กลืนสวรรค์สะท้านทวยเทพ - ตอนที่ 544 : จุดสูงสุดบนทวีปแหงทวยเทพ
ถึงแม้ว่า หนานกง เหว่ย จะอยู่ที่ด้านนอกเตา
หลอมดับพิภพ แต่สิ่งที่เกิดขึ้นภายในเตาหลอม
นางก็สามารถรับรู้ได้อย่างชัดเจน
จาก 6 คน ตอนนี้เหลือนางเพียงคนเดียว
หลังจากที่ อู่ อวี้ จัดการ จี้ หลิงหลง ไป เขาก็ไม่ได้
กล่าวสิ่งใดกับนางอีก ยามนี้ท่ามกลางลาวาหนืด
ทองคำ เขาได้ถูกความสามารถของเตาหลอมดับ
พิภพ โจมตีตลอดเวลา
แต่ หนานกง เหว่ย ก็พบว่า นางได้ใช้เตาหลอมดับ
พิภพจัดการศัตรูมาแล้วจำนวนไม่น้อย อย่างไรก็
ตามในหมู่คู่ต่อสู้ที่นางเผชิญหน้ามา อู่ อวี้ เป็นคน
ที่จัดการได้ยากที่สุด
คาดว่าภายใต้ลาวาเหนียวหนืดนี้สามารถจำกัด
ความสามรถของ อู่ อวี้ ได้ไม่ถึง 3 ส่วนเสียด้วยซ้ำ
และเขาก็ถูกแผดเผามาเป็นเวลานานเช่นนี้แล้ว
แต่ความเสียหายที่เกิดขึ้นกับ อู่ อวี้ กลับไม่ได้
มากมายแต่อย่างใด!
หากเปลี่ยนเป็น จิ่วอิง ที่ต้องอยู่ภายในเตาหลอม
ดับพิภพยาวนานเช่นนี้ แม้แต่เกล็ดที่เป็นเกราะ
ของเขาก็จะต้องถูกแผดเผาจนแทบไม่เหลือแล้ว
ในเวลานี้เนื้อตัวของ อู่ อวี้ กลายเป็นสีแดงเถือก
และช่วงเวลานี้เอง ความสนใจของเขาตกไปอยู่ที่
มหาสมุทรลาวาทองคำที่ไม่มีที่สิ้นสุดซึ่งรายล้อม
อยู่รอบตัวของเขา!
ตูม!
อู่ อวี้ ได้ยกเสามังกรสมุทรคลั่งขึ้น จากนั้นก็หายไป
จากด้านหน้าของ จี้ หลิงหลง เขาพุ่งทะยานขึ้นไป
“เจ้าเด็กที่แสนบ้าบิ่นผู้นี้ อย่างน้อยมันมันมี
คุณสมบัติที่จะทำตัวโอหังเช่นนี้ได้ ข้าเองก็
ประมาทเกินไป ดังนั้นจึงแพ้พ่ายให้กับมันเช่นนี้
ถึงแม้ในใจจะไม่ยินยอมความพ่ายแพ้ แต่อดไม่ได้
ที่จะกล่าวว่า อู่ อวี้ ผู้นี้มีคุณธรรมที่ไม่เลว อย่าง
น้อยจิตใจของมันก็มีศีลธรรมที่เที่ยงตรงยิ่งนัก”
แม้ว่า จี้ หลิงหลง จะพ่ายแพ้ให้กับ อู่ อวี้ แต่ในใจ
กลับไม่ปรากฎเป็นความเกลียดชังแต่อย่างใด
อย่างไรก็ตามการพ่ายแพ้ในครั้งนี้ ยิ่งทำให้ อู่ อวี้
กลายเป็นเปั้าหมายให้นางต้องการเอาชนะมาก
ยิ่งขึ้น
และในเวลานี้ สีหน้าของ อู่ อวี้ กลับกลายเป็นเฉย
เมย ฝั่าทะลวงลาวาเหนียวหนืดทองคำออกมา
ตลอดทางเสามังกรสมุทรคลั่ง ได้ตีฝั่าทะลวงลาวา
เหนียวหนืดด้วยความเร็วที่ไม่ลดลงแม้แต่น้อย สิ่ง
