กลืนสวรรค์สะท้านทวยเทพ - ตอนที่ 556 : สรรพเทวะวิญาณชนิดที่ 3
ไม่ใช่เรื่องง่ายจะเอาชนะ อสูรมณีกำเนิดอัสนี หาก
ว่าจะปล่อยไปง่ายๆเช่นนี้ย่อมไม่ใช่ อู่ อวี้ แล้ว
ขณะนี้ องค์ชายเมฆา กำลังนำศิลามณีกำเนิดอัสนี
ใส่ลงไปในถุงจักรวาลของตนเอง
ซึ่งหมายความว่าหาก อู่ อวี้ ปรารถนาจะนำ ศิลา
มณีกำเนิดอัสนี กลับคืนมา เขาจะต้องเอาชนะมัน
ให้ได้อย่างสมบูรณ์ถึงจะสามารถนำ ศิลามณี
กำเนิดอัสนี มาจากมือของมันได้ แน่นอนว่าการจะ
แย่งชิง ศิลามณีกำเนิดอัสนี กลับคืนมาย่อมไม่ใช่
เรื่องง่าย
เมื่อเขามาถึง เส้นทางเซียนบรรพกาล เขาก็ได้พบ
เจอกับคนที่แข็งแกร่งมากมายเสมือนดอกเห็ด ซึ่ง
เกินเกินกว่าที่คาดเอาไว้เล็กน้อย ถึงกระนั้นการ
ต่อสู้ก็ยังคงต้องดำเนินต่อไป
อู่ อวี้ ยังไม่ได้เรียกร่างอวตารกลับไป กระทั่ง เคล็ด
วิชาประมุขฟั้าเจ้าเทวะ ด้วยเช่นกัน
องค์ชายเมฆา คิดว่า อู่ อวี้ จะล่าถอยเขาหนีไปอีก
ครั้ง แต่องค์ชายไม่เคยคิดเลยว่า เขาจะใช้ร่าง
อวตารมาล้อมตนเองเอาไว้เช่นนี้ ร่างอวตารค่อย
ๆ ปรากฏกายขึ้นทีละตน ๆ ทุก ๆ ตนล้วนดุดัน
เกรี้ยวกราดน่าเกรงขามเป็นอย่างยิ่ง ซึ่งร่างอวตาร
ทั้งหมดก็แสดงท่าทีราวกับว่าเตรียมพร้อมตัดสินชี้
เป็นชี้ตายในทันที
องค์ชายเมฆา หัวเราะแล้วพูดว่า ” ข้าเพิ่งเห็น
ความสามารถของเจ้า นับว่าไม่เลวเลยทีเดียว เป็น
พลังอิทธิฤทธิ์ที่ยอดเยี่ยมมาก บอกตามตรงข้าไม่
เคยได้ยินมาก่อนเลยว่า มีทักษะวิชาใดสามารถ
ปิดบังซ่อนพื้นฐานฝึกตนได้แนบเนียนถึงเพียงนี้
รวมถึงการยกระดับทางด้านกายเนื้อ แต่มันก็เป็น
แค่ความสำเร็จอันเล็กจ้อยเท่านั้น เจ้าแน่ใจแล้วใช่
หรือไม่ว่าจะไม่คิดหนี แล้วคิดจะแย่งมันไปจากมือ
ข้าใช่หรือไม่? ”
” ถ้าเจ้าทำให้ข้าโกรธ เกรงว่าเจ้าจะไม่มีโอกาสได้
บดขยี้ ยันต์เซียนบรรพกาล อีกต่อไป! ”
ในฐานะองค์ชายของ อาณาจักรเซียนเมฆา ผู้คาบ
ช้อนเงินช้อนทองมาตั้งแต่ถือกำเนิดเกิดมา มีผู้คอย
เบิกถางทางให้ คอยชี้แนะสิ่งที่ดีที่สุด ทรัพยากรที่
ใช้บ่มเพาะล้วนเป็นของชั้นเลิศทั้งสิ้น แม้ว่าใน
ชมพูทวีปโลกธาตุ จะมีอัจฉริยะอยู่มากมายนับไม่
ถ้วน ดังนั้นเมื่อต้องเผชิญหน้ากับ อู่ อวี้ เป็นผู้ไร้
ชื่อเสียงเรียงนาม มันจึงมิได้มีท่าทีกังวลเลยแม้แต่
น้อย
ซึ่งถ้าอีกฝั่ายสามารถทำให้มันรู้สึกสนุกได้ ก็นับว่า
เป็นเรื่องดีไม่น้อย
เมื่อแรกพบ อู่ อวี้ ได้หลบลี้หนีหายไปต่อหน้าต่อ
ตาของมัน แต่ท่าทีที่เขาแสดงออกต่อองค์ชายใน
ยามนี้ มันคือการยั่วยุท้าทายอย่างไม่ต้องสงสัย
ถึงแม้องค์ชายจะแสดงท่าทียิ้มแย้ม ทว่าภายในใจ
กลับรู้สึกหงุดหงิดมีโทสะอยู่ไม่น้อยทีเดียว อาจ
ด้วยเพราะเขามีศักดิ์ฐานะสูงส่งเป็นถึงราชนิกูล จึง
ไม่ค่อยมีผู้ไร้ชื่อเสียงเรียงนาม มาหาญกล้าท้าทาย
กระตุกหนวดพยัคฆ์
อย่างไรก็ตาม อู่ อวี้ ตอบโต้มันกลับคืนไปด้วยการ
โจมตีดุเดือดรุนแรง!
