กลืนสวรรค์สะท้านทวยเทพ - ตอนที่ 522 : เริ่มการประลอง
อุปนิสัยของ จักรพรรดิอิง เป็นที่ล่วงรู้กันเป็นอย่าง
ดีว่าเป็นประเภทยอมหักไม่ยอมงอ ดื้อรั้นหยิ่ง
ทระนง ด้วยนิสัยเช่นนี้ของเขา จึงเป็นไปไม่ได้ที่จะ
ยอมอ่อนข้อฤาลดราวาศอกลงให้ผู้ฝึกตนจำนวน
มหาศาลของ ทวีปแห่งทวยเทพ ง่าย ๆ
“ แหมมม… ช่างน่าเสียดายนักที่ในวันนี้ เทียนซู
กับ เซียนเทียนเสวี่ยน มิได้มาด้วย ไม่เช่นนั้น เจ็ด
เซียนกระบี่แห่งซูซัน คงถูกบดขยี้สังหารจนหมด
สิ้นเป็นแน่ ” จักรพรรดิอิงกล่าวด้วยรอยยิ้มอันเย็น
เยียบ
สำหรับ เซียนกระบี่กุ้ยหยาง ผู้มีความแค้นแบบฝัง
ลึก จึงเป็นเรื่องยากที่จะทนฟังอีกฝั่าย ใช้ถ้อยคำ
ยั่วยุเสียดสีซึ่ง ๆ หน้าเช่นนี้ได้ มันเป็นเสมือนการ
จุดชนวนดินระเบิดเข้าแบบเต็ม ๆ สำหรับเขาแล้ว
ทันใดนั้นทั้งโลกใบก็กลับกลายเป็นสีแดงฉานขึ้นมา
ในบัดดล ซึ่งดูเหมือนว่าไม่ใช่แค่เขาเพียงเท่านั้นที่
ไม่อาจทนฟังถ้อยคำของ จักรพรรดิอิง แม้แต่
เซียนกระบี่เทียนเฉวียน, เซียนกระบี่อวี้เหิง , เซียน
กระบี่เทียนจี , เซียนกระบี่เหยากวง ก็ไม่อาจทน
ฟังได้เช่นกัน สำหรับเวลานี้ผู้เข้าร่วมการแข่งขันที่
แท้จริงใน สนามประลองซ่างเซียน ยังไม่เริ่มการ
ต่อสู้กันเลยด้วยซ้ำ เซียนกระบี่ทั้ง 5 ก็ชักกระบี่ซึ่ง
เป็นศาสตราเต๋าเต๋าวิถีแท้ออกมา รวมถึงทุกผู้คน
ในซูซันการชักกระบี่ออกมาพร้อมกับส่งเสียงโห่
ร้องออกมาอย่างโกรธแค้น
เมื่อปีศาจเห็นว่าพวกเขาจงใจที่ประมือสู้รบ
ฉับพลันพวกมันก็บังเกิดความคลุ้มคลั่งเดือดระอุ
ปีศาจส่วนใหญ่ผ่านศึกสงครามการต่อสู้มาอย่าง
บ่อยครั้งโชกโชน ฉะนั้นพวกมันจึงมิได้คำนึงถึงผล
พวงที่ตามมา ส่งผลให้ในเวลานี้กลิ่นอายปีศาจ
ระเบิดพวยพุ่งออกมาอย่างบ้าคลั่ง กลุ่มทหาร
ปีศาจผู้ติดตามส่งเสียงกรีดร้องออกมาอย่างอื้ออึง
เมฆาสีดำทะมึนแผ่ปกคลุมเคลื่อนไหวไปยังทิศทาง
ของ นิกายเซียนซูซัน ราวกับกำลังสะกดข่ม
เมื่อพรรคนิกายอื่น ๆ ต่างเห็นว่าทั้งสองฝั่ายเริ่ม
เขม่น จนลุกลามจนถึงขั้นจะเข่นฆ่าสังหารกันให้
แดดิ้นกันไปข้าง แต่ก็หาได้มิพรรคนิกายหาญกล้า
เข้าไปขัดขวางห้ามปราม ถึงกระนั้นมีกองกำลัง
เงียบจำนวนนับไม่ถ้วน ที่พร้อมจะยืนอยู่ข้าง
นิกายเซียนซูซัน หากสถานการณ์มาถึงขีดสุด ซึ่ง
ถ้าหากว่ากันตามกฎของ ‘ศึกมังกรสวรรค์แห่ง
ทวีปทวยเทพ’ แล้ว ไม่ว่าผู้ใดก็ห้ามโจมตีเผ่าพันธุ์