นี้ทำให้เตาหลอมดับพิภพถึงกับต้องสั่นสะเทือน
นอกจากเตาหลอมดับพิภพแล้ว หนานกง เหว่ย ก็
ยังรับรู้ได้ถึงแรงสั่นสะเทือนที่มาจากเขา
บัดนี้ อู่ อวี้ ได้ทะยานมาจนถึงด้านบนสุดของเตา
หลอมดับพิภพแล้ว
ก่อนหน้านี้เตาหลอมดับพิภพนั้นสงบนิ่งอย่างมาก
ผู้คนคิดว่า หนานกง เหว่ย กับ จี้ หลิงหลง ร่วมมือ
กัน ย่อมต้องมีโอกาสอย่างแน่นอน เมื่อเวลายิ่ง
ผ่านไป พวกเขาก็ยิ่งมั่นใจมากขึ้น แต่ในเวลานี้
ด้านในของเตาหลอมดับพิภพดูเหมือนจะเกิดการ
สั่นสะเทือนอย่างรุนแรง ราวกับมีอสูรกายกำลัง
อาละวาดอยู่ภายใน ทั่วทั้งเตาหลอมดับพิภพ
สั่นสะเทือนอย่างรุนแรง!
เมื่อจ้องมองไปยังสีหน้าของสัตว์สวรรค์หงษ์เพลิง
อีกครั้ง สีหน้าของมันดูจริงจังมากขึ้น ทุกคนก็เริ่ม
คิดในใจว่า อู่ อวี้ ได้เอาชนะ จี้ หลิงหลง ไปแล้ว
เช่นนั้นหรือ?
และก็เป็นไปตามที่พวกเขาคิด!
ในตอนนี้ อู่ อวี้ ได้เห็นด้านบนสุดของเตาหลอมดับ
พิภพแล้ว มันเป็นสถานที่ที่เต็มไปด้วยวงเวท
ศาสตรา และในตอนนี้วงเวทศาสตราเหล่านั้น ซึ่ง
อยู่ภายใต้แก่นแท้ตำหนักม่วงของ หนานกง เหว่ย
ได้ถูกกระตุ้นอย่างรวดเร็ว สัญลักษณ์บนวงเวท
พลันเกิดการเปลี่ยนแปลง มันได้กลืนกินเปลวเพลิง
ที่อยู่ทั่วทั้งเตาหลอมเข้าไปแล้วฉับพลันมันได้โจมตี
ออกมาในคราเดียวไปยังทิศทางของ อู่ อวี้ และ
ท่ามกลางเปลวเพลิงนั้น มันยังปรากฏเป็นวงเวท
โจมตีอื่นๆผสมปนเปเข้ามาด้วย ซึ่งยามนี้ก็ได้เข้า
ใกล้ อู่ อวี้ ไปทุกขณะ
ด้านนอกของเตาหลอมดับพิภพ สัตว์สวรรค์หงษ์
เพลิงได้ทุ่มพลังสุดตัว โจมตีขัดขวาง อู่ อวี้ อย่าง
เต็มกำลัง บางทีในเวลานี้อาจจะเป็นเวลาที่สำคัญ
ที่สุดสำหรับนาง!
อย่างไรก็ตามในยามนี้เขาก็ไม่ได้ลังเลและออมมือ
ให้นางอีกต่อไป
เคล็ดระเบิดพลังคลั่ง!
เมื่อเขาทะยานขึ้นสู่ด้านบนของเตาหลอมดับพิภพ
ซึ่งราวกับเป็นปราณกระบี่ที่แหลมคมฉีกกระชาก
ทั่วทั่งร่างของเขาพลันระเบิดพลังออกมาอย่าง
ฉับพลัน เคล็ดระเบิดพลังคลั่งได้ทำให้พลังอำนาจ
ของกายเนื้อเขาพุ่งทะยานสู่จุดสูงสุด ทำให้จิต
วิญญาณของเขาบ้าคลั่งมากยิ่งขึ้น จนก้าวเข้าไปสู่
ระดับใหม่!
“ค่ายกลเปลวอัคคีหมื่นจวินพลิกสมุทร!”
