กลืนสวรรค์สะท้านทวยเทพ - ตอนที่ 547 :
ประตูทางเข้าสู่เส้นทางเซียนบรรพกาล
หลังจากกลับมาถึง นครจักรพรรดิเพลิง อู่ อวี้ ก็ไป
ยังหลุมบรรพกาลจักรพรรดิเพลิงทันที
ภายใน หลุมบรรพกาลจักรพรรดิเพลิง เวลานี้
ค่อนข้างคึกคักผู้คนเดินกวักไกวหลายพันคน เช่น
จอมจักรพรรดิ, ประมุขศักดิ์สิทธิไท่ซู, เซียนกระบี่
เทียนซู ฯลฯ
นับจากวันนั้น เวลาล่วงเลยผันผ่านไปกว่าสอง
เดือนแล้ว
ยามนี้พวกเขาทั้งหลายกำลังหารือโต้เถียง เกี่ยวกับ
การวางค่ายกลสังหาร หลังจากหาข้อสรุปกันได้
แล้ว ทุกอย่างก็ถูกจัดเตรียมเอาไว้จนเสร็จสรรพ
พรั่งพร้อม เพื่อเตรียมการรับมือกับ ตัวหมิงซาน
เสิ้งเสวี่ย และ เทียนไห่อวี้ ฝูเหยา หลังจากคนทั้ง
สองสามารถหลุดออกจาก ยันต์กำเนิดสองเขตแดน
จองจำ ได้แล้ว พวกมันจะต้องถูกสังหารโดยเร็ว
ที่สุด
ในเวลาเดียวกัน ก็จัดเตรียมวางค่ายกลปั้องกัน
ขนานใหญ่ เอาไว้บริเวณทางเข้า คฤหาสน์มาร
กลืนสวรรค์ นอกจากจะมีวงเวทปั้องกันแล้ว ก็ยังมี
วงเวทโจมตีวาดวางผสานเข้าไปด้วย เผื่อคนทั้ง
สองสามารถหลบลี้หนีรอดจากค่ายกลสังหาร พวก
มันทั้งสองจะได้ไม่สามารถเข้าไปใน คฤหาสน์มาร
กลืนสวรรค์ ได้
อันที่จริงแล้ว ผู้เป็นกุญแจสำคัญสำหรับพวกเขา
ทั้งหลาย ก็คือ อู่ อวี้ เขาจะต้องแบกรับความ
รับผิดชอบ แบกรับความคาดหวังของคนทั้งผอง
กล่าวได้ว่าท่าทีของแต่ละคนในเวลานี้ ต่างเคร่ง
ขรึมตึงเครียดเป็นอย่างมาก
เมื่อมาถึง อู่ อวี้ ก็ตรงไปยังแท่นศิลาทรงกลมก่อน
เป็นอันดับแรก เพื่อโขกศีรษะคำนับ เจ้านคร
จักรพรรดิเพลิง หลังจากนั้นไม่นานนัก พวกเขาจะ
ไม่สามารถเข้ามาที่ได้อีก เนื่องจากว่าสถานที่แห่ง
จะถูกปกคลุมไว้ด้วย วงเวทค่ายกลจำนวนนับไม่
ถ้วน
โดยทั่วไปแล้วสำหรับกองกำลังหลัก จะนำวัสดุ
วัสดุหายากของตนเองออกมา พร้อมพูดคุย
แลกเปลี่ยนกับคนอื่น ๆ เกี่ยวกับประสบการณ์วา
ดวงเวท ซึ่งสิ่งนี้ทำให้ค่ายกลวงเวทที่จัดเรียง
ออกมาดีมากยิ่งขึ้น ส่งผลให้ค่ายกลนี้สามารถ
จัดเรียงวงเวทได้สำเร็จลุล่วงภายในระยะเวลาครึ่ง
ปี เป็นการจัดเรียงที่ซับซ้อนแล้วผสานกัน
หลากหลายชั้นมากที่สุด
” วางวงเวทย์ซับซ้อนขนาดนี้ ต่อให้เป็นจักรพรรดิ
มารก็เถอะ มันจะต้องถูกสังหารจนสลายกลายเป็น
ฝุั่นผงเป็นแน่ เพราะยังไงแล้วพวกเราก็ได้ทำทุก
อย่างจนสุดความสามารถแล้ว เหลือแค่รอให้พวก
