กลืนสวรรค์สะท้านทวยเทพ - ตอนที่ 531 : ฟนฝาทุกอุปสรรคขวากหนาม
เสามังกรสมุทรคลั่งอัดกระแทกฝังคาอยู่บนพื้น
ทันใดนั้นร่างอวตารนับพันร่างของ อู่ อวี้ ก็พุ่ง
กระจายแยกย้ายออกไปคนละทิศคนละทาง
ในช่วงเวลาชั่วพริบตานั้นเอง หมื่นศรทะลวงใจ
พวยพุ่งทะยานลงมาจากฟากฟั้า พุ่งเข้าใส่ร่าง
อวตารนับพันของ อู่ อวี้ หมายปลิดชีพสังหาร!
เดิมที เหอไท่ จวิน ได้ใช้หมื่นศรทะลวงใจมุ่งเปั้าไป
ยังทิศทางของ อู่ อวี้ แต่แล้วเหตุการณ์ไม่คาดฝันก็
เกิดขึ้น เมื่อ อู่ อวี้ เริ่มการเคลื่อนไหว ด้วยการ
แยกร่างอวตารนับพันในชั่วพริบตา อีกทั้งยังสั่งให้
ร่างอวตาร แยกย้ายกระจัดกระจายไปยังคนละทิศ
คนละทาง การเคลื่อนไหวของเขาสร้างปัญหาใหญ่
หลวงให้แก่ เหอไท่ จวิน ไม่น้อยทีเดียว ด้วยเพราะ
มันไม่มีเนตรเพลิงเช่นดั่ง อู่ อวี้
ส่งผลให้ เหอไท่ จวิน ต้องครุ่นคิดพิจารณาอยู่ชั่ว
ครู่
ยามนี้มันขบฟันแน่น พยายามทบทวนความทรง
จำ อีกทั้งจับจ้องมองการเคลื่อนไหวของร่าง
อวตารทุกร่าง พยายามคาดเดาว่าร่างแท้จริงของ
อู่ อวี้ นั้นอยู่ตำแหน่งใดกันแน่ มันจะได้จัดการ
เผด็จศึกด้วยการประเคนส่ง หมื่นศรทะลวงใจ ไปที่
ร่างต้นนั้นแบบเน้น ๆ
ด้วยเพราะพลังอำนาจของ เคล็ดวิชาแก่นแท้ฟั้า
ดิน ของมันทรงพลังเป็นอย่างยิ่ง ส่งผลให้มันไม่
สามารถแยกกระจายพลังออกเป็นส่วน ๆ ได้ โดย
ที่มันไม่ได้รับผลกระทบสะท้อนกลับ ด้วยเหตุนี้มัน
จึงกำหนดเปั้าหมายเอาไว้ที่สิบคน!
ณ เวลานี้ร่างอวตารทั้งสิบของ อู่ อวี้ กำลัง
เผชิญหน้ากับ ศรพันดาราล่าสวรรค์ แน่นอนว่า
ร่างอวตารทั้งสิบย่อมไม่อาจหลบลี้หนีพ้นจากคม
ศรนี้ไปได้ แม้ว่าร่างอวตารตนอื่น ๆ จะหลบลี้หนี
ไปได้แล้วก็ตาม ทว่าร่างอวตารที่เป็นเปั้าหมายทั้ง
สิบตนมิอาจหลบลี้หนีรอดไปได้ บัดนี้พวกมันจึง
แหลกสลายกลายเป็นผุยผงไปอย่างสมบูรณ์ ด้วย
พลังการโจมตีที่ทรงอานุภาพเป็นไปไม่ได้ที่