“ สำหรับข้าแล้วเจ้ามิได้ดูสูงส่งแม้แต่น้อย! ภายใน
ใต้หล้านี้ หาได้มีเจ้าแต่เพียงผู้เดียวที่เป็นองค์ชาย
”
ถ้าจะให้กล่าวไปแล้ว อู่ อวี้ ก็เคยเป็นองค์ชาย
เช่นเดียวกัน
ภายใต้โทสะอันโกรธเกรี้ยว หลังจากร่างอวตารที่
เหลือได้พักฟืนชั่วขณะหนึ่ง เขาก็เรียกกลับเอามา
ใช้ใหม่อีกครั้ง ครู่ต่อมาเหล่าร่างอวตารก็ใช้ออก
ด้วย ‘เคล็ดวิชาหมื่นเตาหลอมจักรพรรดิเจ้าเทวะ’
ทันที!
ด้วยเพราะอีกฝั่ายได้เห็นถึงความแข็งแกร่งของ
วิชาเจ้าเทวะ ดังนั้นยามนี้มันจึงเตรียมการปั้องกัน
แต่พลังกายเนื้อของ อู่ อวี้ นั้นแข็งแกร่งทรงพลัง
เป็นอย่างยิ่ง ซึ่งแน่นอนว่าองค์ชายยังไม่ได้เห็น
จากการต่อสู้ก่อนหน้า ทันใดนั้น อู่ อวี้ ก็ใช้ ‘เคล็ด
ระเบิดพลังคลั่ง’ เพิ่มพูนพลังขึ้นอย่างกะทันหัน
เมื่ออยู่ใน ร่างจำแลงเซียนวานร พลังกายเนื้อแล
ความแข็งแกร่งอันเป็นพื้นฐาน ก็ทวีขึ้นอย่าง
มากมายมหาศาล ใช้พลังจากชุดเกราะศาสตราเต๋า
วิถีแท้เสริมสร้างพลังแก่นแท้ตำหนักม่วง เสามังกร
สมุทรคคลั่ง ในมือถูกเหวี่ยงฟาด อัดกระแทกลงไป
พลังอำนาจอันมหาศาลแหวกฝั่ามหาสมุทร มุ่งตรง
เข้าใส่องค์ชาย!
การกระทำที่ อู่ อวี้ แสดงออกในวันนี้ ได้พิสูจน์
แล้วว่าเข้าหาได้หวาดกลัวองค์ชายเลยแม้แต่น้อย!
ร่างอวตารทั้งหมดของ อู่ อวี้ ใช้ เคล็ดวิชาหมื่น
เตาหลอมจักรพรรดิเจ้าเทวะ สะกดข่มคู่ต่อสู้ อีก
ทั้งวิธีนี้ยังช่วยสกัดกั้นคู่ต่อสู้อีกด้วย เพราะเขา
ล่วงรู้ดีว่าอีกฝั่ายอยู่ห่างจากระดับ ก่อร่างกำเนิด
จิตเทวะ เพียงไม่กี่ก้าวแล้ว ซึ่งกล่าวได้ว่าเกือบจะ
อยู่ยงคงกระพัน ดังนั้นเขาจึงจำต้องสั่นคลอนพลัง
อำนาจของฝั่าย ด้วยการทุ่มเททุกอย่างที่มี!
