กลืนสวรรค์สะท้านทวยเทพ - ตอนที่ 549 : ปศาจสมุทร
ใน ทวีปแห่งทวยเทพตงเสิ้ง ถึงแม้ผู้คนต่างก็รู้ว่า
พื้นฐานฝึกตนของ อู่ อวี้ นั้นดูจะต่ำมากก็จริง ทว่า
แท้จริงแล้วไม่อาจประมาทเขาได้
สำหรับที่นี่ย่อมแตกต่างกัน ด้วยเพราะทุกคนล้วน
เป็นคนแปลกหน้าไม่มีใครรู้จักกันเป็นการส่วนตัว
พวกเขาล้วนเป็นอัจฉริยะที่มาจากทั่วทุกมุมโลก
ซึ่งก็เท่ากับว่าสำหรับที่นี่แล้ว อู่ อวี้ นั้นต้องเริ่ม
จากศูนย์
ซึ่งถ้าให้กล่าว การที่สถานะเขาเป็นเช่นนี้นับว่าดี
ไม่น้อยทีเดียว ด้วยเพราะไม่โดดเด่นสะดุดตาเช่น
ดังแต่เก่าก่อน ทำให้เขาสามารถเคลื่อนไหวทำบาง
สิ่งบางอย่างได้ง่ายยิ่งขึ้น
ทว่าในทางกลับกัน เมื่อปีศาจสมุทรเห็นว่าเขามี
พื้นฐานฝึกฝนต่ำ มันจึงคิดจะฆ่าเขาทิ้งทันทีตั้งแต่
แรกเห็น
หากมองอีกนัยหนึ่งอาจเป็นเพราะคนของ ดินแดน
โบราณเหยียนหวง กับ ปีศาจสมุทร อาจมีความ
เกลียดชังฝังแน่นกันมาก่อน
ในทางกลับกัน ภายใน เส้นทางเซียนบรรพกาล
แห่งนี้ทุกคนล้วนเป็นคู่แข่ง ฉะนั้นผู้ที่เข้ามาใน
ดินแดนรกร้างไร้ซึ่งผู้คนเช่นนี้ หากมันปรารถนา
เข่นฆ่าสังหาร ขับไล่ อู่ อวี้ ออกจาก เส้นทางเซียน
บรรพกาล หรือไม่ก็ยึดครองสมบัติของ อู่ อวี้ สิ่ง
เหล่านี้ล้วนเป็นเรื่องธรรมดา!
ดังนั้นเพื่อจัดการกับ อู่ อวี้ ต่อให้ปีศาจสมุทรได้รับ
ผลกระทบจากแรงโน้มถ่วงของดวงดาว มันก็ยังคง
ฝั่าฟันแรงโน้มถ่วงซึ่งเป็นอุปสรรค แล้วก้าวเดิน
เข้าไปหา อู่ อวี้
“เจ้าไม่อาจหลบหนีจากเงื้อมือของข้าได้” ปีศาจ
สมุทรแสยะยิ้มอย่างชั่วร้าย
อย่างไรก็ตามในเวลานี้ อู่ อวี้ ก็กำลังยืนรอมันอยู่
เช่นเดียวกัน โดยที่เขามิได้ขยับหลบหนีไปไหนแม้
เพียงก้าว
” อย่างน้อยก็ยืนยันได้ว่า ที่นี่คือปีศาจสมุทรอย่าง
แน่นอน ถึงกระนั้นประการแรกเราก็ไม่รู้ว่าที่นี่อยู่
ห่างจาก อาณาจักรโบราณเหยียนหวง มากน้อย
เพียงใด? ประการที่สอง ถ้าเราแย่งชิง ยันต์เซียน
บรรพกาล ของมัน ไม่เท่ากับว่าข้าขุดหลุมฝังศพ
ตนเองเลยหรือไง เนื่องจากสถานที่ที่ถ้าจะโผล่เข้า
ไปก็คือฐานทัพของพวกปีศาจสมุทร? เท่ากับว่า
ยันต์เซียนบรรพกาล ของมัน หาได้มีประโยชน์
สำหรับข้า ”
ภายใต้สถานการณ์ปกติ อู่ อวี้ จะไม่เสียเวลากับคู่
ต่อสู้ที่ไม่ได้มีผลกำไรตอบแทนให้แก่เขา
แต่ดูเหมือนว่าปีศาจสมุทรตนนี้ จะมิได้เห็นเขาอยู่
ในสายตาแม้แต่น้อย มันจึงปฏิบัติกับเขาซึ่งมันเป็น
ดั่งของเล่นแก้เบื่อข้างทาง
” พื้นฐานฝึกตนของปีศาจสมุทรตนนี้ อย่างน้อย ๆ
ก็อยู่ในระดับตำหนักม่วงทะเลมรกต ขั้นที่ 9!