ปีศาจเด็ดขาด เพราะมันคือกฎเกณฑ์ที่ถูกตั้งขึ้น
โดยบรรพชน แต่ในกรณีนี้ปีศาจเป็นผู้เปิดฉาก
พูดจายั่วยุก่อนเช่นนี้ สำหรับคนอื่น ๆ ก็หาได้
แปลกใจแม้แต่น้อย
” หากมีความบาดหมางกันเป็นส่วนตัว ก็ค่อยถก
กันหลัง ‘ศึกมังกรสวรรค์แห่งทวีปทวยเทพ’ ก็แล้ว
กัน! ” ในช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อเดือดระอุนั้น ในฐานะ
เจ้าภาพ ประมุขศักดิ์สิทธิไท่ซู จึงแผดเสียงตะโกน
ห้ามทัพ ด้วยเสียงตะโกนอันดังสนั่นนี้ทำให้เหล่า
ฝูงชนต่างตื่นตกใจ
“ ไม่ต้องกังวลไป อย่างไรเสียพวกท่านก็ยังมี
โอกาสที่จะทำตามเจตจำนงแลเปั้าหมาย อย่างไรก็
ตามกฎของบรรพชนจะต้องยึดมั่นปฏิบัติ พวกเรา
จำเป็นต้องทำให้ ‘ศึกมังกรสวรรค์แห่งทวีปทวย
เทพ’ สำเร็จลุล่วงลงไห้จนได้ ” จอมจักรพรรดิ
ก้าวออกมาด้านหน้าเพื่อช่วยยุติความบาดหมาง
ขัดแย้ง
ประมุขศักดิ์สิทธิไท่ซู จำเป็นต้องยุติความ
บาดหมางลง เพื่อไม่ให้มันบานปลายไปมากกว่านี้
เพราะที่นี่คือ พรรคซ่างหยวน เนื่องจากทันทีที่มี
การต่อสู้เกิดขึ้น ก็ต้องมีผู้บาดเจ็บล้มตายเป็น
จำนวนมากเช่นกัน แล้วคนเหล่านั้นก็ต้องเป็นเหล่า
สาวกของตนเองอย่างไม่ต้องสงสัย
ส่วน จิน ซ่างเสิน ,หลิว เสวี่ยเซียน , ตระกูล เทียน
อี้ ค่อนข้างอยู่ห่างไกลจากพวกปีศาจ จึงไม่มีเรื่อง
ขัดแย้งบาดหมางกับปีศาจภายใน ห้วงทะเลปีศาจ
อนันต์ ดังนั้นในเวลานี้พวกเขาจึงยังคงยืนอยู่ใน
ตำแหน่งของตนเอง สำหรับการชุมนุมใหญ่ในครั้ง
นี้ ไม่ควรเกิดความวุ่นวายขึ้น ซึ่งพวกเขาเองก็ไม่
เห็นด้วยที่จะมานั่งทะเลาะเบาะแว้งกัน
อันที่จริง จักรพรรดิอิง ล่วงรู้อยู่แล้วว่าพวกเขา
ต้องมิกล้าลงมือเป็นแน่ จึงได้กล่าววาจายั่วยุบาดหู
ฉันเช่นนั้นไป เพราะอย่างไรเสีย ก่อนสิ้นสุด ‘ศึก
มังกรสวรรค์แห่งทวีปทวยเทพ’ คงไม่มีผู้ใดอยาก
ให้ตนเองต้องได้รับบาดเจ็บล่วงหน้า
“จักรพรรดิอิง ทันทีที่ ‘ศึกมังกรสวรรค์แห่งทวีป
ทวยเทพ’ สิ้นสุดลง เจ้าอย่าได้หางจุกตูดรีบ
กลับไปเสียก่อนล่ะ!” เซียนกระบี่กุ้ยหยาง อยู่
ภายใต้การห้ามปรามของผู้อื่น ซึ่งมันก็ช่วยให้เขา
สงบใจลงได้บ้างเล็กน้อย
จักรพรรดิอิงยิ้มแล้วกล่าวว่า ” ข้าอยากจะไป หรือ
อยากจะอยู่มันเกี่ยวอะไรกับเจ้า ? แล้วถ้าเหลาจื่อ
ผู้นี้ไม่มีอารมณ์อยากอยู่ ด้วยน้ำหน้าอย่างเจ้า คิด
ว่าจะมีปัญญารั้งข้าให้อยู่ได้เช่นนั้นหรือ ? เฮ้อ?
