กลืนสวรรค์สะท้านทวยเทพ - ตอนที่ 529 : ถาไมพอใจก็เขามา
การต่อสู้ครั้งนี้ทำให้ อู่ อวี้ กลับมาเป็นจุดสนใจ ถูก
เพ่งเล็งจับตามองอีกครั้ง
แม้ว่าพลังฝีมือของ หนานกง เหว่ย จะทะยานเพิ่ม
สูงขึ้นอีกครา ทั้งยังสามารถหวนคืนสู่บรรพชนถือ
กำเนิดใหม่กลายเป็นสัตว์สวรรค์หงส์เพลิงได้อย่าง
น่าอัศจรรย์ใจยิ่ง แต่อย่างน้อย ๆ ด้วยความ
แข็งแกร่งที่ อู่ อวี้ แสดงออกมาให้เป็นที่ประจักษ์
ก็เป็นเสมือนดังวาจาที่กระแทกเข้าใส่ฝูงชนว่า การ
ที่เขาสามารถทำลาย วิหารพญายม ในทะเลตงไห่
ได้นั้น ไม่ใช่แค่โชคช่วย
ทว่าเรื่องที่เขาสามารถเอาชนะ หนานกง เหว่ย กับ
เปั่ยซาน ม่อ ได้นั้น ก็หาใช่โชคช่วยอีกเช่นกัน!
ซึ่งสำหรับ อู่ อวี้ ทั้งหมดนี้ล้วนเป็นเปั้าหมายแล
ความคาดหวังของเขา นอกจากนี้ความปรารถนา
สูงสุดของเขาคือการชนะเป็นอันดับ 1 ใน ‘ศึก
มังกรสวรรค์แห่งทวีปทวยเทพ’ อีกทั้งยังต้องการ
ชำระหนี้แค้นกับ วูซาน เซี่ยชือ ให้มันได้ชดใช้สิ่งที่
มันก่อขึ้น
ตราบใดที่เขาสามารถเอาชนะ วูซาน เซี่ยชือ เขา
จะเป็นผู้ชนะในการประลองครั้งนี้ แล้วกลายเป็น
ยอดยุทธหนึ่งในใต้หล้าอย่างแน่นอน
แน่นอนว่า หนานกง เหว่ย กับ เหอไท่ จวิน คง
จะต้องไม่คิดเช่นนั้น
ในเวลานี้เมื่อ อู่ อวี้ สามารถเอาชนะฝั่ายตรงข้าม
ได้ จึงเท่ากับว่าสองในสามปีศาจที่เข้าร่วมการ
ประลองได้ถูกจัดการลงแล้ว ซึ่งผลแห่งชัยชนะครั้ง
นี้ทำให้ หนานกง เหว่ย ต้องมองเขาใหม่อีกครั้ง
ตอนนี้นางค่อนรู้สึกภาคภูมิใจเล็กน้อย นางเชิดคาง
มอง อู่ อวี้ ด้วยสายตาท้าทาย โดยไม่ต้องกล่าวสิ่ง
ใด อู่ อวี้ ก็เข้าใจจุดประสงค์ของนางดี เขากระทำ
เพียงแค่ยิ้มน้อย ๆ เท่านั้น จากสิ่งที่เห็นนี้ สามารถ
แสดงให้เห็นอย่างชัดเจนว่าเปั้าหมายของ หนาน
กง เหว่ย ก็คือตัวเขา
” บางทีหากนางข้ามผ่านข้าไปได้ นางก็จะสามารถ
ไปต่อได้ ”
” แต่ข้าก็ไม่สามารถแพ้นางได้เช่นกัน มิฉะนั้นข้า
คงไม่อาจได้ก้าวเข้าสู่ เส้นทางเซียนบรรพกาล ”
อันที่จริงแล้ว อู่ อวี้ ไม่ต้องการต่อสู้กับนาง
