กลืนสวรรค์สะท้านทวยเทพ - ตอนที่ 555 : ตั๊กแตนจับจั่น รอฉกฉวยโอกาศ
มหาสมุทรทมิฬที่ไร้ซึ่งขอบเขตแห่งนี้ ปรากฏคลื่น
กระแสธาราแห่งความปันปั่วนจำนวนนับไม่ถ้วน
ทำให้คนหลายร้อยชีวิตไม่อาจรู้ตำแหน่งของสรรพ
เทวะวิญญาณ สถานการณ์ในตอนนี้เรียกได้ว่าเต็ม
ไปด้วยความสับสนวุ่นวาย
อู่ อวี้ ที่อยู่ใจกลางมหาสมุทร เขาคอยลอบ
เคลื่อนไหวไปทุกทิศทุกทาง แต่เขามักจะถูกคลื่น
กระแสน้ำวนพัดกวาดไปอยู่บ่อยครั้ง หลังจากที่ถูก
กระแสน้ำพัดพาไป จึงเป็นการยากที่จะคาดคะเน
ทิศทางใหม่ในเวลาอันสั้น
ทุกครั้งที่พบกับคนอื่นๆ พวกมันแต่ละคนก็กำลัง
รีบเร่งค้นหาสรรพเทวะวิญญาณ จากบทสนทนา
ของพวกมัน ดูเหมือนว่าจะมีคนจำนวนมากที่ได้
ครอบครองสมบัติเหล่านั้นไปแล้ว
“ไม่รู้ว่าในหมู่ผู้คนหลายร้อยคนนี้ จะมีตัวตนที่เป็น
ถึงสุดยอดอัจฉริยะแห่งชมพูทวีปโลกธาตุอยู่
มากมายเท่าไหร่”
ยามที่เขาได้พบกับผู้คน จะปรากฎรุ่นเยาว์ซึ่งอายุ
น้อยเป็นอย่างยิ่ง แต่กลับบรรลุถึงขอบเขตก่อร่าง
กำเนิดจิตเทวะไปเรียบร้อยแล้ว และยังมีพื้นฐาน
ฝึกตนที่ลึกล้ำ ไม่ด้อยไปกว่าเจ้านครจักรพรรดิ
เพลิง กับ จอมจักรพรรดิเลย
คนเหล่านี้นับว่าช่างสูงส่งจนไม่อาจเอื้อมได้
แน่นอนว่าพวกมันเหล่านั้นย่อมไม่แม้แต่จะชำเลือง
ผู้ใด ท้ายที่สุดจึงเป็นเหมือนกับว่าพวกมันอยู่
ภายในมหาสมุทรทมิฬที่เต็มไปด้วยความผันผวน
แห่งนี้เพียงตามลำพัง และเฝั้าค้นหาสรรพเทวะ
วิญญาณอย่างบ้าคลั่ง
ขณะนี้ อู่ อวี้ ก็กำลังทำการค้นหาด้วยเช่นกัน
เขาไปมาแล้วหลายสถานที่ ขอบเขตการค้นหาก็
อยู่เหนือกว่าผู้คนจำนวนมาก
แต่กลับไม่เห็นแม้แต่เงา
หลังจากที่ผ่านไปแล้วประมาณ 3 วัน อู่ อวี้ ก็รู้สึก
ถึงการเคลื่อนไหวที่เกิดขึ้นอยู่ด้านหลัง เขาได้ถูก
กระแสน้ำพัดพามายังที่แห่งนี้ด้วยความรุนแรง
โดยที่ไม่ต้องหันกลับไปมองก็รู้สึกได้ถึงน้ำทะเลที่
ล้อมรอบตัวเขากำลังถาโถมเข้ามาอยู่ ซึ่งมันทำให้
เขารู้สึกว่าตัวเองเกิดอาการเหน็บชา!
นี่มันพลังอัสนี!