หนึ่งพลองทะลวงสู่ชั้นฟั้าสวรรค์!
อู่ อวี้ กระตุ้นวงเวทที่อยู่บนเกล็ดมังกรหวน
ภายในพริบตา ราวกับว่าเขากำลังถือจับมังกรอยู่
บนมือ ปรากฏเป็นเสียงมังกรคำรามที่สั่นคลอนฟั้า
ดิน เขากับมังกรเทวะรวมพลังกัน ฉีกกระชาก
ลาวาทั้งหมดที่ถาโถมเข้ามา ในตอนนี้ตัวเขามา
ปรากฏตัวอยู่ที่บนจุดสูงสุดของเตาหลอมดับพิภพ
ทันใดนั้น อู่ อวี้ ก็คำรามขึ้น ด้วยพลังถึงหมื่นจิน
เขาบิดเอวเพื่อตั้งฐานอันมั่นคงพร้อมกับฟาดเสาไป
ทางเตาหลอมดับพิภพ หนึ่งพลองสยบทั่วหล้า
บัดนี้ศาสตราเต๋าวิถีแท้ 2 ชิ้น กำลังปะทะกันอย่าง
ดุเดือด!
ตูมมมมมม!
ณ ขณะนี้ ภายในเตาหลอมดับพิภพ ปรากฏเป็น
เสียงดังสะเทือนเลือนลั่น ทำให้ จี้ หลิงหลง แทบ
จะหูหนวก เพราะว่าตัวนางอยู่ภายในเตาหลอมดับ
พิภพด้วยเช่นกัน ทันใดนั้น ภายใต้การปะทะกัน
อย่างรุนแรง ลาวาทองคำได้ไหลหลากเข้าหาตัว
นาง คนเร่งรีบร่อนลงมายืนอยู่บนจุดที่มีพื้นหยั่ง
เท้า ขณะที่เงยหน้ามองดูสถานการณ์ ซึ่งนางได้
เห็นว่าเตาหลอมดับพิภพขนาดใหญ่กำลังปลิวจน
ทะลวงสู่ชั้นฟั้า เกรงว่าถ้าไม่ใช้เพราะการควบคุม
ครั้งสุดท้ายของ หนานกง เหว่ย ที่ได้ส่งให้นางมา
อยู่บนเกรงว่ายามนี้เตาหลอมอาจจะกระทบกับเรือ
รบจักรพรรดิแห่งแสงเข้าให้แล้วก็เป็นได้
หงษ์เพลิงกำลังกระพือปีกบินขึ้นไปบนฟั้า ร่างของ
มันกำลังอาบไล้อยู่ท่ามกลางเปลวเพลิง 9 สี!
เตาหลอมดับพิภพของนาง ในคราวนี้ได้พังทลาย
ลงอย่างสมบูรณ์! ถึงแม้ว่ามันจะสามารถซ่อมแซม
ได้ แต่อย่างน้อยในเวลานี้นางก็ไม่อาจจะใช้มันได้
อีก การฟาดของ อู่ อวี้ ได้ทำให้นางไม่อาจจะใช้
ศาสตราเต๋าวิถีแท้ได้สักระยะ
ในตอนนี้ อู่ อวี้ คร่ากุมเสามังกรสมุทรคลั่งด้วยมือ
ข้างเดียวอย่างถนัดมือ ค่อยๆลอยขึ้นจากบน
พื้นดินอย่างช้าๆ ภายในดวงตาของเขา ราวกับมี
เปลวเพลิงกำลังลุกไหม้อยู่ และเปลวเพลิงสีทองก็
กำลังกวาดผ่านทั่วทั้งร่างของเขา
อู่ อวี้ ทะยานขึ้นสู่ท้องฟั้าจนมายืนประจันหน้ากับ
หนานกง เหว่ย
หงษ์เพลิงเร่งกระพือปีกเพื่อบินหนีอย่างรวดเร็ว
นางนั้นยังไม่พ่ายแพ้ แต่เมื่อถูก อู่ อวี้ จับจ้อง ใน
ใจของนางจึงเกิดอาการสั่นสะท้าน
อย่างไรก็ตามนางยังไม่ได้ยอมแพ้ ในตอนนี้นาง
เพิ่มพลังของเปลวเพลิง 9 สี เปลวเพลิงพร้อมกับ
ทะยานขึ้นสู่ท้องฟั้า และดิ่งเวหาพุ่งเข้าใส่ อู่ อวี้
ราวกับกระสุนปืนใหญ่!