เห็นทีคงต้องขึ้นอยู่กับโชควาสนาของเจ้าแล้วล่ะ
ตอนนี้เจ้ายังเป็นเช่นดังเต่าหดหัวอยู่แต่ในกระดอง
ไม่กล้าที่จะลงมือ ถ้าข้าเป็นฮูหยินของเจ้า ก็คงจะ
ผิดหวังในตัวเจ้าอยู่ไม่น้อย ”
” หยุดได้แล้ว ทุกฝั่ายนั่นแหละ หาได้มีประโยชน์
อันใดที่เป็นเช่นนี้! ” ประมุขศักดิ์สิทธิ์ไท่ซู พลันเอ่ย
ขึ้นในทันที
ยามนี้บรรยากาศของ ‘ศึกมังกรสวรรค์แห่งทวีป
ทวยเทพ’ ช่างดุเดือดเป็นยิ่งนัก มีความขัดแย้ง
เกิดขึ้นก่อนที่จะเริ่มการประลองแข่งขัน ซึ่ง ทวีป
แห่งทวยเทพ จำต้องยุติเหตุการณ์ครั้งนี้ลง ไม่ว่า
ทางฝัง จักรพรรดิอิง จะพูดถากถางเย้ยหยันมาก
เพียงใด ประมุขศักดิ์สิทธิไท่ซู ย่อมไม่มีทางยอมให้
ความบาดหมางในครั้งนี้ ก่อชนวนเป็นศึกสงคราม
บานปลายอย่างเป็นแน่ อีกอย่างหากมีเรื่องอันใด
เกิดขึ้น นิกายเซียนซูซัน จะต้องเป็นผู้รับผิดชอบ
แม้ว่า นิกายเซียนซูซัน จะมีแผนใดอยู่ก็ตาม แต่ก็
ไม่เคยคาดคิดว่าเกิดเหตุการณ์บานปลายเช่นนี้
ด้วยเพราะ เซียนกระบี่กุ้ยหยาง ได้พานพบกับผู้ไม่
อาจอยู่ร่วมโลกกันได้ ทั้งยังถูกศัตรูพูดจาถากถาง
เย้ยหยัน ซึ่งมันทำให้เขาเกินจะอดทนไหวจริง ๆ!