เปั้าหมายจะรอดพ้นจากพลังนี้
แม้แต่ สนามประลองซ่างเซียน ยังได้รับผลกระทบ
จากอานุภาพของ หมื่นศรทะลวงใจ บนพื้นผิว
สนามประลองบังเกิดรอยหลุมลึกขนาดใหญ่ ฝุั่น
ควันฟุั้งกระจายปกคลุมหนาทึบจากแรงระเบิด
เมื่อฝุั่นควันเริ่มสลายลง ผู้คนก็แลเห็นว่าเบื้องหน้า
ของ เหอไท่ จวิน ยังปรากฎ อู่ อวี้ นับหลายร้อย
ร่าง อย่างไรก็ตามบัดนี้ ‘เข็มเทวะค้ำสมุทร’ กลับ
หายไป ทำให้ไม่มีผู้ใดทราบว่าตัวจริงของ อู่ อวี้
อยู่ที่ใด
เห็นได้ชัดว่า อู่ อวี้ ตัวจริงได้หลบซ่อนอยู่ภายใต้
เหล่าร่างอวตาร ซึ่งก็เท่ากับว่าการโจมตีอันเปียม
ล้นด้วยพลานุภาพ เหอไท่ จวิน ไม่สร้างความ
ระคายเคืองให้กับ อู่ อวี้ แม้แต่น้อย หลังจากการ
โจมตีเสร็จสิ้น อู่ อวี้ กลับมิได้รับผลกระทบ หรือ
บาดเจ็บแม้แต่ปลายเส้นขน
สิ่งที่เกิดขึ้นนับเป็นเรื่องน่าอับอายอยู่ไม่น้อยทีเดียว
” อาวุโสเหอ ก่อนหน้านี้ท่านยังอวดอ้างตนว่าเป็น
ผู้เยี่ยมยุทธแข็งแกร่งนักหนา ในความคิดของข้าดู
เหมือนว่าหาได้เป็นเช่นนั้นแต่อย่างใด? ”
เวลานี้ร่างอวตารที่เหลือของ อู่ อวี้ ได้กล่าวเย้ย
หยันยั่วยุขึ้นอย่างพร้อมเพรียงกัน
ทุกถ้อยคำเย้ยหยันยั่วยุ อันที่จริงแล้วล้วนเป็นกล
ยุทธ์โจมตีด้วยกันทั้งสิ้น ทั้งหมดเพียงเพื่อพิชิตศัตรู
โดยเฉพาะศัตรูที่มีความแข็งแกร่งเหลือล้ำ หาก
ปรารถนาใคร่อยากชนะศัตรูจำต้องทำให้หัวใจของ
ศัตรูพ่ายแพ้ปราชัยไปเสียก่อน กลยุทธ์นี้ไม่ว่าจะ
เป็นมนุษย์ฤาเซียนเต๋า ล้วนนำมาใช้งานได้ทั้งสิ้น
ในฐานะผู้อยู่ในระดับผู้อาวุโสอย่าง เหอไท่ จวิน
ไม่ต้องสงสัยเลยว่ามันจะต้องรู้สึกอับอายขายหน้า
อย่างที่สุด ความอับอายนี้ได้สั่นคลอนหัวใจของมัน
อยู่ไม่น้อยทีเดียว ด้วยเพราะตัวมันหาได้สงบเยือก
เย็นเช่นดั่ง เฉิน ชิงเหยา
เหอไท่ จวิน เอื้อมมือออกไป จากนั้น ‘ศรดาราล่า
สวรรค์’ ก็ผสานรวมเข้าด้วยกัน พร้อมกับย้อนกลับ
