กลืนสวรรค์สะท้านทวยเทพ - ตอนที่ 525 : จิ่วอิง ปะทะ หงสเพลิง
การเปลี่ยนแปลงของ หนานกง เหว่ย ทำให้ทุก
ผู้คนตื่นตกใจอย่างยิ่งยวด
บัดนี้ฝูงชนได้ประจักษ์แก่สองตาของตนเอง
ท่ามกลางเปลวอัคคีเก้าสี มีร่างของศัตรูที่แท้จริง
ปรากฏขึ้น สิ่งนี้ไม่ใช่ภาพลวงตาหรือภูติพราย
เพราะว่ามันมีอยู่จริง มันเป็นสิ่งมีชีวิตที่มีเลือดเนื้อ!
การกลายร่างของ หนานกง เหว่ย คล้ายคลึงกับ
ปีศาจในร่างมนุษย์ ที่จำแรงกลับคืนสู่ร่างอสูร
แท้จริง
มันก็เสมือนกับร่างจำแลงเซียนวานรของ อู่ อวี้
หรือ ลั่วผิน ที่กลายเป็นร่างมังกรเทวะ
อย่างไรก็ตาม หาใช่ หนานกง เหว่ย ปีศาจแต
อย่างใด การเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้น ต่อให้เป็นยอด
ฝีมือผู้แข็งแกร่งใน ทวีปแห่งทวยเทพ ก็รู้สึกตก
ตะลึงเช่นเดียวกัน
อู่ อวี้ ไม่เข้าใจแม้แต่น้อย ว่าเพราะเหตุใดนางจึง
จำแลงร่างกลายเป็นหงส์เพลิงได้เช่นนี้!
ถูกต้องแล้ว ณ เวลานี้ร่างของวิหคยักษ์กำลังอาบ
ท่วมไปด้วยเปลวเพลิงเก้าสี แล้ววิหคยักษ์ตัวนี้ก็
คือหงส์เพลิง
ถึงแม้ว่าภายนอก จะลุกท่วมไปด้วยเปลวเพลิง 9
สีอันร้อนแรง ทว่าทุกผู้คนก็สามารถแลเห็นร่างกาย
ที่แท้จริงของหงส์เพลิงได้!
ตามบันทึกโบราณได้กล่าวเอาไว้ว่า ” หงษ์เพลิง
นั้นมี 6 ลักษณ์ 9 รากฐาน ” 6 ลักษณ์มี ศีรษะ
เฉกเช่นดั่งท้องนภา , มีดวงเนตรเฉกเช่นดั่งดวง
ตะวัน, แผ่นหลังราวกับดวงจันทรา, ปีกดั่งวายุ,
เท้าเฉกเช่นดั่งผืนปฐพี, มีหางเฉกเช่นดั่งเส้นรุ้ง, 9
รากฐานมีดังนี้ มีโอษฐ์เฉกเช่นดั่งหีบแห่งโชคชะตา,
มีดวงหฤทัยอันกว้างใหญ่, หูมีไว้สดับรับฟังเสียง
อย่างรวดเร็วคมชัด, ลิ้นสามารถยืดขยาย ,
รูปลักษณ์หน้าตาแสงสง่า , หงอนสีแดงชาดเฉก
เช่นดั่งถูกแกะสลัก, มีกรงเล็บแหลมคม, เสียง
กระจ่างใสก้องกังวาล มีหน้าท้องราวกับ
ประติมากรรมแกะสลัก ขับขานรื่นเริงเมื่อออก
เดินทาง หยุดร้องยามเมื่อวิงวอน ราตรีช่างเหมาะ
แก่การขับขานยิ่ง ยามอรุณขับขานอวยพรให้แก่
ชีวิต โบยบินประทานพรให้แก่ผู้เยาว์ทั้งหมด กิน
เพียงลำไผ่กับต้นอู่ถงที่แท้จริงเท่านั้น
ฉลาดเฉลียวยุติธรรมซื่อสัตย์ บริเวณ ทรวงอก
หน้าท้อง และปีกบนแผ่นหลัง กำลังส่องประกาย
เจิดจ้า เฉกเช่นดั่งวงเวท!