มันทั้งสองโผล่ออกมาด้วยเท่านั้น ” จอมจักรพรรดิ
เดิน เข้ามาพูดคุยกับ อู่ อวี้ ด้วยอารมณ์เศร้าโศก
เล็กน้อย
หลังจากนั้นก็ตามมาด้วย ประมุขศักดิ์สิทธิไท่ซู กับ
เซียนกระบี่เทียนซู
” อู่ อวี้ พวกเราจัดเตรียมทุกอย่างเอาไว้ที่นี่เป็น
อย่างดี อย่างน้อยก็มั่นใจได้กว่า 8 ใน 10 ส่วน
ส่วนเจ้าจะกระทำสิ่งใดก็จงระวังตัวเอาไว้ให้มาก
อย่าตึงเกินไปจนต้องเอาชีวิตของตนเองเข้าไป
เสี่ยงเข้าใจหรือไม่? ” ประมุขศักดิ์สิทธิไท่ซู กล่าว
ตักเตือนด้วยความหวังดี
ยามนี้พวกเขาต่างเป็นห่วงเป็นใย อู่ อวี้ มาก
ทวีปแห่งทวยเทพ ช่างเป็นสถานที่อบอุ่นเสียจริง
ๆ
” ไม่ต้องห่วง ข้าจะต้องล้างแค้นให้กับพี่ชายของ
ข้าอย่างแน่นอน ” ขณะที่กล่าว จอมจักรพรรดิ ก็
จ้องมองไปยังกำแพง ซึ่งบัดนี้เต็มไปด้วยค่ายกลวง
เวทสังหารที่ถูกจัดวางไว้
ณ เวลานี้ไม่ว่าจะเป็น ทวีปแห่งทวยเทพแม้แต่
หรือ นครจักรพรรดิเพลิง ไม่ทราบว่า เจ้านคร
จักรพรรดิเพลิง ได้ล่วงลับไปแล้ว
“ตกลง”
อู่ อวี้ ไม่ได้กล่าวอื่นใดนอกจากนี้
ด้วยเพราะเขาเชื่อว่า จอมจักรพรรดิ จะสามารถ
จัดการกับพวกมันได้ในที่สุด
ไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้น อู่ อวี้ ก็ทำเพียงแค่นำไข่เข้า
ไปใน เส้นทางเซียนบรรพกาล แล้วโยนมันทิ้งไป
เสีย หากมันถูกทิ้งอยู่ที่นั่นย่อมไม่มีทางที่ บรรพชน
มารกลืนสวรรค์ มีโอกาสฟืนคืนชีพกลับขึ้นมาใหม่
ได้อีก อาจกล่าวได้ว่าหากไม่ใช่เพราะ เจ้านคร
จักรพรรดิเพลิง ยอมเสียสละชีวิตของตัวเอง เพื่อ
เปิดใช้งาน ‘ยันต์กำเนิดสองเขตแดนจองจำ’ กักขัง
พวกมันทั้งสองเอาไว้ ปั่านนี้ ทวีปแห่งทวยเทพ คง
ไม่อาจอยู่รอดได้มาจนถึงปัจจุบัน ด้วยเพราะเดิมที
ไข่ ก็ได้อยู่ในมือของ เจ้านครจักรพรรดิเพลิง
” เส้นทางเซียนบรรพกาล น่าจะเปิดในอีกสองหรือ
สามวันนี้ เมื่อเวลานั้นมาถึง เราจะค้นหาตำแหน่ง
ของเค้าโครงประตู แล้วพาเจ้าไปเอง”
หลังจากนั้นพวกเขาแต่ละคนรวมถึงจอมจักรพรรดิ์
ก็ยุ่งกับธุระปะปังที่ต้องสะสาง
พวกเขาต้องใช้เวลาทุกเสี้ยวใจให้มีค่า รีบเร่ง
สะสางงานแข่งกับเวลา บางทีอาจเป็นเพราะว่า
เขาพยายามทำตัวเองให้ยุ่งเข้าไว้ เพื่อจะได้ลืม
ความโศกเศร้าเจ็บปวด จากการตายของพี่ชาย
” อู่ อวี้ ข้ารู้เรื่องทุกอย่างแล้ว ” จี้ หลิงหลง ก็อยู่
ที่นี่ด้วย สายตาที่นางมอง อู่ อวี้ ยามนี้เปียมไป
