กลืนสวรรค์สะท้านทวยเทพ - ตอนที่ 557 :
กายาเจ้ามังกรสักการะราชันอรหันต์ไม่ดับสูญ
เมื่อนึกถึง อสูรมณีกำเนิดอัคคี จิตใจของ อู่ อวี้ ก็
ร้อนระอุเสมือนดั่งมีเพลิงเผาผลาญขึ้นมาอย่าง
ฉับพลัน
เป็นเวลานานแล้ว ที่เขาไม่ได้ปรารถนาบางสิ่ง
บางอย่างด้วยความรู้สึกแรงกล้าเช่นนี้
ด้วยเพราะเขาเพิ่งสูญเสีย ‘ศิลามณีกำเนิดอัสนี’ ซึ่ง
มันควรจะเป็นของเขาไป ดังนั้นจิตใจของเขาจึง
ค่อนข้างรู้สึกหดหู่อยู่ไม่น้อย
ทันใดนั้น ‘ศิลามณีกำเนิดอัคคี’ ก็ปรากฏขึ้นอยู่
เบื้องหน้าของเขา ซึ่งเห็นได้ชัดว่า ‘ศิลามณีกำเนิด
อัคคี’ ชิ้นนี้มีคุณค่ามากกว่า ศิลามณีกำเนิดอัสนี
มากนัก
สมบัติวิเศษที่มีเส้นวิญญาณเจ็ดเส้น มาจากสรรพ
เทวะวิญญาณ แม้แต่อัจฉริยะผู้มีพื้นฐานฝึกตนอยู่
ในระดับร่างกำเนิดจิตเทวะ ยังรีบเร่งฉกฉวยเแย่
งชิงมันมาให้ได้ เพียงเท่านี้ก็สามารถบอกได้แล้วว่า
มันมีคุณค่ามากเพียงใด ซึ่ง อู่ อวี้ เองก็ไม่แน่ใจนัก
ว่ามันมีประโยชน์อันใดกันแน่
แต่เคยได้ยินมาว่าอัญมณีโบราณชิ้นนี้ มีค่า
เทียบเท่าศาสตราเต๋าวิถีแท้ชนิดที่เรียกว่าไม่อาจจะ
จินตนาการได้
หากไขว่คว้าได้ 10 ชิ้น ก็จะเทียบเท่ากับได้
ศาสตราเต๋าวิถีแท้ 10 ชิ้น ซึ่งถ้าหากนำมันไปขาย
จะได้ทรัพย์สินตอบแทนกลับมาอย่างมากมาย
มหาศาล
อย่างไรก็ตามสถานการณ์ยามนี้ มิใช่ อสูรมณี
กำเนิดอัคคี กำลังต่อสู้กับคนสองคน แต่เป็นคน
สองคนกำลังต่อสู้กันเองเพื่อแย่งชิง อสูรมณีกำเนิด
อัคคี !
กล่าวได้ว่าการต่อสู้แย่งชิงระหว่างคนทั้งสองนั้น
ดุเดือดเลือดพล่านเป็นอย่างยิ่ง ส่วน อสูรมณี
กำเนิดอัคคี เป็นเพียงแค่เหยื่ออันแสนเปราะบาง
เท่านั้น
เสมือนกับพยัคฆ์สองตัวกำลังต่อสู้แย่งชิงแพะ
ระหว่างที่พยัคฆ์ทั้งสองกำลังต่อสู้แย่งชิงกันอยู่นั้น
เจ้าแพะน้อยก็ถูกผนึกควบคุมกักขังเอาไว้ ด้วยเหตุ
นี้แพะจึงไม่อาจหลบหนีไป หรือไม่ก็หวาดกลัวตัว
สั่นจนไม่กล้าแม้แต่จะหลบหนี
ทั้งคู่ถือจับศาสตราเต๋าวิถีแท้ไว้ในมือ หนึ่งในนั้นถือ
จับ โซ่ทองคำสีเข้ม ส่วนอีกคนถือ ใบหลิวสีเขียว
อยู่ในมือ ยามนี้ศาสตราเต๋าวิถีแท้ทั้งสองกำลังเข้า
ปะทะพัวพันกันอยู่รอบ ๆ ตัวของ อสูรมณีกำเนิด
อัคคี!
