กลืนสวรรค์สะท้านทวยเทพ - ตอนที่ 554 : อสูรมณีกําเนิดอัสนี
ไปั๋ เสวี่ยหยวน ยอมจากไปแต่โดยดี
แน่นอนสิ่งนี้สามารถพิสูจน์ได้ว่า กลุ่มคนขององค์
ชายเมฆานั้นมีกำลังอำนาจยิ่งใหญ่มากเพียงใด
เจ้านครจักรพรรดิเพลิงเคยกล่าวเอาไว้ว่าดินแดน
โบราณเหยียนหวงกับทวีปแห่งทวยเทพไม่อาจ
นำมาเทียบกันได้ การแข่งขันภายในนี้ที่แห่งนั้น
ย่อมดุเดือดรุนแรงมากกว่า และยิ่งไปกว่านั้นมันก็
เป็นการต่อสู้ในระดับของอาณาจักร การต่อสู้ของ
อำนาจและพลัง เพื่อที่จะแก่งแย่งชิงทรัพยากรใน
พิภพนี้ เพื่อที่จะแย่งชิงศาสตราเต๋าทั้งหลายทั้ง
ปวง มักจะเกิดขึ้นอยู่เสมอๆ ซึ่งนี่คือสงครามของ
เซียนที่แท้จริงก็ว่าได้
หากนำสงครามผู้ฝึกตนนอกรีตระหว่างทวีปแห่ง
ทวยเทพตงเสินกับผู้ฝึกตนนอกรีตมาเทียบกับที่นี่
ก็เป็นได้แค่เด็กตบตีกันเพียงเท่านั้น
ที่นี่ อาณาจักรต่ออาณาจักร ขุมอำนาจต่อขุม
อำนาจ สถานที่ทุกแห่งได้ถูกย้อมไปด้วยความ
เกลียดชังที่สืบทอดต่อกันมาหลายชั่วอายุคน มี
เพียงพลังอันแข็งแกร่งเท่านั้นที่จะสยบทุกสิ่ง
ตัวอย่างเช่น ไปั๋ เสวี่ยชวน ที่หวาดกลัวคนกลุ่มนี้
แต่จริงๆแล้วนางกลัวสถานะของพวกมันมากกว่า
คนเหล่านี้ไม่ได้มองเห็น อู่ อวี้ ในสายตา ในตอนนี้
มันมองมาที่ อู่ อวี้ ด้วยสายตาเย็นชา เพื่อรอดู อู่
อวี้ บดขยี้ยันต์แล้วจากไปเอง
“อยู่ขอบเขตตำหนักม่วงทะเลมรกตระดับที่ 4
เช่นนั้นรึ? เจ้าคงหลงมายังที่แห่งนี้สินะ ช่างมีโชค
วาสนาที่ยอดเยี่ยมจริงๆ” หนึ่งในกลุ่มคนเหล่านั้น
จับจ้องมาที่ อู่ อวี้ และเอ่ยพึมพำออกมา
“อย่ามาเสียเวลาที่นี่เลย พวกเขาเข้าไปข้างในกัน
หมดแล้ว “ มีบางคนมองไปยังลำแสงสีขาว
บริสุทธิ์ และเกิดเป็นความรู้สึกกังวลขึ้นมา
เมื่อองค์ชายเมฆามองเห็นเช่นนั้น อีกทั้ง อู่ อวี้ ยัง
ไม่มีการเคลื่อนไหวใดๆ มันจึงกล่าวออกมาด้วย
ท่าทางทรงอำนาจ “เจ้าไม่ต้องการออกไปเอง?
เช่นนั้นข้าคงจะต้องส่งเจ้าไปด้วยตัวของข้าเอง
แล้ว?”