ด้วยความเคารพ แล้วนางก็กล่าวต่ออีกว่า ” ข้าขอ
อวยพรให้เจ้าประสบความสำเร็จใน เส้นทางเซียน
บรรพกาล ก่อนหน้านี้ข้ามองเจ้าผิดไป อีกทั้งยัง
หลุดปากพูดจาเหลวไหลบางอย่าง หวังว่าเจ้าคง
จะไม่ถือสาข้า ”
” แค่เรื่องเล็กน้อย แม่นางอย่าได้ใส่ใจ ในวันนั้นข้า
เองก็หุนหันพลันแล่นกระทำอย่างไม่ยั้งคิด จนลืม
นึกถึงความรู้สึกของท่าน ” อู่ อวี้ พยักหน้าแล้วยิ้ม
ให้นาง อันที่จริง จี้ หลิงหลง เป็นคนเก่งกาจมาก
ความสามารถ อีกทั้งยังมีรูปโฉมงดงามประดุจดั่ง
เทพธิดาบนสรวงสวรรค์ แต่ดูเหมือนว่านางกับ อู่
อวี้ ไม่ได้มีโชคชะตาต้องกัน ดังนั้นจึงเป็นเรื่องยาก
ที่จะมีอารมณ์ความรู้สึกอื่น ๆ ปะปนในการ
สนทนานี้
“ดูเหมือนว่า หนานกง เหว่ย จะไม่มา ไฉนนางถึง
ไม่มาส่งเจ้า? ” แน่นอนความความห่วงใยของ
อิสตรีนั้นย่อมแตกต่างกัน …
เมื่อได้ยินเช่นนั้น อู่ อวี้ ก็กวาดสายตามองจนทั่ว
แต่แล้วก็ไม่เห็นแม้แต่เงาของนางอยู่ที่นี่จริง ๆ อัน
ที่จริงการพบปะในครั้งนี้อาจเป็นการบอกลา ด้วย
เพราะเขาไม่รู้ว่าการไปครั้งนี้จะต้องใช้เวลาเนิ่น
นานเท่าใด
ภารกิจในตอนนี้เขาจำต้องไปยัง อาณาจักรโบราณ
เหยียนหวง เพื่อไปบอกกล่าวเรื่องของ บรรพชน
มารกลืนสวรรค์ ให้แก่คนของอาณาจักรโบราณเห
ยียนหวงให้ได้ล่วงรู้ แต่ทว่า อู่ อวี้ ก็ยังมีข้อกังขา
เคลือบแคลงใจอยู่สองสามประการ ประการแรก
เขาไม่แน่ใจว่าจะมีใครติดตามตามมาที่นี่หรือไม่?
ประการที่ 2 ถ้าพวกเขามาจริง แล้วพวกเขาจะ
ยอมพา อู่ อวี้ กลับมาด้วยหรือไม่? นั่นก็อีกเรื่อง
หนึ่ง
ส่วนประการที่สาม หากเขาตกตายอยู่ใน เส้นทาง
เซียนบรรพกาล แล้วจะทำเช่นไร? ซึ่งก็มีโอกาส
เป็นไปได้อีกเช่นกัน
หากวันนี้เป็นการอำลาครั้งสุดท้ายในชีวิต แต่กลับ
ไม่มีโอกาสได้ร่ำลาพบหน้า คงต้องยอมรับว่า
ภายในใจของเขารู้สึกมีบางอย่างติดค้างคาใจ แต่
ถ้านี่เป็นความปรารถนาของ หนานกง เหว่ย ด้วย
เพราะไม่อยากพานพบหน้าเขา ก็คงไม่สามารถ
กระทำอันใดได้ หลังจากนี้เมื่อนางเติบใหญ่ขึ้นทุก
อย่างก็คงจะดีขึ้นเอง อู่ อวี้ ครุ่นคิดเกี่ยวกับนาง …
“ อู่ อวี้ ” จิ่วอิง ตะโกนโหวกเหวกเสียงดังขึ้นมา
ช่วงเวลาฉุกเฉินวิกฤตเช่นนี้ แม้แต่ปีศาจก็ยัง
สามารถเข้ามาใน หลุมบรรพกาลจักรพรรดิเพลิง
ได้ ซึ่งแน่นอนว่าเรื่องนี้ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน …
” เจ้าไปรอข้าที่ ดินแดนโบราณเหยียนหวง ก่อนก็
แล้วกัน ข้าได้พูดคุยกับบิดาแล้ว ว่าสักวันหนึ่งถ้า
ข้าไปที่นั่น ข้าจะไปตามหาเจ้า เอ้า..รับไป ยันต์
สื่อสารของข้า! เผื่อสักวันหนึ่งเจ้าจะได้รับการ
ติดต่อจากข้า ” จิ่วอิง ก้าวเข้ามาหาเขาแล้วเปิด
ประเด็นพูดคุยอย่างตรงไปตรงมา
ดินแดนโบราณเหยียนหวง อยู่ห่างไกลจาก ทวีป
แห่งทวยเทพตงเสิ้ง มากนัก จึงไม่มีทางที่ยันต์
สื่อสารจะส่งไปถึงได้ ด้วยเหตุนี้ถ้าวันหนึ่ง จิ่วอิง
ได้เข้าสู่ ดินแดนโบราณเหยียนหวง เขาจะได้ใช้ยัน
สื่อสารติดต่อกับ อู่ อวี้ เพื่อจะได้พบเจอกัน
“พี่น้องของข้า!” อู่ อวี้ ยิ้ม พร้อมกับโอบกอดเขา
แน่น
ทวีปแห่งทวยเทพตงเสิ้งเล็กเกินไปสำหรับพวกเขา
วันใดวันหนึ่ง จิ่วอิง อาจกระโจนออกมาเพื่อท่องสู่
โลกกว้าง บางทีขอบเขตวิสัยทัศน์ของเขา อาจเปิด
กว้างยิ่งกว่าบิดาของเขาก็เป็นได้
” ผู้คนมากมายใน เส้นทางเซียนบรรพกาล ได้เอา
ชีวิตไปทิ้งใน ดินแดนโบราณเหยียนหวง จงอย่าได้
เป็นเช่นนั้น เพราะสักวันข้าจักต้องมีชัยเหนือ
เปั้าหมายอย่างเจ้าได้แน่นอน ” จิ่วอิง กล่าวพร้อม
หัวเราะ
การเดินทางไปทำลายวิหารพญายมที่ทะเลตงไห่
ทำให้สายสัมพันธ์พี่น้องของพวกเขา กลมเกลียว
แน่นแฟั้นมากยิ่งขึ้น
” ข้าก็ตั้งเปั้าว่าจะเอาชนะเจ้าให้ได้เช่นกัน ตอนนี้
เจ้าคือเปั้าหมายของพวกเราทุกคน ” จี้ หลิงหลง
กล่าวขึ้นพร้อมกับส่งยิ้มหวานให้แก่เขา
อันที่จริงแล้วสำหรับผู้คนส่วนใหญ่ อู่ อวี้ ก็คือ
เปั้าหมายของพวกมัน ส่วน หนานกง เหว่ย นาง
จัดเป็นประเภทที่ว่าตราบใดยังไม่ไร้ซึ่งลมหายใจ
นางจะต้องเอาชนะ อู่ อวี้ ให้จงได้ ทั้งหมดก็เพื่อ
ฟืนคืนศักดิ์ศรีของตนกลับคืนมา …
เมื่อสิ้นเสียง ทันใดนั้นจอมจักรพรรดิก็กล่าวขึ้นว่า
” ขุนพลกู่รับหน้าที่เฝั้าตรวจสอบตำแหน่งของ
เส้นทางเซียนบรรพกาล พร้อมกับคอยตรวจสอบ
ข่าวใหม่ ๆ ได้รับแจ้งเข้ามาแล้ว ถ้าเจ้าได้รู้เรื่อง
ตำแหน่งของประตูว่ามันปรากฏขึ้นที่ใด รับรองว่า
เจ้าจะต้องคาดไม่ถึงอย่างแน่นอน ”
” ที่ไหนงั้นรึ? ” อู่ อวี้ เอ่ยถามขึ้นด้วยความ
ประหลาดใจ
จอมจักรพรรดิกล่าวเน้นหนักทีละคำว่า ” เทือกเขา
คราม ”
“เป็นไปได้เช่นไร!” อู่ อวี้ เพิ่งกลับมาจาก นิกาย
กระบี่สวรรค์ แต่ ประตูเข้าสู่เส้นทางเซียนบรรพ
กาล กลับปรากฏขึ้นในที่แห่งนั้น!