เพียงแต่เราไม่รู้เท่านั้นว่ามันคือปีศาจประเภทใด
กันแน่? ”
ด้วยเหตุนี้ อู่ อวี้ จึงเปิดใช้งานเนตรเพลิง มันคือ
พลังอิทธิฤทธิ์ซึ่งเหมาะสมแก่กาลนี้มากที่สุด เนตร
เพลิงจะทำให้ อู่ อวี้ มองเห็นร่างจริงของพวกมัน
ได้ ทันทีเขาเปิดใช้งานร่างจริงของปีศาจตนนี้ก็
ปรากฏขึ้น มันคือ กุ้งมังกร ร่างดำทะมึนขนาด
มหึมา ทั้งยังดุร้ายเป็นอย่างยิ่ง โดยเฉพาะคีมก้าม
ขนาดใหญ่ของมันนั้นแข็งแกร่งประดุจเหล็กกล้า
ทั้งยังมีฟันถี่หยักแหลมคมราวใบเลื่อยสัพหว่างบน
ล่าง มันช่างน่าสะพรึงกลัวอย่างหาใดเปรียบ
เปลือกนอกสีดำทมิฬ สลักลวดลายด้วยเส้น
สายโลหิตจำนวนมาก เส้นสายโลหิตเหล่านี้เป็น
ส่วนประกอบของวงเวท ส่งผลให้บรรยากาศ
โดยรอบเปียมล้นไปด้วยกลิ่นอายโลหิต
กุ้งมังกรกลายเป็นปีศาจ สำหรับ ทวีปแห่งทวย
เทพตงเสิ้ง เขาไม่เคยเห็นมาก่อนเลยจริง ๆ ซึ่งก็
แสดงว่ามันจะต้องไม่ใช่กุ้งมังกรธรรมดา ๆ เป็นแน่
หมิงซวง มองภาพเบื้องหน้าผ่านสายตาของ อู่ อวี้
แล้วนางก็ร้องตะโกนเสียงดังขึ้นว่า ” ฮูววววว?
เจ้าโชคดีชะมัดนี่มัน ‘กุ้งมังกรทะเลเดือด’ ข้าเคยใช้
เวลาต้องสองสามเดือนค้นหาส่วนผสมแสนอร่อย
ๆ ในทะเล ก็ยังไม่พบ ‘กุ้งมังกรทะเลเดือด’ โผล่มา
ให้เห็นเลยสักกะตัว เจ้ารีบฆ่ามันเร็ว เนื้อของมัน
นั้นอร่อยอย่าบอกใครเชียว ยิ่งถ้าเจ้าจับมันมานึ่ง
จิ้มกับน้ำจิ้มรสเด็ด ๆ ซี๊ดดดดดดด?? แค่คิดก็ฟิน
จนน้ำลายสอแล้ว … ”
อันที่จริงแล้ว มันเป็นปีศาจสมุทรที่น่าสะพรึงกลัว
เป็นอย่างยิ่ง แต่ในสายตาของนาง มันกลับ
กลายเป็นแค่ส่วนผสมของอาหาร ไม่น่าแปลกใจ
ว่าทำไมนางถึงได้แอบอ้างว่าเป็น ปีศาจผู้ไร้เทียม
ทาน
จะว่าไป กุ้งมังกรทะเลเดือด มันก็กลัวว่าจะทำให้
อู่ อวี้ หวาดกลัวจะหนีเตลิดไปเช่นกัน ฉะนั้นมันจึง
ต่อสู้ด้วยรูปลักษณ์เช่นนี้ด้วยเพราะคิดว่าน่าจะ
สะดวกกว่า แล้วในทันทีที่มันมาถึงเบื้องหน้าของ
อู่ อวี้ มันก็กลายร่างเป็นกุ้งมังกรร่างสีดำทะมึน
ขนาดใหญ่โตมโหฬาร ซึ่งถ้าให้กล่าวถึงถึงพลัง
อำนาจของกุ้งมังกรตอนนี้แล้วล่ะก็ มันทรงพลังถึง
ขนาดทำลายมหาสมุทรจนพังพินาศได้ ก็ยังไม่ถือ
ว่ากล่าวเกินไป!
