กลืนสวรรค์สะท้านทวยเทพ - ตอนที่ 523 : เนตรเซียนพิพากษา
ข่าวคราวเรื่องของ วูซาน เซี่ยชือ นั้นน่า
สะพรึงกลัวเป็นอย่างยิ่ง ทว่าทั้งหมดล้วนเป็นคำร่ำ
ลือปากต่อปาก จวบจนปัจจุบันยังไม่มีผู้ใดล่วงรู้ถึง
พลังต่อสู้ที่แท้จริงของมัน
ซึ่งหากเปรียบเทียบกับ เสิน ชิวเหยี่ยน ช่างตรงกัน
ข้ามกันโดยสิ้นเชิง คงต้องบอกว่ามีผู้ใดบ้าง ไม่
ล่วงรู้เรื่องของเขา ?
จริงๆแล้วผู้คนค่อนข้างคุ้นเคยกับ เสิน ชิวเหยี่ยน
มาตั้งแต่วัยเพียงแค่ 10 ขวบปี ไม่ว่าจะเป็นฝีมือ
ด้านการต่อสู้ เคล็ดวิชาเต๋า พลังอิทธิฤทธิ์ ใช้
ศาสตราชนิดใดเป็นอาวุธ มีกี่ชิ้น ทุกคนล่วงรู้ทุก
อย่างเกี่ยวกับเขา
ดังนั้นทุกคนจึงมันอกมั่นใจกับ เสิน ชิวเหยี่ยน เป็น
อย่างมาก อีกทั้งการประลองแข่งขันครั้งนี้เกี่ยวกับ
ศักดิ์ศรีชื่อเสียงของ นครจักรพรรดิเพลิง อีกด้วย
ฉะนั้นจึงกล่าวได้ว่ายามนี้ทุกผู้คนใน นคร
จักรพรรดิเพลิง จึงต่างรู้สึกกดดันตึงเครียดกันเป็น
อย่างยิ่ง แม้ว่าตนเองจะไม่มีส่วนเกี่ยวข้องหรือมี
สิทธิ์จะเข้าร่วมประลองแข่งขันด้วยก็ตาม แต่พวก
เขาก็จับจ้องเฝั้าดูด้วยดวงตาอันร้อนระอุ สายตา
ของพวกเขาที่มองลงมาบนร่างของ วูซาน เซี่ยชือ
เสมือนดั่งหนามแหลมที่ทิ่มแทงก็มิปาน เป็น
สายตาชวนอึดอัดอย่างบอกไม่ถูก มันเป็นการเพิ่ม
แรงกดดันแบบไร้ตัวตนให้แก่มัน
การต่อสู้ของคนทั้งสองเป็นดั่งตัวแทนของผู้มาจาก
ห้วงทะเลปีศาจอนันต์ และ นครจักรพรรดิเพลิง !
ห้วงทะเลปีศาจอนันต์ มีอาณาเขตกว้างใหญ่
ไพศาล อีกทั้งยังมีปีศาจมากมาย! ซึ่งถ้าให้กล่าวถึง
ทางด้านกำลงพลแล้วละก็ใกล้เคียงสูสี
พอฟัดพอเหวี่ยงกับ นครจักรพรรดิเพลิง มากที่สุด
แล้ว ถ้าให้กล่าวถึงฝีมือความแข็งแกร่งของ
จักรพรรดิอิง กับ จักรพรรดิจู นั้นก็สูสีใกล้เคียงกับ
เจ้านครจักรพรรดิเพลิง และ จอมจักรพรรดิ การ
ประลองคู่แรกที่เริ่มต้นขึ้นนี้ หากฝังใดฝังหนึ่งเป็น
ฝั่ายชนะ จะเป็นการสร้างขวัญกำลังใจให้แก่ผู้กำ
ชัยชนะเป็นอย่างยิ่ง!
“ผู้บัญชาการเสิน ช่วยข้าฉีกปากเน่า ๆ ของมัน
เสีย!”