หงส์เพลิง นั้นเป็นสัตว์สวรรค์อย่างแน่นอนไม่
ผิดเพี้ยน ศักดิ์ฐานะที่อยู่ในใจของมนุษย์มา
นับตั้งแต่โบร่ำโบราณ มิได้ด้อยกว่ามังกรเทวะ
สำหรับมนุษย์แล้วมังกรกับหงส์ล้วนเป็นสัตว์มงคล
เสมือนดั่งตัวแทนของผู้ชายบุตรสาวจากสวรรค์
อาณาจักรมนุษย์ได้รูปปันมังกรเทวะมาเป็น
สัญลักษณ์บูชา นอกจากนี้หงส์เองก็ถูกนำมาใช้
เป็นสัญลักษณ์เช่นกัน
ไม่ว่าจะเป็นเรื่องพละพลัง ความแข็งแกร่ง
คุณธรรม ปราณเซียน ไม่ว่าจะด้านใด ๆ หงส์เพลิง
ล้วนไม่ได้ด้อยไปกว่ามังกรเทวะเลยแม้แต่น้อย
ในทวีปแห่งทวยเทพโลกธาตุ ยังคงมีเผ่าพันธุ์สัตว์
สวรรค์หงส์เพลิงดำรงอยู่ แม้ว่าจะมิได้ครอบครอง
ผืนมหาสมุทรด้วยกองกำลังอันยิ่งใหญ่เกรียงไกร
เหมือนเช่นดั่งมังกรเทวะครั้งเก่าก่อน ทว่าหงส์ก็ไม่
ประสบกับหายนะถูกบรรพชนมารกลืนสวรรค์ฆ่า
ล้างเผ่าพันธุ์จนราบพณาสูร ซึ่งหากนำมังกรกับ
หงส์มาเปรียบเทียบกันแล้ว สัตว์สวรรค์หงส์เพลิง
นั้นอาศัยอยู่ภายในสรวงสวรรค์วิมานเมฆ ไร้ซึ่ง
สงครามหรือข้อพิพาทขัดแย้ง จึงทำให้สถานที่แห่ง
นั้น เป็นเสมือนดั่งห้วงแห่งมายามากยิ่งขึ้น
ทว่าในเวลานี้วิหคยักษ์ ที่ปรากฏอยู่ตรงเบื้องหน้า
ของทุกผู้คน หาได้มีสิ่งใดแตกต่างไปจากหงส์เพลิง
ตามตำนานเล่าขานแม้แต่น้อย
นี่คือหงส์เพลิงตัวจริง!
มันคือสัตว์สวรรค์
แม่แต่ หมิงซวง ก็ยังดูให้ความสนใจมากเช่นกัน
นางถึงขนาดกล่าวออกมาว่า ” แม่หนูผู้นี้นับว่าไม่
เลวทีเดียว สามารถปลุกสายโลหิตของ ‘หงส์เพลิง
สัตว์สวรรค์’ ที่อยู่ภายในร่างออกมาได้อย่าง
สมบูรณ์ การที่นางสามารถหวนคืนสู่บรรพชนได้
สำเร็จเช่นนี้ นับเป็นเรื่องที่หาได้ยากยิ่งจริง ๆ
เป็นไปได้ว่าบรรพบุรุษของนางมีสายโลหิตของ
หงส์เพลิง หรือไม่หงส์เพลิง กับ ผู้ฝึกตนได้สืบเชื้อ
สายขยายเผ่าพันธุ์ จนให้กำเนิดลูกหลานขึ้นมาใน
อนาคต แม้แต่มนุษย์ก็ยังมีสายโลหิตของหงส์เพลิง
ถึงแม้ว่าสายโลหิตจะเจือจางมากก็ตามที นางได้ใช้
สายโลหิตนนี้เพื่อแปรเปลี่ยนจำแลงเป็นหงส์เพลิง
แต่ที่แน่ ๆ การเปลี่ยนแปลงซึ่งมีความมั่นคงสูงล้ำ
เช่นนี้ มันคือการหวนคืนสู่บรรพชน คาดว่า
ปัจจุบันภายในร่างของนางจะต้องมี ‘สายโลหิต
หงส์’ 9 ใน 10 ส่วน หรือในอีกความหมายหนึ่งจะ
บอกว่า นางแทบจะไม่แตกต่างจากสัตว์สวรรค์
หงส์เพลิงตัวจริงเลยก็ว่าได้ แม้ว่าสายโลหิตจะยัง
ไม่สมบูรณ์ แต่ก็หาใช่ปัญหาอันใดไม่ ขนาดมังกร
ประกายแสง กับ มังกรไร้เขา ยังมีข้อบกพร่องใน
สายโลหิตมากกว่านางเสียอีก ”
หวนคืนสู่บรรพชน?