ขณะทั้งสองฝั่ายกำลังต่อสู้กันอยู่นั้น ก็พยายามดึง
รากแย่งชิง อสูรมณีกำเนิดอัคคี มาเป็นของตน
ในเวลานี้ศาสตราเต๋าวิถีแท้สองชนิดกำลังพัวพัน
กันอยู่บนร่างของ อสูรมณีกำเนิดอัคคี แน่นอนว่า
มันไม่อาจหลบหนีได้ส่งผลให้บนร่างของมัน มีรอย
แผลฉีกขาดมากมายนับไม่ถ้วน
อู่ อวี้ หลบซ่อนตัวอยู่ในที่มืด เพื่อดูการต่อสู้แย่ง
ชิงในครั้งนี้ อันที่จริงเขาเองก็ต้องการ อสูรมณี
กำเนิดอัคคี มาครอบครองเช่นเดียวกัน ทว่ามันก็
ยากลำบากยิ่งนัก คงต้องกล่าวว่ามันยากลำบาก
กว่าแย่งชิงมาจากมือขององค์ชายเมฆาเสียอีก นั่น
เพราะเขาต้องรับมือต่อสู้ถึงสองคน เมื่อดูจาก
ความแข็งแกร่งแลการเคลื่อนไหว ดู ๆ แล้ว
พื้นฐานฝึกตนของพวกเขาต้องไม่น้อยกว่าระดับ
น้ำหนักม่วงทะเลมรกต ขั้นที่ 10
กระแสการต่อสู้ของคนทั้งสองผลัดกันรุกผลัดกัน
รับ นับเป็นการต่อสู้ที่ยิ่งใหญ่ ในเวลาเดียวกันก็
สะกดข่มกันแลกัน
พวกเขาเป็นบุรุษหนึ่ง และ สตรีหนึ่ง ผู้ซึ่งได้รับ
การอุ้มชูโปรดปรานจากสวรรค์
” เจ้ากับข้ารู้จักกันเป็นอย่างดี อสูรตัวนี้มันไม่
เหมาะกับเจ้า จงไปเสียเถิด แน่ใจหรือที่จะดึงดัน
ทำเช่นนี้ ถ้าเจ้ายังไม่ยอมปล่อยมือจากอสูร ก็อย่า
มาตำหนิข้าว่าโหดเหี้ยม เพราะข้าจะให้บิดา
ทำลายเผ่าพันธุ์ของเจ้าทิ้งเสีย! ” สตรีกล่าวขึ้น
ด้วยเสียงแหลมเล็ก
อีกฝั่ายหัวเราะแล้วกล่าวว่า ” แค่อาณาจักรเล็ก ๆ
ของเจ้าน่ะหรือ? อย่ามาล้อเล่นให้ขำหน่อยเลย
ตระกูลของเจ้าหาได้แข็งแกร่งกว่าตระกูลของข้า
แต่อย่างใด แม้แต่สหายเต๋าของเจ้าที่เป็นคนของ
อาณาจักรเซียนเมฆา ยังเป็นเพียงแค่ภัยคุกคาม
อุปสรรคแค่เล็กน้อยเท่านั้น! อย่าได้คิดว่าข้าจะ
หวาดกลัวคำขู่ของเจ้า สำหรับ เส้นทางเซียน
บรรพกาล นี่คือการแข่งขันที่ยุติธรรม อย่าได้ใช้
พลังอำนาจคนหนุนหลังหยิบยกมาสะกดข่มคู่ต่อสู้
มันเป็นการกระทำที่น่ารังเกียจโง่เขลาสิ้นดี! ”
เมื่อได้ยินเรื่องนี้ อู่ อวี้ ก็มองไปยังสตรีผู้นั้น พอ
เห็นหน้าเขาก็จดจำได้ทันทีว่า แม่นางผู้นี้คือสหาย
เต๋าขององค์ชายเมฆา ซึ่งในเวลานี้พวกเขาได้ถูก
แยกออกจากกัน
ตอนนี้นางกำลังแข่งขันกับผู้อื่น ส่วน อู่ อวี้ ก็เพิ่ง
มาถึงที่นี่
” องค์ชายเมฆา เจ้าเอา อสูรมณีกำเนิดอัสนี ของ
ข้าไป ดูเหมือนว่าข้าคงต้องเสี่ยงแย่งชิงมาบ้าง
เช่นกัน ”
เขายังคงหลบซ่อนแล้วพยายามเงียบให้มากที่สุด
เฝั้าดูการต่อสู้อันยิ่งใหญ่ ซึ่งหากทั้งสองคิดจะตาม
หา อู่ อวี้ ก็คงยากลำบากยิ่งนัก