หลังจากที่เขาประสบความสำเร็จ สามารถคว้าชัย
ชนะมาได้ แม้แต่เหล่าผู้อาวุโสของ นครจักรพรรดิ
เพลิง ต่างก็ให้กำลังใจเขากันทั้งสิ้น ส่วนตัวเขาหา
ได้ยินดีกับชัยชนะครั้งนี้มากมายนัก เขายังคงเยือก
เย็นสุขุมเช่นเคย แล้วกลับไปยังที่นั่งของตนเอง
อย่างเงียบ ๆ การต่อสู้ในครั้งนี้เขามีได้รับบาดเจ็บ
อันใด ส่วน ปีศาจตั๊กแตนวายุ ยังคงอยู่ในเวที
ประลอง ด้วยเพราะรับบาดเจ็บสาหัส ทางฝัง
ปีศาจจึงต้องมาพาตัวมันกลับไปยังที่ตำแหน่งนั่ง
ของมัน แม้มันอยู่ในอาการที่เรียกว่าแทบจะสิ้นสติ
แต่ถึงกระนั้นมันก็ยังไม่กล้าแม้แต่เหลือบมอง อู่ อวี้
ขณะที่มันกำลังเดินผ่าน วูซาน เซี่ยชือ มันก็กล่าว
ขึ้นว่า ” เจ้าควรระวังมันเอาไว้ให้ ดูสภาพของข้า
เป็นตัวอย่างก็แล้วกัน ”
เมื่อได้ยินเช่นนั้น วูซาน เซี่ยชือ ก็กล่าวสวนกลับ
อย่างดูถูกว่า ” เจ้าขยะ ”
” หึหึ…เดี๋ยวเจ้าก็รู้ ” ปีศาจตั๊กแตนวายุ หาได้
สนใจกับคำดูถูกของมันไม่ หลังจากนั้นมันก็ไม่
กล่าวอันใดต่อ เพียงแต่คิดบางสิ่งบางอย่างภายใน
ใจ ซึ่งผู้อื่นไม่อาจล่วงรู้
วูซาน เซี่ยชือ เกียจคร้านเกินกว่าจะกล่าวอันใดกับ
มันอีก มันเบนสายตาไปทาง อู่ อวี้ แล้วกล่าวขึ้น
ด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำว่า ” ในภายภาคหน้ามันผู้นี้
จะต้องเป็นศัตรูตัวฉกาจของเผ่าพันธุ์ปีศาจอย่าง
แน่นอน หากข้ารู้มันจะแสดงความสามารถเฉกเช่น
ดั่งในอย่างยามนี้ ข้าคงตัดไฟมันตั้งแต่ต้นลมไป
แล้ว ”
ครั้งหนึ่งมันเคยประทับคำสาปโลหิตไว้ที่ อู่ อวี้
เพื่อยืมมือสังหาร จิ่วอิง ซึ่งแผนชั่วครั้งนั้นของมัน
ก็ได้ถูกเปิดเผยเป็นที่เรียบร้อย ในขณะที่มัน
กล่าวถึงเรื่องนี้ จักรพรรดิอิง ก็เหลือบมองมาทาง
มัน ส่งผลให้ความภาคภูมิใจที่บังเกิดขึ้นภายใน
จิตใจของมัน ต้องหวนคืนกลับสู่เบื้องลึกทันที
” จะเป็นการดีอย่างยิ่ง ถ้ามันจะไม่ดวงกุดมาเจอ
กับข้า … ” วูซาน เซี่ยชือ ยังคงไม่แยแส เพราะ
อย่างน้อยมันก็เป็นผู้แรกที่คว้าชัยชนะ สิ่งที่มันพูด
