กลืนสวรรค์สะท้านทวยเทพ - ตอนที่ 552 : หลุดออกจากดวงดาว
เมื่อ เวทเจ็ดดารา พุ่งเข้ามาใกล้ มันก็ดูเสมือนดั่ง
ขุนเขาขนาดใหญ่ทั้ง 7 หรืออาจจะกล่าวได้ว่า เป็น
ดวงดาวขนาดใหญ่ 7 ดวง ก็ยังถือว่าไม่กล่าว
เกินไป ดวงดาราขนาดยักษ์ถาโถมปลดปล่อยแรง
กดดันมหาศาลมาจากด้านบนศรีษะ
พลังอำนาจของศาสตราเต๋าวิถีแท้ ทำให้ผู้คนตื่น
ตะลึงจนแทบลืมหายใจ
ผนวกกับว่าดวงดารานี้มีแรงโน้มถ่วงมหาศาล
ด้วยเหตุนี้ อู่ อวี้ จึงค่อนข้างรู้สึกอึดอัดยิ่ง
เป็นความจริงที่ว่า หลี่ ฉางกง ฝีมือไม่ได้อ่อนด้อย
ต่อให้เป็น วูซาน เซี่ยชือ ก็หาใช่คู่ต่อสู้ของมันไม่
“ แล้วอย่างไรเล่า!”
ทันใดนั้น อู่ อวี้ ก็พรวดพราดลุกขึ้น บุรุษผู้หนึ่งกับ
พลองอีกหนึ่งด้ามกำลังพุ่งทะยานขึ้นสู่ฟากฟั้า!
บนร่างของเขาหาได้มีแค่ ศาสตราเต๋าวิถีแท้ เพียง
อย่างเดียว! ในเวลานี้ อู่ อวี้ ได้เปิดใช้งานวงเวท
หลัก ‘ค่ายกลเทพสงครามพิทักษ์ประมุขฟั้า’ ที่อยู่
บน ‘ชุดเกราะเทพสงครามประมุขฟั้า’ ในช่วง
พริบตานั้นเองไม่ว่าจะเป็น ร่างกาย ผิวหนึง ชุด
เกราะ ทั้งหมดล้วนกลายเป็นทองคำ!
กล่าวได้ว่าในเวลานี้ ทั่วทั้งสรรพางค์ร่างของ อู่ อวี้
กลายเป็นทองคำ เสมือนกับว่ามันได้เพิ่มการ
ปั้องกันบน กายาเพชรอมตะ ขึ้นอีกชั้นหนึ่ง
สิ่งสำคัญยิ่งไปกว่านั้นก็คือ เมื่อวงเวทหลักที่สอง
ถูกเปิดใช้งาน พลังแก่นแท้ตำหนักม่วง กับ ชุด
เกราะศาสตราเต๋าวิถีแท้ ก็บังเกิดการเชื่อมโยงซึ่ง
กันและกันขึ้น เพียงชั่วพริบตาพลังศักดิ์สิทธิ์ ใน
แก่นแท้ตำหนักม่วงของ อู่ อวี้ ก็เพิ่มพูนขึ้นอย่าง
บ้าคลั่ง ซึ่งในเวลานี้มันได้ถูกโคจรเข้าสู่ เสามังกร
สมุทรคลั่ง ทันใดนั้นเอง พลังอำนาจแห่งความ
เกรี้ยวกราดของ เสามังกรสมุทรคลั่ง ก็ทวีความ
รุนแรงมากยิ่งขึ้น แสงสีน้ำเงินส่องสว่างเรืองรอง
ออกมาจากร่างของมังกร ที่คดพันอยู่บนศาสตรา
เต๋าวิถีแท้ เสมือนราวกับว่ามันมีชีวิตขึ้นมาจริง ๆ
ฉับพลันมังกรก็แผดเสียงร้องคำรามดังกึกก้อง
กัมปนาท สั่นสะเทือนไปทุกแห่งหน
“เคล็ดระเบิดพลังคลั่ง!”