” ไอ้ลูกเต่าหัวหดมุดหัวอยู่แต่ใน ห้วงทะเลปีศาจ
อนันต์ ปีศาจอย่างเจ้าทั้งปีทั้งชาติ ไม่กล้าเผยหน้า
ออกมายังโลกภายนอก คราวนี้แหละจะได้ล่วงรู้ถึง
พลังของผู้ฝึกตน ทวีปแห่งทวยเทพ ของพวกเรา!
”
เสียงก่นด่าถากถางดูถูกเหล่านี้มิได้มาจาก นคร
จักรพรรดิเพลิงเพียงเท่านั้น แต่ยังมีพรรคนิกายอื่น
ๆ ผสมโรงกรีดร้องแผดตะโกนกันอย่างบ้าคลั่ง
อู่ อวี้ เหล่มองดู วูซาน เซี่ยชือ อย่างพินิจ
พิจารณา เขาอยากทราบว่าแท้จริงแล้ว
ความสามารถของมันนั้นคืออะไรกันแน่ หากรู้เขารู้
เรา อู่ อวี้ ก็จะสามารถแก้แค้นมันได้!
วูซาน เซี่ยชือ หาได้แยแสเสียงนกเสียงกาเหล่านั้น
มันยังคงวางท่าภูมิอกภูมิใจ ดูโอหังมากยิ่งขึ้น!
แม้กระทั่ง เสิน ชิวเหยี่ยน ก็หาได้เหลียวแลอยู่ใน
สายตาของมัน แม้แต่น้อย
ด้วยเพราะปีศาจมักทำสงครามอยู่บ่อยครั้ง ส่งผล
ให้ร่างกายแลจิตใจของมัน จึงแข็งแกร่งพร้อมใน
การต่อสู้อยู่เสมอ ซึ่งในยามนี้ วูซาน เซี่ยชือ ยังคง
อยู่ในร่างมนุษย์
ชุดคลุมสีขาวกับเกศาสีแดงโลหิต ปลิวไสวโบก
สะบัดอยู่ท่ามกลางพายุนี้อย่างบ้าคลั่ง!
สีหน้าเฉยเมยผนวกกับรอยยิ้มอันเย็นชา บ่งบอก
ถึงความมั่นอกมั่นใจเป็นอย่างมาก ท่าทีของมันไม่
เพียงทำให้ฝั่ายตรงข้ามรู้สึกละอายใจ แต่ยังทำให้
ทุก ๆ คนรู้สึกอึดอัดไม่สบายใจเป็นอย่างยิ่ง
อันที่จริงดวงตาของ เสิน ชิวเหยี่ยน กำลังจับจ้อง
ผสานอยู่กับดวงตาของ วูซาน เซี่ยชือ ทั้งสอง
กำลังเผชิญหน้ากัน! ท่าทีของพวกเขาทั้งสอง
แตกต่างกันโดยสิ้นเชิง เสิน ชิวเหยี่ยน นั้นดูจริงจัง
มุ่งมั่นเป็นอย่างมาก เขาหยิบศาสตราเต๋าออกมา
เพื่อเตรียมตัวจัดการ วูซาน เซี่ยชือ!
พลังศักดิ์สิทธิ์ของทั้งสองผสมผสานกลมกลืน
กวาดผ่านไปทั่วทั้งสนามประลองซ่างเซียน ระดับ
พลังฝีมือของ เสิน ชิวเหยี่ยน อยู่ในระดับเดียวกับ
ขุนพลจักรพรรดิเพลิง ฝีมือความแข็งแกร่งในด้าน
พลังการต่อสู้จัดอยู่ในชั้นแนวหน้าของยุคนี้ จึง
แทบไม่ต้องแปลกใจเลย ถ้าเขาจะสามารถคว้า
ชนะการต่อสู้ในครั้งแรกนี้!