ราวกับว่าการกำจัด อู่ อวี้ นั้นง่ายดายราวพลิกฝั่า
มือ
ห้วงทะเลปีศาจอนันต์ ไม่ได้รับชัยชนะในการต่อสู้
‘ศึกมังกรสวรรค์แห่งทวีปทวยเทพ’ มากี่ปีแล้วยัง
ไม่อาจทราบได้? ด้วยเพราะทุกครั้งที่มีการแข่งขัน
เกิดขึ้น พวกปีศาจจะถูกขัดขวางจากผู้ฝึกตนฝั่าย
ธรรมะเสียก่อน
” หึหึ… มาลองดูกันสิว่าครานี้ จะมีผู้ใดหน้าไหน
มาหยุดข้าได้อีก ? ” วูซาน เซี่ยชือ กวาดสายตา
มองไปจนทั่ว มันก็ยังไม่พบเห็นผู้มีฝีมือมากพอจะ
สามารถหยุดมันได้ แล้วมันก็หัวเราะในลำคอด้วย
ความเย้ยหยัน
สิ่งที่น่าตื่นเต้นมากสุดของ ‘ศึกมังกรสวรรค์แห่ง
ทวีปทวยเทพ’ ก็คือ เมื่อการต่อสู้ดำเนินมาถึงช่วง
กลาง ผู้เข้าร่วมการประลองแข่งขันจะแทบไม่มี
เวลาหายใจหายคอ หรือ พักผ่อนเพื่อฟืนพลังกัน
เลยทีเดียว หลังจาก อู่ อวี้ ได้รับชัยชนะการ
ประลองในรอบของเขาไปแล้ว คนที่เหลือก็ลงไป
ลองต่อไปเรื่อย ๆ จนเหลือ16 คนสุดท้าย จะเป็น
การต่อสู้ในแบบชี้เป็นชี้ตาย ซึ่งผู้เข้ารอบทั้ง 16
คน ก็มีหลายคนที่ได้รับบาดเจ็บ แล้วก็แน่นอนว่า
อาการบาดเจ็บนี้ จะเป็นเครื่องชี้วัดชะตาการต่อสู้
ในรอบต่อไปของพวกเขา เมื่อเวลาแลการต่อสู้ยิ่ง
ผ่านไป ผู้ที่สามารถยืนอยู่จุดสูงสุดของผู้เข้าร่วม
การต่อสู้ทั้งหมด จะยิ่งเห็นเด่นชัดมากยิ่งขึ้น
สำหรับผู้ที่เข้ารอบ 16 คนสุดท้ายนี้ ยังคงคัดเลือก
คู่ต่อสู้ในแบบสุ่มเหมือนเช่นเคย โดยให้เด็กน้อยผู้
เป็นมนุษย์จับฉลากเสี่ยงทายรายชื่อผู้ประลองคู่นั้น
ๆ ขึ้นมา ภายใต้การเสี่ยงทายรายชื่อแบบสุ่มนี้
อะไรก็สามารถเกิดขึ้นได้
ทุกคนสามารถกลายเป็นคู่ต่อสู้ของอีกฝั่ายได้เสมอ
อย่างเช่น อู่ อวี้ อาจจะพบกับ วูซาน เซี่ยชือ เลยก็
เป็นได้ หรือไม่ก็อาจจะพบกับ หนานกง เหว่ย
เขาต้องการสังหาร วูซาน เซี่ยชือ ให้รีบไปตาย ๆ
เสียจะได้เป็นการลบล้างความอัปยศ กล่าวได้ว่า
ณ เวลานี้ภายในจิตใจของเขาหาได้มีความกดดัน
แม้แต่น้อยไม่ ส่วนทางด้าน หนานกง เหว่ย ก็
ต้องการจะต่อสู้กับเขา ซึ่งก็เป็นเรื่องที่น่าอดสูยิ่ง