เข้าสู่มือของมัน ซึ่งมันยังคงหยัดยืนอยู่ตำแหน่ง
เดิมไม่เคลื่อนย้ายไปไหน มันยังคงลอยฟั้าอยู่
ท่ามกลางเวหา ดูดซับแสงตะวันซึ่งลอยประดับอยู่
บนห้วงท้องนภา ผสานกลมกลืนภายใต้การชี้นำ
ของมัน ผสมเข้ากับพลังแก่นแท้ตำหนักม่วง ไหล
โคจรเข้าสู่ศาสตราเต๋าทั้งสองชิ้น
มันมั่นใจกว่า 9 ใน 10 ส่วนอยู่แล้วว่าการโจมตี
ด้วย หมื่นศรทะลวงใจ เมื่อสักครู่นี้อาจพลาดเปั้า
ซึ่งจากผลที่ออกมาก็ไม่ได้เกินความคาดหมายของ
มันแต่อย่างใด ทว่าถ้อยคำเย้ยหยันถากถางของ อู่
อวี้ มันไม่อาจยอมรับได้ ในเวลานี้เพลิงโทสะกำลัง
คุกรุ่นเดือดพล่านอยู่ภายในจิตใจของมัน เดิมที
แล้วทุกครั้งที่ต่อสู้มันไม่เคยได้ทุ่มเทฝีมือแลพลัง
ทั้งหมดที่มีมาก่อน ทว่าสถานการณ์ในตอนนี้
แตกต่างออกไป ด้วยโทสะที่ยังคงคุกรุ่นอยู่ในใจ
ส่งผลให้ความมุ่งมั่นหมายมาดเผด็จศึก อู่ อวี้ ทวี
ความรุนแรงน่าสะพรึงกลัวมากยิ่งขึ้น
“ เจ้าหนูผู้นี้หาญกล้าท้าทายข้า ด้วยเพราะ
ต้องการให้ข้ารู้สึกหัวเสียขาดสติ ทว่าช่างน่า
เสียดายยิ่งนักที่ข้า เหอไท่ จวิน ผู้นี้ได้ก้าวข้าม
สะพานนั้นมาไกลมากแล้ว ข้าเดินข้ามผ่านพิชิตคู่
ต่อสู้มาแล้วนักต่อนัก จำนวนของผู้คนที่ข้าพิชิต
นั้นมากมายอย่างที่เจ้าไม่เคยพบเห็นมาก่อน มีหรือ
ที่คนเยี่ยงข้า จะไม่อาจควบคุมความเยือกเย็นของ
ตนเองได้? ”
เหอไท่ จวิน ใช้ถ้อยคำเย้ยหยันตอกกลับ ขณะที่
สายตาจับจ้องมอง อู่ อวี้ ประดุดอินทรีย์จับจ้อง
เหยื่อ ทว่าภายในใจของมันยังคงครุ่นคิด ” การที่
จะกำจัดเจ้าหนูผู้นี้ได้ คงต้องหาร่างที่แท้จริงของ
มันให้เจอก่อน ทว่าเราเองก็ยังไม่รู้วิธีรับมือกับเจ้า
หนูนี่ … ”
แน่นอนว่าสิ่งที่มันคิดอยู่ภายใน มันย่อมไม่ยอม
เปล่งถ้อยวาจาออกมาเป็นคำพูดอย่างเด็ดขาด
ในขณะที่มันกำลังชำเลืองมองอยู่นั้น สายเกาทัณฑ์
ได้ถูกดึงจนโค้งงออีกครั้ง ทว่าครานี้กลับแตกต่าง
จากครั้งที่แล้วอย่างสิ้นเชิง!
