กลืนสวรรค์สะท้านทวยเทพ - ตอนที่ 526 : เตาหลอมดับพิภพ
จิ่วอิง เปิดใช้งานอิทธิฤทธิ์ ‘ประตูนรก’ เมื่อหัวทั้ง
9 ของเขาจัดเรียงกันเสมือนเป็นเส้นทางก่อตั้งค่าย
กล ปรากฎเป็นเส้นทางเชื่อมกับนรกทั้ง 9 หมื่นขุม
เพื่อเปิดช่องให้กับ แม่น้ำแห่งการลืมเลือน ไหลบ่า
ออกมาจากประตูนรก บัดนี้สายน้ำของแม่น้ำแห่ง
การลืมเลือนพลันพุ่งทะลักออกมาอย่างรุนแรง!
มันคือสายน้ำที่เต็มไปด้วยพลังแห่งหยิน ซึ่ง
รวบรวมพลังหยินจากขุมนรกเอาไว้ เมื่อมันปะทุ
ออกมา เพียงพริบตาเดียวก็ปะทะเข้ากับเขตแดน
เพลิงเทวะเก้าชั้นที่ห้อมล้อมรอบเขาอยู่!
ซูมมม ซูมมมมม!
ในเวลานี้เกิดเป็นหมอกควันปกคลุมไปทั่วทุกทิศ!
แม่น้ำแห่งการลืมเลือนและเปลวเพลิงเทวะเก้าชั้น
ซึ่งเป็นขั่วตรงข้ามกัน กำลังปะทะกันอยู่ และ
ท้ายที่สุดจะเหลือเพียงหนึ่งเท่านั้น!
ในชั่วเวลาหนึ่งเขตแดงเพลิงเทวะเก้าชั้นเกิดการ
สั่นไหวอย่างรุนแรง ภายในนั้นดูเหมือนจะมีศีรษะ
ของอสูรกายยักษ์สีเหลืองทองอยู่ 1 หัว เหมือนกับ
ว่ามันกำลังจะทำการฉีกกระชากเปลวเพลิงนี้!
คนทั่วไปไม่อาจจะมองเห็นมันได้ แต่ว่า อู่ อวี้ หยิบ
ยืมพลังของ ‘เนตรเพลิง’ ด้วยวิชามิติไร้ลักษณ์ จึง
ทำให้สามารถมองเห็นแม่น้ำแห่งการลืมเลือนที่ไหล
บ่าออกมาจากประตูนรกได้อย่างชัดเจน เห็นได้
กระทั่งว่ามันกำลังสะกดข่มเปลวเพลิงเทวะเก้าชั้น
ของ หนานกง เหว่ย เหมือนกับว่าสายน้ำสีเหลือง
กำลังจะดับทำลายเปลวเพลิงเทวะ ซึ่งบัดนี้มัน
กำลังกลืนกินพื้นที่ของเปลวเพลิงเทวะเข้าไป
เรื่อยๆ ด้วยความเร็วที่น่าหวาดกลัว ภายใน
ระยะเวลาสั้นๆ ทำให้แม่น้ำแห่งการลืมเลือนจาก
ประตูนรกกำลังขยายตัวออกมาอย่างรวดเร็ว
จากนั้นก็กลืนกินเขตแดนเพลิงเทวะเก้าชั้นทั้งหมด
เข้าไป!