นัก ก่อนที่เด็กมนุษย์จะลงมือจำฉลากชี้เป็นชี้ตาย
ความคิดภายในใจของทุกผู้คนก็แตกต่างกันอย่าง
สิ้นเชิง
รายชื่อจะถูกประกาศผลในไม่ช้านี้
แน่นอนว่าทุกอย่างมิได้บังเอิญขนาดนั้น เขาเพิ่งจะ
ออกไปต่อสู้ประลองในรอบแรกมา รอบนี้ย่อมไม่มี
ทางเป็นเขาอย่างแน่นอน ทำให้ยามนี้ อู่ อวี้ จึง
ไม่ได้สนใจมากนัก ซึ่งเพื่อจะให้ตนเองได้เข้าสู่ 8
อันดับแรก ทุกคนจะต้องทุ่มสุดตัวอย่างสุด
ความสามารถ ทำให้ในแต่ละคู่จะต้องพยายามเป็น
อย่างมาก ผู้ที่เข้ารอบมา มีหลายคนที่ได้รับ
บาดเจ็บจากการประลองรอบที่แล้ว ซึ่งดูเหมือน
ว่างร่างกายของพวกเขายังไม่ฟืนคืน คาดว่าคงจะ
พ่ายแพ้ในไม่ช้า ส่งผลให้ฝั่ายตรงข้ามของเขาได้
เข้าสู่รอบ 8 คนสุดท้ายไปเป็นคนแรก
การต่อสู้ใน ‘ศึกมังกรสวรรค์แห่งทวีปทวยเทพ’
ดำเนินไปอย่างรวดเร็วมาก ด้วยความเร็วระดับนี้
เป็นไปได้ว่าศึกตัดสินน่าจะมาถึงในอีก 2 – 3 วัน
ข้างหน้า ทั้งหมดนี้เป็นกฎเกณฑ์ของบรรพชนที่ได้
สร้างทิ้งเอาไว้ ขณะนี้การต่อสู้ยังคงดำเนินต่อไป
ทุกคนต่างต้องรู้จักรักษาตัวรอด งัดความสามารถ
ทุกอย่างที่มีออกมาใช้ห้ำหั่นกับฝั่ายตรงข้าม
หลังจากการต่อสู้อย่างต่อเนื่อง เพื่อให้ตนเองมีชัย
เหนือคู่ต่อสู้ทั้ง 5 รอบ ทุกคนต่างทุ่มเทอย่าง
สุดกำลัง ด้วยเพราะต้องการให้ตนเองกลายเป็น
อันดับ 1!
อู่ อวี้ ยังคงสุขุมเยือกเย็น แม้ว่ายอดฝีมือจาก
พรรคนิกายอื่น ๆ จากทวีปแห่งทวยเทพ ได้ตก
รอบไปแล้วก็ตาม แต่พวกเขาก็ยังรอเฝั้าชมการ
ประลองอยู่ที่นี่
เนื่องจากการต่อสู้ในทุก ๆ ครั้ง ช่างน่าตื่นเต้นลุ้น
ระทึกเป็นยิ่งนัก!
นี่คือการประลองครั้งสำคัญ ซึ่งถูกจัดขึ้นในทุก ๆ
50 ปี มันคือการต่อสู้ที่เหล่าอัจฉริยะจะต้องมาต่อสู้
ห้ำหั่นกันเอง!
ผู้ใดบ้างเล่า ไม่ต้องการจะเลื่องลือนามในทวีปแห่ง
ทวยเทพ?
ผู้ใดบ้างเล่า ไม่ต้องการให้ผู้คนในใต้หล้าต่างทึ่ง
ตะลึงในความสามารถของตนเอง?
ผู้ใดบ้างเล่า ไม่ต้องการขับไล่ปีศาจ แล้วกลายเป็น
วีรบุรุษแห่งทวีปทวยเทพ?