72 รูปแบบอิทธิฤทธิ์ แปลงกายเพิ่มพูนความ
แข็งแกร่งกายเนื้อ ส่งผลให้กายเนื้อของเขาทรง
พลังแข็งแกร่งถึงขีดสุด!
ภายใต้แรงกดดันอันมหาศาลจากศาสตราเต๋าวิถี
แท้ของคู่ต่อสู้ อู่ อวี้ ได้ปลดปล่อยความแข็งแกร่ง
ออกมาถึงขีดสุด ความโหดเหี้ยมอำมหิตอย่างเหลือ
คณา ได้ระเบิดพวยพุ่งออกมาจากร่างของเขาใน
บันดล! ช่วงเวลานี้เอง ภายในดวงดาราทั้ง 7 ที่ถา
โถมสะกดข่มลงมาจากด้านบน หลี่ ฉางกง ซึ่ง
กำลังแสยะยิ้มขึ้นอย่างเย็นชา ดวงตาของมันแฝง
เร้นไว้ด้วยความดูหมิ่นเหยียดหยาม มันมั่นใจว่า อู่
อวี้ ไม่มีทางค้นพบร่างของมันในเขตแดนเมฆาได้
อย่างแน่นอน เนื่องจากในท้ายสุดแล้ว 7 ดารานั้น
มีรัศมีขอบเขตที่กว้างใหญ่เป็นอย่างยิ่ง
อย่างไรก็ตาม ชั่วพริบตาที่ อู่ อวี้ เผยความ
แข็งแกร่งออกมาให้เห็น เขาก็จับจ้องตำแหน่งของ
มันไว้แล้ว
เขาใช้ ‘มิติไร้ลักษณ์’ จับจ้องตำแหน่งของมันไว้
อย่างต่อเนื่อง จากนั้นก็ปลดปล่อยพลังขั้นที่ 2
‘สกัดวิญญาณ’ ของเนตรเพลิงออกไป! ท่ามกลาง
การจับจ้อง จากเนตรเพลิงที่ไม่สามารถแลเห็นได้
บักเกิดพลานุภาพแห่งพลังอิทธิฤทธิ์ พวยพุ่ง
ทะยานเผาผลาญเข้าใส่จิตวิญญาณของ หลี่ ฉาง
กง ทันที ภายใต้ระดับ ก่อร่างกำเนิดจิตทวะ ลงไป
คนผู้นั้นจะไม่สามารถมองเห็นจิตวิญญาณได้
เท่ากับว่าหากมองไม่เห็นแล้ว ก็ไม่สามารถหยุดยั้ง
การเผาผลาญจิตวิญญาณของ อู่ อวี้ ได้!
ถึงแม้ว่าการ กลั่นจิตวิญญาณ ถือเป็นเรื่องยากที่
จะสังหารคู่ต่อสู้ลงได้ แต่มันก็ทำให้พลังรบของ
ฝั่ายตรงข้ามลดลงเป็นอย่างมาก และในช่วงวิกฤต
แห่งการต่อสู้นี้เองราวกับว่า อู่ อวี้ ได้ใช้คมมีดที่
ซ่อนอยู่ภายในร่างจ้วงแทงออกไป!
สีหน้าของ หลี่ ฉางกง แปรเปลี่ยนเป็นซีดเผือด
ทุกข์ทรมานจากการถูกเผาผลาญจิตวิญญาณ
อย่างสุดแสน!