ปัจจุบันทางฝัง นิกายเซียนซูซัน ก็มีเพียงแค่ เซียน
กระบี่เทียนจี คอยห้ามปรามปลอบประโลมให้
จิตใจของพวกเขาสงบลง แล้วในที่สุด หนานกง
ซวน ก็สงบใจของตนเองลงได้ เขาหลับตาลง
ตัวสะกดข่มจิตใจ แล้วถอยฉากไปยังทางด้านหลัง
เพื่อมิให้จิตใจต้องมัวหมองไปตามคำยั่วยุ
อย่างไรก็ตาม หนานกง เหว่ย ไม่สามารถเช่นนั้นได้
ถึงแม้ว่านางจะเงียบมาตลอดตั้งแต่แรก ทว่ายามนี้
นัยน์ตาของนางลุกท่วมไปด้วยเพลิงเก้าสี เผา
ผลาญลุกไหม้ด้วยโทสะอย่างเเหลือคณา
ทั้งหมดนี้อยู่ในสายตาของ อู่ อวี้
ชะตากรรมไม่อาจหลีกเลี่ยงได้ เขาไม่อาจล่วงรู้ได้
ว่าภายภาคหน้าจะเกิดเช่นไรขึ้นกับ หนานกง
เหว่ย
แทบไม่ต้องสงสัยเลยว่า หากมีการเผชิญหน้า
เกิดขึ้นมันจะดุเดือดร้อนระอุมากเพียงใด ซึ่งส่งผล
ให้ ‘ศึกมังกรสวรรค์แห่งทวีปทวยเทพ’ ในครั้งนี้ยิ่ง
ร้อนระอุเปรียบประดั่งดินปืน ซึ่งพร้อมระเบิดขึ้นได้
ตลอดเวลา โดยเฉพาะ วูซาน เซี่ยชือ ณ เวลานี้
สามารถกล่าวได้ว่ามันโดดเด่นที่สุด ในสนาม
ประลองเลยก็ว่าได้ แม้แต่ผู้เข้าแข่งขันคนอื่น ๆ ยัง
อดไม่ได้ที่จะจ้องมองให้ความสนใจในตัวมัน บาง
คนรู้สึกลิงโลดกระตือรือร้น ส่วนบางคนพยายาม
หลบเลี่ยงไม่ให้เป็นเปั้าสายตา แต่ส่วนใหญ่รู้สึก
กังวลที่ต้องเผชิญหน้ากับคนแข็งแกร่งเยี่ยงมัน
เพราะมีโอกาสที่จะกลายเป็นเพียงแค่เปั้านิ่งถูกมัน
โจมตีเพียงแค่ฝั่ายเดียว
ทว่า ณ ช่วงเวลานี้ ฝูงชนได้ถูกสะกดข่มโดย
ประมุขศักดิ์สิทธิไท่ซู หลังจากระงับความโกลาหล
แลความขัดแย้งลงได้แล้ว เขาก็เริ่มประกาศ ” ทุก
ๆ ท่านนี่ก็สมควรแก่เวลาแล้ว ก็ไม่จำเป็นต้องผ่อน
ผันกันอีกต่อไป นับจากนี้ ‘ศึกมังกรสวรรค์แห่ง
ทวีปทวยเทพ’ จะเริ่มต้นขึ้น ผู้ใดจะกลายเป็น
อัจฉริยะอันดับ 1 ของ ทวีปแห่งทวยเทพ ผู้ใดจะ
สามารถไล่ตามความฝันได้? ทุก ๆ ท่านโปรดรอ
ชมไปพร้อมกับข้า ”
หลังจากฝูงชนผู้รับชมได้ยินคำปั่าวประกาศ ก็แทบ
จะหายใจไม่ทั่วท้องกันเลยทีเดียว
กฎของการต่อสู้ใน ‘ศึกมังกรสวรรค์แห่งทวีปทวย
เทพ’ นั้นง่ายมาก นั่นคือการต่อสู้แบบสุ่มสองต่อ
สอง! ผู้ชนะจะได้เข้าสู่รอบต่อไป
การสุ่มถือเป็นวิธีดั้งเดิมตั้งแต่สมัยโบราณ ซึ่งใน
เวลานี้ ประมุขศักดิ์สิทธิไท่ซู ก็พร้อมแล้ว ทันใด
นั้นเองก็มีเด็กคนหนึ่งปรากฏกายขึ้นเบื้องหน้าของ
เขา เด็กน้อยคนนี้ดูมีอายุประมาณ 2-3 ขวบ
เท่านั้น หลังจากปรากฏตัวขึ้นเด็กน้อยก็กวาด
สายตามองไปยังทุกคนด้วยดวงตาใสซื่อบริสุทธิ์
ภายในแววตานั้นเต็มไปด้วยความอยากรู้อยากเห็น
แล้วเมื่อหนูน้อยพบว่าตนเองกำลังยืนอยู่บนท้อง
เวหา ก็แสดงท่าทางตื่นเต้นออกมาอย่างเห็นได้ชัด
แต่ก็ผสมปนเปไปด้วยความหวาดกลัวบางส่วน
แท้จริงแล้วเด็กน้อยคนนี้คือมนุษย์ธรรมดาผู้หนึ่ง!