ท่ามกลางความบ้าคลั่ง การต่อสู้รอบสุดท้ายยิ่งใกล้
เข้ามามากขึ้นเรื่อย ๆ ส่งผลให้บรรยากาศในยามนี้
ทวีความรุนแรงมากยิ่งขึ้น นอกจากจาก พรรคซ่าง
หยวน แล้ว ผู้คนจำนวนมากยังให้ความสนใจใน
การประลองครั้งนี้มาขึ้นเรื่อย ๆ
ผู้ที่จะฝั่าเข้าสู่รอบ 8 คนสุดท้ายจะปรากฏตัวขึ้น
ในไม่ช้า แน่นอนว่าความลุ้นระทึกรื่นเริงยังไม่จบ
เพียงเท่านี้ หลังจากนั้นประมุขศักดิ์สิทธิ์ไท่ซูก็เริ่ม
ประกาศนามของผู้เข้าร่วมการประลองรอบต่อไป
” ตระกูลเทียนอี้ เหอไท่ จวิน ”
การประลองรอบแรก คือ เหอไท่ จวิน ผู้มีพื้นฐาน
ฝึกตนอยู่ในระดับตำหนักม่วงทะเลมรกต ขั้นที่ 9
แน่นอนว่ามันสามารถมีชัยเหนือคู่ต่อสู้ในระดับ
ตำหนักม่วงทะเลมรกตขั้นที่ 7 ได้อย่างง่ายดาย
ด้วยความแข็งแกร่งอันโดเด่นสะดุดตา มันสามารถ
ผ่านเข้าสู่การต่อสู้รอบถัดไปได้อย่างง่ายดาย ไม่
ต้องสงสัยเลยว่ามันจะสามารถเอาชนะต่อไปได้
เรื่อย ๆ จนกระทั่งพบกับ วูซาน เซี่ยชือ ซึ่งทุกคน
ก็เฝั้ารอรับชมการต่อสู้ครั้งนี้อย่างใจจดจ่อ
และสิ่งที่ทำให้ฝูงชนรู้สึกสงสัยใคร่รู้เป็นอย่างยิ่งก็
คือ
” ผู้ใดจะกลายเป็นผู้โชคร้ายคนต่อไปที่ต้อง
เผชิญหน้ากับ เหอไท่ จวิน ? ”
” เหอไท่ จวิน ผู้นี้ มีอายุอานามมิได้มากมายเท่าใด
แต่กลับมีฝีมือและแข็งแกร่งพอจะเป็นคู่มือ
ทัดเทียมกับ เฉิน ชิงเหยา ของนิกายเซียนซูซัน
เลยทีเดียว ”
“ กล่าวได้ว่ามันคือหนึ่งในยอดฝีมือผู้แข็งแกร่ง
มากที่สุด ภายใต้อาณาจักรที่ต่ำลงไปกว่าระดับก่อ
ร่างกำเนิดจิตเทวะ ในบรรดายอดยุทธภายใน
ตระกูลเทียนอี้ เหอไท่ จวิน เป็นบุคคลที่หาได้ยาก
ยิ่ง ”
“ ระดับของ ศึกมังกรสวรรค์แห่งทวีปทวยเทพ
ครั้งนี้สูงส่งเป็นอย่างยิ่ง อย่าง วูซาน เซี่ยชือ กับ
เหอไท่ จวิน เมื่อเทียบกับตัวแทนชั้นนำครั้งก่อน
แล้ว ทั้งสองคนแข็งแกร่งกว่ามาก หากพวกเขาทั้ง
สองได้ร่วมประลองในในสงครามครั้งก่อนแล้ว
ตัวหมิงซาน เสิ้งเสวี่ย อาจจะไม่ใช่คู่มือของพวก
มันก็เป็นได้”
” ต้องมารอดูกันว่า หลังจากนี้อีกไม่กี่ปี เหอไท่
จวิน จะบรรลุสู่อาณาจักรก่อร่างกำเนิดจิตเทวะ
หรือ เฉิน ชิงเหยา จะกลายเป็นเซียนกระบี่ ทะยาน
ขึ้นสู่ฟากฟั้าได้ก่อนกัน ”
เมื่อเข้าสู่กำเนิดจิตเทวะ แม้ว่าพลังชีวิตแลสังขาร
จะมีขีดจำกัด แต่จิตเทวะก็ไม่มีวันดับสูญ หรือ
แม้กระทั่งสามารถคงอยู่ไปได้ตราบชั่วนิรันดร์ ซึ่ง
