กลืนสวรรค์สะท้านทวยเทพ - ตอนที่ 543 : ผูพิทักษวิหารเซียนน้ําหมึก
เมื่อแลเห็นว่า อัจฉริยะหนุ่มสาวทั้ง 4 ถูกความ
แข็งแกร่งอันเหนือล้ำยิ่งกว่าของ อู่ อวี้ บดขยี้เผด็จ
ศึก จนปราชัย ทั้ง ๆ ที่การต่อสู้เพิ่งเริ่มได้ไม่นาน
เท่านั้น ทำให้เหล่ายอดฝีมือมากมายต่างตระหนัก
ได้ในทันทีว่า ยามที่ อู่ อวี้ ปะทะ วูซาน เซี่ยชือ
เขายังไม้ได้แสดงฝีไม้ลายมือออกมาทั้งหมด
ส่วน วูซาน เซี่ยชือ ที่เพิ่งฟืนขึ้นมา เมื่อเห็นภาพ
เบื้องหน้าสีหน้าของมันก็ดูน่าเกลียดบิดเบี้ยวเสีย
ยิ่งกว่าเก่า ใจหนึ่งก็อยากจะแก้แค้นเสียเต็มประดา
ส่วนอีกใจหนึ่งก็ยังรู้สึกหวั่น ๆ ด้วยเพราะยัง
หวาดกลัวต่อ อู่ อวี้
สำหรับมันแล้วเวลานี้คงทำได้เพียง แค่เกลียดแค้น
ชิงชังแลหวาดกลัว อู่ อวี้ ได้เพียงเท่านั้น
ภายใต้การโจมตีด้วยสองมหาเคล็ดวิชาอย่าง ร่าง
อวตาร กับ วิชาเจ้าเทวะ ส่งผลให้ยอดฝีมือทั้ง 4
ต้องยอมรับความพ่ายแพ้ตกรอบไปอย่างรวดเร็ว
ซึ่งก็เท่ากับว่าพวกมันหมดสิทธิ์ที่จะเข้าร่วมการ
ประลองแย่งชิงในรอบตัดเชือก กล่าวได้ว่าในเวลา
นี้ไม่มีผู้ใดสามารถบดบังรัศมีความสามารถอันโดด
เด่นของ อู่ อวี้ ได้อีกต่อไป สิ่งที่พวกเขากระทำได้ก็
คือ พยายามเลี่ยงไม่ให้ร่างกายของตนเองบาดเจ็บ
บอบช้ำก็เท่านั้น
ขณะทั้ง 4 ยอมรับความพ่ายแพ้ยอมจำนนให้แก่ อู่
อวี้ อย่างราบคาบนั้น ทางด้านของ จี้ หลิงหลง กับ
หนานกง เหว่ย ยังไม่ได้เริ่มการต่อสู้เลยด้วยซ้ำ
กล่าวได้ว่ายามนี้ ผู้เข้าร่วมการประลองในรอบ
ตะลุมบอนจาก 6 คน ตกรอบออกจากการแข่งขัน
ไป 4 แล้ว
ส่วนยอดฝีมือผู้แข็งแกร่งระดับแนวหน้าของ ทวีป
แห่งทวยเทพ ถึงกับอ้าปากค้างเรื่องตะลึงงาน เมื่อ
เห็นภาพฉากการต่อสู้ที่บังเกิดขึ้นเบื้องหน้า
หลังจากนั้นต่างก็หันมามองหน้ากันแล้วทอดถอน
หายใจออกมายังช่วยไม่ได้ ก่อนหน้านี้พวกเขาต่าง
คิดว่า อู่ อวี้ นั้นหยิ่งทะนงตนเกินเหตุ ทว่าความ
จริงทุกอย่างอยู่เบื้องหน้าเป็นที่ประจักษ์แก่สายตา
ด้วยฝีมือความสามารถอันล้นหลามที่เขามี ถึงได้
กล้าพูดจาหยิ่งทะนงได้ถึงเพียงนั้น
กล่าวได้ว่าศักดิ์ฐานนะของ อู่ อวี้ ใน ทวีปแห่ง