และในช่วงเวลานี้เอง อู่ อวี้ ก็ทะลวงฝั่าเขตแดน
เมฆาเข้าไป เพียงชั่วพริบตา เขาก็มาปรากฏอยู่
เบื้องล่างดวงดาราทั้ง 7 เสามังกรสมุทรคลั่ง ถูก
ฟาดไปด้วยวิถีที่สมบูรณ์แบบไร้ที่ติ ความอหังการ
อย่างเหลือแสน ระเบิดพวยพุ่งออกมาจากการฟาด
ลงไปในครั้งนี้ ค่ายกลเปลวอัคคีหมื่นจวินพลิกส
มุทร พุ่งทะยานขึ้นสู่ท้องเวหา ม้วนกวาดผ่าน
ทะลวงฝั่าเข้าไป เสมือนดั่งมังกรพิโรธก็ไม่ปาน ชั่ว
พริบตานี้เอง พลังอำนาจจากการกลั่นวิญญาณ
และ ศาสตราเต๋าวิถีแท้ ได้ถูกปลดปล่อยออกมา
อย่างพร้อมเพรียง ผสานเข้ากับพลังของศาสตรา
เต๋าชิ้นที่สองอย่าง ‘เกราะเทพสงครามประมุขฟั้า’
และ เคล็ดระเบิดพลังคลั่ง ถึงแม้จะดูเหมือนว่าการ
ฟาดเสาลงไปในครั้งนี้ของ อู่ อวี้ นั้นช่างดูเรียบ
ง่ายเสียนี่กระไร แต่อันที่จริงแล้ว มันกลับแฝงเร้น
ไปด้วยความแข็งแกร่งถึงขีดสุดของเขา!
ตูม!
บัดนี้ ท่ามกลางการปะทะกันระหว่างพลังอำนาจ
ทั้งสองขั้ว อู่ อวี้ คือฝั่ายที่ทรงพลังมากยิ่งกว่า
ส่งผลให้การโจมตีของ หลี่ ฉางกง ถูกบดขยี้
ทำลายในทันที ‘เวท 7 ดาราล่าวิญาณ’ สูญสลาย
ลงอย่างสิ้นเชิง พลังอันมหาศาลได้ทะลวงฝั่ามันไป
ในช่วงเวลาเดียวกันนั้นเอง เสามังกรสมุทรคลั่ง
ของ อู่ อวี้ ได้ทะลวงเข้าสู่เขตแดนเมฆา พร้อมอัด
กระแทกเข้าใส่ทรวงอกของ หลี่ ฉางกง ในทันที
เสียงกระดูกแตกหักดังลั่นออกมาให้ได้ยิน ตามมา
ด้วยเสียงกรีดร้อง อย่างเจ็บปวดทรมานของ หลี่
ฉางกง ส่งผลให้เขตแดนเมฆาทั้งหมดพังทลายลง
ในบันดล ทุกสรรพสิ่งเริ่มชัดเจนขึ้น ร่างของ หลี่
ฉางกง ปลิวลอยละลิ่วอัดกระแทกเข้าใส่ค่ายกล
ม่านปราการที่ปรากฏอยู่บนฟากฟั้า จากนั้นก็ร่วง
หล่นดิ่งลงใส่พื้นเบื้องล่าง โลหิตสาดกระเซ็นอาบ
ไล้ไปทั่วทุกแห่งหน!
การต่อสู้ครั้งแรก หลี่ ฉางกง เป็นฝั่ายปราชัย!
อู่ อวี้ ไล่ล่าติดตามลงมาเบื้องล่าง เพียงชั่วพริบตา
ก็มาปรากฏอยู่เบื้องหน้าของมัน ซึ่ง หลี่ ฉางกง ซึ่ง
กำลังถือ ‘หอกเมฆาล่าดารา ‘ เอาไว้ในมือ มัน
พยายามตะเกียกตะกายลุกขึ้นมาจากพื้นดิน ใน
ที่สุด อู่ อวี้ ก็เอาชนะคู่ต่อสู้ได้ เขากำลังรอดูว่า หลี่
ฉางกง จะนำยันต์เซียนบรรพกาลออกมาหรือไม่
เนื่องจากว่าในท้ายสุดแล้ว ยันต์เซียนบรรพกาล
ของอาณาจักรเซียนเมฆา ก็ยังสามารถนำมาใช้
เป็นหลักประกันได้
“เจ้าพ่ายแพ้แล้ว!”