อู่ อวี้ ซึ่งอยู่เบื้องหน้าของมันยามนี้ร่างกายเป็นเล็ก
กระจ้อยร่อยเหมือนลูกมดตัวน้อยลงไปถนัดตา!
ตูมมมมมมมม!
ทันใดนั้นเอง กุ้งมังกรก็ฟาดก้ามกุ้งขนาดใหญ่ของ
มันอัดกระแทกเข้าใส่ อู่ อวี้ ขนาดของมันใหญ่โต
จนปิดบังผืนฟั้าได้ทั้งหมด ซึ่งมันก็คิดว่า อู่ อวี้ ไม่
สามารถหลบลี้หนีจากแรงโน้มถ่วงอันมหาศาลของ
ดวงดาวนี้ได้ แต่ทว่า อู่ อวี้ นั่นฉลาดเฉลียวมีไหว
พริบเกินกว่าที่มันคิดเอาไว้มาก เพียงชั่วพริบตา
นั้นเองเขาก็พุ่งทะยานหนีห่างออกไปไกล
” หากต้องสู้กันจริง ๆ ความแข็งแกร่งของข้าก็คง
จะสูสีก้ำกึ่งกับมัน หากคิดจะเอาชนะมัน ข้าคงต้อง
ออกแรงเพิ่มเสียหน่อย แต่ถ้า ‘กุ้งมังกรทะเลเดือด’
กลายเป็นฝั่ายเพลี่ยงพล้ำปราชัย ข้ามั่นใจว่ามัน
จะต้องใช้ ยันต์เซียนบรรพกาล หลบหนีจากไปแน่
เท่ากับว่าข้ามิได้ประโยชน์อันใดในการต่อสู้ครั้งนี้
เลย ”
อู่ อวี้ ไม่กล้าประมาทศัตรู แม้ว่าจะรู้อยู่แก่ใจว่า
ฝั่ายตรงข้ามนั้นสู้เขาไม่ได้ก็ตาม แต่ในเมื่ออีกฝั่าย
คิดห้ำหั่นประหัตประหารให้เขาถึงแก่ความตาย
เขาก็คงไม่อาจสุภาพ หรือขัดศรัทธาของมันได้อีก
ต่อไป
บัดนี้ก้ามกุ้งขนาดใหญ่ของมัน ฟาดตัดกระแทก
เข้าใส่พื้นโลหะ ครู่ต่อมารู้สึกว่าดาวดวงนี้กำลังสั่น
ไหว ชั้นโลหะบนพื้นถูกบดขยี้แตกออกเป็นเสี่ยง ๆ
เห็นได้ชัดว่า กุ้งมังกรทะเลเดือด ตนนี้ทรงพลัง
มากมายเพียงใด
” ความเร็วในการหลบหนีของเจ้าถือว่าไม่เลวเลย
ทีเดียว แต่ภายในสถานที่แห่งนี้ เจ้าจะไปหลบซ่อน
ตัวที่ไหนกัน ฮ่ะ ๆ ๆ ๆ” กุ้งมังกรทะเลเดือด
หัวเราะอย่างสะใจ
คงต้องบอกว่าท่าทางการแสดงออกของปีศาจตนนี้
ดูค่อนข้างเบาปัญญาอยู่บ้างเล็กน้อย จะว่าไปแล้ว
ในทะเลตงไห่ อู่ อวี้ ก็กินกุ้งมังกรมาไม่น้อย เมื่อ
ต้องต่อสู้กับกุ้งมังกรขนาดใหญ่เช่นนี้ ทำให้ในใจ
ของเขารู้สึกแปลก ๆ อยู่บ้าง
บัดนี้เขาได้หยิบ ‘เสามังกรสมุทรคลั่ง’ ออกมาด้วย
เพราะตัดสินใจแล้วว่าจะกำจัด ‘กุ้งมังกรทะเลแตก’
เสียให้สิ้นซากในพริบตา ในเมื่อใช้ไม้อ่อนไม่ได้ก็
ต้องใช้ไม้แข็ง ตัดสินผลแพ้ชนะให้รู้แล้วรู้รอดกัน
ไป!