ทวยเทพ นั้นทะยานขึ้นสู่จุดสูงสุดจนยากจะหาผู้ใด
เทียบเคียงได้
ทำให้ผู้คนที่เหลือกลายเป็นสามัญชนธรรมดาไป
เลยทีเดียว เมื่ออยู่ต่อหน้า อู่ อวี้ ผู้นี้
อย่างไรก็ตามทั้ง จี้ หลิงหลง และ หนานกง เหว่ย
ยังมีไพ่ตายอย่างศาสตราเต่าวิถีแท้ ซึ่งศาสตราเต๋า
วิถีแท้ทั้ง 2 ชิ้นทรงพลังอำนาจเป็นอย่างมาก ซึ่ง
ทำให้พวกนางมีความมุ่งมั่นตั้งใจที่จะประลองมาก
ยิ่งขึ้นกว่าเก่า
ด้วยเพราะคนทั้ง 4 ได้พ่ายแพ้ให้แก่ร่างอวตาร
ของ อู่ อวี้ ไปเสียแล้ว จึงทำให้แผนการผนึกกำลัง
ตะลุมบอนโจมตี อู่ อวี้ เป็นอันต้องสลายไป ฉะนั้น
เขาจึงไม่จำเป็นต้องใช้ร่างอวตารอีก จากนั้น อู่ อวี้
ก็เรียกคืนร่างอวตารทั้งหมด เหลือเพียงร่างตนของ
เขาที่ยืนหยัดเผชิญหน้ากับโฉมงามทั้งสองเพียง
ลำพัง
ความขุ่นข้องคับอกคับใจ ถึงเวลาที่ต้องระบายเสีย
ที
โฉมงามทั้งสองคนนี้ ล้วนเป็นอัจฉริยะผู้มี
พรสวรรค์สูงล้ำของ ทวีปแห่งทวยเทพ แต่ทว่า
ผู้เยาว์อย่างพวกนางก็ไม่สามารถเปรียบเทียบกับ
อู่ อวี้ ได้ อย่างไรก็ตามด้วยความหยิ่งทะนงยึดมั่น
ในศักดิ์ศรี ซึ่งอัดแน่นอยู่ภายในทรวงอก ดังนั้น
พวกนางจึงไม่คิดจะประกาศยอมแพ้ แต่เลือกที่จะ
ทุ่มจนสุดกำลังแทน!
แม้ว่าพวกนางทั้งสอง จะไม่ได้หารือตกลงกันเอาไว้
ล่วงหน้าก็ตาม ทว่าก็กลับสามารถเข้าใจกันและกัน
ได้โดยปริยาย แล้วในทันใดนั้นเองพวกนางก็พุ่ง
เข้าโจมตีเข้าใส่ อู่ อวี้ ซึ่งบัดนี้ได้แปรเปลี่ยนเป็น
ร่างจำแลงเซียนวานร ในมือซึ่งคร่ากุม เสามังกร
สมุทรคลั่ง เอาไว้อย่างถนัดมือยิ่งทำให้ภาพลักษณ์
ของเขานั้นช่างองอาจ ดุดันน่าสะพรึงกลัวเป็น
อย่างยิ่ง การโจมตีของพวกนางทั้งสอง คือการ
ทุ่มเททุกสิ่งทุกอย่างที่มี !
สถานการณ์เริ่มเดือดพล่านขึ้นอีกครั้ง!
“เขตแดนเพลิงเทวะเก้าชั้น!” หนานกง เหว่ย โบก
สะบัดปีกที่ห่อหุ้มไปด้วยเปลวเพลิงเก้าสี เพลิงเท
วะโหมมกระพือม้วนกวาดด้วยความเกรี้ยวกราด
บัดนี้พลังอิทธิฤทธิ์ได้แผ่ขยายปกคลุมพื้นที่ไปทั่ว
ทั้ง สนามรบประลองซ่างเซียน!
อย่างไรก็ตาม ด้วยวิชาที่ใช้นี้ยังไม่เพียงพอที่จะ
กำจัด อู่ อวี้ ลงได้!