อู่ อวี้ จดจ่ออยู่กับการเฝั้าดูพวกเขาต่อสู้ ในขณะนี้
ทั้งสองกำลังใช้ศาสตราเต๋าวิถีแท้ตรึง อสูรมณี
กำเนิดอัคคี พยายามยื้อแย่งช่วงชิงกันวุ่นวาย ซึ่ง
การจะใช้ประโยชน์จากสถานการณ์ ฉกฉวยอสูร
มณีกำเนิดอัคคีมานั้น ถือเป็นเรื่องยากลำบากอย่าง
ยิ่ง
” การต่อสู้แย่งชิงนี้ คนทั้งสองจะพ่ายแพ้ทั้งคู่ ”
อู่ อวี้ กำลังเฝั้ารอ
ผลที่ได้ย่อมไม่ทำให้เขาผิดหวัง
ปัจจุบันการต่อสู้ของคนทั้งสองที่แตกคอกันเอง
นับเป็นการต่อสู้ที่เสี่ยงเป็นเสี่ยงตาย ทั้งคู่ต่างงัดไพ่
ตายงัดออกมาใช้สารพัดกระบวนท่า ไม่ว่าจะเป็น
มหาวิถีเชื่อมสวรรค์ หรือ เคล็ดวิชาแก่นแท้ฟั้า
แม้แต่ ศาสตราเต๋าวิถีแท้ การต่อสู้ในครั้งนี้ดุเดือด
ตระการตาเป็นอย่างยิ่ง ทำให้สายตาของผู้เฝั้ามอง
อย่าง อู่ อวี้ สาดประกายไปด้วยความตื่นเต้นลุ้น
ระทึกอย่างช่วยไม่ได้ เมื่อเห็นอย่างนี้เขาก็คิดว่า
ฝีมือของตนเองไม่อาจต่อสู้กับคนทั้งสองได้แน่
อย่างไรก็ตาม ทั้งสองกลับยังไม่สามารถโค่นล้ม
เอาชนะอีกฝั่ายได้ ทำให้ท่ามกลางการต่อสู้อัน
ดุเดือด ภายใต้ความรวดเร็วถึงขีดสุด ไม่เพียงแต่
พวกเขาจะหมดสิ้นซึ่งเรี่ยวแรง ในเวลานี้ทั้งสองอยู่
ในสภาพที่ไม่แตกต่างกันด้วยเพราะมีฝีมือคู่คี่สูสี
ทำให้พวกเขาต่างได้รับบาดเจ็บจากการโจมตีของ
อีกฝั่าย
อู่ อวี้ กำลังอดทนรออย่างเยือกเย็น หลายครั้ง
หลายครามีโอกาสให้เขาเข้าแทรกแซงได้ แต่
โอกาสนั้นก็ยังไม่สมบูรณ์มากพอ ดังนั้นเขาจึง
ยับยั้งตนเองไว้ก่อน กล่าวตามตรงโอกาสที่ดีที่สุด
นั้น อาจจะปรากฏขึ้นเพียงครั้งเดียว หากพลาด
พลั้ง ก็เป็นไปได้ว่าคนทั้งสองนั้นจะเก็บศิลามณี
กำเนิดอัคคีลงไปในถุงจักรวาลเวลาใดก็ได้ และเขา
ก็จะหมดสิ้นซึ่งความหวังอย่างสิ้นเชิง
ในเวลานี้ อู่ อวี้ คิดว่าสหายเต๋าเคียงคู่ขององค์ชาย
เมฆาจะกลายเป็นฝั่ายปราชัย เนื่องจากว่านางได้
เผยให้เห็นถึงความอ่อนแอออกมาเป็นครั้งแรก
ทันใดนั้นเองนางก็หยิบแผ่นยันต์ซึ่งเปียมล้นไปด้วย
พลังอันน่าสะพรึงกลัวขึ้นมา ยันต์นี้ได้ก่อรูปเป็น
ห้วงวังวนทมิฬ โอบล้อมกลืนกินร่างของคู่ต่อสู้
ในทันที บุรุษผู้เป็นคู่ต่อสู้ของนางกรีดร้องคำราม
ก่นด่าสาปแช่ง เห็นได้ชัดว่ายันต์นี้ทรงพลังมาก
เพียงใด มันได้บีบบังคับให้บุรุษผู้นั้นต้องบดขยี้
ยันต์เซียนบรรพกาลเพื่อออกไปจากที่นี่ทันที
” การศึกย่อมไม่หน่ายกลอุบาย ‘ยันต์หลุมดำกลืน
ชีพ’ ที่ข้าอุตส่าห์เตรียมมา ต้องมาเสียเปล่าไป
เพราะเจ้า!”