เมื่อมองจากภายนอก ถึงแม้ว่ารอบด้านของเพลิง
เทวะเก้าชั้นจะยังคงมีการเผาไหม้อยู่ แต่ว่าภายใน
กลับถูกเจาะทะลวงจนกลายเป็นความว่างเปล่า
โดยสมบูรณ์ ถูกแทนที่ด้วยแสงสีเหลืองอ่อน เพลิง
เทวะเก้าชั้นที่ หนานกง เหว่ย ควบคุมไว้ บัดนี้ได้
ถูกแม่น้ำแห่งการลืมเลือนค่อยๆกลืนกินโอบล้อม
เอาไว้จนหมดสิ้น ฉากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นอยู่เบื้อง
หน้ากับนับว่าค่อนข้างอันตราย
ก่อนหน้านี้เป็น หนานกง เหว่ย ที่สะกดข่ม จิ่วอิง
เอาไว้ แต่ในเวลานี้กลับเป็น จิ่วอิง ที่เป็นฝั่าย
ควบคุมสถานการณ์เอาไว้ โดยเขาอาศัยอิทธิฤทธิ์
ของแก่นแท้พลังชีวิตศักดิ์สิทธิ์ ซึ่งมันได้สร้างภาระ
อันหนักหน่วงให้กับ หนานกง เหว่ย
จิ่วอิง ที่กลับกลายเป็นฝั่ายได้เปรียบ มันทำให้
เหล่าปีศาจมองเห็นซึ่งความหวังที่จะได้รับชัยชนะ
บัดนี้เหล่าปีศาจตกได้อยู่ในวุ่นวายอีกครา บนเมฆ
ทมิฬ พลันเกิดการเคลื่อนไหวขนาดใหญ่ ปีศาจนับ
พันได้แผดเสียงคำรามกึกก้อง บ้างก็กรีดร้องเสียง
แหลมออกมา ทำให้ผู้คนที่ได้ยินยากจะทำจิตใจให้
สงบลงได้
อย่างไรก็ตามในพริบตาเดียว หนานกง เหว่ย ก็
เกิดการเปลี่ยนแปลงขึ้นอีกครั้ง!
ในแม่น้ำแห่งการลืมเลือน จู่ๆ ปีกของ หนานกง
เหว่ย ก็กระพือขึ้น พริบตานั้นเองมหาสมุทรเปลว
เพลิงก็ได้ม้วนกวาดออกมา ราวกับปรากฎเป็น
กระบี่ขึ้นมา 1 เล่ม ทะลวงออกมาจากภายใน
แม่น้ำแห่งการลืมเลือน อีกทั้งยามนี้ตัวนางก็ไร้ซึ่ง
บาดแผลแม้แต่น้อย!
นางเป็นผู้ฝึกตนวิถีกระบี่ ถึงแม้ว่านางจะกลายเป็น
วิหคเพลิงไป แต่ทว่าปีกของนางก็เฉียบคมราวกับ
กระบี่ก็มิปาน!
เมื่อเขตแดนเพลิงเทวะเก้าขั้นถูก จิ่วอิง ทำลายไป
นางก็ได้สลายพลังลงไป ทำให้เขตแดนเพลิงเทวะ
เก้าชั้นหายไปในทันที แต่ในเวลานี้ นางได้ทะยาน
ขึ้นไปบนนภากาศเหนือหัวของ จิ่วอิง ในดวงเนตร
ของวิหคเพลิง ยังเต็มไปด้วยความเย่อหยิ่งที่เต็มไป
ด้วยเกียรติของตัวมัน เห็นได้ชัดว่าแก่นแท้พลัง
ชีวิตศักดิ์สิทธิ์ ไม่ได้ทำให้นางหวาดกลัวเลยสักนิด
กลับกัน มันได้ทำให้นางรู้สึกว่าไม่ควรแค่แม้แต่การ
จะเหลือบมอง!
ท่ามกลางเหล่าปีศาจซึ่งกำลังเต้นรำ เฉลิมฉลอง
อยู่นั้น แลเหล่าผู้ฝึกตนบนทวีปแห่งทวยเทพ
ต้องการที่จะเอาชนะพวกตนให้ได้ พลันปรากฎ
เป็นภาพ หนานกง เหว่ย ที่หนีออกมาจากวงล้อม
แม่น้ำแห่งการลืมเลือน ผนวกกับจิตใจของนางที่
สงบนิ่งดุจผิวน้ำ ครู่ต่อมาร่างของนางก็ได้ลุกโชน
ท่วมทั่วด้วยเปลวเพลิง 9 สี พร้อมกับทำการโจมตี
อีกครั้ง!
ในครั้งนี้ บนร่างของวิหคเพลิงของนาง ได้ปรากฎ
เป็น ‘ศาสตราเต๋า’ ชิ้นหนึ่งออกมา อู่ อวี้ คิดว่า
นางมีเพียงแค่ศาสตราสถิตวิญญานเท่านั้น ซึ่งนั้นก็
คือ กระบี่หงษ์เทวะเก้าสี แต่ไม่เคยคาดคิดเลยว่า
ศาสตราเต๋าที่ปรากฏอยู่ในมือของนางในตอนนี้จะ
เป็น ศาสตราเต๋าวิถีแท้!