หลังจากสำแดงพลังอิทธิฤทธิ์ หนานกง เหว่ย ก็
กระพือปีกเหินทะยานขึ้นสู่ท้องเวหา ทันใดนั้น
ศาสตราเต๋าวิถีแท้ ‘เตาหลอมดับพิภพ’ ก็ร่วงตกลง
มา บัดนี้มันกำลังหมุนคว้างพร้อมกับขยายใหญ่ขึ้น
ชั่วพริบตานั้นเองสัญลักษณ์วงเวทก็ส่องสว่างเจิด
จ้าขึ้น เช่นเดียวกับเมื่อครั้งที่นางสามารถเอาชนะ
จิ่วอิง ได้ ชั่วขณะนั้น เตาหลอมดับพิภพ ได้แผ่
ขยายใหญ่ปกคลุมไปทั่วทั้งท้องนภา ซึ่งมันก็ปก
คลุมอยู่เหนือศีรษะของ อู่ อวี้ กับ จี้ หลิงหลง ด้วย
เช่นเดียวกัน!
ตูมมมมม!!!!!!
บัดนี้เตาหลอมขนาดยักษ์ แผ่ขยายปกคลุมเหนือ
ผืนปฐพี ฝุั่นธุลีจำนวนนับไม่ถ้วนฟุั้งกระจายตลบ
อบอวล ขาเตาหลอมขนาดใหญ่ตั้งตระหง่านอยู่
เหนือศีรษะ กำลังเผาไหม้ร้อนระอุ หนานกง เหว่ย
ในร่างจำแลงหงส์เพลิงกำลังอยู่ใน ‘เตาหลอมดับ
พิภพ’ ส่งผลให้สัญลักษณ์วงเวทบนศาสตราวิถีแท้
ถูกกระตุ้นอย่างรุนแรงบ้าคลั่ง
ถ้าจะให้กล่าวในเวลานี้ หนาน กงเว่ย กำลังอยู่ใน
สภาวะบ้าคลั่ง
ซึ่งก็แน่นอนว่าภายในเตาหลอม นั้นน่าสยดสยอง
เป็นอย่างยิ่ง ในฐานะผู้เป็นนายของศาสตราเต๋าวิธี
แท้ นางจึงสามารถควบคุมพลานุภาพของมัน
ไม่ให้ไปทำร้ายฤาสร้างผลกระทบให้แก่ จี้ หลิงหลง
ด้วยเพราะสุดท้ายแล้วนางยังจำต้องพึ่งพาฝีมือ
ความแข็งแกร่งของ จี้ หลิงหลง เพื่อผนึกกำลัง
ต่อสู้กับ อู่ อวี้
เมื่อ อู่ อวี้ โดนขังอยู่ใน ‘เตาหลอมดับพิภพ’ ฝูงชน
ก็เริ่มใจจดใจจ่อกับการต่อสู้ครั้งสุดท้ายนี้ ซึ่งดู
เหมือนว่าการต่อสู้จะเริ่มขึ้นอีกครั้งแล้ว!