เมื่อหันกลับไปมองมหาสมุทรที่อยู่ห่างไกล ปรากฏ
เป็นอสรพิษอัสนีสีม่วงเข้ม ยิ่งห่างไกลออกไป
เท่าไหร่ อสรพิษอัสนีก็ยิ่งรวมตัวกันมากขึ้น ระดับ
ของความบิดเบือนยิ่งบ้าคลั่ง
อู่ อวี้ ใช้เนตรเพลิงอย่างรวดเร็ว จากนั้นก็ค้นพบ
ในทันทีว่าระยะห่างจากเขาไปอีกประมาณ 300
จั้ง มีอสูรอยู่ 1 ตน ซึ่งอสูรตนนั้นมีขนาดไม่ใหญ่
มากนักซึ่งหากคาดคะเนจากสายตาน่าจะเท่ากับ
อาชาหนึ่งตัว แต่มันกลับดูศักดิ์สิทธิ์อย่างมาก หาก
มองอย่างละเอียด อสูรตัวนี้ราวกับเป็นสัตว์สวรรค์
อาชาในตำนาน โดยเฉพาะอย่างยิ่งทั่วทั้งตัวของ
มันมีเกล็ดเช่นเดียวกับมังกรเทวะ
แน่นอนว่านี่จะต้องเป็น สัตว์อสูรกำเนิดอัสนีที่ทุก
คนพูดถึง
อสูรกำเนิดอัสนีถึงแม้ว่าจะมีขนาดไม่ใหญ่มากนัก
แต่รอบกายของมันก็มีกระแสสายฟั้าปกคลุมอยู่
ซึ่งมันดูค่อนข้างน่ากลัวเป็นอย่างยิ่ง การดำรงอยู่
ของมัน ทำให้ในระยะ 300 จั้ง เต็มไปด้วยอสรพิษ
อัสนีอยู่นับพันนับหมื่นสาย ซึ่งในเวลานี้กำลังเลี้ยว
ลดฉวัดเฉวียนไปมาอย่างบ้าคลั่ง ไม่ต้องกล่าวถึง
คนธรรมดา ต่อให้เป็นผู้ฝึกตนขั้นหลอมรวม
ลมปราณ ตราบใดที่เข้าไปใกล้กับอสูรกำเนิดอัสนี
ในระยะ 10 ลี้ คาดว่าจะต้องถูกกระแสไฟฟั้าอัสนี
ที่อยู่ในมหาสมุทรนี้โจมตีเข้าจนตกตายไปในทันที
อสูรกำเนิดอัสนี เมื่ออยู่ท่ามกลางมหาสมุทร จึง
สามารถเห็นได้อย่างชัดเจนมาก
ในขณะที่ อู่ อวี้ พบตัวมัน มันก็พบเจอ อู่ อวี้ ด้วย
เช่นกัน บัดนี้มันมองมาด้วยสายตาที่น่าหวาดหวั่น
และขณะนั้นเองพริบตาเดียวมันก็ได้ปลดปล่อย
พลังอำนาจอันน่าเกรงขามถาโถมเข้ากดดัน ราว
กับว่าปรากฏเป็นเสียงฟั้าร้องฟั้าผ่าจำนวนนับไม่
ถ้วน ทะลวงเข้ามาในร่างกายของเขา!