เสิน ชิวเหยี่ยน สะกดข่ม วูซาน เซี่ยชือ ด้วยการ
ลงมือโจมตีก่อน ทว่าฝั่ายตรงข้ามกลับสามารถ
หลบหลีกการโจมตีด้วยท่วงท่าพริ้วไหวดุจสายน้ำ
ได้ภายในพริบตา
กล่าวได้ว่า วูซาน เซี่ยชือ มันร้ายกาจยิ่งนัก เสิน
ชิวเหยี่ยน ทุ่มเทพลังกายพลังใจ ใช้ความ
พยายามต่อสู้โจมตีอย่างเต็มที่สุดกำลัง ทว่าเขา
กลับไม่สามารถสร้างริ้วรอยขีดข่วนให้แก่มันได้
แม้แต่ปลายเส้นขน
หลังจากพยายามโจมตีเป็นเวลานาน หัวใจของ
เสิน ชิวเหยี่ยน ก็ต้องสั่นสะท้านด้วยความตกตะลึง
เมื่อ วูซาน เซี่ยชือ ฉีกยิ้มกว้าง รอยยิ้มนี้เปียมล้น
ด้วยความหยิ่งทะนง ซึ่งทำให้ วูซาน เซี่ยชือ
ตระหนักได้ในทันทีว่า ตนเองไม่สามารถบีบคู่ต่อสู้
ให้จนตรอกสิ้นหวังได้ ทั้งคงไม่สามารถปิดฉากจบ
การต่อสู้ได้อย่างรวดเร็วเป็นแน่ ฉะนั้นเขาจึงเร่งรีบ
ตัดสินใจโดยด่วน
ฉับพลันทันใดนั้นทั่วสรรพางกายาของ เสิน ชิวเห
ยี่ยน ก็อาบไล้ไปด้วยแสงสีทองคำ ทันใดนั้นเอง
แสงสีทองก็ส่องสว่างเจิดจ้าขึ้น ราวกับว่าแสงสี
ทองนี้สามารถส่องสว่างไปทั่วทั้งโลกหล้า ประดุจ
ดั่งรัศมีของแสงตะวันอันร้อนแรง สาดส่องลงมา
จากท้องนภา! อย่างไรก็ตามหลังจากนั้นครู่หนึ่ง
แสงสว่างที่ส่องเจิดจ้าประดุจแสงตะวันก็หดเล็กลง
เหมือนราวกับว่ามันได้หายไป แต่หาได้เป็นเช่นนั้น
ไม่ เนื่องจากแท้จริงแล้วมันได้ย่อหดเล็กลงมาอยู่
เบื้องหน้าดวงเนตรของ เสิน ชิวเหยี่ยน ทันใดนั้น
แสงสว่างเจิดจ้าร้อนแรงก็ประทุขึ้น แสงนี้ส่อง
สว่างแวววาวระยิบระยับยากจะหาใดมาเปรียบ
เปรย ความเจิดจ้านี้ไม่มีผู้ใดจะทานทนจ้องมองได้!
“เนตรเซียนพิพากษา!”
สามารถรู้ได้ทันทีว่านี่คือ มหาวิถีเชื่อมสวรรค์!
อู่ อวี้ ได้ศึกษาข้อมูลของผู้เข้าร่วมการประลองใน
ครั้งนี้มาแล้วทั้งหมด เขาจึงทราบว่าพลังอิทธิฤทธิ์
นี้มีชื่อเรียกว่า ‘เนตรเซียนพิพากษา’ นี่คือไม้ตาย
ก้นหีบของของ เสิน ชิวเหยี่ยน มันถูกเรียกว่า
‘เนตรเซียนพิพากษา’ แม้ฝั่ายตรงข้ามที่มีฝีมืออยู่
ในระดับเดียวกันก็ยังต้องหลบลี้ หรอืไม่คู่ต่อสู้ก็
ต้องมีการปั้องกันที่เหนียวแน่นแข็งแกร่งมากโข
ทีเดียว มิฉะนั้นมีแนวโน้มเป็นไปได้สูง ว่าจะถูก
เจาะทะลวงฉีกกระชากเป็นแน่
ซึ่งในช่วงเวลาเดียวกันนี้ เสิน ชิวเหยี่ยน ยังได้
หยิบศาสตราเต๋าอีกชิ้นขึ้นมา ศาสตราเต๋าชิ้นนี้เป็น
คันฉ่องโปร่งใส ซึ่งบัดนี้คันฉ่องสงสัยกำลังลอย
คว้างอยู่ตรงเบื้องหน้าของ เสิน ชิวเหยี่ยน
ฉับพลัน เสิน ชิวเหยี่ยน ระเบิดพลังอิทธิฤทธิ์
ออกมา ลำแสงสีทองพุ่งทะลวงส่องสว่างเจิดจ้า
ออกมาจากดวงเนตร สาดส่องผ่านศาสตราเต๋าคัน
ฉ่องโปร่งใส แทบทันทีทันใดที่ลำแสงทะลวงผ่าน
คันฉ่องโปร่งใส มันก็ขยายใหญ่ขึ้นเป็นสองเท่าตัว
จากเดิม รวมถึงพลังที่พวยพุ่งออกมาก็เพิ่มทวีคูณ
ขึ้นเป็นสองเท่า!