คราแรก อู่ อวี้ ยังคงมีเรื่องสงสัยคาใจอยู่บ้าง เมื่อ
ได้ยิน หมิงซวง กล่าวเช่นนี้เขาก็รู้สึกประหลาดใจ
เป็นอย่างมาก ฟังจากที่นางกล่าวมาทั้งหมดเสมือน
ว่าการเปลี่ยนร่างจำแลงของ หนานกง เหว่ย มัน
เป็นอะไรที่น่าเหลือเชื่อเอามาก ๆ เรียกได้ว่า
สามารถยกระดับชีวิตได้อย่างสมบูรณ์แบบ กล่าว
ได้ว่าผู้ที่สามารถหวนคืนสู่บรรพชนได้สำเร็จ คนผู้
นั้นจะกลายเป็นสัตว์สวรรค์อย่างสมบูรณ์! จาก
ประวัติศาสตร์ของทวีปแห่งทวยเทพที่ผ่านมา
เรื่องเช่นนี้แทบไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน นับเป็นเรื่องที่
น่าเหลือเชื่อเป็นอย่างยิ่ง
เห็นได้ชัดว่าอนาคตของนาง หลังจากกลายเป็น
หงส์เพลิงสัตว์สวรรค์ จะทวีน่าตื่นตะลึงมากยิ่งขึ้น
แม้กระทั่งเซียนกระบี่เทียนซูก็ยังไม่อาจกล่าวถึง
จุดสิ้นสุดของนางได้ เดิมทีความสามารถของ เปั่ย
ซาน ม่อ นั้นทิ้งห่างจากนางพอสมควร ทว่า
ในตอนนี้หากมันยังมีชีวิตอยู่เกรงจะถูก หนานกง
เหว่ย บดขยี้ทิ้งแทบไม่เห็นฝุั่น
” เพราะเหตุใดนางถึงเปลี่ยนร่างจำแลงเช่นนี้ได้?