อู่ อวี้ ชี้ เสามังกรสมุทรคลั้ง ไปบนตำแหน่ง
หน้าอกของ หลี่ ฉางกง เพื่อประกาศว่ามันพ่ายแพ้
แล้ว
หลี่ ฉางกง จ้องมองไปที่ อู่ อวี้ ด้วยความตกตะลึง
ไม่อยากเชื่อว่าตนเองได้พ่ายแพ้ให้แก่เขา หลังจาก
นั้นมันก็แผดเสียงร้องตะโกนกล่าวขึ้นว่า ” ข้าไม่
เคยคิดว่าเจ้าจะซ่อนความแข็งแกร่งเช่นนี้เอาไว้
ไม่ว่าเจ้าจะใช้วิธีใด แต่การกระทำเช่นนี้มันน่า
ละอายสิ้นดี! ข้าไม่เคยคิดมาก่อนว่าการเดินทางไป
ยัง เส้นทางเซียนบรรพกาล ของ หลี่ ฉางกง ผู้นี้
ต้องมาหยุดลงด้วยน้ำมือของเจ้า! ข้าจะจดจำนาม
เจ้าไว้ อู่ อวี้! ข้าบอกเจ้าให้ได้รู้ว่าเรื่องของเรายัง
ไม่จบเพียงเท่านี้แน่! เมื่อกลับไปยัง ดินแดนโบราณ
เหยียนหวง ข้าจะต้องชำระหนี้แค้นในครั้งนี้กับเจ้า
แน่นอน!”
ก่อนที่ อู่ อวี้ จะได้ใช้เนตรเพลิงค้นหา ยันต์เซียน
บรรพกาล บนร่างของมัน ทันใดนั้น ยันต์เซียน
บรรพกาล ก็ถูกกระตุ้นให้ทำงาน แสงสีขาวสว่าง
เจิดจ้ากลืนกินร่างของคนทั้งสอง จากนั้น หลี่ ฉาง
กง ก็หายไปต่อหน้าของ อู่ อวี้
ดูเหมือนคนส่วนใหญ่ที่เข้ามาใน เส้นทางเซียน
บรรพกาล จะค่อนข้างให้ความสำคัญกับการรักษา
ชีวิตของตนไว้ โดยที่ไม่ต้องการเสี่ยงชีวิตมาก
เกินไป หลังจาก หลี่ ฉางกง พ่ายแพ้ให้แก่ อู่ อวี้
มันก็ไม่ลังเลที่จะจากไป ถึงแม้ว่ามันจะไม่เต็มใจก็
ตาม แต่ก็คงไม่อาจหลีกเลี่ยงได้ นี่คือการ
แสดงออกว่าตนเองนั้นได้ยอมรับความพ่ายแพ้
โดยเลือกที่จะจากไปเอง
การต่อสู้ครั้งนี้รุนแรงมากจริง ๆ โชคยังดีที่ อู่ อวี้
นั้นมีพลังเหนือกว่า นับเป็นการต่อสู้ซึ่งวัดกันด้วย
พลังอย่างแท้จริง
อย่างไรก็ตาม แม้เขาจะสามารถเอาชนะ หลี่ ฉาง
กง มาได้จริง ทว่าเขาก็ไม่ได้กำไรติดไม้มือติดมือ
กลับมาเลยแม้แต่น้อย
เมื่อ หลี่ ฉางกง จากไป เขตแดนเมฆาก็สลาย
หายไปด้วย หลงเหลือ อู่ อวี้ อยู่เพียงลำพังเท่านั้น
หลังจาก ยันต์เซียนบรรพกาล ถูกระตุ้นใช้งาน
เพียงไม่นานวงเวทที่อยู่ด้านบนศีรษะของเขาก็มี
การเคลื่อนไหวบางอย่าง ดูเหมือนว่าพลังของมัน