“ช้าไป”
ด้วยเคล็ดก้าวเทวะของ อู่ อวี้ พริบตาเดียวก็พุ่ง
ทะยานไปอยู่ด้านข้างของนางแล้ว เมื่อมองไปยัง
เด็กสาวผู้นี้ เขากลับรู้สึกสงบเป็นอย่างยิ่ง ความ
ขุ่นเคืองทั้งหมดที่อยู่ในใจ บัดนี้ได้ถูกใส่ลงไปใน
พลองที่ฟาดทำลายเตาหลอมดับพิภพก่อนหน้า
แล้ว ซึ่งเขาแทบจะสามารถขจัดความเกลียดชัง
ภายในใจไปได้หมดสิ้น
หลังจากที่กล่าวจบ เสามังกรสมุทรคลั่งก็ถูกฟาด
ลงไปที่หลังของอีกฝั่าย แม้ว่า อู่ อวี้ ไม่ได้ใช้พลัง
ทั้งหมด ก็ยังสามารถฟาดให้ หนานกง เหว่ย
กระแทกลงไปบนพื้นได้อย่างไม่ยากเย็นนัก เมื่อ
หงษ์เพลิงยักษ์กระแทกเข้ากับพื้นดิน ทำให้เศษฝุั่น
คละคลุ้งปกคลุมไปทั่วท้องฟั้า
ในพริบตานั้น อู่ อวี้ ก็มายืนปรากฏอยู่เบื้องหน้า
หนานกง เหว่ย อีกครา
หลังจากที่ถูก อู่ อวี้ โจมตี ยามนี้ หนานกง เหว่ย
จึงรู้ตัวแล้วว่าเมื่อตนเองอยู่ต่อหน้าเขา นับว่าไม่
ต่างอะไรกับลูกนกตัวหนึ่ง กระทั่งยามนี้นางก็ยังไม่
หลงเหลือพลังที่จะคงสภาพของหงษ์เพลิงเอาไว้ได้
ครู่ต่อมานางจึงกลับสู่ร่างมนุษย์ดังเดิม นางลุก
ขึ้นมายืนบนพื้นดินด้วยความงงงวย ยืนอย่าง
เงียบๆ จ้องมองไปยัง อู่ อวี้ ด้วยความหวาดกลัว
ในตอนนี้ การต่อสู้ได้สิ้นสุดแล้ว
อู่ อวี้ ได้ใช้ความพยายามไปไม่น้อย เขากลับคืนมา
อยู่ในรูปลักษณ์มนุษย์ พร้อมกับเก็บเสามังกร
สมุทรคลั่งลง และเผชิญหน้ากับ หนานกง เหว่ย
เป็นเวลานานแล้วที่เขาไม่ได้ยืนเผชิญหน้าจ้องมอง
กันเช่นนี้
ในสายตาของนาง นางยังคงปรากฎความดื้นรั้น
นอกจากนี้นางยังคงเกลียดชังเขาอยู่ด้วยเช่นกัน
แต่ในความเกลียดชังนั้นยังมีอารมณ์ความรู้สึก
มากมายผสมปนเปอยู่ด้วย
ดูเหมือนจะไม่แตกต่างจากเมื่อก่อน ความจริงแล้ว
ทุกสิ่งทุกอย่างมันผิดไปหมด
ผลลัพธ์ของศึกมังกรสวรรค์แห่งทวยเทพได้ปรากฎ
แล้ว ในที่สุด อู่ อวี้ ก็สงบจิตใจลงได้ ก่อนหน้านี้
เขาเพิ่งจะทุกข์ทรมานกับจิตมารที่อยู่ในใจ แต่ทว่า
ในตอนนี้หัวใจเขาสามารถขบคิดสิ่งต่างๆอย่าง
สุขุมได้เช่นเดิมแล้ว
ความตายของเจ้านครจักรพรรดิเพลิง ดูเหมือนจะ
ไม่เป็นอุปสรรค์ในจิตใจของเขาอีกต่อไป
ไม่ว่าชีวิตหรือความตายต่างก็เป็นไปตามลิขิต
เจ้านครจักรพรรดิเพลิงไม่ได้หลบซ่อนจากมัน แต่
อู่ อวี้ ก็ไม่ได้ยอมแพ้เช่นกัน