เด็กน้อยมนุษย์ผู้ใสซื่อบริสุทธิ์ประดุจดั่งผ้าขาว ได้
ปรากฏตัวขึ้นบนสนามประลองของศึกมังกรสวรรค์
แห่งทวีปทวยเทพนี้ เจ้าหนูได้ใช้ขาน้อย ๆ อันอ่อน
นุ่มละเอียดอ่อน เดินวนไปรอบ ๆ ท่ามกลางฝูงชน
ด้วยดวงตาใคร่รู้สงสัย
เนื่องจากยังอ่อนเยาว์มากนัก อายุก็เพียงไม่กี่ปี ทั้ง
ยังไม่รู้ประสีประสา ด้วยเหตุนี้จึงเกรงว่าเจ้าหนู
น้อยจะหวาดกลัวจนเป็นลมล้มพับไปก่อนเสีย
มากกว่า
อู่ อวี้ รู้ดีว่ากฎนี้ คือการตามหาเด็กน้อยมนุษย์ผู้
บริสุทธิ์ไร้เดียงสาอย่างสมบูรณ์ จากนั้นก็ให้เด็ก
น้อยคู่นี้จับฉลาก เพื่อค้นหาคู่ประลอง เนื่องจาก
เป็นมนุษย์ผู้บริสุทธิ์ไร้เดียงสา ทั้งยัง ไร้ซึ่ง
ความสามารถพิเศษใด ๆ ดังนั้นการจับฉลากจึง
นับเป็นตัวเลือกแบบสุ่มอย่างแท้จริง
ในเวลานี้ ประมุขศักดิ์สิทธิไท่ซู พาเด็กน้อยไปยืน
อยู่เบื้องหน้ากล่องหยกขาว ด้านบนกล่องมีรูอยู่รู
หนึ่ง ภายในนั้นมีก้อนทรงกลมอยู่ภายในทั้งหมด
32 ลูก บนก้อนทรงกลมแต่ละลูกได้สลักชื่อของ
ผู้เข้าร่วมการประลองเอาไว้ ซึ่งในแต่ละครั้งเจ้าหนู
น้อยจะเอื้อมมือลงไปหยิบลูกทรงกลมขนาดเล็ก
ออกมา 2 ลูก รายชื่อที่ถูกสลักไว้บนรูปทรงกลมทั้ง
สอง จะเป็นตัวกำหนดคู่การประลอง
ภายใต้การจับจ้องจากสาธารณชน ต่อให้เป็นเคล็ด
วิชาเต๋าใดก็ไม่สามารถเล็ดรอดสายตาของฝูงชนไป
ได้ เพราะอย่างไรเสียผู้คนก็จะเห็นมัน ซึ่งเป็นตัว
พิสูจน์ยืนยันว่า การจับคู่ประลองในครั้งนี้ถือเป็น
การสุ่มอย่างแน่นอน มันคือวิธีที่ถูกนำมาใช้ใน ศึก
มังกรสวรรค์แห่งทวีปทวยเทพ ตั้งแต่โบร่ำโบราณ
ซึ่งในทุก ๆ ครั้งที่พาเด็กน้อยมามาเลือกลูกทรง
กลม โดยไม่คำนึงถึงเรื่องสถานะหรือคุณสมบัติต่าง
ๆ เด็กน้อยจะสามารถพักอาศัยอยู่ในพรรคนิกาย
เจ้าภาพจัดงานได้
ในเวลานี้ภายใต้การชี้แนะจาก ประมุขศักดิ์สิทธิไท่
ซู เด็กน้อยก็ค่อย ๆ ล้วงมือลงไปในกล่องหยกขาว
เมื่อใดที่มันถูกดึงออกมา สงครามก็จะเริ่มขึ้นทันที
ดังนั้นในเวลานี้แม้กระทั่งฝูงชนที่มิได้มีส่วนร่วมใน
การประลอง ก็พากันตกอยู่ในสภาวะตึงเครียดกัน