ซึ่งกันแน่นอนว่าเปั้าหมายของลำแสงนี้ก็คือ วูซาน
เซี่ยชือ!
ยิ่งไปกว่านั้นลำแสงซึ่งพวยพุ่งออกไป ถูกแบ่งออก
ให้เห็นอย่างชัดเจน หนึ่งสาดส่องไปที่บริเวณศีรษะ
อีกหนึ่งสาดส่องไปที่ทะเลตำหนักม่วงในจุด
ตันเถียน
ความเร็วของ ‘ เนตรเซียนพิพากษา ‘ แม้แต่
ความเร็วจากก้าวเทวะของ อู่ อวี้ ก็ยังไม่อาจหลบ
ลี้หนีรอดไปได้
เฉกเช่นเดียวกับ วูซาน เซี่ยชือ ซึ่งไม่อาจหลบลี้หนี
รอดไปได้
อย่างไรก็ตาม เมื่อดูจากท่าทีที่ไม่แปรเปลี่ยนไป
แม้แต่น้อยของมันแล้ว แสดงให้เห็นว่ามันมิได้
ตั้งใจจะไม่หลบเลี่ยงการโจมตีนี้ มันยังคงยิ้มอย่าง
เย็นชาไม่ทุกข์ร้อน แสดงถึงความมั่นใจที่เหนือกว่า
ออกมาให้เห็นอย่างเด่นชัด
แล้วในทันใดนั้นเอง ‘ เนตรเซียนพิพากษา ‘ พวย
พุ่งเข้าใส่เบื้องหน้าสายตาของมัน
ในช่วงเวลาเดียวกันนั้นเอง วูซาน เซี่ยชือ ก็ยื่นมือ
ของมันออกมา แม้จะใช้เวลาเพียงแค่ชั่ว
พริบตาเดียวก็ตาม ทว่า อู่ อวี้ ก็สามารถมองเห็น
ฝั่ามือที่ยื่นยาวของมันออกมาอย่างชัดเจน บนฝั่า
มือนั้นมีสัญลักษณ์โลหิตอยู่ด้วย!
แม้จะเห็นแค่เพียงครู่เดียว เขาก็สามารถจดจำได้
ทันทีว่า วูซาน เซี่ยชือ เคยปลูกฝังสัญลักษณ์โลหิต
คำสาปนี้ไว้บนร่างกายของเขามาก่อน สัญลักษณ์
ที่ว่านี้ทำให้เขาต้องลงมือสังหาร มู่ หลิงเช่อ
ถึงแม้ว่าสัญลักษณ์ทั้งสองจะแตกต่างกันก็ตามที
ทว่าสัญลักษณ์นี้กลับทำให้ อู่ อวี้ ตระหนักถึง
ความหวาดน่ากลัวของ แก่นพลังชีวิตศักดิ์สิทธิ์
ได้อย่างลึกซึ้ง
แก่นพลังชีวิตศักดิ์สิทธิ์ของมัน คือสายโลหิตใน
เผ่าพันธุ์ปีศาจ ซึ่งถือเป็นส่วนสำคัญยิ่ง!