ความตายในทวีปแห่งทวยเทพ มันอยู่นอกเส้นทาง
แห่งเต๋าของเขา บัดนี้เขาจ้องมองไปยัง หนานกง
เหว่ย อีกครา ในความเป็นจริงนางยังเยาว์วัย
เกินไปนัก ทำให้ความคิดส่วนใหญ่แล้วค่อนข้างที่
จะหุนหันพลันแล่น นางเป็นเหมือนเด็กสาวผู้ดื้อรั้น
เมื่อปรากฎเป็นความเกลียดชังขึ้น ย่อมยากที่จะ
สลัดมันออกไปได้
“รู้สึกว่าตัวเองมีพลังอำนาจแล้วจะอยู่เหนือโลก
หล้าสินะ? หลังจากนี้เกรงว่าคงจะไม่มีใครต่อกรกับ
เจ้าได้อีกแล้ว อนาคตใต้หล้านี้ย่อมตกเป็นของเจ้า
ซึ่งถึงแม้ข้าจะกล่าวอันใดไปก็ย่อมไร้ประโยชน์ แต่
ข้าจะกล่าวเพียงแค่ว่าจงรอ เรื่องระหว่างพวกเรา
มันยังไม่จบ ข้าจะแก้แค้นให้กับ เปั่ยซาน ม่อ บาง
ที่สิ่งที่ข้ากำลังกล่าวในตอนนี้มันอาจจะเป็นคำคุย
โม้โอ้อวด แต่ต้องมีสักวันหนึ่ง ที่ข้าจะเอาชนะเจ้า
ให้ได้ อู่ อวี้ ข้าจะต้องเอาชนะเจ้า!”
นางยังคงยึดติดกับเขามาก
ดังนั้นคำกล่าวในตอนนี้จึงค่อนข้างที่จะบ้าบิ่น ใน
สายตาของนางส่องประกายถึงความแน่วแน่ไม่มีที่
เปรียบ เป็นสายตาที่ อู่ อวี้ คุ้นเคยเป็นอย่างดี ซึ่ง
เหมือนกับตัวเขาที่ดื้อรั้นอย่างยิ่ง จึงไม่อาจจะ
เปลี่ยนแปลงความตั้งใจได้ ดังนั้นอาจจะกล่าวได้
ว่า หนานกง เหว่ย ก็เป็นคนประเภทเดียวกับเขา
ใจร้อนเสมือนกับเปลวเพลิง และมันก็เป็นความ
จริงที่เมื่อพวกเขาทั้ง 2 คนอยู่ใกล้กัน ย่อมแผดเผา
ซึ่งกันและกันเอง
อู่ อวี้ ปิดปากเงียบ เมื่อมายืนอยู่ต่อหน้า หนานกง
เหว่ย เขาก็เป็นเหมือนกับพี่ชายคนหนึ่ง ซึ่งดู
เหมือนว่านางเคยจะเรียกขานเขาเช่นนั้น
เขาได้เห็นการเติบโตของนาง ตั้งแต่ที่นางอายุยัง
น้อง ซึ่งยามนั้นนางยังคงติดสอยห้อยตามเขาอยู่ไม่
ห่างกาย
แต่เมื่อมาถึงขั้นนี้แล้ว นับว่าผิดทางเป็นอย่างยิ่ง
ถ้าหากไม่เกิดความผิดพลาดนั้นขึ้น บางทีพวกเขา
ทั้งคู่อาจจะเข้าไปอยู่ในวิหารคู่เซียน ไม่แน่ว่า
ในตอนนี้อาจจะกลายเป็นสหายเต๋าเคียงคู่กันแล้วก็
ได้
“ตกลง ข้าจะจับตาดู ดูว่าเจ้าจะสามารถไปได้ไกล
มากแค่ไหน บัดนี้เจ้าสามารถกลายเป็นหงษ์เพลิง
ซึ่งโบยบินได้อย่างอิสระแล้ว อนาคตของเจ้าย่อม
สามารถที่จะไปได้ไกลอย่างไร้ขีดจำกัด จงใช้
ประโยชน์จากพรสวรรค์ของเจ้าให้เต็มที่เสีย อย่า
ให้ข้าผิดหวัง”
เรื่องที่เกี่ยวกับนาง อู่ อวี้ จะสามารถทำสิ่งใดได้
บ้าง?