ทั้งสิ้น โดยเฉพาะการประลองรอบแรก ซึ่ง
จุดเริ่มต้นแห่งศึกการประลอง แต่ไม่ว่าจะเป็น
เพราะเหตุใด จิตใจของทุกผู้คนยามนี้ก็เปียมล้นไป
ด้วยความตรึงเครียดกดดันอย่างมหาศาล
ท่ามกลางสายตาจากฝูงชน เด็กน้อยกำลังแสดง
ท่าทางสนุกสนานน่ารักน่าเอ็นดูเป็นอย่างยิ่ง มือ
เล็ก ๆ อันละเอียดอ่อนเอื้อมลงไปในกล่องหยกขาว
พร้อมกับความหาบางสิ่ง แล้วในที่สุดหนูน้อยก็
หยิบบอลทรงกลมลูกเล็ก ๆ ออกมา จากนั้นก็
แกว่งมันเล่นไปมา พร้อมกับวางลงบนมือของ
ประมุขศักดิ์สิทธิไท่ซู เมื่อตรวจสอบแล้ว ประมุข
ศักดิ์สิทธิไท่ซู ก็ชูมือขึ้น พร้อมกับมองไปยังทิศทาง
ของ นครจักรพรรดิเพลิง
นี่คือการประลองคู่แรก!
อู่ อวี้ สะดุ้งเล็กน้อย ด้วยคิดว่ามันจะบังเอิญถึง
ขนาด ตนเองจะกลายเป็นผู้ประลองคู่แรกเลยงั้น
หรือ?
จากนั้นประมุขศักดิ์สิทธิ์ไท่ซูก็ประกาศว่า ” นคร
จักรพรรดิเพลิง เสิน ชิวเหยี่ยน ”
หาใช่ตัวเขาไม่
ไม่ว่าจะกรณีใด อู่ อวี้ ก็ปรารถนาจะชมการต่อสู้
ของผู้อื่นก่อน
เสิน ชิวเหยี่ยน แสดงออกด้วยท่าทางดั่งเช่นขุนพล
ผู้หนึ่ง เมื่อได้ยินว่าตนเป็นผู้ประลองในรอบแรก สี
หน้าของเขาก็หาได้เปลี่ยนแปลงไปแม้แต่น้อย
หลังจากหันไปกล่าวกับจอมจักรพรรดิ เขาก็
ทะยานลงจาก ‘เรือรบจักรพรรดิแห่งแสง’ มุ่งตรง
ไปยัง ‘สนามประลองซ่างเซียน’ อันกว้างใหญ่
แน่นอนว่า เสิน ชิวเหยี่ยน ก็เป็นบุคคลที่ถูกจับตา
มองเช่นเดียวกัน! นอกจากนี้ท่ามกลางตัวแทนทั้ง
สามจากนครจักรพรรดิเพลิง ยังได้รับการยอมรับ
ว่าเป็นหนึ่งในตัวเต็งอย่างมิต้องสงสัย เมื่อเขา
ปรากฏตัวขึ้น ฝูงชนก็พากันโห่ร้องออกมาอย่างบ้า
คลั่งฮึกเหิมทันที
เมื่อเด็กน้อยเห็นว่าลูกบอลของตนเองนั้นถูก
นำออกไป เจ้าหนูน้อยก็เริ่มเบะปากจะร้องไห้
ในช่วงเวลานี้เอง ประมุขศักดิ์สิทธิไท่ซู ก็พาเด็ก
น้อย ยื่นมือเข้าไปควานหาลูกทรงกลมอีกครั้ง เมื่อ
เห็นเช่นนี้เด็กน้อยก็หัวเราะออกมาอย่างมีความสุข
จากนั้นก็ยื่นมือออกไป พร้อมกับควานหาลูกบอล
ในกล่องอย่างสนุกสนาน หลังจากนั้นไม่นานก็หยิบ
รูปทรงกลมขึ้นมาอีก 1 ลูก