ในระดับของพวกเขา สามารถที่จะควบคุมศาสตรา
เต๋าวิถีแท้ได้ โดยปกติแล้วก็เนื่องจากได้รับการสืบ
ทอดมรดกมาโดยตรง ตัวอย่างเช่น เปั่ยซาน ม่อ ที่
ได้รับการสืบทอดมรดกของจักรพรรดิกระบี่สวรรค์
คราม และ มู่หรง ซวี่ ที่ได้รับสืบทอดมรดกมา
เช่นกันจึงจะสามารถควบคุมกระบี่เต๋าอัสนีคลั่งได้
แต่สำหรับ อู่ อวี้ นั้นพิเศษกว่ามาก
ดังนั้นเมื่อ หนานกง เหว่ย ทำการกำราบควบคุม
ศาสตาเต๋าวิถีแท้ได้ จึงสามารถอธิบายได้ว่า นาง
ได้สืบทอดมรดกของจักรพรรดิวิหคเพลิงเก้าสีมา
และยังได้รับศาสตราเต๋าวิถีแท้มาด้วยเช่นกัน! แต่
ว่าก่อนหน้านี้นางยังไม่สามารถควบคุมได้อย่าง
เชี่ยวชาญ จึงไม่ได้นำมันออกมาใช้
จำได้ว่าในตอนที่นางเพิ่งจะได้รับสืบทอดมรดก
จักรพรรดิวิหคเพลิงเก้าสี ความสัมพันธ์ระหว่าง
นางกับ อู่ อวี้ ยังคงดีอยู่ อย่างไรก็ตามเรื่องที่
สำคัญเช่นนี้ นางก็ไม่ได้บอกกล่าวกับ อู่ อวี้
การที่นางสามารถครอบครองศาสตราเต๋าวิถีแท้ได้
เช่นนี้ ย่อมไม่ต้องสงสัยเลยว่ามันได้ทำให้นางก้าว
ขึ้นไปอยู่อีกระดับหนึ่ง!
ดวงตาของ อู่ อวี้ สามารถมองเห็นได้อย่างชัดเจน
ว่าวิหคเพลิงที่อยู่เบื้องหน้ากำลังควบคุมศาสตรา
เต๋าวิถีแท้ ซึ่งที่จริงมันคือเต๋าหลอมสามขา 1 เตา
มันมีความคล้ายคลึงกับเตาหลอมเม็ดยาของ อู่ อวี้
แต่ทว่าเตาหลอมเตานี้เปรียบเสมือนอยู่บนฟากฟั้า
ส่วนอีกหนึ่งอยู่บนพื้นดิน ประสิทธิภาพของทั้งสอง
นับว่าแตกต่างกันอย่างยิ่ง
เตาหลอมกำลังลุกท่วมไปด้วยเปลวเพลิง ความ
ร้อนแรงของมันช่างน่ากลัวเป็นอย่างยิ่ง และบนตัว
เตาหลอมมีวงเวทศาสตราอยู่นับหมื่น ครอบครอง
พลังการสังหารที่น่าสะพรึง
ภายในความเลือนลาง อู อวี้ ได้ยิน จอมจักรพรรดิ
เอ่ย อย่างประหลาดใจว่า “ศาสตราเต๋าชิ้นนี้
น่าจะเป็น ‘เตาหลอมดับพิภพ’ ดูเหมือนว่ามันจะ
เป็นที่กล่าวขานเลยทีเดียว กล่าวกันว่ามันเป็น
ศาสตราเต๋าวิถีแท้ของจักรพรรดิวิหคเพลิงเก้าสีที่
ซึ่งไม่ได้ปรากฏตัวขึ้นมาบนโลกบนนี้มาเป็น
เวลานานแล้ว”
อู่ อวี้ ก็คาดว่ามันน่าจะเป็นเช่นนั้นเหมือนกัน
เตาหลอมดับพิภพ
เมื่อพิจารณาจากชื่อแล้ว มันจะต้องเป็นศาสตรา
เต๋าวิถีแท้ที่สั่นคลอนผู้คนได้อย่างแท้จริง!