” ก็แค่ลูกไม้เด็ก ๆ !”
องค์ชายเมฆา แผดเสียงร้องคำราม อันที่จริงแล้ว
ภายในใจของมันท่วมท้นไปด้วยโทสะ ด้วยเพราะ
มันนั้นมีศักดิ์ฐานะสูงส่งเหนือกว่าผู้ใด ทว่ากลับถูก
อู่ อวี้ ท้าทาย
” วิหารเซียนเมฆา! ”
เมื่อต้องเผชิญกับการโจมตีถึงสองครั้งสองคราของ
อู่ อวี้ องค์ชายเมฆา ไม่ต้องการที่ที่จะพูดคุยเสวนา
ด้วยอีกต่อไป ในเวลานี้มันคือการแตกหัก ต้องบด
ขยี้กันเพียงอย่างเดียวเท่านั้น เห็นได้ชัดว่า อู่ อวี้
ใช้วิชาเจ้าเทวะผสานหลอมรวมกับพลอง ส่งผลให้
พลังอำนาจร้ายกาจน่าสะพรึงกลัวเป็นอย่างยิ่ง!
ภายใต้สถานะนี้ องค์ชายเมฆา ถึงกับอึ้งตะลึงงันไป
ชั่วครู่ อีกทั้งยังทำให้โทสะภายในใจยิ่งทวีเพิ่มขึ้น
ด้วยเหตุนี้มันจึงหยิบศาสตราเต๋าวิถีแท้ออกมา!
ภายใน เส้นทางเซียนบรรพกาล แห่งนี้โอกาสสูง
มากที่เหล่าอัจฉริยะจะมีศาสตราเต๋าวิถีแท้ ดังเช่น
ก่อนหน้านี้แม้แต่ ไปั๋ เสวี่ยหยวน กับ หลี่ ฉางกง ก็
ยังใช้ศาสตราเต๋าวิถีแท้ซึ่งแสดงให้เห็นว่าเกือบทุก
ผู้คนมีศาสตราเต๋าวิถีแท้!
อย่างไรก็ตามแม้ว่าจะเป็น ศาสตราเต๋าวิถีแท้
เหมือน ๆ กัน ทว่ายังมีความแตกต่างในเรื่อง
ระดับสูงระดับต่ำ ยกตัวอย่างเช่นหอกเมฆาล่า
ดารา ของ หลี่ ฉางกง กับ วิหารเซียนเมฆา ของ
องค์ชายเมฆา ถึงแม้เป็นศาสตราเต๋าวิถีแท้
เหมือนกัน ทว่าพลานุภาพแลขนาดนั้นแตกต่างกัน
อย่างสิ้นเชิง!
ทันใดนั้นเหนือศีรษะขององค์ชายเมฆา ก็ปรากฏ
วิหารเซียนซึ่งถูกห้อมล้อมไปด้วยมหาสมุทรเมฆา
วิหารเซียนที่ปรากฏขึ้นนี้ดูสง่างามน่าเกรงขาม
สูงส่งศักดิ์สิทธิ์หาใดเปรียบ ราวกับเป็นที่ประทับ
ของเซียนอมตะก็มิปาน เสมือนเป็นการดูหมิ่นฟั้า
ดิน หากสามัญชนคนธรรมดาแหงนมองดู ร่างกาย
ของคนผู้นั้นจะต้องสั่นเทิ้มด้วยความหวาดกลัว
ในเวลานี้ วิหารเซียนเมฆา กำลังพิทักษ์ปกปั้อง
องค์ชายเมฆา เอาไว้ภายใน ทันใดนั้นเองเปั้าหมาย
การโจมตีของ อู่ อวี้ ก็แปรเปลี่ยนเป็นปราณเซียน
ที่ห่อหุ้มโอบล้อมวิหารเซียนเอาไว้ หากคิดจะโจมตี
องค์ชายเมฆาแล้วละก็ เขาจำเป็นต้องทำลาย
ความสามารถของ ‘วิหารเซียนเมฆา’ ลงให้ได้ก่อน
ตูมตูมตูม!
ในพริบตานั้นเอง เคล็ดวิชาหมื่นเตาหลอม
จักรพรรดิเจ้าเทวะ ก็ปรากฏขึ้นอีกครั้ง เปลวเพลิง
ทมิฬแผ่ขยายปกคลุม วิหารเซียนเมฆาไว้จนหมด
สิ้น จากนั้นก็กลายเป็นลูกอัคคีขนาดใหญ่ แผดเผา
ผลาญอย่างบ้าคลั่ง!