เมื่อ ประมุขศักดิ์สิทธิไท่ซู หยิบลูกทรงกลมออกมา
ตรวจสอบ สีหน้าของเขา ก็แปรเปลี่ยนเป็นจริงจัง
เคร่งเครียดขึ้นมาเล็กน้อย
ในช่วงเวลานี้เอง ฝูงชนก็อดกลั้นหายใจยังลุ้น
ระทึกมิได้
ทุกผู้คนต่างคิดว่าศึกการประลองแบบแพ้คัดออก
เพื่อแย่งชิงตำแหน่งอันดับ 1 ในใต้หล้าแห่งทวีป
ทวยเทพ ไม่มีที่ว่างสำหรับความอ่อนแอหรือ
ความเห็นอกเห็นใจใด ๆ บางครั้งการเจอคู่ต่อสู้ที่
อ่อนแอก็ถือว่าเป็นเรื่องสำคัญยิ่ง เนื่องจากว่ามัน
จะช่วยให้เราชนะผ่านไปโดยมิได้รับบาดเจ็บใด ๆ
ทำให้เราอยู่ในสภาพสมบูรณ์มากที่สุด ซึ่งมันจะ
ช่วยให้เราได้รับชัยชนะจากคู่ต่อสู้ผู้แข็งแกร่ง และ
การที่มีสภาพสมบูรณ์พร้อมที่สุดจนไปถึงรอบ
ท้ายๆ ย่อมมีโอกาสคว้าชัยกลายเป็นอันดับหนึ่งใน
ใต้หล้าแห่งทวีปทวยเทพ
ในเวลานี้ ประมุขศักดิ์สิทธิไท่ซู มองไปยังทิศทาง
ของเผ่าปีศาจอย่างแท้จริง พร้อมกับประกาศว่า ”
เผ่าปีศาจ วูซาน เซี่ยชือ ออกมาต่อสู้!”
เมื่อได้ยินคำนี้ ทันใดนั้นฝูงชนก็ส่งเสียงฮือฮาอื้ออึ้ง
อย่างตื่นเต้น!
วูซาน เซี่ยชือ เป็นผู้มีฝีมือแข็งแกร่งโดดเด่นอย่าง
มากในการประลอง ‘ศึกมังกรสวรรค์แห่งทวีปทวย
เทพ’ จึงเป็นผู้ถูกจับตามองมากที่สุด! ซึ่ง เสิน ชิว
เหยี่ยน ก็ไม่น้อยหน้าเช่นกัน พื้นฐานฝึกตนของคน
ทั้งสองอยู่ในระดับตำหนักม่วงทะเลมรกต ขั้นที่ 8
ฉะนั้นการประลองของผู้นี้จะต้องดุเดือดเลือด
พล่านอย่างไม่ต้องสงสัย!
โดยทั่วไปแล้ว การที่ตัวเต็งผู้มีโอกาสได้รับชัยชนะ
ในการประลอง ต้องมาพบเจอกันตั้งแต่คู่แรกเช่นนี้
สามารถคาดการณ์ได้เลยว่าจะต้องเป็นการต่อสู้ที่
ดุเดือดรุนแรงเอามาก ๆ ซึ่งนับว่าเป็นการจับคู่ที่
โชคไม่ค่อยดีนัก
อย่างไรก็ตามการความสนใจของทุกผู้คน ก็เริ่มมุ่ง
เปั้าไปที่การประลองต่อสู้ การประลองครั้งนี้คือศึก
ระหว่างตัวแทนของ นครจักรพรรดิเพลิง กับ
ตัวแทนของเผ่าพันธุ์ปีศาจ กล่าวได้ว่า ‘ศึกมังกร
สวรรค์แห่งทวีปทวยเทพ’ ได้เดือดระอุร้อนแรงใน
ชั่วพริบตาเดียว ผู้คนอดไม่ได้ที่จะกลั้นลมหายด้วย
ความลุ้นระทึก!