จะอ่อนกำลังลง อู่ อวี้ จึงยกพลองฟาดลงไป
เสมือนกับว่ามันจะฉีกขาดออกไปเล็กน้อย เห็นได้
ชัดว่าวงเวทผลึกได้คลายออกแล้ว! สิ่งนี้ทำให้ อู่
อวี้ รู้สึกประหลาดใจเป็นอย่างมาก
“ ดูเหมือนว่าวงเวทปั้องกันจะอ่อนกำลังลง จนไร้
ซึ่งประสิทธิภาพแล้ว ไม่คาดคิดว่าหลังจากที่มีคน
2 คนใช้ยันต์เซียนบรรพกาลจากไป ข้าถึงจะ
สามารถออกไปได้! ”
จากความสามารถแลพลังอันแข็งแกร่งที่แสดง
ออกมา เขาจึงไม่จำเป็นต้องจัดการกับ ไปั๋ เสวี่ย
หยวน หรือต่อให้เขาจำต้องเผด็จศึกนาง ทว่านาง
ก็หาใช่คู่ต่อสู้ของเขาไม่
เนื่องจากองค์ประกอบส่วนใหญ่ของวงเวทนี้
พังทลายลง อู่ อวี้ จึงอาจไม่รีรอลังเลได้อีกต่อไป
หลังจากที่เขาใช้ เสามังกรสมุทรคลั่ง แทงขึ้นไปจน
เกือบจะทะลวงออกไปได้ อู่ อวี้ ก็รวบรวมพลัง
ทั้งหมดแล้วใช้ เสามังกรสมุทรคลั่ง แทงขึ้นไปบน
วงเวทอีกครั้ง และแล้วปลายพลองข้างหนึ่ง ก็
สามารถทะลุผ่านเข้าไปยังอีกฝังฟากของวงเวทได้
มันเป็นเสมือนดั่งโคลนตมอันเหนียวหนึบ เมื่อ อู่
อวี้ กระโจนเข้าไปก็ยากจะออกได้ ด้วยเพราะใน
ยามนี้มีพลังมหาศาลโอบล้อมรอบร่างของเขาอยู่
ซึ่งเขาต้องใช้ความพยายามอย่างมาก หลังจากงัด
ทุกลยุทธ์ ทุกกลวิธีออกมาใช้ เขาก็หลุดออกจาก
โคลนตมอันเหนียวหนึบนี้ได้
หลังหลุดออกจากวงเวทนี้ได้ ทันใดทั่วทั้งสรรพางค์
ร่างก็เบาหวิว บัดนี้ก็ได้แรงโน้มถ่วงของดวงดารา
ได้สลายหายไปอย่างสมบูรณ์แล้ว อู่ อวี้ ก็รีบ
ทะยานออกไปในทันที
ตอนนี้เขาอยู่ในท้องนภาซึ่งเต็มไปด้วยหมู่มวล
ดารา ทุกสรรพสิ่งนั้นช่างดูห่างไกลไร้สิ้นสุด สิ่งที่
สัมผัสได้มีแค่เพียงความว่างเปล่าเวิ้งว้าง ดวงดาว
ที่ล่องลอยอยู่ใต้ฝั่าเท้า เมื่อมองลงมาจากมุมสูง
แล้ว มันดูเล็กลงไปอย่างถนัดตา
“ ศิษย์พี่หลี่ ช่างยอดเยี่ยมยิ่งนัด ในที่สุดท่านก็
สามารถทำลายค่ายกลออกไปได้… ” อีกด้านหนึ่ง
ของดวงดาว สตรีคนหนึ่งผู้มีนัยตาสีครามส่อง
ประกายเจิดจ้า เส้นผมสีขาว กำลังเคลื่อนไหวพุ่ง
ทะยานออกมาอย่างรวดเร็ว นางกำลังตื่นเต้นอย่าง