“ไม่ต้องถึงมือขององค์ชายเมฆาหรอก ข้าจะไป
ด้วยตัวของข้าเอง” อู่ อวี้ ยิ้มขึ้นจากนั้นเขาก็ตอบ
กลับไป เมื่อได้ยินประโยคนี้ของ อู่ อวี้ องค์ชาย
เมฆาและคนอื่นๆ ก็รู้สึกว่า อู่ อวี้ ผู้นี้ช่างน่าสนใจ
ไม่น้อย อย่างไรก็ตามสิ่งที่เกิดขึ้นต่อจากนี้ มันกลับ
ทำให้พวกมันทุกคนยืนอยู่ที่เดิมอย่างโง่งม
อู่ อวี้ กระตุ้นเคล็ดก้าวเทวะ พริบตาเดียวก็ขึ้น
บังคับกระบี่บินออกไปด้วยความรวดเร็ว มุ่งตรงไป
ยังเบื้องหน้าอย่างไม่ลดละ ความเร็วสูงสุดของเขา
สามารถเพิ่มขึ้นได้มากถึง 5 เท่า ดังนั้นเพียงแค่
เสี้ยววิ อู่ อวี้ ก็หายตัวไปจากเบื้องหน้าของพวก
มันแล้ว
จนกระทั่งพวกมันมีปฏิกิริยาตอบสนอง อู่ อวี้ ก็ได้
หลบหนีไปไกลโขแล้ว
บัดนี้ท่ามกลางท้องฟั้าที่เต็มไปด้วยความมืดมิด
พวกมันไม่อาจจะรู้ได้ว่า อู่ อวี้ มุ่งหน้าไปยังแห่ง
หนใด
“องค์ชายเมฆา ท่านถูกเจ้าคนที่ไร้ชื่อเสียงเรียง
นามผู้นี้ ปันหัวเล่นแล้ว! ” องค์ชายรูปงามและมี
สถานะที่สูงส่งผู้หนึ่งพลันหัวเราะเยาะออกมา
สีหน้าขององค์ชายเมฆากลายเป็นน่าเกลียด มัน
อยากจะไล่ล่าติดตามไปเพื่อต้องการที่จะสั่งสอน
บทเรียนให้กับ อู่ อวี้ แต่ปัญหาก็คือ ในใจของมัน
กลับรู้สึกตกตะลึงเป็นอย่างยิ่ง เนื่องจากความเร็วที่
อู่ อวี้ เพิ่งจะแสดงออกมาให้มันได้เห็น แม้แต่ตัว
มันทุ่มสุดกำลังก็ไม่อาจจะไล่ล่าติดตามไปได้ทัน
………….
“พวกเจ้าไม่เห็นหรือยังไง ความเร็วของมันผู้นี้น่า
ตื่นตะลึงยิ่ง?”
“เป็นพวกเราเองที่ไม่ระมัดระวัง หากมันไม่เร็ว
เช่นนี้ย่อมไม่มีทางหนีไปจากเราได้ง่ายๆ”
องค์ชายเมฆา พยักหน้ากล่าวออกมาว่า “บุคคลผู้
นี้อยู่เพียงแค่ขอบเขตตำหนักม่วงทะเลมรกตระดับ
ที่ 4 แต่เกรงว่ามันน่าจะเป็นคนของอาณาจักร
โบราณเหยียนหวง ด้วยความเร็วที่น่าหวาดกลัว
เช่นนี้ เห็นได้ชัดว่ามันจะต้องมีของวิเศษบางอย่าง
อย่างไรก็ตามครานี้นับว่ามันโชคดี ถ้าหากพบกับ
มันในครั้งต่อไป หากมันกล้าที่จะหยอกล้อกับข้า
เช่นนี้อีก ข้าจะต้องให้มันจ่ายค่าตอบแทนนี้อย่าง
แน่นอน!”
“ดี พี่ชายทั้งหลายอย่าได้มาเสียเวลากับบุคคลที่ไม่
คู่ควรจะสนใจผู้นี้เลย พวกเราไปกันเถอะ เพราะ
คนอื่นๆได้พากันเข้าไปหมดแล้ว!”