เมื่อมันเห็นว่า อู่ อวี้ อยู่คนเดียว ทั้งยังดูไม่ค่อย
แข็งแกร่ง อสูรกำเนิดอัสนี จึงหยุดการโจมตีลงและ
เตรียมจากไปในทันที มันเงยหน้าขึ้นด้วยความ
เย่อหยิ่ง เกียจคร้านที่จะสนใจ อู่ อวี้ อีกต่อไป และ
ค่อยๆเดินต่อไปเรื่อยๆ
“โดนดูแคลนใส่งั้นรึ” อู่ อวี้ หัวเราะไม่ได้ร้องไห้ไม่
ออก ตั้งแต่ที่เขามายังสถานที่แห่งนี้ แม้แต่สัตว์ที่
ถูกล่าก็ยังดูแคลนเขา นับว่าช่องว่างระหว่างตนกับ
สถานที่แห่งนี้มีมากเกินไปจริงๆ
“ไอเจ้านี่มีพลังที่ร้ายกาจยิ่งนัก เสมือนกับว่ามัน
เป็นตัวแหล่งรวบรวมเพื่อกำเนิดสายฟั้า ซึ่ง
แหล่งกำเนิดสายฟั้าสามารถสร้างสายอัสนีที่รุนแรง
เหลือคณา หากเจ้าต่อสู้กับมันก็คาดว่าจะมีแต่แพ้
กับแพ้ ตำแหน่งแก่นแท้ของมันอยู่ที่ศีรษะ ซึ่งจุด
นั้นจะต้องมีศิลากำเนิดอยู่อย่างแน่นอน และมัน
ย่อมเป็นศิลามณีกำเนิดอัสนีไม่แปลกปลอม
ผิดเพี้ยน ซึ่งศิลาก้อนมีมูลค่าเทียบเท่ากับศาสตรา
เต๋าวิถีแท้หนึ่งชิ้นเลยทีเดียว ” กระทั่ง หมิงซวง
ยังได้กล่าวออกมาว่า อู่ อวี้ ไม่ใช่คู่ต่อสู้ของมัน
ทำให้ อู่ อวี้ ไม่ยินยอมพร้อมใจอย่างมาก บน
เส้นทางของเขาได้บดขยี้เหล่าอัจฉริยะมาแล้ว
จำนวนมาก แต่กระทั่ง อสูรกำเนิดอัสนี เขาก็ไม่
อาจรับมือด้วยได้?
ตูม!
หลังจากที่เขาค้นพบอสูรกำเนิดอัสนี เขาก็แทบจะ
ไม่ลังเล คนเร่งทะยานตรงไปหาอสูรกำเนิดอัสนี
ในทันที ขณะที่เขากำลังทะยานไปข้างหน้า มือข้าง
หนึ่งก็ได้ล้วงไปในถุงจักรวาลเพื่อนำ เสามังกร
สมุทรคลั่ง ออกมา
แต่แค่นี้ยังคงไม่เพียงพอ
ดังนั้น อู่ อวี้ จึงรีบเรียกร่างอวตารนอกวิถีทั้ง
1,000 ร่างออกมาอย่างพร้อมเพรียง ในเวลานั้น
คนนับ 1,000 ก็เข้าปิดล้อมอสูรกำเนิดสายฟั้า
เอาไว้ กระทั่งคนทั่วไปไม่อาจจะแยกแยะได้ว่าร่าง
ไหนคือร่างจริงของ อู่ อวี้ ฉะนั้นจึงไม่ต้องกล่าวถึง
อสูรกำเนิดอัสนี
เมื่อมันเห็น อู่ อวี้ กำลังจะโจมตีใส่ตน อสูรกำเนิด
อัสนี จึงบังเกิดโทสะ ฉับพลันเสียงกู่ร้องคำรามก็
แผ่ขยายออกเป็นวงกว้าง ในขณะที่มันกำลัง
คำราม แหล่งกำเนิดสายฟั้าที่อยู่ร่างกายของมันก็
ปะทุออกมา พริบตาเดียวอสรพิษอัสนีที่อยู่รอบ
กายมันได้ควบแน่นจนกลายเป็นสายฟั้าอันทรง
พลัง พร้อมกวาดล้างโจมตีไปยังเหล่าร่างอวตาร
ทั้งหมดของ อู่ อวี้ ด้วยสายฟั้าที่มาจาก
แหล่งกำเนิดสายฟั้าอันน่าหวาดกลัว ในชั่วพริบตา
ร่างอวตารเบื้องหน้า 300 ร่าง ก็ถูกระเบิดจนสลาย
เป็นเถ้าถ่านไปในทันที!
“ทำไมถึงได้น่าหวาดหวั่นถึงเพียงนี้!”