ที่สุด ความจริงแล้วภายในใจลึก ๆ นางแอบรู้สึก
โล่งอกอยู่ไม่น้อยทีเดียว บางทีนี้ตอนนี้นางอาจ
กำลังคิดว่าตนพูดคุยอยู่กับ หลี่ ฉางกง ซึ่งเป็นผู้
ได้รับชัยชนะ จึงทำให้นางรู้สึกโล่งใจอยู่ไม่น้อย
ขณะที่นางกำลังรู้สึกตื่นเต้นอยู่นั้น นางก็เงยหน้า
ขึ้นมามอง แลเห็นว่า อู่ อวี้ ในเวลานี้เขาได้ปรากฏ
ตัวอยู่เบื้องหน้าของนาง ช่วงเวลานั้นเองนางก็
ตกใจสุดขีด การแสดงออกบนใบหน้าของนาง
ในตอนนี้ช่างยอดเยี่ยมเป็นอย่างยิ่ง…
ทันใดนั้นเอง ม่านตาของนางก็ขยายออก ริมฝีปาก
อ้าค้าง ดวงตาเต็มไปด้วยความตกตะลึงไม่
อยากจะเชื่อ ขณะที่นางกำลังคิดจะพุ่งทะยานขึ้น
ไปอย่างรวดเร็วนั้น แต่แล้วฝีเท้าของนางก็
หยุดชะงักลงอย่างกะทันหัน สายตาจับจ้องมองไป
ที่ อู่ อวี้ ด้วยความตื่นตะลึงไม่อยากจะเชื่อ ริม
ฝีปากแดงระเรื่อเผยอออกเล็กน้อย ร่างกายสั่นเทา
เต็มไปด้วยความตื่นตะลีง …
” เจ้า … ขะ ข้า … ”
อู่ อวี้ มองนางด้วยท่าทางเขินอายเล็กน้อย
” หากข้าแย่งชิง ยันต์เซียนบรรพกาล ข้าก็จะไป
ปรากฏตัวที่บริเวณใกล้เคียงกับ ‘อาณาเขตเหมันต์’
ซึ่งอยู่ภายใน ‘ทวีปอุดรมัจจุราชเหมันต์’ ซึ่งเป็นไป
ได้ว่าขั้วอำนาจอิทธิพลของ ‘แดนเหมันต์’ กำลังรอ
ให้นางกลับไปอยู่ แล้วเมื่อถึงตอนนั้น ข้าจะอธิบาย
กับ อาณาเขตเหมันต์ว่าอย่างไรดี? ”
” ฉะนั้นสิ่งควรทำมากที่สุดก็คือการ มองหาคนของ
อาณาจักรโบราณเหยียนหวง ซึ่งมันก็น่าจะ
เหมาะสมกว่า นับว่ายังเร็วเกินไป ที่จะมานั่งห่วง
กังวลเรื่องนี้ ”
เนื่องจากว่าท้ายสุดแล้วตัวเขานั้นเพิ่งเข้ามาใน
เส้นทางเซียนบรรพกาล ได้ไม่นาน ซึ่งระยะเวลาใน
การกักขังของ ‘ยันต์กำเนิดสองเขตแดนจองจำ’
สามารถอยู่ได้อย่างน้อยแปดเดือน หรืออาจจะ
มากกว่านั้น
ซึ่งถ้าเขาเข้าไปใน อาณาเขตเหมันต์ แล้วบังเอิญ
ต้องตกตายไป เมื่อนั้นคงกลายเป็นปัญหาใหญ่
ฉะนั้นในตอนนี้จึงไม่จำเป็นต้องทำอันใดกับ ไปั๋
เสวี่ย หยวน เนื่องจากว่าเขาเพิ่งทำให้ หลี่ ฉางกง