ในเวลานี้สุดยอดอัจฉริยะจำนวนหลายร้อยคนแห่ง
ชมพูทวีปโลกธาตุได้มารวมตัวกันอยู่ที่ในสถานที่
แห่งนี้ เมื่อมีคนเปิดหัว คนอื่นๆจคงต่างรีบๆแย่ง
กรูกันเข้าไปในลำแสงสีขาวกันทีละคน
ผ่านไปครู่หนึ่ง ความกว้างใหญ่ไพศาลพลันปรากฎ
เบื้องหน้า
อู่ อวี้ ได้หลบหนีมาจากองค์ชายเมฆา เขาแทรก
ซึมเข้ามาอยู่กลางฝูงชน พร้อมกับทำตัวไม่โดดเด่น
สะดุดตา เป็นเพราะในกลุ่มคนเหล่านี้เต็มไปด้วย
ตัวตนอันน่าหวาดกลัวจำนวนมากมาย แต่คนละ
คนล้วนเต็มไปด้วยความเย่อหยิ่งล้นฟั้า อู่ อวี้ ยิ่ง
มองยิ่งตื่นตะลึง แต่ทว่ากลุ่มคนผู้อยู่ในลำดับสูงสุด
กลับไม่อยู่ที่นี่ พวกเขาเหล่านั้นน่าจะเข้าไปยัง
ภายในลำแสงสีขาวก่อนแล้ว
“เบื้องหน้าจะมีอะไรรออยู่กันนะ?”
เมื่อทุกคนเลือกที่จะเข้าไปภายใน อู่ อวี้ ก็ไม่
อาจจะหลบซ่อนอยู่ที่ด้านนอกได้อีกต่อไป
เขาแทรกซึมอยู่กลางฝูงชนเช่นนี้ และในไม่ช้า
ร่างกายของเขาก็ถูกกลืนกินเข้าไปภายในลำแสงสี
ขาว ในตอนที่ถูกกลืนกินเข้าไป ราวกับว่าทั่วทั้ง
ร่างกายของเขามาปรากฎอยู่ตรงกลางกระแสน้ำ
อีกครั้ง ถูกโอบล้อมด้วยสายน้ำอันอ่อนโยน เมื่อ
เขาทะลวงผ่านลำแสงสีขาวออกมา ก็เหมือนกับว่า
ได้เข้ามาอยู่ในโลกอีกใบหนึ่ง หากลองมองอย่าง
ละเอียด ก็เป็นอย่างที่คิดว่าบัดนี้เขาได้เคลื่อนย้าย
จากท้องนภาซึ่งเต็มไปด้วยหมู่ดาวเข้าสู่มหาสมุทร
สถานที่ที่ตอนนี้ อู่ อวี้ อยู่ มันเป็นมหาสมุทรผืน
หนึ่ง
เป็นมหาสมุทรที่ไร้จุดสิ้นสุด ตรงใจกลางปรากฏ
เป็นแสงสลัวเลือนลาง ดูเหมือนว่ามหาสมุทรแห่งนี้
จะเป็นสีดำ ภายใต้สถานการณ์ปกติ ย่อมยากที่จะ
มองเห็นได้ว่าจะมีอะไรที่อยู่บนเส้นทางอันแสน
ห่างไกลนี้
อู่ อวี้ พบว่าไม่มีใครอยู่รอบๆตัวเขาแม้แต่คนเดียว
เขากำลังเตรียมตัวจะใช้เนตรเพลิง เพื่อทำความ
เข้าใจกับสถานการณ์รอบๆ ทันใดนั้นมหาสมุทรที่
อยู่ด้านหน้าของเขาก็ผันเปลี่ยนกลายเป็นบ้าคลั่ง
จากมหาสมุทรที่เงียบสงบทันใดนั้นได้ตกอยู่ใน
ความโกลาหล การที่มันเกิดการเปลี่ยนแปลงอย่าง
กระทันหันนั้นน่าตกใจยิ่ง แต่สิ่งที่ทำให้ผู้คนต้องตก
ตะลึงนั่นก็คือ พลังการระเบิดของมหาสมุทรนี้มัน
ค่อนข้างที่จะทรงพลังอย่างมาก! เพียงแค่ชั่ว
พริบตานั้น อู่ อวี้ ก็ถูกพัดปลิวว่อนออกไป ตัวเขา
ถูกโอบล้อมด้วยกระแสน้ำที่เชี่ยวกราก ไม่รู้ว่ามัน
จะพัดพาเขาไปไกลขนาดไหน!