บัดนี้ เหอไท่ จวิน นั้นหลับตาลง แล้วเมื่อมันลืมตา
ขึ้นมาใหม่อีกครั้ง ผลปรากฏว่าดวงเนตรของมัน
กลับลุกโชนเจิดจ้าประดุจแสงสุริยันเผาผลาญ อัน
ที่จริงด้วยสิ่งที่มันกำลังแสดงผู้คนของตระกูลเทียน
อี้ต่างรู้จักกันเป็นอย่างดี มันเป็นเคล็ดวิชาเกาทัณฑ์
ที่มีชื่อเสียงเลื่องลือมากที่สุดของตระกูล มันก็คือ
วิชาเนตร จะทำให้ผู้ใช้สามารถมองเห็นเปั้าหมาย
ได้อย่างชัดเจน ด้วยวิชานี้จะทำให้การยิงนั้น
แม่นยำราวจับวาง กล่าวได้ว่ายิงร้อยครั้งก็ถูก
เปั้าหมายทั้งร้อยครั้ง! ในฐานะผู้นำของคนหนุ่ม
สาว เหอไท่ จวิน จึงมีความรู้ความชำนาญในเคล็ด
วิชาอย่างลึกซึ้ง ซึ่งสิ่งที่มันกำลังแสดงให้เห็นอยู่ก็
คือพลังอิทธิฤทธิ์มีชื่อว่า ‘เนตรเมฆาสวรรค์’
เมื่อดวงเนตรคู่นี้กวาดผ่านสายตาออกไป จะทำให้
มันสามารถแลเห็นความแตกต่างระหว่างร่างต้น
กับ ร่างอวตารของ อู่ อวี้ ถึงแม้ว่า เนตรเมฆา
สวรรค์ จะสามารถเปิดใช้งานได้แค่เพียงแค่
ชั่วขณะเท่านั้น แต่ก็มากเกินพอที่จะทำให้แลเห็น
ร่างต้นของ อู่ อวี้ ซึ่งผสมปะปนอยู่ท่ามกลางร่าง
อวตารนับพัน อีกทั้งพลังอิทธิฤทธิ์ที่ เหอไท่ จวิน
กำลังสำแดงอยู่นี้เป็นวิถีที่สามแล้ว!
แต่ทว่ามันมีพลังอิทธิฤทธิ์อยู่ 4 วิถี!
พลังอิทธิฤทธิ์วิถีที่ 4 เท่าที่ อู่ อวี้ ได้หาข้อมูลมา
นั้นมันมีชื่อเรียกว่า ‘ศรปีกสวรรค์’ ซึ่งสำหรับ เหอ
ไท่ จวิน แล้วพลังอิทธิฤทธิ์นี้ทรงพลานุภาพมาก
ที่สุดเลยก็ว่าได้ มันเคยนำมาใช้ในสงครามเทพมาร
เป็นที่ร่ำลือกล่าวขานกันว่า เหอไท่ จวิน ได้ใช้ ‘ศร
ปีกสวรรค์’ พุ่งทะลวงเข้าใส่จอมมารจนตกตายใน
พริบตาไปถึงสองคน
มันคือการระบุตำแหน่ง แล้วยิงออกไปอย่าง
รวดเร็ว! เป็นพลังอิทธิฤทธิ์ที่มีรวดเร็วเป็นอย่างยิ่ง
ในชั่วอึดใจนั้นเอง พลังอิทธิฤทธิ์ได้ถูกปลดปล่อย
ออกมา ซึ่งบัดนี้บน ศรดาราล่าสวรรค์ ทันใดนั้นก็
ปรากฏปีกคู่ขนาดใหญ่ขึ้น ปีกนี้อาบท่วมไปด้วย
เปลวเพลิงลุกโชนเผาไหม้ พลังแก่นแท้ตำหนักม่วง
ของ เหอไท่ จวิน หมุนวนโคจรเข้าสู่ปีกทั้งสอง
ด้วยพลังอิทธิฤทธิ์อันทรงพลังของมันนี้ ไม่อาจ
ประมาทได้แม้แต่น้อย!
ตูมมมม!!!!
ในทันใดนั้นเอง ศรปีกสวรรค์ พวยพุ่งออกมาด้วย
ความเร็วน่าสะพรึงกลัวเป็นอย่างยิ่ง ระดับ
ความเร็วของ ศรปีกสวรรค์ รวดเร็วจนเกินไป
เรียกได้ว่าแทบเพียงเสี้ยวพริบตา บัดนี้ศรสังหารได้
โพยพุ่งมาอยู่ตรงเบื้องหน้าของ อู่ อวี้ แล้ว ช่างน่า
วิตกยิ่ง!
ปีกเพลิงพุ่งทะยานมาด้วยความเร็ว ซึ่งดูเหมือนว่า
ความเร็วในการเคลื่อนที่ของ ศรดาราล่าสวรรค์
จะเพิ่มขึ้นจากเดิมเล็กน้อย ทำให้พลังในการเจาะ
ทะลวงสูงขึ้นไปอีกระดับ!