นับเป็นการเปลี่ยนแปลงอย่างใหญ่หลวงเลยก็ว่าได้
ทั้งยังสามารถศึกษาทำความเข้าใจค่ายกลวงเวทที่
แท้จริงได้อีกด้วย กล่าวได้ว่าขอบเขตก่อร่างกำเนิด
จิตเทวะ มีพลังเหนือกว่าระดับตำหนักม่วงทะเล
มรกตเป็นอย่างมาก แต่ถึงกระนั้นผู้ที่สามารถบรรลุ
อาณาจักรก่อร่างกำเนิดจิตเทวะ ได้จริง ๆ ก็มีน้อย
มาก
อย่างน้อยในตอนนี้การต่อสู้ของยอดฝีมือในระดับ
ก่อร่างกำเนิดจิตเทวะ ย่อมไม่สามารถมีผู้ใดเข้าไป
แทรกแซงได้
ณ เวลานี้เด็กน้อย กำลังจับสลากเสี่ยงทายรายชื่อ
ซึ่งผู้เข้าร่วมประลองที่เหลืออยู่มากกว่า 10 คน
กำลังลุ้นระทึกกังวลใจเป็นอย่างมาก ไม่ว่าจะเป็น
จี้ หลิงหลง หรือ กูซู หยูเตี๋ย พวกนางทั้งสองล้วน
เป็นสตรีที่มีรูปโฉมงดงามน่ารักน่าเอ็นดูเป็นอย่าง
ยิ่ง แต่ในเวลานี้พวกนางกลับจ้องมองเด็กน้อย
มนุษย์อย่างเอาเป็นเอาตาย ถ้าให้กล่าวตามความ
จริงแล้ว ด้วยวัยอันน้อยนิดของพวกนาง การ
เอาชนะคู่ต่อสู้ที่อยู่ในวัยสูงกว่าพวกนางนั้น นับว่า
เป็นเรื่องที่ค่อนข้างยากเย็นยิ่งนัก
หลังจากสาวน้อยได้หยิบรายชื่อเสี่ยงทาย ซึ่งอยู่ใน
กล่องหยก ทว่าประมุขศักดิ์สิทธิ์ไท่ซูก็ยังไม่
ประกาศรายชื่อในทันที เขายังคงจ้องมองรายชื่อ
นั้นด้วยความรู้สึกหดหู่เล็กน้อย บางทีเขาคงไม่
อยากให้คนผู้นี้ได้ต่อสู้กับ เหอไท่ จวิน ก็เป็นได้ แต่
ท่ามกลางสายตาของชุมชนมากมาย ทำให้เขาไร้
ซึ่งหนทางที่จะหลีกเลี่ยง จึงจำใจต้องปั่าวประกาศ
รายชื่อนี้ออกไป
ผู้ที่เคร่งเครียดวิตกกังวลมากที่สุดในยามนี้ก็คือ จี้
หลิงหลง แน่นอนว่าแม้เแต่ ประมุขศักดิ์สิทธิ์ไท่ซู ก็
ไม่อยากให้นางต้องพบเจอกับคู่ต่อสู้ที่ตึงมือมาก
เกินไปเช่นกัน อย่างเช่น เหอไท่ จวิน หรือ วูซาน
เซี่ยชือ คนทั้งสองต่างเป็นยอดฝีมือในการประลอง
ครั้งนี้ ซึ่งเป็นคู่ต่อสู้ที่ทุกคนพากันหลีกเลี่ยงมาก
ที่สุด
ระหว่างที่ผู้คนกำลังลุ้นระทึก ในที่สุด ประมุข
ศักดิ์สิทธิ์ไท่ซูก็ปั่าวประกาศรายนามที่อยู่ในมือขึ้น
” อู่ อวี้ จาก นครจักรพรรดิเพลิง ”
เมื่อรายชื่อถูกขานออกมา ก็เสมือนดั่งไต้ฝุั่นพายุ
ลูกกวาดผ่าน
ด้วยเพราะ อู่ อวี้ เพิ่งจะต่อสู้กับ ปีศาจตั๊กแตนวายุ
เสร็จสิ้น แต่ก็ต้องมาต่อสู้รอบที่ 2 ต่อเลย ซ้ำร้าย
ยังต้องเผชิญหน้ากับ เหอไท่ จวิน ซึ่งกำลังรอคอย
อยู่บนเวทีประลอง ราวกับว่าสวรรค์กำลังกลั่น
แกล้งเล่นตลก!