ในขตอนนี้ อู่ อวี้ทุ่มเทพลังทั้งหมดออกมาเพื่อต้าน
กระแสน้ำ แต่ก็ยังไม่อาจจะทรงตัวได้แม่แต่น้อย
จึงถูกกระแสน้ำนี้ม้วนกวาดออกไปตามยถากรรม
จะกระทั่งความปันปั่วนนี้หยุดลง เขาจึงสามารถ
ทรงตัวได้ บัดนี้เขามองไปรอบๆอีกครั้งหนึ่ง ดู
เหมือนว่าที่แห่งนี้จะเป็นสีดำทมิฬ มหาสมุทรที่ไร้
จุดสิ้นสุดพลันกลับสู่สงบนิ่งไร้ซึ่งคลื่นดังเดิม แต่ใน
บางครั้งก็จะเกิดกระแสน้ำปันปั่วนวุ่นวายม้วน
กวาดออกมา กระแสน้ำอันเชี่ยวกรากนี้เกิดขึ้นมา
จากความว่างเปล่าไร้ซึ่งต้นตอใดๆ ทันทีที่มัน
ปรากฏขึ้น ก็จะพัดพา อู่ อวี้ ไปยังสถานที่อื่นๆ
เหมือนในตอนนี้ กระแสน้ำได้นำพา อู่ อวี้ ไปยัง
สถานที่อีกแห่งหนึ่ง อู่ อวี้ รีบใช้เนตรเพลิงอย่าง
รวดเร็วเพื่อสำราจรอบๆ ที่นี่ยังคงเป็นมหาสมุทรที่
ไร้จุดสิ้นสุด อย่างไรก็ตามไม่ไกลจากที่นี่กลับ
ปรากฏคนคนหนึ่ง ดูเหมือนว่าคนผู้นั้นจะเป็น
อัจฉริยะผู้เยาว์แห่งดินแดนโบราณเหยียนหวง
หลังจากที่ อู่ อวี้ ถูกพัดมายังที่แห่งนี้ เขาจึงจับ
จ้องไปที่คนผู้นั้น
อย่างไรก็ตามในตอนที่คนผู้นั้นมองเห็น อู่ อวี้ อู่
อวี้ ก็มองเห้นว่าที่ด้านหลังของคนผู้นั้นปรากฏ
กระแสน้ำอันเชี่ยวกรากขึ้นอย่างฉับพลัน ม้วน
กวาดคนผู้นี้ออกไปในทันที อู่ อวี้ ยังไม่ทันจะได้
มองเห็นรูปลักษณ์ของคนผู้นั้นอย่างชัดเจนเลย
“ดูเหมือนว่าที่แห่งนี้อาจจะเกิดปรากฏการณ์
กระแสน้ำปันปั่วนขึ้นได้ทุกเวลา มันคอยพัดพา
ผู้คนไปทุกทิศทาง ม้วนกวาดไปทั่วมหาสมุทรอันไร้
ขอบเขตแห่งนี้ ที่แห่งนี้ช่างเป็นสถานที่ลึกลับจริงๆ
ซึ่งมันก็อาจจะปรากฏบนเส้นทางเซียนบรรพกาล!
ได้ยินมาว่าในทุกๆ 50 ปีที่เส้นทางเซียนบรรพกาล
เปิดขึ้น สถานการณ์ที่เกิดขึ้นนี้ ไม่เคยเหมือนเดิม
แม้แต่ครั้งเดียว เช่นนั้นแล้วเส้นทางเซียนบรรพ
กาลแห่งนี้มันกว้างใหญ่ถึงเพียงไหนกัน?”