ในช่วงเวลานั้นเองพลังแก่นแท้ตำหนักม่วงของมัน
ซึ่งเหนือล้ำยิ่งกว่า อู่ อวี้ ก็เริ่มแสดงให้เห็นถึง
ความได้เปรียบออกมาอย่างเด่นชัด กล่าวได้ว่า
พลังอิทธิฤทธิ์นี้บังเกิดเป็นพลังทำลายอันน่า
สะพรึงกลัว ถึงแม้ว่ากระบวนท่าที่ เหอไท่ จวิน ใช้
ออกมาจะดูไม่ค่อยทรงพลังสักเท่าใดนัก ทว่า
แท้จริงแล้วอำนาจทำลายล้างของมันกลับเหนือล้ำ
กว่าที่เขาคาดคิดเอาไว้มาก โดยเฉพาะพลังการ
ทะลุทะลวงของเกาทัณฑ์กับลูกศร มันสามารถบด
ขยี้กายเนื้อได้ในชั่วพริบตา ทำให้ร่างกายของผู้ที่
ถูกมันปักเข้าใส่เป็นอันต้องแหลกเหลวตกตายไป
ในฉับพลัน!
ขณะฝั่ายตรงข้ามปลดปล่อยเคล็ดวิชาเนตรออกมา
อู่ อวี้ ก็รับรู้ได้ในทันทีว่า ฝั่ายตรงข้ามนั้นได้ทราบ
ถึงตำแหน่งที่แท้จริงตนเองแล้ว
ดังนั้นในเวลานี้ เขาจึงมิได้หลบซ่อนตัวอีกต่อไป อู่
อวี้ พลันเร่งนำออกและหมุนควงกวัดแกว่ง เสา
มังกรสมุทรคลั่ง เตรียมปลดปล่อยการโจมตีสังหาร
หมายมาดประหัตประหารกับคู่ต่อสู้ในทันที ซึ่ง
แน่นอนว่าเขาพร้อมพลิกผันสถานการณ์บดขยี้คู่
ต่อสู้แล้ว
ตูม!
ร่างอวตารของ อู่ อวี้ กระจายตัวออกไป ห้อมล้อม
ร่างของ เหอไท่ จวิน ไว้ทั่วทุกทิศทาง ในเวลานี้มัน
ได้ทุ่มเทความสนใจทั้งหมดไปที่ร่างต้นของ อู่ อวี้
ซึ่งมันหาได้แยแสร่างอวตารของเขาแม้แต่น้อยไม่
สำหรับมันแล้ว หากสามารถกำจัดร่างต้นของ อู่
อวี้ ได้ มันก็จะกลายเป็นผู้กุมชัยชนะในครั้งนี้อย่าง
แน่แท้!
แน่นอนว่า ความคิดของมันมิได้ไร้เหตุผลซะ
ทีเดียว!
เมื่อแลเห็น ศรปีกสวรรค์ ถูกยิงออกไป แม้แต่ จอม
จักรพรรดิ ก็ยังต้องขมวดคิ้ว เนื่องจากในมุมมอง
ของเขาแล้ว ถือได้ว่า อู่ อวี้ สามารถรับมือกับคู่
ต่อสู้ได้ไม่เลวเลยทีเดียว เนื่องจากเขามิได้หุนหัน
พลันแล่นหมายมาดบดขยี้ฝั่ายตรงข้ามให้สิ้นซาก
แต่เพียงอย่างเดียว ทว่าเขากลับเลือกตรวจสอบ
ศึกษาการเคลื่อนไหวของฝั่ายตรงข้ามอย่างเยือก
เย็น โดยทั่วไปแล้ว สิ่งนี้ก็คือความมั่นใจของผู้
แข็งแกร่ง …
เมื่อศรปีกสวรรค์พุ่งทะยานออกไป กลุ่มคนจาก
ตระกูลเทียนอี้ก็เริ่มเดือดพล่านขึ้นมาอีกครั้ง
เนื่องจากภายในตระกูลของมัน ศรดอกนี้เป็นเช่น
ดั่งตำนานเลยก็ว่าได้!