ในชั่วขณะนี้เอง อู่ อวี้ รู้สึกว่ามันมิได้แตกต่างไป
จากยามที่เขาตกลงไปในเขาอัคคีกลืนวิญญาณ ซึ่ง
ภายในเตาหลอมนี้หาใช่เป็นเพียงแค่เปลวอัคคี
ธรรมดาสามัญ แต่มันคือเพลิงลาวาที่กลายเป็น
ของเหลวอันเหนียวหนืด! สัญลักษณ์วงเวทบน เตา
หลอมดับพิภพ ถูกกระตุ้นอย่างรุนแรงบ้าคลั่ง
ส่งผลให้ในยามนี้เพลิงลาวาได้กลืนกิน อู่ อวี้ อย่าง
รวดเร็ว ซึ่งสำหรับเขาแล้วเสมือนดั่งกำลังอยู่ใน
ทะเลลาวาทองคำ ในห้วงสมุทรอันไร้สิ้นสุดนี้ ทุก
หนทุกแห่งล้วนเป็นแดนมรณะ อันไร้ซึ่งหนทาง
ออก
ตรงเบื้องหน้าไม่ไกลนัก มีร่าง ๆ หนึ่งลอยอยู่คนผู้
นี้สวมใส่กระโปรงยาวสีขาวบริสุทธิ์ นางก็คือ จี้
หลิงหลง ด้วยเพราะ หนานกง เหว่ย ได้ควบคุม
ไม่ให้นางได้รับผลกระทบจากทะเลลาวาทองคำอัน
เหนียวหนืด ภายใน เตาหลอมดับพิภพ ไปด้วย
บัดนี้นางจึงยืนมองดูใบหน้าของ อู่ อวี้ ด้วยสีหน้า
เย็นเยียบ กระโปรงยาวพริ้วไสวโบกสะบัดไปมา
ริมฝีปากแดงระเรื่ออ้าเผยอ แล้วนางก็กล่าวขึ้น
ด้วยเสียงอันแผ่วเบาว่า ” อู่ อวี้ เจ้าเจ้านั้นทะนง
ตนมากเกินไป ไม่ให้เกียรติพวกเราแม้แต่น้อย เรา
ทั้งคู่จะร่วมมือผนึกกำลังจัดการเจ้าก่อน หลังจาก
นั้นพวกเราจะต่อสู้กันอีกครั้งอย่างยุติธรรม”
ขณะเสียงของนางดังก้องขึ้น ‘ภาพวาดวิหารเซียน’
ในมือของนางก็ถูกเปิดกางออก ชั่วอึดใจต่อมา
ภาพวาดน้ำหมึกนี้ก็ลอยมาอยู่ตรงเบื้องหน้าของ อู่
อวี้ ในเวลานี้ภาพวาดน้ำหมึกได้แปรเปลี่ยนไป
เสมือนดั่งมวลเมฆาลอยเคลื่อนคล้อยอยู่ในวิหาร
เซียน ซึ่งกำลังหมุนวนปันปั่วนอย่างที่สุด! ถ้าหาก
เป็นโลกแห่งความจริง จะเสมือนดั่งว่าเขากำลัง
สดับได้ยินสุรเสียงของเซียนก็ไม่ปาน
จี้ หลิงหลง ดูเสมือนดั่งเซียนศักดิ์สิทธิ์ผู้ไร้มลทิน
สูงส่งหาใดเปรียบ ผิวพรรณขาวผุดผ่องประดุจ
หิมะ ร่างของนางได้ถูกห่อหุ้มด้วยละอองสีขาว
บริสุทธิ์ แม้จะอยู่ท่ามกลางเพลิงลาวาทองคำ
เพลิงลาวาหลังนี้ก็ไม่อาจทะลุทะลวงระเซ็นผ่าน
เข้าสู่ร่างของนางได้ ซึ่งในชั่วขณะนี้เสมือนดั่งว่า
นางกับ ภาพวาดวิหารเซียน ได้เชื่อมต่อเข้า
ด้วยกันผ่านทางสายโลหิต เมื่อต้องเผชิญหน้ากับ
อู่ อวี้ นางจึงปรารถนาขยายขีดจำกัดในการ
ควบคุม ภาพวาดวิหารเซียน ให้ได้มากที่สุด
ส่วนทางฝังของ หนานกง เหว่ย ก็กระทำ
เช่นเดียวกัน นางได้ใช้พลังอำนาจทั้งหมดที่กักเก็บ
ไว้ใน เตาหลอมดับพิภพ บีบอัดเผาผลาญใส่ อู่ อวี้!