ทั้ง ๆ ที่โอกาส หวนคืนสู่บรรพชน ได้สำเร็จนั้นต่ำ
มาก ? ” อู่ อวี้ ซักถามออกไปด้วยความกังขา
หมิงซวง กล่าวว่า ” มันต่ำมากจริง ๆ นั่นแหละ
ย่อมไม่ต้องพูดถึงทวีปแห่งทวยเทพ แม้แต่ใน
ประวัติศาสตร์ของชมพูทวีปโลกธาตุ ผู้ที่สามารถ
หวนคืนสู่บรรพชนแปรเปลี่ยนกลายเป็นสัตว์
สวรรค์ได้นั้น ข้ายังไม่รู้เลยว่ามีกี่คนที่ทำได้จริง ๆ
ช่างเป็นสิ่งที่เกิดขึ้นได้ยากยิ่งอย่างแท้จริง สำหรับ
เหตุผลที่นางทำได้สำเร็จนั้น ข้าเองก็ไม่รู้เรื่องนี้มัน
เป็นความโชคดีที่เกิดขึ้นโดยบังเอิญ หรือ จงใจกัน
แน่ บางอย่างมันยังคงคลุมเครือไม่ชัดเจน บางที
การเปลี่ยนแปลงนี้อาจเกิดขึ้นเพราะอารมณ์
ความรู้สึกของนาง บางทีเจ้าอาจมอบโชควาสนา
อันใหญ่หลวงให้แก่นางโดยไม่รู้ตัวก็เป็นได้ อย่างไร
ก็ตาม … เดิมทีเจ้าจงใจสลัดนางออกไป เพื่อไปแช่
อิ่มแม่มังกรน้อย ทว่ายามนี้นางได้กลายเป็นหงส์
เพลิงแล้ว ซึ่งนางกำลังไล่ตามหลังเจ้ามาติด ๆ
การกำจัดนางมันไม่ใช่เรื่องง่าย จากสถานการณ์ที่
เกิดขึ้น ข้าอยากรู้จริง ๆ ว่าในท้ายสุดแล้วหนี้แค้น
ความรักในครั้งนี้จะจบลงเช่นไร ? ”
หมิงซวงรู้สึกตื่นเต้นมาก อย่างไรก็ตาม อู่ อวี้ ไม่ได้
เป็นอย่างที่นางพูด การที่ หนานกง เหว่ย ได้รับ
โชควาสนาเช่นนี้ เขาก็รู้สึกมีความสุขกับนางไป
ดูเหมือนว่าในเวลานี้ หนานกง เหว่ย จะทะลวงฝั่า
ขีดจำกัดของตนเองไปได้แล้วจริง ๆ
ซึ่งถ้าดูจากสีหน้าของ เซียนกระบี่กุ้ยหยาง เหมือน
เขาจะร่วมรู้ดีอยู่แก่ใจว่าในวันนี้อาจจะไม่สามารถ
ชำระหนี้ ทว่าสิ่งที่ หนานกง เหว่ย แสดงในวันนี้
ช่างเป็นเรื่องน่าอัศจรรย์ยิ่งแล้ว เท่ากับว่าสักวัน
หนึ่ง ก็ยังมีหวังที่จะเป็นไปได้
อันที่จริงแล้วยามนี้มีผู้คนมากมายไม่รู้ว่าเกิดอันใด
ด้วยซ้ำ ซึ่งในเวลานี้พวกเขาทั้งหมดต่างหันไปจับ
จ้องตั้งคำถามกับ เซียนกระบี่กุ้ยหยาง หนานกง
ซวน ตระหนักดีไม่ว่าวันใดวันหนึ่งเรื่องนี้ก็ต้อง
เเพร่งพรายออกไป ซึ่งในเวลานี้ทุกคนตระหนัก
แล้วว่า หนานกง เหว่ย ได้ประสบความสำเร็จเป็น
ประวัติการณ์อย่างที่ไม่เคยมีผู้ใดทำมาก่อน นั่นก็
คือนางสามารถหวนคืนสู่บรรพชนได้สำเร็จ การมี
หนานกง เหว่ย อยู่ อาจกล่าวได้เลยว่าอนาคตของ
นิกายเซียนซูซันนั้น ต้องพุ่งทะยานรุ่งโรจน์แบบไร้
ขีดจำกัดอย่างแน่นอน!