ทุกอย่างเกิดขึ้นในชั่วพริบตา!
อู่ อวี้ มิได้เอื้อนเอ่ยวาจาใด ๆ ออกมา ด้วย
ร่างกายวานรทองคำเทวะ เขาได้ถือจับ เสามังกร
สมุทรคลั่ง ไว้ แลในช่วงเวลานี้เองม่านหมอกก็
พวยพุ่งออกมาจากตัวเสา บังเกิดเป็นมังกรเทวะ
ตนหนึ่ง ขดพันอยู่รอบกาย อู่ อวี้ !
ในตอนนี้ อู่ อวี้ ได้ถือจับศาสตราเต๋าวิถีแท้อันแสน
เหี้ยมหาญไว้ด้วยมือทั้งสองข้าง เขามิได้ใช้เคล็ด
วิชานี้มานานมากแล้ว ซึ่งก็คือ เคล็ดระเบิดพลัง
คลั่ง ก่อนที่ฝั่ายตรงข้ามจะลงมือโจมตี อู่ อวี้ ได้ใช้
เคล็ดระเบิดพลังคลั่งเพื่อเพิ่มพูนความแข็งแกร่ง
ทางกายภาพของตนขึ้นอีก 2 เท่า ส่งผลให้ในเวลา
นี้ กายาเพชรอมตะ ของเขาดูแข็งแกร่งทนทาน
เหี้ยมหาญอหังการมากยิ่งขึ้น ดวงตาคู่สีแดงฉาน
ทั่วทั้งร่างแผ่กลิ่นอายความแข็งแกร่งอันน่า
สะพรึงกลัวออกมาอย่างไร้สิ้นสุด!
หลังจากเคล็ดระเบิดพลังคลั่งแสดงผล คู่ต่อสู้ก็ลง
มือโจมตีทันที
ศรปีกสวรรค์ เจาะทะลุทะลวงผ่านทุกสรรพสิ่งใน
ชั่วพริบตา ไม่ว่าเปั้าหมายจะอยู่แห่งหนใด ต่อให้
เป็นผืนปฐพีมันก็จะเจาะทะลุทะลวงเข้าไปหา
โฮกกกกก!!!!
อู่ อวี้ ปลดปล่อยเสียงคำรามดังกึกก้องกัมปนาท
สั่นสะท้านสะเทือนไปทั่วทั้งฟั้าดิน วงเวททั้งหมด
บนศาสตราเต๋าวิถีแท้หมุนวนทำงาน หนุนเสริมวง
เวทโจมตีที่ประทับอยู่บนเกล็ดมังกรหวน เมื่อวง
เวททั้งหมดบนศาสตราเต๋าวิถีแท้สอดประสาน
ทำงานอย่างพร้อมเพียง ก็บังเกิดเป็นพลังอำนาจ
อันล้นหลามน่าสะพรึงกลัวอย่างยิ่ง โดยเฉพาะยาม
ที่ อู่ อวี้ อยู่ภายใต้การแสดงผลจากเคล็ดระเบิด
พลังคลั่ง!
ลูกศรได้พุ่งตรงมาถึงเบื้องหน้าสายตาของเขาแล้ว!
อู่ อวี้ กู่ก้องร้องคำรามขึ้นในชั่วพริบตา พร้อมทั้ง
ฟาดเสาปลดปล่อย ‘ค่ายกลเปลวอัคคีหมื่นจวินพ
ลิกสมุทร’ ออกไป ด้วยเนตรเพลิงทำให้เขา
สามารถแลเห็นศรปีกสวรรค์ได้อย่างชัดเจน
ความเร็วของ อู่ อวี้ พุ่งทะยานถึงขีดสุด หลังจาก
เปิดใช้งานวงเวทโจมตีแล้ว พลังทั้งหมดของ
ศาสตราเต๋าวิถีแท้ก็ระเบิดพวยพุ่งขึ้นในฉับพลัน
ชั่วพริบตานี้เอง เสามังกรสมุทรคลั่ง ได้อัดกระแทก
เข้าปะทะกับปลายลูกศรของศรปีกสวรรค์!