ตัวเขาสัมผัสได้ถึงความน่ากลัวของอสูรกำเนิด
สายฟั้าแล้ว ยามนี้ อู่ อวี้ จึงไม่กล้าที่จะดูถูกมันอีก
ต่อไป ในห้วงความเป็นความตายที่เหล่าร่าง
อวตารถูกโจมตีจนหายไปหลายร้อยร่าง อู่ อวี้ จึง
สั่งให้เหล่าร่างอวตารเร่งสำแดง ‘เคล็ดวิชาประมุข
ฟั้าเจ้าเทวะ’ ออกมาในทันที!
พร้อมกับเปิดใช้งานเคล็ดเจ้าเทวะ ทำให้ร่าง
อวตารที่เหลือไม่ถึง 700 ร่างกลายเป็นลำแสงสี
ทองเข้าครอบคลุม ด้วยวิธีการเสริมความ
แข็งแกร่งเช่นนี้ ทำให้พลังจากแหล่งกำเนิดอัสนีอัน
แสนน่าหวาดกลัวไม่อาจจะแตะถูกตัวเหล่าร่าง
อวตารทั้งหลายได้ ครู่ต่อมา อู่ อวี้ ได้แทรกซึมเข้า
ไปในกลุ่มร่างอวตาร และทดลองค้นหาตำแหน่ง
ของแหล่งกำเนิดอัสนีที่อยู่บนร่าง ถ้าหากเขาไม่มี
เคล็ดวิชาประมุขฟั้าเจ้าเทวะคอยคุ้มกายอยู่ เกรง
ว่าเนื้อตัวของเขาก็คงเต็มไปด้วยแผลเหวอะหวะไป
นานแล้ว
เขารู้ถึงความแข็งแกร่งของ อสูรกำเนิดอัสนี ตัวนี้
เป็นอย่างดี เพราะกระทั่งคนอื่นยังจับ อสูรกำเนิด
อัสนี ได้มาอย่างยากลำบาก ทำให้ อู่ อวี้ รู้ว่าควร
จะดำเนินการต่อไปเช่นไร
นั่นก็คือการใช้ความเร็วสูงสุด และใช้ออกด้วยพลัง
ที่แข็งแกร่งที่สุด ปลดปล่อยพลังโจมตีไปอย่าง
รวดเร็วและรุนแรงจนไม่ปล่อยโอกาสให้ศัตรูตั้งตัว!
“เคล็ดวิชาหมื่นเตาหลอมจักรพรรดิเจ้าเทวะ!”
ร่างอวตารที่เหลืออยู่ในตอนนี้ได้โอบล้อมอสูร
กำเนิดอัสนีทั่วทั้ง 4 ด้าน 8 ทิศ ในช่วงเวลาที่ อสูร
กำเนิดอัสนี พลันระเบิดพลังสายฟั้าออกมา ร่าง
อวตารทั้งหลายก็ขยับไหวอย่างพร้อมเพรียงกัน!
เปลวเพลิงพิโรธสีดำทมิฬพวยพุ่งออกมาปิดล้อม
อสูรกำเนิดสายฟั้าเอาไว้อย่างแน่นหนา ด้วยการที่
ร่างจริงของ อู่ อวี้ ได้สำแดงพลังออกมาด้วย
เช่นกัน จึงทำให้พลังอำนาจแข็งแกร่งมากยิ่งขึ้น!
ท่ามกลางเปลวเพลิงสีดำทมิฬ รูปปันของเจ้าเทวะ
พลันทะยอยปรากฏออกมา เมื่อเทียบกับ อสูร
กำเนิดอัสนี ยังทรงพลังอำนาจมากกว่า!
แค่พริบตาเดียวเปลวเพลิงสีดำทมิฬจำนวนนับไม่
ถ้วน ได้เจาะทะลวงไปยังพลังที่แหล่งกำเนิดอัสนี
ปลดปล่อยออกมา พร้อมพุ่งตรงสู่ร่างของอสูร
กำเนิดอัสนีอย่างรวดเร็ว เพียงแค่ชั่วพริบตา อสูร
กำเนิดอัสนี ก็ได้ถูกเคล็ดวิชาหมื่นเตาหลอม
จักรพรรดิเจ้าเทวะกลืนกินเข้าไปโดยสมบูรณ์
ด้วยเคล็ดวิชาโจมตีอันบ้าคลั่งรุนแรงอันน่า
หวาดกลัวของ อู่ อวี้ ผนวกกับร่างอวตารจำนวน
มากมาย จึงทำให้ อสูรกำเนิดอัสนีเกิดความสับสน
ชั่วครู่ และมิอาจตอบสนองได้ชั่วขณะจิต
ตูม!