ในช่วงเวลาเร่งด่วนเช่นนี้ เขาไม่สามารถลังเลได้
อีกต่อไป เนื่องจากประตูทางเข้ามิได้ปรากฏขึ้น
นานเท่าใดนัก เขาจึงต้องเร่งรีบเดินทางไปให้เร็ว
ที่สุด ด้วยเหตุนี้ ประมุขศักดิ์สิทธิ์ไท่ซู จอม
จักรพรรดิ และ เซียนกระบี่เทียนซู จึงต้องเร่งรีบ
พา อู่ อวี้ ไปส่งด้วยตนเองเช่นเดียวกัน
หลังจากได้ยินข่าวเรื่องตำแหน่งของประตู อู่ อวี้
จึงต้องบอกลาทุกคน
ด้วยเพราะ ประตูเข้าสู่เส้นทางเซียนบรรพกาล
เปิดขึ้นเร็วกว่าที่คาดไว้หนึ่งหรือสองวัน เขาจึงต้อง
บอกลาทุกคนอย่างเร่งรีบ
” อู่ อวี้ ข้าจะรอฟังข่าวดีจากเจ้า ”
” จำไว้ว่าตราบใดที่เจ้ายังไม่ตาย ทุกอย่างก็เป็นไป
ได้ จงอย่าได้เอาชีวิตของตนเองไปทิ้งเด็ดขาด ”
บัดนี้ผู้คนหยุดการกระทำลงทั้งหมด แล้วมาโบกมือ
กล่าวคำอำลาแก่ อู่ อวี้
เนื่องจากก่อนหน้านี้ จิ่วอิง พูดไปเยอะแล้ว ดังนั้น
ในเวลานี้เขาจึงไม่ได้พูดอะไรมากนัก นอกจาก
กล่าววา ” เจ้าจงรอการติดต่อจากยันต์สื่อสารของ
ข้า ”
“ตกลง!”
อู่ อวี้ พยักหน้าเป็นครั้งสุดท้าย เขาหันไปมองหลุม
บรรพกาลจักรพรรดิเพลิง แลจ้องมองไปยัง
ซากศพของ เจ้านครจักรพรรดิเพลิง ที่อยู่บนแท่น
ทรงกลมอีกครั้งก่อนจะจากไป
ภายใต้การนำของจอมจักรพรรดิ พวกเขาทั้ง 4
คนก็มุ่งหน้าออกจาก นครจักรพรรดิเพลิง พร้อม
กับมุ่งตรงไปยังทิศทางของนครจักรพรรดิเพลิง
อย่างรวดเร็ว แม้ว่า อู่ อวี้ จะเตรียมใจเอาไว้แล้ว
แต่เขาก็ยังรู้สึกว่าทุกสิ่งทุกอย่างมันเกิดขึ้นเร็ว
เกินไป
อย่างไรก็ตามการเดินทางที่รออยู่เบื้องหน้า ทำให้
เขาเปียมล้นไปด้วยความตื่นเต้นฮึกเหิม โลหิตใน
กายเดือดพล่านอย่างถึงที่สุด
มีเพียงสิ่งเดียวเท่านั้นที่เขายังรู้สึกค้างคาใจ นั่นคือ
ไม่ได้บอกลา หนานกง เหว่ย หลังจากจบศึกมังกร
สวรรค์แห่งทวีปทวยเทพ นางก็รีบจากไปทันที ถ้า
เกิดนี่เป็นการอำลาแล้วละก็ คงเป็นเรื่องน่า
เสียดายไม่น้อยเลยทีเดียว
“ เหว่ยเอ๋อ พยายามอย่าหนัก นางจะไม่สูญเสีย
เหตุผลของตนเองไปแน่ เจ้าไม่ต้องเป็นห่วง ”
เซียนกระบี่เทียนซู เมื่อเห็นว่าเขาหันมองไปยัง
ทิศทางของ ซูซัน นางจึงรู้ว่าเขากำลังคิดอะไรอยู่
” ข้าหวังว่าท่าน เซียนกระบี่เทียนซู จะช่วยชี้แนะ
แนวทางให้แก่นาง อย่าปล่อยให้นางใจร้อนหรือ