ฝั่ายสตรีที่อ่อนกำลังลงเต็มทีแล้วในยามนี้ นำ
ศาสตราเต๋าวิถีแท้ที่ดูเสมือนดั่งใบหลิวออกมา
หลังจากจัดการกับปัญหาเรื่องคู่ต่อสู้ที่จะมาแย่งชิง
สมบัติไปได้แล้ว นางก็ทะยานเข้าต่อสู้ห้ำหั่นกับ
อสูรมณีกำเนิดอัคคี พร้อมเปิดใช้งานศาสตราเต๋า
วิถีแท้อย่างรวดเร็ว เพียงชั่วพริบตาใบหลิวก็
แปรเปลี่ยนเป็นคมมีด ฟันผ่าเข้าใส่ร่างของอสูร
มณีกำเนิดอัคคี ส่งผลให้มันตกตายไปในทันที
เหลือไว้เพียงศิลามณีกำเนิดอัคคี ไว้ด้านนอก
ชั่วพริบตาแห่งความเป็นความตายนี้เอง!
อู่ อวี้ อดทนรอช่วงเวลานี้มานานมากเกินพอแล้ว!
ทันใดนั้นร่างอวตารนับพันของเขา ก็ปรากฏตัวขึ้น
ในทันที!
ส่วนร่างต้นของเขา ก็เปิดฉากโจมตีเข้าใส่สตรีผู้นั้น
ด้วยเนตรเพลิงกลั่นวิญญาณ! พลังอำนาจกลั่น
วิญญาณพุ่งทะยานไปด้วยความเร็วถึงขีดสุด ชั่ว
ขณะที่สตรีผู้นั้นกำลังเก็บศิลามณีกำเนิดอัคคีไว้
ทันใดนั้นผลจากการกลั่นวิญญาณ ก็ทำให้นางต้อง
ทนทุกข์ทรมานจากการถูกเผาผลาญจิตวิญญาณ
บังเกิดเป็นความเจ็บปวดอย่างสุดแสน!
อู่ อวี้ จัดการนางด้วยวิธีเดียวกับที่จัดการองค์ชาย
เมฆา!
ร่างอวตารส่วนใหญ่ ปิดล้อมร่างของนางไว้! ส่วน
ร่างอวตารที่เหลือ ก็รีบเข้าไปคว้าศิลามณีกำเนิด
อัคคีไว้ เขาได้เตรียมความพร้อมรอช่วงเวลานี้มา
นานแล้ว เมื่อกลอุบายถูกเปิดเผย นางต้อง
เผชิญหน้ากับการโจมตีอย่างรุนแรงหนักหน่วงของ
อู่ อวี้ ซึ่งนางก็กระทำได้เพียงปั้องกันตนเองให้ได้
เท่านั้น!
ท่ามกลางเคล็ดระเบิดพลังคลั่ง อู่ อวี้ กวาดแกว่ง
เสามังกรสมุทรคลั่ง ได้เร่งฟาดอัดกระแทกเข้าใส่
ศีรษะของฝั่ายตรงข้าม ชั่วขณะนั้น ด้วยการโจมตี
อันทรงพลัง สอดประสานไปกับเคล็ดผนึกอสูร
เขย่าวิญญาณจากร่างอวตารตนอื่น ๆ ที่
ปลดปล่อยออกมาอย่างพร้อมเพรียง ภายใต้การ
โจมตีกลั่นวิญญาณของ อู่ อวี้ ตามมาด้วยการ
โจมตีอัดกระแทกเข้าใส่วิญญาณอีกชั้นหนึ่ง
ท่ามกลางความเจ็บปวดทรมานอย่างสุดแสน เสา
ของ อู่ อวี้ ถูกฟาดผ่าลงมาจากด้านบนอย่างน่า
สะพรึงกลัว บัดนี้ความสนใจของนางทั้งหมด ได้
ทุ่มเทไปกับการหาวิธีหลุดพ้น จากการโจมตีของ อู่
อวี้ ให้จงได้!
“ผู้ใด!”