ในเวลานี้กระแสอัสนีที่อยู่บนร่างของอสูรกำเนิด
อัสนี ทั้งหมดได้ถูกเคล็ดเจ้าเทวะของ อู่ อวี้ กลืน
กินไปจนสิ้น เปลวเพลิงทมิฬทั้งหมดกำลัง
ควบแน่นกันจนกลายเป็นลูกบอลเพลิงสีดำทมิฬ
ขนาดมหึมา 1 ลูกอยู่ที่ใต้ท้องมหาสมุทร บนลูก
บอลเพลิงลูกนั้น มีรูปปันเจ้าเทวะจำนวนหลาย
หมื่นรูปกำลังร่ายบริกรรมคาถาออกมา เมื่อเสียง
แพร่กระจายออกไปเป็นวงกว้าง ทำให้อสูรกำเนิด
อัสนีถูกกักขังเอาไว้อยู่ใจกลาง อสูรกู่ร้องคำราม
ออกมาด้วยความโกรธเกรี้ยวหมายมาดจะทะยาน
ฝั่าออกมา แต่ภายในเวลาสั้นๆ มันย่อมไม่อาจจะ
ออกไปไหนได้
สามารถมองเห็นได้ว่าในบางครั้งบนลูกบอลเพลิง
ทมิฬจะปรากฏเป็นสายอัสนีสีม่วง *แปล๊บแปล๊บ*
เจาะทะลวงออกมาเป็นครั้งคราว
ในตอนนี้ อู่ อวี้ กำลังปรับแต่งเคล็ดเจ้าเทวะ
เพื่อให้กักขังได้นานขึ้น อย่างไรก็ตามสิ่งนี้ก็ไม่ได้
เป็นอุปสรรค์ต่อการสำแดงเคล็ดมหาวิถีเชื่อม
สวรรค์อีกวิชาของเขา เพราะยังไงแล้วหลังจากที่
มันได้ติดกับดักของเคล็ดวิชาหมื่นเตาหลอม
จักรพรรดิเจ้าเทวะแล้ว เขาก็ทำเพียงแค่ส่ง
พลังงานและคอยควบคุมเท่านั้น ครู่ต่อมาก็ถึงเวลา
ที่จะลงดาบอย่างแท้จริง!
“สกัดวิญญาณ!“
อู่ อวี้ เปิดใช้งานเคล็ดวิชาขั้นที่ 2 ของเนตรเพลิง
สกัดวิญญาณ!