พ่ายแพ้ อีกฝั่ายคงจะยังเกลียดชังตนเองอยู่
ไปั๋เสวี่ย หยวน ตกตะลึงอยู่เป็นเวลานาน นาง
อาจจะไม่เข้าใจว่า อู่ อวี้ เอาชนะ หลี่ ฉางกง มา
ได้เช่นไร นางจึงตัดสินใจบินเข้าไปหา อู่ อวี้ แล้ว
รวบรวมความกล้าถามขึ้นว่า ” หลี่ ฉางกง พ่าย
แพ้ให้แก่ท่านแล้วเช่นนั้นหรือ? ”
อู่ อวี้ พยักหน้า
ไปั๋ เสวี่ยหยวน เม้มปากด้วยความไม่อยากจะเชื่อ
แต่ก็ไม่อาจปฏิเสธได้เช่นกันว่านี่คือความจริง นาง
ยิ้มแล้วกล่าวว่า ” ท่านปิดบังพื้นฐานฝึกตนไว้
แม้แต่ข้าก็ยังเข้าใจว่า พื้นฐานฝึกตนของเจ้าอยู่ใน
ระดับตำหนักม่วงทะเลมรกตขั้นที่ 4 เพราะอย่างไร
เสีย อาณาจักรโบราณเหยียนหวง ก็ให้กำเนิดเหล่า
อัจฉริยะผู้เปียมล้นไปด้วยความสามารถมากมาย
ก่อนหน้านี้ข้าไม่ควรดูถูกท่าน โปรดให้อภัยข้า
ด้วย”
นางปรับตัวให้เข้ากับสถานการณ์ได้ดีมาก โดย
ขอให้เขาลืมคำดูถูกเหยียดหยามทั้งหมดก่อนหน้า
นี้ ดูเหมือนว่านางจะลืม หลี่ ฉางกง ไปแล้วอย่าง
สมบูรณ์ แล้วก็เปลี่ยนมาตีสนิทกับ อู่ อวี้ แทน
อย่างไรก็ตามการที่นางเรียก อู่ อวี้ ว่า ท่าน เป็น
เพราะว่านางได้หลงลืมชื่อที่เขาแนะนำตัวก่อน
หน้านี้ไปแล้ว …
ในเวลานี้ อู่ อวี้ เพิ่งออกจากดวงดาว เส้นทาง
เซียนบรรพกาล ช่างแปลกประหลาดพิสดาร
เกินไป ฉะนั้นจึงไม่กล้าเดินทางออกไปอย่างสุ่มสี่
สุ่มห้า ด้วยเหตุนี้เขาจึงกวาดสายตามองไปรอบ ๆ
ไปั๋เสวี่ย หยวน ยิ้มแล้วพูดว่า ” การที่ท่านกับข้า
สามารถปรากฏอยู่บนดวงดาวเดียวกันได้ นับว่า
เป็นโชคชะตา เส้นทางเซียนบรรพกาล ช่างพิลึกพิ
ลั่นแปลกพิสดารมากเหลือเกิน มันคงจะดีมากหาก
มีสหายร่วมเดินทางคอยพึ่งพาช่วยเหลือซึ่งกันและ
กัน เพื่อให้ได้ผลประโยชน์บางอย่าง ถ้าท่านไม่
รังเกียจเรามาร่วมมือกัน ? ”
สำหรับนางแล้ว มันก็แค่เปลี่ยนผู้ร่วมเดินทาง
เท่านั้น
อู่ อวี้ ครุ่นคิดอยู่ชั่วครู่ ด้วยเพราะอีกใจหนึ่งก็รู้สึก
เกียจคร้านที่จะสนใจนาง ทว่าหากคิดดี ๆ การมี
เพื่อนร่วมทางไป ดินแดนโบราณเหยียนหวง ก็
นับว่าดีไม่น้อยทีเดียว การมีสัมพันธไมตรีกับเหล่า