เหอไท่ จวิน ผ่านการต่อสู้มาแล้ว 3 รอบ ซึ่งแต่ละ
รอบใช้เวลาเผด็จศึกไม่ถึงครึ่งชั่วยาม ด้วยเพราะ
พลังที่สูงล้ำอยู่ระดับตำหนักม่วงทะเลมรกต ขั้นที่
9 เมื่อฝูงชนรู้ว่าในรอบนี้ อู่ อวี้ ต้องเจอกับยอด
อัจฉริยะจาก ตระกูลเทียอี้ พวกเขาต่างก็มอง อู่
อวี้ ด้วยสายตาเวทนาสงสารอย่างอดไม่ได้
” นี่เป็นโชคชะตาฟั้ากลั่นแกล้งหรือไร ไหน ๆ ก็
ไหน ๆ แล้วข้าเองก็อยากรู้เช่นกันว่าเขาจะยังก้าว
ไปต่อได้หรือไม่ อย่างไรเสียตอนนี้ นครจักรพรรดิ
เพลิง ก็ไม่มีอันใดให้เสียแล้ว … ”
” ต่อให้รอบนี้เขาไม่เจอกับ เหอไท่ จวิน แต่ก็เห็น
ได้ชัดว่าเขาสามารถเดินหน้าต่อได้ บางทีเขา
อาจจะสามารถเข้าสู่รอบรองชนะเลิศ ในคราแรก
ข้าคิดว่าสี่อันดับแรกจะต้องเป็น วูซาน เซี่ยชือ กับ
เหอไท่ จวิน , หนานกง เหว่ย กับ อู่ อวี้ เห็นได้ชัด
ว่างาน อู่ อวี้ คงต้องตกรอบเป็นแน่ ”
” อย่างว่าแหละ… การคัดเลือกคู่ต่อสู้เป็นแบบสุ่ม
อะไรก็เกิดขึ้นได้ทั้งนั้น อย่างเช่น วูซาน เซี่ยชือ
เจอกับ เหอไท่ จวิน ก็มีโอกาสเป็นไปได้สูงมาก
เช่นกัน ”
” สถานการณ์เช่นนี้ไม่อาจจะโทษผู้ใดได้ นอกจาก
โทษโชคชะตาของ อู่ อวี้ ว่ายามนี้เขาช่างดวงกุด
เสียจริง ๆ ดูเหมือนว่า นครจักรพรรดิเพลิง จะโชค
ไม่ดีเสียแล้ว ในฐานะมหาอำนาจ ‘อันดับ 1’ ผู้ ‘ผู้
ที่แข็งแกร่งมากที่สุด’ ต้องตกรอบไปถึง 2 คน เห็น
ได้ชัดว่าสถานการณ์ที่เกิดขึ้นไม่สอดคล้องกับความ
เป็นจริง ”
บางคนเริ่มเยาะเย้ย
บางทีผู้คนที่อยู่ที่นี่มากกว่า 99 ใน 100 ต่างกำลัง
คิดเช่นเดียวกันนี้ เมื่อเขากวาดสายตามองไปรอบ
ๆ แลเห็นแววตาของฝูงชนมองเขากลับมาด้วย
ความสงสารเวทนาอยู่บ้างเล็กน้อย ซึ่งในเวลานี้ อู่
อวี้ ไม่ได้เกลียดชังพวกเขาแม้แต่น้อย มันย่อม
ไม่ใช่เรื่องแปลกที่ผู้คนจะคิดเช่นนั้น ในเมื่อระดับ
ตำแหน่งม่วงทะเลมรกต ขั้นที่ 3 ต้องเจอกับระดับ
ตำหนักม่วงขั้นที่ 9 …
อู่ อวี้ เองก็เข้าใจเป็นอย่างดีว่า ในชีวิตนี้ของเขา
ระดับฝีมืออย่าง เฉิน ชิงเหยา ในสายตาของฝูงชน