ถึงแม้ว่าอสูรกำเนิดอัสนีจะเป็นถึงสรรพเทวะ
วิญญาณ แต่วิญญาณของมัน ก็ไม่รู้ว่าจะเป็นการ
ดำรงอยู่ที่แปลกประหลาดขนาดไหน อย่างไรก็ตาม
เคล็ดสกัดวิญญาณของ อู่ อวี้ กลับสามารถใช้
ได้ผล! บรรพบุรุษมารกลืนสวรรค์ก็เป็นสรรพเทวะ
วิญญาณ อีกทั้งมันก็ยังเป็นตัวตนเฉกเช่นวิญญาณ
ด้วยเช่นกัน
ไม่ต้องสงสัยเลยว่า อสูรกำเนิดอัสนี ที่กำลังถูก อู่
อวี้ แผดเผาทั้งกายเนื้อและกลั่นสกัดวิญญาณ
พร้อมๆกัน จึงทำให้ประสิทธิภาพในการเผาผลาญ
ของ เคล็ดเจ้าเทวะ ทวีคูณยิ่งขึ้น
ในส่วนลึกของมหาสมุทร จะเห็นลูกบอลเพลิงสีดำ
ทมิฬขนาดมหึมากำลังหมุนวนไปมาอย่างบ้าคลั่ง
และบนนั้นก็มีรูปปันเจ้าเทวะกำลังนั่งสมาธิปรากฎ
อยู่เต็มไปทุกส่วน
บางครั้งก็มีสายอัสนีแลบออกมาเป็นครั้งคร่าว ซึ่ง
บัดนี้แหล่งกำเนิดอัสนีกำลังระเบิดพลังโจมตีหมาย
มาดฝั่าวงล้อมออกไปให้ได้ ซึ่งตอนนี้ อสูรกำเนิด
อัสนี ค้นพบร่างจริงของ อู่ อวี้ แล้ว แต่กระนั้นใน
ยามนี้ อู่ อวี้ ได้สวมใส่ชุดเกราะศาสตราเต๋าวิถีแท้
อยู่บนร่าง ถึงแม้ว่าแหล่งกำเนิดอัสนีจะปลดปล่อย
พลังโจมตีออกมามากเพียงใด แต่ก็ยังไม่เพียงพอที่
ทำอันตรายใดๆกับ อู่ อวี้ ได้
ตอนนี้ อู่ อวี้ กำลังทุ่มเทแรงกายแรงใจทั้งหมด
และจู่โจมมันอย่างฉับพลัน หากวิธีนี้ยังไม่สามารถ
จัดการกับอสูรกำเนิดอัสนีได้ เขาก็คงไม่มี
คุณสมบัติในการที่จะเข้าร่วมการล่าในครั้งนี้ได้
การสกัดวิญญาณและประคองเคล็ดเจ้าเทวะนี้ กิน
เวลาถึง 1 ชั่วยามเต็ม!
อู่ อวี้ นับว่าโชคดีอย่างยิ่ง ที่กระแสน้ำวนไม่ได้
ปรากฏออกมาภายในช่วงเวลานี้
อสูรกำเนิดอัสนี เริ่มต่อต้านรุนแรงมากขึ้น ยิ่งเวลา
ผ่านไปนานเท่าไหร่ พลังต่อต้านของมันก็ลดลงไป
เรื่อยๆ จนกระทั่งท้ายที่สุด อู่ อวี้ ก็สามารถทำได้
สำเร็จ!
สรรพเทวะวิญญาณหมดสิ้นพลังในการดิ้นรนไป
โดยสมบูรณ์ ร่างกายของมันถูกแผดเผาไปแล้วกว่า
ครึ่ง จนบัดนี้มันได้แน่นิ่งไม่ไหวติง
อย่างไรก็ตามในตอนนี้สีหน้าของ อู่ อวี้ กลายเป็น
ซีดขาว หอบหายใจออกมาอย่างเหนื่อยล้า พลัง
ของเขาแทบจะหมดสิ้น แต่เขาก็มีชัยเหนือ อสูร
กำเนิดอัสนี ในที่สุด
หลังจากที่เคล็ดวิชาหมื่นเตาหลอมจักรพรรดิเจ้าเท
วะสลายไป อู่ อวี้ มองไปยังซากศพของ อสูร
กำเนิดอัสนี ที่กำลังสลายไปบนผืนมหาสมุทร ศิลา
มณีกำเนิดอัสนี พลันปรากฎขึ้น มันเป็นก้อนศิลาที่
มีขนาดเท่ากำปัน ลักษณะของมันดูแปลก