จักรพรรดิอิง บิดาของ จิ่วอิง แน่นอนว่าเขาจะต้อง
เตรียมศาสตราเต๋าวิถีแท้ให้เรียบร้อยแล้ว แต่น่า
เสียดายที่ จิ่วอิง ในตอนนี้ไม่อาจจะควบคุม
ศาสตราเต๋าวิถีแท้ได้ ในด้านนี้ จิ่วอิง จึงนับว่าด้อย
กว่านางอยู่เล็กน้อย
เมื่อ เตาหลอมดับพิภพ ปรากฏออก หนานกง
เหว่ย ก็ไม่ปล่อยให้ จิ่วอิง ได้โอกาสหรือเวลาใดๆ
คนเร่งทำการกระตุ้นวงเวทที่อยู่บนเตาพร้อม
ประจันหน้าต่อทันที!
หาได้ยากที่ผู้ฝึกตนวิถีกระบี่แห่งซูซัน จะไม่ได้
ครอบครองศาสตราเต๋าวิถีแท้ประเภทกระบี่!
ในตอนที่ หนานกง เหว่ย กำลังควบคุม ‘เตาหลอม
ดับพิภพ’ เสียงร้องของวิหคอันแหลมเล็กดัง
กังวานกึกก้อง ทันใดนั้นเตาหลอมดับพิภพพลัน
หมุนคว้างขึ้น ฝาเตาเปิดออก พริบตานั้นเตาหลอม
ดับพิภพก็ขยายขนาดขึ้นกลายเป็นเตาขนาดมหึมา
มันขยายขนาดใหญ่ขึ้นจนไม่สามารถมองเห็นขอบ
สุดของมันได้ เตาหลอมได้ขยายใหญ่จนเข้าปก
คลุมทั่วทั้งท้องฟั้าอย่างรวดเร็ว!
สำหรับ จิ่วอิง แล้ว ราวกับว่าบนฟั้าปรากฏเป็น
มหาสมุทรเปลวเพลิงไร้ที่สิ้นสุดขึ้น แค่เสี้ยววิทั่วทั้ง
สนามประลองซ่างเซียนก็ถูกปกคลุมอย่างสมบูรณ์
มหาสมุทรเปลวเพลิงนั้นเป็นเปลวเพลิงที่อยู่
ภายในเตาหลอมดับพิภพ
มันทำให้ จิ่วอิง ตระหนักได้ว่านี่คืออันตราย
ร้ายแรงถึงขั้นวิกฤต
ทันใดนั้นเขาก็ปิดการใช้งานประตูนรก กระพือปีก
ทั้ง 2 ข้าง เร่งความเร็วขึ้นจนถึงขีดสุด!
“คิดจะหนีรึ? ย่อมไม่ง่ายเช่นนั้น! เจ้าพวกปีศาจอัน
แสนจะชั่วช้า ต่อให้ตกตายไปเท่าไหร่ก็ไม่พอ!”
หนานกง เหว่ย คำรามออกมาด้วยน้ำเสียงที่เปียม
ไปด้วยโทสะ ตามหลังเสียงนี้คือฝาของเตาหลอม
ดับพิภพซึ่งกำลังปิดทับลงมา ฝาเตาหลอมบินผ่า
ท้องนภาเข้าครอบ มหาสมุทรเพลิงอันเดือดพุ่ง
พล่าน พร้อมกับกระแทกประกบกันอย่างรวดเร็ว!
ตูมมมมม!
ราวกับมันสามารถปกคลุมไปทั่วท้องฟั้า
ในเวลานี้หัวใจของทุกคนตกอยู่ในความตึงเครียด
ทุกคนไม่รู้ว่าท้ายที่สุดแล้ว ศาสตราเต๋าวิถีแท้ของ
หนานกง เหว่ย นี้จะสามารถปิดผนึก จิ่วอิง ได้หรือ
ว่า จิ่วอิง จะสามารถหลบหนีได้สำเร็จ?
คำตอบจะปรากฎขึ้นอีกในไม่ช้า!