ส่วนใหญ่แล้วความแข็งแกร่งของปีศาจจะขึ้นอยู่
กับแก่นพลังชีวิตศักดิ์สิทธิ์ของมัน
ในช่วงวิกฤตนี้เอง วูซาน เซี่ยชือ ก็เคลื่อนมือที่มี
สัญลักษณ์ปรากฏขึ้น ไปตามวิถีเดียวกับลำแสงที่
พุ่งทะยานเข้ามา! รัศมีแสงสาดส่องสองสายจาก
เนตรเซียนพิพากษา ได้ปะทะเข้าใส่ใจกลางฝั่ามือ
ของมัน
ทุกสรรพสิ่งได้เปลี่ยนผันไปในชั่วพริบตานี้เอง!
ช่างน่าเสียดายนักที่ผู้คนไม่ได้เห็นฉาก พลัง
อิทธิฤทธิ์ เนตรเซียนพิพากษา ของเสิน ชิวเหยี่ยน
ทะลวงผ่านร่างของ วูซาน เซี่ยชือ ครู่ต่อมาลำแสง
ทั้งสองสายก็พลันปะทะกัน เมื่อเนรตเซียน
พิพากษา เข้ากระทบกับสัญลักษณ์บนมือ มันก็
หยุดนิ่งราวกับถูกหยุดเวลาเอาไว้ก็มิปาน!
ไม่ซึ่งการเคลื่อนไหวอย่างแท้จริง!
เสิน ชิวเหยี่ยน ผู้ซึ่งกำลังปลดปล่อยพลังจากเนตร
เซียนพิพากษา รู้สึกราวกับว่าเป็นครั้งแรกที่มันเคย
เห็นพลังอิทธิฤทธิ์ ซึ่งมีความสามารถในการ
ควบคุมคู่ต่อสู้เช่นนี้
เมื่อพลังอิทธิฤทธิ์อันแกร่งกล้าปะทุขึ้น ร่างของมัน
ก็ถูกตรึงนิ่งอยู่เช่นนั้น ซึ่งในช่วงเวลานี้เอง อู่ อวี้
สามารถแลเห็นอย่างชัดเจนว่า แม้แต่ภายในแวว
ตาของ จอมจักรพรรดิ ก็ยังแสดงให้เห็นถึงความ
ไม่อยากจะเชื่อระคนวิตกกังวลอยูภายใน
บัดนี้บนสนามประลองซ่างเซียน ได้เงียบสงัดลง
ราวกับความตาย
นี่เป็นครั้งแรกที่ วูซาน เซี่ยชือ โจมตี ด้วยการลง
มือเพียงครั้ง ทำให้ผู้ชมทั่วทั้งสนามประลอง ต้อง
ตกอยู่ในอาการอึ้งตะลึงงัน!
อย่างไรก็ตามนี่เป็นเพียงจุดเริ่มต้น ไม่ใช่จุดสิ้นสุด
ชั่วพริบตาต่อมา วูซาน เซี่ยชือ ก็เปล่งเสียง
หัวเราะขึ้นอย่างแผ่วเบา พร้อมกับเคลื่อนไหวมือ
ทั้งสองข้าง สัญลักษณ์สีโลหิตที่อยู่ภายในมือบิด
เลื้อยไปมาเสมือนดั่งอสรพิษ ทันใดนั้นเองลำแสงสี
ทองจาก เนตรเซียนพิพากษา ที่ถูกยิงเข้าใส่ วูซาน
เซี่ยชือ ก็แปรเปลี่ยนเป็นสีแดงในชั่วพริบตา
เสมือนกับว่ามันถูกอาบชโลมด้วยโลหิต พร้อมพุ่ง
กลับไปยัง เสิน ชิวเหยี่ยน ด้วยความเร็วอันน่า
สะพรึงกลัว!
ความเร็วนี้ เกือบจะเทียบเคียงได้กับความเร็วใน
การโจมตีของ เสิน ชิวเหยี่ยน
ในระหว่างที่แสงสีทอง แปรเปลี่ยนเป็นแสงสีแดง
โลหิต สามารถแลเห็นได้ว่าภายในแสงสีแดงนั้น
นั้นมีสัญลักษณ์โลหิตอยู่มากมาย แลกำลังพุ่งตรง
ไปยังทิศทางของ เสิน ชิวเหยี่ยน ในชั่วพริบตา!