กระทำการบุ่มบ่าม จนก้าวเดินเข้าไปในเส้นทาง
ผิดพลาด ” อู่ อวี้ กล่าว
เนื่องจากความใจร้อนมุทะลุ ทำให้มีผู้คนมากมาย
ก้าวเดินไปในเส้นทางผิดพลาด เช่น ตัวหมิงซาน
เสิ้งเสวี่ย ที่ก้าวล้ำเข้าสู่เส้นทางแห่งการฝึกฝนเพ็ญ
ตนในวิถีมาร
“ เหว่ยเอ๋อ เป็นเช่นดั่งแสงแห่งความหวังของ
นิกายเซียนซูซัน แน่นอนว่าพวกเราย่อมให้การ
ชี้แนะแก่นางเพื่อก้าวเดินไปในเส้นทางที่ถูกต้อง
เราจะไม่ปล่อยให้เกิดเรื่องผิดพลาดเช่นนี้ขึ้น
เด็ดขาด ” เซียนกระบี่เทียนซู กล่าวขึ้นด้วย
รอยยิ้ม
ด้วยเหตุนี้ อู่ อวี้ จึงรู้สึกโล่งใจเป็นอย่างยิ่ง
เนื่องจากมีผู้คอยให้การชี้แนะประกบติดนางอยุ
เช่นนี้ เขาจึงสามารถก้าวเข้าสู่ เส้นทางเซียนบรรพ
กาล ได้อย่างสบายใจ เพื่อกระทำภารกิจที่ เจ้านคร
จักรพรรดิเพลิง ส่งมอบให้ประสบความสำเร็จด้วย
ตนเอง!
” แต่ ประตูทางเข้าสู่เส้นทางเซียนบรรพกาล จะ
บังเอิญปรากฏขึ้นในเทือกเขาครามของ อู่ อวี้ ได้
อย่างไร? บางทีมันอาจเป็นเพราะโชคชะตาแห่ง
สวรรค์ที่กำหนดให้ อู่ อวี้ เข้าสู่ เส้นทางเซียน
บรรพกาล? ” แม้แต่จอมจักรพรรดิก็เชื่อว่านี่เป็น
โชคชะตา ที่สวรรค์เป็นผู้กำหนดขึ้น
ภายในใจของ อู่ อวี้ รู้สึกกังขาอยู่ไม่น้อยเช่นกัน
ทีเดียว
เขารีบส่งข้อความไปแจ้ง เฟิง ซัวหยา ล่วงหน้า
เพื่อไม่ให้เขาตื่นตระหนกตกใจกับเหตุการณ์ที่
เกิดขึ้นบน เทือกเขาคราม และห้ามไม่ให้ผู้ใดเข้า
ไปใกล้มัน
เมื่อมุ่งหน้ามาได้ถึงกลางทาง เขาก็ได้รับข้อความ
ตอบกลับจาก เฟิง ซัวหยา เขาได้แจ้ง อู่ อวี้ ว่ามี
บางอย่างเกิดขึ้นจริง ทว่าบัดนี้เขาได้ปิดบังไม่ให้
ผู้ใดไม่เข้ามาใกล้แล้ว
ภายใต้การนำทางของสามยอดฝีมือ ทำให้
ความเร็วในการเดินทางมายังเทือกเขาครามของ อู่
อวี้ รวดเร็วมากยิ่งขึ้น หลังจากออกมาได้ไม่นาน
เขาก็ผ่าน อาณาจักรบูรพาเยว่อู่ เข้าสู่อาณาเขต
ปั่าสวรรค์ แล้วในที่สุดก็มาถึงเทือกเขาคราม
ขณะอยู่บนท้องนภาเหนือเทือกเขาคราม อู่ อวี้
สัมผัสได้ถึงกลิ่นอายของ ‘ประตูเข้าสู่เส้นทางเซียน
บรรพกาล’ เมื่อมองลงมายังเวิ้งระหว่างเทือกเขา
บนตำแหน่งหนึ่งของเทือกเขาพลันปรากฎแสง
กระพริบสีขาวส่องประกายวิบวับสดใสเจิดจ้า
ผสมผสานปะปนอยู่ภายในไอหมอก มันคือคลื่น
แสงที่ไม่เคยปราดฏขึ้นมาก่อน ที่กำลังพวยพุ่ง