แล้วเป็นตัวตนที่ยากจะไล่ตามได้ทัน ซึ่ง เหอไท่
จวิน มีฝีมือทัดเทียมกับ เฉิน ชิงเหยา ด้านหนึ่ง
เป็นนักรบทิศหรดี ส่วนอีกด้านหนึ่งเป็นนักรบทิศ
อีสาน ซึ่งอยู่ต่างกันคนละขั้ว
เมื่อครั้งที่เขาอยู่ในซูซัน เฉินชิง เหยา นั้นถือเป็นผู้
อาวุโสที่เขาเฝั้านับถือเสมอมา ซึ่งครั้งหนึ่งเกือบจะ
ได้เป็นศิษย์อาจารย์กัน กล่าวได้ว่าเป็นคนที่เขานับ
ถือเสมือนดั่งพี่ชาย
หลังจากได้ยินเสียงประกาศขานชื่อ อู่ อวี้ ก็ถึงกับ
ตกตะลึงไปชั่วขณะ เมื่อรู้ว่าตนเองจะต้องต่อสู้กับผู้
มีฝีมือทัดเทียม เฉินชิง เหยา ถึงกระนั้นเขาก็หาได้
หวั่นเกรงไม่ ด้วยเพราะความปรารถนาจะ
กลายเป็นอันดับ 1 ของเขาที่เปียมล้นไปด้วยความ
มุ่งมั่น ซึ่งไม่อาจหาผู้ใดมาเปรียบเทียบได้ ต่อให้
ตอนนี้เขาต้องเผชิญหน้ากับ วูซาน เซี่ยชือ ก็ตามที
จิตใจของเขาก็ยังคงไม่สั่นคลอนแม้แต่น้อย ในทาง
กลับกันมันยิ่งทำให้เลือดภายในกายของเขาเดือด
พล่าน ความตื่นเต้นเพิ่มขึ้นเป็นทวีคูณ! ด้วยเพราะ
คนเหล่านี้ จะเป็นเช่นดั่งสะพานให้เขาเหยียบก้าว
ข้ามไป! ทันทีที่ผู้แข็งแกร่งปรากฏกายขึ้น ตัวเขาก็
ยิ่งลั่นกลองศึกเพื่อปลุกใจ!
ตราบจนทุกวันนี้ความปรารถนาเดียวของ อู่ อวี้ ก็
คือแข็งแกร่งขึ้น ฉะนั้นไม่ว่าผู้ใดหน้าไหนก็ไม่อาจ
ขวางทางหยุดยั้งเขาได้!
ด้วยเหตุนี้ผู้คนจึงต่างกล่าวขวัญถึงความโชคร้าย
ของเขา แต่เขาก็หาได้แยแส ยังคงก้าวไปข้างหน้า
แล้วทะยานขึ้นสู่ท้องเวหา พร้อมกับโถมดิ่งลงสู่
สนามประลองซ่างเซียน ซึ่งมี เหอไท่ จวิน ยืนรอ
อยู่อย่างรวดเร็ว พร้อมฟาด ‘เข็มเทวะคำสมุทร’
อัดกระแทกสู่พื้นเวทีประลอง ด้วยแรงกระแทกนี้
ทำให้พื้นดินถึงกับสั่นสะเทือน อู่ อวี้ เงยศีรษะขึ้น
มองพร้อมกับชี้มือไปยัง เหอไท่ จวิน แล้วกล่าวว่า
” ถึงแม้เจ้าจะมีชื่อเสียงเลื่องลือมากเพียงใด แต่ใน
สายตาของข้า อู่ อวี้ ผู้นี้ก็หาได้แยแสไม่ ถ้าหากไม่
พอใจ ก็เข้ามา! ”
………………………………………………..
(´▽`).。o♡ เพลิน
กลืนสวรรค์สะท้านทวยเทพ