บัดนี้เขาพบวิธีนั้นแล้ว
แทนที่จะปลอบใจที่นางพ่ายแพ้ นางอาจจะจม
ปลักอยู่กับความชิงชังจนไม่มีทางลุกขึ้นมาเลยก็ได้
เช่นนั้นแล้ว สู้ไม่ทำให้ตัวเขากลายเป็นเปั้าหมาย
ของนางไปเสียเลยเล่า อย่างน้อยนางก็สามารถ
ก้าวไปข้างหน้าได้ เปั้าหมายของ อู่ อวี้ คือการ
กลายเป็นเซียนอมตะ หากเปั้าหมายของนางคือตัว
เขา ไม่แน่ว่าสักวันหนึ่ง นางอาจจะเดินไปบน
เส้นทางเดียวกับเขาก็เป็นได้
การที่แข็งแกร่งขึ้น ก็ไม่ได้เป็นการทำร้ายนางแต่
อย่างใด หนำซ้ำยังเป็นผลดีเสียอีก
แต่อย่างไรก็ตาม เขาเคยทำให้นางผิดหวัง อย่าง
น้อยก็ทำให้นางได้กลายเป็นคนที่แข็งแกร่งคนหนึ่ง
และเมื่อนางเติบโตขึ้น ก็จะทำให้นางสามารถเอา
ตัวรอดได้จากทุกสถานการณ์
เมื่อได้ยินประโยคนี้ของ อู่ อวี้ หนานกง เหว่ย
พลันบังเกิดโทสะ นางรู้สึกว่า อู่ อวี้ ช่างทำตัว
สูงส่ง และกำลังหัวเราะเยาะตัวนางอยู่
ทำให้ความต่อต้านที่บังเกิดขึ้นในจิตใจของนาง
เข้มข้นขึ้น
“จงจับตาดูข้าให้ดีๆ ข้าจะทำให้เจ้าได้เห็น! เมื่อถึง
วันนั้น ข้าจะไม่ให้โอกาสเจ้าแม้แต่จะเรียกร้องขอ
ความเมตตาจากข้า! อู่ อวี้ เจ้าล้างคอรอวันนั้นได้
เลย!”
สายตาของนางบังเกิดเป็นเปลวเพลิงลุกโชติช่วง
หลังจากที่นางกล่าวประโยคนี้จบ นางก็หัน
หลังจากไป ตัวนางในตอนนี้เต็มไปด้วยความเด็ด
เดี่ยวและไม่ลังเล นางไม่ได้รั้งอยู่ที่นี่อีกต่อไป แต่
บินกลับไปทางฝังของนิกายเซียนซูซันในทันที
เมื่อ หนานกง เหว่ย ออกจากสนามประลองแล้ว
ศึกมังกรสวรรค์แห่งทวยเทพก็ได้มาถึงบทสรุป
ในตอนนี้ จี้ หลิงหลง ก็กลับไปอยู่ที่ข้างกายของ
ประมุขศักดิ์สิทธิ์ไท่ซู กล่าวตามตรง นางเองก็รู้สึก
ไม่ยินยอม ทัศนคติของ อู่ อวี้ นั้นเย่อหยิ่งเกินไป
จนทำให้ผู้คนรู้สึกไม่พอใจ
“การเอาเขามาเป็นเปั้าหมาย จริงๆแล้วมันก็เป็น
เรื่องที่ดี ” ประมุขศักดิ์สิทธิ์ไท่ซู กระซิบเอ่ย
ประโยคนี้ขึ้นให้ จี้ หลิงหลง ได้ยิน ในตอนนี้ เขา
ลุกขึ้นยืน และหันไปประกาศด้วยเสียงอันดังสนั่น
“ตอนนี้! ทุกคนน่าจะประจักษ์กันอย่างชัดเจนแล้ว
อู่ อวี้ ไม่ได้เอาชนะคู่ต่อสู้ที่เหลือทีละคน แต่เขา
เผชิญหน้ากับการรุมโจมตีของทั้ง 6 คน ทั้งยัง
ไม่ได้รับบาดเจ็บแม้แต่น้อย อีกทั้งยังสามารถล้มคู่
ต่อสู้ทั้งหมดได้ในคราวเดียว ดังนั้นศึกมังกรสวรรค์
แห่งทวยเทพในครั้งนี้ เขาจึงกลายเป็นอัจฉริยะ
อันดับ 1 ในใต้หล้าแห่งนี้! ทุกท่านน่าจะไม่มีใคร
คัดค้าน! ถ้าหากไม่มีใครว่าอะไร เช่นนั้นพวกเราก็
มาโห่ร้องยินดีให้กับอนาคตอันรุ่งโรจน์ของทวีป
แห่งทวยเทพของพวกเรากันเถอะ!”