ซึ่งในยามนี้ อู่ อวี้ กำลังทุกข์ทรมานจากการโจมตี
ของลาวาทองคำ ท่ามกลางแรงกดดันมหาศาล
พลังรบของเขาจึงลดทอนลงไปอย่างมาก
เนื่องจากว่าเดิมทีแล้ว เขามิได้รู้สึกกังวลหรือ
หวาดกลัวการโจมตีประเภทเปลวเพลิง ทว่าหาก
เปลี่ยนเป็นผู้อื่น เช่น จิ่วอิง แล้วละก็ เขาคงไม่
สามารถทานทนอยู่ภายในเตาหลอมดับพิภพนี้ได้
นานนัก
ศาสตราเต๋าวิถีแท้ทั้งสอง ถาโถมโจมตีเข้าใส่เขา
อย่างหนักหน่วงพร้อมเพรียง!
การโจมตีนี้ มาจากยอดอัจฉริยะของ ทวีปแห่งทวย
เทพ ผู้ซึ่งมีอายุไล่เลี่ยกับ อู่ อวี้ เป็นสองสตรีผู้มีรูป
โฉมงดงามหาใดเปรียบ เมื่อเวลาล่วงเลยผ่านไป
หลังจากนี้อีกหลายขวบปี พวกนางอาจมีความ
แข็งแกร่งเหนือล้ำยิ่งกว่า เซียนกระบี่เทียนซู หรือ
ประมุขศักดิ์สิทธิไท่ซู เลยก็ได้ บางทีอาจขึ้น
กลายเป็นประมุขคนใหม่ของ ทวีปแห่งทวยเทพ
เป็นผู้ปกครองอยู่เหนือสิ่งมีชีวิตทั้งมวล เป็นวีร
สตรีผู้ยิ่งใหญ่ ซึ่งทำให้ทั่วทั้งใต้หล้าต้อง
ทอดสายตาแหงนหน้ามองขึ้นไป
ในเวลานี้นิ้วอันเรียวยาว จี้ หลิงหลง ได้วางอยู่
เหนือ ภาพวาดวิหารเซียน นางกล่าวขึ้นด้วยเสียง
อันดังก้องว่า
” ผู้พิทักษ์วิหารเซียน !”
เมื่อสิ้นเสียง บนภาพวาดวิหารเซียน ก็ส่อง
ประกายแสงเจิดจ้าออกมาทันที สามารถแลเห็นได้
ว่าภายในวิหารเซียน มีเงาร่างของคนผู้หนึ่ง
ปรากฏขึ้นอย่างเลือนลาง เงาร่างนี้ค่อย ๆ
ควบแน่นแลขยายใหญ่ขึ้นเรื่อย ๆ ทั่วทั้งสรรพางค์
กายดำทมิฬ ภายในมือถือจากหอกไว้หนึ่งเล่ม
ทันใดนั้นเงาร่างก็พุ่งทะยานออกจากวิหารเซียน
มาปรากฏกายอยู่เบื้องหน้าของ อู่ อวี้ ในฉับพลัน!
เงาร่างนี้บังเกิดจากน้ำหมึกที่ควบแน่นเข้าด้วยกัน
แน่นอนว่าเมื่อมันสามารถหลอมรวม มันก็สามารถ
กระจายตัวได้เช่นเดียวกัน ต่อมาน้ำหมึกก็กระจาย
ออกจากเงาร่างนั้น แปรเปลี่ยนกลายเป็นเสมือนดั่ง
ขุนพลแห่งแดนสวรรค์ เปียมล้นไปด้วยอำนาจ
ทำลายล้าง เสมือนดั่ง ‘ผู้พิทักษ์วิหารเซียน’ ที่ไม่มี
วันถูกทำลาย!
นี่คือพลังแห่งเทวะจากศาสตราเต๋าวิถีแท้ของ จี้
หลิงหลง ผู้ได้รับการฝึกฝนเคี่ยวกรำอย่างหนัก
หน่วงจาก ประมุขศักดิ์สิทธิไท่ซู เพื่อกลายเป็น
ประมุขคนถัดไปของ พรรคซ่างหยวน นางคือผู้ที่มี
ศักยภาพแลความแข็งแกร่งอย่างไร้สิ้นสุด
ในเวลานี้ ทั้ง เพลิงลาวาจาก เตาหลอมดับพิภพ
และ ‘ผู้พิทักษ์วิหารเซียนน้ำหมึก’ ที่ออกมาจาก
ภาพวาดวิหารเซียน ต่างถาโถมโจมตีเข้ามาหาเขา
อย่างพร้อมเพรียง ด้านหนึ่งคือแรงกดดันอัน
มหาศาลจากเพลิงลาวาเผาผลาญ ส่วนอีกด้าน
หนึ่งคือคมหอกที่พุ่งทะลวงแทงเข้าใส่ อู่ อวี้!