ในขณะที่ฝาของเตาหลอมดับพิภพกำลังปิดครอบ
ลงอย่างสมบูรณ์นั้น ขนาดของมันกลับยังคงขยาย
อยู่อย่างไม่หยุดยั้ง อู่ อวี้ ไม่เคยเห็นศาสตราเต๋าวิถี
แท้ที่สามารถขยายขนาดได้เช่นนี้มาก่อน!
จิ่วอิง หลบไม่ออกมาไม่ทัน ก่อนที่เขาจะพุ่งออกมา
กลับถูกฝาของเตาหลอมดับพิภพปิดผนึกลงไป
เห็นได้ชัดว่าเขาถูกกักขังเข้าไปภายในเตาหลอม
ดับพิภพ
ตูมมมมมมมมม!
เตาหลอมดับพิภพ ที่ตกลงสู่พื้นได้บดขยี้ทำลาย
พื้นดินที่อยู่ด้านล่างในทันที ทำให้แผ่นดิน
สั่นสะเทือนจนยืนแทบไม่อยู่ ในเวลาหลายปีมานี้
นี่เป็นครั้งแรกที่เขาเซียนซ่างหยวนเกิดการ
สั่นสะเทือนรุนแรงเช่นนี้
ถึงแม้ผู้คนจะยอมรับว่า วูซาน เสวี่ยชือ นั้น
แข็งแกร่งกว่าก็จริง แต่การต่อสู้ของมัน กลับ
ห่างไกลกับฉากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเบื้องหน้าอย่าง
ไม่เห็นฝุั่น
ผู้คนจับจ้องมองไปที่ เตาหลอมแห่งความสิ้นหวัง
ที่ปิดผนึก จิ่วอิง เอาไว้อยู่ภายใน หลังจากที่ปิด
ผนึกได้สำเร็จ เตาหลอมดับพิภพก็ย่อขนาดเล็กลง
และลอยกลับไปหา หนานกง เหว่ย ที่ยืนอยู่บน
ท้องฟั้า ยามเมื่อแก่นแท้ตำหนักม่วงถูกถ่ายทอด
เข้าไปภายในเตาหลอมดับพิภพ และทำการกระตุ้น
วงเวทศาสตราขึ้นมาอีกหลายครั้ง เห็นได้ชัดว่า จิ่
วอิง ที่อยู่ภายในเตาหลอมดับพิภพ ย่อมต้องกำลัง
ต้านรับการโจมตีอย่างบ้าคลั่งของ หนานกง เหว่ย
อย่างแน่นอน!
ดวงตาของ อู่ อวี้ ไม่สามารถมองทะลุผ่านศาสตรา
เต๋าวิถีแท้ชิ้นนี้ได้ แต่เขารู้ดีว่า จิ่วอิง ได้มาถึง
ขีดจำกัดแล้ว เตาหลอมดับพิภพชิ้นนี้ช่างน่ากลัว
อย่างยิ่ง หากถูกขังอยู่ภายในนั้น ก็จะถูก หนานกง
เหว่ย ควบคุมและทำการปิดตายโจมตีอย่าง
ต่อเนื่อง หากเป็นเช่นนี้ต่อไป หนานกง เหว่ย ย่อม
คิดที่จะสังหาร จิ่วอิง ทั้งๆอย่างนี้แน่นอน เช่นนั้นก็
นับว่าบัดนี้ จิ่วอิง ได้ตกอยู่ในช่วงหน้าสิ่วหน้า
ขวานอย่างแท้จริงแล้ว!
ผนวกกับคำที่ หนานกง เหว่ย เพิ่งจะกล่าวไปก่อน
หน้านี้ว่า ‘ต่อให้ตกตายไปมันก็ยังไม่พอ’ เห็นได้
ชัดว่านางเตรียมที่จะสังหาร จิ่วอิง ที่นี่
เกรงว่านางคงจะเอาเรื่องความแค้นชิงชังเกี่ยวกับ
มารดาเข้ามาร่วมด้วยเสียแล้ว!