นางกรีดร้อง
อู่ อวี้ เคยได้รับประสบการณ์อันแสนอัปยศ จาก
การถูกผู้อื่นฉกฉวยแย่งชิงสิ่งของ ซึ่งตนได้ทุ่มเท
ความพยายามอย่างหนักมาก่อนแล้ว ดังนั้นเขาจึง
เข้าใจถึงโทสะของนางในตอนนี้เป็นอย่างดี
อันที่จริงก่อนที่คนทั้งสองจะประมือกัน อู่ อวี้ ได้สั่ง
ให้ร่างอวตารของตน ไปเก็บศิลามณีกำเนิดอัคคีมา
เรียบร้อยแล้ว
ฝั่ายตรงข้ามนั้นไร้ซึ่งเรี่ยวแรง ทั้งยังได้รับบาดเจ็บ
จากการต่อสู้ก่อนหน้านี้ ส่งผลให้ในเวลานี้นางนั้น
อ่อนล้าเป็นอย่างยิ่ง ผนวกกับยามนี้นางได้ถูกการ
โจมตีกลั่นวิญญาณของ อู่ อวี้ เข้าใส่อย่างจัง ทำ
ให้นางมึนงงไปชั่วขณะ แล้วในชั่วพริบตาต่อมา
วงเวทที่ประทับอยู่บนเกล็ดมังกรหวนของเสามังกร
สมุทรคลั่งก็ถูกระตุ้นทำงาน ทันใดนั้นเสาก็ถูกฟาด
ลงมาทันที!
ตูมครืน!!!
ทันใดนั้นศาสตราเต๋าวิถีแท้ปั้องกัน ก็พุ่งทะยาน
ออกมาจากร่างของนาง มันมีคุณสมบัติคล้ายคลึง
กับ เกราะเทพสงครามประมุขฟั้า ที่สวมใส่อยู่บน
ร่างของ อู่ อวี้ แต่มันเป็นชุดเกราะสีฟั้าคราม ชั่ว
พริบตานี้ นางก็ทำได้เพียงใช้ศาสตราเต๋าวิถีแท้ชิ้น
นี้ขึ้นมาปั้องกันให้ได้เท่านั้น อย่างไรก็ตาม เคล็ด
ระเบิดพลังคลั่งของ อู่ อวี้ นั้นทรงพลังเป็นอย่างยิ่ง
เสาถูกฟาดอัดกระแทกเข้าใส่แขนทั้งสองข้างของ
นาง แล้วบดขยี้ทุบทำลายมันทันที!
สตรีคนนั้นก็กรีดร้อง ขณะตกลงสู่ก้นทะเล!
“เจ้าเป็นใคร!? คิดรนหาที่ตายนักหรือไง!” เสียง
กรีดร้องของนางดังก้องสะท้อนไปมายังพื้นที่
ใกล้เคียง
ในเวลานี้ ศิลามณีกำเนิดอัคคี ได้มาตกอยู่ในมือ
ของ อู่ อวี้ เป็นที่เรียบร้อยแล้ว อีกทั้งสตรีผู้นี้กำลัง
ตกอยู่ในสภาพเสียเปรียบ ฉะนั้นเขาจึงไม่อยากอยู่
ที่นี่นานเกินไป เขาเรียกร่างอวตารที่ได้รับ อสูรมณี
กำเนิดอัคคี ให้กลับคืนมา จากนั้นเขาก็รีบหลบหนี
ด้วย วิชาก้าวเทวะ ทันที
” ไปบอกองค์ชายเมฆาว่า ข้าแค่อยากทวงสิ่งของ
ๆ ข้ากลับคืนมาเท่านั้น! แต่ไม่ว่าอย่างไร ศิลามณี
กำเนิดอัสนี ที่ตกอยู่ในมือของมัน ก็ยังเป็นของข้า
อยู่วันยังค่ำ!”