” แค่นี้ คิดว่าจะหยุดข้าได้งั้นรึ? ” ท่ามกลางโทสะ
อันเกรี้ยวกราด อู่ อวี้ มิได้ดูองอาจสง่างามอีก
ต่อไป แต่ดวงตาของเขากลับเปียมล้นไปด้วยความ
ดุร้ายโหดเหี้ยมถึงขีดสุด ยามนี้ไม่มีผู้ใดสงสัยแม้แต่
น้อย ว่าเขากำลังจะบดขยี้บุปผาด้วยมือของตน
ซึ่งหลังจากนี้ เขาจะลงมือตอบโต้อย่างจริงจังแล้ว!
ตูม!
ด้วยโทสะที่กำลังเกรี้ยวกราดถึงขีดสุด ส่งผลให้
วานรทองคำเงื้อม เสามังกรสมุทรคลั่ง อัดกระแทก
ฟาดปะทะเข้ากับหอกของ ผู้พิทักษ์วิหารเซียนน้ำ
หมึก!
ตูม!
ด้วยพลังอำนาจที่เด็ดขาดเหนือกว่า แม้ว่า อู่ อวี้
จะถูกขัดขวางจาก เตาหลอมดับพิภพ แต่ก็ยัง
สามารถควบคุมสถานการณ์มีชัยเหนือฝั่ายตรง
ข้าม บัดนี้ ผู้พิทักษ์วิหารเซียนน้ำหมึก ได้ถูกบดขยี้
จนสิ้น!
ทว่าพลังของ ผู้พิทักษ์วิหารเซียน หาได้มีเพียง
เท่านี้ แม้ว่า เสามังกรสมุทรคลั่ง ของ อู่ อวี้ นั้นจะ
แข็งแกร่งมากก็จริง แต่ ผู้พิทักษ์วิหารเซียนน้ำ
หมึก นั้นไม่มีวันตาย ฉะนั้นหลังจากที่มันถูกบดขยี้
ทำลาย มันก็หลอมรวมควบแน่นขึ้นมาใหม่ใน
บัดดล เพียงชั่วพริบตามันก็ก่อรูปร่างขึ้นมาใหม่
เป็นสองตน!
ทันทีที่ ผู้พิทักษ์วิหารเซียนน้ำหมึก ทั้งสองปรากฏ
ขึ้นมันก็หาได้หยุดนิ่งแต่อย่างใด มันทั้งสองผลุบ ๆ
โผล่ ๆ โจมตีเข้าใส่ อู่ อวี้ จากซ้ายทีขวาที หอก
ของพวกมันแหลมคมเป็นอย่างยิ่งราวกับว่า
สามารถทะลุทะลวงได้ทุกสิ่ง ความแหลมคมของ
มันสามารถเจาะทะลวงผ่านเลือดเนื้อของ อู่ อวี้
เข้ามาได้ กล่าวได้ว่าวันนี้ น้ำหมึกกำลังซึมไหลเข้า
สู่เลือดเนื้อของเขา ซึ่งนับเป็นเรื่องเลวร้ายอย่างยิ่ง
ด้วยเพราะว่า น้ำหมึกนี้มันเป็นพิษ!
ตูม ตูม ตูม!