อย่างไรก็ตาม อู่ อวี้ รู้ว่าดีว่าการโจมตีในครั้งนี้
ย่อมไม่เหมือนกับการโจมตี อสูรมณีกำเนิดอัสนี
ด้วยเพราะมีวิหารเซียนเมฆาคอยพิทักษ์ปกปั้อง
องค์ชายเมฆาเอาไว้อยู่ ส่งผลให้ เคล็ดวิชาหมื่น
เตาหลอมจักรพรรดิเจ้าเทวะ ไม่สามารถโจมตี
ทะลวงฝั่าเข้าไปได้ กล่าวได้ว่าความสามารถใน
การปั้องกันของศาสตราเต๋าวิถีแท้ชิ้นนี้ เหนือกว่า
ชุดเกราะสงครามประมุขฟั้า ของ อู่ อวี้ เสียอีก
คาดว่า มันแทบจะอยู่ในระดับเดียวกับเจดีย์
ประมุขฟั้าเลยก็ว่าได้
บัดนี้ ร่างต้นของ อู่ อวี้ กำลังฟาดเสาลงมาจาก
ท้องนภา แหวกผ่าเปิดคลื่นขนาดยักษ์ บังเกิดเป็น
การโจมตีสังหารพุ่งตรงเข้าใส่ พร้อมกับเปลวเพลิง
ทมิฬที่ลุกโหมกระหน่ำเผาผลาญ เสาได้ฟาดอัด
กระแทกเข้าใส่วิหารเซียนเมฆาทันที!
ตูม!!! ครืน!
บังเกิดเสียงกึกก้องกัมปนาทขึ้น!
วิหารเซียนเมฆาถูก อู่ อวี้ ฟาดเสาเข้าใส่อย่าง
รุนแรง จนลอยละลิ่วปลิวกระเด็นออกไป! นี่คือ
หนึ่งการโจมตีสังหารของ อู่ อวี้ ที่ระเบิด
ปลดปล่อยอำนาจอันบริสุทธิ์ออกมาถึงขีดสุด
แน่นอนว่าพลังทำลายล้างของมัน ย่อมน่า
สะพรึงกลัวเป็นอย่างยิ่ง ชั่วขณะนั้นเอง อู่ อวี้
สามารถได้ยินเสียงครวญครางอย่างเจ็บปวดของ
องค์ชายเมฆาดังแว่วมาอย่างชัดเจน
วิหารเซียนเมฆาภายในมหาสมุทร ม้วนกลิ้งออกไป
หลายร้อยจั้งกว่าจะสามารถรักษาความมั่นคงได้
ทั่วทั้งตัววิหารลุกท่วมไปด้วยเคล็ดวิชาหมื่นเตา
หลอมจักรพรรดิเจ้าเทวะ!
ทันใดนั้นเอง วิหารเซียนเมฆาพวยพุ่งลงมาจาก
มหาสมุทรเมฆา โดยมีเพลิงทมิฬของ อู่ อวี้ ลุก
โหมกระหน่ำกลืนกินทั้งตัววิหาร ชั่วอึดใจต่อมา
ใบหน้าขององค์ชายเมฆาก็ปรากฏออกมาจาก
มหาสมุทรเมฆา สีหน้าของมันบิดเบี้ยวทรมานจาก
การโจมตีสังหารของ อู่ อวี้ มันจับจ้องมาที่เขาด้วย
ดวงตาแดงฉาน พร้อมทั้งกล่าวขึ้นอย่างเกรี้ยว
กราดว่า ” เจ้ากำลังรนหาที่ตาย ! ”
ไม่เพียงแต่มันจะไม่สามารถข่มขู่กดดัน อู่ อวี้ ได้
แล้ว แต่มันยังถูก อู่ อวี้ จู่โจมเข้าใส่อย่างหนัก
หน่วงรุนแรง ซึ่งมันทำให้โทสะขององค์ชายเมฆา
พุ่งทะยานถึงขีดสุด
” กล้าแย่งชิงสมบัติข้า เจ้าก็กำลังรนหาที่ตาย
เช่นกัน ข้าจะจดจำความแค้นครั้งนี้ไว้ หากมี
โอกาสได้พบเจอกันครั้งต่อไป ข้าจะทำให้เจ้าต้อง
ชดใช้อย่างสาสม! จงจำเอาไว้ว่านามของข้าก็คือ
