวี้ ได้ถูกกดดัน
จนเข้าตาจนเพื่อทดสอบความสามารถของผู้ใช้
โดยศาสตราเต๋านั้น เขายังคงมีไม้ตายสุดท้ายนั่น
คือ ภาพจำแลงเซียนวานร ที่คอยให้ความ
ช่วยเหลือ เช่นเดียวกับในตอนนี้ เมื่อเขาจ้องไปที่
ภาพจำแลงเซียนวานร มหาสมุทรเปลวเพลิงสี
ครามก็ถูกเปลวเพลิงสีทองกลืนกินเข้าไปจนหมด
สิ้น เปลวเพลิงสีทองควบแน่น และทำการก่อตัว
ขึ้นมาใหม่ ภายในเวลาสั้นๆก็เปลี่ยนกลายเป็นอสูร
กายสีทองตนหนึ่ง!
มันก็คือราชาวานรสีทองที่ทรงพลังอำนาจ!
แก่นแท้ของราชาวานรตัวนี้ นั่นก็คือตำแหน่งทรวง
อก ที่ อู่ อวี้ ปรากฏกายอยู่ในนั้น ขณะที่ อู่ อวี้ ได้
หวนนึกถึง ภาพจำแลงเซียนวานร จึงทำให้ยามนี้
เขาได้หลุดพ้นจากการกลืนกินของมังกรคราม!
“ยอมจำนนซะ!”
ราชาวานรสีทองกู่ร้องคำราม ทำให้มหาสมุทร
ปันปั่วนไปทั่ว ดวงตาทั้ง 2 ข้างกลายเป็นสีแดงก่ำ
เขาใช้มือและเท้า แหวกว่ายทะยานไปหามังกร
คราม พร้อมกับจับเขามังกรครามด้วยมือทั้ง 2
ข้าง ส่วนขาก็ก้าวทะยานขึ้นไปขี่อยู่บนคอของ
มังกรตัวนี้!
ขาทั้งคู่ของเขาเป็นเหมือนกับเหล็กกล้าที่หนีบเข้า
หากันจนทำให้มังกรครามแทบจะหายใจไม่ออก
ส่วนมือข้างหนึ่งที่จับเขามังกรอยู่ก็ปล่อยออก แล้ว
จากนั้นก็ฟาดตบ ไปที่หัวของมังกรอย่างปั่า
เถื่อน!
“เจ้ามีเจตจำนงของจิตวิญญาณที่แข็งแกร่งเช่นนี้
ได้อย่างไร! นี่มันไม่ใช่ตัวเจ้า!” มังกรครามกำลังดิ้น
รนอย่างรุนแรง พลิกตัวไปมา แต่ อู่ อวี้ ยังคงจับ
มันเอาไว้แน่นไม่ปล่อย พร้อมใช้มือและเท้าของ
เขาโจมตีอย่างต่อเนื่อง ไม่ว่ามังกรครามจะทะยาน
ไปที่ใด อู่ อวี้ ก็ไม่มีทางปล่อยเด็ดขาด! ซึ่งสามารถ
แสดงถึงความยืดหยุ่นและทนทานบนร่างกายของ
เขาได้อย่างเด็ดชัด!
การต่อสู้บนทะเลตะวันออก เขายังมีช่องว่างขนาด
ใหญ่ที่ห่างกับ ลั่วผิน อยู่ ทำให้ อู่ อวี้ เต็มไปด้วย
ความปรารถนาอยากที่จะแข็งแกร่งขึ้นอย่างไม่เคย
เป็นมาก่อน ไม่ต้องสงสัยเลยว่านี่เป็นความ
ต้องการทางจิตวิญญาณที่ตรงไปตรงมาอย่างที่สุด
แล้ว ขอเพียงให้ตนเองแข็งแกร่งขึ้น ไม่ว่าจะมีการ
ช่วยเหลือจากภาพจำแลงเซียนวานรหรือไม่ ก็ไม่
สำคัญอีกต่อไป!
ในเวลานี้พลังพื้นฐานภายนอกและภายใน
สอดคล้องเป็นหนึ่งเดียวกัน
ที่ด้านนอก อู่ อวี้ ใช้สองมือยึดจับเสามังกรสมุทร
คลั่ง ไม่ว่าเสามังกรสมุทรคลั่งจะต่อต้านรุนแรง
ขนาดไหน เขาก็ไม่ยอมปล่อยมืออย่างเด็ดขาด
ส่วนด้านในเขาได้กลายร่างเป็รวานรสีทองขนาด
ยักษ์ กำลังขึ้นขี่มังกรครามอยู่ มือของเขาจับเขา
มังกร ในบางครั้งก็โจมตีฟาดตบกะบาลอย่างไม่
เกรงใจว่าจะเป็นมังกรผู้สูงศักดิ์หรือไม่ ไม่ว่ามังการ
ครามจะใช้วิธีอะไรโจมตีเขาก็ไม่สนใจใดๆทั้งสิ้น
บัดนี้เขาเกาะแน่นอยู่บนหัวของมังกรแล้ว ต่อให้
ตายยังไงเขาก็ไม่ยอมปล่อยมือ!
เวลาได้ผ่านไปเรื่อยๆ!
โดยเฉพาะภายใน มังกรครามระเบิดพลังรุนแรงจน
แทบจะพา อู่ อวี้ บินไปถึงท้องนภา มันดิ้นพล่าน
ไปรอบด้าน พร้อมโจมตีไปยัง อู่ อวี้ จนเขาต้อง
หลั่งโลหิตออกมา แต่ว่านี่เป็นความอาการบาดเจ็บ
ทางจิตวิญญาณ แต่ร่างจริงของเขาไม่ได้รับ
บาดแผลใดๆ สิ่งนี่มันทำให้ อู่ อวี้ รู้สึกว่า
สถานการณ์ยิ่งแย่ลงเรื่อยๆแล้ว แต่ถึงอย่างนั้น
เขาก็ยังกัดฟันยืนหยัดต่อไป ความยากลำบากใน
การสยบศาสตราเต๋าวิถีแท้มันอยู่เหนือกว่าที่เขา
จินตนาการเอาไว้มากนัก แต่เขาก็เข้าใจอย่าง
ชัดเจน ถ้าหากไม่เป็นเช่นนี้ แล้วศาสตราเต๋าวิถีแท้
มันจะทรงอำนาจได้อย่างไรกัน?
ในที่สุดหลังจากใช้เวลาไปถึง 4 ชั่วยามเต็มๆ เขา
ก็ได้ยินเสียงอึกทึกของเหล่าทัพเซียนจักรพรรดิ
เพลิง ตราบใดที่ยังอยู่ภายในเขตเมืองชั้นใน ผู้คน
เหล่านี้ก็ย่อมตื่นตระหนกถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ซึ่ง
บัดนี้พวกเขาถือเป็นพยานชั้นดีที่กำลังรับชม อู่ อวี้
ซึ่งทำการสยบศาสตราเต๋าวิถีแท้ด้วยตาของตนเอง
พวกเขาต่างพากันอ้าปากค้างด้วยความตกตะลึง
เนื่องในเวลานี้เสามังกรสมุทรคลั่งที่กำลังดิ้นรน
อย่างรุนแรง สุดท้ายมันก็สงบลง
………………………………………………..
(´▽`).。o♡ เพลิน
กลืนสวรรค์สะท้านทวยเทพ