ในที่สุดก็มีบุคคลอื่นบนดาวดวงนี้ แต่กลับ
กลายเป็นปีศาจสมุทรไปเสียนี่ จะว่าตนเองโชคดีก็
คงพูดไม่ได้เต็มปากนัก
” ไอ้ปีศาจชั่ว อยากตายนักรึไง! ” แต่แล้วอยู่ ๆ
ทันใดนั้นก็มีเสียงหนึ่งดังขึ้น อู่ อวี้ ทราบทันทีว่า
นอกจากตัวเขา กับ กุ้งมังกรทะเลเดือด แล้วยังมี
ผู้อื่นอยู่บนดาวดวงนี้อีก!
ยิ่งกว่านั้น คนผู้นี้คือมนุษย์จริง ๆ!
เมื่อมองไปตามเสียงที่มา ตรงบริเวณขอขอบนภา
ไม่ไกลนัก เขาแลเห็นเงาร่างสองสาย คนทั้งสอง
เป็นชายหนึ่ง หญิงหนึ่ง อายุอานามก็ดูไม่มีมาก
เกินไป ดูเหมือนว่าพวกเขาทั้งสองจะเดินทางมา
ด้วยกัน เพียงแค่เห็นแว๊บแรกเขาก็ล่วงรู้ทันทีว่า
ยอดอัจฉริยะจาก ทวีปแห่งทวยเทพตงเสิ้ง อย่าง จี้
หลิงหลง ก็ไม่อาจเปรียบเทียบกับพวกเขาได้!
ผู้เป็นชายท่าทีองอาจสง่างาม เส้นผมยาวสยาย
รูปโฉมหล่อเหลา สวมใส่อาภรณ์ด้วยชุดคลุมสีขาว
บนผืนผ้าสลักปักทอไปด้วยลวดลายเมฆเมฆาสี
สดใส ดูจากท่าทางแล้วเป็นผู้มีคุณธรรมสูงส่ง!
ส่วนสตรีก็เป็นมนุษย์เช่นเดียวกัน นางมีรูปลักษณ์
โดดเด่นเป็นอย่างยิ่ง เส้นผมสีขาวประดุจหิมะยาว
สยาย ดวงตาเป็นสีฟั้าครามราวน้ำแข็ง หากมอง
รูปลักษณ์ของนางอย่างผิวเผิน อู่ อวี้ อาจหลงคิด
ไปว่านางนั้นคือ ลั่วผิน
เมื่อคนทั้งสองแลเห็นว่า กุ้งมังกรทะเลเดือด กำลัง
โจมตีเขาอยู่ ทั้งสองก็รีบยื่นมือเข้าช่วยเหลือ
ในทันที ผู้เป็นชายในมือถือหอกยาวผลึกสีม่วง ตัว
กึ่งโปร่งใสส่องแสงประกายระยิบระยับ เฉกเช่นดั่ง
ท้องนภาที่เต็มไปด้วยมวลหมู่ดาราอันไร้สิ้นสุด อัน
ที่จริงแล้วดวงดาราขนาดเล็กที่ส่องประกายแสง
ระยิบระยับอยู่นี้ คือวงเวทที่ถูกวาดประทับเอาไว้
อย่างหนาแน่น อู่ อวี้ ใช้เนตรเพลิงสาดประกาย
ตรวจสอบในทันที เห็นได้ชัดว่ามีแสงดาราส่อง
สว่างเจิดจ้ามากกว่าหมื่นดวง
เห็นได้ชัดว่าหอกยาวเล่มนี้คือ ศาสตราเต๋าวิถีแท้ !