อัจฉริยะที่มาจาก ดินแดนโบราณเหยียนหวง
นับเป็นทางเลือกที่ไม่เลว ดังนั้นเขาจึงพยักหน้า
แล้วกล่าวว่า ” ข้าคิดว่าก่อนหน้านี้แม่นาง ไปั๋เสวี่ย
หยวน คงลืมชื่อข้าไปแล้ว ฉะนั้นข้าจึงขอแนะนำ
ตัวอีกครั้งว่าข้ามีนามว่า อู่ อวี้ ขอฝากตัวด้วย”
เมื่อเห็นว่า อู่ อวี้ ยอมตกปากรับคำ ไปั๋เสวี่ย
หยวน ก็ยิ้มออกมาอย่างมากด้วยเสน่ห์เล่ห์กล นาง
รู้ดีว่า อู่ อวี้ ไม่ชอบเสียงรบกวน ทว่าเรื่องนี้หาใช่
ปัญหาสำหรับนาง โดยการมุ่งเน้นไปที่ข้อตกลง
ระหว่างเขากับนาง แล้วนางก็กล่าวว่า ” รอบ ๆ
ตัวของพวกเรานี้ มีดวงดาวอยู่มากมาย แน่นอนว่า
ย่อมมีผู้คนมากมายติดอยู่บนดวงดาวเช่นเดียวกับ
เรา แต่ก็ต้องมีใครบางคนสามารถหลุดออกมาได้
แน่ ๆ เราจะต้องมองหาโอกาส หาแนวทางเป็นไป
ได้ ที่จะทำให้เราสามารถก้าวไปข้างหน้าได้มาก
ที่สุด ”
” ตกลง ”
อู่ อวี้ มุ่งไปข้างหน้าสู่สถานที่ว่างเปล่า เมื่อกวาด
สายตามองดูรอบ ๆ ไม่มีดวงดาวดวงใดอยู่ใน
ขอบเขตระยะสายตาของเขาเลย เขาจึงทำได้เพียง
มองไกลออกไปเท่านั้น
“ ตรงนั้นดูแปลก ๆ ” ไปั๋ เสวี่ยหยวน พบเห็นสิ่ง
ผิดปกติบางอย่าง หลังจากนั้นนางก็ชี้นิ้วออกไป
ยังทิศทางที่นางสัมผัสได้ถึงสิ่งผิดปกติ อู่ อวี้ มอง
ตามนิ้วของนาง ตรงจุดนั้นเป็นกลุ่มดวงดาวหลาย
ดวงกระจุกอยู่ ลึกเข้าไปในท้องนภาอันกว้างใหญ่
มีแสงสีขาวสาดประกายอยู่ตรงนั้น ราวกับว่าท้อง
นภาซึ่งเต็มไปด้วยหมู่มวลดาราเป็นดั่งม่านปราการ
ขวางกั้น แล้วในบริเวณนั้นก็มีหลุมรอยแตกเป็นรู
ซึ่งเป็นตำแหน่งที่แสงสว่างลอดผ่านออกมา
เมื่อมองจากตำแหน่งนี้ แสงสว่างสีขาวมีขนาด
ใหญ่กว่าดวงดาว ซึ่งอยู่บริเวณใกล้เคียงหลายเท่า
นัก แม้จะอยู่ห่างกันแสงนั้นก็ยังดูใหญ่อยู่ ซึ่งถ้า
หากเข้าไปมองใกล้ ๆ มันคงจะมีขนาดใหญ่โตเป็น
อย่างมาก
“ ที่นั่นน่าจะเป็นทางออก ข้าคิดว่าถ้าทุกคน
ออกมาจะต้องไปที่นั่นเป็นแน่ ” ไปั๋เสวี่ย หยวน
กล่าว
………………………………………………..
(´▽`).。o♡ เพลิน
กลืนสวรรค์สะท้านทวยเทพ