อู่ อวี้ ต่อสู้กับ ผู้พิทักษ์วิหารเซียนน้ำหมึก อย่าง
รุนแรงดุเดือด เพียงชั่วเวลาสั้น ๆ ผู้พิทักษ์วิหาร
เซียนน้ำหมึก ถูกบดขยี้พ่ายแพ้ไปแล้วหลายสิบ
ครั้ง! แต่ไม่อยากจะเชื่อเลยว่าในทุก ๆครั้งที่มันถูก
บดขยี้ทำลาย มันจะถือกำเนิดขึ้นมาใหม่แล้วแยก
ร่างออกเป็นสอง เท่ากับว่าในเวลานี้ ผู้พิทักษ์
วิหารเซียนน้ำหมึก ผู้ใช้หอกเป็นอาวุธมีอยู่หลาย
สิบคน ผนวกกับ เตาหลอมดับพิภพ ซึ่งได้สร้าง
ความยากลำบากให้แก่ อู่ อวี้ ไม่น้อยทีเดียว!
” ข้ารู้ว่าเจ้ามีฝีมือร้ายกาจน่าเหลือเชื่อ แต่เจ้าก็
อย่าได้ประมาทอิสตรีอย่างข้า !” จี้ หลิงหลง กล่าว
ด้วยโทสะ
” หากข้าดูแคลนเจ้า แล้วเจ้าจะทำอันใดได้? ” ใน
เวลานี้ อู่ อวี้ กล่าวขึ้นด้วยน้ำเสียงที่ไร้ซึ่งความ
แยแส ท่ามกลางเปลวเพลิงลาวาร้อนระอุของ เตา
หลอมดับพิภพ ทันใดนั้นเขาก็หยุดการต่อสู้ กับ ผู้
พิทักษ์วิหารเซียนน้ำหมึก ลง พร้อมทั้งใช้ดวงเนตร
ที่ลุกท่วมไปด้วยเปลวเพลิง จับจ้องไปยัง จี้ หลิง
หลง
คำกล่าวนี้ยิ่งทำให้ จี้ หลิงหลง มีโทสะเพิ่มมากขึ้น
กว่าเก่า นางออกคำสั่งศาสตราเต๋าวิถีแท้ โดยให้ ผู้
พิทักษ์วิหารเซียนน้ำหมึก เข้าไปล้อม อู่ อวี้ เอาไว้
ในทันที
ในความเป็นจริงระหว่างที่ อู่ อวี้ กำลังต่อสู้กับ ผู้
พิทักษ์วิหารเซียนน้ำหมึก อย่างดุเดือดอยู่นั้น เขาก็
เริ่มพอเข้าใจอยู่บ้างเล็กน้อยแล้วว่า ผู้พิทักษ์วิหาร
เซียนน้ำหมึก นั้นไม่มีวันตาย กุญแจสำคัญก็น่าจะ
เป็น ภาพวาดวิหารเซียน ที่อยู่ในมือของ จี้ หลิง
หลง ฉะนั้นเขาจึงใช้พลังขั้นที่ 2 ของเนตรเพลิง
‘สกัดวิญญาณ’ จ้องมองเข้าไปในดวงเนตรอัน
สุกใสประดุจดั่งผิวคันฉ่องวารีของ จี้ หลิงหลง
ฉับพลันนั้นเองนางก็กรีดร้องดังขึ้นอย่างโหยหวน
ด้วยเพราะบัดนี้จิตวิญญาณของนางกำลังถูก อู่ อวี้
แผดเผา!
เมื่อผู้เป็นนายซึ่งออกคำสั่งควบคุม กำลังเจ็บปวด
อย่างรุนแรง ผู้รับใช้อย่าง ผู้พิทักษ์วิหารเซียนน้ำ
หมึก จึงเป็นอิสระจากการควบคุม ทันใดนั้น อู่ อวี้
พลังอำนาจอันมหาศาลก็ระเบิดพวยพุ่งออกมาจาก
ร่างของเขา พร้อมทั้งใช้ออกด้วยวิชาเก้าเทวะ
โหมกระหน่ำโจมตีเข้าใส่ ผู้พิทักษ์วิหารเซียน
ทั้งหมดจนไม่เหลือซาก ฉับพลันเขาก็มาปรากฏอยู่
ตรงเบื้องหน้า ภาพวาดวิหารเซียน โดยไม่ได้พูด
พร่ำทำเพลงอันใด เขาได้ฟาด เสามังกรสมุทรคลั่ง
เข้าใส่ทันที
ตูม!