กล่าวได้ว่าสำหรับ เสิน ชิวเหยี่ยน นี่คือช่วงวิกฤต
แห่งความเป็นความตาย!
ไม่เพียงแต่ วูซาน เซี่ยชือ จะสามารถหยุดการ
โจมตีของเขาได้ แต่มันยังสามารถใช้การโจมตีของ
คู่ต่อสู้ ตอบโต้กลับมาได้อีกด้วย!
” ชิวเหยี่ยน ประกาศยอมแพ้ซะ!” จอมจักรพรรดิ
ตอบสนองได้อย่างรวดเร็ว ก่อนที่ วูซาน เซี่ยชือ
จะตอบโต้กลับมา เขายังแลเห็นว่าความแข็งแกร่ง
ของคนทั้งสองนั้นเท่าเทียมกันอยู่ จนกระทั่ง วูซาน
เซี่ยชือ ปลดปล่อยพลังอิทธิฤทธิ์อันน่าสะพรึงกลัว
ของมันออกมา
อย่างไรก็ตาม เสิน ชิวเหยี่ยน ก็ยังคงช้าไปเพียง
ก้าว เขาคิดจะใช้ เนตรเซียนพิพากษา ทำลาย
แก่นพลังชีวิตศักดิ์สิทธิ์ที่ปลดปล่อยออกมาจากฝั่า
มือของคู่ต่อสู้ ดังนั้นเขาจึงรีดเฟั้นพลังจากแก่นแท้
ตำหนักม่วง ผสานเข้ากับการโจมตีของตนเพื่อ
ตอบโต้ วูซาน เซี่ยชือ กลับไป แต่มันก็เป็นเสมือน
ดั่งคมมีดที่ถูกฟันผ่าเขาใส่ลำไผ่ พลังของเขาแทบ
จะถูกบดขยี้ในทันที แม้แต่อำนาจจากเนตรเซียน
พิพากษา ยังแปรเปลี่ยนเป็นพลังของอีกฝั่าย
ในช่วงเวลานี้สัญลักษณ์โลหิตของ วูซาน เซี่ยชือ
ได้โจมตีเขาใส่ดวงตาของเขาผ่านเนตรเซียน
พิพากษา!
เมื่อ เสิน ชิวเหยี่ยน ได้ยินเสียงเตือนของจอม
จักรพรรดิ เขาจึงคิดจะประกาศยอมแพ้ เนื่องจาก
ในระหว่างที่ต่อสู้กับ วูซาน เซี่ยชือ เขายิ่งจะหนัก
ได้ถึงความน่าสะพรึงกลัวของมัน แต่น่าเสียดายนัก
ที่มันยังคงช้าไปเพียงก้าว ระหว่างที่เขาคิดจะ
ประกาศยอมแพ้ สัญลักษณ์โลหิตจำนวนมากมาย
ก็พุ่งทะลวงเข้าใส่ดวงตาของเขา!
” อ๊ากกก!!! ”
ระหว่างที่ เสิน ชิวเหยี่ยน ล่าถอยไปเบื้องหลัง ทุก
ผู้คนสามารถแลเห็นได้อย่างชัดเจนว่า ดวงตาของ
เขาได้แปรเปลี่ยนเป็นสีแดงโลหิต บนแก้วตามี
สัญลักษณ์โลหิตส่องสว่างเปล่งประกายอยู่
สัญลักษณ์นี้บิดเลื้อยเสมือนดั่งอสรพิษยาว
ฉับพลัน ดวงตาทั้งสองข้างของ เสิน ชิวเหยี่ยน ก็
สูญเสียประกายความโกรธไป ท่ามกลางสายตา
จากฝูงชน ดวงตาของเขาค่อย ๆ แห้งเหี่ยวหดเล็ก
ลง จนกระทั่งหายเข้าไปในเบ้าตา!
ดวงตาของ เสิน ชิวเหยี่ยน หายไปในชั่วพริบตา!