เมื่อ เสิน ชิวเหยี่ยน รู้ว่าคู่ต่อสู้คนแรกที่ต้องเผชิญ
นั้นคือ วูซาน เซี่ยชือ สีหน้าของเขาก็เปลี่ยนไปใน
ทันทีทันใด ชั่วพริบตาก็ถอนหายใจออกมา แววตา
ของเขาแปรเปลี่ยนเป็นแน่วแน่มั่นคง เพราะอันที่
จริงแล้วตัวเขาเองก็เตรียมพร้อม เตรียมตัวเตรียม
ใจที่จะต้องต่อสู้กับ วูซาน เซี่ยชือ มาก่อนล่วงหน้า
แล้ว แต่แค่ไม่คาดคิดว่า การต่อสู้ระหว่างพวกเขา
ทั้งสองจะรวดเร็วถึงเพียงนี้
” หืม…ข้าเช่นนั้นหรือ?” วูซาน เซี่ยชือ ชี้นิ้วมาที่
ตัวเองแบบงง ๆ ด้วยเพราะแทบไม่เชื่อหูตัวเอง
จากนั้นมันก็หัวเราะแล้วกล่าวว่า ” ฮ่า ๆ ๆ นี่ข้า
จะได้ขึ้นเปิดเวทีเป็นคู่แรกใน ศึกมังกรสวรรค์แห่ง
ทวีปทวยเทพ รึเนี่ย รับรองได้เลยว่ามันจะต้อง
น่าสนใจอย่างแน่นอน”
ไม่ว่าจะเป็นสีหน้าท่าที แววตา ฤาความคิดของมัน
ดูแล้วหาได้แยแสในคู่ต่อสู้ของตนเองไม่ เมื่อ
เปรียบเทียบกับ เสิน ชิวเหยี่ยน ที่ดูสุขุมรอบคอบ
ทำให้ วูซาน เซี่ยชือ ดูเป็นพวกไม่รู้ร้อนรู้หนาวไป
เลยทีเดียว มันทะยานลงมาจากเมฆาทมิฬ
ฉับพลันเหล่าปีศาจส่งเสียงกรีดร้องออกมาอย่าง
คลุ้มคลั่ง บัดนี้เขาได้บินถลาลงสู่ สนามประลอง
ซ่างเซียน ซึ่งอยู่ห่างจาก เสิน ชิวเหยี่ยน เพียงแค่
ไม่กี่ร้อยจั้ง !
” วูซาน เซี่ยชือ ไม่ว่าเจ้าจะมีชื่อเสียงเลื่องลือเช่น
ไร แต่ข้าคงต้องขออภัยล่วงหน้า เพราะข้าจะต้อง
ส่งเจ้ากลับไปยัง ห้วงทะเลปีศาจอนันต์ ” เสิน ชิว
เหยี่ยน กล่าว ขณะก้าวออกมาด้านหน้า พร้อมกับ
ดึงศาสตราออกมาด้วยมือข้างหนึ่ง
วูซาน เซี่ยชือ หัวเราะแล้วกล่าวว่า ” ฮ่า ๆ ๆ ให้
จัดการฝีมือระดับเจ้า ข้าใช้เวลาเพียงแค่ชั่ว
พริบตาเดียวเท่านั้น เกรงว่าคนที่ต้องกลับบ้านคง
จะเป็นเจ้าเสียมากกว่า คนไร้ชื่อเสียงเรียงนาม
อย่างเจ้า ข้ายังไม่รู้จักด้วยซ้ำว่าชื่อแซ่ของเจ้าคือ
อะไร ?”
ฉับพลันความระอุก็เริ่มปะทุขึ้นมาอีกครั้ง! ผู้คน
แทบจะกลั้นหายใจ กลืนน้ำลายไม่ทั่วท้อง มองดู
อัจฉริยะผู้ทรงพลังทั้งสองกำลังปะทะกันด้วยคารม
เพียงชั่วอึดใจ แต่โดยภาพรวมแล้วยังไม่มี
สาระสำคัญอันใด แต่กลับส่งผลกระทบโดยตรงต่อ
สถานการณ์โดยรวมอย่างรุนแรง!
………………………………………………..
(´▽`).。o♡ เพลิน
กลืนสวรรค์สะท้านทวยเทพ