“พวกเขาน่าจะรู้ได้ว่าข้าเป็นคนของอาณาจักร
โบราณเหยียนหวง เห็นได้ชัดว่าการที่เป็นคนจาก
อาณาจักรโบราณเหยียนหวง จะมีลักษณ์ที่โดดเด่น
เป็นพิเศษ กระแสน้ำที่เต็มไปด้วยความปันปั่วนนี้
เป็นโอกาสของข้า ข้าต้องดูว่าจะสามารถตามหา
คนของอาณาจักรโบราณเหยียนหวงได้หรือไม่”
เมื่อคิดได้เช่นนี้แล้ว อู่ อวี้ ก็รีบเคลื่อนย้ายตำแหน่ง
ของเขาอย่างรวดเร็ว และคอยระมัดระวังกระแส
ความปันปั่วนที่อยู่รอบด้าน อย่างไรก็ตามเกรงว่า
หากเป็นเช่นนี้ต่อไป เขาก็ยังคงถูกกระแสน้ำม้วน
กวาดไปอีกหลายครั้งอย่างแน่นอน ในระหว่างนั้น
เขาได้พบกับผู้คนจำนวนไม่น้อย แต่ว่าคนเหล่านั้น
ก็กำลังเดินทางอย่างระมัดระวัง โดยไม่มีใครให้
ความสนใจ อู่ อวี้ แม้แต่น้อย
ท่ามกลางมหาสมุทรแห่งนี้ เขาสามารถรับรู้ได้ถึง
การเคลื่อนไหวและการสนทนากันของผู้อื่นได้
อย่างเลือนราง นอกจากนี้ยังมีบางคนเกาะกลุ่มเข้า
ด้วยกัน อู่ อวี้ ได้เห็นปีศาจสมุทรมากมาย ซึ่ง
สำหรับปีศาจสมุทรเมื่อมันมายังสถานที่แห่งนี้ จึง
เปรียบได้ว่าที่แห่งนี้เป็นโลกของพวกมันก็มิปาน
แต่กระทั่งพวกมันก็ไม่อาจจะหนีกระแสน้ำอัน
วุ่นวายนี้ได้พ้นอยู่ดี
ในตอนที่เขาพบเจอกับปีศาจสมุทรตนหนึ่ง ซึ่งเมื่อ
มันแลเห็นว่า อู่ อวี้ นั้นอ่อนแอ จึงเตรียมตัวที่จะ
โจมตี อู่ อวี้ แต่สุดท้ายมันก็ถูกกระแสน้ำนี้ม้วน
กวาดไปยังสถานที่อื่น
“ทุกคนน่าจะอยู่ในมหาสมุทรไร้ขอบเขตแห่งนี้”
ดูเหมือนว่าหากตั้งใจฟังอย่างพินิจ จะสามารถได้
ยินถึงการเคลื่อนไหวรอบกายที่ยิ่งมายิ่งชัดเจนขึ้น
และบางครั้งก็ยังได้ยินถึงเสียงการต่อสู้เลือนราง
เห็นได้ชัดว่าพวกมันกำลังทำการต่อสู้กันเองอยู่
แต่ว่าเมื่อเวลาผ่านไป อู่ อวี้ ที่กำลังวิเคราะห์จาก
ความผันผวนของมหาสมุทรแห่งนี้ กลับตระหนัก
ได้ว่าการต่อสู้ยิ่งเกิดบ่อยครั้งขึ้น กล่าวได้ว่าเมื่อ
มายังสถานที่แห่งนี้ เกรงว่าจะต้องปรากฎสิ่งของ
บางอย่างจนต้องแก่งแย่งกันอย่างแน่นอน
“หรือว่าท่ามกลางมหาสมุทรแห่งนี้ นอกจาก
กระแสน้ำอันแสนปันปั่วนแล้ว ยังมีสมบัติอยู่อีก?”
ยามนี้ อู่ อวี้ จึงกำลังมองหามันอยู่
หลังจากผ่านไปประมาณครึ่งชั่วยาม ทันใดนั้นก็มี
คน 2 คนถูกกระแสน้ำพัดพามาอยู่เบื้องหน้าของ อู่
อวี้ ทั้ง 2 คนนี้ดูเหมือนกำลังต่อสู้กันอยู่ ในเวลานี้
ใบหน้าของพวกมันอัดแน่นไปด้วยความโกรธ
เกรี้ยว หนึ่งในนั้นจึงกล่าวกับอีกฝั่ายว่า “ทั้งหมด
เป็นความผิดของเจ้า! เป็นเพราะเจ้าลงมือได้ไม่
เด็ดขาดพอ ไม่เช่นนั้นเราก็คงจับ ‘อสูรมณีกำเนิด
อัสนี’ ตัวนั้นได้แล้ว! ในตอนนี้คงมีคนได้รับ ‘ศิลา
มณีกำเนิดวารี’ แล้ว! สมบัติล้ำค่าเช่นนี้ พวกเรา
ไม่อาจจะพลาดโอกาสในการคว้ามันมาครอบครอง
ได้!”