นี่คือการโจมตีอันแปลกประหลาด ที่สร้างความ
เสียหายให้แก่คู่ต่อสู้อย่างแสนสาหัส ซึ่งหลังจากนี้
อาจจะไม่สามารถฟืนคืนกลับมาได้อีก ทันใดนั้นเอง
เสิน ชิวเหยี่ยน ก็กรีดร้องมาอย่างเจ็บปวดทรมาน
มือทั้งสองข้างก็เกาะกุมดวงตาไว้ ช่างเป็นภาพที่ดู
อเนจอนาถน่าสังเวชอย่างแท้จริง! หลังจากนั้น วู
ซาน เซี่ยชือ ผายมือเมื่อไปพร้อมกับกล่าวว่า ”
อย่างที่เคยพูดไว้ คนไร้ชื่อเสียงเรียงนามอย่างเจ้า
มีโอกาสได้ประมือกับข้าก็นับเป็นเกียรติสูงสุดแล้ว
ประมุขศักดิ์สิทธิ์ไท่ซู ท่านยังไม่ประกาศผลการ
ประลองอีกงั้นรึ? ถ้ายังไม่ประกาศ ข้าก็จะโจมตี
ต่อไป หากมันตายขึ้นมา ก็อย่ามาตำหนิว่าข้าไร้
ปรานี ”
มันคือความภาคภูมิใจ อันแสนหยิ่งทะนงอย่างถึง
ที่สุด!
ในทางตรงกันข้าม สภาพของ เสิน ชิวเหยี่ยน ช่าง
ดูน่าสมเพชเป็นอย่างยิ่ง
ผลการการประลองในครั้งนี้ ได้ประจักษ์แก่สายตา
ของทุกผู้คนแล้ว และทางฝัง วูซาน เซี่ยชือ ก็
ยังคงคิดจะโจมตีต่อไป ดังนั้น ประมุขศักดิ์สิทธิ์ไท่ซู
จึงต้องโบกมือของตน พร้อมกับประกาศว่า ” วู
ซาน เซี่ยชือ เป็นผู้ชนะในการประลองครั้งนี้ ผ่าน
เข้าสู่รอบ 16 คน ”
หลังจากนั้น วูซาน เซี่ยชือ ก็แสยะยิ้มขึ้นอย่างเบื่อ
หน่าย
ด้วยผลลัพธ์เช่นนี้ เป็นเรื่องยากที่ กองทัพเซียน
จักรพรรดิเพลิง จะยอมรับได้ เสิน ชิวเหยี่ยน
ปราชัย ทั้งยังได้รับบาดเจ็บอย่างสาหัส จากการ
โจมตีอันแสนโหดร้ายของ วูซาน เซี่ยชือ ด้านนึงก็
วิตกกังวลว่า เสิน ชิวเหยี่ยน จะเป็นเช่นไรบ้าง อีก
ด้านหนึ่งก็รู้สึกผิดหวังเป็นอย่างยิ่ง นี่คือการต่อสู้
ครั้งแรกของนครจักรพรรดิเพลิง ทั้งยังเป็นผู้ที่นคร
จักรพรรดิเพลิงมั่นใจมากที่สุด พวกเขาไม่คาดคิด
ว่า ผู้ที่ตนมั่นใจจะพ่ายแพ้อย่างหมดท่าเช่นนี้ แล้ว
ผู้ที่สร้างความอัปยศในครานี้ก็คือ วูซาน เซี่ยชือ !