ออกมายังด้านนอก
“อยู่นั่น”
“ลงไปเร็ว”
ผ่านไปเพียงชั่วพริบตา ทุกคนเข้ามารวมตัวกันอยู่
บริเวณใกล้เคียงนี้ เฟิง ซัวหยา ก็อยู่ที่นั่นด้วย
เช่นกัน อู่ อวี้ ได้บอกเล่าแล้วว่าตนเองกำลังจะไป
ยังสถานที่อื่น ด้วยเหตุนี้เขาจึงมีความคิดบางอย่าง
อยู่ในใจ
อู่ อวี้ ตื่นตระหนกตกใจเป็นอย่างมาก
ด้วยเพราะตำแหน่งที่อยู่เบื้องหน้าก็คือ น้ำพุพลัง
ฟั้าดิน ของ นิกายกระบี่สวรรค์ เขาจำได้ดีว่าด้วย
เพราะ น้ำพุพลังฟั้าดิน ปรากฏขึ้นที่นี่ จึงทำให้ จิ่
วเซียน , พรรคจงหยวน และ ปีศาจเจ็ดทะเลแดง
ผนึกกำลังหมายยึดครองเทือกเขาคราม
ซึ่งตำแหน่งของ น้ำพุพลังฟั้าดิน เดิมทีเป็นที่ตั้ง
หลุมฝังศพของ เสิ่น อู๋เต้า
หรือมันมีความเกี่ยวข้องอันใดกัน?
” หมิงซวง? ” ด้วยความตกใจ อู่ อวี้ จึงรีบเอ่ย
ถามนางอย่างรวดเร็ว
“อย่าถามมาข้า ข้าก็ไม่รู้” หมิงซวง ลืมตาขึ้นแล้ว
กล่าว
ยามนี้ท่ามกลางหลุมลึกของ น้ำพุพลังฟั้าดิน ได้
ปรากฏแผ่นยันต์ขนาดใหญ่ ซึ่งแสงได้หลอมรวม
มาบรรจบกัน แผ่นยันต์ขนาดใหญ่นี้ดูเหมือนกับ
เป็นประตูทางเข้า บนแผ่นยันต์มีอักขระเก่าแก่
โบราณประทับอยู่ ถึงแม้มันจะเปลี่ยนแปลงอยู่
ตลอดเวลาก็ตาม ดูเหมือนว่ามีอสรพิษขนาดใหญ่
2-3 ตัวกำลังแหวกว่ายอยู่ในธารธารา อีกทั้งสีของ
แผ่นยันต์ยังเปลี่ยนแปลงไปอย่างต่อเนื่อง จากเดิม
สีขาว กลายมาเป็นสีดำ แล้วก็แปรเปลี่ยน
กลายเป็นสีแดง
” นับตั้งแต่ปรากฏขึ้น มันก็เปลี่ยนแปลงอยู่
ตลอดเวลา ข้าไม่รู้ว่ามันคืออันใดกันได้ เลยสั่งให้
เหล่าศิษย์หลบออกไปก่อน ” เฟิง ซัวหยา กล่าว
อย่างไม่มั่นใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น
จอมจักรพรรดิ พยักหน้ากล่าวว่า ” อู่ อวี้ นี่คือ
ประตูเข้าสู่เส้นทางเซียนบรรพกาล เจ้าอย่าได้
ชักช้ารีรอรีบกระโดดลงไปเร็ว ”
คำกล่าวนี้เป็นที่ยืนยันแน่ชัดว่ามันคือ เส้นทาง
เซียนบรรพกาล อย่างแท้จริง แล้วก่อนที่จะ
กระโดดลงไป เขาได้ตรวจสอบสิ่งผิดปกติซ้ำอีก
รอบ เพื่อให้แน่ใจว่าไม่มีอันใดเกิดขึ้นแน่ ๆ
“รับทราบ”
ไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้น การเข้าไปด้านในนั้นถือเป็น
เรื่องสำคัญที่สุด
………………………………………………..
(´▽`).。o♡ เพลิน
กลืนสวรรค์สะท้านทวยเทพ