” ดูเหมือนว่าสำหรับผู้ฝึกตนหนุ่มสาวในดินแดน
อื่นแล้ว การใช้ ศาสตราเต๋าวิถีแท้ ถือเป็นเรื่อง
ปกติเช่นนั้นหรือ? ”
อู่ อวี้ พูดเช่นนี้เพราะในมือของผู้เป็นสตรีก็ถือจับ
ศาสตราเต๋าวิถีแท้ เช่นกัน! ทว่า ศาสตราเต๋าวิถีแท้
ของนางดูแล้วช่างแปลกประหลาด ดูจาก
รูปลักษณ์ของมันแล้วเสมือนดั่งอัญมณีก็มิปาน มี
รูปแบบการควบคุมด้วยมือทั้งสองข้าง บนพื้นผิว
อัดแน่นไปด้วยวงเวทมากมาย แม้ว่าจะเป็นอัญมณี
แต่ก็หาได้มีพลังอ่อนด้อยไปกว่าหอกยาวของบุรุษ
หนุ่มแม้แต่น้อย
ชายหนึ่ง หญิงหนึ่ง ผ่านมาโดยบังเอิญแล้วได้พาน
พบเห็น กุ้งมังกรทะเลเดือด แลเห็นว่า อู่ อวี้ กำลัง
ตกอยู่ในเงื้อมมือของมัน พวกเขาทั้งสองจึงพวยพุ่ง
เข้ามาบดขยี้ทำลาย กุ้งมังกรทะเลเดือด ทันที
” ปีศาจชั่ว เจ้าหาญกล้าล่วงล้ำเข้ามายัง เส้นทาง
เซียนบรรพกาล ซึ่งเป็นเผ่าพันธุ์มนุษย์ของข้า
นับว่ากล้าเหิมเกริมไม่น้อยทีเดียว วันนี้ข้า หลี่ ฉาง
กง จะส่งเจ้าไปลงนรกด้วยมือของตัวเอง! ” บุรุษ
หนุ่ม กล่าวด้วยน้ำเสียงจริงจังแข็งกร้าว หลังจาก
นั้นเขาก็บดขยี้โจมตี กุ้งมังกรทะเลเดือด ด้วยเคล็ด
วิชาเต๋ามหาวิถีเชื่อมสวรรค์ผ่าน ศาสตราเต๋าวิถี
แท้ ซึ่งแข็งแกร่งทรงพลังเป็นอย่างยิ่ง!
” เส้นทางเซียนบรรพกาล เป็นของเผ่าพันธุ์มนุษย์
การที่ปีศาจสมุทรอย่างพวกเจ้า สามารถมีส่วน
แบ่งในซุปถ้วยโตใบนี้ก็นับว่าบุญกะลาหัวแค่ไหน
แล้ว ยังหาญกล้าผยองต่อหน้าต่อตาพวกเราเช่นนี้
อีก ช่างน่ารังเกียจเสียจริง ๆ ”
ทางฝั่ายสตรีกล่าวขึ้นด้วยน้ำเสียงอันไพเราะ
พร้อมทั้งตั้งท่าลงมือโจมตีทันที
” น้องไปั๋เสวี่ย หยวน แม้ปีศาจตัวนี้จะมีพื้นฐานฝึก
ตนอยู่ในระดับตำหนักม่วงทะเลมรกต ขั้นที่ 9 ก็
จริง แต่ข้าก็สามารถบดขยี้มันได้ ท่านเพียงแค่
มองดูเฉย ๆ ก็พอ ” ชายผู้มีนามว่า หลี่ ฉางกง
ตะโกนร้องบอกจากนั้นเริ่มลงมือต่อสู้ด้วยความ
เกลียดแค้นชิงชัง หมายประหัตประหารเข่นฆ่าเสีย
ให้แดดิ้น พร้อมกับกล่าวขึ้นด้วยคำพูดที่ดูราวกับ
ว่า การบดขยี้มันนั้นช่างง่ายดายเป็นอย่างยิ่ง
แล้วผู้เป็นสตรีก็กล่าวกันว่า ” ปีศาจสมุทรตนนี้
ฝีมือของมันมิได้อ่อนด้อยเลยแม้แต่น้อย เราทั้ง
สองควรผนึกกำลังต่อสู้กับมันไม่ดีกว่างั้นหรือ? เรา
ทั้งสองร่วมมือกันความแข็งแกร่งก็จะเพิ่มขึ้น อีก
ทั้งยังมั่นใจได้ว่าจะไม่มีปัญหาอื่น ๆ ตามมา ข้า
อยากให้พวกเราทั้งสองร่วมมือกัน นี่คือข้อตกลง
ของเรา ”