แน่นอนว่าสำหรับ จิ่วอิง ที่ต้องเผชิญหน้า กับ
สัตว์เทวะหงษ์เพลิง ซึ่งถือกำเนิดขึ้นมาใหม่ ทำให้
เขาต้องประสบกับแรงกดดันอย่างที่ไม่เคยพบพาน
มาก่อน เดิมทีก่อนหน้านี้เขาคิดว่านี่เป็นการต่อสู้ที่
สามารถเอาชนะได้อย่างง่ายดาย
ในเวลานี้ หนานกง เหว่ย ได้แปรเปลี่ยนกลายเป็น
หงษ์เพลิงอย่างสมบูรณ์ หงษ์เพลิงนั้นแผ่ความรู้สึก
อันอบอุ่น หยิ่งทะนง ดูสง่างาม ศักดิ์สิทธิ์ อย่างไม่
อาจเอื้อมได้ หากให้เปรียบเป็นมนุษย์ คงเป็น
บุคคลชั้นสูงที่ยากจะเข้าถึงได้ มันคือรัศมีกดดัน
แสนสูงส่งยิ่งจากราชันแห่งหมู่มวลวิหค ซึ่งทั้งหมด
นี้เกิดจากสายโลหิตอันสูงล้ำ
หากเปรียบเทียบความอบอุ่น และ ความสง่างามนี้
กับ จิ่วอิง ซึ่งเปียมล้นไปด้วยกลิ่นอายแห่งความ
ชั่วร้าย ผู้นำพามาซึ่งภัยพิบัติอันร้ายแรง มันคือ
ความแตกต่างอย่างชัดเจน
ในเวลานี้สายตาของ หนานกง เหว่ย หาได้แยแส
อู่ อวี้ แม้แต่น้อย บางทีนางอาจจงใจไม่แยแส อู่
อวี้ หรือนางอาจจะมิได้สนใจเขาจริง ๆ เห็นได้ชัด
ว่ายามนี้ความคิดทั้งหมดของนาง คือการสยบ จิ่
วอิง ลงให้จงได้
ในเวลานี้ฝูงชนนับไม่ถ้วนกำลังเดือดพล่านร้อง
เรียกขานนาม หนานกง เหว่ย การต่อสู้ห้ำหั่นกัน
ระหว่างสัตว์อสูรขนาดยักษ์ทั้งสอง ได้บังเกิดเป็น
คลื่นแห่งความบ้าคลั่งโกลาหลอย่างแท้จริง!
วูซาน เซี่ยชือ มีชัยเหนือ เสิน ชิวเหยี่ยน ในศึก
การประลองรอบแรก ทำให้ผู้ฝึกตนทั้งหมดแห่ง
ทวีปทวยเทพต้องอับอายอัปยศอย่างสุดแสน และ
ในที่สุดยามนี้ก็มาถึงรอบการประลองของปีศาจตน
ที่ 2 แถมยังเป็นบุตรชายของจักรพรรดิปีศาจ
อันดับ 1 อีกด้วย แต่เมื่อ หนานกง เหว่ย ได้เผย
เห็นถึงสายโลหิตแห่งสัตว์สวรรค์ สายตาของผู้คน
ทั้งหมดก็ตราตรึงอยู่ที่ร่างของ หนานกง เหว่ย
สัตว์อสูร จิ่วอิง กับ สัตว์สวรรค์หงษ์เพลิง อันที่
จริงแล้วคนทั้งสองต่างเป็นสายโลหิตอันสูงส่งอย่าง
ถึงที่สุด แต่ดูเหมือนว่าตอนนี้ สายโลหิตของหงษ์
เพลิงจะสูงส่งกว่าขั้นหนึ่ง เนื่องจากว่าในท้ายสุด
แล้วนางก็คือสายโลหิตศักดิ์สิทธิ์
ตูมมมม!
ในฐานะราชันแห่งหมู่มวลวิหค เมื่อหงษ์เพลิงเริ่ม
กระพือปีก เปลวเพลิงเก้าสีก็พวยพุ่งม้วนกวาด
ผ่านออกไปทุกทิศทาง ตามมาด้วยเสียงวิหคขับ
ขานอันแสนอันแจ่มชัดก้องกังวาน ควบคุม
ความคิดทั้งหมดของผู้คนให้ตกอยู่ภายใต้ห้วง
ภวังค์นี้
หงส์เพลิง ประชันกับ จิ่วอิง !