กระทั่งเอาความสัมพันธ์ของ อู่ อวี้ เข้ามาเกี่ยวก็มี
สิทธิ์ ซึ่งนางจะต้องใช้วิธีนี้เพื่อเป็นการพิสูจน์ว่า
นางไม่ต้องการ อู่ อวี้ อีกต่อไปแล้ว นางสามารถ
กระทำทุกสิ่งเองได้ เพราะหากมองจากมุมของ
หนานกง เหว่ย แล้ว อู่ อวี้ ย่อมเข้าใจในสิ่งที่นาง
กำลังคิดอยู่ในทันที
นางบ้าคลั่งและปั่าเถื่อนมากกว่าที่ อู่ อวี้
จินตนาการเอาไว้หลายขุมนัก
บางทีภายใต้แรงกดดันของจักรพรรดิมาร นางจึง
วางความบาดหมางระหว่างตนและ อู่ อวี้ ออกไป
แต่หลังจากที่ ลั่วผิน ปรากฏตัวออกมา มันจึงไป
กระตุ้นบางสิ่งบางอย่างที่อยู่เหนือจินตนาการของ
นางเข้าให้
อย่างน้อยในตอนนี้ นางก็กำลังกระตุ้นวงเวท
ศาสตราบนเตาหลอมดับพิภพเพื่อที่จะแผดเผา จิ่
วอิง แต่แล้วเวลาต่อมา นางกลับหันมองมาทาง อู่
อวี้ พร้อมกับอดไม่ได้ที่จะยิ้มเย้ยถากถางไปยัง อู่
อวี้
ฉับพลันนั้น เตาหลอมดับพิภพ สั่นเทิ้มอย่างรุนแรง
แต่อย่างไรก็ตาม หนานกง เหว่ย ยังคงกดมันลงไป
บนพื้นดิน ไม่ปล่อยโอกาสให้ จิ่วอิง ได้หลบหนี
ออกมา
ฉากที่เกิดขึ้นนี้ มันทำให้ผู้ฝึกตนบนทวีปแห่งทวย
เทพรู้สึกประหลาดใจกับความน่ากลัวของ หนาน
กง เหว่ย แต่ก็อดไม่ได้ที่จะส่งเสียงตะโกนให้
กำลังใจนาง!
“หนานกง เหว่ย ปรากฏตัวออกมาทันเวลาพอดี
มันก็เป็นเหมือนกับการตบหน้าเหล่าปีศาจ
ทั้งหมด!”
“โดยเฉพาะอย่างยิ่งนี่เป็นล้างแค้นให้กับ เสิน ชิว
เหยี่ยน ของพวกเรา”
“สตรีนางนี้ทำไมถึงมีวาสนาเช่นนี้ อนาคตของนาง
จะต้องไร้ขีดจำกัด ไม่แน่ว่าในการแข่งขันครั้งนี้ จะ
ไม่มีใครสามารถเปรียบเทียบกับนางได้
ตัวอย่างเช่น วูซาน เสวี่ยชือ ที่ฝึกตนมามากกว่า
นางสิบกว่าปี ข้อได้เปรียบนี้ไม่ช้าก็เร็วนางก็จะ
ตามได้ทัน”
“ซูซันช่างโชคดียิ่งนัก หลังจากที่สูญเสีย เปั่ยซาน
ม่อ ไป แต่กลับปรากฏ หนานกง เหว่ย ที่มี
ความสามารถอันน่าตกตะลึงยิ่งกว่า การที่จะมีมี
บุตรีที่ดีเช่นเซียนกระบี่กุ้ยหยาง คงทำได้เพียงแค่
ตื่นจากฝันแล้วกระมัง”
ในเวลาเดียวกัน ผู้คนก็รู้สึกตกตะลึง และพูดคุยกัน
“ข้าว่า จิ่วอิง คงไม่อาจจะต่อต้านได้อีกนานนัก
หากเป็นเช่นนี้ต่อไป เขาอาจจะถูกฆ่าตายก็
เป็นได้!”
“เจ้าจะกังวลไปทำไม จักรพรรดิอิง ยังไม่มีทีท่า
กังวลอะไรเลย”
“จำต้องมีใจหษยกล้าสังหารปีศาจ จะได้ทำให้พวก
ปีศาจเหล่านี้ได้เห็นถึงความแข็งแกร่งของพวกเรา
ผู้ฝึกตนบนทวีปแห่งทวยเทพ ดูซิว่าพวกมันยังจะ
กล้าหยิ่งผยองอยู่อีกหรือไม่!”