เมื่อได้ยินนางกล่าวเช่นนี้ หลี่ ฉางกง ก็เปล่งเสียง
หัวเราะออกมาอย่างช่วยไม่ได้ ในระหว่าง
กระบวนการนี้ฝั่ายหญิงสาวก็เข้าร่วมการต่อสู้ด้วย
คนทั้งสองปิดล้อมโจมตี กุ้งมังกรทะเลเดือด แล้ว อู่
อวี้ ก็พบว่าพื้นฐานของคนทั้งสองอยู่ในระดับ
ตำหนักม่วงทะเลมรกตขั้นที่ 9 ซึ่งอยู่ในระดับ
เดียวกับ เหอ ไท่จวิน แต่ถ้าตัดสินจากพลังทำลาย
ล้างของคนทั้งสองแล้ว ดูเหมือนว่าพวกเขาทั้งคู่จะ
สามารถสยบ เหอ ไท่จวิน ลงได้อย่างง่ายดาย
พวกเขาทั้งสองลุมปิดล้อมกุ้งมังกรทะเลเดือด
กลายเป็นฝั่ายที่ครอบครองความได้เปรียบอย่าง
สมบูรณ์ ซึ่ง อู่ อวี้ ก็สามารถแลเห็นเรื่องชัดเจนว่า
ต่อให้พวกเขาแยกกันต่อสู้คนเดียว ก็ยังแข็งแกร่ง
ยิ่งกว่ากุ้งมังกรทะเลเดือดอยู่บางส่วน
” ได้พบเห็น ‘หอกเมฆาล่าดารา’ อันแสนเลื่องลือ
ของศิษย์พี่หลี่ ในวันนี้ นับว่าช่วยเปิดหูเปิดตา
ให้แก่ข้าอย่างแท้จริง ความแข็งแกร่งของท่าน
เหนือกว่าที่ข่าวลือว่ากันไว้เสียอีก” ในระหว่างการ
ต่อสู้ สตรีผู้มีนามว่า ไปั๋เสวี่ย หยวน ยังหันไปกล่าว
กับบุรุษผู้อยู่อีกด้านหนึ่งอย่างผ่อนคลาย
” ‘ผลึกเขตแดนจักรพรรดิเหมันต์’ ของน้องก็ไม่ได้
ด้อยไปกว่ากัน ความสามารถในการพลิกแพลง
เปลี่ยนผันลึกล้ำยิ่งกว่าศาสตราเต๋าวิถีแท้ของข้า
เสียอีก ตัวข้าผู้แซ่หลี่ เลื่อมใส ๆ ”
“ คาดว่าคนทั้งสองคงมิได้สนิทชิดเชื้อกันเท่าใดนัก
มิเช่นนั้นคงจะไม่พูดคุยกันสุภาพขนาดนี้ แน่นอน
ว่าท่ามกลางความสุภาพของพวกเขาทั้งสองนั้น
หาได้แยแสกุ้งมังกรทะเลเดือดอยู่ในสายตาแม้แต่
น้อย ซึ่งมันทำให้กุ้งมังกรทะเลเดือดโกรธเกรี้ยว
เป็นอย่างยิ่ง ปีศาจบางตนก็ไม่สามารถควบคุม
อารมณ์ของตนเองได้ ถึงแม้ว่ากุ้งมังกรทะเลเดือด
จะทรงพลังเป็นอย่างยิ่ง แต่ดูเหมือนว่าสติปัญญา
ของมันจะไม่ได้สูงส่งเท่าใดนัก เมื่อโทสะของมัน
ปะทุขึ้น ก็ไม่สามารถหยุดรั้งไว้ได้อีกต่อไป ดังนั้น
ในช่วงเวลาต่อมา มันจึงถูกคนทั้งสองเป็นฝั่าย
กดดันในที่สุด
อู่ อวี้ ปรารถนาจะยื่นมือเข้าช่วยเหลือ แต่เมื่อคิด
ขึ้นมาได้ว่า พวกเขาเป็นฝั่ายยื่นมือเข้ามา โดย
ปรารถนาจะช่วยเหลือตนเอง ดังนั้น อู่ อวี้ จึง
ตัดสินใจว่าจะไม่เข้าไปยุ่ง และเฝั้าชมการต่อสู้พวก
เขาอย่างสงบ
“ดูเหมือนว่าผู้คนใน ดินแดนโบราณเหยียนหวง จะ
มีทรัพยากรการฝึกตนเหนือล้ำยิ่งกว่า ทวีปแห่ง
ทวยเทพตงเสิ้ง อย่างแท้จริง ทั้งมหาวิถีเชื่อม
สวรรค์ ศาสตราเต๋าวิถีแท้ และเคล็ดวิชาแก่นแท้