อู่ อวี้ ! ”
ถึงแม้จะโจมตีเข้าใส่อย่างเต็มกำลัง แต่ก็ไม่
สามารถทำให้อีกฝั่ายได้รับบาดเจ็บแม้แต่น้อย อู่
อวี้ ตระหนักได้อย่างชัดเจนว่า ด้วยช่องว่าง
ระหว่างพวกเขา ในเวลานี้ อู่ อวี้ ยังไม่สามารถทำ
ให้ฝั่ายตรงข้ามตื่นตระหนกหวาดกลัวได้ ซึ่งเขาก็
ทราบอย่างชัดแจ้งว่า หากปรารถนาจะนำบางสิ่งที่
เป็นของตนกลับคืนมาจริง ๆ เขาต้องยกระดับ
ความแข็งแกร่งของตนเองให้มากขึ้นยิ่งกว่านี้
ท่ามกลางความดุร้ายปั่าเถื่อนภายใน เส้นทาง
เซียนบรรพกาล อันแสนลึกลับพิสดาร โชควาสนา
และอันตรายนั้นถือเป็นของคู่กัน ซึ่ง อู่ อวี้ วันที่
เขาจะกลับมาผงาดอีกครั้ง มิได้อยู่ไกลเกินเอื้อม
” เจ้าคิดหนี? ” องค์ชายเมฆาคำรามลั่น พร้อมกับ
ทะยานออกมาจากภายในวิหารเซียนเมฆา ด้วย
โทสะที่พุ่งทะยานถึงขีดสุด มันไล่ล่าติดตาม อู่ อวี้
มาอย่างบ้าคลั่ง
“ ในที่สุดเจ้าก็เลิกมุดหัวอยู่ในกระดองเต่าแล้วงั้น
หรือ? โกรธมากหรือไง? แต่ช่างน่าเสียดายนัก ด้วย
ความเร็วเทียบเท่ากับเต่าคลานของเจ้า จะ
สามารถไล่ล่าติดตามข้ามาได้ทันหรือไม่?”
อู่ อวี้ แสยะยิ้มขึ้นที่มุมปาก ถึงแม้ว่าเขาจะไม่
สามารถนำสิ่งของซึ่งเป็นของตนกลับคืนมาได้ แต่
อย่างน้อยเขาก็ทำให้องค์ชายเมฆามีโทสะถึงขีดสุด
หลายครั้งหลายคราที่เพลิงโทสะนำพาไปสู่ความ
พ่ายแพ้
แน่นอนว่าการถูก อู่ อวี้ ยั่วยุเช่นนี้ ยิ่งทำให้องค์
ชายเมฆารู้สึกมีโทสะมากยิ่งขึ้น จนกระทั่งมัน
ทะยานออกมาจากวิหารเซียน ทว่าช่างน่าเสียดาย
นัก ที่บัดนี้หลงเหลือเพียงร่างอวตารของ อู่ อวี้ อยู่
เท่านั้น
การได้ใช้เคล็ดก้าวเทวะ วิ่งทะยานอยู่ใน เส้นทาง
เซียนบรรพกาล เช่นนี้ ช่างเป็นความรู้สึกที่น่าอิ่ม
เอมใจเป็นอย่างยิ่ง อู่ อวี้ ใช้เคล็ดก้าวเทวะ พุ่ง
ทะยานฝั่ากระแสธารา ด้วยความรวดเร็วถึงขีดสุด
ผ่านไปเพียงชั่วอึดใจ เขาก็ทิ้ง องค์ชายเมฆา ซึ่ง
เปียมล้นไปด้วยเพลิงโทสะไว้เบื้องหลัง
ถึงแม้ว่าจะมีโทสะอยู่เล็กน้อย แต่ภายในจิตใจของ
เขาก็หาได้เศร้าสลดหดหู่เลยแม้แต่น้อย เนื่องจาก
อู่ อวี้ ตระหนักถึงความจริงบางอย่าง
” ด้วยความแข็งแกร่งในปัจจุบันของข้า ภายใน
เส้นทางเซียนบรรพกาล แห่งนี้ยังจัดอยู่ในระดับ
ล่างเท่านั้น ไม่ต้องพูดถึงเหล่าอัจฉริยะลำดับต้น ๆ