นับตั้งแต่ อู่ อวี้ มาถึงที่นี่ วีรกรรมของเขาก็เพิ่มขึ้น
เรื่อย ๆ ด้วยเพราะบน เส้นทางเซียนบรรพกาล
แห่งนี้ ทุกคนสามารถกระทำตามใจตนเองได้
ภายใต้การใช้ วิชาก้าวเทวะ สตรีผู้นั้นจึงไม่
สามารถมองเห็นรูปร่างลักษณะของ อู่ อวี้ ได้อย่าง
แท้จริง อู่ อวี้ หายตัวไปต่อหน้าต่อตาของนาง มี
เพียงเสียงกรีดร้องอันแสนเจ็บปวดของสตรีนางนี้
ดังไล่หลังเขามาเท่านั้น อันที่จริง อู่ อวี้ มิได้รู้จัก
ชื่อเสียงเรียงนามของนางเสียด้วยซ้ำ ซึ่งด้วย
อุปนิสัยของเขาแล้ว ก็หาได้สนใจแต่อย่างใด
หลังจากหลบหนีออกมาได้ระยะหนึ่ง เมื่อคิดว่า
ตนเองนั้นปลอดภัยไม่มีผู้ใดติดตาม หรือ อยู่รอบ ๆ
บริเวณ เขาจึงหยิบ ศิลามณีกำเนิดอัคคี มาวางไว้
บนฝั่ามือ
บนฝั่ามือของเขาคือ ศิลาทองคำโปร่งแสง 1 ชิ้น
ศิลาก้อนนี้สามารถกลืนกินเปลวเพลิง เมื่อถูกวาง
เอาไว้บนฝั่ามือเขาจึงรู้สึกร้อนเป็นอย่างมาก จาก
มุมมองตรงนี้สามารถมองเห็นเส้นวิญญาณ 7 เส้น
ฝังลึกอยู่บนบนศิลาได้อย่างชัดเจน แสดงให้เห็นว่า
ถึงแม้สมบัติวิเศษจะมีเส้นวิญญาณ 7 เส้น ศิลา
มณีชิ้นนี้ก็ยังล้ำค่าเหนือกว่าสมบัติวิเศษทั่วไปที่มี
เจ็ดเส้นวิญญาณเสียอีก
” ไหน ๆ ให้ข้าดูสิ! ” หมิงซวงรีบวิ่งออกมาจ้อง
มอง ศิลามณีกำเนิดอัคคี แล้วรีบกล่าวขึ้นว่า ” อัน
ที่จริงมันไม่ได้มีชื่อนี้ ชื่อเดิมของมันก็คือ ‘ ศิลา
ศักดิ์สิทธิ์กำเนิดอัคนี ‘ เจ้าสิ่งนี้ค่อนข้างมีอายุ
เก่าแก่ นับว่าเป็นของดีทีเดียวเชียวแหละ ซึ่งศิลา
นี้ เทียบเท่าได้กับพลังงานจากเขาอัคคีกลืน
วิญญาณ 1 ลูกเลยทีเดียว แล้วข่าวดีก็คือ ‘ ศิลา
มณีกำเนิดอัคคี’ ชิ้นนี้สามารถทำให้เจ้ายกระดับ
‘กายาเพชรอมตะ’ เข้าสู่ ขั้นที่ 4 ได้! ไม่น่าเชื่อเลย
แหะ … เพราะมันแทบเป็นไปไม่ได้เลย แต่ที่แน่ ๆ
มีเพียงแค่ชิ้นเดียวย่อมไม่เพียงพอ เจ้าจะต้องมี
มากกว่านี้!”
เมื่อ อู่ อวี้ ได้ยินว่าศิลาชิ้นนี้สามารถยกระดับ กา
ยาเพชรอมตะ ขึ้นเป็นขั้นที่ 4 ได้ เขาก็รู้สึกดีใจ
เป็นอย่างยิ่ง ด้วยเพราะกายาสักการะราชันตะวัน
ฟั้าพุทธเจ้าทองคำ ค้างเติ่งอยู่ในขั้นที่ 3 มาเป็น
เวลานานแล้ว จวบจนปัจจุบันยังไม่มีความคืบหน้า
ใด ๆ ซึ่งมันยากที่จะรักษาข้อได้เปรียบในด้าน
ความแข็งแกร่งทนทานของกล้ามเนื้อเอาไว้ได้ อีก
ทั้งใน ทวีปแห่งทวยเทพ ยังไม่มีทรัพยากรที่จะ
สามารถยกระดับกายเนื้อได้ ฉะนั้นเขาจึงวาด
ความหวังเอาไว้ที่นี่ แล้วก็ไม่คิดว่าจะได้พบเจอกับ
ความหวังนั้นรวดเร็วถึงเพียงนี้!