ระหว่างทั้งสอง สิ่งที่เป็นตัวแทนแห่งพลังอำนาจ
ไม่ต้องสงสัยเลยว่ามันคือแก่นพลังชีวิตศักดิ์สิทธิ์!
ทั้งยังเป็นตัวแทนของศัตรูคู่อาฆาตอย่างนิกาย
เซียนซูซัน กับ ห้วงทะเลปีศาจอนันต์! โดยเฉพาะ
อย่างยิ่ง หนานกง เหว่ย ไม่ต้องสงสัยเลยว่ายามนี้
นางต้องแบกรับความคาดหวังจากนิกายเซียนซูซัน
ไว้มากมายมหาศาลเพียงใด การที่นางปลดปล่อย
ความแข็งแกร่งอันแท้จริงออกมาในช่วงเวลานี้
ช่างเป็นเรื่องน่าเหลือเชื่อยิ่งนัก!
เสียงวิหคขับขาน และ เสียงคำรามของสัตว์อสูร
ได้ดังก้องกังวานสะท้านเข้าใส่แก้วหูของศิษย์
สามัญทุกผู้คน!
ภายใต้การเผชิญหน้าห้ำหั่นกันของคนทั้งสอง ทำ
ให้ศิษย์สามัญของ พรรคซ่างหยวน ต้องถอยร่น
ออกไปอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้สัตว์อสูรขนาดยักษ์มี
พื้นที่สำหรับการต่อสู้เพิ่มมากขึ้น แม้แต่เรือรบที่อยู่
ด้านบน หรือ กระบี่ยักษ์ ก็ยังต้องเพิ่มระดับความ
สูงขึ้นอีก เพื่อขยายพื้นที่ในการบินมากขึ้น เพราะ
อย่างไรเสีย ในท้ายสุดแล้ว จิ่วอิง กับ หงษ์เพลิง
ต่างมีปีกกันทั้งคู่ ซึ่งโดยพื้นฐานแล้ว หากเป็นการ
ต่อสู้ของยอดฝีมือผู้มีความสามารถในการบิน พวก
เขาก็จำเป็นต้องมีพื้นที่ในการต่อสู้เพิ่มมากขึ้น
“ห้วงวังวนวิบัติ!”
จิ่วอิง เริ่มเปิดฉากโจมตี หัวทั้ง 9 ของเขาพ่น
หมอกหนาทึบพุ่งทะยานออกไปเบื้องหน้า หมอกนี้
คือพลังอำนาจแห่งภัยพิบัติ 9 ชนิดที่แตกต่างกัน
เสมือนดั่งพลังที่ถูกปลดปล่อยออกมาจากขุมนรก
นับหมื่นชั้น เพียงชั่วพริบตา พลังทั้ง 9 ก็ผสานก่อ
ตัวกลายเป็นห้วงวังวนขนาดใหญ่ พุ่งทะยานเข้า
ใส่ หนาน กงเหว่ย ในร่างของหงส์เพลิงที่อยู่บน
ท้องเวหา เพียงชั่วอึดใจ พลังนี้ก็เข้าห่อหุ้มปิดบัง
สรรพสิ่งไว้ ภายในห้วงวังวน คือพลังอำนาจแห่ง
ภัยพิบัติ 9 ชนิด กัดกร่อนบดขยี้ทุกสรรพสิ่ง ชั่ว
ขณะที่มันม้วนกว่าผ่านพุ่งทะยานออกไป ห้วงวัง
วนนี้ดูเสมือนดังหัวของสัตว์ร้ายขนาดยักษ์ที่กำลัง
ทำลายล้างทุกสรรพสิ่งอย่างบ้าคลั่ง
กล่าวได้ว่าสำหรับ หนานกง เหว่ย แล้ว ภาพที่อยู่
เบื้องหน้าของนางยามนี้ ช่างดูเสมือนดั่งสวรรค์ที่
กำลังกดทับลงมา!