ประหลาด เป็นหินโปร่งแสงสีม่วง ศิลาก้อนนี้มี
กระแสอัสนีรายล้อมอยู่เบื้องหน้านี้คือ ‘ศิลามณี
กำเนิดอัสนี’ ซึ่งพลังอำนาจของมันกลับดูไม่ลดลง
เลยแม้แต่น้อย
ในที่สุดหลังจากที่พยายามอย่างหนัก เขาก็
สามารถเก็บเกี่ยวได้สำเร็จ
อู่ อวี้ เอื้อมมือพร้อมกับกำลังจะนำ ศิลามณีกำเนิด
อัสนี ออกมา
นับว่าออกแรงมากหน่อยแต่คุ้มค่าไม่น้อย
แต่ใครจะคาดคิดว่าหลังจากนั้นฉับพลัน ปรากฏ
พลังสายหนึ่ง ได้พวงพุ่งเข้ามาแทรกกลางระหว่าง
อู่ อวี้กับ ศิลามณีกำเนิดอัสนี ขณะนั้น ท่ามกลาง
มหาสมุทร พลันปรากฏกลุ่มเมฆสีขาวซึ่งเปียมไป
ด้วยพลังอันหนาแน่น อู่ อวี้ ที่อยู่ภายใต้อาการ
เหนื่อยล้า อีกทั้งไม่ได้มีการเตรียมการปั้องกันแต่
อย่างใด จึงถูกพลังอันรุนแรงซัดปลิวจนกระเด็น
ออกไป
เมื่อเขายันกายลุกยืนขึ้นมา ก็พบเห็นเป็นชายหนุ่ม
ที่ทั่วทั้งร่างสวมใส่ชุดสีขาว เป็นชายหนุ่มที่มีผม
ยาวสลวย มันยืนอยู่ด้านหน้าของเขาและยกยิ้ม
ออกมา ซึ่งในมือมันได้ถือ ศิลามณีกำเนิดอัสนี
เอาไว้ จากนั้นมันก็ได้กล่าวถากถางออกมา
“สมบัติชิ้นนี้ จะถือว่าเป็นของขวัญไถ่บาปที่เจ้าไม่
เคารพข้าเมื่อครั้งก่อน สมบัติชิ้นนี้คือบรรณาการที่
ข้าจะไม่ขับไล่เจ้าออกไปจากเส้นทางเซียนบรรพ
กาลแห่งนี้ คิดได้ริอาจแย่งชิงมันกลับไป เห็นได้ชัด
ว่าเจ้าก็ไม่ใช่คนที่โง่เขลา เจ้าคงอ่านสถานการณ์
ออกหรอกนะ”
ไม่คาดคิดว่าจะเป็นองค์ชายเมฆาแห่งอาณาจักร
เมฆา
อู่ อวี้ เพิ่งจะเอาชนะ อสูรกำเนิดอัสนีมาได้ ทำให้
เขาผ่อนคลายลงมาเล็กน้อย แต่มันกลับปรากฎตัว
ออกมาแล้วแย่งชิงเขาไปดื้อๆเสียอย่างนั้น…….
เมื่อพิจารณาจากการลงมือเคลื่อนไหวของมัน ยาม
ที่ อู่ อวี้ กำลังต่อสู้ มันก็น่าจะอยู่ในระแวกนี้
เช่นนั้นมันจึงจับตำแหน่งได้อย่างแม่นยำ แต่
กระนั้นมันยังคงไม่รีบร้อนที่จะลงมือเพื่อรอที่จะ
แย่งชิงในคราเดียว
แต่ไหนแต่ไรมาไม่เคยมีใครสามารถฉกชิงของของ
อู่ อวี้ ได้
แต่ว่าองค์ชายเมฆาผู้นี้ อยู่ในขั้นตำหนักม่วงทะเล
มรกตระดับที่ 10 พลังต่อสู้เทียบเท่ากับจอมกระบี่
ซวนจี หรืออาจกระทั่งแข็งแกร่งยิ่งกว่า และบัดนี้
ศิลามณีกำเนิดอัสนี ได้ตกไปอยู่ในมือของมัน
นับว่าเป็นปัญหาร้ายแรงยิ่งแล้ว
อู่ อวี้ รู้สึกไม่ยินยอม แต่ทว่า ตัวเขามีพลังตกเป็น
รอง แล้วจะสามารถต่อกรกับองค์ชายเมฆาผู้นี้ได้
อย่างไร?
………………………………………………..
(´▽`).。o♡ เพลิน
กลืนสวรรค์สะท้านทวยเทพ