เขาไม่เพียงแต่บอกทุกคนที่อยู่บนสนามแห่งนี้ แต่
เขาบอกกับทุกคนบนทวีปแห่งทวยเทพทั้งหมด ว่า
อนาคตของพวกเขาอยู่ในมือของ อู่ อวี้
อู่ อวี้ กวาดสายตามองไปยังทั่วทิศทั่วทาง
ในตอนนี้ เขาได้กลายเป็นคนสำคัญของทวีปแห่ง
ทวยเทพอย่างแท้จริง ในครั้งที่แล้วเขาสามารถ
ทำลายประตูวิหารจักรพรรดิ นั่นเป็นเพราะว่าโชค
และความกล้าหาญของตัวเขาเอง แต่ทว่าในครั้งนี้
มันเป็นเพราะความแข็งแกร่งของเขาล้วนๆ
สำหรับทุกคนแล้ว หลังจากนี้อีกหลายสิบปี ทวีป
แห่งทวยเทพก็จะเข้าสู่ยุคของ อู่ อวี้!
วูซาน เซี่ยชือ , จิ่วอิง , จี้ หลิงหลง , หนานกง
เหว่ย , กูซู หยู๋เตี๋ย และคนอื่นๆ ที่อยู่เบื้องหน้าเขา
จะกลายเป็นคนที่มีบทบาทสำคัญยิ่ง
จากที่ อู่ อวี้ เคยเป็นเพียงแค่สามัญชนคนธรรมดา
แต่ในตอนนี้เขากลับกลายเป็นอัจฉริยะอันดับที่ 1
ของทวีปแห่งทวยเทพ ชื่อเสียงของเขาจะถูกเล่า
ขานไปตลอดกาล!
ดังนั้นในตอนนี้ทั่วทั้งทวีปแห่งทวยเทพจึงต่างโห่
ร้องแสดงความยินดีให้กับ อู่ อวี้ ! ตอนนี้เขาได้
ก้าวมาอยู่บนจุดสูงสุดของทวีปแห่งทวยเทพอย่าง
แท้จริงแล้ว!
มันช่างเป็นความรู้สึกที่ยอดเยี่ยมจนมิอาจอธิบาย
ออกมาเป็นคำพูดได้
“ท่านเจ้านคร ท่านเฝั้ารอคอยข้าให้มาถึงวันนี้ แต่
น่าเสียดาย ที่ท่านไม่อาจจะเห็นเหตุการณ์นี้ได้อีก
ต่อไปแล้ว ”
อู่ อวี้ ตระหนักรู้แจ้งอย่างชัดเจน
หลังจากที่ศึกมังกรสวรรค์แห่งทวยเทพสิ้นสุดลง
ภารกิจที่สำคัญต่อไปก็คือการเข้าไปในเส้นทาง
เซียนบรรพกาล
………………………………………………..
(´▽`).。o♡ เพลิน
กลืนสวรรค์สะท้านทวยเทพ