แรงอัดกระแทกนี้เริ่มบดขยี้ทำลายจากปลายลูกศร!
ทันใดนั้นเอง!
บังเกิดเสียงดังสะเทือนเลื่อนลั่นไปทั่วทั้งฟั้าดิน!
ภาพที่ผู้คนแลเห็นในยามนี้ก็คือ อู่ อวี้ ฟาดเสา บด
ขยี้ทำลาย ศรดาราล่าสวรรค์ จนสิ้นราบพนาสูญ!
ย่อมไม่ผิดเพี้ยน เพราะบัดนี้ ศรดาราล่าสวรรค์ ที่
อยู่เบื้องหน้าของ อู่ อวี้ ได้แตกละเอียดออกเป็นชิ้น
ๆ !
ศาสตราสถิตวิญญาณชั้นเลิศ กลับถูกบดขยี้จนสูญ
สลายกลายเป็นฝุั่นผงด้วยน้ำมือของ อู่ อวี้ บังเกิด
เป็นสุรเสียงดังกึกก้อง สั่นสะเทือนไปทั่วทั้งสวรรค์
แลปฐพี มันช่างน่าอัศจรรย์อย่างแท้จริง!
อย่างไรก็ตาม ด้วยอำนาจทะลุทะลวงอันมหาศาล
ส่งผลให้ร่างของ อู่ อวี้ กระเด็นลอยออกไป เขา
กลิ้งไปตามพื้นสนามประลองอยู่หลายตลบ จนผม
เผ้ายุ่งเหยิงทั่วทั้งร่างปกคลุมไปด้วยฝุั่นควัน สภาพ
ของเขาในยามนี้ช่างดูน่าอเนจอนาถยิ่ง
อย่างไรก็ตามคงไม่มีผู้ใดปฏิเสธได้ในว่า เขานั้น
สามารถบดขยี้ศรปีกสวรรค์ และ ทำลายศรดารา
ล่าสวรรค์ได้จริง ๆ และที่สำคัญยิ่งไปกว่านั้นคือ
เขาหาได้รับบาดเจ็บแม้แต่น้อย เพียงแค่ถูกแรง
กระแทกจนร่างกระเด็นลอยร่วงหล่นตกลงไป
เท่านั้น …
แล้วทางฝัง เหอไท่ จวิน ล่ะ?
หลังจาก เหอไท่ จวิน ยิงศรปีกสวรรค์ออกไป มัน
ได้ทุ่มเทความหวังทั้งหมดทั้งมวลไปกับการบดขยี้
ร่างต้นของ อู่ อวี้ ซึ่งมันได้ปลดปล่อยลูกศรออกไป
โดยมิได้สนใจร่างอวตารแม้แต่น้อย ส่งผลให้ยามนี้
มันได้ถูกร่างอวตารปิดล้อมอย่างสมบูรณ์!
ชั่วขณะนี้เอง ร่างอวตารของ อู่ อวี้ ก็กระทำเพียง
แค่ปลดปล่อยวิชา ‘ค่ายกลกระบี่มังกรคราม 9
ตะวัน’ ออกไป ส่งผลให้ยามนี้ เหอไท่ จวิน ตกอยู่
ในอาการยากลำบาก แน่นอนว่าในชั่วอึดใจนี้
สามารถแลได้เห็นได้อย่างชัดเจนว่า เหอไท่ จวิน
กำลังคิดว่า ตราบใดที่ตนเองสามารถโจมตีเข้าใส่
ร่างต้นของ อู่ อวี้ ได้ ในไม่ช้าร่างอวตารเหล่านี้ก็
จะสูญเสียกำลังรบของมันไป
ทว่ามันคิดตื้นเกินไป
เนื่องจากผลลัพธ์ที่บังเกิดขึ้นในยามนี้ ไม่เพียงแต่
อู่ อวี้ จะไม่ได้รับบาดเจ็บ เท่านั้น แต่ร่างอวตาร
ของเขายังดุร้ายน่าประหวั่นพรั่นพรึงเป็นอย่างยิ่ง
“สกัดจิตวิญญาณ!” หลังจาก อู่ อวี้ เกลือกกลิ้ง
ม้วนตลบอยู่หลายรอบ ทันใดนั้นเขาก็เงยหน้าขึ้น
มอง ปลดปล่อยอำนาจพลังอิทธิฤทธิ์เนตรเพลิง
เจาะทะลวงเข้าใส่ดวงตาของคู่ต่อสู้ โจมตีจิต
วิญญาณของมันโดยตรง
บังเกิดเป็นความเจ็บปวดทรมานอย่างสุดแสน
คณา!