ฟั้าดิน ของคนทั้งสองช่างยอดเยี่ยมเป็นอย่างยิ่ง
แม้แต่สิ่งของหายากในทวีปแห่งทวยเทพ เมื่ออยู่
ในมือของพวกเขามันช่างดูปกติธรรมดายิ่ง ไม่รู้ว่า
คนอื่น ๆ ใน เส้นทางเซียนบรรพกาล จะแข็งแกร่ง
เหมือนกับพวกเขาหรือไม่ ”
ภายในแววตา อู่ อวี้ ปรากฏร่องรอยแห่งความ
หวาดกลัวขึ้นบางส่วน
เขารู้สึกอึดอัดใจเล็กน้อย
” บนดาวดวงนี้ มีคนอยู่ทั้งหมด 4 คน ซึ่งข้าก็
จำเป็นต้องแย่งชิงยันต์เซียนบรรพกาลจากพวก
เขาทั้งสอง แต่ตอนนี้พวกเขากำลังช่วยเหลือข้าอยู่
หากข้าแย่งชิงยันต์เซียนบรรพกาลของพวกเขามา
ถึงแม้ข้าจะมอบยันต์ของตนเพื่อให้พวกเขากลับไป
ยังทวีปแห่งทวยเทพ ก็นับว่าน่าเกลียดเกินไป ”
ดังนั้นในเวลานี้เขาจึงไม่สามารถตัดสินใจได้
ไม่คาดคิดว่า ไปั๋เสวี่ย หยวน กับ หลี่ ฉางกง จะ
ใช้เวลาจัดการกับกุ้งมังกรทะเลเดือดไม่นานนัก ซึ่ง
กุ้งมังกรทะเลเดือดก็ดื้อรั้นเป็นอย่างยิ่ง มันต่อสู้ห้ำ
หั่นด้วยโทสะที่ทะยานขึ้นถึงขีดสุด อีกทั้งแก่นพลัง
ชีวิตศักดิ์สิทธิ์ของมันยังทรงพลังเป็นอย่างยิ่ง การ
โจมตีของมันแผ่ขยายไปทั่วทั้งดวงดาว อย่างไรก็
ตามมันก็ถูกสยบโดยศาสตราเต๋าวิถีแท้จากคนทั้ง
สองอยู่ดี ก่อนจะพ่ายแพ้ ในที่สุดมันก็ยอมรับว่า
ตนนนั้นตื่นตะลึงมากเพียงใด มันกล่าวขึ้นอีก 2-3
ประโยค จากนั้นมันก็ทำลายยันต์เซียนบรรพกาล
พร้อมกับจากไปทันที
กล่าวได้ว่ามี ยันต์เซียนบรรพกาลอยู่ในมือ การ
สิ้นชีพนั้นถือเป็นเรื่องที่ยากเย็นแสนเข็ญเป็นอย่าง
ยิ่ง
เมื่อการต่อสู้สิ้นสุดลง ไปั๋เสวี่ย หยวน กับ หลี่ ฉาง
กง ก็หันมามองหน้าพร้อมกับยิ้มให้แก่กัน
” พี่ชายหลี่ เป็นดั่งเช่นที่ร่ำลือจริง ๆ ด้วยวัยเพียง
เท่านี้ แต่กลับอาจหาญองอาจราวกับเทพแห่ง
สงครามก็มิปาน ”
” น้องสาวไปั๋เสวี่ยชื่นชมข้าเกินไปแล้ว ทักษะ
ความสามารถที่ท่านเพิ่งแสดงออกมาให้เห็น ทำให้
ข้าตกตะลึงอย่างแท้จริง ข้าไม่เคยพบผู้เยาว์คนใด
ที่มีความสามารถเป็นเลิศเช่นนี้มาก่อน หากใน
อนาคตข้ามีโอกาสได้กลายเป็นสหายเต๋ากับศิษย์
น้องไปั๋เสวี่ย คงถือเป็นโชควาสนา 3 ชั่วอายุคน
ของข้าอย่างแท้จริง ” หลี่ ฉางกง จ้องมองไปที่
นางอย่างลึกล้ำพร้อมกับกล่าวขึ้น
อันที่จริงแล้ว อู่ อวี้ ควรจะสนทนากับพวกเขาก่อน
แต่ยามนี้คนทั้งสองหาได้แยแสเขาแม้แต่น้อย
เนื่องจากว่าพวกเขากำลังเกี้ยวพาราสีกันอยู่…
………………………………………………..
(´▽`).。o♡ เพลิน
กลืนสวรรค์สะท้านทวยเทพ