ห้วงแห่งภัยพิบัติอันแสนบ้าคลั่งได้บดขยี้ทำลาย
ล้างทุกสรรพสิ่ง ม้วนกวาดผ่านไปทั่วทั้งสนามรบ
ไม่ว่าจะเป็นต้นไม้ใบหญ้า หรือ สายชลธี ต่างแห้ง
เหี่ยวสูญสลายกลายเป็นฝุั่นผงไป แม้แต่ก้อนศิลา
หรือ ผืนปฐพี เมื่ออยู่ภายใต้หมอกทมิฬนี้ ต่างถูก
เผาผลาญจนกลายเป็นเถ้าธุลี
อย่างไรก็ตามเมื่อต้องเผชิญหน้ากับภัยพิบัติทำลาย
ล้างเช่นนี้ สีหน้าของ หนานกง เหว่ย ก็มิได้
เปลี่ยนแปลงไปแม้แต่น้อย นางยังคงแสดงท่าทาง
สูงส่งสง่างามเช่นดั่งสัตว์สวรรค์ เสมือนกับว่ามัน
คือความมั่นใจที่ไม่อาจโยกคลอน ซึ่งสามารถบด
ขยี้ทำลายล้างทุกสรรพสิ่งที่ขวางหน้าได้!
ในช่วงพริบตานี้เอง หนานกง เหว่ย ก็เริ่มชูปีกขึ้น
พร้อมกับโบกสะบัดออกไป 9 ครั้งติดต่อกัน การ
กระพือแต่ละครั้ง ได้บังเกิดเป็นคลื่นพลังไร้รูปยืด
ขยายออกไป ไม่เพียงแต่กลืนกินห้วงวังวนแห่งภัย
พิบัติเข้าไปเท่านั้น แต่ยังห่อหุ้มปกคลุมอาณาเขตนี้
เอาไว้ทั้งหมด
นี่คือพลังอิทธิฤทธิ์ของ หนานกง เหว่ย : เขตแดน
เพลิงเทวะ เก้าชั้น
มันคือพลังอิทธิฤทธิ์ที่ หนานกง เหว่ย เคยใช้โจมตี
ใส่ อู่ อวี้ เพียงแต่ขอบเขตพลังของมันแตกต่างไป
จากเดิมอย่างสิ้นเชิง หนึ่งฟั้าหนึ่งปฐพี เพียงชั่วอึด
ใจก็บังเกิดเป็น เขตแดนเพลิงเทวะเก้าชั้น แผ่
ขยายปกคลุม จิ่วอิง กับพลังอำนาจจากห้วงวังวน
วิบัติไว้ภายในเปลวเพลิง 9 ชั้นอย่างต่อเนื่อง
ภายในเขตแดนเพลิงเทวา 9 ชั้น จิ่วอิงพยายาม
ควบคุมห้วงวังวนวิบัติห่อหุ้มปกคลุมร่างของ
หนานกง เหว่ย ไว้ ซึ่งการกลืนกินร่างของนางเข้า
ไปในห้วงวังวน ก็มิใช่เรื่องง่ายเลย!
ในเวลานี้ ด้วยการดำรงอยู่ของเขตแดนเพลิงเทวะ
เก้าชั้น ได้บังเกิดเป็นม่านพลัง ปิดบังวิสัยทัศน์การ
มองเห็นของฝูงชนไว้!
ส่งผลให้ในเวลานี้ ถือเป็นเรื่องยากลำบากยิ่งที่จะ
เฝั้าชมการต่อสู้ระหว่าง จิ่วอิง กับ หนานกง เหว่ย
ได้อย่างชัดเจน สถานการณ์ในยามนี้ทำให้ อู่ อวี้
วิตกกังวลอยู่บางส่วน เนื่องจากเขาไม่สามารถ
ประเมินได้ว่า หนานกง เหว่ย นั้นแข็งแกร่งมาก
เพียงใด ซึ่งถ้านางหมายมาดสังหาร จิ่วอิง ให้ตก
ตายไป ชีวิตของ จิ่วอิง ตกอยู่ในวิกฤตแล้ว
แล้วถ้า หนานกง เหว่ย สังหาร จิ่วอิง …
ผลลัพท์ที่ตามมาย่อมไม่อาจจินตนาการได้!