ส่งผลให้ ผู้พิทักษ์วิหารเซียน ทุกตนสลายหายไป
ในบันดล ภายใน เตาหลอมดับพิภพ บัดนี้จิต
วิญญาณศาสตราเต๋าวิธีแท้ของ จี้ หลิงหลง ได้ถูก
อู่ อวี้ ใช้เนตรเพลิงแผดเผา กล่าวได้ว่า จี้ หลิง
หลง หาใช่คู่ต่อสู้ของ อู่ อวี้ แม้แต่น้อย ด้วยเพราะ
ฝีมือของนางนั้นอ่อนด้อยเสียยิ่งกว่า วูซาน เซี่ยชือ
ทันใดนั้นเสาก็ถูกยกขึ้นเตรียมพร้อมฟาดลงไปบน
ศีรษะของ จี้ หลิงหลง ซึ่งแน่นอนว่าศีรษะของนาง
จะถูกบดขยี้ไม่เหลือชิ้นดี หากถูก เสามังกรสมุทร
คลั่ง อัดฟาดใส่เข้าจริง ๆ
“ข้ายอมแพ้แล้ว!” จี้ หลิงหลง ตื่นตกใจอย่างสุด
ขีด นางรีบร้อนร้องตะโกนออกไปอย่างรวดเร็ว
เหงื่ออันเย็นเยียบไหลอาบท่วมร่าง ด้วยเพราะ
หวาดกลัวจะถูก เสามังกรสมุทรคลั่ง ฟาดกระแทก
เข้าใส่ ทั้งหมดทั้งมวลเป็นเพราะเสานี้มีพลานุภาพ
มากมายเหลือคณา ซึ่งถ้าหาก อู่ อวี้ ฟาดลงมา
จริง ๆ ใบหน้าของนางคงแหลกแล้วจนไม่เหลือชิ้น
ดี
แน่นอน อู่ อวี้ เพียงแค่ขู่ทำให้นางกลัวเท่านั้น
ทั้งหมดก็เพราะต้องการให้นางเปล่งประโยคนี้
ออกมา เมื่อนางยอมแพ้ไปแล้ว อู่ อวี้ ก็ถอย
กลับไปหาคู่ต่อสู้คนที่เหลือ
ความรู้สึกของการได้บดขยี้ มันช่างมีความสุขเสีย
จริง ๆ!
ด้วยความปิติยินดีนี้มันช่วยให้เขาค่อย ๆ ก้าวเดิน
ออกมาจากเงามืดภายในจิตใจ
ผู้แข็งแกร่งที่แท้จริงเท่านั้น ถึงจะสามารถบงการ
ได้ทุกสรรพสิ่ง!
มิฉะนั้นจะไม่สามารถปั้องผู้ใดได้
ตอนนี้เหลือเพียงแค่ หนานกง เหว่ย
” คนทะนงตนอย่างเจ้า คงไม่จำเป็นต้องพูดพร่ำทำ
เพลงกันอีก อู่ อวี้ ในวันนี้ข้าจะชี้เป็นชี้ตายกับเจ้า
อย่าได้หลงลำพองความสุขเร็วเกินไปนัก สักวัน
หนึ่งข้าจะอยู่เหนือหัวเจ้า!” จี้ หลิงหลง กัดฟันพูด
อย่างเคียดแค้น
นางไม่เคยโกรธแค้นใครจนบ้าคลั่งเช่นนี้มาก่อน
นางไม่ทราบว่า อู่ อวี้ หาได้เต็มใจที่จะขึ้นเป็น เจ้า
นครจักรพรรดิเพลิง ดังนั้นนางจึงคิดไปเองว่า
ความสัมพันธ์ของพวกเขาทั้งคู่ในอนาคตอาจจะ
เสมือนดั่ง เจ้านครจักรพรรดิเพลิง กับ ประมุขศักดิ์
สิทธิไท่ซู ก็เป็นได้
………………………………………………..
(´▽`).。o♡ เพลิน
กลืนสวรรค์สะท้านทวยเทพ