“รู้แล้ว เจ้าหยุดพูดเสียที เร่งทำการค้นหาต่อเถอะ!
ความจริงเรื่องนี้ก็ไม่อาจจะตำหนิข้าได้ หากไม่ใช่
เพราะกระแสน้ำที่เต็มไปด้วยความปันปั่วนนี่ แล้ว
อสูรกายมณีกำเนิดอัสนี จะหลบหนีไปได้อย่างไร?”
อู่ อวี้ ที่อยู่ข้างหน้าพวกเขา เอ่ยถามขึ้น “อสูรกาย
มณีกำเนิดอัสนีมันคือตัวอะไรกัน?”
คนทั้งสองหันมามอง อู่ อวี้ หนึ่งในนั้นจึงกล่าว
ออกมาด้วยน้ำเสียงเย็นชา “อยากจะรู้เช่นนั้นรึ?
งั้นก็นำชีวิตเจ้ามาสิ ข้าถึงจะตอบให้!”
เมื่อกล่าวจบทั้ง 2 คนก็ไม่สนใจ อู่ อวี้ หันกายจาก
ไปในทันที มุ่งไปยังทิศทางที่พวกมันเพิ่งจะผ่านมา
อย่างไรก็ตามพวกมันกลับโชคไม่ดีนัก ในตอนที่
เพิ่งจะก้าวออกไปไม่กี่ก้าว ทันใดนั้นมหาสมุทรก็
เกิดการผันผวนขึ้น และทั้ง 2 คนก็ถูกพัดพาไปใน
ทิศทางที่ต่างกันจนแยกจากกันไปในทันที
“หมิงซวง ตกลงอสูรมณีกำเนิดอัสนีคือตัวอะไร?”
ไม่ง่ายเลยที่ หมิงซวง จะหาโอกาสแสดงตัวออกมา
และเมื่อยามประจวบเหมาะแก่การอวดอ้างความรู้
ปรากฎขึ้นมา นางจึงหัวเราะขึ้นแล้วกล่าวออกมา
อย่างภาคภูมิว่า “ไหนเจ้าคนโง่เขลาที่ไม่รู้อะไรเลย
ในช่วงเวลาสำคัญ หากไม่ได้ข้า ท่านหมิงซวงผู้นี้
ออกมาช่วยแล้วจะทำสิ่งใดได้ ฮี่ ฮี่”
“เจ้าจะหยุดกล่าววาจาไร้สาระสักวันได้มั้ยเนี่ย?”
“ไม่ได้ ท่านย่าพอใจเช่นนี้ แล้วเจ้าจะทำไมเล่า?”
นี่เป็นสิ่งที่ หมิงซวง มักจะชอบกระทำ และมันทำ
ให้เขาต้องเสียเวลาโดยเปล่าประโยชน์ทุกครั้งไป
หลังจากที่นางพึงพอใจแล้ว จึงกล่าวว่า “เท่าที่นึก
ได้ มันเป็นสรรพเทวะวิญญาณประเภทหนึ่ง ที่
อาศัยได้เพียงแค่ในเส้นทางเซียนบรรพกาล มัน
ไม่ใช่คนและแน่นอนก็ไม่ใช่ปีศาจอีกด้วย มี
เพียงแต่สรรพเทวะวิญญาณที่ถือกำเนิดจากผืน
ปฐพีแลสวรรค์จึงจะสามารถมาปรากฏตัวที่นี่ได้
ข้าเพิ่งจะได้ยินพวกมันคุยกันเรื่องของสิ่งที่เรียกว่า
‘อสูรมณีกำเนิดวารี’ ไม่แน่ว่าบนตัวของอสูรมณี
กำเนิดอัสนีแต่ละตัว อาจจะมีศิลามณีกำเนิดอัสนี
อยู่ 1 ชิ้น นั่นก็น่าจะหมายความว่ามีอสูรมณี
กำเนิดวารีอยู่ด้วยเช่นกัน? ข้าไม่เคยได้ยินเกี่ยวกับ
อสูรประเภทนี้มาก่อน แต่มันจะต้องเป็นสรรพเทวะ
วิญญาณอย่างแน่นอน”
ในมหาสมุทรแห่งนี้ กลับมีสรรพเทวะวิญญาณวิ่ง
เพ่นพ่านไปทั่วทุกที่
จำได้ว่าครั้งที่แล้วที่สรรพเทวะวิญญาณปรากฏตัว
ออกมา มันก็คือที่คฤหาสน์มารกลืนสวรรค์ ซึ่งมัน
เป็นแสงสีเขียว สำหรับเรื่องนี้ อู่ อวี้ ค่อนข้างจะมี
ความทรงจำที่ฝังลึกไม่น้อย
“ดูสิ กระทั่งเหล่าอัจฉริยะอย่างพวกมันยังคิดว่า
‘ศิลามณีกำเนิดว่ารี’ เป็นสมบัติล้ำค่า เช่นนั้นมัน
ต้องเป็นของที่มีความสำคัญอย่างแน่นอน ก็ไม่น่า
แปลก บนเส้นทางเซียนบรรพกาล ย่อมมีสมบัติ
มากมายอยู่แล้ว!”