หลังจากที่ศรดาราล่าสวรรค์ กับ ศรปีกสวรรค์ถูก
ทำลาย เป็นเหตุให้ เหอไท่ จวิน ถูกบดขยี้โจมตี
อย่างหนักหน่วง ทั้งยังถูก อู่ อวี้ ใช้กลั่นวิญญาณ
ทำให้ เหอไท่ จวิน รู้สึกเจ็บปวดอย่างสุดแสน ด้วย
เหตุนี้มันจึงไม่สามารถปั้องกันการโจมตีจากร่าง
อวตารของ อู่ อวี้ ได้ ชั่วขณะที่ เหอไท่ จวิน จมลง
สู่ห้วงแห่งการกลั่นวิญญาณ การโจมตีทั้งหมดจาก
ร่างอวตารก็ถาโถมเข้าใส่มันอย่างบ้าคลั่ง จนทั่วทั้ง
สรรต์พรางกายของ เหอไท่ จวิน ปกคลุมไปด้วย
ร่องรอยบาดแผลจจากคมกระบี่ ซึ่งบัดนี้มันกำลัง
ถูก อู่ อวี้ ฉีกกระชากออกเป็นชิ้น ๆ แล้ว!
“หยุด!” ประมุขศักดิ์สิทธิ์ไท่ซูรีบร้องห้าม
เสียงตะโกนห้ามปรามของ ประมุขศักดิ์สิทธิ์ไท่ซู
ได้ช่วยปกปั้องชีวิตของ เหอไท่ จวิน เอาไว้
จิตวิญญาณของ เหอไท่ จวิน เจ็บปวดอย่างที่สุด
ตั้งแต่ศีรษะจรดปลายเท้าปกคลุมไปด้วยรอยกระบี่
มากมาย โลหิตชุ่มโชกอาบชโลมไปทั่วทั้งร่าง นี่คือ
ปราณกระบี่ 9 ตะวันยังคงแทรกซึมอยู่ภายในร่าง
ของมัน ไหลเวียนบดขยี้ทำลายอย่างต่อเนื่อง เหอ
ไท่ จวิน ทรุดเข่าลงกับพื้นกรีดร้องโหยหวน ด้วย
ความเจ็บปวดอย่างเหลือคณา
นับตั้งแต่การต่อสู้ได้เริ่มต้นขึ้น นี่เป็นช่วงเวลาที่
เงียบมากที่สุดแล้ว ผู้คนต่างมองไปยังภาพที่
เกิดขึ้นเบื้องหน้า มองดู อู่ อวี้ ใช้ร่างอวตารบดขยี้
เหอไท่ จวิน ได้อย่างง่ายดายด้วยท่าทางผ่อนคลาย
คงต้องกล่าวว่าทุกสายตาที่เห็นภาพนี้ ยากที่จะ
เชื่อสายตาของตนเอง …
อู่ อวี้ สามารถกำจัดตัวเต็ง 1 ใน 2 ของการ
ประลองครั้งนี้ได้จริง ๆ
………………………………………………..
(´▽`).。o♡ เพลิน
กลืนสวรรค์สะท้านทวยเทพ