“ ต้องใช้มากสักเท่าไหร่ ? ” อู่ อวี้ ไต่ถามอย่าง
จริงจัง
อันที่จริงเขาก็รู้อยู่แล้วว่า ศิลาเพียงแค่ชิ้นเดียว
ย่อมไม่เพียงพอแก่การฝึกตน
” ข้าเองก็ไม่ค่อยแน่ใจเหมือนกัน ไม่รู้ว่าอานุภาพ
ของก้อนหินนี้มันมีมากมายขนาดไหน แต่ถ้าให้ข้า
เดา…ก็คงต้องใช้อย่างน้อยหลายสิบก้อน!”
“หลายสิบก้อน!” จากจำนวนที่ได้ยินทำให้ อู่ อวี้
หดหู่ลงอย่างทันตา เพียงแค่ก้อนเดียวเขายังต้อง
ใช้ความพยายามเป็นอย่างมาก แล้วนี่ต้องใช้ตั้ง
หลายสิบก้อน เขาจะมีปัญญาไปเสาะแสวงหาได้
จากที่ใดกันเล่า ? อีกทั้ง อสูรมณีกำเนิดอัคคี หาก
คาดคะเนจากจำนวนทั้งหมด ไม่น่าจะมีมากนัก
” ก็แหงล่ะ… มันก็ต้องใช้หลายสิบชิ้นอยู่แล้ว เจ้าก็
รู้นี่ว่า กายาเพชรอมตะ นั้นแข็งแกร่งทรงพลังมาก
เพียงใด ตอนนี้เจ้ามีโอกาสยกระดับเข้าสู่ขั้นที่ 4!
ซึ่งแน่นอนว่าขั้นที่ 4 มันย่อมเจ๋งกว่าขั้นที่ 3 อยู่
แล้ว ที่บอกว่าใช้หลายสิบก้อนนั้นก็แค่ประมาณ
การคร่าว ๆ นี่เจ้าคิดว่าการฝึกฝน กายาเพชร
อมตะ ที่ทำให้เป็นอมตะมันง่ายดายมากนักหรือ
ยังไงเล่า? ”
นี่คือความเป็นจริง หากเขาต้องการที่จะแข็งแกร่ง
มากยิ่งขึ้น การฝึกฝนยกระดับก็ยิ่งยากเย็นมาก
ยิ่งขึ้นเท่านั้น
อู่ อวี้ จำได้ว่า กายาเพชรอมตะ ขั้นที่ 4 นั้นมีชื่อ
เรียกว่า ‘ กายาเจ้ามังกรสักการะราชันอรหันต์ไม่
ดับสูญ ‘
ส่วนรายละเอียดปลีกย่อยแบบล้วงลึก เขาก็ไม่ค่อย
ทราบนัก เขารู้แค่เพียงชื่อคร่าว ๆ เท่านั้น ซึ่งมันก็
แสดงให้เห็นว่าเขาเริ่มก้าวเข้าสู่ขอบเขต
ความสำเร็จเล็ก ๆ ของกายาเพชรอมตะแล้ว
” กายาเพชรอมตะมีทั้งหมด 10 ขั้น หากบรรลุขั้น
ที่ 4 ก็จะถือได้ว่าเจ้าบรรลุสู่ขอบเขตความสำเร็จ
ส่วนเล็ก ๆ แล้วถ้าหากบรรลุถึงขั้นที่ 8 อย่าง
สมบูรณ์ จะถือได้ว่าบรรลุสู่ขอบเขตความสำเร็จ
ระดับยิ่งใหญ่ แล้วถ้าหากบรรลุสู่ขั้นที่ 10 จะถือได้
ว่าเจ้ารู้แจ้งในเคล็ดวิชานี้อย่างสมบูรณ์ ดังนั้นหาก
บำเพ็ญเพียร ‘กายาเจ้ามังกรสักการะราชันอรหันต์
ไม่ดับสูญ’ ได้สำเร็จ ฮิฮิฮิ มันก็เหมือนกับเจ้าได้รับ
ความโปรดปรานจากสตรีนับพันในยามราตรีเลย
ละ! ”
อู่ อวี้ กำลังไตร่ตรองดูว่า ขอบเขตความแข็งแกร่ง
ของกายเนื้อที่หมิงซวงได้กล่าวมา มันจะแข็งแกร่ง
ทนทานมากเพียงใด!
ว่าแต่การได้รับความโปรดปรานจากสตรีนับพันใน
ยามราตรี มันคืออะไรกันแน่
………………………………………………..
(´▽`).。o♡ เพลิน
กลืนสวรรค์สะท้านทวยเทพ