นอกจากความพ่ายแพ้ของ นครจักรพรรดิเพลิง
แล้ว ยังถือได้ว่าเป็นความพ่ายแพ้ของผู้ฝึกตนฝัง
มนุษย์อีกด้วย ในช่วงเวลานี้เอง ตราบใดที่เป็น
มนุษย์ สีหน้าของพวกเขาก็จะดูน่าเกลียดเป็น
อย่างยิ่ง อย่างไรก็ตามแม้ว่าจะเป็นเช่นนี้ พวกเขา
ก็ไม่สามารถตอบโต้ใด ๆ กลับไปได้ เนื่องจาก วู
ซาน เซี่ยชือ เอาชนะ เสิน ชิวเหยี่ยน ด้วยความ
แข็งแกร่งของตนเองอย่างแท้จริง อีกทั้งความ
แข็งแกร่งของมันยังโดดเด่นเป็นอย่างยิ่ง การต่อสู้
ครั้งต่อไป ย่อมเป็นการยากที่จะหาผู้ใดเทียบเคียง
กับ วูซาน เซี่ยชือ ได้ หากปล่อยให้เป็นเช่นนี้ มันก็
จะกลายเป็นผู้ได้รับชัยชนะในศึกมังกรสวรรค์แห่ง
ทวีปทวยเทพ! เป็นไปได้ว่า 50 ปีหลังจากนี้ ‘ศึก
มังกรสวรรค์แห่งทวีปทวยเทพ’ อาจถูกจัดขึ้นใน
ห้วงทะเลปีศาจอนันต์!
สำหรับพรรคนิกายทวีปแห่งทวยเทพแล้ว นี่ถือ
เป็นความอัปยศน่าละอายอย่างยิ่งยวด
ท่ามกลางสายตาซึ่งเปียมล้นไปด้วยความผิดหวัง
และ โทสะอันโกรธเกรี้ยวจากฝูงชน จอมจักรพรรดิ
ได้นำ เสิน ชิวเหยี่ยน กลับมา จากนั้นก็เร่งรีบทำ
การตรวจสอบร่างกายของเขา พร้อมกับบอกให้
เสิน ชิวเหยี่ยน ไปพักผ่อน ต่อมาก็ได้ยินเขากล่าว
ขึ้นว่า ” วูซาน เซี่ยชือ ใช้พลังอิทธิฤทธิ์ผนึกลง
บนดวงเนตรทั้งสองข้างของเขา เพื่อปั้องกันมีให้
เขาฟืนฟู จอมจักรพรรดิจึงไม่สามารถถอนผนึกคำ
สาปออกไปได้ในตอนนี้ คงต้องรอให้ไปถึงมือ เจ้า
นครจักรพรรดิเพลิง เป็นผู้จัดการในเรื่องนี้ หาก
แม้แต่ เจ้านครจักรพรรดิเพลิง ยังอับจนไร้ซึ่ง
หนทางจะแก้ไข เกรงว่า เสิน ชิวเหยี่ยน จะต้องอับ
อายกลายเป็นคนตาบอดไปตลอดกาล ”
แน่นอนว่าสามารถบีบบังคับให้ วูซาน เซี่ยชือ
ถอนสัญลักษณ์โลหิตคำสาปนี้ออกได้ก็จริง แต่
กล่าวได้ว่าบัดนี้ขวัญกำลังใจของปีศาจกำลังเฟือง
ฟูถึงขีดสุด ยังไม่ใช่เวลา จนกว่าจะมีผู้ใดบางคน
ลุกขึ้นหยัดยืน ต่อสู้กับความยโสโอหังของปีศาจ
” อู่ อวี้ , มู่หรง ซวี่ ตัวข้านั้นล้มเหลว คงต้องฝาก
ฝังเกียรติยศศักดิ์ศรีทั้งหมดของ นครจักรพรรดิ
เพลิง ให้แก่พวกเจ้าทั้งสองเป็นผู้กอบกู้แล้ว… ”
เสิน ชิวเหยี่ยน กล่าวด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำจริงจังเป็น
อย่างมาก ภายในน้ำเสียงยังแฝงไว้ด้วยความหดหู่
การต่อสู้ครั้งนี้ได้แสดงให้เห็นว่าพลังฝีมือของ วู
ซาน เซี่ยชือ นั้นแข็งแกร่งร้ายกาจมากเพียงใด
การต่อสู้ครั้งนี้ของ วูซาน เซี่ยชือ ได้สยบคำสบ
ประมาทของผู้ฝึกตน ทวีปแห่งทวยเทพ ลงได้
อย่างราบคาบ
………………………………………………..
(´▽`).。o♡ เพลิน
กลืนสวรรค์สะท้านทวยเทพ