ทุกสิ่งอยู่ภายใต้คลองจักษุของ อู่ อวี้ บัดนี้ หนาน
กง เหว่ย ควบคุมศาสตราเต๋าวิถีแท้นี้อย่าง
เชี่ยวชาญ มันได้สะกดข่ม จิ่วอิง ได้อย่างแท้จริง
ภายในเตาหลอมดับพิภพ จิ่วอิง ถูกปิดล้อมด้วยวง
เวทศาสตรานับหมื่นวง ไม่สามารถหนีออกมาได้
อย่างสิ้นเชิง หากเป็นเช่นนี้ต่อไป การที่เขาจะตก
ตายไปมันก็ขึ้นอยู่กับเวลาแล้วเท่านั้น
หนานกง เหว่ย มีจิตใจโหดเหี้ยมยิ่งนัก นี่เป็น
ช่วงเวลาที่นางได้ปลดปล่อยพลังทั้งหมดออกมา
ซึ่งนี่อาจจะเป็นวันแห่งการแก้แค้นที่นางรอคอยมา
เนิ่นนาน
อู่ อวี้ อดไม่ได้ที่จะมองไปยัง จักรพรรดิอิง เห็นได้
ชัดว่า จักรพรรดิอิง ไม่เต็มใจที่จะให้ จิ่วอิง พ่าย
แพ้ ดังนั้นจึงไม่มีการช่วยเหลือแต่อย่างใดเพราะ
จะทำให้ตนเสียหน้า จึงทำได้เพียงนั่งดูเท่านั้น
ที่ด้านข้าง จักรพรรดิจู้หันไปยิ้มแล้วกล่าวว่า
“จักรพรรดิอิง หากเป็นเช่นนี้ต่อไป บุตรชายสุดที่
รักของเจ้าก็อาจจะหายไปแล้วก็ได้”
แน่นอนว่า จักรพรรดิอิง ให้ความสำคัญกับ จิ่วอิง
เป็นอย่างยิ่ง ไม่เช่นนั้นเขาคงไม่ยอมให้อสรพิษปา
ไปคุ้มครองเช่นนั้น
“เฮอะ!” จักรพรรดิอิง ไม่คาดคิดว่า จิ่วอิง จะลง
สนามแล้วจะพบกับคนที่น่าหวาดกลัวอย่าง หนาน
กง เหว่ย บัดนี้เขาจึงได้ยอมรับความพ่ายแพ้และ
กำลังจะเริ่มลงมือ แต่อย่างไรก็ตาม ประมุข
ศักดิ์สิทธิ์ไท่ซู กลับปั่าวประกาศตัดหน้าเขาว่า
“การประลองสิ้นสุดแล้ว ผู้ชนะคือ หนานกง เหว่ย
แห่งนิกายเซียนซูซัน ขอแสดงความยินดีด้วย!”
เมื่อกล่าวจบ เขาก็โบกสะบัดมือ ทำให้เตาหลอม
ดับพิภพลอยขึ้นมา พลันปรากฏช่องว่างขึ้นมา
เล็กน้อย จิ่วอิง ใช้โอกาสนั้นจึงสามารถเจาะ
ทะลวงออกมา ทำให้เขาหลบหนีออกจากวิกฤต
อันตราย
ประมุขศักดิ์สิทธิ์ไท่ซูเป็นถึงเจ้าภาพ ตามกฏแล้ว มี
เพียงแต่เขาเท่านั้นที่สามารถทำเช่นนี้ได้ เพื่อ
สามารถหยุดยั้งไม่ให้เกิดการตกตายไปโดยเปล่า
ประโยชน์
การต่อสู้ครั้งนี้สิ้นสุดลงแล้ว และผู้คนก็ได้เห็นถึง
ความน่าสะพรึงกลัวของ จิ่วอิง แล้ว แต่ช่วยไม่ได้
ที่ หนานกง เหว่ย นั้นเก่งกาจยิ่งกว่า พวกเขาจึง
ทำได้เพียงแค่จ้องมองอย่างตกตะลึงเพียงเท่านั้น
………………………………………………..
(´▽`).。o♡ เพลิน
กลืนสวรรค์สะท้านทวยเทพ