อู่ อวี้ คิดว่าในขณะที่กำลังมองหาคนของ
อาณาจักรโบราณเหยียนหวง เขาก็จะลองค้นหา
พวกมันดูด้วยเช่นกัน แต่ที่สำคัญก็คือ เขากลับไม่รู้
ว่าจะสามารถหาสมบัติเช่นนี้ได้ที่ไหน
ดังนั้นเขาจึงเพิ่มขอบเขตในการสำรวจ ค้นหาทั่ว
ทุกทิศ ในระหว่างค้นหาเขาก็ได้พบกับผู้คน
มากมาย ซึ่งสีหน้าของพวกมันเต็มไปด้วยความเร่ง
รีบ คอยค้นหาอย่างบ้าคลั่ง จึงไม่ใช่เรื่องง่ายที่ อู่
อวี้ จะเข้าร่วมพรรคพวกกับพวกเขา
ดูเหมือนว่าทุกคนจะล่วงรู้ถึงการดำรงอยู่ของสรรพ
เทวะวิญญาณเหล่านี้ ดังนั้นภายในมหาสมุทรแห่ง
นี้จึงเต็มไปด้วยบรรยากาศแห่งการล่า
“มีทั้งอสูรมณีกำเนิดอัสนี อสูรมณีกำเนิดวารี หาก
สังหารมันได้ ก็จะได้รับศิลามณีกำเนิดอัสนีและ
ศิลามณีกำเนิดวารีที่อยู่ในร่างของพวกมัน ศิลามณี
กำเนิดอัสนีดูเหมือนจะเป็นสมบัติโบราณที่มีความ
เก่าแก่โบราณทีเดียว นับว่าเป็นสมบัติมากเรื่องเสีย
จริง แต่กระนั้นมันก็ยังมีเส้นชีพจรวิญญาณถึง 7
เส้น! มูลค่าของมันนับว่าสูงลิ่ว และว่ากันว่ามันมี
ความสำคัญต่อการฝึกตนอย่างยิ่ง”
อู่ อวี้ ค่อยๆรวบรวมข้อมูลข่าวสารที่เชื่อถือได้จาก
คนอื่นๆ
“มีเพียงแค่ 2 ประเภทเท่านั้นเองรึ? ไม่มีอสูรมณี
กำเนิดอัคคี? หรือว่าศิลามณีกำเนิดอัคคีเลยรึยังไง
กันนะ? ถ้าหากมันมีเส้นชีพจรวิญญาณถึง 7 เส้น
เจ้าสมบัติวุ่นวายนี้ ไม่แน่ว่ามันอาจจะช่วยเหลือ
เจ้าได้อย่างใหญ่หลวงทีเดียว หากมีมันมาก
พอแล้วละก็นะ” หมิงซวง กล่าว
“ยังไม่มีผู้ใดกล่าวถึงมันเลย แต่ไม่แน่มันอาจจะมีก็
เป็นได้“ อู่ อวี้ เอ่ย
อย่างไรก็ตามในตอนนี้ ตั้งแต่เข้ามาเขากลับยังไม่
เห็นสรรพเทวะวิญญาณเลยแม้แต่ตัวเดียว
………………………………………………..
(´▽`).。o♡ เพลิน
กลืนสวรรค์สะท้านทวยเทพ