แม้แต่องค์ชายจากอาณาจักรเล็ก ๆ ที่อยู่ห่างไกล
จากดินแดนโบราณเหยียนหวง ยังทำให้ข้าต้องตก
อยู่ในสถานการณ์ยากลำบากเช่นนี้ได้ แถมยังฉก
ฉวยสิ่งของออกไปจากมือของข้าอีก การที่ข้าคิด
จะแย่งชิงยันต์เซียนบรรพกาลเพื่อไปยังดินแดน
โบราณเหยียนหวง ถือเป็นเรื่องยากลำบากอย่าง
แท้จริงเสียแล้ว ”
“ ยังมีเวลาเหลืออีก 8 เดือน ดังนั้นข้ามิควรมานั่ง
วิตกกังวลให้มากความ สิ่งแรกที่ข้าสมควรกระทำ
คือการค้นหาวิธีการบางอย่าง ยกระดับความ
แข็งแกร่ง เพื่อให้ภารกิจที่ข้าแบกรับเอาไว้ มี
โอกาสประสบความสำเร็จขึ้นอีกเล็กน้อย ”
เนื่องจาก เส้นทางเซียนบรรพกาล ถือเป็นสถานที่
อันยอดเยี่ยมอย่างแท้จริง บางทีมันอาจมีวิธีการ
หรือโชควาสนาบางอย่าง ที่ทำให้ขอบเขตการฝึก
ตนของเขายกระดับไปอีกขั้น เจ้านครจักรพรรดิ
เพลิงเคยกล่าวว่า ภายใน เส้นทางเซียนบรรพกาล
มีสมบัติพิเศษอันลึกลับมหัศจรรย์อยู่มากมาย
หลากหลายชนิด ร่ำลือกันว่าเคยมีใครบางคนเคย
ได้รับโชควาสนาอันมหัศจรรย์ ส่งผลให้ขอบเขต
การฝึกตนของคนผู้นั้น ยกระดับขึ้นหลายขั้น
ถึงแม้ว่ามันจะฟังดูน่าเหลือเชื่อ แต่มันก็คือเรื่อง
จริงที่เคยเกิดขึ้น
หลังจากนั้นไม่นานนัก เสียงคำรามก่นด่าสาปแช่ง
ขององค์ชายเมฆาก็ดังขึ้นมาจากเบื้องหลังของเขา
แต่เมื่อมองย้อนกลับไป เขาก็ยังไม่เห็นเงาร่างของ
องค์ชายเมฆาแม้แต่น้อย อู่ อวี้ เพ่งตามอง พร้อม
กับกล่าวพึมพำขึ้นว่า ” ไม่เคยมีใครฉกฉวยสิ่งของ
ไปจากมือของข้าไปฟรี ๆ สักวันหนึ่ง เจ้าจะต้อง
ถูกชำระหนี้แค้นกลับไปอย่างแน่นอน! ”
บัดนี้ภายในดวงตาของเขา กำลังลุกโหมกระหน่ำ
ไปด้วยเปลวเพลิง
หลังจากได้แลเห็นอสูรมณีกำเนิดอัสนี เขาจึง
ตระหนักได้ว่าแท้จริงแล้ว เหล่าอัจฉริยะหลายร้อย
คนกำลังไล่ล่าสิ่งใดกันแน่ เขาจึงรีบมุ่งหน้าออก
เดินทาง เพื่อค้นหาโอกาสสำหรับทุกสรรพสิ่ง
หลังจากได้พบเจอกับประสบการณ์วุ่นวาย เขาก็
เริ่มออกเดินทางอีกครั้ง
อีกสองวันต่อมา อู่ อวี้ ได้เดินทางไปยังมหาสมุทร
อันมืดมิดแสนลี้ลับ ในเวลานี้เขาอยู่ในน่านน้ำ
มหาสมุทร แล้วทันใดนั้นเองเขาก็ได้ยินเสียงการ
เคลื่อนไหวจากการต่อสู้ มีความเป็นไปได้ว่ามัน
อาจเป็นสรรพเทวะวิญญาณ เขาจึงเร่งฝีเท้าไปยัง
ตำแหน่งที่มาของเสียงนั้นทันที
ยิ่งเขาเข้าใกล้เสียงนั้นมากขึ้นเท่าใด คลื่นน้ำก็ยิ่ง