อย่างไรก็ตามเขาไม่สามารถสอดมือเข้าไป
แทรกแซงได้
ทว่ายังว่าโชคดีที่จักรพรรดิอิงอยู่ที่นี่ เขาย่อมไม่
ยอมปล่อยให้เรื่องนี้เกิดขึ้นเป็นแน่
ด้วยภาพที่ปรากฏอยู่เบื้องหน้านี้ ไม่มีเหตุผลใดที่
เขาจะไม่เชื่อว่า หนานกง เหว่ย จะสามารถม
เอาชนะ จิ่วอิง ได้ โดยเฉพาะ ไตรชีพ[1]ของ
หนานกง เหว่ย มันได้พุ่งทะยานมาถึงระดับที่น่า
กลัวเป็นอย่างยิ่ง นางเติบโตขึ้นอย่างรวดเร็ว โดย
ไม่มีผู้ใดสามารถฉุดรั้งนางได้ และดูเหมือนว่าจะยิ่ง
ทวีเพิ่มมากขึ้นอย่างไม่มีสิ้นสุด!
หลังจากกางเขตแดนเพลิงเทวะเก้าชั้น เปลวเพลิง
เก้าสีบนร่างของหงส์เพลิงก็ลุกโหมกระหน่ำขึ้น
อย่างบ้าคลั่ง ขณะบินฉวัดเฉวียนไปมา ณ เวลานี้
เปลวเพลิงอันเกรี้ยวกราดเกลือกกลิ้งอยู่บนท้อง
นภาทั่วทุกหนแห่ง ส่วน จิ่วอิง ถูกขังอยู่ใน เขต
แดนเพลิงเทวะเก้าชั้น ซึ่งยังไม่สามารถออกมาได้
“ประตูนรก!”
ทันใดนั้นเปลวเพลิงเทวะก็ถูกฉีกกระชากจนเปิด
ออก ท่ามกลางการฉีกกระชากนั้น สามารถแลเห็น
มวลพลังอันมืดมิดค่อย ๆ ขยายใหญ่ขึ้นจนระเบิด
ออกเป็นเสี่ยง ๆ เพื่อเปิดเป็นเส้นทางสู่ประตูนรก!
หัวทั้ง 9 ของ จิ่วอิง ได้จัดเรียงไปตามตำแหน่งต่าง
ๆ กลายเป็นรูปแบบของประตูทรงกลม ปรากฏ
เป็นสัญลักษณ์พลังอิทธิฤทธิ์ ลายเส้นจำนวน
มหาศาลได้ถูกถักทอหลอมรวมเข้าด้วยกัน เพียง
ชั่วอึดใจ ท่ามกลางศรีษะทั้ง 9 ของจิ่วอิง ก็ปรากฏ
เป็นประตูทมิฬลักษณะโบราณเก่าแก่ขึ้น!
…………….
[1] ไตรชีพ (??? จิง ชี่ เซิ๋น) ในศาสนาเต๋าจัดว่า
เป็นหัวใจหลักของมนุษย์เลย ถ้าขาดอย่างใดอย่าง
หนึ่งใน 3 อย่างนี้ไป จะไม่เรียกว่ามนุษย์อีกต่อไป
ได้แก่ 1.? (j?ng, จิง)?—?สารสำคัญในร่างกาย
เช่น โลหิต 2.? (q?, ชี่)? ปราณ 3.? (sh?n,
เสิน)?—?จิตวิญญาณ จิตสำนึก หรือ ญาณ ของ
เรา
………………………………………………..
(´▽`).。o♡ เพลิน
กลืนสวรรค์สะท้านทวยเทพ