เกิดการสั่นสะเพื่อมมากยิ่งขึ้น ฉับพลันก็แว่วได้ยิน
เสียงกรีดร้องคำรามของสัตว์ร้ายลอยมา เขาไม่รู้
ว่าว่ามันเป็นเสียงคำรามของ อสูรมณีกำเนิดอัสนี
หรือ อสูรมณีกำเนิดวารี หรือไม่ หากดูจากการ
เคลื่อนไหวปัจจุบัน คาดว่าน่าจะมีใครบางคนกำลัง
จับสรรพเทวะวิญญาณอยู่
ท่ามกลางความอยากรู้อยากเห็น เขาจึงยิ่งเข้าใกล้
ตำแหน่งนั้นมากขึ้นเรื่อย ๆ ยิ่งเข้าไปใกล้มาก
เท่าไร อุณหภูมิของน้ำก็ทวีเพิ่มสูงขึ้นและร้อนมาก
ขึ้นเรื่อย ๆ บัดนี้คลื่นทะเลกำลังม้วนกวาดผ่าน
น่านน้ำทะเลเดือดพล่านฟองอากาศปะทุขึ้นอย่าง
บ้าคลั่ง
หลังจากเข้าไปใกล้ ปราณอัคคีที่อยู่เบื้องหน้าก็ยิ่ง
ชัดเจนมากขึ้นเรื่อย ๆ
เดิมที อู่ อวี้ คิดว่าเป็นปราณของผู้ฝึกตน แต่เมื่อ
เขาเข้าไปใกล้ เขาก็พบว่ามันมิได้เป็นเช่นนั้น
เบื้องหน้าของเขา คือเปลวเพลิงทองคำ ที่กำลัง
ม้วนกวาดผ่านกลืนกินทุกสรรพสิ่ง เสมือนดั่งทะเล
เพลิงที่ลุกโหมกระหน่ำออกมาอย่างบ้าคลั่ง รัศมี
ขอบเขตของมหาสมุทรอันกว้างใหญ่ ทั้งหมดอยู่
ภายในเขตแดนเปลวเพลิงนี้
แต่สิ่งที่สำคัญยิ่งไปกว่านั้นก็คือ ตรงตำแหน่งใจ
กลางของเปลวเพลิงทองคำที่กำลังลุกโหมกระหน่ำ
อย่างบ้าคลั่ง คือสรรพเทวะวิญญาณตนหนึ่ง
อย่างไรก็ตามมันหาใช่ อสูรมณีกำเนิดอัสนี หรือ
อสูรมณีกำเนิดวารี ทว่าร่างกายของมันกลับเป็นสี
ทองคำ ทั่วทั้งร่างลุกโหมกระหน่ำไปด้วยเปลว
เพลิงทองคำ อู่ อวี้ บอกได้ว่าปราณอัคคีบนร่าง
ของมันคือเปลวเพลิงที่บริสุทธิ์เป็นอย่างยิ่ง นาม
ของมันน่าจะเป็น : อสูรมณีกำเนิดอัคคี
อสูรมณีกำเนิดอัคคีมีอยู่จริง!
ใครจะไปรู้ บางทีอาจมี อสูรมณีกำเนิดวายุ หรือ
อสูรมณีกำเนิดปฐพี อยู่ก็เป็นได้!
ภายในร่างของอสูรมณีกำเนิดอัคคี จักต้องมี ‘ศิลา
มณีกำเนิดอัคคี’ อยู่อย่างแน่นอน แม้แต่ อู่ อวี้ ก็
สามารถแลเห็นการดำรงอยู่ของ ‘ศิลามณีกำเนิด
อัคคี’ ได้
อย่างไรก็ตาม อุปสรรคขวางทางที่อยู่เบื้องหน้านั้น
ช่างยิ่งใหญ่เป็นอย่างยิ่ง
เนื่องจากว่าบริเวณรอบ ๆ ของ อสูรมณีกำเนิด
อัคคี แท้จริงแล้วมีคนสองคนกำลังต่อสู้ห้ำหั่นกัน
อยู่ ซึ่งพวกเขาทั้งสองล้วนแข็งแกร่งเป็นอย่างยิ่ง
ยากที่ อู่ อวี้ จะเทียบเคียงกับพวกเขาได้
………………………………………………..
(´▽`).。o♡ เพลิน
กลืนสวรรค์สะท้านทวยเทพ